ข่าวไอที เกมส์ ทีวี ดารา ภาพยนตร์ | IT News | Games | Movies | Iphone | 3G

IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!

Archive for August, 2008

นายมั่น พัธโนทัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบเว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมายว่า ไอซีทีได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จับกุมและอายัดระบบคอมพิวเตอร์ที่เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร รวมทั้งเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมาย ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งในส่วนของผู้สนับสนุนและผู้เผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจำนวนมาก ซึ่งศาลได้สั่งปิดเว็บดังกล่าวไปแล้วทั้งสิ้น 416 เว็บ

ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้ยื่นคำร้องต่อศาล ให้มีการพิจารณาเพื่อระงับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งศาลได้มีคำสั่ง 3 ฉบับ คือ คำสั่งฉบับวันที่ 27 มิ.ย.51 ให้ระงับการแพร่ข้อมูล 9 เว็บเพจ คำสั่งฉบับวันที่ 1 ส.ค.51 ให้ระงับการแพร่ข้อมูล 63 เว็บเพจ และคำสั่งฉบับวันที่ 25 ส.ค.51 ให้ระงับการแพร่ข้อมูลที่มีเนื้อหาดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูงอีก 344 เว็บเพจ ตามพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.50 มีทั้งสิ้น ประมาณ 1,200 เว็บเพจ

โดยกระทรวงฯ ได้มีหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษไปยัง สตช. เพื่อให้สืบสวนหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ซึ่ง สตช. ก็ได้รับเรื่องร้องทุกข์และกำลังดำเนินการเร่งรัดสอบสวนหาข้อมูลในคดีดังกล่าว.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th

Tags: ict, เว็บไม่เหมาะสม, ไอซีที
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • วารสารเรื่องวิทยาศาสตร์ “นิว ไซเเอนติสท์” อันมีชื่อเสียงของอังกฤษ เปิดเผยรายงานการศึกษา เตือนบรรดาผู้ชายที่ชอบให้ก้นอุ่น นั่งเบาะทำความร้อน ว่า อาจเป็นการทรมาน สังขาร เหมือนกับเอาก้นไปปิ้ง ซึ่งจะทำให้เป็นหมันได้

    รายงานกล่าวว่า ตามธรรมชาติของร่างกาย จะผลิตตัวเชื้ออสุจิได้ดีที่สุด เมื่อถุงอัณฑะมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกาย ซึ่งอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส สัก 1-2 องศา

    จากการศึกษาของนักวิจัย มหาวิทยาลัย เกสเซนของเยอรมนี ได้ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิติดกับถุงอัณฑะ ของอาสาสมัครซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ 30 คน แล้วให้นั่งบนเบาะทำความร้อนนาน 90 นาที ชั่วเวลาผ่านไปเพียง 1 ชม. อุณหภูมิที่ถุงอัณฑะจะสูงขึ้นรวดเดียวถึง 37.3 องศา ยิ่งของอาสาสมัครคนหนึ่ง สูงถึง 39.7 องศา เมื่อเทียบกับผู้ชายที่นั่งบนเก้าอี้ธรรมดาบนรถ อุณหภูมิพวกเขาเฉลี่ยแล้วจะแค่เพียง 36.7 องศา

    รายงานผลการศึกษากล่าวว่า นักวิจัยห่วงว่า ชั่วร้อนขึ้นแค่เล็กน้อย อาจจะไปกระทบกระเทือนขบวนการผลิตตัวอสุจิ เพราะเคยมีการศึกษาเมื่อก่อนหน้ามาแล้วว่า แม้แต่การนั่งที่เก้าอี้ธรรมดาในรถนานเกินกว่า 3 ชั่วโมง ก็อาจทำให้เสื่อมสมรรถภาพการมีลูกลงได้

    ที่มา : http://www.thairath.co.th

    Tags: อากาศร้อน, เป็นหมัน

    หลังจากที่เพิ่งครบรอบวันเกิดอายุครึ่งศตวรรษไปเมื่อวานนี้ “ไมเคิล แจ๊กสัน” ราชาเพลงป็อปชื่อดังก็เพิ่งมีงานฉลองวันเกิดของตนเองที่เพิ่งผ่านไปแบบเงียบๆ โดยชีวิตครึ่งศตวรรษของเขาเป็นช่วงเวลาที่เงียบเหงาและน่าเศร้าเสียจริงๆ
           
           แม้ว่าจะมีอายุครบ 50 ปีไปเมื่อวานนี้ ( 29 ส.ค. ) แต่ดูเหมือนว่า “ไมเคิล แจ๊กสัน” จะยังคงมีหัวใจเป็นเด็กอยู่เสมอ
           
           ”ผมคงจะมีแค่มีเค้กชิ้นเล็กๆฉลองกับลูกๆ และเราอาจจะนั่งดูการ์ตูนด้วยกัน” เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะจัดงานวันเกิดของเขาแบบสบายๆผ่านทางโทรศัพท์กับรายการ Good Morning America ของช่อง ABC News

     

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

           
           ไมเคิล แจ๊กสัน คุณพ่อลูก3 ผู้ผ่านการหย่าร้างมาถึง 2 ครั้ง พยายามมอบชีวิตที่แสนธรรมดาที่สุดให้กับลูกๆทั้ง ปริ๊นซ์ ไมเคิล วัย 11 ปี, ปารีส วัย 10 ปี และ แบล๊งเคท วัย 6 ปี
           
           ”ผมจะปล่อยให้พวกเขามีความสุขกับช่วงชีวิตวัยเด็กให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมให้พวกเขาไปเล่นที่ร้านเกมส์ ไปดูหนัง และทำสิ่งต่างๆ ผมคิดว่าอยากให้เป็นธรรมชาติเหมือนเด็กคนอื่นๆ ผมอยากให้พวกเขาได้ทำสิ่งต่างๆที่ผมไม่เคยได้ทำตอนเด็กๆ ผมเป็นสุขมากเมื่อได้เห็นพวกเขามีช่วงเวลาที่สุดแสนวิเศษเหล่านั้น”
           
           ในส่วนของอาชีพนักร้อง แจ๊กสันเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ผมกำลังตั้งตาคอยที่จะได้ทำงานที่ยอดเยี่ยมเหล่านั้นอีก ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดยังมีเข้ามาในความคิดที่แสนต่ำต้อยของผมอยู่เรื่อยๆ”
           
           เขายังกล่าวอีกว่าอัลบั้มที่ติดบล็อกบลัสเตอร์อย่าง Thriller และ Off The Wall ได้กลายเป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขมากที่สุดในชีวิต
           
           ”นั่นมีความหมายมากเลยสำหรับผมและดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงที่ผมได้รับสิ่งที่ดีสิ่งที่งดงามที่สุดจากสาธารณชนและคนทั้งโลก”
           
           ชื่อเสียงของไมเคิล แจ๊กสันในฐานะนักร้องเริ่มตกต่ำลงหลังจากที่เขาถูกฟ้องร้องในคดีทำอนาจารเด็กเมื่อปี 2003 แม้ว่าทุกอย่างจะเคลียร์ชัดหมดแล้วแต่เรื่องราวเหล่านั้นได้ส่งให้เขากลายเป็นคนรักสันโดษนับตั้งแต่นั้นมา
           
           ไมเคิล แจ๊กสัน เป็นหนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เติบโตมาในฐานะศิลปินตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และช่วงวัยรุ่นที่ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวเขาเชื่อแน่ว่าอัลบั้มเพลงของเขาจะสามารถทำยอดขายได้มากที่สุดถล่มทุกสถิติและไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ซึ่งทุกสิ่งเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ทั้งสิ้น
           
           นอกจากนั้นเขายังเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะของนักร้องที่เปิดคอนเสิร์ตใหญ่ไปทั่วทุกมุมโลก เคยปินศิลปินที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดคนหนึ่งของโลก
            
           หากแต่ทุกวันนี้เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างลำพังกับบอดี้การ์ดไม่กี่คนและลูกๆทั้งสามคนของเขาในลาสเวกัส
           
           เขาไปไหนมาไหนด้วยรถเข็น และสวมชุดนอนที่ดูแปลกประหลาดกับการปกคลุมรูปร่างหน้าตาด้วยหมวก แว่นตา ถุงเท้า ผ้าคลุมหน้า โดยเหลือเพียงมือซีดๆที่ทิ้งให้เห็นถึงสภาพอันทรุดโทรมของราชาเพลงป็อปคนนี้เท่านั้น
           
           ด้วยสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมเช่นนี้ การกลับมาอีกครั้งของ ไมเคิล แจ๊กสัน จึงเป็นเรื่องที่ยากและยังเป็นข้อกังขาให้เกิดขึ้นกับผู้ที่คร่ำหวอดในวงการเพลงถึงศักยภาพในตัวเขาว่าจะสามารถกู้ภาพลักษณ์ของราชาขาแด๊นซ์บนเวทีกลับมาอีกครั้งได้หรือไม่
           
           เหตุการณ์เช่นนี้ ตัวไมเคิลเคยคาดเดาเอาไว้แล้วเช่นกัน เพราะถ้าย้อนกลับไปสิบปี เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ด้วยว่า “เมื่อใดก็ตามที่ผมขึ้นไปบนเวที ผู้คนต่างคาดหวังกับผมไว้มาก พวกเขาต้องการเห็นผมเต้น หมุน และทำทุกๆอย่างที่พวกเขาคาดหวังว่าจะได้ดู แต่ผมไม่รู้หรอกว่าผมจะทำแบบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ ผมไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ที่ผมจะไม่สามารถทำแบบนี้ได้อีกแล้ว”
           
           ทุกวันนี้ไมเคิล มีปัญหาในเรื่องของกระดูกค่อนข้างมากทั้งเรื่องของหัวเข่า ข้อเท้า และตามข้อต่อนิ้ว ทำให้เขาต้องใช้รถเข็นเป็นพาหนะที่จะทำให้เขาเคลื่อนที่ไปตามที่ต่างๆได้
           เห็นชัดว่าความมั่นใจในตนเองของไมเคิลที่เคยมีสมัยเป็นเด็กนั้นหายไปหลังจากที่มีกระแสข่าวด้านลบเกี่ยวกับตัวเขาออกมามากมาย และสิ่งนี้เองที่เขากลัวว่าแฟนๆที่เคยชื่นชอบเขาในจำนวนมหาศาลจะกลายมาเป็นศัตรูผู้ต่อต้านตัวเขาเสียเอง
           
           แต่ถึงอย่างไรความเป็นราชาของเขาก็ยังคงปรากฏอยู่และพิสูจน์ให้เห็นว่าแฟนเพลงของเขาแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร เมื่ออัลบั้มรีแพ็กเกจ Thriller ของเขาเมื่อไม่นานมานี้สามารถทำยอดขายได้ถึง 3 ล้านแผ่น
            
           ”ผมช็อคจริงๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนจะยังซื้อมันอยู่อีก ผมได้ยินมาว่ามันขายได้มากกว่า 3 ล้านแผ่นทั่วโลก คุณเชื่อไหม?”
           
           ประเด็นหนึ่งที่เป็นที่กล่าวถึงสำหรับไมเคิลนั้นคือ การทำศัลยกรรมพลาสติก ซึ่งเจ้าตัวได้เอ่ยถึงเรื่องนี้เอาไว้เมื่อต้นปีว่า “ผมเดาว่า ทุกๆคนย่อมเคยทำผิดพลาดเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก แต่ผมก็ยังคงดูโอเคอยู่ จริงไหมล่ะ? ผมหมายถึงดูดีอยู่ขณะที่ผมอายุ 40 ปีแล้ว”
           
           เมื่อถูกย้ำว่าจริงๆแล้วปีนี้เขามีอายุครบ50 ปี เขาได้แต่ทำหน้าเศร้าและยิ้มเล็กน้อยพร้อมพูดว่า “ทุกอย่างมันผ่านไปเร็วจริงๆเลยนะ คุณว่าไหม? ผมขอให้ผมได้กลับไปทำอะไรแบบเก่าๆได้อีกครั้ง ผมอยากทำจริงๆ”
           
           แต่จากสภาพดูเหมือนว่าช่วงเวลาแห่งการกลับไปโด่งดังอีกครั้งของไมเคิล จะผ่านพ้นไปแล้วเพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เองที่เขาได้ให้สัมภาษณ์ทิ้งท้ายไว้ว่า
            
            ”ผมเหนื่อยเหลือเกิน ผมไม่มีอะไรเหลือทิ้งไว้ให้แล้ว ผมแค่ต้องการอยากอยู่คนเดียว มันน่าเศร้ามากเลยว่าไหม?”

    ที่มา : http://www.manager.co.th

    Tags: ไมเคิล, ไมเคิล แจ๊กสัน

    เปิดตัวใหม่ไปอีก 1 รายครับสำหรับเว็บไซต์ www.siamupfile.co.cc ที่ให้บริการ ฟรีฝากไฟล์ ฝากรูป ไฟล์ละไม่เกิน 50 mb เห็นว่า ไม่มีลบด้วยครับ (เค้าว่าอย่างนั้น) ยังไงใครสนใจก็เข้าไปใช้บริการของเว็บไซต์นี้ได้ครับ

    Tags: ฝากรูป, ฝากไฟล์, อัพโหลดไฟล์
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • มานึกกันเล่นๆว่า ในแต่ละวันหลังจากที่เปิดคอมพิวเตอร์แล้ว เว็บไซต์ใดที่เราจะต้องเข้าเป็นอันดับต้นๆ คำตอบของคนไทยส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น เช็กอี-เมล ออนเอ็ม (MSN) เช็ก Hi5 และอัปเดตข่าว (จากผู้จัดการออนไลน์)
           

           นั่นก็เท่ากับว่า เราจะต้องพิมพ์ www.hotmail.com, www.yahoo.com, www.hi5.com และอื่นๆอีกสารพัด กิจกรรมต่อมาคือการพิมพ์ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านของแต่ละเว็บไซต์ เพื่อเข้าสู่ระบบต่อไป

     

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

           
           กิจกรรมเหล่านี้เราอาจจะทำจนเคยชินมาเป็นปีๆ ทว่าถ้ามีทางออกที่ดีกว่านั้น คือ การที่เราจะเสียเวลาหลายเสี้ยวนาทีในการพิมพ์ชื่อเว็บเหล่านั้น และกรอกรายละเอียดต่างๆ เพื่อเข้าสู่ระบบ แต่เปลี่ยนเป็นว่า เข้าเพียงเว็บไซต์เดียว! กรอกรายละเอียดเพื่อเข้าสู่ระบบแค่ครั้งเดียว! แต่กลับทำได้ทุกอย่าง ทั้งเช็กอี-เมล อัปเดตกิจกรรมต่างๆ ในเว็บเครือข่ายทางสังคมแบบออนไลน์ ที่ไม่ใช่เฉพาะแต่ Hi5 เว็บไซต์ยอดนิยมอันดับ 2 ของคนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึง Facebook, MySpace, Multiply และอื่นๆ อีกมากมาย
           
           ฉะนั้น คุณจะไม่อยากลองดูสักตั้งหรือ?..
           
           PageOnce.com คือ เว็บไซต์ที่เป็นผู้รวบรวม “ตัวตน” และ แสดงรายละเอียดกิจกรรมออนไลน์ของเว็บไซต์ต่างๆที่ผู้ใช้แต่ละคนเป็นสมาชิกอยู่ โดยที่แสดงผลทั้งหมดภายในหนึ่งหน้าเว็บเพจเดียว เพื่อให้ใช้สามารถทำสารพัดกิจกรรมบนโลกอินเทอร์เน็ตได้โดยสะดวกโยธิน แนวคิดนี้ถูกเรียกรวมๆ เป็นภาษาทางการผ่านศัพท์เทคนิคว่า “Online Account Aggregator “

    ขั้นตอนการใช้งาน PageOnce
           
           1. สมัครสมาชิกเว็บ PageOnce ที่นี่ (ฟรี) รอรับอี-เมลจาก PageOnce และคลิกยืนยันการสมัครสมาชิก
           
           2. คลิกที่ปุ่มสีเขียว ซ้ายมือที่เขียนว่า “Add Account”
           

           3. จะมีหน้าต่างใหม่เปิดขึ้นมา โดยแบ่งแยกออกเป็น 6 หมวดหมู่อย่างชัดเจน ดังนี้
           
           1. Travel: บริการออนไลน์ของสารการบินดังๆ อาทิ Cathey Pacific, Lufthansa, United Airlines
           
           2. Social: บริการของเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมออนไลน์ดังๆที่คนไทยนิยมกันมากมาย อาทิ Hi5, Facebook, MySpace, Photobucket, Lasfm, Twitter, Flickr, Multiply
           
           3. Email: สามารถเช็กอี-เมลของทุกผู้ให้บริการ อาทิ Hotmail, Yahoo, Gmail
           
           4. Finance: บริการทางการเงินออนไลน์ อันนี้จะเป็นพวกเครดิตการ์ดต่างๆ อาทิ Citibank, American Express, HSBC เป็นต้น โดยจะแสดงรายละเอียดการใช้งานบัตรเครดิตอย่างละเอียด
           
           5. Utilities: บริการสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ โทรศัพท์ออนไลน์ (VOIP) จาก Skype, Jajah, เว็บเก็บไฟล์ออนไลน์ จาก Box
           
           6. Shopping: รวมลิสต์เว็บซื้อขายของออนไลน์ชื่อดังอย่าง Ebay, Amazon, UPS, Starbuck Card ช่วยให้คุณสามารถติดตามสถานะการสั่งซื้อได้
           
           สิ่งที่คุณต้องทำหลังจากตระเวนทัวร์ผู้ให้บริการเหล่านี้จากทุกหมวดหมู่แล้ว คือ คลิกที่ชื่อของผู้ให้บริการที่ตนต้องการ จากนั้นก็แค่พิมพ์ ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านเดิมของท่านที่สมัครไว้ในแต่ละเว็บไซต์ก่อนหน้านี้ และตั้งชื่อ หรือบอกรายละเอียดของแต่ละบัญชีผู้ใช้เอาไว้ (Account description) ให้ง่ายต่อการตรวจดูในหน้าแรก เช่น My Yahoomail เป็นต้น จากนั้นกดปุ่ม + Add Account ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
           
           ให้คุณทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบทุกบริการที่คุณต้องการเช็กความคืบหน้าใน PageOnce
           
           เมื่อกรอกรายละเอียดทั้งหมดตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว ที่เหลือก็เพียงกดปุ่มแรก ที่เขียนว่า “At Once” ที่เมนูด้านบน คุณก็จะพบว่ามีกล่อง หรือช่องต่างๆปรากฎขึ้นเต็มไปหมด ซึ่งภายในแต่ละกล่องจะแสดงรายละเอียดข้อมูลล่าสุดของแต่ละบริการ ตามจำนวนที่คุณเพิ่มเอาไว้ในตอนแรก
           
           ซึ่งหน้า At Once นี้เปรียบเสมือนหน้าแรกที่เป็น “จุดศูนย์รวมความเคลื่อนไหวทั้งหมด” ให้คุณดูได้อย่างสะดวกว่ามีอะไรใหม่ในแต่ละเว็บไซต์ที่คุณเป็นสมาชิกอยู่บ้าง พูดง่ายๆและลงรายละเอียดชัดเจนก็คือ มีอี-เมลใหม่จากใครมาบ้าง มีใครมาเพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Hi5 บ้าง เป็นต้น
           
           อย่างไรก็ดี ถ้าคุณต้องการดูแยกไปแต่ละหมวดหมู่ก็เพียงกดปุ่มแต่ละเมนูที่อยู่ด้านบน ซึ่งแยกไว้เป็นหมวดหมู่แล้ว
           
           PageOnce ไม่ได้ยึดติดแต่การใช้งานบนคอมพิวเตอร์เท่านั้น ยังสามารถใช้บนโทรศัพท์มือถือ “ไอโฟน” โทรศัพท์มือถือของแอปเปิ้ลได้อีกด้วย เพียงแค่ติดตั้งโปรแกรม iOnce ลงไปในเครื่อง (ดาวน์โหลดฟรี ที่นี่) ดูวิดีโอสาธิตการใช้งาน iOnce ได้ที่นี่ นอกจากนี้ iOnce ยังถือเป็นโปรแกรมสามัญประจำเครื่องไอโฟนที่ผู้ใช้ไอโฟนทุกท่านควรมีไว้ประจำเครื่องอีกด้วย
           
           อย่างไรก็ดี ก่อนจะลงมือสมัครใช้งาน PageOnce หลายคนอาจจะห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะ PageOnce เป็นเสมือน “ประตู” ที่จะนำเราไปยัง บัญชีผู้ใช้ส่วนบุคคลของสารพัดเว็บ ฉะนั้นหากมีคนเจาะระบบ หรือแอบจับรหัสผ่านของเว็บ PageOnce ของเราได้ ก็จะรู้ความลับทั้งหมดของเรา
           
           ทางผู้ให้บริการคำนึงถึงเรื่องนี้เป็นลำดับต้นๆ จึงได้การันตีด้วยการเข้ารหัสแบบสูงสุด 256 บิต สำหรับการเข้าระบบในทุกเว็บไซต์ และได้รับการยอมรับจากสถาบันชั้นนำอย่าง Verisign, eTrust และ Hackersafe เท่านั้นยังไม่พอ PageOnce ก็ยังจ้างแฮกเกอร์มาทดสอบเจาะระบบอยู่เสมอด้วย อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของ PageOnce ได้ที่นี่ http://www.pageonce.com/How_we_keep_you_safe.html
           
           สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ PageOnce พึงทราบไว้ก็คือ เว็บไซต์ PageOnce จะทำหน้าที่แสดงเนื้อหาที่อัปเดตจากเว็บไซต์ต่างๆให้เราอ่านดูได้ง่ายและสะดวก แต่ไม่รองรับการ”แก้ไข”เนื้อหาต่างๆของแต่ละเว็บไซต์ ซึ่งหากคุณต้องการปรับแต่ง หรือเพิ่มเนื้อหา เช่น ต้องการส่งอี-เมล ตอบกลับเมล หรือการแก้ไขประวัติส่วนตัวใน Hi5 คุณจะต้องเข้าสู่ระบบของเว็บไซต์นั้นๆโดยตรง โดยการคลิกที่ปุ่มสุดท้ายที่เขียนว่า Login ตรงบริเวณมุมขวาบนของแต่ละกล่องข้อมูล ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยสูงสุดนั่นเอง
           
           จุดเด่นอีกอย่างของ PageOnce ก็คือการส่งอี-เมลมาบอกเราหากมีข้อมูลใดๆเปลี่ยนแปลง เช่น มีอี-เมลเข้ามา หรือใครมาคอมเม้นต์ที่ Hi5 เรา ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าส่วนนี้ได้ที่ปุ่ม Settings ที่มุมขวาบนสุด > Notification > ติ๊กถูกที่ Receive notifications about changes in your accounts > เลือก Account ที่คุณต้องการให้มีการเตือน > กดปุ่ม OK
           
           อย่างไรก็ดี อยากเรียนให้คุณผู้อ่านทราบว่า ที่เราไม่ได้มีการพูดถึงบริการในหมวดอื่นๆของ PageOnce เช่น บริการทางการเงิน ท่องเที่ยว และสาธารณูปโภค ซึ่งจริงๆ ถือเป็นไฮไลท์ของ PageOnce เลยก็ว่าได้ นั่นก็เพราะว่า บริการส่วนใหญ่ของหมวดเหล่านั้นจะสนับสนุนการใช้งานแต่ผู้ใช้ในอเมริกาเท่านั้น
           
           หลังจากที่คุณทำความรู้จักกับความสามารถอันมากมายของ PageOnce แล้วหวังว่าการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตครั้งต่อไปในทุกๆเช้า PageOnce จะช่วยให้คุณเริ่มต้นเช้าวันใหม่ ได้อย่างรวดเร็ว และเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สมกับสโลแกนที่ว่า Your Internet, Your way ฉะนั้นก็อย่าลืมตั้งหน้าเว็บ www.pageonce.com ให้เป็นเว็บแรกของคุณด้วย
           
           จุดเด่นของ PageOnce
           
           - สำหรับอี-เมลของจีเมล (Gmail) สามารถเพิ่มได้หลายบัญชี และเช็กพร้อมกันได้
           
           - สามารถแสดงผลรายละเอียดข้อมูลต่างๆ เป็นภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์ เช่นอ่านเนื้อความในอี-เมลได้
           
           จุดด้อยของ PageOnce
           
           - เนื่องจากเว็บไซต์เป็นของต่างประเทศ จึงไม่มีบริการเว็บไทย เช่น พันทิป หรือธนาคารของไทย
           
           - สำหรับอี-เมล เฉพาะ Gmail เท่านั้น ที่สามารถอ่านเนื้อความในแต่ละเมลได้ ส่วน Yahoo, Hotmail เราจะเช็กได้แต่หัวข้อเมล อีกทั้งยังไม่รองรับอี-เมลในรูปแบบของ Pop3 (อาทิ อี-เมลของบริษัท)
           
           - หลังจากล็อกอินแล้ว อาจจะต้องรอสักรู่เพื่อให้ระบบดึงข้อมูลจากเว็บต่างๆ ของเรามาแสดง
           
           - “เมนู” ต่างๆ ไม่รองรับภาษาไทย
           
           - ไม่สามารถคลิกย้ายเปลี่ยนตำแหน่งกล่องต่างๆ ได้ตามต้องการ
           
           เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับ PageOnce
           
           โปรแกรม iOnce บนไอโฟนของ PageOnce ติดอันดับ 1 ใน 50 โปรแกรมฟรีที่คนดาวน์โหลดมากที่สุด

    ที่มา : http://www.manager.co.th

    Tags: hi5, pageonce
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของนักบินอวกาศ NASA ไม่มีโปรแกรมสแกนไวรัส ทำให้ไวรัสจากเกมออนไลน์ไประบาดบนสถานีอวกาศ

    นาซาออกมายืนยันว่า ขณะนี้มีไวรัสคอมพิวเตอร์ระบาดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS แล้ว โดยไวรัสที่ว่านี้มีชื่อว่า Gammima.AG ซึ่งถูกพบครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2007 และแพร่ระบาดในวงการเกมออนไลน์ชื่อดังในเอเชีย

     

     ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

     

    อย่างไรก็ตาม นาซาระบุว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์ติดมาจากบนโลก เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาบ้างแล้ว และขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่ว่าไวรัสติดมาจากทางไหน

    นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตกันว่า ไวรัสน่าจะติดมาจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของนักบินอวกาศ ซึ่งโดยปกติแล้วโน้ตบุ๊คเหล่านี้ จะใช้สำหรับวางตารางการกินอาหารของนักบิน รวมทั้งยังใช้ส่งอีเมลกลับมายังโลกด้วย

    แต่ที่น่าแปลกก็คือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของนักบินอวกาศนั้น ไม่มีโปรแกรมป้องกันไวรัสเลย ดังนั้น ไวรัสอาจติดมาจากการที่นักบินใช้ flash drive หรืออุปกรณ์ USB ต่างๆ มาต่อเข้ากับโน้ตบุ๊คก่อนที่จะเดินทางไปสถานีอวกาศนานาชาติ

    ดังนั้น ขณะนี้นาซาจึงวางแผนรับมือกับไวรัสอย่างเข้มงวด รวมทั้งยังมีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะเกิดปัญหาตามมาอีกในอนาคต

    สำหรับไวรัส Gammima.AG ตัวนี้ เป็น worm ที่จะขโมย login ของผู้เล่นเกมแล้วส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ จากนั้นจึงไปแพร่กระจายในเกมออนไลน์ชื่อดัง 10 เกม เช่น Maple Story, HuangYi Online, และ Talesweaver

    ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

    Tags: นักบิน, แสกนไวรัส, โน้ตบุ๊ค, ไวรัส
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • พันธมิตรเฮ!! ศาลแพ่งสั่งงดการบังคับคดี เหตุตำรวจไปรื้อถอนเวทีมัฆวานฯไม่ชอบด้วยกฎหมายทุบตีประชาชน หากบังคับคดีต่อจะเสียหาย ให้รอจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่ง “สนธิ”ขู่ล้อมโรงพักลั่น กทม.จะลุกเป็นไฟประกาศศึกสุดท้าย! “พันธมิตร” แห่ปิดสนามม้านางเลิ้ง ขวางตร.พักเหนื่อย

     

    กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงปักหลักชุมนุมภายในทำเนียบรัฐบาลเป็นวันที่ 3 หลังจากบุกยึดทำเนียบรัฐบาลสำเร็จตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม แม้ว่าศาลแพ่งจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล และศาลอาญาออกหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรกับพวก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม แกนนำ ยืนยันที่จะไม่ไปมอบตัว แต่พร้อมให้ตำรวจเข้ามาจับกุมตามหมายจับ

     

    พันธมิตรเฮ! ศาลแพ่งสั่งงดการบังคับคดี

     

     

    เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม  นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตร ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขอทุเลาบังคับคดีโดยฉุกเฉินอย่างยิ่ง ในคดีที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ฯ ,  นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร ฯ และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เป็นจำเลยที่ 1-6 เรื่องละเมิด และขับไล่ พันธมิตร ฯ ออกจากทำเนียบรัฐบาล ซึ่งศาลคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ให้ จำเลยทั้งหก กับพวก ออกจากทำเนียบรัฐบาล รื้อถอนเวทีปราศรัย รวมทั้งขนย้ายสิ่งกีดขวางทั้งหมดในทำเนียบรัฐบาล และให้จำเลยทั้งหก กับพวก เปิดพื้นที่จรจาจรบน ถ.พิษณุโลก – ถ.ราชดำเนิน ทุกช่องจราจร และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ศาลแพ่งได้มีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี นั้น โดยคำร้องจำเลยอ้างว่าโจทก์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปบังคับคดีโดยรื้อถอนเวทีที่สะพานมัฆวานรังสรรค์  โดยมิได้ปฏิบัติตามกฎหมาย และทุบตีร่างกายประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงขอให้ศาลงดการบังคับคดีไว้ก่อน  

     

     

    ต่อมาเวลา 17 .00 น. ศาลแพ่งได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่ง  โดยเห็นว่า  เนื่องจากทนายจำเลยทั้ง 6 ได้ยื่นคำร้องอ้างว่าได้มีการอาศัยหมายบังคับคดีที่ศาลออกตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไปดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ดังนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน  ศาลจึงเห็นควรอธิบายคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฉบับลงวันที่ 27 สิงหาคม 2551 ให้คู่ความเข้าใจให้ชัดเจน  กล่าวคือ ตามคำสั่งที่ระบุว่า “จึงมีคำสั่งให้จำเลยทั้งหก ออกจากทำเนียบรัฐบาลและบริเวณพื้นที่ทำเนียบฯทั้งหมด  ให้จำเลยทั้ง หกดำเนินการให้กลุ่มผู้ชุมและรื้อถอนเวทีปราศรัยรวมทั้งสิ่งกีดขวางอื่นๆออกไปจากบริเวณดังกล่าว”  ซึ่งการแปลความคำสั่งต้องอ่านทั้งประโยคต่อเนื่องกัน  แล้วจะได้ความว่า คำว่าออกไปจากบริเวณดังกล่าวหมายถึงออกไปจากพื้นที่บริเวณทำเนียบฯเท่านั้น 

     

     

     

    ในส่วนคำสั่งที่ระบุว่า “ให้จำเลยทั้ง 6 ดำเนินการให้เปิดพื้นที่จราจรถนนพิษณุโลก ถนนราชดำเนิน เพื่อให้ประชาชน คณะรัฐมนตรี โจทก์ ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานในทำเนียบฯสามารถเข้าออกเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสะดวก”  นั้น  เป็นคำสั่งที่ต่อเนื่องกัน  การแปลความจึงต้องอ่านข้อความในคำสั่งทั้งประโยค  มิใช่นำข้อความส่วนใดส่วนหนึ่งของประโยคมาแปลความ  ดังนั้นเมื่ออ่านประโยครวมแล้วมีความหมายว่า การเปิดพื้นที่จราจรถนนพิษณุโลกและถนนราชดำเนินนั้น เป็นการให้เปิดพื้นที่จราจรของถนนดังกล่าวที่ติดกับทำเนียบฯ  เพื่อให้สามารถเข้าออกเพื่อปฏิบัติหน้าที่โดยสะดวกเท่านั้น  ในส่วนของคำสั่งที่ระบุว่า “ให้คำสั่งนี้มีผลทันที” หมายถึงให้คำสั่งมีผลบังคับแก่จำเลยได้ทันที  แม้จำเลยจะยังมิได้รับการแจ้งคำสั่ง  ส่วนการบังคับคดีจะดำเนินการได้เพียงใด  ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

     

     

     

    ทั้งนี้สืบเนื่องจากจำเลยทั้งหก ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีต่อศาลเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์และรับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของจำเลยทั้ง 6 แล้วนั้น  วันนี้จำเลยทั้งหก ได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีโดยฉุกเฉินอย่างยิ่ง  อ้างว่าโจทก์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปบังคับคดีโดยรื้อถอนเวทีที่สะพานมัฆวานรังสรรค์  โดยมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 เบญจ  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อาศัยหมายบังคับคดีของศาลเข้าทุบตีร่างกายประชาชน  ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ส่งศาลอุทธรณ์พิจารณา  เห็นว่าหากยังคงให้มีการบังคับคดีต่อไปจะเกิดความเสียหาย  จึงเห็นควรให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 292 (2) จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งหรือคำพิพากษา  แจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ เบื้องต้นให้แจ้งคำสั่งทางโทรสารก่อน   และให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์โดยเร็ว

     
      

     

     

     

     

     

    พันธมิตรแห่ปิดสนามม้านางเลิ้ง ขวางตร.พักเหนื่อย

     

     

     

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. นายศิริชัย ไม้งาม แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางจากทำเนียบรัฐบาลถึงสนามม้านางเลิ้งแล้ว เพื่อหวังปิดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเข้าพักผ่อน รวมทั้งสกัดกั้นการลำเอียงอาหารให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

     

     

     

     

    “สนธิ”ขู่ล้อมโรงพักลั่น กทม.จะลุกเป็นไฟประกาศศึกสุดท้าย!


      

     

     

     

     

    ต่อมาเวลา 16.00 น. แกนนำทั้งหมดขึ้นเวทีอีกครั้ง โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรได้ประกาศมติพันธมิตร ว่า ขอเรียกร้องให้ตำรวจส่งผู้สั่งการให้เข้าจัดการกับพันธมิตรมาให้ และจัดการตำรวจที่ตีประชาชนทันที รวมทั้งตำรวจที่เอาปืนจ่อหัวประชาชน ไม่นั้นวันนี้จะมีเรื่องกัน และขอความชัดเจนก่อนเวลา 19.00 และประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่นอกทำเนียบ โดยเฉพาะส่วนที่อยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าโดยนายศิริชัย ไม้งาม จะเป็นคนนำเดิน ไปปิดล้อมสนามม้านางเลิ้ง เพื่อกดดันตำรวจที่ประจำการอยู่ให้ออกไป จากนั้นจะจัดกำลังไปกดดันที่บชน. และสตช. โดยที่สตช.จะต้องไปกันมากเป็นพิเศษเพื่อถามความชัดเจน


      

     

     

     

     

    “ถ้าตำรวจทำร้ายประชาชนอีกครั้งในครั้งนี้ สถานีตำรวจทุกแห่งจะลูกเป็นไฟ วันนี้เราจะจับตำรวจบ้าง ผบชน.ต้องจัดการตำรวจที่ทำร้ายประชาชน ถ้ายังไม่ได้รับคำตอบ คืนนี้เราจะล้อมโรงพักด้วย  กรุงเทพฯจะลุกเป็นไฟ และไม่รับประกันว่า คืนนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ”นายสนธิกล่าวอย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของกลุ่มชุมนุมที่เริ่มทยอยไปตามคำสั่ง กระทั่งเวลา 16.15 น. มีการแจ้งบนเวที ว่า ทางสตช.ได้สั่งถอนกำลังตำรวจออกจากพื้นที่ทำเนียบแล้ว
     

    “รสนา”ร้องผบ.ตร. ตำรวจใช้ปืนจี้หัวผู้ชุมนุมพันธมิตร

     

     

     

    เมื่อเวลา 16.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. พร้อมด้วย พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรสุข ที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนจี้หัวผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้าร้องเรียนต่อพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยขอให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการอย่างเด็ดขาดไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรง เพราะจะทำให้เกิดเหตุพลาดพลั้งและขยายความรุนแรงหมือนเหตุพฤษภาทมิฬและเหตุการณ์เดือนตุลาคม นอกจากนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการสลายการชุมนุม เนื่องจากขณะนี้เป็นการชุมนุมของชาวบ้านเป็นเรื่องปลายเหตุต้องแก้ที่ต้นเหตุ โดยวิธีทางการเมืองเปิดเวทีเจรจา

     

     

     

    น.ส.รสนา กล่าวว่า ยอมรับว่าการชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล หากไม่ถูกต้อง ก็ต้องใช้วิธีละมุมละม่อม ส่วนการเรียกร้องให้แกนนำพันธมิตรฯ ออกมารับผิดชอบก็สามารถเรียกร้องได้ แต่แกนนำพันธมิตรฯ อาจอ้างเพื่อขออารยะขัดขืน แต่มีเรื่องโทษทางอาญาก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    พันธมิตรฯ ยึดทำเนียบฯ ได้อีกครั้ง

     

     

     

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. หลังกลุ่มพันธมิตรฯ สามารถยึดพื้นที่บริเวณสะพานมัฆวานฯ คืนได้แล้ว ต่อมาจึงใช้กลยุทธ์นำรถหกล้อ นำทางตะลุยฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบุกเข้าไปทางลานพระบรมรูปทรงม้า ก่อนจะตะลุยรุกคืบเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถยึดพื้นที่คืนที่ทำเนียบรัฐบาลได้แล้ว จากนั้นจึงมีกลุ่มแนวร่วมต่างทยอยเดินทางกลับเข้าทำเนียบฯ อีกครั้ง

     

     

     

    “ปฐมพงษ์-รสนา”บุกบช.น.ขอพบ”อัศวิน”อย่าทำรุนแรง

     

     

     

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.15 น. พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรสุข ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการกองบัญชาการทหารสูงสุด และนางสาวรสนา โตสิตระกูล ได้นำผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประมาณ 500  คน เดินทางจากทำเนียบรัฐบาล ถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ถ.ศรีอยุธยา โดยมีจุดประสงค์ขอเข้าพบกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ไม่ให้ใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมในทำเนียบฯ และขอความชัดเจนจากนายสมัคร เนื่องจากเป็นผู้นำประเทศ

     

     

     

    อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่า

    วได้ปิดล้อมบช.น. และปิดถนนศรีอยุธยา ด้านหน้า บช.น.ทั้ง 4 ช่องทาง ทำให้รถไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ 

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    “ปฐมพงษ์” โผล่ม็อบ ระบุรับไม่ได้เหตุการณ์ “รุนแรง”

     

     

    เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 29 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานคณะที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เดินทางมายังสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยพล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวว่า รู้สึกรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตนไม่อยากเห็นความรุนแรงและการทำร้ายประชาชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้การเจรจา ไม่ใช่มัวแต่กังวลว่าจะเสียหน้า เพราะจะทำให้ประเทศเสียหาย นอกจากนี้ ตนไม่รู้สึกว่าถ้าเดินทางมายังที่ชุมนุมแล้ว จะไม่สามารถกลับไปทำหน้าที่ได้ 

     

     

     

     

     

    จากนั้น พล.อ.ปฐมพงษ์ได้พูดคุยกับพ.ต.อ.ธน ยุติธรรมดำรง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ และกล่าวว่า ตำรวจและทหารเป็นพี่น้องกัน กลุ่มผู้ชุมนุมก็เป็นคนไทยด้วยกัน อย่าใช้ความรุนแรง พร้อมย้ำกับตำรวจตระเวนชายแดนว่าให้ทำเพื่อชาติไม่ใช่ผลประโยชน์ของผู้ใดผู้หนึ่ง

     

     

     

     

     

     

    “สนธิ-สมเกียรติ”ปลุกพันธมิตรฯทั่วประเทศ ฮือ! สมทบทำเนียบฯ

    “สนธิ-สมเกียรติ”ปลุกพันธมิตรฯทั่วประเทศ ฮือ! สมทบทำเนียบฯ

     

     

     

     

     

     

     

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวที โดยเรียกร้องให้ประชาชนจากทุกภาคทั่วประเทศ ลุกขึ้นต่อสู้และเดินทางมาสมทบกับพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาในทำเนียบฯ เพื่อกดดันให้ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ออกนอกพื้นที่ 

     

     

     

     

     

    “สมเกียรติ”สั่งม็อบให้เก็บ”อุจจาระ”มาสู้กับ ตร.


     

     

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง เมื่อนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นกล่าวบนเวทีให้กลุ่มชุมนุมมองไปยังตึกสันติไมตรี ซึ่งพบว่ามีกลุ่มควันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และขอให้ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้กลุ่มชุมนุมแตกฮือเข้าไปมุงดูจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม พบว่าเป็นเพียงไฟที่ลุกไหม้เครื่องปั่นไฟที่ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงเท่านั้น เหตุการณ์จึงสงบลง ทั้งนี้นายสมศักดิ์ยังได้ประกาศให้เครือข่ายสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจหยุดงานทั่วประเทศ และเดินทางตามมาสมทบที่ทำเนียบ นอกจากนี้นายสมเกียรติ์ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ ยังบอกให้กลุ่มขชุมนุมเตรียมเก็บอุจจาระไว้สู้กับตำรวจอีกด้วย

     

     

     

    จากนั้นเวลา 13.30 น. นางอัญชลี ไพรีรักษ์ และนายสำราญ รอดเพชร กล่าวบนเวทีสั่งการให้กลุ่มพันธมิตรฯทั่วประเทศ เดินทางไปยังสนามบินของทุกจังหวัดที่มี โดยเฉพาะที่จ.ภูเก็ต จ.สงขลา ฯลฯ รวมถึงศาลากลางของแต่ละจังหวัด และให้พันธมิตรฯที่ถูกตำรวจตีแตกที่สะพานมัฆวานฯ ไปรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และจุดต่างๆที่ใกล้เคียงทำเนียบ เพื่อล้อมแนวตำรวจเข้ามาจากชั้นนอก

     

     

     

    พันธมิตรฯ เชื่อมประตู-ปล่อยกระแสไฟป้องกันทำเนียบ

     

     

     

    เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 29 ส.ค. มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวเนชั่น เปิดเผยว่า ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาประชิดประตู 7 ทำเนียบรัฐบาล บริเวณด้านหลังตึกนารีสโมสร กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้นำกุญแจมาคล้อง พร้อมทั้งได้ทำการเชื่อมประตูติดกัน เพื่อป้องกันการฝ่าด่านเข้ามาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ได้ต่อไฟฟ้าจากแบ็ตเตอรี่ไปยังประตูด้วย เพื่อไม่ให้ตำรวจเข้ามาจับด้วย

     

     

     

     

    “เอเอสทีวี”ปลุกระดม วอนมวลชนร่วมชุมนุมสมทบที่ทำเนียบรบ.

     

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.40 น.สถานีโทรทัศน์เคเบิลเอเอสทีวีได้ขึ้นข้อความหน้าจอโทรทัศน์ ปลุกระดมเชื้อชวนมวลชนมาร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล โดยแนะนำให้เดินทางเข้าทางริมคลองหน้าวัดโสมนัส และเดินทางเข้าทางสะพานอรทัยหน้าธกส.

     

     

     

     

    พันธมิตรยันหมายบังคับคดี ต้องรอคำขออุทธรณ์ก่อน

     

     

    เมื่อเวลา 11.00 น. นายประพันธ์ คูนมี ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวกรณีเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีนำหมายบังคับคดีติดโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ว่า ตนได้รับมอบหมายจากทั้ง 5 แกนนำพันธมิตรฯ ให้มาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งข้อสังเกตว่าศาลแพ่งจะพิพากษา เฉพาะข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชน แต่ในกรณีนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลฟ้องร้องกับประชาชน ฉะนั้นจึงต้องถามว่า จะเป็นการใช้อำนาจโดยเหมาะสมหรือไม่ 

     

     

     

     

     

    นายประพันธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ หากพิจารณาตามข้อกฎหมายแล้ว ศาลแพ่งไม่มีอำนาจสั่งให้ประชาชนที่มาชุมนุมออกไปนอกพื้นที่ เนื่องจากประชาชนไม่ได้อยู่ในฐานะบริวารของผู้ใด ดังนั้น การบังคับคดีลักษณะนี้จึงยังไม่สามารถบังคับได้ เพราะขณะนี้ทนายของพันธมิตรได้ยื่นอุทธรณ์ เพื่อขอบรรเทาการบังคับคำสั่งของศาล ซึ่งล่าสุดศาลแพ่งได้รับคำร้องของกลุ่มพันธมิตรแล้ว รวมทั้งได้ไปยื่นไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาควบคู่กันไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กำลังสลายกลุ่มผู้ชุมนุม จะถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเสียเอง

     

     

     

     

     

      

     

     

     

     

     

     

    จำลอง-สมเกียรติ” ขึ้นเวทีปลุกระดมขวัญใจแนวร่วม

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    เมื่อเวลา 11.52 วันที่ 29 ส.ค. ที่เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีปลุกระดมมวลชนอีกครั้ง ว่า เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมาก ทำทุกอย่างพังหมด โต๊ะเก้าอี้ที่เราทำมา พังหมด พี่น้องไม่ต้องตกใจ เข้าทำร้ายแต่โต๊ะเก้าอี้ เขายังรักษาระเบียบวินัยไม่ทำร้ายคน พี่น้องไม่ต้องกลัวเดี๋ยวเราฟ้องร้องเรียกคืนให้หมด

     
    ขณะที่นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีต่อพร้อมกับกล่าวว่า “กูไม่กลัวมึง” โดยมีการอ่านแถลงการณ์สนับสนุนของหัวหน้าภาควิชาทุกวิชา ของคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สนับสนุนและร่วมให้กำลังใจการชุมนุมของพันธมิตรฯ โดยระบุว่าเป็นการทำให้การเปลี่ยนแปลงในสังคม

     
    “จำลอง” อ้าง ตร.ใช้กระบองทุบตีทำร้ายพันธมิตร

     

     

     

    เมื่อเวลา 11. 50 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นกว่าบนเวทีพันธมิตรฯว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้ามาในทำเนียบและกระทำการรุนแรงต่อพันธมิตรฯ ใช้กระบองทุบตีจนได้รับบาดเจ็บหลายราย

     

     

     

    ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้ามาทางประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งยึดพื้นที่บรเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ได้เรียบร้อยแล้ว

     

     

     

    ศาลแพ่งรับอุทธรณ์พันธมิตรแต่คำขอทุเลายังไม่มีผล
     

     

    เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลแพ่งมีคำสั่งรับคำอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และคำขอทุเลาการบังคับคดีตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยื่นต่อศาลแพ่งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยศาลแพ่ง มีคำสั่งให้  สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยนายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โจทก์ ส่งคำคัดค้านอุทธรณ์ภายใน 15 วัน เพื่อเตรียมส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ทั้งนี้คำขอทุเลาการบังคับคดีในคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั้น ต้องรอจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่ง

     

     

     

    ทั้งนี้คดีดังกล่าว สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ฯ ,  นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร ฯ และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เป็นจำเลยที่ 1-6 เรื่องละเมิด และขับไล่ พันธมิตร ฯ ออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยศาลแพ่งไต่สวนและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ให้ จำเลยทั้งหก กับพวก ออกจากทำเนียบรัฐบาล รื้อถอนเวทีปราศรัย รวมทั้งขนย้ายสิ่งกีดขวางทั้งหมดในทำเนียบรัฐบาล และให้จำเลยทั้งหก กับพวก เปิดพื้นที่จรจาจรบน ถ.พิษณุโลก – ถ.ราชดำเนิน ทุกช่องจราจร ขณะที่เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ศาลแพ่งมีคำสั่งตามคำขอของโจทก์ แต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อจัดการให้เป็นไปตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หลังจากที่โจทก์ แถลงข้อเท็จจริงต่อศาลว่าจำเลยทั้งหก กับพวก ยังไม่ออกจากทำเนียบรัฐบาลตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่ง

     

     

     

    ทนายระบุศาลแพ่งรับ”อุทธรณ์”แล้ว ตร.ไม่มีสิทธิสลายชุมนุม

     

     

     

    เวลา 10.30 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายจากสภาทนายความ ในฐานะทนายความของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังในการนำใบบังคับคดีของศาลแพ่งไปติดที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า การนำกำลังตำรวจพร้อมอาวุธครบมือจำนวนมากเพื่อเข้ามาปิดใบประกาศของเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี ในฐานะตัวแทนโจทก์ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     

     

     

    นายนิติธร กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทนายของพันธมิตรฯ ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อศาลแพ่งแล้ว ซึ่งศาลรับว่าจะให้อุทธรณ์คดี โดยหลังจากนี้ภายใน 15 วัน เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องยื่นคำโต้แย้งการอุทธรณ์ของจำเลย ดังนั้น ภายในระยะเวลา 15 วัน หากศาลยังไม่มีวินิจฉัยหรือมีคำสั่ง พันธมิตรฯ จะสามารถชุมนุมอย่างชอบธรรมภายในทำเนียบฯได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอำนาจที่จะเข้ามาสลายการชุมนุมแต่อย่างใด

     

     

     

    พันธมิตรฯ เตือนผู้ชุมนุมอย่าดึง”หมายศาล” หวั่นผิดกม.

     

     

     

    เมื่อเวลา 10.34 น. วันที่ 29 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล พิธีกรบนเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศแจ้งให้ผู้ชุมนุมรับทราบถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่บังคับคดีและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำหมายศาลมาติดไว้บริเวณปากทางเข้า-ออกทุกจุดของพื้นที่การชุมนุม โดยเฉพาะพื้นที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานชมัยมรุเชฐ สะพานอรทัยและบริเวณแยกมิสกวัน โดยเตือนให้ผู้ร่วมชุมนุมอย่าดึงป้ายออก เพราะอาจมีความผิดตามกฎหมาย

     

     

     

    พันธมิตรแจ้งความ พบอาวุธสงครามอื้อ!ในทำเนียบ

     
    เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม รายงานข่างแจ้งจากทำเนียบรัฐบาลว่า ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ อายุ 55 ปี ตัวแทนกองทัพธรรม และนายกิตติชัย ไสสะอาด อายุ 45 ปี หัวหน้าการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งรักษาความปลอดภัยอยู่ที่บริเวณประตู 4 ของทำเนียบฯ ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.เอกพล ทวิวงศ์ชัยกุล พงส.(สบ.2) สน.ดุสิต หลังพบอาวุธสงคราม และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ภายในชั้น 2 ของอาคารฝ่ายปฏิบัติการ รปภ.ด้านประตู 4 ถนนพิษณุโลก ภายในทำเนียบฯ
          
    ร.ต.แซมดิน กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ให้เข้าแจ้งความภายหลังจากพบอาวุธสงคราม เนื่องจากเมื่อเวลา 03.00 น. ขณะที่การ์ดพันธมิตรฯ กำลังสำรวจความปลอดภัย และตรวจสอบความเรียบร้อยภายในทำเนียบฯ เมื่อมาถึงอาคารดังกล่าว พบชายต้องสงสัยจำนวน 38 คน แต่งกายสวมเสื้อสีเหลือง โดยอ้างว่าเป็นตำรวจสันติบาล จึงเจรจาขอให้ออกจากอาคาร และขอตรวจสอบบริเวณด้านในของอาคาร
          
    “จากการตรวจสอบที่บริเวณชั้น 2 ของอาคาร พบอาวุธปืนสงคราม และกระสุนปืนจำนวนมาก ประกอบด้วย ปืนเอ็ม 16 จำนวน 17 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 3 ลัง จำนวนลังละ 2,000 นัด รวม 6,000 นัด และยังพบปืนเอชเค 33 จำนวน 13 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน จำนวน 440 นัด กระสุนปืนขนด .38 จำนวน 2 กล่องใหญ่ รวม 2,400 นัด และไฟฉาย จำนวน 13 กระบอก ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นปืนที่มีทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย” ร.ต.แซมดิน กล่าว
          
    ร.ต.แซมดิน กล่าวต่อว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้ เพื่อต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าอาวุธที่พบไม่ได้เป็นของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยต้องการให้ตำรวจ สน.ดุสิต เข้าตรวจสอบ และยึดปืน รวมทั้งเครื่องกระสุนทั้งหมดไว้ อีกทั้งยังได้ประสานตำรวจสันติบาลเข้าตรวจสอบ และนำหลักฐานมาแสดงว่าเป็นของตำรวจสันติบาลจริงหรือไม่

     
    ต่อมา พ.ต.ต.ทรงชัย เทพสาร หัวหน้าตำรวจสันติบาล ประจำทำเนียบรัฐบาล เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้ง เรื่องอาวุธปืน ที่เก็บอยู่ในคลัง พร้อมให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่า ที่เข้าแจ้งความเพื่อต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ เรื่องปืนที่อยู่ในคลัง จำนวนดังกล่าว แต่ที่พันธมิตรแจ้งจำนวนปืนนั้น ยังขาด ปืนสั้น ขนาด .38 อีก 150 กระบอก เชื่อว่า พันธมิตรน่าจะยังไม่พบปืนดังกล่า จึงไม่ได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวน แต่ตนจะยังไม่นำกำลังตำรวจสันติบาล เข้าตรวจสอบ เพราะเกรงเรื่องความปลอดภัย และเกรงว่าจะกระทบกระทั่งกับกลุ่มพันธมิตรฯ

     

          
    พ.ต.ต.ทรงชัย กล่าวต่อว่า ปืนที่พบเป็นปืนที่ใช้ปฏิบัติงานดูแลทำเนียบอยู่แล้ว แต่เมื่อกลุ่มพันธมิตรเข้ายึดทำเนียบเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนจึงสั่งให้ทั้งหมดปลดอาวุธและนำมาเก็บที่อาคารดังกล่าว และให้ตำรวจทั้งหมด สวมเสื้อเหลืองเพื่อดูกลมกลืน แต่ที่พันธมิตรเข้าไปพบนั้นเชื่อว่าขณะที่ถูกผลักดันออกมา ตำรวจที่ดูแลอยู่ น่าจะลืมล็อคประตู

     

     

     

    นายพลส่งจม.เตือน “พธม.” สลายชุมนุม ตี5-8โมงเช้า จับกุมแกนนำ

     

     

     

    เมื่อเวลา 2.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยบนเวทีชั่วคราวบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ถึงกลุ่มผู้ชุมนุม ว่า ทุกคนต้องเตรียมตัวอยู่ตลอดเวลา อย่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสลายการชุมนุมได้ ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันให้มาก เพราะหากจำนวนผู้ชุมนุมน้อยลงเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจ้องสลายการชุมนุมได้

     
    จากนั้น นายสำราญ รอดเพชร แกนนำพันธมิตรฯรุ่นที่2 ได้อ่านจดหมายของข้าราชการยศนายพลคนหนึ่งได้เขียนถึงพล.ต.จำลอง ให้กลุ่มผู้ชุมนุมฟังว่า รัฐบาลจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 7 พันนายเข้าสลายการชุมนุมในช่วงเวลา 5.00-8.00 น.ของวันที่ 29 สิงหาคมนี้  ดังนั้น ควรหาทางป้องกันโดยกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งอยู่นอกรั้วทำเนียบรัฐบาลขอให้เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลให้มาก  ทั้งนี้ นายพลคนดังกล่าวระบุถึงแผนการนี้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปีนรั้วเข้าทางด้านหลังทำเนียบรัฐบาลและจะใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมน