ทรูมูฟเอช ผุด’บียอนด์’ สมาร์ทดีไวซ์ราคาเบา หนุนคนใช้ 4G LTE

ทรูมูฟเอช ประเดิมเปิดตัวมือถือและแท็บเล็ต 3 รุ่น ยี่ห้อทรู ดึงเกิร์ลกรุ๊ปดังเกิร์ลเจเนอเรชั่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เผยเทงบ 30 ล้านบาททำตลาดสินค้าใหม่ ตั้งเป้ายอดขายภายในสิ้นปีไม่ต่ำกว่าแสนเครื่อง…

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้เปิดตัวเทคโนโลยี 4จี รวมถึงสมาร์ทโฟนและฟีเจอร์โฟนตระกูลโกไลฟ์ (Go Live) ซึ่งได้การตอบรับอย่างดี ล่าสุด ทรูมูฟเอช ได้นำเสนอดีไวซ์ภายใต้แบรนด์ทรูเป็นครั้งแรก โดยเปิดตัวด้วยตระกูลบียอนด์ (Beyond) ซึ่งสามารถตอบสนองการใช้งานทั้งเทคโนโลยี 3จี และ 4จี ได้ภายใต้คุณภาพและราคาที่คุ้มค่า ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนของบริษัทและทรูมูฟเอชที่จะใกล้ชิดผู้บริโภคในอีกระดับ โดยบริษัทใช้งบประมาณสำหรับการทำตลาดสินค้ากลุ่มนี้ราว 30 ล้านบาท

กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า นอกจากดีไวซ์ที่มีคุณภาพ บริษัทยังให้ความสำคัญกับแอพพลิเคชั่นที่ดี ซึ่งจะเสริมศักยภาพการใช้งานอุปกรณ์ จึงได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ พร้อมใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นศิลปินระดับโลกอย่างวงเกิร์ลเจเนอเรชั่น (Girls’ Generation) เพื่อแสดงถึงคุณภาพและมาตรฐาน โดยมองว่าการใช้ศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกและมีผู้ชื่นชอบเป็นจำนวนมากประกอบกับมีคอนเทนต์พิเศษ จะทำให้บริษัทได้โอกาสในการขยายฐานสู่ประชาคมอาเซียนได้ด้วย

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายสินค้าที่เปิดตัวในครั้งนี้ 1 แสนเครื่องภายในสิ้นปี เชื่อว่าด้วยจุดเด่นที่เป็นแบรนด์ซึ่งผู้บริโภคสามารถวางใจได้ ทั้งยังมีศูนย์บริการทั่วประเทศ มีเครือข่ายเป็นที่รู้จัก และเปิดตัวในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ จะเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้บริโภคให้การตอบรับทรูบียอนด์

สำหรับสินค้าแบนด์ทรู ตระกูลบียอนด์ที่ทรูมูฟเอชเปิดตัวในครั้งนี้ ได้แก่ 1.แท็บเล็ต ทรู บียอนด์ แท็บ หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.1 รองรับไวไฟและ 3จี คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ 2100 เมกะเฮิรตซ์ 2.สมาร์ทโฟน ทรู บียอนด์ หน้าจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว แบบมัลติทัช กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.1 รองรับไวไฟและ 3จี คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ 2100 เมกะเฮิรตซ์ และ 3.สมาร์ทโฟน ทรู บียอนด์ 4จี รองรับ 4จี แอลทีอี และ 3จี 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ หน้าจอสัมผัส กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.2

ทั้งนี้ แท็บเล็ต ทรู บียอนด์ แท็บ และสมาร์ทโฟน ทรู บียอนด์ มีวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ ส่วนสมาร์ทโฟน ทรู บียอน 4จี จะวางจำหน่ายภายในเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ ผู้ใช้ทรูบียอนทั้ง 3 รุ่น ยังจะได้รับแอพพลิเคชั่นพิเศษจากเกิร์ลเจเนอเรชั่น อาทิ 9 แอพพลิเคชั่นตระกูล H แอพพลิเคชั่น Everysing และ Theme Superstar 9 คน 9 แบบ นอกจากนี้ ทรูมูฟเอช ยังมอบโปรโมชั่นพิเศษให้ลูกค้าทรูการ์ดและลูกค้าที่ย้ายค่ายมาเป็นทรูมูฟเอช รับโบนัสค่าโทรทุกเครือข่ายและใช้อินเทอร์เน็ตฟรี เพื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน iNet399+ , iNet599 , iNet899 อีกด้วย.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ไมโครซอฟท์ ลั่น8เม.ย.57 ตัดขาดวินโดวส์ XP-Office 2003

ไมโครซอฟท์กำหนดวันยุติการสนับสนุน Windows XP และ Office 2003 ลั่น 8 เม.ย.57 ไม่เหลือเยื่อใยอีกต่อไป ชี้หากใช้ต่อเสี่ยงต่อภัยออนไลน์สูงกว่าวินโดวส์ 8 ถึง 14 เท่า ชวนผู้ประกอบการ SME ไทยอัพเกรด พร้อมจัดการแข่งขัน SME IT Makeover ลุ้นรางวัลรวมกว่า 4 แสนบาท…

นางสาวทิพมาศ อจลากุล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจ SME คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 99.8 ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศไทย บริษัทเหล่านี้คือโครงสร้างหลักของสภาพเศรษฐกิจในประเทศไทย เนื่องจากพวกเขาคือผู้จ้างแรงงานส่วนใหญ่ แถมยังเป็นปัจจัยหลักของศักยภาพในการผลิต การส่งออก และแหล่งรายได้ของไทยอีกด้วย อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงใช้เทคโนโลยีและขั้นตอนการทำงานแบบเก่าอยู่

ผอ.กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวต่อว่า เป้าหมายและความพยายามต่างๆ ของไมโครซอฟท์ คือ การนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่โดดเด่นกว่าเดิมให้แก่ ธุรกิจ SME ที่สามารถนำไปปรับปรุงระบบของตนให้ทันสมัย แทนที่เทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมอย่าง Windows XP หรือ Office 2003 เพื่อที่พวกเขาจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากศักยภาพในการทำงาน มีระบบที่ปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม และใช้ประสิทธิภาพจากบริการคลาวด์ได้อย่างคุ้มค่า

นางสาวทิพมาศ กล่าวอีกว่า SME ที่ยังคงใช้ระบปฏิบัติการ Windows XP และ Office 2003 โปรดทราบว่าตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.2557 เป็นต้นไป ไมโครซอฟท์จะยุติการให้บริการผลิตภัณฑ์เหล่านี้อีกต่อไป นั่นแปลว่าระบบที่ใช้อยู่อาจมีความเสี่ยงเรื่องการรักษาความปลอดภัย และความเสี่ยงเรื่องการปกปิดข้อมูลส่วนตัว ซอฟต์แวร์ที่ทำงานไม่สอดคล้องกัน ไม่สามารถโทรขอคำปรึกษาจากใครได้ อาจมีปัญหาดาวน์ไทม์ และค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาที่สูงขึ้น ทั้งนี้จากรายงาน Security Intelligence Report เล่มที่ 14 ของไมโครซอฟท์ ที่เผยแพร่เมื่อเดือน เม.ย.2556 ระบุว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows XP with SP3 มีความเสี่ยงมากกว่า Windows 7 SP1 ถึง 2.5 เท่า และมีความเสี่ยงมากกว่า Windows 8 ถึง 14 เท่า

เพื่อกระตุ้นให้ธุรกิจเอสเอ็มอีหันมาอัพเกรดโปรแกรมเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ไมโครซอฟท์จึงจัดการแข่งขัน  Get2Makeover และ SME IT Makeover Contest ซึ่งพวกเขามีโอกาสปรับปรุงระบบการทำงานให้ทันสมัยเพื่อชิงรางวัลเป็นโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต Windows 8 Pro สมาชิก Office 365 Small Business Premium และบริการย้ายระบบที่มีมูลค่ารวม 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 178,000 บาท) ผู้ชนะระดับประเทศทุกรายยังมีสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในระดับภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกอีกด้วย โดยผู้ชนะรอบสุดท้ายจะวัดจากคะแนนทั่วภูมิภาคในเดือนกรกฎาคม 2556 รวมทั้งจะได้รับรางวัลเพิ่มอีก 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 267,000 บาท) ที่ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และบริการย้ายระบบ

บริษัทที่สนใจเข้าร่วมสามารถอัพโหลดวิดีโอหรือรูปภาพสถานที่ทำงานปัจจุบัน ผ่านทาง www.microsoft.com/business/th-th/Pages/it-makeovercontest.aspx และกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ให้เหตุผลว่าทำไมถึงอยากปรับปรุงรุ่นคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยโดยใช้ Windows 8 Pro และ Office 2013 ซึ่งการแข่งขัน Get2Modem SME IT Makeover Contest นี้ จะสิ้นสุดในวันที่ 15 มิถุนายน 2556 นอกจากโครงการนี้แล้ว ไมโครซอฟท์จะเปิดตัวโปรโมชั่นอัพเกรด Get2Modern โดยตั้งเป้าไปที่กลุ่มธุรกิจ SMEs ในไทยและแถบเอเชียแปซิฟิกโดยเฉพาะ องค์กรต่างๆ จะได้รับส่วนลดสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ จากการซื้อ Windows 8 และ Office 2013 นั้น ผ่าน Open License Volume Program รวมทั้งข้อเสนอการอัพเกรดฮาร์ดแวร์โน็ตบุ๊คและแท็บเล็ต Windows 8 Pro ด้วย.

 

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

ลุ้น บอร์ด กสทช. อนุมัติจัดทำเกณฑ์บิวตี้คอนเทสต์ทีวีสาธารณะ

ลุ้น! บอร์ด กสทช. พรุ่งนี้ (22 พ.ค.) สองเสียงข้างน้อย ขออนุมัติจัดทำเกณฑ์บิวตี้คอนเทสต์ทีวีสาธารณะ เทียบเท่า (ร่าง) เกณฑ์วิธีการประมูลที่ กสท.เสียงส่วนใหญ่เตรียมขออนุมัติก่อนเปิดรับฟังจากสาธารณะ…

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ค.) มีวาระสำคัญเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตทีวีดิจิตอลที่น่าจับตา 2 เรื่องที่สัมพันธ์กัน ได้แก่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เสนอพิจารณา(ร่าง)ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจ ในขณะที่ กสทช.เสียงข้างน้อย คือ นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ เสนอบอร์ด กสทช. พิจารณา การจัดทำประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือก และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการสาธารณะ เนื่องจากข้อหารือขอบเขตอำนาจหน้าที่ให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล เพื่อให้กระบวนการดำเนินการชอบด้วยกฎหมาย และความจำเป็นในการจัดให้มีประกาศหลักเกณฑ์เพื่ออนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินประเภทบริการสาธารณะ เช่นเดียวกับที่จัดให้มีหลักเกณฑ์สำหรับกิจการทางธุรกิจ ตามประกาศ กสทช. เรื่องแผนการเปลี่ยนผ่านเปลี่ยนระบบส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์เป็นระบบดิจิตอล พ.ศ.2555 ที่กำหนดให้จัดทำประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือก และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล

สำหรับการประกอบกิจการประเภทบริการสาธารณะ เมื่อพิจารณากระบวนการจัดทำประกาศหลักเกณฑ์เพื่ออนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ตามประเภทใบอนุญาต พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 กำหนดให้เห็นว่า มีกระบวนการจัดทำหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการให้บริการโทรทัศน์ สำหรับกิจการทางธุรกิจไว้อย่างชัดเจน แต่สำหรับกิจการประเภทสาธารณะนั้น กสท. ยังมิได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนไว้ ประกอบกับคำสงวนของนางสาวสุภิญญา ได้มีความเห็นต่อมติ กสทช. เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2555 ที่ผ่านมา เรื่องการส่งข้อหารือเกี่ยวกับการมอบอำนาจของ กสทช. ให้ กสท. และ กทค. พิจารณาออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งใดๆ อันเกี่ยวกับการปฏิบัติแทน กสทช. ไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือในระหว่างที่ กสทช.ยังไม่มีมติมอบอำนาจดำเนินการใดๆ และยังไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนว่าต้องถืออำนาจหน้าที่ในทุกกรณียังเป็นของ กสทช. ดังนั้น การดำเนินการใดในครั้งนี้ยังคงเป็นของ กสทช. ตามมาตรา 27(4) ว่าด้วยการพิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่ฯ แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ.2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช.

 

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

บอร์ด กสท.ตีตก 5ประเด็น ‘ธวัชชัย’ เสนอปรับหลักเกณฑ์ประมูลทีวีดิจิตอล

บอร์ด กสท. ไม่ปรับแก้มติหลักเกณฑ์ประมูลทีวีดิจิตอล ตาม “ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์” กก.กสท. เสนอทบทวน 5 ประเด็น นั่งยันยึดมติเดิม คาดประมูลได้ช้าสุด ต.ค. พร้อมพิจารณาร่างประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การแพร่เสียงแพร่ภาพรายการที่สำคัญ 7 รายการ…

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท. ว่า ได้พิจารณาประเด็นความเห็นต่อ (ร่าง) ประกาศเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบทีวีดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. … และได้รวบรวมตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่คณะอนุกรรมการแข่งขัน ส่งเสริมและกำกับดูแลการแข่งขันในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เสนอให้ปรับแก้เงื่อนไขจากมติบอร์ด กสท. เดิม 5 ประเด็น ดังนี้ 1.การนำเสนอ (ร่าง) ประกาศฯ ต่อคณะอนุกรรมการจัดทำแผนปรับเปลี่ยนระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบทีวีดิจิตอลเพื่อพิจารณาให้ความเห็น อาจส่งผลกระทบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีผู้ประกอบการโทรทัศน์ช่องหลักหลายช่อง โดยคณะอนุฯ จัดทำแผนฯ ได้รับการแต่งตั้งตามมติคณะกรรมการ กสทช. โดยมาจากผู้แทนส่วนต่างๆ จำนวน 45 คน

2.การวางหลักประกันการประมูล ที่เสนอมาให้เพิ่มเติมการใช้หนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินประเภทธุรกิจพาณิชย์ (แบงก์การันตี) แทนกติกาเดิม คือ การวางเงินสดหรือเช็คนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากในการประมูลถ้ามีการทำผิดจะยึดเงินหรือเช็คทันที ส่วนแบงก์การันตี ถ้าทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย และจากการตรวจสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้กำหนดวิธีการวางหลักประกันไว้ โดยให้แต่ละหน่วยงานกำหนดตามความเหมาะสมในทีโออาร์ และประกาศเชิญชวนของการประมูลแต่ละคราว 3.กำหนดผู้ให้บริการโครงข่าย (MUX) แยกออกจากผู้ให้บริการช่องรายการนั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่กับโครงข่าย เป็นคนละกติกา 4.การจัดเรียงลำดับการประมูลแยกตามหมวดหมู่ประเภทช่องรายการนั้น จากร่างประกาศยังไม่ได้กำหนดลำดับการประมูล เป็นเพียงกำหนดให้แยกการประมูลเป็นหมวดหมู่การให้บริการเท่านั้น ส่วนลำดับการประมูลก่อนหลัง ระบุให้กำหนดอีกครั้งตามหนังสือเชิญชวนของสำนักงาน กสทช. และ 5.หลักเกณฑ์โดยทั่วไปการประมูลจะไม่กำหนดระยะเวลาตายตัวว่าควรจะจบลงในระยะเวลาเท่าใด โดยมองว่าการออกแบบการประมูลต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ของการประมูลด้วย

ประธาน กสท. กล่าวต่อว่า สำหรับการกำหนดระยะเวลาการประมูลทีวีดิจิตอลนั้น ในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ค.) จะนำเข้าบอร์ด กสทช. พิจารณา และถ้าอนุมัติแล้ว จะใช้เวลา 45 วัน เข้าสู่ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และจะกลับเข้าสู่บอร์ด กสท. อีกครั้ง โดยใช้ระยะเวลา 7 วัน ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยคาดการณ์ว่าจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาได้ประมาณสิ้นเดือน ก.ค. หรืออย่างช้าเดือน ส.ค.2556 และส่งหนังสือเชิญชวนก่อนเปิดประมูลได้ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค.2556

“หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือน ในการประมูล และไม่ถือว่าผิดระยะเวลาเดิมที่กำหนดไว้ในการประมูลมากนัก” พ.อ.นที กล่าว

พ.อ.นที กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การแพร่เสียงแพร่ภาพรายการที่สำคัญ ที่ผู้ประกอบกิจการจะต้องปฏิบัติตาม 7 รายการ ประกอบด้วย 1.รายการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2.รายการแข่งขันคอนเฟเดอเรชั่นส์คัพ 3.รายการแข่งขันเอเชียนคัพนัดสุดท้าย และนัดที่มีทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขัน 4.รายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลก และฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 5.รายการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก 6.รายการแข่งขันวอลเลย์บอล ระดับชิงแชมป์โลก และ 7.รายการแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ นัดที่มีตัวแทนจากชาติไทยเข้าร่วมแข่งขัน โดยตัดรายการฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก และฟุตบอลดิวิชั่น 1 ออก ด้วยมติ 3:2 เสียง ซึ่งเสียงข้างน้อย คือ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ และ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กก.กสท.

 

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

โลกาภิวัตน์ 21/05/56

แว่นตากูเกิล

ผู้เข้าชมงานแสดงอุปกรณ์ต่างๆ ของกูเกิล ที่นครชิคาโก สหรัฐฯ พากันทดลองสวมแว่นกูเกิล ที่ติดกล้องถ่ายวีดิโอ และเก็บข้อมูลเอาไว้ได้ เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ได้มี ส.ส.สหรัฐฯจำนวน 5 คน พากันมีหนังสือถึงผู้บริการกูเกิลแสดงความห่วงใย แว่นตาอาจจะละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นได้.

แม่น้ำน้ำแข็งงวด

มหาวิทยาลัยซูริกของสวิตฯ ถ่ายภาพบริเวณช่องเขาอเลต อัน เป็นแหล่งแม่น้ำน้ำแข็ง ใหญ่ที่สุดของทิวเขาแอลป์ แต่ปัจจุบันปริมาณน้ำแข็งได้ละลายเหลือน้อยลง โดยเฉพาะตามแถวขอบ ไปจนถึงริมขวาของภาพ  มันได้เริ่มบางลงมาตั้งแต่ตอนกลางศตวรรษที่  19 เป็นต้นมา.

มนุษย์อวกาศชุดใหม่

มนุษย์อวกาศสหภาพยุโรป ลูตา ปาร์มิทาโน มนุษย์อวกาศองค์การอวกาศสหรัฐฯ กาเรน ไนเบิร์ก และมนุษย์อวกาศรัสเซียไฟโอดอร์ ยุคชิคฮิน รวมหมู่กันถ่ายรูปหน้ายานอวกาศ “โซยูซ” ก่อนหน้าจะออกเดินทางขึ้นไปประจำอยู่บนสถานีอวกาศระหว่างประเทศ ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้.

โฉมหน้าดวงจันทร์

องค์การอวกาศสหรัฐฯเปิดเผยภาพถ่ายโฉมหน้าดวงจันทร์ พร้อมกับตำแหน่งของหลุมบ่อต่างๆ เปรอะไปหมด  องค์การแจ้งว่าตั้งแต่ได้เริ่มศึกษาการตกของอุกกาบาตบนดวงจันทร์มา 8 ปีแล้ว เพิ่งจับพบการตกของอุกกาบาตก้อนใหญ่ เกิดการระเบิดสะเทือนเลื่อนลั่น เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2556.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

อนุกสทช. ฮึ่ม3ค่ายมือถือ สปีด3จี ต่ำเกณฑ์

อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านกิจการโทรคมนาคม กสทช. ฮึ่ม 3 ค่ายมือถือ สปีด3จี ต่ำกว่าเกณฑ์ พร้อมชงบอร์ด ไล่บี้ ลดค่าบริการ 15%…

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

กสทช.เคาะ ค่าย้ายค่ายเบอร์เดิม 29 บาท

มติบอร์ด กทค. อนุมัติค่าธรรมเนียมโอนย้ายเลขหมายในอัตรา 29 บาทต่อเลขหมาย ผู้บริโภคเริ่มใช้งานได้ 1 ก.ค. 56 ขณะที่ทรูยอดโอนย้ายมากที่สุด ส่วนเอไอเอส-ดีแทครองลงมา…

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 56 นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กิจการโทรคมนาคม (กทค.) ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติค่าธรรมเนียมการโอนย้ายเลขหมายตามบริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์ พอร์ตทิบิลิตี้) ในอัตรา 29 บาทต่อเลขหมาย (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยบอร์ด กทค.กำหนดให้ผู้ให้บริการทุกค่ายดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2556 โดยผู้บริโภคจะได้รับบริการในวันที่ 1 ก.ค. 2556 ซึ่งมีระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. จัดทำรายงานเพื่อแจ้งให้บอร์ด กทค.รับทราบด้วย

รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ โดยภาพรวมตัวเลขนัมเบอร์ พอร์ตทิบิลิตี้ ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา 1 เดือน มีจำนวน 8 หมื่นราย มีทั้งผู้ที่ย้ายเข้าและย้ายออกจากค่ายเดิม ขณะที่บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มียอดการโอนย้ายมากที่สุด โดยเป็นการโอนย้ายจากทรูเดิม ไปทรูมูฟเอช ส่วนบริษัทที่รองลงมาคือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค อย่างไรก็ตาม จำนวนเลขหมายที่มีอยู่ในระบบประมาณ 120 ล้านเลขหมาย และมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องจำนวน 88 ล้านเลขหมาย.

 

 

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

กสทช.เผยผู้บริโภคสอบถามเรื่องบริการ 3จี มากสุด

เลขาฯ กสทช. เผยข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี พบเรื่องอัตราค่าบริการ 20 เรื่อง สอบถามเกี่ยวกับบริการ 3จีใหม่ 136 เรื่อง ตั้งแต่วันที่ 1-20 พ.ค.56 ขณะที่เข้มตรวจสอบอัตราค่าบริการและคุณภาพสัญญาณ…

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงาน กสทช. เร่งตรวจสอบการปฏิบัติตามแนวทางการตรวจสอบและกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz ทั้ง 3 ราย) ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด และบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด ให้เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาต โดยตรวจสอบทั้งการนำแพ็กเกจเดิมที่ให้บริการในระบบ 2จี มาให้บริการในระบบ 3จี ใหม่ และแพ็กเกจใหม่ที่ผู้ให้บริการออกมาว่าอัตราค่าบริการดังกล่าวจะลดลง 15% หรือไม่ รวมถึงได้ให้รถตรวจสอบคลื่นความถี่ ออกตรวจสอบคุณภาพสัญญาณให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งในระบบ 2จีเดิม และในระบบ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz (3จี ใหม่) ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบดังกล่าวทางสำนักงานจะได้รายงานต่อคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ต่อไป

เลขาฯ กสทช. กล่าวต่อว่า จากข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ใหม่ผ่านคอลเซ็นเตอร์ 1200 ของ กสทช. ตั้งแต่วันที่ 1-20 พ.ค.2556 พบว่ามีการร้องเรียนเรื่องอัตราค่าบริการ จำนวน 20 เรื่อง สอบถามเกี่ยวกับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จีใหม่ จำนวน 136 เรื่อง สำหรับข้อมูลเหล่านี้ สำนักงาน กสทช. ถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้สำนักงานได้ใช้ในการกำกับดูแลเรื่องอัตราค่าบริการ และคุณภาพสัญญาณบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ของผู้ประกอบการ

นายฐากร กล่าวอีกว่า ผู้ใช้บริการร่วมกันตรวจสอบอัตราค่าบริการโทรศัพท์ รวมถึงคุณภาพสัญญาณบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้บริการอยู่ว่าเป็นไปตามมาตรการที่กำหนดหรือไม่ และหากพบว่าอัตราค่าบริการ 3จี ไม่ลดลงจากเดิม 15% หรือมีเรื่องปัญหาคุณภาพการบริการสามารถร้องเรียนมาได้ที่ กสทช. คอลเซ็นเตอร์ 1200 หรือเอสเอ็มเอส 1200 หรือ www.nbtc.go.th

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

U ARE DEAD คว้าชัยศึก ‘แท็งค์เอเชีย มาสเตอร์ โอเพ่น ซีซั่น’

ทีม U ARE DEAD หมวดรถถังจากฮ่องกง โค่น ‘NightEagles’ ทีมรถถังจากไต้หวันไป 4-2 เกม คว้าแชมป์การแข่งขันศึกอีสปอร์ตรายการใหญ่ประจำปีของวอร์เกมมิ่ง “แท็งค์เอเชีย มาสเตอร์ โอเพ่น ซีซั่น” พร้อมเงินรางวัล 50,000 เหรียญสหรัฐฯ… 

ผ่านพ้นไปอย่างดุเดือดกับการแข่งขันของเกม เวิลด์ ออฟ แท็งค์ (World of Tanks) รอบชิงชนะเลิศในรายการ ‘TanksAsia Masters Open Season’ ที่จัดขึ้น ณ หน้าลานห้างสรรพสินค้าโตคิว 4 แยกปทุมวัน เมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยมี นายดิออน เพ็ค ผู้จัดการการแข่งขันอีสปอร์ตประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และนายแจสเปอร์ นิโคลัส ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทวอร์เกมมิ่ง มาเป็นผู้เปิดงาน โดยในการแข่งขันครั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะมีการแข่งขัน บริษัทวอร์เกมมิ่ง จัดให้มีงานแถลงข่าวขึ้นที่โรงแรม Siam@Siam Design Hotel & SpaLa Eve ในวันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2556 วอร์เกมมิ่ง เชิญสื่อมวลชนจากหลากหลายประเทศ อาทิ ไต้หวัน, จีน, รัสเซีย รวมทั้งสื่อมวลชนไทย ได้ร่วมสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้เข้าแข่งขันจากฮ่องกง และไต้หวันด้วย

สำหรับผลการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศผลปรากฏว่า ทีม U ARE DEAD จากฮ่องกง อาศัยฟอร์มการเล่นที่รวดเร็วและแม่นยำกว่าเอาชนะทีม NightEagles จากไต้หวัน ไปด้วยสกอร์ 4 ต่อ 2 เกม คว้าตำแหน่งชนะเลิศพร้อมเงินรางวัล 50,000 USD หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท ไปครองได้เป็นผลสำเร็จ ส่วนรองแชมป์ NightEagles รับเงินรางวัล 20,000 USD หรือประมาณ 6 แสนบาท ท่ามกลางแฟนๆ เกม World of Tanks ประเทศไทย ที่มาร่วมให้กำลังใจและชมการแข่งขันอย่างล้นหลามทั่วทั้งบริเวณการจัดงาน.

 

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , ,

คอนเทนต์ยังน่าห่วง กังวลเนื้อหาเว็บผู้บริโภคไม่ได้มาตรฐาน

ภาค ปชช.สะท้อนความกังวลถึง กสทช. กรณีทำเว็บไซต์สำหรับผู้บริโภค แนะเตรียมพร้อมเนื้อหาให้รองรับความเร็วอินเทอร์เน็ตหลายระดับ ห่วงชาวบ้านยังติดปัญหาความพร้อมเทคโนโลยี…

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.จากที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับ บริษัท โอเพ่นดรีม จำกัด ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็น ในโครงการพัฒนาเว็บไซต์สำหรับผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

นายวีรศักดิ์ ตั้งพูลพันธุ์ ประธานสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สาขากรุงเทพมหานคร หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้พิการสามารถเข้าถึงข่าวสารและค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีแอพพลิเคชั่นต่างๆ เป็นเครื่องมือช่วยเหลือ ทั้งยังสามารถติดตามข้อมูลได้จากทุกที่ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ขณะเดียวกันการเข้าถึงข้อมูลผ่านเว็บไซต์ในปัจจุบันก็เปิดกว้างมากขึ้น แม้ว่าเว็บไซต์ต่างๆ จะนิยมทำภาพกราฟฟิกและไม่มีตัวหนังสืออธิบาย ทำให้เครื่องมือช่วยอ่านไม่สามารถอ่านให้ทราบได้ว่าเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร จึงอาจทำให้พลาดโอกาสเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ

ประธานสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สาขากรุงเทพมหานคร กล่าวอีกว่า สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์สำหรับผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ที่ กสทช. กำลังจะจัดทำขึ้นนี้ อยากให้เป็นเว็บไซต์ที่สามารถเข้าถึงได้พร้อมมีคอนเทนต์ที่ดี ในส่วนของอุปกรณ์การเข้าถึงคอนเทนต์นั้นก็ยังเป็นปัญหา เพราะผู้พิการไม่ได้ใช้งานสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ทุกคน ขณะเดียวกันผู้พิการหลายคนก็ใช้งานไม่เป็นด้วย อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดอบรมใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ให้แก่ผู้พิการ ก็อยากให้มีการสนับสนุนในการจัดหาอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อการใช้งานควบคู่กันด้วย

นางสาวสายใจ อดทน กลุ่มอิสระ สร้างสรรค์งานเพื่อพัฒนาเด็ก เยาวชน ครอบครัวและชุมชน หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า การเข้าถึงเว็บไซต์ในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ในการใช้งานสาระความรู้ โดยพบว่าการเข้าถึงเว็บไซต์ที่เป็นสาระบันเทิงนั้นสามารถเข้าถึงและเป็นที่รู้จักมากกว่า นอกจากนี้เว็บไซต์ที่เป็นสาระความรู้บางประเภทก็ไม่เปิดให้เข้าถึงคอนเทนต์ได้ฟรี ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านโอกาสในการเข้าถึง จึงควรให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะกับเว็บไซต์สาระความรู้ให้มากกว่าสาระบันเทิง

“ข้อจำกัดในการเข้าถึงเว็บไซต์ในปัจจุบันไม่ใช่ปัญหาด้านเทคโนโลยี เพราะประเทศไทยมีพร้อมทั้งอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ แต่ปัญหาคือความรู้ในการเข้าถึง เราไม่รู้ว่าจะเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างไรหรือข้อมูลนั้นอยู่ส่วนไหน ขณะเดียวกันคนส่วนใหญ่กลับรู้ว่าจะติดตามศิลปินดาราได้จากเว็บไหนหรือใช้โซเชียลมีเดียอะไร”

นางสาวสายใจ กล่าวอีกว่า ส่วนการเข้าถึงเทคโนโลยีของชาวบ้านหรือเกษตรกรนั้น ก็อยากให้พิจารณาความสำคัญในส่วนดังกล่าวอย่างแท้จริง เพราะเชื่อว่าแม้จะมีนโยบายสนับสนุนให้เกิดการใช้งานแต่ปัจจุบันก็ยังมีปัญหาและทำให้ไม่เกิดการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างแท้จริง และไม่อยากให้คิดว่าชาวนาไม่มีสิทธิ์ใช้งานเว็บไซต์

ตัวแทนกลุ่มอิสระ กล่าวด้วยว่า อยากให้เว็บไซต์สำหรับผู้บริโภคที่ กสทช. กำลังจะจัดตั้งนี้มีรูปแบบที่สามารถรองรับการเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์อย่างแท้จริง และมีคอนเทนต์ที่เหมาะสมให้เลือกเข้าถึงได้ เนื่องจากผู้บริโภคมีระดับเทคโนโลยีแตกต่างกัน บางคนอาจใช้คอมพิวเตอร์รุ่นเก่า หรือใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,