ข่าวไอที เกมส์ ทีวี ดารา ภาพยนตร์ | IT News | Games | Movies | Iphone | 3G

IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!

คอไอทีท่านใดที่เคยยึด “ัพันธุ์ทิพย์” เป็นแหล่งช้อปกระจายของไฮเทคๆ อีกไม่นานเกิดรอ “ดิจิทัล เกตเวย์” จะกลายเป็นตำนานบทใหม่ของห้างไอทีที่ไม่ใช่แค่แหล่งซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนสินค้าไอทีเท่านั้น…แต่

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : “วิษณุ หวังวิสุทธิ์”

ปลุกพลังช้อป “GEN-D”

“ดิจิทัล เกตเวย์ ย่านสยามสแควร์ที่จะเปิดต้นปี 2552 เราต้องการลบภาพความเป็นพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ที่เป็นเหมือนตำนานห้างไอทีรุ่นแรก ให้กลายเป็นแฟชั่นไอทีสำหรับคนรุ่นใหม่ เน้นการเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านไอที มี gadget ฮิตๆ อินเทรนด์ ร้านค้าไอทีที่เน้นการตกแต่งทันสมัย คาดว่าจะสามารถดึงวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่ได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน ต่อวัน”

“วิษณุ หวังวิสุทธิ์” กรรมการ ผู้จัดการ บริษัททีซีซี แลนด์คอมเมอร์เชียล ผู้บริหารศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ในฐานะผู้บริหารพื้นที่ เล่าถึงโปรเจคยักษ์บนเนื้อที่ “เซ็นเตอร์พ้อยท์” เดิม ภายใต้ชื่อ “ดิจิทัล เกตเวย์” ห้างแฟชั่นไอทียุคใหม่

เกตเวย์สำหรับวัยรุ่น

ก่อนหน้านี้ พื้นที่เซ็นเตอร์พ้อยท์ สยามสแควร์ ถือเป็นแหล่งศูนย์กลางของวัยรุ่นที่โด่งดังที่สุดในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นศูนย์กลางของสังคมอินดี้ เด็กแนว และเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ซึ่งนับว่า “ช็อก” อารมณ์เด็กสยามพอสมควรสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในจุดศูนย์รวมของวัย รุ่นแห่งนี้

“ดิจิทัล เกตเวย์” (Digital Gateway) ถือเป็นศูนย์การค้าไอทีไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ตอบสนองกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น เป็นครั้งสำคัญของการสร้าง “แบรนด์ใหม่” และการขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ในเวลาเดียวกัน

วิษณุ เล่าว่า โครงการดิจิทัล เกตเวย์ เน้นจับกลุ่มเจเนอเรชั่น ดี เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เพราะเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับวัฒนธรรมดิจิทัล อุปกรณ์เครื่องมือในชีวิตประจำวันทั้งหมดที่พวกเขารู้จักก็เป็นดิจิทัล วัยรุ่นยุคนี้เห็นเทคโนโลยีเป็นเครื่องบ่งชี้ความเป็นตัวตน ไม่ใช่แฟชั่น หรือแสดงความทันสมัยเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่เขาได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

“จริงๆ คนกลุ่มนี้เป็นคนที่จะตื่นตัวกับ Gadget รุ่นใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ว่าจะมีแอพพลิเคชั่น หรือฟังก์ชันอะไรใหม่ๆ ออกมาสำหรับพวกเขาบ้าง เป็นกลุ่มแรกที่จะรู้จัก และได้ทดลองใช้อุปกรณ์เหล่านี้เสมอ วัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ มีการศึกษาดี สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ก่อนคนอื่น เป็นกลุ่มที่จะกลายเป็น Opinion Leader กลุ่มใหม่ของสังคมไทย”

วิษณุ มองว่า ขณะนี้เทรนด์ที่วัยรุ่นติดตาม จะไม่ใช่เพียงแฟชั่นการแต่งตัว หรือดนตรีเหมือนกับที่ผ่านมา แต่เป็นอุปกรณ์ไฮเทคที่จะแสดงความเป็น “เจเนอเรชั่น ดี”

“ดิจิทัล เกตเวย์ ถือว่าเป็นโครงการแรกที่จับกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ผมเชื่อว่าที่นี่จะกลายเป็นศูนย์กลาง และสัญลักษณ์ของคนเจเนอเรชั่น ดี ในอนาคตอันใกล้”

โครงสร้างอาคารล้ำยุค

เพราะการวางตำแหน่งของ “ดิจิทัล เกตเวย์” ไว้เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัล ความไฮเทคจึงเริ่มตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอก ที่เป็นตัวอาคาร 4 ชั้นครึ่ง ออกแบบให้ล้ำสมัยในแบบ Free Form ใช้เส้นโค้ง ให้ความรู้สึกเป็นอิสระ เสรี มีความเคลื่อนไหว รูปทรงคล้ายอุโมงค์อวกาศ ผ่านมิติจากโลกปัจจุบัน เชื่อมต่อกับโลกอนาคต หลังคาใช้กระจก และผ้าใบทำให้ตัวอาคารโปร่งและประหยัดพลังงาน

เมื่อเข้าสู่อาคารด้านในจะพบกับ ประสบการณ์ของโลกอนาคต ด้วยรูปแบบอาคาร และอุปกรณ์ตกแต่งที่ทันสมัย รวมทั้งการมีสื่อมัลติมีเดียแบบอินเตอร์แอ็คชั่นรูปแบบใหม่ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาสู่ยานอวกาศ ภายในอาคารจะเน้นร้านค้าที่เป็น Flagship Store ของสินค้าไอทีแบรนด์ชั้นนำ

เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา อุปกรณ์เอวี ดิจิทัล คาเมร่า อุปกรณ์เอ็มพี 3,4 พีดีเอต่างๆ รวมทั้ง Flagship Shop ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือค่ายยักษ์ และบริการอื่นๆ เช่น ธนาคารสาขาพิเศษที่ให้บริการในคอนเซปต์ล้ำยุค ร้านอาหารนานาชาติ และไซเบอร์คาเฟ่

ลานเรียนรู้ไอที

“ดิจิทัล เกตเวย์ ถือเป็นทำเลที่ดีที่สุดในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ สำหรับลูกค้าวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่ เพราะมีบรรยากาศ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทันสมัย และเป็นจุดที่มีผู้มาใช้บริการ และสัญจรผ่านมากที่สุดเมื่อเทียบความหนาแน่นต่อพื้นที่ เพราะเราออกแบบให้ชั้น 3 ของอาคารมีทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสถานีสยาม”

วิษณุ บอกว่า ที่นี่ยังเป็นลานกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ของเจเนอเรชั่น ดี เป็นเวทีให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมแสดงออกถึงความสามารถเกี่ยวกับเทคโนโลยี เช่น การครีเอทคอนเทนท์ต่างๆ

“พื้นที่ ดิจิทัล เกตเวย์ เราไม่ได้เน้นแค่ไอที แต่เรายังเน้นไปที่เทคโนโลยีด้านนาโนเทค เอ็มเทค เฮลธ์เทคด้วย ผมมั่นใจว่าดิจิทัล เกตเวย์ จะกลายเป็นพื้นที่เดียว ที่ใช้เป็นตัวชี้วัดกระแสความนิยมของไอทีในประเทศไทยได้ไม่ยาก”

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

Tags: ิัำpantip
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • สุดยอดเกมส์ Prince of Persia !

    ไม่ใช่แค่เป็นภาคใหม่อย่างเดียว แต่ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะถูกยกเครื่องเสียใหม่ทั้งหมด ในภาคนี้ตัวเอก(ต่อไปจะขอเรียกว่าเจ้าชาย)จะไร้ซึ่งพลังย้อนเวลาหรือพลังพิเศษใดๆทั้งสิ้น

    ยกเครื่องเกมใหม่หมดจด
    ??? ภายหลังจากหันไปทุ่มเทให้กับ แอสซาซินครีด อย่างเต็มที่ จนประสบความสำเร็จอย่างสูง ทาง Ubisoft ก็หันกลับมาพัฒนาโปรเจ็คใหม่ที่คล้ายๆกัน และสามารถที่จะนำเอาเอนจิ้นตัวเดิมมาพัฒนาต่อได้ ซึ่งนั่นก็คือ ปรินซ์ออฟเปอร์เซีย ภาคเน็กซ์เจนที่ตั้งหน้าตั้งตารอกัน

    เจ้าชายผู้อาภัพ

    ??? แม้นว่าจะใช้เอนจิ้นเดียวกันกับแอสซาซินครีด แต่ก็มีความผิดหวังนิดๆอยู่เล็กๆ ในเมื่อปรินซ์ออฟเปอร์เซียไม่ได้เน้นรายละเอียดให้มีความสมจริงสักเท่าไหร่ จากการใช้กราฟฟิคแบบเซลเฉด ทำให้งานออกมาดูคล้ายกับลายเส้นการ์ตูนอยู่บ้าง แต่กระนั้นก็ให้บรรยากาศของเกมที่ดูเป็นแฟนตาซีมากยิ่งขึ้น

    ??? ไม่ใช่แค่เป็นภาคใหม่อย่างเดียว แต่ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะถูกยกเครื่องเสียใหม่ทั้งหมด ในภาคนี้ตัวเอก(ต่อไปจะขอเรียกว่าเจ้าชาย)จะไร้ซึ่งพลังย้อนเวลาหรือพลังพิเศษใดๆทั้งสิ้น แต่ความสามารถของเจ้าชายจะถูกแทนที่ด้วยวิชาตัวเบา และปลอกแขนปริศนา พร้อมทั้งมีระบบการต่อสู้แบบใหม่ และโลกที่เปิดกว้างให้อิสระในการเล่น โดยปราศจากร่องรอยการต่อเชื่อมของการโหลดข้อมูล

    ??? ความน่าสนใจของเกมได้ถูกกล่าวถึง เมื่อได้รู้ว่าตัวเอกไม่ได้มีศักดิ์เป็นเจ้าชาย เป็นเพียงคนเร่ร่อนไปตามทะเลทราย แต่ประสบกับพายุทรายจนหลงทาง มารู้ตัวอีกครั้งก็พบว่าตนเองอยู่ในโอเอซิส ซึ่งภายในใจกลางของสวนที่รอบล้อมด้วยกำแพงนั้น มีพฤกษาแห่งชีวิตตั้งอยู่ ซึ่งมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของเจ้าชายต่อไป

    หวังว่าปลอกแขนคงดึงเอาศัตรูเข้ามาได้ด้วยนะ
    ?

    ความชั่วร้ายต้องถูกขจัด

    ??? ราวพันปีก่อน พี่น้องเทพเจ้าสององค์ทำสงครามห้ำหั่นกัน องค์แรกมีชื่อว่า อาริแมน ผู้ชั่วร้ายที่คอยแพร่ “เดอะ คอรัปชั่น” ไปทั่วดินแดนลุ่มแม่น้ำไทกรีก ทว่าผู้ที่มาขจัดความชั่วร้ายก็คือ เทพเจ้าออมาซ โดยจับเอาอาริแมนไปขังไว้ในพฤษาแห่งชีวิต ซึ่งที่นั่นอาริแมนได้ถูกกักขังไว้เป็นเวลาราวสองร้อยชั่วอายุคน พร้อมมีผู้คุ้มครองคอยเฝ้าระวังอยู่ไม่ห่าง ทว่าตัวผู้คุ้มครองสวนแห่งนี้ก็ค่อยๆล้มหายตายจากลงจนแทบจะไม่เหลือ กระทั่งเจ้าชายมาถึงที่สวนแห่งนี้พร้อมๆกับอิสระภาพของอาริแมน

    ??? อย่างไรก็ดี กำแพงภายในสวนยังคงสามารถกักขังอาริแมนมิให้หลุดพ้นออกไปได้ ทว่าอำนาจชั่วจะค่อยๆทะลุทะลวงไปอย่างช้าๆตามรอยแตกของกำแพงออกสู่โลกภายนอก และนั่นจะเป็นวันที่โลกจะต้องตกอยู่ในความชั่วร้ายของอาริแมนตลอดไป หากว่าเจ้าชายและเอริก้า พระสหายผู้ลึกลับ เพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสวน

    เจ้าชายผู้ไร้บัลลังก์

    เอริก้า พระสหายผู้ลึกลับ

    กับดักรูปแบบใหม่

    ??? “เดอะ คอรัปชั่น” คือทุกสิ่งทุกอย่างที่ทั้งอันตรายและแฝงด้วยความชั่วร้ายบนโลก มันอาจจะมาในรูปของศัตรูหรือในรูปของกับดักเพื่อเอาชีวิตของเจ้าชาย จะไม่มีใบเลื่อยหรือพื้นหนามอีกต่อไป มีแค่เพียงคอรัปชั่นที่จะมาเปลี่ยนพลิกโฉมหน้าของปรินซ์ออฟเปอร์เซียไป มันอาจจะไหลมาอยู่ใต้ฝ่าเท้า คอยกลืนกินเจ้าชายหากว่าพลาดท่าร่วงลงไป หรืออาจจะโผล่ออกมาจับตัวไปขณะเดินทาง หรืออาจจะทำให้ติดโรคร้าย หรือจะระเบิดกำแพงก็เป็นได้ ทั้งนี้ความหลากหลายของเจาคอรัปชั่นยังคงเป็นความลับที่ยังคงเป็นความลับอยู่ แต่สิ่งที่เราพอจะรู้คือ อำนาจของมันทำให้วิธีการเล่นแตกต่างไปมากทีเดียว

    เปิดโลกกว้างภายในสวน

    ??? ภายในโอเอซิสเปรียบเหมือนศูนย์กลางการผจญภัย จากใจกลางของมันผู้เล่นสามารถเลือกเดินทางไปที่ในก็ได้ตามใจชอบ โดยที่การเลือกสถานที่ที่ต้องการจะเป็นเรื่องที่ใหญ่โตพอดู

    ??? แรกทีเดียว คอรัปชั่นจะแพร่กระจายไปแบบช้าๆเรื่อยๆ สเตจแรกๆจึงยังไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าที่ควร และภายหลังจากเคีลยพื้นที่แถบนั้นเรียบร้อย รูบนกำแพงจะขยายใหญ่ขึ้นและคอรัปชั่นจะถูกดันกลับไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆที่ยังเหลืออยู่ หรือจะบอกว่าการเคลียพื้นที่แต่ละส่วนจะช่วยทำให้คอรัปชั่นค่อยๆเข้าไปรวมกันมากขึ้นๆ จนท้ายที่สุดก็ปรากฏออกมาเป็นสเตจสุดท้ายของเกม

    ?ที่มา : msn.com

    Tags: game, prince of persia

    PC กับ Server ต่างกันตรงไหน ????

  • Alert ต่างๆ : อันนี้ต้องบอกว่า PC นั้นไม่มี และ Server ประกอบก็ไม่มีเช่นกัน เทคโนโลยี่ Server นั้นก้าวไกลมาก ถึงขนาดที่ Server บางรุ่น สามารถบอกให้คุณได้รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าอุปกรณ์กำลังจะเสีย เสียชิ้นไหน เสียตัวที่เท่าไร ลองนึกภาพ หากคุณใส่ Memory ไปทั้งหมด 8 แถว แล้วเกิด Memory เสีย สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ถอดออกทีละแถว แล้วรันดูว่าอันไหนเสีย แต่เทคโนโลยี่ Server บางยี่ห้อ สามารถกดปุ่มใน board แล้วขึ้นไฟบอกได้เลยว่า Memory แถวไหนเสีย หรือหาก Harddisk กำลังเสีย วิ่งด้วยความเร็วผิด Speed ก็จะแจ้งเตือนที่หน้าเครื่องว่ากำลังจะเสีย สิ่งนี้คุณจะไม่พบได้เลยใน PC หรือแม้กระทั้ง Server ประกอบ
  • Mainboard : จริงๆแล้ว Mainboard เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ ชื่อก็บอกอยู่ล่ะว่า Main ถามต่อไปว่าต่างกันขนาดนั้น คงต่างกันที่สถาปัตยกรรม Board Server ถูกออกแบบมาให้รันได้ตลอด 24 ชม แต่ PC ไม่ใช่อย่างนั้น ส่วน Slot ต่างๆก็จะแตกต่างกัน Server โดยส่วนใหญ่จะ Onboard พวกการ์ดจอ และก็เช่นกัน มักไม่มี Sound Card ทั้งที่เพราะส่วนใหญ่นำ Server ไว้ share file รัน application เลยไม่ค่อยฟังเสียงกัน คนที่ใช้งาน multimedia มากๆมักจะใช้ workstation มากกว่า Server
    สำหรับความแตกต่างด้านราคานั้น ผมเคยซื้อตัวประกอบ Mainboard PC จะอยู่ที่ 1,500 – 3,000 แต่ถ้า Server ราคามักจะเริ่มต้นที่ 10,000 บาทสำหรับ Mainboard นี่คือพวก Server ประกอบนะครับ แต่เดี๋ยวนี้ Brand name ก็ถูกกว่าประกอบได้
  • Power Supply : Power Supply นั้นเป็นส่วนสำคัญ ป็นระบบจ่ายไฟของทั้งระบบ สำหรับตัวนี้นั้นสำหรับ Server ก็เช่นกัน ถูกออกแบบมาให้เปิดใช้งานได้ตลอด 24 ชม เท่าที่ผมเคยซื้อ มันตัวนึงก็ 5 พันกว่าบาทได้ นี่แบบถูกๆเลยนะ แต่เราจะเห็นว่า Power Supply PC มันลูกละ 150 บาทได้มั้ง เห็นว่ามันต่างกัน แล้วผมเคยมีประสบการณ์ บางคนใช้ PC แล้ว Power Supply ไหม้ ส่งผลถึงข้อมูลระบบ มันละลายลงไปโดน mainboard ทำให้ harddisk พังข้อมูลพัง จบเลยงานนี้ ดังนั้นท่านต้องคิดแล้วล่ะว่าข้อมูลท่านสำคัญมากน้อยแค่ไหน
    อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับ Server นั้นมีหลายรุ่นที่มี Reduntdant Power Supply นั้นคือ มันมี Power Supply 2 ตัวในเครื่องเดียว ป้องกัน Power Supply พัง แล้วยังเป็น Hot swap ด้วย นั้นคืออันไหนพังเราก็ดึงออกได้เลย โดยไม่ต้องปิดเครื่อง แล้วเสียบเข้าได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องเช่นกัน ก็จะไม่มี Downtime เลยว่างั้น
  • CPU : CPU นั้นต่างกันแน่นอน แต่ก็มี CPU ที่ไม่ต่างกันคือพวก CPU ตระกูล Pentium ทั้งหลาย บน Server กับ PC นั้นไม่ต่างกัน แต่สำหรับ Server เองที่อยู่ในระดับสูงนิดนึงก็จะมี XEON Processor เป็น Server ที่สำหรับ Server ใส่ได้ตั้งแต่ 2 ตัว 4 ตัว 8 ตัว 16 ตัว แล้วแต่ Mainboard จะเห็นว่าหากคุณรันงานหนักๆ คงไม่มีทางที่จะเอา CPU Pentium เพียงตัวเดียวมาทำงาน งานบางงานระดับ Software House ก็ใช้ Server ตัวนึงเป็นล้านๆ แต่ถามว่าแม้เป็นล้าน มันก็ทำงานได้หลายล้านเช่นกัน สรุปคือ CPU มีจำนวนที่ใส่ได้มากกว่า แล้วสามารถรองรับ Application ที่รันหนักๆได้อย่างดี
  • Memory : บางคนอาจจะ โห มันต่างกันด้วยเหรอ ต่างครับ Server จะใช้ Memory ที่เรียกว่า ECC Memory จะเป็น Memory ที่มีระบบป้องกันการส่งข้อมูลผิดพลาด อีกทั้ง Memory สำหรับบางยี่ห้อที่เป็น Chipkll คือเป็นเหมือน Mirror Memory เลยทีเดียว คือ หากคุณมี Memory 4 แถว เกิดพังไป 1 แถว ถ้าเป็น PC รันไปถึง Memory ตัวนั้นก็คงแฮงไปเลย แต่ Server ไม่พังคับ ก็ยังรันต่อไปได้ โดยไม่มีสะดุด้
  • Hard Drive : หรือ Harddisk นั้นแหละ ทำไมต่างกันนั้นเหรอ สำหรับ PC เราคงรู้จัก IDE กัน แล้วก็เดี๋ยวนี้คงเป็น Serial ATA (SATA) มาแทน IDE แต่สำหรับ Server นั้นจะสามารถใช้งาน SCSI ได้ ซึ่งเป็น Harddisk ที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ แล้วยังมีเทคโนโลยี่ใหม่เรียกว่า SAS (แซด) ฟังดูเศร้าๆ แต่ก็เป็นเทคโนโลยี่ของ SCSI ใหม่ที่ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นไปอีก
  • RAID Controller : RAID หลายคนอาจจะฟังแล้วไม่คุ้น บางคนก็คงคุ้นเคย ใน PC นั้นไม่มี RAID แน่นอนทำให้เลยไม่คุ้นสักเท่าไร แต่ใน Server นั้น RAID มีความสำคัญมาก ถ้าพูดถึงข้อมูลแล้ว เราคงให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นเลยมีเทคโนโลยี่ RAID เพื่อช่วยป้องกัน Harddisk พัง ซึ่งจะทำให้มี Harddisk ที่พร้อมทำงานแทนตลอดเวลาเมื่อลูกใดลูกหนึ่งพัง ก็ไม่ต้องมานั่งกู้ข้อมูล Restore กันให้วุ่นวาย รวมถึง RAID ยังสามารถทำให้ประสิทธิภาพในการเรียกใช้งาน Harddisk ทำได้เร็วขึ้นด้วย ก็มีเช่นกัน ดังนั้นทำให้หลายองค์กรก็เลือกใช้ RAID เพื่อป้องกันข้อมูลที่สำคัญของตนเอง ไว้ผมจะเขียนเรื่อง RAID ให้ว่าแต่ละ RAID ต่างกันอย่างไรมันมีตั้งแต่ RAID 0,1,5,0+1,10 สารพัด RAID
  • ทิปนี้คัดลอกมาจาก : www.2beshop.com

    Tags: pc, server
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • ผู้ผลิตของเล่นสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Sega และ Hasbro ร่วมกันเปิดตัวหุ่นยนต์นักเต้นสองล้อรุ่นใหม่ที่สามารถเป็นลำโพงเสียงสเตอริโอในตัว รับรองว่าคู่เต้นรายนี้ไม่มีการเต้นพลาดไปเหยียบเล็บขบบนหัวแม่เท้าใครแน่ๆ
    ???????

    ???????หุ่นยนต์เท้าไฟนี้สามารถควบคุมการทำงานได้ด้วยรีโมทคอนโทรว์ มีชื่อเรียกว่า A.M.P หรือ Ampbot ย่อมาจากชื่อเต็ม Automated Music Personality ความสูง 73 ซม.หรือประมาณ 2.4 ฟุต
    ???????
    ???????ผู้ใช้ Ampbot สามารถเสียบเครื่องเล่นเพลง MP3 หรือ iPod ไว้ที่หลังหุ่นได้โดยตรง เมื่อเปิดฟังก์ชันเต้น Ampbot จะเต้นรำพร้อมผงกศรีษะซึ่งมีไฟ LED สีแดงติดไว้ และจะปล่อยแสงกระพริบเรียกบรรยากาศคึกคักตามจังหวะเพลง ส่วนควบคุมลำโพงในตัวถูกติดตั้งไว้ที่ส่วนแขนของหุ่น สามารถหมุนปิดและเปิดเพื่อปรับระดับหรือตั้งค่าพิเศษเสียง รวมถึงสามารถสแครชแผ่นแบบ DJ มืออาชีพได้
    ???????
    ???????”Ampbot เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ชื่นชอบหุ่นยนต์หัวใจเด็ก ซึ่งใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะใช้ชีวิตกับหุ่นยนต์” โอซามุ ทาเคอุชิ ผู้บริหาร Sega Toys กล่าวระหว่างการเปิดตัวหุ่นในงานแสดงของเล่นซึ่งจัดขึ้นในกรุงโตเกียวหรือ Tokyo Toy Show
    ???????
    ???????Ampbot นั้นออกมาตามหลัง “Miuro” ของค่าย ZMP และ “Rolly” ของค่าย Sony ทั้งสองผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องเล่นเพลงทรงรีที่สามารถกลิ้งไปมาขณะเปิดเพลงได้ แม้จะมีแนวคิดคล้ายกันแต่ทาเคอุชิระบุว่า Ampbot มีข้อแตกต่างคือความสามารถในการโต้ตอบกับเจ้าของที่ชัดเจนกว่า
    ???????
    ???????Sega และ Hasbro มีแผนวางจำหน่าย Ampbot ในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤศจิกายนนี้ และพร้อมขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆภายใน 18 เดือน
    ???????
    ???????ขอบคุณภาพข่าวจากรอยเตอร์สและเอเอฟพี

    ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

    Tags: japan, robot
  • 1 Comment
  • Filed under: ไอที
  • ผลการศึกษาพบ กูเกิล (Google) ขึ้นแชมป์ทำเนียบบริษัทที่มีกิตติศัพท์ชื่อเสียงดีที่สุดในสหรัฐฯขณะนี้ เบียดบริษัทสายการบินตกชั้น ผลจากชื่อเสียงด้านสวัสดิการพนักงานดีเยี่ยม ไล่ตั้งแต่การมี”nap pods”หรือ”แคปซูลงีบ”อุ่นสบายให้พนักงานได้งีบหลับผ่อนคลายแม้ในเวลางาน หรือการให้เวลาว่าง 20 เปอร์เซ็นต์ในเวลางานสร้างโครงงานของตัวเองได้ตามชอบใจ
    ??????????????????????????????????????????????
    ???????ผลสำรวจของ Harris Interactive Reputation Quotient ระบุว่าสวัสดิการกูเกิลดีเลิศของกูเกิลสวนทางกับบริษัทสายการบินในสหรัฐ ซึ่งมีแผนปรับลดค่าตอบแทนพนักงานลงแต่กลับมีแผนเพิ่มค่าบริการและค่าธรรมเนียมอื่นๆที่เคยไม่คิดค่าบริการมาก่อน เช่น บริการอาหาร หรือบริการตรวจสอบกระเป๋า ทั้งหมดนี้ส่งให้ความชื่นชอบบริษัทสายการบินของชาวอเมริกันลดลง
    ???????
    ???????ขณะเดียวกัน หากเทียบชื่อเสียงเรื่องสวัสดิการพนักงานในกลุ่มบริษัทไอที จะพบว่ากูเกิลนั้นเป็นอันดับ 1 เหนือกว่าไมโครซอฟท์ (Microsoft) ซึ่งครองอันดับ 10 ของตาราง
    ???????
    ???????”การจัดอันดับบริษัทเหล่านี้ คำนึงถึงวิธีปฏิบัติกับพนักงานในองค์กร และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นหลัก” Robert Fronk รองประธานอาวุโสของ Harris กล่าว “นอกจากนี้คือความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของบริษัท และความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม”
    ???????
    ???????การสำรวจครั้งนี้รวบรวมรายชื่อ 60 บริษัทในสหรัฐฯ จากการสัมภาษณ์ชาวอเมริกันจำนวน 7,105 คนเมื่อเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งกลุ่มตัวอย่างจะต้องบอกชื่อบริษัทยอดเยี่ยมและบริษัทยอดแย่ในความคิดของตัวเอง จากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม กลุ่มตัวอย่างจึงช่วยกันจัดอันดับ 60 บริษัทที่ถูกเอ่ยถึงมากที่สุดใน 20 ด้าน เช่น บริษัทที่ให้ความรู้สึกดึงดูดใจมากที่สุด บริษัทที่สินค้ามีคุณภาพมากที่สุด และบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากที่สุด เป็นต้น
    ???????
    ???????Fronk กล่าวว่า สัดส่วนความชื่นชอบบริษัทสายการบินอเมริกันลดลงจาก 31 เปอร์เซ็นต์ในปีที่แล้วเหลือ 26 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการลดลงมากที่สุดในกลุ่มตัวอย่างจาก 11 อุตสาหกรรม โดย 1 ใน 10 บริษัทในฝันที่ค้นหูชาวไทยประกอบด้วย Johnson & Johnson ที่ร่วงจากอันดับ 2 มาอยู่อันดับ 9 รวมถึงผู้ผลิตชิปอย่าง Intel ผู้ผลิตสินค้านานาชนิดอย่าง 3M ผู้ค้าน้ำดำรายใหญ่ Coca-Cola และผู้ผลิตรถยนต์อาทิตย์อุทัยอย่าง Honda Motor
    ???????
    ???????การสำรวจพบว่า สถาบันการเงินไม่มีชื่ออยู่ในรายการบริษัทในดวงใจของชาวอเมริกันเลย ที่สำคัญ คณะสำรวจเชื่อว่าความรู้สึกชื่นชอบเหล่านี้มีนัยสำคัญ ที่สะท้อนว่าผู้บริโภคจะซื้อผลิตภัณฑ์ สนใจลงทุน หรือร่วมเป็นสมาชิกกับบริษัทใด
    ???????
    ???????สำหรับ 5 บริษัทที่ได้รับการโหวตเป็นบริษัทยอดแย่ บริษัทบริการน้ำมัน Halliburton บริษัทน้ำมันของเวเนซุเอลา Citgo สายการบิน Northwest Airlines ยักษ์ใหญ่ผู้ขุดเจาะน้ำมัน Exxon Mobil และผู้ให้บริการเคเบิลทีวีรายใหญ่ในสหรัฐฯ Comcast
    ???????
    ???????เรียบเรียงจากรอยเตอร์ส

    ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

    Tags: champ, google
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • ???????กระทรวงไอซีที เดินหน้าจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 พ.ศ.2551 เร่งจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดมาตรการขับเคลื่อนไอซีทีของประเทศไทยในแต่ละยุทธศาสตร์ หลังการยกร่างวิสัยทัศน์ และประเด็นยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์เสร็จ หวังเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย
    ????????
    ???????นายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เผยว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ในฐานะคณะทำงานการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2552 ? 2556 จัดการประชุมกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการขับเคลื่อนการพัฒนาไอซีทีของประเทศไทยในแต่ละยุทธศาสตร์ตามโครงการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ.2552 ? 2556 ระหว่างวันที่ 17 ? 24 มิถุนายน 2551 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น
    ???????
    ???????ภายหลังจากคณะทำงานจัดทำแผนแม่บทฯ ได้ยกร่างวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ตลอดจนประเด็นยุทธศาสตร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมาจากการวิจัยเชิงลึกถึงสถานภาพปัจจุบันและแนวโน้มการพัฒนาไอซีทีในอนาคต การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและภัยคุกคามของการพัฒนาไอซีทีในประเทศไทยกับผู้เกี่ยวข้องในกลุ่มย่อย รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากภาคเอกชน
    ???????
    ???????การยกร่างมาตรการ แผนงาน และโครงการเร่งด่วนที่เหมาะสมกับยุทธศาสตร์แต่ละกลุ่ม จะมาจากการรับฟังและสังเคราะห์ความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงกระทรวงไอซีที ผู้แทนสมาคมภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไอซีที หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนสถาบันการศึกษา และคณะทำงานจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับ 6 ยุทธศาสตร์อันเป็นมาตรการในการขับเคลื่อนไอซีทีของประเทศไทย
    ???????
    ???????ยุทธศาสตร์ที่ 1 เป็นการพัฒนากำลังคนด้านไอซีทีและบุคลากรในทุกวิชาชีพที่มีความสามารถในการใช้สารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณและรู้เท่าทัน ยุทธศาสตร์ที่ 2 เป็นการสร้างธรรมาภิบาลในระบบบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ยุทธศาสตร์ที่ 3 เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารยุทธศาสตร์ที่ 4 เป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารและการบริการของภาครัฐ หรือ e-Governance ยุทธศาสตร์ที่ 5 เป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไอซีที (ICT Industry Competitiveness) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เข้าประเทศ และยุทธศาสตร์ที่ 6 เป็นการใช้ไอซีทีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
    ???????
    ???????เป้าหมายของกระทรวงไอซีทีคือกลุ่มเป้าหมายที่มาร่วมการประชุมระดมความคิดเห็นมีความเข้าใจถึงทิศทางการพัฒนาไอซีที ในด้านวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ เป้าหมายและประเด็นยุทธศาสตร์ในร่างฉบับที่ 1 ของแผนแม่บทฯ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2552 ? 2556) ตลอดจนร่วมเสนอแนะความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการ แผนงาน โครงการเร่งด่วนที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภายในกรอบระยะเวลา 5 ปี (2552 ? 2556) ได้อย่างเป็นรูปธรรม
    ???????

    ???????รวมถึงให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะต่อบทวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บริการและคอนเทนต์ ซึ่งหลังจากแผนแม่บทฉบับนี้เสร็จสิ้นและนำไปใช้งานจริงแล้ว จะเป็นการยกระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของรัฐและภาคธุรกิจผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบเบ็ดเสร็จณ จุดเดียว สามารถทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แบบปลอดภัยได้หลายรูปแบบ

    Tags: ict
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • “แอปเปิ้ล” ปูพรมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 50 แห่งทั่ว ปท. ทั้งโมเดล iStudio, iBeat และล่าสุดเปิด “U-Store” บุกมหา”ลัยดัง เข้าถึงกลุ่มนักศึกษา คนรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง ประเดิม มธ.-มช. และ ม.รังสิต ประกาศพร้อมเดินหน้าเจรจากับทุกสถาบันการศึกษาที่สนใจ เผยแนวโน้มการเติบโตยอดขายไปได้สวย ผู้บริโภคให้การตอบรับแบรนด์ “แอปเปิ้ล” มากขึ้น ขณะที่ข้อมูลยังไม่ชัด “ไอโฟน” มาเมืองไทยเมื่อไหร่

    ?


    นายเทอดศักดิ์ สกุลยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันโมเดลช่องทางการจัดจำหน่ายของแอปเปิ้ลมี 3 รูปแบบ คือ iStudio, iBeat และ U-Store โดยในส่วนของ U-Store เป็นโมเดลใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น โดยขณะนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 2 แห่ง คือ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต และที่มหาวิทยาลัยรังสิต และเร็วๆ นี้จะเปิดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตกแต่งสถานที่

    “แอปเปิ้ลพร้อมที่เข้าไปในมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ขึ้นอยู่กับความพร้อมและมุมมองของมหาวิทยาลัยว่าไปในทิศทางเดียวกับเราหรือไม่ โดยขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการเจรจากับอีกหลายแห่ง เราไม่ได้หยุดแค่นี้แน่นอน”

    นายเทอดศักดิ์กล่าวว่า ตลาดการศึกษาถือว่าเป็นตลาดสำคัญของแอปเปิ้ลมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมานักศึกษาต้องออกมาซื้อที่รีเทลช็อปข้างนอก แต่ต่อไปนี้แอปเปิ้ลจะเข้าไปตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายถึงที่ เพราะโปรดักต์ของแอปเปิ้ลค่อนข้างชัดว่าเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับการเรียนการสอน ทางมหาวิทยาลัยเห็นประโยชน์ที่นักศึกษาจะได้รับจากการที่ให้บริษัทเข้าไปเปิดช็อป

    สำหรับ iStudio ปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น19 แห่ง จะเป็นช็อปที่เต็มรูปแบบที่สุด ซึ่งต้องเป็นตัวแทนระดับพรีเมี่ยม รีเซลเลอร์ (premiun reseller) เท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์ เพราะนอกจากจะมีสินค้าครบแล้ว ในแง่ของพนักงานขายก็ต้องมีความรู้มากเป็นพิเศษ ซึ่งในกรณีของตัวแทน iStudio จะมีเงื่อนไขค่อนข้างมาก แต่สำหรับ iBeat จะเป็นช็อปที่มีขนาดเล็กกว่า และสินค้าที่วางจำหน่ายน้อยกว่า โดยจะเลือกพาร์ตเนอร์ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจไอทีเข้ามาช่วยในการทำตลาด ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 30 แห่งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

    “คอนเซ็ปต์ U-Store และ iStudio ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่ U-Store ก็เป็นช็อปที่เปิดในมหาวิทยาลัยเพื่อเจาะกลุ่มนักศึกษา โดยในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายก็จะมีการขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 3 โมเดลตามความเหมาะสมแต่ละทำเล ซึ่งตลาดของแอปเปิลในเมืองไทยก็มีการเติบโตและได้รับการตอบรับมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อมีสินค้าคอนซูเมอร์อย่างไอพอดและไอโฟน ก็ทำให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับ แบรนด์แอปเปิ้ลมากขึ้น” นายเทอดศักดิ์กล่าวและว่า

    ในกรณีของไอโฟนนั้นจะเข้ามาทำตลาดในเอเชียภายในปีนี้ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าเมื่อไหร่ โดยปัจจุบันสินค้าที่ทำรายได้หลักให้บริษัทก็คือ คอมพิวเตอร์แมคอินทอช ซึ่งมีทั้งกลุ่ม คอร์ปอเรตและคอนซูเมอร์

    ด้านนางสาวพรเพ็ญ แก้วสุรพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อี ไอ ที เอส โซลูชั่น จำกัด ผู้แทนจำหน่ายสินค้าของ แอปเปิ้ลมากว่า 10 ปี กล่าวว่า บริษัทได้เปิดร้านค้าปลีกภายใต้แบรนด์ U-Store ภายในมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นครั้งแรก จากเดิมที่ทำตลาดเฉพาะคอร์ปอเรตขนาดใหญ่และสถาบันการศึกษาเท่านั้น โดยใช้งบฯลงทุนประมาณ 2 ล้านบาท โดยมีแอปเปิ้ลเป็น ผู้ช่วยเรื่องการตลาดและอนุมัติความเห็นชอบการทำกิจกรรมต่างๆ

    โดยภายในร้านจะจำหน่ายสินค้าจาก แอปเปิ้ลทุกชนิด และแอ็กเซสซอรี่ไอทีอื่นๆ พร้อมกับเป็นสถานที่ให้นักศึกษาสามารถทดลองใช้สินค้า หรือฝึกโปรแกรมต่างๆ ได้ ซึ่งอนาคตต้องการให้ U-Store เป็นศูนย์กลางด้านไอที ในการจัดเวิร์กช็อป หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ โดยมี เจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้ข้อมูลด้านการใช้งานไอทีได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันราคาสินค้าที่ขายภายในร้านบางรุ่นจะเป็นราคาเพื่อการศึกษา โดยหากผู้ซื้อสินค้าโชว์บัตร น.ศ.สถาบันใดก็ตาม สามารถลดราคาได้ 10%

    “ที่เข้ามาเปิดร้านในมหาวิทยาลัย เพราะเดิมมีลูกค้าที่เป็นสถาบันการศึกษาอยู่แล้ว จึงทำให้ทั้งอาจารย์ นักศึกษา อยากซื้อสินค้าใช้เองบ้าง จึงหันมาเปิดร้านในมหาวิทยาลัย และนักศึกษา ม.รังสิตก็เป็น กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยปัจจุบันคาดว่านักศึกษา ม.รังสิตประมาณ 20% ที่ใช้สินค้าของแอปเปิ้ลอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องการขยายเพิ่มเป็น 50%”

    ปัจจุบันการเปิดร้านจำหน่ายสินค้า แอปเปิ้ลภายในมหาวิทยาลัยดังๆ ทั่วโลก จะใช้ชื่อ “Campus Store” และจะบริหารงานจากแอปเปิ้ลโดยตรง โดยให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยทำหน้าที่ช่วยเผยแพร่กิจกรรม เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของผู้ใช้เทคโนโลยีของแอปเปิ้ล

    นางสาวพรเพ็ญกล่าวว่า รูปแบบของร้าน U-Store และ i-Studio ไม่ต่างกัน เพราะเป็นตัวแทนจำหน่ายร้านรีเทลเหมือนกัน เพียงแต่ U-Store ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย

    “U-Store จะมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนคือ นักศึกษา ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและยังได้ราคาพิเศษ ซึ่งการตั้งร้านในมหาวิทยาลัยมีข้อดีตรงที่ทุกๆ ปีจะมีลูกค้าใหม่ เพราะเด็กปี 1 เข้าเรียน ไม่ใช่ลูกค้ากลุ่มเดิม ถึงแม้ว่ากลุ่มลูกค้าไม่กว้าง แต่สามารถโฟกัสเป้าหมายได้ชัดเจน ขณะเดียวกันการแข่งขันไม่สูงมากเหมือนร้านค้าทั่วไป แต่อาจจะมีช่วงเปิด-ปิดเทอมแทน” นางสาวพรเพ็ญกล่าวและว่า

    ภาพรวมการจำหน่ายสินค้าแอปเปิ้ลพบว่า ตลาดโตขึ้นเพราะเทรนด์สินค้าใหม่ๆ มาแรง และการรับรู้ของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยน จากเดิมที่คิดว่าแอปเปิ้ลใช้ยาก แต่ตอนนี้คนเข้าใจมากขึ้น โดยสินค้าของแอปเปิ้ลที่ขายดีอันดับ 1 คือ Macbook ระดับราคา 4 หมื่นบาท อันดับ 2 Macbook Pro ราคา 6.5 หมื่นบาท และ i-Mac ราคาประมาณ 3.8 หมื่นบาท สำหรับปีนี้ อีไอทีเอส ตั้งเป้ายอดขายทั้งหมด 80 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากแอปเปิ้ล 80% จากยอดขายทั้งหมด จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 60 ล้านบาท

    ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

    Tags: apple, u-store
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • ยังรักษาตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ไว้ได้เหนียวแน่นเช่นเคย สำหรับยักษ์มือถือโลก “โนเกีย”

    ผลงานล่าสุดที่แจ้งตัวเลขอย่างเป็นทางการไว้ เป็นในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ (2551) มียอดขายทั้งสิ้น 115.5 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 27% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แม้จะลดลง 13% จากไตรมาสก่อนหน้านั้น แต่ก็เติบโตสูงกว่าตลาดรวมทั่วโลก ที่มีทั้งสิ้น 295 ล้านเครื่อง (เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว) ลดลง 12% จากไตรมาสก่อน

    และมีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลก 39% ลดจาก 40% ในไตรมาส 4 ปี 2550

    ในแง่แบรนดิ้งจากการจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุด 10 อันดับโลก ปี 2550 ของ BusinessWeek magazine/Interbrand Global Brand Scorecard “โนเกีย” ติด กลุ่มท็อปเทนแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุด คือสูงถึง 33,696 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 12% จาก 30,131 ล้านเหรียญสหรัฐ

    ไต่จากอันดับ 6 ขึ้นมาเป็นอันดับ 5 รองจากโคคา-โคลา, ไมโครซอฟท์, ไอบีเอ็ม และจีอี

    ถือเป็นยูโรเปี้ยนแบรนด์และผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเพียง 1 เดียวของโลกที่ติด กลุ่มท็อปเทน

    ว่ากันว่าการตัดสินใจเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ที่มีราคาถูกๆ เพื่อทำตลาดในประเทศเกิดใหม่อย่างแข็งขัน (อินเดีย, จีน) ทำให้ยอดขายและมาร์เก็ตแชร์ของผู้ผลิตมือถือจากประเทศเล็กๆ ไกลสุดขอบโลกอย่าง “ฟินแลนด์” ยังคงรักษาอันดับการเติบโต ต่อเนื่องเอาไว้ได้

    เก็บหมดทั้งโลว์เอนด์-ไฮเอนด์ ตั้งแต่ตลาดเกิดใหม่ (emerging market) นิยมสินค้าราคาถูก และตลาดที่เติบโตมั่นคงแล้ว (mature market)

    “คริส คาร์” รองประธานฝ่ายขาย โนเกีย แปซิฟิก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ปีนี้เรายังมีการเติบโตทั้งในแง่จำนวนของยอดขายและผลกำไร ดูได้จากผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ และมั่นใจว่าโดยรวมทั้งปีจะรักษาระดับการเติบโตต่อเนื่องเอาไว้ได้ เพราะทุกวันนี้มือถือได้กลายเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับผู้บริโภคไปแล้ว

    “ราคาสินค้าต่างๆ ปรับราคาขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาปรับตอนนี้ จึงเหมือนกับว่าผู้บริโภคปรับตัวเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว แม้ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้น และมีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อก็ตาม คนอาจหยุดดูหนัง หรือหยุดใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่ยังซื้อมือถือเพราะเป็นของจำเป็น”

    แม้ในขณะนี้จะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ แต่ก็จะติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ อย่างใกล้ชิด

    อย่างในเวียดนาม เราพบว่าคนที่ซื้อมือถือเครื่องแรกจะซื้อสินค้าที่มีระดับราคา 100-200 เหรียญสหรัฐเป็นหลัก ซึ่งถือว่าค่อนข้างแปลก เพราะไม่ใช่เครื่องที่มีราคาถูกเลย ทั้งยังพบด้วยว่ากำลังซื้อคนชั้นกลางโตขึ้นอีกต่างหาก ซึ่งโนเกียมีสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และทุกความต้องการของลูกค้า

    สินค้าทุกรุ่นที่ผลิตออกสู่ตลาดจะพัฒนาขึ้นมาจากการศึกษา ทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน และความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแฟชั่นโฟน, มัลติมีเดียโฟน หรือกลุ่มบิสซิเนสโฟน

    เฉพาะปีที่แล้วทั้งปี มีมือถือรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดมากกว่า 30 รุ่น

    ปีนี้ก็ไม่น่าน้อยหน้าไปกว่ากัน เช่น ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ก็มีมิวสิกโฟน 2 รุ่นใหม่ ได้แก่ 5320 และ 5220

    ก่อนหน้านั้นใน Mobile World Congress ที่บาร์เซโลนา ก็มี 4 รุ่น ได้แก่ N78, N96, 6210 Navigator และ 6220 classic ล่าสุดกับ 2 รุ่นใหม่ในกลุ่มบิสซิเนสโฟน ที่สิงคโปร์ ใน Nokia Connection 2008 กับ E71 และ E66

    2 รุ่นนี้มีจุดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์ที่สวยงาม และรองรับการทำงานได้ครบครัน ทั้งการจัดการข้อมูลส่วนตัว อีเมล์โซลูชั่นที่หลากหลาย และการใช้งานมัลติมีเดีย ทั้งแผนที่ (A-GPS), เพลง, มีเดียแชริ่ง, มีกล้องถ่ายรูปออโต้โฟกัสความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล และเชื่อมต่อเน็ตความเร็วสูง (HSPA-3G) เป็นต้น

    เรียกว่ารองรับการทำงานระดับองค์กรโดยเฉพาะ

    เพราะ 2 รุ่นล่าสุดของ “โนเกีย” เปิดตัวหลัง “ไอโฟน” ใหม่ เพียงไม่กี่วัน

    แถมเป็น “ไอโฟนใหม่” ที่มีราคาถูกแสนถูก จนน่าตกใจ 199 เหรียญสหรัฐ (8GB) และ 299 เหรียญสหรัฐ (16GB) แม้จะเป็นราคาโอเปอเรเตอร์ซับซิไดซ์ก็เถอะ

    …มองปรากฏการณ์ไอโฟนอย่างไร ?

    ด้วยราคาที่ถูกมาก (ของไอโฟน) จะกระทบกับการทำตลาดของโนเกียหรือไม่ ?

    ถ้าจะลงราคามาสู้ ก็คงกระทบกับสินค้ารุ่นอื่นๆ ??

    เป็นคำถามที่ “โนเกีย” ต้องตอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    “เรารู้สึกดีที่ไอโฟนเข้ามาตอกย้ำกลุยทธ์และวิสัยทัศน์ของโนเกีย เรื่อง convergence เรามี N95 ที่ขายดีมาก หลังทำตลาดมาประมาณ 1 ปี ขายไปได้แล้วถึง 10 ล้านเครื่องทั่วโลก เทียบกับไอโฟนแล้วจึงถือว่าโนเกียได้เดินไปก่อนแล้วในระดับหนึ่ง ถ้ามองในภาพรวม แอปเปิลเองมีสินค้า 1-2 ตัวสำหรับลูกค้าทั้งหมด ต่างจากเราที่มีโปรดักต์จำนวนมากที่มีความหลากหลายสำหรับแต่ละเซ็กเมนต์ ดังนั้นตลาดของเราจึงใหญ่กว่ามาก” รองประธานฝ่ายขาย โนเกีย แปซิฟิก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนเดิมตอบทุกคำถาม และพูดต่อว่า

    “กับรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว (199 เหรียญสหรัฐของไอโฟน) คือราคาซับซิไดซ์ (ขายต่ำกว่าราคาทุน) เฉพาะในอเมริกา การ ซับซิไดซ์ในแต่ละตลาดก็จะแตกต่างกัน ที่อเมริการายได้ต่อเลขหมายต่อเดือนค่อนข้างเยอะ จึงยังเป็นคำถามว่าในประเทศอื่น โอเปอเรเตอร์จะขายได้ในราคาเท่าไร สำหรับโนเกีย การทำตลาดในบางประเทศกับสินค้าบางรุ่นก็มีการซับซิไดซ์โดยโอเปอเร เตอร์เช่นกัน เช่น ในออสเตรเลีย สิงคโปร์”

    ถึงกระนั้นการเปิดเกมรุกเข้าสู่ตลาด มือถือของ “แอปเปิ้ล” ยังน่าติดตามด้วยความตื่นเต้นอยู่ดี

    ราคาถูกแสนถูกก็เรื่องหนึ่ง ต้องยอมรับว่าปรากฏการณ์ไอโฟนในบ้านเราไม่น้อย หน้าประเทศอื่น

    ก็ขนาดเครื่องที่ใช้กันทุกวันนี้เป็นสินค้าในกลุ่มเกรย์มาร์เก็ตล้วนๆ คือ หิ้วกันเข้ามาขาย แถมราคาค่อนข้างสูง 17,000-22,000 บาท ก็ยังมีคนใช้เป็นหลักแสนเครื่องแล้ว

    ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

    Tags: iphone, nokia
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • Linpus Linux Lite ในซับ-โน้ตบุ๊ก

    ในงาน คอมมาร์ต เอ็กซ์เจน ที่เพิ่งผ่านไป โน้ตบุ๊กราคาถูกๆ ออกมาโชว์ตัวเรียกความสนใจกันหลายเจ้า พวกนี้ล้วนอาศัยระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ถูกลงไปอีก ต่างสายพันธุ์กันไป สายพันธุ์ที่น่าสนใจเห็นจะเป็น Linpus Linux Lite ซึ่ง 2 ยี่ห้อใช้เหมือนกัน และสร้างความโดดเด่นให้กับงานทั้งคู่ หนึ่งนั้นคือ Aspire One จากค่ายเอเซอร์ ซึ่งอาจจะเพราะรูปลักษณ์ของเครื่อง ยี่ห้อ และการตลาด ในราคา 14,900 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

    ส่วนอีกยี่ห้อคือ MSI Wind U100 นี่ก็ใช้ Linpus เหมือนกัน ราคาแพงกว่าของ เอเซอร์ 99 บาท เป็นราคาจองทั้งคู่เพราะของยังไม่มา ดูจากสเป็กฮาร์ดแวร์แล้ว MSI Wind เหนือกว่าอยู่หลายส่วน ก็คงเสียเปรียบกันที่ยี่ห้อซึ่งคนไทยทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก

    คำถามที่ถามกันค่อนข้างมากยิ่งกว่า ก็คือ Linpus Linux Lite นี่เป็นใครมาจากไหน ขออนุญาตนำข้อมูลมาขยายความให้เป็นที่รู้จักกันอีกสักหน่อย แม้จะยังไม่เคยทดสอบจากของจริงก็ตาม

    Linpus Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Fedora Linux ด้วยวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ โดยบริษัท Linpus Technology แห่งไต้หวันที่ เชี่ยวชาญลีนุกซ์โดยเฉพาะ พัฒนามันไปใช้กับแทบจะทุกเซ็กเตอร์ของคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์, เดสก์ทอป, แล็ปทอป ตลอดจนในตลาดเอ็มเบด และแฮนด์เฮลด์ทั้งหลาย ตลอดจน Linpus Linux Media Center ที่พัฒนาไว้ครบครันสำหรับมัลติมีเดียบนลีนุกซ์

    เริ่มพัฒนาลีนุกซ์ภาษาจีนออกมาลุยตั้งแต่ปี 2542 โน่น สร้างชื่อเสียงในการพัฒนาลีนุกซ์มาต่อเนื่อง จน

    กระทั่งปีที่แล้วเริ่มส่งลีนุกซ์สำหรับพีซีราคาถูกออกมาสู่ตลาดโลก โดยตลาดใหญ่ที่สุดของ Linpus อยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน และตามมาด้วยไลต์เวอร์ชั่นสำหรับ โน้ตบุ๊กราคาถูกที่ไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์สูงมาก

    เท่าที่เห็นนอกจากจุดเด่นให้ใช้งานได้ง่ายด้วยพื้นที่จำกัดของหน้าจอ ซึ่งโน้ตบุ๊ก ราคาถูกหรือเน็ตบุ๊กทั้งหลายต่างก็เน้นด้วยกันทั้งนั้น Linpus Linux Lite ยังเด่นอีกจุดก็คือการทำให้ส่วนติดต่อผู้ใช้งานมีสองโหมดด้วยกัน นั่นคือโหมดใช้งานง่ายที่คล้ายๆ กับสายพันธุ์อื่น นั่นคือการนำไอคอนของโปรแกรมใช้งานที่จำเป็นทั้งหมดมาเรียงกันอยู่บนหน้าจอให้เลือกคลิกเรียกใช้ได้ทันที

    กับโหมดแอดวานซ์สำหรับผู้ใช้งานในระดับที่มีความรู้ หรือชำนาญการใช้งานอยู่พอสมควร ในโหมดหลังนี้บนหน้าจอก็จะคล้ายกับที่เราคุ้นเคยกันอยู่ทั่วๆ ไป เรียกใช้โปรแกรมจากการคลิกเมนูที่เก็บไว้ ทำให้หน้าจอโล่งขึ้น

    ในแง่ของประสบการณ์ยาวนานและความเชี่ยวชาญลีนุกซ์ของ Linpus Technology จึงน่าจะรับประกันได้ชั้นหนึ่งแล้วว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการไม่ใช่ “เครื่องอะไรก็ไม่รู้” ทว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่พัฒนามานานให้พร้อมผู้ใช้งานและใช้งานง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการของราคาถูกคุณภาพดี

    ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

    Tags: linux, linux lite, lipus
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • “แอลจี” รุกปูพรมตลาดมือถือครบทุกเซ็กเมนต์ เพิ่มความหลากหลายสินค้าระดับกลาง-บน พร้อมโหมสร้างแบรนด์เพื่อยกระดับเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ เผยครึ่งปีหลังเข็นสินค้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 40 รุ่น ลุยขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเสริมทั้งในกรุงเทพฯและ ตจว. ตั้งเป้าขยับส่วนแบ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ของตลาดด้วยยอดขาย 1 ล้านเครื่อง

    นายเฮียน วู ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของมือถือแอลจีครึ่งปีหลังว่า จะขยายสินค้าให้ครอบคลุมทุก เซ็กเมนต์มากขึ้น โดยครึ่งปีแรกได้เปิดตัวมือถือแล้ว 11 รุ่น จากโรดแมปสินค้าใหม่ทั้งปี 40-50 รุ่น แบ่งเป็นรุ่นโลว์เอนด์ 30-40% ส่วนรุ่นระดับกลางและรุ่นไฮเอนด์เฉลี่ยอย่างละ 30% โดยเฉพาะรุ่นระดับราคาตั้งแต่ 8.9 พันบาท จะเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้มากขึ้น เน้นจุดเด่นด้านดีไซน์และเทคโนโลยี รวมถึงรุ่นที่เป็นสมาร์ตโฟน เพราะเชื่อว่ากำลังซื้อของกลุ่มพรีเมี่ยมไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ และเพื่อเป็นการบาลานซ์สินค้าและรายได้ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากราคาที่ลดลง

    โดยเน้นบริการหลังการขายมากขึ้น พร้อมกับขยาย LG Mobile Shop เพิ่มอีก 6-10 แห่ง ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดจากปัจจุบันที่มีเพียงแห่งเดียว และเพิ่มคอร์เนอร์แอลจีต้ามร้านรีเทลมือถือต่างๆ เพื่อเป็นจุด drop point

    รวมถึงจะเน้นการสร้างแบรนด์แอลจีเพื่อยกระดับเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ ชูจุดเด่นด้าน stylish และ smart design ในทุกหมวดสินค้า โดยใช้การ synergy สินค้าจากทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความถี่ในการจดจำแบรนด์ของผู้บริโภค พร้อมกับสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งภายใน 2-3 ปีนี้

    นายเฮียน วู ลี กล่าวอีกว่า ครึ่งปีแรกแอลจีมียอดขายมือถือ 4 แสนเครื่อง ข้อมูลจากจีเอฟเคระบุว่า เดือน เม.ย.แอลจีมีส่วนแบ่งตลาด 4% เป็นอันดับ 4 ของตลาดต่อจากโนเกีย, ซัมซุง และไอโมบาย ขณะที่เดือน เม.ย-พ.ค มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น 5-6% เพราะได้เพิ่มสินค้าพรีเมี่ยม รวมถึงนำสินค้าระดับกลางมาทำตลาดมากขึ้น โดยปีนี้ แอลจีตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด 10% หรือ 1 ล้านเครื่อง ขยับขึ้นอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดจากปีที่ผ่านมามียอดขาย 6 แสนเครื่อง ซึ่งรายได้จากกลุ่มธุรกิจมือถือของแอลจีปีที่ผ่านมาประมาณ 2,000 ล้านบาท จาก รายได้รวมบริษัทกว่าหมื่นล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากมือถือไม่ต่ำกว่า 25% จากรายได้ทั้งหมด

    “ขณะที่ตลาดรวมครึ่งปีแรก หากมองตลาดรวมในแง่จำนวนเครื่องจะหดตัวลง เพราะผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจ แต่หากมองด้านยอดขายในกลุ่มระดับกลางถึงบนยังสามารถขายได้ ทำให้มูลค่าตลาดยังไม่ตก ซึ่งทางแอลจีได้ปรับตัวเพิ่มเซ็กเมนต์ใหม่เข้าไปเพื่อรักษายอดขายเช่นกัน”

    ด้านนายทวีโชค ลลิตศศิวิมล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือแอลจี กล่าวว่า ปัจจัยด้านเงินเฟ้อซึ่งมีผลให้กำลังซื้ออาจจะชะลอตัวลง และคนเริ่มคิดมากขึ้นในการเปลี่ยนเครื่องใหม่ บวกกับราคา มือถือเฉลี่ยพบว่าตกลงทุก 6 เดือน ประมาณ 20% จากปีที่ผ่านมาราคามือถือเฉลี่ย 5 พันบาท ปัจจุบันลดเหลือ 3 พันบาท ทั้งนี้การทำตลาดจะต้องหาจุดที่สามารถเข้าตลาดได้ หรือเพิ่มโปรดักต์ใหม่ที่ยังไม่มี เช่น กลุ่มระดับกลางถึงบนมาทดแทน แต่ก็ไม่ทิ้งสินค้ากลุ่มโลว์เอนด์

    ส่วนกรณีไอโฟน 3จี ที่คาดว่าจะเข้ามาในประเทศไทยในระดับราคาประมาณหมื่นบาท ซึ่งอาจทำให้แอลจีได้รับผลกระทบบ้าง เพราะแบรนด์ไอโฟนนั้นดีแต่ตอนนี้ยังถือว่าเป็นกระแสช่วงเริ่มต้นและกลุ่มที่ใช้มีสัดส่วนเพียง 2-3% ไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่ เป็นกลุ่มที่มีเซ็กเมนต์ของตัวเอง ดังนั้นไอโฟนคงไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมตลาดมากนัก แต่แอลจีต้องปรับตัวตามตลาดตลอดเวลา และปัจจุบันก็มีสินค้าที่เป็นทัชสกรีนและเล่นมัลติมีเดียเช่นกัน

    ล่าสุดแอลจีเปิดตัว LG Secret ราคา 15,900 บาท สินค้ามัลติมีเดียโฟน เจาะกลุ่มพรีเมี่ยมซึ่งเป็นสินค้าไฮไลต์แห่งปี โดยจะเปิดตัวในประเทศไทยวันที่ 24 มิ.ย.นี้ โดยใช‰งบฯการตลาดทั้งหมด 100 ล้านบาท

    ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

    Tags: ag, new product
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที


  • คำนิยามของ ไอที ?

    ไอที (IT) หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (information and communications technology)

    ในช่วงปีค.ศ. 1980 เครื่องคอมพิวเตอร์ยังมีเพียงส่วนประมวลผลข้อมูลเท่านั้น แต่ปัจจุบัน ไอที ขยายตัว และมีการยอมรับกันอย่างกว้างขวาง และยังขยายตัวอย่างรวดเร็วในส่วนของอุปกรณ์

    ในการประยุกต์ การบริการ และพื้นฐานทาง ไอที สามารถแบ่งกลุ่มย่อยเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ คอมพิวเตอร์, การสื่อสาร และข้อมูลแบบมัลติมีเดีย ซึ่งในแต่ละกลุ่มนี้ยังแบ่งเป้นกลุ่มย่อยๆ ได้อีกมากมาย องค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้ ยังต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น เครื่องเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ (คอมพิวเตอร์) เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบเครือข่าย (การสื่อสาร) โดยมีการส่งข้อมูลต่างๆ ไปยังเครื่องลูก (ข้อมูลแบบมัลติมีเดีย)

    คำนิยาม ไอที จาก : wikipedia

    RSS ลงประกาศฟรี

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    Hosting Support by








    ประกัน พ.ร.บ. ราคาพิเศษ



    Firefox 3

    เข้าสู่ระบบ

    Hosting Support by




    Page Ranking Tool