Archive for August, 2008

เมื่ออะไรๆก็จะอินเทล..อินไซด์!

ทันทีที่อินเทลปล่อยชิพรุ่นใหม่”อินเทล มีเดีย โปรเซสเซอร์”เจาะตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นหนักด้านมีเดีย หลายคนจับตามองว่าจากนี้อุปกรณ์ประเภทสมาร์ทโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้ารูปร่างแปลกๆ รวมถึงทีวีในห้องนั่งเล่นอาจได้เห็นยี่ห้ออินเทล อินไซด์เพิ่มขึ้น

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

ชิพเชื่อมเน็ต

ชิพประมวลผล “CE 3100″ ถือเป็นชิพรุ่นแรกของโปรเซสเซอร์แบบ System on Chips (SoCs) เป็นตระกูลใหม่ที่อินเทลพัฒนาขึ้นตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ด้วยการรวมคุณสมบัติทั้งหมดไว้ในชิพเพียงตัวเดียว เพื่อใช้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้

เช่น เครื่องเล่นออพติคอล มีเดีย เพลเยอร์ อุปกรณ์แปลงสัญญาณเคเบิลรุ่นใหม่ และทีวีดิจิทัล เป็นต้น

“อีริก คิม” รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มดิจิทัลโฮม ของอินเทล บอกว่า วันนี้ผู้บริโภคต้องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เพลิดเพลินกับกิจกรรมเพื่อความบันเทิงได้ทุกที่ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ใดก็ตาม

เขาให้ข้อมูลว่า ในรอบปีนี้คอกีฬาซูเปอร์โบวล์กว่า 43% ดูการแข่งขันผ่านโน้ตบุ๊ค และโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งมีผู้ชมจำนวนไม่ต่ำกว่า 97.5 ล้านคน ใช้วิธีโหวตหัวข้อต่างๆ ผ่านรายการทีวียอดฮิต ทางอินเทอร์เน็ต

นั่นแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคปัจจุบันมีประสบการณ์ที่ดี ในการผสานการรับรู้ทั้งทางสื่อปกติอย่างโทรทัศน์ และสื่อสมัยใหม่อย่างอินเทอร์เน็ต

“อินเทอร์เน็ตยังคงมีผลต่อการดำเนิน ชีวิตของเราต่อไปในรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังขยายขอบเขตการทำงานไปยังทีวีอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ๆ สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้นั่นเอง”

เขาให้ข้อมูลว่า ชิพมีเดียตัวนี้ จะเป็นมาตรฐานใหม่ของเทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์ไฮเทค โดยเฉพาะเครื่องขนาดพกพา และอุปกรณ์ทีวี รากฐานเทคโนโลยีดังกล่าว จะช่วยให้อุตสาหกรรมสินค้าไฮเทคสามารถพัฒนาอุปกรณ์ของตัวเองออกสู่ตลาดได้ เร็วขึ้น กระตุ้นให้เกิดการออกแบบใหม่ๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดบริการใหม่ตามมา เช่น การเชื่อมทีวีเข้ากับอินเทอร์เน็ต

ปัจจุบันอินเทล ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายราย ไม่ว่าจะเป็นซัมซุง โตชิบา พานาโซนิค แคริออน (Clarion) และยังเจรจากับผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกอีกหลายแห่ง

มีเดียใหม่ ยาฮูทีวี

แต่ที่สรุปดีลกันเรียบร้อยล่าสุด คือ ความร่วมมือครั้งสาคัญระหว่าง “ยาฮู” และ “อินเทล” ในการเปิดตัวแอพพลิเคชันเฟรมเวิร์คภายใต้ชื่อ “วิดเจ็ต แชนแนล” (Widget Channel) เพื่อใช้กับโทรทัศน์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนสถาปัตยกรรมอินเทล

“ถือเป็นการเชื่อมชุมชนอินเทอร์เน็ต เข้ากับจุดแข็งของทีวีครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม”

คิม บอกว่า วิดเจ็ท แชนแนล ถือเป็นวิธีใหม่ในการดูข้อมูลจากเวบไปพร้อมๆ กับการรับชมรายการทีวี โดยมี ยาฮู วิดเจ็ต เอ็นจิ้น เป็นตัวขับเคลื่อนบนการทำงานของชิพ CE3100

“แพททริค บาร์รี่” รองประธานส่วนธุรกิจ Connected TV Connected live บริษัทยาฮู อิงค์ ให้ข้อมูลว่า วันนี้ยาฮูมีจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมระดับพันล้านปลายๆ ต่อปี มีจำนวนเพจวิวสูงระดับ 3.4 พันล้านต่อวัน ยังไม่นับสมาชิกอีกมหาศาล เพราะถือว่าวันนี้ยาฮู ยังครองตำแหน่งเวบที่มีผู้เข้าชมสูงที่สุด

“ความร่วมมือกับอินเทล จะทำให้ประสบการณ์ของคนที่ใช้ยาฮูเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับคนดูโทรทัศน์ที่จะมีประสบการณ์แปลกใหม่ร่วมกับยาฮูมากขึ้น”

เขา กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ยังเป็นการสร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้บรรดาผู้ผลิตรายการ และนักโฆษณาได้ใช้ช่องทางดังกล่าวนำบริการส่งตรงไปสู่ผู้บริโภคที่นั่งหน้า จอได้ทันที

เปิดทางสร้างชุมชนอิเล็กฯ

ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการตั้งกลุ่มเครือข่ายที่เรียกว่า เดอะ อินเทล คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เน็ตเวิร์ค ซึ่งจะเป็นเครือข่ายชุมชนของสมาชิกที่เป็นทั้งผู้ค้าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และผู้ให้บริการที่ต้องการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เชื่อมต่อกับอิน เทอร์เน็ต โดยบริษัทที่เป็นสมาชิก จะสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มอินเทล ซีอี (Intel CE)

“อนันด์ จันทราเซเคอร์” รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มอัลตร้า โมบิลิตี้ ของอินเทล บอกว่า การปฏิวัติไปสู่ยุคอินเทอร์เน็ตจะเฟื่องฟูมากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับการเติบโตอย่างรวดเร็วของนิวมีเดียต่างๆ เช่น โซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง ซึ่งถือเป็นการสร้างคอนเทนท์โดยผู้ใช้งาน และบริการต่างๆ สำหรับผู้บริโภค

“ชิพรุ่นถัดไป อินเทลจะใช้ชื่อรหัสว่า Moorestown คาดว่าจะพัฒนาเสร็จตามกำหนดช่วงปี 2552-2553 ซึ่งจะเป็นชิพรุ่นแรกที่ช่วยทำให้อุปกรณ์มีเดียพวกนี้ มีระบบสื่อสารข้อมูล และเสียงในตัว” อนันด์ กล่าว

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

Tags:

คอมมูนิตี้ใหม่..สนใจรึเปล่า??

ดีแทคหนุน “ครีเอ้” เปิดตัวบริการใหม่ ” Playground” โชว์จุดเด่นถ่ายรูปจากมือถือ ลิงค์ขึ้นเวบแบบเรียลไทม์ หวังพัฒนาต่อยอดส่งขายตปท. เชื่อตลาดไทยตอบรับดี คาดกระตุ้นยอดจีพีอาร์เอสสิ้นปีทะลุ 4 ล้านคน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 300ล้านบาท เตรียมต่อยอดบริการเสริมหนุนกระแส 3 จีปีหน้า

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท ครีเอ้ จำกัด และผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มบริการเสริม บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคร่วมกับครีเอ้ บริษัทพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ดีแทคถือหุ้นอยู่ราว 51% เปิดบริการใหม่ ?Playground? แอพพลิเคชั่นมือถือที่ให้ผู้ใช้ถ่ายรูป แชร์รูปขึ้นเวบพร้อมแสดงโลเคชั่นได้ทันทีแบบเรียลไทม์

“ผมมองว่าแอพพลิเคชั่นนี้ จะเป็นบริการเสริมสำหรับผู้ใช้มือถือ โดยเฉพาะมือถือที่มีกล้องในตัว ซึ่งยังไม่มีที่ไหนพัฒนาให้แชร์รูปจากมือถือขึ้นเวบได้ทันที โดยไม่ต้องใช้พีซีเป็นตัวกลาง ที่สำคัญบริการนี้จะช่วยหนุนการสร้างคอมมูนิตี้ออนไลน์แบบสมบูรณ์สำหรับคน รุ่นใหม่และยังเป็นจุดเริ่มต้นของบริการในรูปแบบ 3จี ที่กำลังจะเกิดขึ้น”

แอพพลิเคชั่นนี้จะต้องการเชื่อมต่อ ระบบจีพีอาร์เอส คาดจะกระตุ้นผู้ใช้เพิ่มจากปัจจุบัน 2.9 ล้านคน เป็น 4 ล้านคนในสิ้นปีนี้ ปัจจุบันดีแทคมีรายได้จากบริการแพ็คเกจจีพีอาร์เอสราว 300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังวางแผนจะส่งออกบริการนี้ไปตลาดต่างประเทศ โดยอาศัยคอนเน็คชั่นของบริษัทเทเลนอร์ ซึ่งราวเดือน ต.ค.นี้ ทีมงานเทเลเนอร์จะเข้ามาประชุมในไทยจึงอาจหารือแผนนี้ และจะนำไปโชว์ภายในงานไอทียู 2008 ด้วย โดยคาดว่าจะได้รับความสนใจจากต่างชาติ

นายณัฐชัย อึ๊งศรีวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครีเอ้ จำกัด กล่าวว่า Playground เป็นแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาบนเทคโนโลยีเว็บ 2.0 อย่างแท้จริง นอกจากเป็นโปรแกรมที่ทำงานบนโทรศัพท์มือถือ ยังเป็นระบบบนเว็บที่ให้ผู้ใช้สร้างคอนเท้นท์เองผ่านช่องทางหลากหลายทั้งจาก บนเว็บไซต์ และมือถือในเวลาเดียวกัน

“แอพพลิเคชั่นนี้ สามารถพูดได้ว่า เป็นตัวแรก และตัวเดียวของโลกที่สามารถเชื่อมโยงฟังก์ชั่นกล้องดิจิทัลบนโทรศัพท์ เคลื่อนที่ แผนที่ของกูเกิล แม็พ และเว็บบล็อก เข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยคำนิยามที่ว่า real-time mobile photo sharing with location หรือการแชร์รูปจากมือถือพร้อมบอกสถานที่แบบเรียลไทม์”

อีกทั้งผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมโยง และถ่ายโอนภาพถ่ายจาก Playground เข้าสู่เว็บบล็อกส่วนตัวบนไซต์อื่นๆ ได้แก่ ไฮไฟว์, มายสเปซ, มัลติไพล์ และเฟซบุ๊ค ได้ทันที

กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใช้งานโทรศัพท์ มือถือทุกคนที่ชอบถ่ายรูป ชอบเล่นอินเทอร์เน็ต ชอบเล่นเว็บบล็อก คาดว่าจะมีผู้สนใจใช้กว่า 3 แสนคน ภายใน 6 เดือน

“โปรเจ็กต์ Playground ถือเป็นโปรเจ็กต์พัฒนาแอพพลิเคชั่นขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ครีเอ้เคยทำมา ใช้ระยะเวลาพัฒนาขั้นต้นกว่า 6 เดือน งบประมาณไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท และบริษัทมีแผนจะพัฒนาความสามารถใหม่ของระบบต่อไปอย่างต่อเนื่อง”

ช่วงแรกพัฒนาระบบไว้รองรับผู้ใช้ 1 ล้านคน และเปิดกว้างจะนำเสนอแอพพลิเคชั่นนี้ไปยังโอเปอเรเตอร์อื่นๆ ด้วย การทำตลาดช่วงแรกจะใช้วิธี Viral Marketing ส่วนผู้ใช้สมัครบริการผ่านเว็บไซต์ www.pg.in.th หรือผ่าน WAP ที่ m.pg.in.th

ก่อนหน้านี้ ครีเอ้ได้พัฒนาบริการผ่านมือถือมาแล้ว เช่น บริการสมาร์ทแชท และพุชเมล ซึ่งทางเอไอเอสก็นำไปให้บริการลูกค้า บริการที่พัฒนาขึ้นจนถึงวันนี้ ทำรายได้ให้บริษัทหลายสิบล้านบาท

“การร่วมมือกับดีแทค เป็นการขายไลเซ่นให้โดยตรง เพื่อนำไปให้บริการกลุ่มลูกค้า และกำลังวางรูปแบบทางธุรกิจใหม่ เพื่อพัฒนาโปรแกรมต่อยอดสำหรับเทคโนโลยี 3จี”

นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนของลูกค้าดีแทคคาดว่า 6 เดือนแรกจะมีผู้ใช้สมัครเป็นสมาชิกเข้าใช้บริการ 1 แสนราย ลูกค้าปกติที่ใช้งานแบบคิดตามเวลา ค่าบริการนาทีละ 1 บาท การอัพโหลด 1 รูป จะเสียค่าบริการไม่เกิน 2 บาท ผู้ใช้งานประจำเลือกสมัครแพ็คเกจ EDGE/GPRS ที่ราคาเริ่มต้น 30 บาท ใช้นาน 3 ชั่วโมง เป็นต้น

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

Tags: ,

hi5 เปิดตัวเวอร์ชัน mobile แล้ว!

ด้วยความพยายามขยายตลาดไปทั่วโลก และเปิดช่องทางการโฆษณา ทำให้ hi5 เปิดตัวเวอร์ชันใหม่ออกมาเกินหน้าคู่แข่ง

เว็บไซต์ Social Network อันโด่งดังอย่าง hi5 ได้เปิดตัว hi5 เวอร์ชั่นสำหรับอุปกรณ์พกพา หรือ mobile site ออกมาแล้ว

โดย hi5 เวอร์ชันนี้รองรับภาษาต่างๆ ทั่วโลกถึง 26 ภาษา ซึ่งไม่แตกต่างจากคุณสมบัติของ hi5 บนเว็บไซต์เวอร์ชันปกติเลย และการพัฒนาครั้งนี้ถือว่า hi5 นำหน้าคู่แข่งไปอีกขั้น เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีเว็บไซต์ Social Network ไหนเลย ที่มีการรองรับภาษามากเท่านี้มาก่อน

ข่าวไอที

การที่ hi5 แปลภาษาออกเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก ทำให้มีจำนวนสมาชิกหรือผู้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นผู้ใช้ในประเทศต่างๆ นอกเหนือสหรัฐอเมริกา ขณะที่ในอเมริกาเอง hi5 กลับไม่ได้รับความนิยมมากนัก อย่างไรก็ตาม ถือว่า hi5 เป็นเว็บ Social Network ที่โตเร็วที่สุดเว็บหนึ่งเลยทีเดียว

ส่วน Facebook ซึ่งเป็นเว็บไซต์ Social Network อันดับหนึ่งของโลก กลับมีการปรับตัวค่อนข้างช้ากว่าคู่แข่งอย่าง hi5 โดยเฉพาะเรื่องการแปลเป็นภาษาต่างๆ อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่า Facebook กำลังขะมักเขม้นแปลภาษาในเว็บไซต์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

หากเทียบความนิยมระหว่าง hi5 และ Facebook ในตลาดสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังถือว่า Facebook นำอยู่หลายขุม ขณะที่การเปิดตัว hi5 เวอร์ชัน mobile ก็ไม่ได้มุ่งเจาะตลาดผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาเท่าไหร่นัก แต่กลับจะมุ่งดึงดูดเงินโฆษณามากกว่า

โดย Ramu Yalamanchi ซีอีโอของเว็บไซต์ hi5 บอกว่า การพัฒนาครั้งนี้เจาะจงไปที่ศักยภาพของตลาดโฆษณามากกว่า คือมีช่องทางการโฆษณาเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อผู้ใช้เข้า hi5 ทางโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์พกพาต่างๆ ก็จะทำให้เจาะตลาดโฆษณาได้หลากหลายมากขึ้น และยังได้โฆษณาของประเทศที่ hi5 ได้แปลภาษาไว้รองรับอีกด้วย

จะเห็นว่าการแข่งขันของเว็บไซต์ Social Network เริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และพยายามเจาะตลาดแทบทุกกลุ่ม ทุกวัย และทุกประเทศ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ปัจจัยที่จะตัดสินความนิยมของเว็บประเภทนี้ อาจไม่ได้อยู่ที่ช่องทางการเข้าถึง ภาษา ดีไซน์ หรือระบบทางเทคนิค แต่จะเป็นปัจจัยใดนั้น…ต้องถามผู้ใช้ดู

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

Tags: ,

มาแล้ว Photoshop/Premiere Elements 7 รุกหนักออนไลน์-มือถือ

อโดบีซิสเต็มส์ (Adobe Systems) เปิดตัวชุดซอฟต์แวร์แก้ไขรูปภาพและวีดีโอ Photoshop Elements เวอร์ชันอัปเดทใหม่ล่าสุด เพิ่มคุณสมบัติใหม่เพื่อรองรับการแชร์ไฟล์ทั้งบนออนไลน์และทางโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ (Beta) คาดว่าพร้อมจำหน่ายเต็มตัวในเดือนตุลาคมนี้

ชุดซอฟต์แวร์ที่อโดบีประกาศอัปเดทใหม่คือ Photoshop Premiere Elements 7 สำหรับตัดแต่งวีดีโอและ Photoshop Elements 7 สำหรับปรับแก้รูปภาพ งานนี้อโดบีเตรียมช่องทางสะดวกให้ผู้ใช้ Elements 7 อัปโหลดภาพขึ้นไปเก็บใน Photoshop.com ได้จากโทรศัพท์มือถือแสนสะดวก แม้โทรศัพท์ที่รองรับจะจำกัดเฉพาะบางรุ่นเท่านั้น

ฟันขาว-ลบตีนกา ง่ายนิดเดียว

เครื่องมือใหม่ใน Photoshop Elements 7 นั้นบรรจงสร้างมาเพื่อการรีทัชที่ง่ายดายยิ่งขึ้น เช่น ฟีเจอร์ Scene Cleaner สำหรับการลบสิ่งไม่พึ่งประสงค์ออกจากภาพได้อย่างแนบเนียน ฟีเจอร์ Quick Fix สำหรับทำฟันขาว ใส่สีสด และปรับรายละเอียดรอบข้างให้สีนุ่มนวลขึ้น และฟีเจอร์อย่าง Smart Brush ที่เป็นเครื่องมือสำหรับลบรอยย่นบนหน้าได้ในเวลาไม่กี่นาที

ขณะที่ Premiere Elements 7 เพิ่มโหมดพิเศษด้านการวิเคราะห์ ที่ผู้ใช้จำสามารถสแกนไฟล์วีดีโอได้ว่า ไฟล์วีดีโอนี้มีความละเอียดภาพเท่าใด มีภาพใบหน้ากี่ภาพ หรือระดับเสียงในไฟล์มีความดังเบาเท่าไร จากนั้นผู้ใช้สามารถติด Smart Tags เพื่อทำเครื่องหมายให้ Premiere ทราบว่า ไฟล์นี้คือไฟล์วีดีโอที่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อรวบรวมไฟล์สมบูรณ์เหล่านี้เป็นกลุ่มเพื่อจัดเก็บต่อไป

นอกจากนี้ Premiere ยังเพิ่มฟีเจอร์ InstantMovie วีดีโอกึ่งสำเร็จรูปที่ทำให้ผู้ใช้เนรมิตวีดีโอจากธีมที่มีอยู่ได้อย่างรวดเร็ว เช่นธีม Birthday ที่จะมีเพลง เอฟเฟกภาพเคลื่อนไหว และภาพกราฟฟิกเกี่ยวกับคอนเซ็ปต์วันเกิดเตรียมไว้เรียบร้อย โดยผู้ใช้สามารถนำวีดีโอที่ได้ไปบันทึกในแผ่น DVD, Blu-ray และ AVCHD ความละเอียดสูงได้ สามารถอัปโหลดขึ้นโทรศัพท์มือถือ และเว็บไซต์แชร์ไฟล์อย่าง YouTube ได้โดยตรง

เพื่อแข่งกับ Flickr อโดบีลงทุนเปิดบริการออนไลน์สำหรับลูกค้า Photoshop Elements ในนาม Photoshop.com ซึ่งจะให้เนื้อที่จัดเก็บไฟล์ฟรี 5GB หากต้องการเนื้อที่ 20GB ขอคิดเงินเพิ่ม 49.95 เหรียญ เนื้อที่เหล่านี้มีไว้สำหรับสำรองข้อมูลกันหาย และมีไว้เพื่อรับของสมนาคุณหลังการขายอย่างธีมใหม่ๆ ตัวอย่างภาพยนตร์ และอื่นๆ

อโดบียืนยันว่า ผู้ใช้ Elements 7 สามารถอัปโหลดภาพจากโทรศัพท์มือถือขึ้นสู่ Photoshop.com ได้แม้กำลังใช้งานโทรศัพท์มือถืออย่างอื่นอยู่ เนื่องจากซอฟต์แวร์ส่งไฟล์ภาพจะทำงานอยู่ด้านหลัง (background) ทำให้การทำงานด้านหน้ายังดำเนินต่อไปได้ เช่นการคุยโทรศัพท์ การส่งข้อความแชต หรือการเล่นเกม โดยโทรศัพท์มือถือที่สามารถรองรับซอฟต์แวร์ขณะนี้ได้แก่ Palm Treo, Samsung Blackjacks และ Motorola Qs สำหรับผู้ใช้ Apple iPhone, BlackBerry Pearl, Motorola Razr, Nokia 5310 และ Nokia 6301 พร้อมใช้ในเดือนกันยายน

รายงานระบุว่า Photoshop Elements 7 และ Photoshop Premiere Elements 7 จำหน่ายในราคา 99 เหรียญต่อโปรแกรม (ประมาณ 3,200 บาท) จำหน่ายแพคคู่ในราคา 149 เหรียญ (ราว 4,900 บาท)

ที่มา : http://www.manager.co.th

Tags: , ,

กระเป๋าพลังแสงอาทิตย์

ไม่ต้องกลัวมือถือหรือ iPod แบตหมดอีกต่อไป ถ้าคุณมีกระเป๋าสะพายใบนี้อยู่ข้างกายตลอดเวลา

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นี่คือนวัตกรรมการผสมผสานแฟชั่นเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ได้ทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย โดยกระเป๋าถือใบนี้มีชื่อว่า Noon Logan Solar Laptop Bag ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในกระเป๋าได้

ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกก็เหมือนกระเป๋าหนังทั่วไป แต่ด้านหนึ่งของตัวกระเป๋ามีแผงโซลาร์เซลล์แบบยืดหยุ่นได้ติดอยู่ ซึ่งเมื่อสะพายบนบ่าแล้วหันหน้าออกหาแสงอาทิตย์ ก็จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าและเก็บในแบตเตอรี่แบบลิเธียมอิออนได้

สำหรับสเปคของ Noon Logan Solar Laptop Bag นี้ประกอบด้วย

- แผงโซลาร์เซลล์แบบยืดหยุ่นได้

- แบตเตอรี่แบบลิเธียมอิออน

- สายเคเบิลเชื่อมต่อระหว่างโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่

- สาย USB สำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ

- สาย USB สำหรับเชื่อมต่อ iPod

ส่วนน้ำหนักของกระเป๋ารุ่นนี้ค่อนข้างจะหนักเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณกิโลกว่าๆ เนื่องจากมีอุปกรณ์เสริมเพิ่มเข้ามาหลายอย่าง แต่สำหรับคนที่ชอบ gadget ใหม่ๆ, เบื่อหน่ายกับโทรศัพท์มือถือที่แบตหมดแล้วหาที่ชาร์จไม่ได้, หรือติดฟังเพลงและเล่นเกม รับรองว่าต่อให้กระเป๋าหนักกว่านี้ก็ยอมสะพายแบบไม่เกี่ยงแน่ๆ

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

Tags: , , ,

แม้แต่ Google ยังลดค่าใช้จ่าย!

เป็นที่รู้กันว่ายักษ์ใหญ่วงการอินเทอร์เน็ตอย่าง Google ดูแลพนักงานดีขั้นสุดยอด แต่วันนี้ต้องตัดงบเพราะพิษเศรษฐกิจ

Google เป็นบริษัทที่ใครๆ ก็อยากร่วมงานด้วย นอกจากจะเป็นองค์กรที่มีความสุดยอดทางด้านเทคโนโลยี และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกแล้ว ยังมีความร่ำรวยมหาศาล สามารถไล่ซื้อบริษัทเล็กบริษัทน้อย สร้างความแข็งแกร่งขององค์กรได้ตลอดเวลา

เพราะความร่ำรวยนี้เอง ทำให้ Google มีสวัสดิการสำหรับพนักงานอย่างไม่อั้น เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีแก่การทำงาน ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิสที่มีลักษณะเหมือนห้องนั่งเล่น มีอุปกรณ์กีฬาให้เล่นในสำนักงาน มีห้องเล่นเกม สระว่ายน้ำ และพนักงานสามารถใช้เวลา 20% ของเวลางาน ไปทำโครงการหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงานเลยก็ได้

และที่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าพนักงาน Google หรือที่เรียกว่า Googler มากที่สุดก็คือ อาหารฟรี 3 มื้อ ทั้งเช้า กลางวัน เย็น แบบบุฟเฟต์ กินไม่อั้น ในอาคาร Googleplex อันโด่งดังนั่นเอง

แต่ล่าสุดมีข่าวลือว่า Google ได้ตัดมื้อเย็นออกจากสวัสดิการพนักงานแล้ว เหลือเพียงอาหารเช้าและกลางวันเท่านั้น เนื่องจากบริษัทต้องการลดค่าใช้จ่ายลง จนสื่ออินเทอร์เน็ตต่างพูดถึงกันไปทั่ว

อย่างไรก็ตาม Owen Thomas แห่ง Valleywag บล็อกข่าวอิสระใน Silicon Valley รายงานว่า Google ยังคงมีสวัสดิการอาหาร 3 มื้อเหมือเดิม ยกเว้นมื้อเย็นจะจัดไว้ให้เฉพาะพนักงานที่เรียกว่า geek หรือพนักงานที่มีตำแหน่งด้านเทคนิคหรือเทคโนโลยีเท่านั้น เช่น วิศวกร และโปรแกรมเมอร์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากพนักงาน Google ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าสวัสดิการอาหารยังมีครบทุกมื้อสำหรับพนักงานทุกระดับ ขณะที่แหล่งข่าวอีกคนบอกว่า มีการตัดสวัสดิการอาหารมื้อเย็นจริง แต่เฉพาะที่อาคาร Mountain View campus เท่านั้น ส่วนเหตุผลนั้นไม่ระบุ ซึ่งอาจเป็นเพราะต้องการลดค่าใช้จ่ายก็เป็นได้

สื่อบางสำนักมองว่า การตัดงบอาหารเย็นของ Google จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้บริษัทได้มากน้อยแค่ไหนกัน แต่ถ้าดูงบค่าใช้จ่ายอาหาร 3 มื้อ ก็จะพบว่า Google ต้องจ่ายค่าอาหารสำหรับพนักงานต่อคน สูงถึง 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 250,000 บาทต่อปีเลยทีเดียว

ที่สำคัญคือตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขคร่าวๆ เท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว พนักงานส่วนใหญ่มักจะพาภรรยาหรือลูกมารับประทานอาหารพร้อมๆ กัน และบางครั้งยังนำอาหารกลับไปบ้านเพื่อรับประทานทั้งครอบครัวด้วยซ้ำ

นี่จึงอาจเป็นสาเหตุที่ Google เริ่มมองเห็นจุดรั่วไหลของบริษัท ซึ่งต้องเริ่มตัดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้นลม เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาขณะนี้ไม่ค่อยน่าไว้วางใจ แม้ Google จะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ใน Silicon Valley ก็ตาม

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

Tags: , ,

นักวิจัยปิ๊งไอเดีย ใช้ลิ้นเปิดคอมพ์!!!

ในเมื่อลิ้นสามารถควบคุมการลิ้มรส การออกเสียง การกลืน และการจูบจุ๊บๆ นักวิจัยจึงคิดว่าหากสามารถเพิ่มคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งให้ลิ้นคงจะดีไม่น้อย นั่นคือความสามารถในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เปิดคอมพิวเตอร์!!

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

???????
???????แนวคิดนี้เป็นของทีมนักวิจัยสถาบันเทคโนโลยีแห่งจอร์เจีย (Georgia Institute of Technology) หรือ Georgia Tech ซึ่งมีความเชื่อว่าการผนึกพลังงานแม่เหล็กและกล้ามเนื้อลิ้นจะทำให้การควบคุมการทำงานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นได้ในช่องปาก โดยศึกษาระบบลิ้นอัจฉริยะนี้ในชื่อ Tongue Drive System ซึ่งเชื่อว่าระบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้พิการ ที่จะสามารถใช้ลิ้นในการควบคุมการทำงานของวิลแชร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวกสบาย
???????
???????แม้การใช้ลิ้นแทนมือจะดูเป็นแนวคิดพิลึกกึกกือ แต่การศึกษาเพื่อวิจัยเทคโนโลยีนี้ก็ได้รับแรงสนับสนุนเป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งคือความเชื่อของนักวิจัยที่มองว่าระบบนี้จะมีประสิทธิภาพมากกว่าการควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยเครื่องหน้า เช่น การขยิบตา การพยักหน้า หรือการเอียงคอ ซึ่งอุปกรณ์ในระบบเหล่านี้มีราคาแพงในระดับที่ผู้พิการหลายคนเอื้อมไม่ถึง
???????
???????“ลิ้นสามารถสื่อสารได้หลายรูปแบบกว่า” Mike Jones รองประธานฝ่ายวิจัยและเทคโนโลยีศูนย์ Shepherd Center แห่งโรงพยาบาลรัฐแอนแลนตา กล่าวโดยย้ำว่า การควบคุมด้วยลิ้นนั้นง่าย และผู้ใช้สามารถเรียนรู้เพื่อใช้งานได้ทุกคน
???????
???????ทีมทดสอบการทำงานของระบบลิ้นอัจฉริยะด้วยการแนบแผ่นแม่เหล็กความกว้างราว 3 มิลลิเมตรไว้ที่ปลายลิ้น ระบบจะใช้เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนที่ของแม่เหล็ก ก่อนจะส่งข้อมูลที่ได้ไปยังเครื่องอ่าน และใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแปลความเคลื่อนไหวไปเป็นคำสั่งแก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่อไป จากการทดสอบ ผู้ใช้สามารถเลื่อนเมาส์ขึ้นลง ขยับซ้ายขวา คลิกและดับเบิลคลิกได้
???????
???????โครงการนี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนราว 120,000 เหรียญจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯหรือ National Science Foundation และ 150,000 เหรียญจากมูลนิธิ Christopher and Dana Reeve Foundation คาดว่าระบบนี้จะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ที่มา : http://www.manager.co.th

Tags: ,

ค่ายหนัง “แฮร์รี พอตเตอร์” ฟ้องหนังแขกชื่อคล้าย “หริ ปุตรา”

Hari Puttar – A Comedy Of Terrors หนังอินเดียเล็กๆ ที่โด่งดังกว่าที่ตั้งใจเสียแล้ว เมื่อทางค่ายหนังอเมริกันเตรียมฟ้องร้องระงับการฉาย เพราะเชื่อว่าชื่อที่ตั้งมานี้ มีส่วนคล้าย Harry Potter ผลงานฉบับภาพยนตร์ของตนเองมากเกินไป!

?

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

????????
???????เอาเรื่องที่เดียวสำหรับค่ายหนังใหญ่อย่าง Warner Bros ที่เพิ่งจะหักอกเหล่าสาวกพ่อมดน้อยด้วยการเลื่อนฉายภาค 6 ที่สัญญาว่าจะให้ดูกันสิ้นปีไปฉายเอาปีหน้า ได้ฟ้องบริษัทหนัง Mirchi Movies ของเมืองมุมไบเจ้าของหนัง Hari Puttar – A Comedy Of Terrors หรือ หริ ปุตรา – เรื่องตลกแห่งความหวาดกลัว เนื่องจากพวกเขาคิดว่าชื่อหนังมีความละม้ายคล้ายกับชื่อของพ่อมดน้อยอันโด่งดัง ที่ตนเองทำเป็นหนังออกฉายแล้ว 5 ภาคด้วยกัน
???????
???????ซึ่งเรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในการพิจารณาของศาลสูงแห่งบอมเบย์ ขณะที่ตัวหนังมีกำหนดออกฉายในวันที่ 12 ก.ย.นี้แล้ว
???????
???????”ขณะนี้เรากำลังดำเนินการฟ้องร้องกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังการผลิตและจัดจำหน่ายผลงาน หริ ปุตรา วอร์เนอร์ให้คุณค่าและปกป้องสิทธิทางปัญญา แต่เป็นนโยบายของเราที่จะไม่นำเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อสาธารณชน” เดโบราห์ ลินโคลน โฆษกหญิงของ Warner Bros กล่าว
???????
???????ขณะที่ฝ่ายจำเลยทางอินเดียก็ออกมาแย้งว่า Hari (หริ) ถือเป็นชื่อที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอินเดีย ส่วน Puttar(ปุตรา) มีความหมายถึงลูกชาย (บุตร) ในภาษาปัญจาบ

?

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

???????
???????หริ ปุตรา กำกับโดย ราเชฐ บาจาจ และ ลัคกี้ โคห์ลี นำแสดงโดย ซาอิน ข่าน ในบท หริ ร่วมด้วยดารารุ่นใหญ่ของอินเดียอย่าง แจ็คกี ชรอฟ โดยเนื้อเรื่องมีอยู่ว่าเด็กชายอินเดียวัย 10 ขวบที่ย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ที่อังกฤษ ต้องมาเจอกับภารกิจแย่งชิงไมโครชิปลึกลับจากวายร้าย
???????
???????”เราเลือกใช้ชื่อ Hari Puttar มาตั้งแต่ปี 2005 แล้ว โชคไม่ดีเลยที่ทางวอร์เนอร์เลือกมาฟ้องเราเอาตอนที่หนังใกล้จะฉายอย่างนี้ ในความเห็นของเรา เราไม่คิดว่าหริ ปุตราจะเหมือนกับแฮร์รี พอตเตอร์ตรงไหน” ตัวแทนของ Mirchi Movies ออกมาครวญ
???????
???????ขณะที่ชาวเน็ตที่ได้เห็นตัวอย่าง Hari Puttar – A Comedy Of Terrors แล้ว ต่างไม่เห็นด้วยกับการฟ้องร้องขอวอร์เนอร์ครั้งนี้ เพราะฝ่ายโจทก์ควรจะเป็นผู้สร้างหนัง Home Alone มากกว่า!

ที่มา : http://www.manager.co.th

Tags: ,

คลิกสักนิด ช่วยชีวิตคนทำเว็บ!

มีหลายเหตุผลที่คนไม่ชอบคลิกแบนเนอร์โฆษณาบนเว็บไซต์ต่างๆ แต่หารู้ไม่ว่าเป็นการช่วยให้กำลังใจคนผลิตผลงานดีๆ ต่อไป

เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่อาจทำให้ใครหลายคน เปลี่ยนความคิดในการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูล อ่านบทความ หรือแม้กระทั่งเล่นเกม

?

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

?

คำพูดที่นักท่องอินเทอร์เน็ตมักอ้างถึงโฆษณาบนเว็บไซต์ก็คือ

?ผม/ฉัน ไม่เคยคลิกแบนเนอร์เลย?

?คลิกทำไม เสียเวลา?

?เรื่องอะไรจะไปทำให้คนอื่นรวย?

ฯลฯ

สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่า พวกเขาเข้ามาอ่านบทความต่างๆ หรือหาเพื่อนในโลกออนไลน์ก็แค่นั้น ไม่ได้อยากจะเสียสมาธิไปกับโฆษณาในรูปแบบต่างๆ บนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งทุกวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าบรรดาผู้ลงโฆษณา มีวิธีการเรียกลูกค้าได้น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าแต่ก่อน ซึ่งบางครั้งก็น่ารำคาญพอดูเหมือนกัน

แต่ถ้าเว็บไซต์ใดที่มีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ และมีคุณประโยชน์ต่อผู้เข้าเยี่ยมชมจริงๆ รวมทั้งนักท่องอินเทอร์เน็ตก็ต้องการคอนเทนท์ดีๆ อยู่แล้วเช่นกัน ดังนั้น การมาบรรจบกันของทั้งสองสิ่งนี้ น่าจะไม่ลำบากเกินไปหากผู้เข้าชมเว็บไซต์จะคลิกโฆษณาบ้าง เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าของเว็บไซต์

ถ้าชอบบทความที่อ่านในบล็อก ช่วยคลิกแบนเนอร์เพื่อเป็นการขอบคุณ

ถ้าชอบวีดีโอที่ดูในอินเทอร์เน็ตทีวี ช่วยคลิกโฆษณาเพื่อเป็นสินน้ำใจ

ถ้าชอบคอนเทนท์ใดๆ ในเว็บไซต์ที่กำลังดูอยู่ ช่วยคลิกแอดเพื่อให้ทิปแก่ผู้ผลิตคอนเทนท์

แม้ว่ามันยังไม่ได้เป็นกฎระเบียบใดๆ ที่บังคับให้ใครทำ แต่วิธีการนี้น่าจะเป็นสิ่งดีๆ ที่ช่วยสร้างสรรค์ตลาดออนไลน์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ผู้เข้าชมเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าหรือบริการใดๆ ในโฆษณา (ถ้าซื้อด้วยก็ยิ่งดี) เพียงแค่คลิกคงไม่เหนื่อยหรือเสียเวลาอันใดมากมาย อย่างน้อยถือว่าให้เกียรติแก่ผู้ผลิตคอนเทนท์ ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ให้เราได้อ่าน ได้ชม ได้ฟัง และได้เล่น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

คิดเสียว่าบรรดาแบนเนอร์ที่เห็น เป็นกล่องรับบริจาคแล้วกัน!!!

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

Tags: , ,

บทเรียนจาก 4 ฮีโร่โอลิมปิก / จำลอง ฝั่งชลจิตร!

คอลัมน์ “หัวใจในกีฬา” โดย จำลอง ฝั่งชลจิตร
???????
???????กีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 29 ณ กรุงปักกิ่ง ปิดม่านลงอย่างยิ่งใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีนชาติเจ้าภาพประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน ทั้งทัพนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองเป็นอันดับหนึ่งและความสามารถด้านการจัดการแข่งขัน ขณะทัพนักกีฬาของสหราชอาณาจักร ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิกครั้งหน้าสหรัฐอเมริกาและรัสเซียต้องทำงานอย่างหนักเหมือนกัน
???????
???????สำหรับทัพนักกีฬาไทย 2 เหรียญทองกับ 2 เหรียญเงิน เป็นการยืนยันอีกครั้งว่ากีฬาประเภทบุคคลที่แข่งขันโดยการแบ่งรุ่นและกำหนัก ยังคงเป็นกีฬาที่นักกีฬาสามารถต่อสู้นำเหรียญกลับประเทศได้ ทั้งมวยสากลสมัครเล่น ยกน้ำหนัก และเทควันโด ส่วนยิงปืน กรีฑาและอื่น ๆ ยังห่างไกลเหรียญมากเหลือเกิน
???????
???????ปักกิ่งเกมส์ครั้งนี้ เยาวชนผู้มีใจรักกีฬาสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้าง เยาวชนยังไม่จำเป็นต้องสนใจความขัดแย้งระหว่างกรรมการสมาคมกีฬากับกรรมการโอลิมปิกสากลชาวไทย เรื่องของผู้ใหญ่และการชิงการนำแม้จะมีมูล แต่มันยังไม่เกี่ยวกับการฝึกฝนกีฬาที่เราชอบ
???????
???????เยาวชนที่มีใจรักกีฬาสามารถเรียนรู้หัวจิตหัวใจแท้ ๆ ของ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล , บุตรี เผือดผ่อง,สมจิตร จงจอหอ และ มนัส บุญจำนงค์ นักกีฬา 4 คนที่คว้าเหรียญกลับมาให้ชาวไทยชื่นชมได้ชื่นชมและภาคภูมิใจ
???????
???????หลังคว้าเหรียญทองโดยพิชิตนักชกโคตรมวยชาวคิวบา สมจิตรให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยที่ปักกิ่งว่า เขาทนเจ็บมามากแล้ว และสี่ปีที่แล้วเขาเกือบแขวนนวม เมื่อเขาตัดสินใจสู้เขาจึงได้ลิ้มรสชัยชนะที่หอมหวาน และปิดชีวิตบนผืนผ้าใบอย่างงดงาม จะให้งดงามกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
???????
???????คำว่า ?ทนเจ็บมามากแล้ว? ของสมจิตร บอกให้รู้ว่ากีฬาที่เล่นคนเดียวและต้องชั่งน้ำหนัก กีฬาที่นักกีฬาไทยสามารถคว้ามาได้จากโอลิมปิก 4 สมัย ได้มาด้วยความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่มีเหรียญไหนได้มาง่าย ๆ ประภาวดีต้องอิ่ม ๆ อด ๆ เพื่อเพาะสร้างกล้ามเนื้อและควบคุมน้ำหนักตัว เพื่อลงแข่งยกน้ำหนักให้ได้มากที่สุดในรุ่นเดียวกัน เธอเคยยกลูกเหล็กจนข้อศอกหลุด เราไม่รู้หรอกว่าเวลาไหล่หรือข้อศอกหลุดมันเจ็บปวดทรมานเท่าไร บุตรีที่ถูกนักเทควันโดคู่แข่งเตะต่อยหรือถีบมันเจ็บลึกแค่ไหน
???????
???????เยาวชนสามารถเรียนรู้จากมนัส บุญจำนงค์ ได้ทั้งสองด้าน ด้านมืดและด้านสว่าง เรียนรู้บนความเคารพและยอมรับว่ามนัสเป็นวีรบุรุษโอลิมปิกอย่างแท้จริง นักมวยสากลสมัครเล่นที่ฝ่าด่านหมัดคู่ต่อสู้เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศถึง 2 สมัย ครั้งแรกมนัสคว้าเหรียญทองจากกรุงเอเธนส์ และต่อมาคว้าเหรียญเงินจากปักกิ่ง ยังไม่รู้อีกกี่ปีถึงจะมีนักกีฬาไทยที่สามารถคว้าเหรียญจากกีฬาโอลิมปิกสองสมัยอีกคน และถ้ามนัสยังไม่แขวนนวม เขาอาจเป็นนักกีฬาคนที่แรกของไทยที่สามารถคว้าเหรียญโอลิมปิก 3 สมัยเหมือนอย่าง เฟลิกซ์ ชาวอน ยอดนักมวยรุ่นใหญ่ชาวคิวบา
???????
???????บทเรียนที่เยาวชนไม่ควรเอาอย่าง และมนัสเองก็ไม่ต้องการให้ใครเอาอย่าง นั่นคือ หลังประสบความสำเร็จจากกรุงเอเธนส์ เขาใช้เงินรางวัลไปกับการพนันจนและความสนุกสนานที่มีแต่จะบ่อนทำลายนักกีฬา แต่เมื่อได้กลับมาอีกครั้ง แม้จะช้าไปบ้าง เขาก็ทำได้ดีเพราะความเป็นยอดมวยพรสวรรค์ ผมคิดว่าตอนขึ้นรับเหรียญรางวัลพร้อมเฟลิกซ์ ดิอาซ นักชกชาวโดมินิกันที่เอาชนะเขา ต้องมีนักวินาทีที่มนัสหวนกลับมานึกถึงช่วงที่เขาใช้ชีวิตเสเพล เพราะถ้าไม่เป็นอย่างนั้น เขาจะไม่มีวันพ่ายเด็ดขาด
???????
???????สิ่งที่เยาวชนไทยควรชื่นชมต่อสมจิตรและมนัส ก็คือ ความเป็นยอดนักกีฬา สมจิตรแสดงความเป็นผู้ใหญ่ที่นอบน้อม ให้เกียรติ และเป็นมิตรกับเพื่อนนักมวยที่เคยต่อสู้กันมา เขาจัดฉากจบของเขาตอนถ่ายรูปหลังรับเหรียญรางวัลให้ตัวเองอย่างงดงาม เช่นเดียวกับมนัสแม้จะพ่ายแพ้ ผมไม่เห็นนักมวยคนไหนที่ยิ้มให้กับความพ่ายแพ้ของตัวเองและชัยชนะของคนอื่นได้สวยเท่ามนัสเลย
???????
???????แม้ข้างในของมนัสจะขมขื่นจนกล้ำกลืนแทบไม่ลงก็ตาม
ที่มา : http://www.manager.co.th

Tags: ,