IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!
25 Aug
CCTV ของจีนฟันกำไรบานเบอะ หลังผูกขาดการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิค 2008 ที่ผ่านไป
ขณะที่ NBC และ Yahoo ต่างก็แข่งขันกันจะเป็นจะตาย เพื่อแย่งกลุ่มคนดูในการแข่งขันโอลิมปิคปี 2008 อยู่นั้น สถานีโทรทัศน์กลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ China Central Television – CCTV ก็เร่งโกยเงินโฆษณาและเรตติ้งอย่างไม่สนใจใคร
?
?
?
CCTV เป็นหน่วยงานหนึ่งของ Asian Broadcasting Union ซึ่งต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่กีฬาโอลิมปิคครั้งนี้เพียง 17.5 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ขณะที่ NBC ของสหรัฐอเมริกาต้องจ่ายสูงถึง 894 ล้านดอลลาร์ และเผยแพร่ได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ส่วนรายได้จากโฆษณาของ CCTV นั้นสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์ทีเดียว
สาเหตุที่ CCTV จ่ายค่าลิขสิทธิ์ต่ำกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ เพราะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ซึ่ง CCTV เองก็ต่างตอบแทนด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ของจีนไปในทางที่ดูดีเช่นกัน รวมทั้งยังเซ็นเซอร์บางรายการถ้าจำเป็นอีกด้วย
The New York Times ระบุว่า CCTV นำเสนอข่าวเกี่ยวกับจีนในลักษณะที่ดูดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย อย่างกรณีแผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวของ CCTV เป็นสื่อมวลชนกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปรายงานในพื้นที่ก่อน และก็เผยแพร่ภาพนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า เข้าช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหวราวกับวีรบุรุษ ขณะที่ภาพของผู้เสียชีวิตหรือผู้คนที่โกรธแค้นเรื่องความปลอดภัยของอาคารต่างๆ กลับถูกเซ็นเซอร์
และเมื่อการถ่ายทอดโอลิมปิคในครั้งนี้ สถานีโทรทัศน์คู่แข่งของต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศในจีน ทำให้ CCTV ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ จากโฆษณารายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น P&G, Coca-Cola, และ Adidas
จากการสำรวจของ Nielsen พบว่า ในระหว่างพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค มีผู้ชม CCTV สูงถึง 840 ล้านคน และในช่วงที่มีการแข่งขันกีฬาเทเบิลเทนนิสหญิงรอบชิงชนะเลิศ ก็มีคนติดตามชมถึง 330 ล้านคน ซึ่งมากกว่าจำนวนประชาชนของสหรัฐอเมริกาเสียอีก
ส่วนเว็บไซต์ CCTV.com ก็มีการเผยแพร่พิธีเปิดกีฬาโอลิมปิคเช่นกัน โดยใน 10 วันแรกของการแข่งขัน มีคนเข้าชมวีดีโอใน CCTV.com กว่า 100 ล้านคน เมื่อเทียบกับเว็บไซต์ NBCOlympics.com ของสหรัฐอเมริกาที่มีเพียง 42 ล้านคนใน 12 วันแรก
?การผูกขาดตลาด? มันดีอย่างนี้นี่เอง!
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com
Tags: cctv, olympic, ผูกขาด25 Aug
แฟนพันธุ์แท้โอเพ่นซอร์ส น้อยคนคงไม่มีใครไม่รู้จัก “มายเอสคิวแอล” แม้วันนี้บริษัทซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่แห่งนี้จะเปลี่ยนสถานภาพกลายเป็นบริษัทใต้ร่มเงาใหญ่ของ “ซัน” แต่ทว่าความเป็นโอเพ่นซอร์สยังคงเดิม..และมีทีท่าว่าจะเข้มข้นกว่าเดิมเสียด้วย
หลังการประกาศเข้าควบกิจการ “มายเอสคิวแอล” มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ของซันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้แฟนพันธุ์แท้โอเพ่นซอร์สหลายรายเริ่มหวั่นวิตกถึงสถานภาพของผู้พัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลแบบเปิดยักษ์ใหญ่รายนี้ว่า จะยังเป็นโอเพ่นซอร์สครองใจนักพัฒนาในแวดวงไอทีต่อไปอีกหรือไม่ เมื่อธุรกิจยังต้องเดินไปพร้อมการเติบโตของยอดขาย และผลประกอบการ
?

?
มายเอสคิวแอล”โกออน”
?หาก “เดวิด แอ็กมาร์ค” ผู้ร่วมก่อตั้งมายเอสคิวแอล ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า แม้จะกลายเป็นบริษัทลูกในเครือของซัน ไมโครซิสเต็มส์ แต่ “มายเอสคิวแอล” ก็ยังคงเป็น “มายเอสคิวแอล” ที่โดดเด่นในเรื่องของระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้วยซอฟต์แวร์อิสระ และที่สำคัญยังมี “ตัวเขาเอง” ที่ยังคอยดูแลบริษัทที่เขาร่วมสร้างมากับมือ
?”ผมเริ่มต้นมายเอสคิวแอลกับเพื่อนอีกคนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว ต้องบอกว่ายังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่สำหรับวงการไอที เราเริ่มต้นด้วยการตั้งเป็นโปรเจคมายเอสคิวแอล เริ่มเขียนดาต้าเบส โค้ดปี 1982 (2525) พัฒนาเรื่อยๆ มาจนได้มายเอสคิวแอล โค้ด ปี 1995 (2538) แล้วเซ็ตอัพเป็นบริษัท เริ่มมีการลงทุน และมีซีอีโอบริหารอย่างจริงจังเมื่อราวปี 2001 (2544) กระทั่งซันเข้ามาซื้อกิจการเมื่อต้นปีนี้” แอ็กมาร์ค เล่า
?เขาบอกอย่างตรงไปตรงมาต่อคำถาม “ทำไมต้องเป็นซัน” ว่า ก็เป็นธรรมดาของโลกธุรกิจที่ใครที่ความสามารถจ่ายได้ดีกว่า ก็น่าจะเลือกคนนั้น ซึ่งหมายถึงความมั่นคง และศักยภาพในการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต
?อย่างไรก็ตาม เขายังยืนยันว่า แม้จะเป็นบริษัทในเครือของซัน แต่บริษัทก็ยังจะคงใช้แบรนด์ “มายเอสคิวแอล” ต่อไป ลักษณะเป็นโคแบรนดิ้งระหว่างซัน และมายเอสคิวแอล
?พร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบรับกับผู้ใช้ในกลุ่มที่นิยมโอเพ่นซอร์ส ซึ่งจากสถิติการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ไปใช้ขององค์กรต่างๆ ทั่วโลกยังคงทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีสถิติอยู่ที่ 5 หมื่น – 7.5 หมื่นดาวน์โหลดต่อวัน รวมถึงองค์กรในไทย ซึ่งล่าสุดก็มีสถิติการดาวน์โหลดที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โลกอิสระของโอเพ่นซอร์ส
?แอ็กมาร์ค บอกว่า เหตุผลที่ทำให้โอเพ่นซอร์ส ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และทำให้เขายังหลงใหลอยู่ในโลกของโอเพ่นซอร์สก็คือ “ความอิสระ” และ “ไม่ยึดติดกับอะไร” ทำให้ซอฟต์แวร์สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยเขายกตัวอย่างว่า ซอฟต์แวร์พาณิชย์ (Propitary Software) ที่แม้จะมีข้อดีในการใช้งานมาก โดยเฉพาะความสะดวกสบาย และง่ายต่อการใช้งาน
?แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยข้อจำกัดนับไม่ถ้วน ตั้งแต่การใช้งานกับแพลตฟอร์มเฉพาะค่ายใดค่ายหนึ่ง และยังเป็นซอฟต์แวร์ปิดที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของพนักงานเจ้าของซอฟต์แวร์นั้นๆ และที่สำคัญยังต้องใช้เงินลงทุนสูง
?อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมรับว่า การใช้โอเพ่นซอร์สก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีทั้งหมด เพราะประเด็นเรื่องของความปลอดภัย ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายองค์กรยังไม่ตัดสินใจเทใจให้โอเพ่นซอร์ส หากข้อดีอีกข้อก็คือ แม้ว่าโอเพ่นซอร์ส จะมี “ปมด้อย” เรื่องของความปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันก็มี “ปมเด่น” ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเห็นโค้ดของโอเพ่นซอร์สได้ ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสที่นักพัฒนาทุกรายจะเข้ามาช่วยอุดช่องว่างให้กับโปรแกรมเปิดต่างๆ ได้
ขอโตอย่างโลมา
?เมื่อถูกถามถึงโลโก้ “โลมา” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงการเติบโตควบคู่กับมายเอสคิวแอลมาอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเป็น “ฉลาม” ซึ่งนับว่าหนึ่งในจ้าวมหาสมุทรที่ปลาเล็ก-ใหญ่ พันธุ์อื่นยังต้องหลีกทางให้
?แอ็กมาร์ค บอกว่า โลมาเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความรื่นเริง และเป็นมิตรกับท้องทะเล ซึ่งสื่อให้เห็นว่า มายเอสคิวแอลไม่ได้เป็นบริษัทที่มุ่งกอบโกยผลประโยชน์เป็นหลัก เห็นได้จากผลิตภัณฑ์ที่เปิดทุกอย่างให้ดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีๆ พร้อมกับนำเสนอทางเลือกหากลูกค้าต้องการสิ่งที่ดีกว่าก็มีซอฟต์แวร์ในรูปแบบเชิงพาณิชย์เป็นตัวเลือกในการใช้บริการเช่นกัน ซึ่งจุดสนใจที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ Total Cost of Ownership ของการใช้ฐานข้อมูลมายเอสคิวแอล ที่ลดลงได้มากถึง 90%
?นอกจากนี้การรวมตัวระหว่าง “มายเอสคิวแอล” กับ “ซัน” ยังทำให้ตลาดของทั้งคู่ขยายตัวได้มากขึ้น และช่วยผลักดันการเติบโตให้ตลาดฐานข้อมูลโดยรวม ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 15 พันล้านดอลลาร์
?ทั้งยังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่รองรับความต้องการใช้งานกับตัวซอฟต์แวร์ได้มากยิ่งขึ้น โดยเขาตั้งความหวังว่า มายเอสคิวแอล จะมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตให้ซันเชิงของลูกค้าใหม่ๆ เนื่องจากก่อนหน้าการควบรวมกิจการ แม้ทั้งคู่จะเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่มุ่งเน้นระบบเปิดเป็นหลัก แต่ก็มีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน
?เขาย้ำว่า ก้าวต่อไปของมายเอสคิวแอลต่อจากนี้ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพให้โอเพ่นซอร์ส และรองรับแนวโน้มของกระแสเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะเว็บ 2.0 และกลุ่มโซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง เช่น ไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค รวมถึงบริการต่างๆ บนเว็บ ซึ่งผู้ให้บริการระดับโลกหลายราย วางใจที่จะใช้บริการฐานข้อมูลระบบเปิดของมายเอสคิวแอล
?”ความท้าทายที่สุดของผมในตอนนี้คือ จะดูแลบริหารบริษัทอย่างไร ให้บริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 400 คน ยังก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ ซึ่งสำหรับผมแล้ว ผมว่ามันค่อนข้างใหญ่ทีเดียว เพราะนอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องคิดถึงเรื่องกฎระเบียบข้อปฏิบัติต่างๆ ซึ่งเราจะต้องทำให้ดีที่สุด” แอ็กมาร์ค ทิ้งท้าย
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com
Tags: mysql24 Aug
3 ตลาดเกมใหญ่โลก ?อเมริกา-อังกฤษ-ญี่ปุ่น?รวมตัวเลขยอดขายเกมตลอดปี 2008 ออกมาเป็นรายงานครั้งแรก เกม?GTA 4?จากร็อกสตาร์ขายดีสุด 6 ล้านชุด ส่วน 3 เกมจากเครื่อง Wii นินเทนโดติดอันดับ 2-3-4 ขณะที่เกมกดกีตาร์เพลงร็อก ?กีตาร์ ฮีโร่3? กระโดดมาติดอันดับ 5
???????
??????? หน่วยงานที่รวบรวมยอดจำหน่ายเกม 3 เจ้าใหญ่ๆของโลก ประกอบด้วย เอนพีดี กรุ๊ปจากสหรัฐอเมริกา, GfK ชาร์ต-แทรคจากอังกฤษ และเอนเตอร์เบรน จากญี่ปุ่น ประสานใจจับมือกันเพื่อประกาศรวมยอดขายเกมเข้าด้วยกันจนออกมาเป็น ?Top Global Markets Report? หรือรายงานตัวเลขให้อุตสาหกรรมเกมโลกได้ทราบกันว่ามีซอฟต์แวร์เกมใดบ้างที่ขายดีที่สุดทั่วทั้งโลก
???????
??????? ด้านหัวหน้าใหญ่ของผู้เก็บสถิติจากทั้ง 3 แห่งซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของการขายเกมในโลก ต่างให้ความเห็นในทำนองเดียวกันว่า การรวมยอดขายกันจะมีประโยชน์ต่อภาพรวมตลาดเกมโลก ซึ่งจะช่วยทั้งผู้จัดจำหน่ายเกมและนักพัฒนาเกม แถมยังสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกันได้อีกด้วย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
???????
??????? ผลปรากฏว่าซอฟต์แวร์เกมที่ขายดีที่สุดในปีนี้ 2008 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้นั้นก็คือ ภาคล่าสุดของเกมในตระกูลที่ทั่วโลกตีตราว่าก่อให้เกิดปัญหาสังคมที่สุดเช่นกัน ?แกรนด์ เตฟต์ ออโต้4? (Grand Theft Auto IV) ขายไปได้ทั้งหมด 6,293,000 ชุด ตามมาด้วยเกมไฟต์ติ้งจากนินเทนโด ?ซูเปอร์ สแมช บราเธอร์ บรอว์ล? (Super Smash Bros. Brawl)? บนเครื่อง Wii ด้วยจำนวน5,433,000 ชุด ส่วนอันดับเกมขายดีโลกลำดับที่สามก็มาจากเครื่อง Wii เช่นกัน ?มาริโอ คาร์ต วี? (Mario Kart Wii) 4,697,000 ชุด ตำแหน่งถัดมาก็คือเกม ?วี ฟิต? (Wii Fit) 3,604,000 ชุด และเกมดนตรีร็อก ?กีตาร์ ฮีโร่ 3:เลจเจนด์ ออฟ ร็อก? (Guitar Hero III: Legends of Rock) ติดในอันดับห้า 3,475,000 ชุด
???????
???????
???????
| อันดับ | ชื่อเกม | ยอดรวมทั่วโลกล่าสุด | อเมริกา | อังกฤษ | ญี่ปุ่น |
| 1. | Grand Theft Auto IV | 6,293,000 | 4,711,000 | 1,582,000 | ยังไม่ได้ขาย |
| 2. | Super Smash Bros. Brawl | 5,433,000 | 3,539,000 | 213,000 | 1,681,000 |
| 3. | Mario Kart Wii | 4,697,000 | 2,409,000 | 687,000 | 1,601,000 |
| 4. | Wii Fit | 3,604,000 | 1,433,000 | 624,000 | 1,547,000 |
| 5. | Guitar Hero III: Legends of Rock | 3,475,000 | 3,037,000 | 412,000 | 26,000 |
ที่มา : http://www.manager.co.th
?
Top Global Markets Report
Tags: best, best seller, gta, ขายดี24 Aug
อึ้งและทึ่งเมื่อ Jeban.com (จีบัน) เว็บไซต์ชุมชนคนรักสวยรักงามของไทยยืดพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์จัดงานฉลองครบรอบเว็บไซต์ 1 ปีเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สาวน้อยสาวใหญ่เกือบ 2,000 คนกระจายตัวร่วมกิจกรรมความงามอย่างเหนียวแน่นและสนุกสนานทั่วงาน อะไรคือเคล็บลับความสำเร็จของการสร้างคอมมูนิตีหรือชุมชนคนออนไลน์ที่เหนียวแน่นเช่นนี้ “ป้าจีน” หรือจีราภัสร์ อริยบุรุษ หนึ่งในผู้ก่อตั้งจีบันดอทคอมมีคำตอบให้
?
???????
???????”เราวางเป้าผู้ชมงานไว้ตอนแรกที่ 500 เลยเตรียมถุงของขวัญไว้เผื่อ 1,000 ถุง ปรากฏว่าไม่พอเพราะคนมางานประมาณ 2,000 คน” จีราภัสร์ซึ่งใช้นามปากกาบนเว็บไซต์ว่าป้าจีน (มาจากชื่อเล่นคือจีน) กล่าวถึงงานฉลองที่เพิ่งจบไปอย่างชื่นใจ “ตอนแรกที่เราไปขอสปอนเซอร์ หลายคนบอกว่าจะไหวเหรอคะ นิตยสารก็ไม่ใช่ เป็นแค่เว็บ ซึ่งงานนี้ทุกคนมาจากเว็บจีบันอย่างเดียวเลย ไม่มีประชาสัมพันธ์ทางสื่ออื่น”
???????
???????แน่นอนว่าตัวเลขคนเข้าชมงานที่สูงเช่นนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าการดูถูกพลังของสื่อออนไลน์เป็นความคิดที่ผิดมหันต์ ปัจจุบัน จีบันดอทคอมมีสมาชิกราว 14,000 คน สถิติเข้าชมมากกว่า 3 ล้านครั้งต่อเดือน อัตราการเติบโตสมาชิกเฉลี่ยราว 2,000 รายต่อเดือน โดยหนึ่งในทีมงานเครื่องสำอางที่มาร่วมออกบูทถึงกับบอกว่า ไม่เคยออกบูทงานไหนแล้วคนเยอะเท่านี้มาก่อน
???????
???????ติดตลาดเพราะเหมือนเพื่อนบอก
???????
???????จีบันดอทคอมอ้างตัวว่าเป็นเว็บไซต์แห่งแรกในประเทศไทยที่มุ่งเจาะตลาดผู้รักความสวยงามและการแต่งหน้าโดยเฉพาะ ภายในเว็บประกอบด้วยเรื่องราวและภาพจริงของการแต่งหน้ากับสารพัดเครื่องสำอางและอุปกรณ์ต่างๆที่ละเอียดแบบที่ไม่มีบนนิตยสารหัวไหน คอนเซ็ปต์หลักของเว็บคือต้องการเป็นเพื่อนหรือเป็นที่ปรึกษาของคนที่อยากสวย ต้องการให้แฟนเว็บสามารถฝึกแต่งหน้าด้วยตัวเอง ไม่มีการเขียนบทความเชียร์เพื่อขายของ สินค้าไหนใช้ดี-ไม่ดีบอกกันตรงๆ ซึ่งป้าจีนย้ำว่าความจริงใจคือส่วนสำคัญที่ทำให้จีบันได้รับความนิยม
???????
???????“เราไม่ใช่กูรู ไม่ใช่มืออาชีพ คอนเทนต์กูรูหาอ่านได้ตามนิตยสาร แต่เราทำเพราะใจรัก อยากให้คนฝึกแต่งหน้าด้วยตัวเองเป็น เราอยากเป็นเหมือนกูเกิล ที่ใครอยากหาข้อมูลก็ต้องไปกูเกิล แต่ถ้าอยากรู้เรื่องสวยงามต้องมาจีบัน การลองเครื่องสำอางก็เป็นทีมงานที่ลองเอง ถ่ายก่อนใช้ หลังใช้ ดีไม่ดีก็บอก ก่อนหน้านี้เคยเขียนบทความให้นิตยสารคาวาอิ (Cawaii!) แต่ไม่เวิร์กเพราะถูกจำกัดเนื้อที่ ซึ่งบนเว็บเราสามารถอธิบายได้มากเท่าที่ต้องการ ตอนนี้มองว่าจีบันทำได้ประมาณ 70% ของที่ตั้งไว้ 100% คืออยากให้จีบันเก็บไดเร็กทอรีเครื่องสำอางทุกยี่ห้อที่มีทั่วโลก”
???????
???????ป้าจีนเล่าว่า เธอเล่นเว็บบอร์ดมานานและแต่งหน้าไม่เป็นจนกระทั่งแพ้สารรักษาสิวจนเป็นแผลบนใบหน้าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เมื่อต้องหาทางแต่งหน้ากลบรอยแผลเป็นด้วยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เธอจึงโพสต์เทคนิคการแต่งหน้าลงเป็นกระทู้ใน pantip.com อย่างสม่ำเสมอ และเพื่อแก้ปัญหากระทู้หายไปตามเวลา เธอจึงเปิดบันทึกออนไลน์ในนาม jeban.bloggang.com ความนิยมในบล็อกทำให้ป้าจีนชักชวนเพื่อนที่เป็นดีไซเนอร์อีก 3 คนมารวมตัวกันในนามจีบันดอทคอม และป้าจีนคือคนที่ลาออกจากงานประจำเพื่อดูแลเว็บเต็มตัวร่วมกับสามี
???????
???????”บอกตรงๆว่าแฟนเว็บส่วนใหญ่มาจาก pantip คิดว่าจีบันเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเว็บเพราะคนส่วนใหญ่อ่านบทสอนการแต่งหน้าจากนิตยสารไม่เข้าใจ แต่จีบันหาเทคนิคและเขียนถ่ายทอดเหมือนเพื่อนบอกเพื่อน ผู้หญิงโดยสันดานชอบอวดอยู่แล้ว เราก็ตั้งกระทู้ขึ้นมาให้คนอวด ซื้ออะไรมาก็เปิดถุงถ่ายรูปเหมือนเพื่อนอวดของกัน ความประทับใจตลอด 1 ปีที่ทำจีบันดอทคอมคือสมาชิกทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตาดูแลเว็บ ไม่ถล่มซ้ำแบ่งพรรคพวกเหมือนที่เว็บบอร์ดหลายแห่งเป็น”
???????
???????ปุ้งปิ้ง หนึ่งในสาวกที่มาร่วมงานฉลองครบรอบ 1 ปีจีบันดอทคอมยืนยันว่าคนในจีบันใจดี อาจเป็นเพราะความชอบในเรื่องรักสวยรักงามเหมือนกัน บอกว่าสิ่งที่ชอบในจีบันคือคอลัมน์ How to ขณะที่แฟนคลับอย่าง hinni Giggy และ Aoy บอกว่าชอบจีบันที่อัปเดตแฟชั่นเสื้อผ้าได้เร็ว เนื้อหาในคอลัมน์เมาท์ออนเดอะเว็บหรือซุบซิบดาราสนุกสนาน
???????
???????“ป้าจีนตัวจริงน่ารักมาก พวกเราไม่เคยไปงานไหนแบบนี้มาก่อน”
???????
???????ต้องโตอีก
???????
???????ป้าจีนบอกว่าในอนาคตจะมีโปรเจกต์อื่นตามหลังจีบันมาอย่างแน่นอน ตั้งเป้าไว้ว่าอาจเปิดเว็บไซต์ใหม่ปีละ 1 เว็บหรือ 2 ปีหนึ่งเว็บ มองไว้ว่าเป็นเว็บไซต์เนื้อหาไลฟ์สไตล์ในสังคมเมืองที่ใกล้ตัว เนื้อหาในเว็บไซต์ทำได้ง่ายและใช้ได้จริง
???????
???????“การต่อยอดจีบันดอทคอมคงเป็นการใช้ประโยชน์จาก Engine (ระบบจัดการข้อมูลเว็บไซต์) ที่เราประมาณว่ามูลค่าเหยียบล้าน มีบางแบรนด์มาขอซื้อ Engine แต่เราไม่ขายเพราะคิดว่าจะเปิดเว็บไซต์คอมมูนิตีอื่นๆอีก โดยประยุกต์จาก Engine ที่มี ลูกค้าหลังงาน meeting น่าจะเพิ่มขึ้นเยอะ เพราะที่ผ่านมาลูกค้าไม่แน่ใจ”
???????
???????Engine ของจีบันสามารถกำหนดให้ผู้ตั้งกระทู้ต้องเป็นสมาชิกของจีบันเท่านั้น สาวๆที่ตั้งกระทู้สามารถเลือกให้คนที่มาตอบกระทู้ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้นได้ด้วย โดยป้าจีนบอกว่า กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้ผู้ตั้งกระทู้เลือกให้แสดงกระทู้เฉพาะคนที่เป็นสมาชิกเท่านั้น
???????
???????ในแง่ของรายได้ ป้าจีนบอกว่ายังไม่สามารถเปิดเผยรายได้ต่อเดือนของจีบันได้เพราะเพิ่งเปิดได้ 1 ปี
???????
???????”หกเดือนแรกไม่มีรายได้เลย ทุนเราก็ไม่มี ตอนนั้นตั้งท้องอยู่ด้วย อาศัยเพื่อนที่มีในเว็บบอร์ดเยอะ โฮสต์เราก็ดึงมาร่วมหุ้นโดยขอตั้งฟรีในช่วงแรก จีนเป็นกราฟิกทำเว็บเอง เพื่อนที่ดึงมาทำคอนเทนต์ด้วยกันก็เป็นเพื่อนในเว็บบอร์ดที่พันทิป ดึงสมาชิกมาเป็นแขกรับเชิญเขียนคอลัมน์ พอคิดว่าลูกกำลังจะคลอดแล้วยังไม่มีเงินเลย ก็เลยเริ่มเข้าหาลูกค้าให้มากขึ้น ซึ่งงานที่จัดก็ได้เพื่อนมาช่วยเยอะมาก บัตรเข้างานก็พิมพ์ฟรี ของชำร่วยในงานที่เป็นเทียนส่งออกก็ฟรี ตากล้องในงานก็ฟรีเพราะเป็นเพื่อนห้องกล้องในพันทิป เสียแต่ค่าเช่าและแสงสีเสียงในงาน”
???????
???????ทีมงานจีบันขณะนี้มีราว 10 ชีวิต สมาชิกที่เป็นแขกรับเชิญมาร่วมเขียนคอนเทนต์อีกราว 4 คน เป็นตัวเลขที่เพิ่มจาก 3 รายในช่วงก่อตั้ง กำลังจะมีออฟฟิศของเว็บอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้
???????
???????“ออฟฟิศเราคือ MSN ทีมงานแต่ละคนมีงานประจำ ทุกคนจะเจอกันด้วยการแชตรวมกัน ปีหนึ่งเจอกันครั้งเดียว ทีมดูแลเว็บมีบางส่วนอยู่ต่างประเทศด้วย เรื่องเวลาก็เลยเป็นเรื่องที่เป็นอุปสรรคที่สุด เวลาไม่ตรงกัน”
???????
???????ป้าจีนทิ้งท้ายว่า เคล็ดลับในการสร้างคอมมูนิตีที่พลัง นอกจากจะต้องมีความจริงใจต่อสมาชิกแล้ว คนดูแลเว็บจะต้องมีความรักให้กับเว็บนั้นด้วย
???????
???????”หนึ่งคือต้องจริงใจกับสมาชิก ทีมงานก็ต้องไว้ใจกัน ตราบใดที่จริงใจผู้อ่านไม่ไปไหนแน่นอน สองคือคนที่ดูแลเว็บจะต้องรักเว็บนั้นๆ การจ้างคนมาดูแลเว็บก็จะทำได้แค่ระดับหนึ่ง แต่คนที่รักเว็บจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเว็บ ทีมสร้างคอนเทนต์ในจีบันเราก็เลือกมาจากสมาชิก คนแบบนี้รู้จักเว็บดี การพรีเซ็นต์จะทำได้ง่ายและดีกว่า”
???????
???????ทุกวันนี้ป้าจีนในวัย 30 รับหน้าที่นักข่าวเพื่อทำข่าวความงามขึ้นเว็บจีบัน คิดโปรเจกต์ทำกิจกรรมบนเว็บ ทำรายงานส่งลูกค้า และเป็นแม่ของน้องจิระ ลูกชายที่มีแฟนคลับบนเว็บแบบเหนียวแน่นไม่แพ้คุณแม่
???????
???????“คิดว่าจุดแข็งของเราคือขยันและจริงใจ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้หาข้อมูลให้จีบันเท่าไหร่ เขียนแต่บล็อกลูก เพราะลูกก็มีแฟนคลับเยอะเหมือนกัน”
?
ที่มา : http://www.manager.co.th
Tags: จีบัน, ป้าจีน, สวย24 Aug
Web 2.0 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่อาจหลีกหนีกฎ 1% นี้ไปได้ ลองมาดูว่ามันคืออะไรกันแน่
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : หากลองดูเว็บไซต์ที่เปิดให้คนเข้าไปเขียนบทความหรือแบ่งปันคอนเทนท์ต่างๆ ได้ อย่าง Wikipedia ก็จะพบตัวเลขที่น่าสนใจประเภทหนึ่ง นั่นก็คือ จำนวนคนที่มีส่วนร่วมเขียนบทความกับจำนวนคนเข้าเว็บไซต์
จากการสำรวจของ Comscore พบว่า Wikipedia ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 18 เฉพาะในเดือนมีนาคม 2006 มีจำนวนผู้เข้าชมเว็บถึง 25 ล้านคน แต่คนที่มีส่วนร่วมเขียนบทความมีเพียงแค่ 1-2% เท่านั้น
Jimmy Wales ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Wikipedia บอกว่า จากการติดตามสถิติผู้เข้าใช้เว็บ พบว่า จำนวนคนที่เข้ามาแก้ไขและปรับปรุงเนื้อหาครึ่งหนึ่งของเว็บ มีแค่ 0.7% ของคนทั้งหมด ขณะที่บทความส่วนใหญ่ หรือประมาณ 72% ถูกเขียนขึ้นมาโดยคนเพียง 1.8% เท่านั้น
สอดคล้องกับเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่อีกแห่ง นั่นก็คือ Yahoo ซึ่งมีสมาชิกเพียง 1% เท่านั้นจากผู้เข้าเยี่ยมชมทั้งหมด ที่สร้าง Yahoo Group ขึ้นบนเว็บไซต์
ดังนั้น ภาพรวมที่พอจะเห็นได้คือ Web 2.0 จะอยู่ภายใต้กฎ 1% หรือมีจำนวนคนประมาณ 1% จากจำนวนผู้เข้าเว็บทั้งหมด ที่ร่วมสร้างคอนเทนท์ต่างๆ ให้แก่เว็บไซต์
สำหรับคนที่สร้างเว็บไซต์ประเภท Web 2.0 ในช่วงแรกๆ อาจรับไม่ได้กับตัวเลขนี้ เนื่องจากคุ้นชินกับภาพการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของบางเว็บไซต์ ซึ่งบรรดานักการตลาดทุ่มเงินลงไปอย่างมากมาย เพื่อสร้างจำนวนคนเข้าชมและผู้ร่วมสร้างคอนเทนท์ให้ดูสูงมากในช่วงแรก แต่คำถามคือมันจำเป็นหรือไม่?
อาจจะไม่ เพราะจำนวนคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ที่เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ผลงานในเว็บไซต์ จะค่อยๆ กลายเป็นกำลังหลักที่คอยผลิตผลงาน และส่งผลให้สมาชิกคนอื่นๆ เอาเยี่ยงอย่างบ้างในลักษณะของปากต่อปาก หรือ Word of mouth (หรือศัพท์ที่ทันสมัยกว่านั้นคือ Viral Marketing)
เมื่อกลุ่มผู้ผลิตผลงานขยายตัวไปเรื่อยๆ ในที่สุดเว็บไซต์ก็จะอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง และกลายเป็นเว็บที่ผลิตเนื้อหาที่มีคุณค่าได้อย่างยั่งยืน
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com
Tags: web2.023 Aug
ยานใต้น้ำไร้คนขับลำนี้มีลักษณะคล้ายเรือดำน้ำทุกกระเบียด พัฒนาเพื่อใช้ฝึกตรวจจับ และทำลายเรือดำน้ำข้าศึก
พลเรือเอก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ วีรวัฒน์ วงษ์ดนตรี หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ปฏิบัติหน้าที่นายทหารโครงการวิจัยและพัฒนายานใต้น้ำไร้คนขับสำหรับฝึกปราบเรือดำน้ำพูดถึงยานใต้น้ำลำนี้ว่าเป็นมีคุณลักษณะเหมือนเรือดำน้ำที่ใช้ทางการทหาร แต่มีขนาดเล็กกว่า เพื่อใช้เป็นเป้าเพื่อให้กองทัพเรือทำการฝึกปราบเรือดำน้ำ
?

?
“การตรวจพบเรือดำน้ำทำได้ยากแม้ว่าจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยก็ตาม กำลังพลประจำเรือผิวน้ำ จึงต้องฝึกฝนอย่างหนักจึงจะมีขีดความสามารถ ‘ปราบเรือดำน้ำ’ ของข้าศึกได้ การฝึกที่ดีที่สุด คือ การฝึกค้นหาและปราบเรือดำน้ำจริง ” หัวหน้าโครงการฯ กล่าว
แต่กองทัพเรือไม่มีเรือดำน้ำประจำการ คณะวิจัยซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากกองทัพไทย นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และช่างเทคนิค ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันพัฒนายานใต้น้ำไร้คนขับ เพื่อใช้เป็นเป้าฝึกปราบเรือดำน้ำบนนโยบายการพึ่งพาตนเองของกระทรวงกลาโหม
โครงการปัจจุบันอยู่ในระยะสุดท้าย ซึ่งจะเป็นการทดสอบการทำงานของยานใต้น้ำในบริเวณอ่าวสัตหีบ จ.ชลบุรี และจะปิดโครงการภายในวันที่ 30 กันยายน 2551 เพื่อส่งมอบยานใต้น้ำไร้คนขับ จำนวน 3 ลำ ให้กองทัพเรือไว้ใช้ในราชการต่อไป
ยานใต้น้ำรุ่นแรกพัฒนาขึ้นเมื่อปี 2543 เป็นยานรูปร่างคล้ายตอร์ปิโด ความยาว 3 เมตร น้ำหนัก 300 กก. ดำน้ำลึกสุด 30 ม. ใช้กำลังแบตเตอรี่ขับใบจักร อยู่ใต้น้ำติดต่อกันได้นาน 2 ชั่วโมง แล่นด้วยตัวเองในลักษณะอิสระ และจะลอยขึ้นมาเมื่อหมดพลังงานขับเคลื่อน ทำให้มีปัญหาในการเก็บกู้
ยานใต้น้ำลำปัจจุบัน ได้รับการปรับปรุงจนมีขีดความสามารถสูงกว่ารุ่นแรกมาก สามารถอยู่ใต้น้ำได้นานต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 5 นอต มีระบบหาตำแหน่งด้วยสัญญาณดาวเทียม (GPS) และสามารถส่งคลื่นวิทยุบอกตำแหน่งไปยังเรือใหญ่ ทำให้สามารถตามเก็บยานขึ้นจากน้ำได้ง่าย มีระบบส่งสัญญาณเสียงใต้น้ำ ทำให้เกิดสัญญาณปรากฏบนจอโซนาร์ของเรือผิวน้ำได้เหมือนสถานการณ์จริง
ยานรุ่นใหม่สามารถกำหนดรูปแบบการเคลื่อนที่ใต้น้ำได้ถึง 10 รูปแบบ ภายใต้งบประมาณรวมประมาณ 9 แสนบาท เทียบกับของต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน จะมีราคาถูกกว่าราว 5 เท่า
” ผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ ทุกระบบสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง เที่ยงตรงตามที่ตั้งโปรแกรมไว้ ไม่มีปัญหาการรั่วซึม สามารถเคลื่อนที่ท่ามกลางกระแสน้ำ และสภาวะแวดล้อมจริงได้ดี’ หัวหน้าโครงการกล่าวภายหลังการทดสอบเสร็จสิ้น
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com
Tags: ยาน, ยานใต้น้ำ, ใต้น้ำ23 Aug
น.ส.นารี วงศ์สิโรจน์กุล รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)? เปิดเผยว่า ตามที่ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ วันที่ 16-23?ส.ค. ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์?ผลปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยสามารถทำได้? 2?เหรียญทอง?1?เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง โดยสามารถทำคะแนนเหรียญทองได้เป็นอันดับที่ 2 ของโลก โดยนายภานุพงศ์ ภาสุภัทร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา?เหรียญทอง? คะแนนเป็นอันดับที่ 2? ของโลก นายธนะ วัฒนวารุณ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา???????? เหรียญทอง นายอาภาพงศ์ จันทร์ทอง โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เหรียญเงิน นายวิสิฐ ภัทรนุธาพร โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เหรียญทองแดง
?ทั้งนี้คณะผู้แทนประเทศไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันเสาร์ที่ 23 ส.ค. นี้?ด้วยเที่ยวบิน TG 4905? เวลา 11.55 น.? โดยจะมีพิธีต้อนรับคณะผู้แทนฯตามกำหนดดังกล่าวที่สนามบินสุวรรณภูมิ? ชั้น 4? ด้านในประตูที่ 1? ตรงซุ้มการบินไทย?? และสสวท.จะจัดแถลงข่าวสรุปผลความสำเร็จในการแข่งขันคณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ.2551? ในวันพุธที่ 27 สิงหาคม 2551? เวลา 15.00 น.? ณ ห้องอโนมาแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมอโนมา โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการเป็นประธานในพิธี
?สำหรับนายภานุพงศ์ ภาสุภัทร? หรือ ไอซ์? เจ้าของเหรียญทองอันดับที่ 2 ของโลก? วัย 17 ปี ซึ่งเคยสร้างเกียรติประวัติคว้า 1 เหรียญทองจากการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศปี พศ.2550? และ 2? เหรียญเงินจากการแข่งขันเดียวกันในปี 2548 และ 2549?สำหรับปีนี้ไอซ์สนใจไปแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกแทนเพราะอยากนำความรู้ทางคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับคอมพิวเตอร์? เผยว่าได้รับประสบการณ์ดี ๆ กลับมาจากการแข่งขันมากมาย? ส่วนเรื่องเหรียญรางวัลเป็นเพียงของขวัญให้กับความพยายามของตัวเอง? ซึ่งผมก็ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องได้เหรียญอะไรเลยครับ
ที่มา : http://www.matichon.co.th
Tags: olympic, เด็กไทย, โอลิมปิก, โอลิมปิก 200823 Aug
บรรดานักวิเคราะห์อึ้ง อินเทลปฏิวัติชีวิตยุคใหม่ ให้เป็นอิสระ ไม่ต้องคอยพกสายชาร์จ และเมียงมองหาปลั๊กเสียบอีกต่อไป
จัสติน แรตเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอินเทลสาธิตระบบที่เรียกว่า Wireless Energy Resonant Link หรือระบบจ่ายไฟแบบไร้สายระหว่างบรรยายบนเวทีประชุมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ประจำปีที่ซานฟรานซิสโก
?

?
?ระบบดังกล่าวจะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านอากาศไปยังหลอดไฟบนเวที ซึ่งเป็นหลอดขนาด 60 วัตต์ และใช้กระแสไฟฟ้ามากกว่าคอมพิวเตอร์แลปท็อปทั่วไป
?ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น กระแสไฟฟ้าสามารถเดินทางทะลุวัตถุ หรือแม้แต่คนที่เดินผ่านเครื่องส่งและตัวรับโดยไม่เป็นอันตราย
?จอห์น สมิธนักวิจัยของอินเทลพูดถึง การส่งกระแสไฟไร้สายว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ และใครก็ทำได้ ปลอดภัยและใช้งานได้จริงเท่ากับว่า ร่างกายมนุษย์จะไม่ได้รับผลจากสนามแม่เหล็กเลย คำเฉลยก็คือ อินเทลส่งกระแสไฟฟ้าด้วยสนามแม่เหล็ก ไม่ใช่กระแสไฟฟ้า
?ตัวอย่างที่ระบบส่งไฟฟ้าไร้สายนำไปใช้ได้ เช่น สนามบิน สำนักงาน และอาคารต่างๆ เพื่อจ่ายกระแสไฟให้กับโน้ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อื่น
?ระบบของอินเทลสามารถย่อให้ฝังไปกับชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์ เช่น จอภาพ เพื่อให้มันจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์อื่นบนโต๊ะทำงาน หรือถือเข้ามาในห้อง
?อันดับแรกเลยคือ ต่อไปนี้คงไม่ต้องพกสายชาร์จกันแล้ว และอนาคตอาจไม่ต้องมีแบตเตอรี่ด้วยซ้ำ นักวิเคราะห์มองว่า เทคโนโลยีอินเทลล่าสุดนี้จะปฏิวัติโลก
?อย่างไรก็ดี ระบบส่งกระแสไฟฟ้าไร้สายของอินเทลยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นพัฒนา และยังต้องวิจัยต่อไปอีกกว่าจะนำไปใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ คาดว่าอาจราวปี 2593 นู่น
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com
Tags: batteries, charge, intel22 Aug
รวมอุปกรณ์ผ่อนคลายสำหรับพนักงานที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยใช้สาย USB เชื่อมต่อได้อย่างสะดวกสบาย
เวลาทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ สายตามักมีอาการเมื่อยล้า ปวดตา แสบตา หรือน้ำตาไหล ถ้าจ้องนานๆ ต่อไปติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เป็นต้อกระจกได้ ดังนั้นจึงควรมีการพักผ่อนสายตาเป็นระยะๆ
?
?
วิธีการที่ดีที่สุดคือการหลับตาสักพัก เพื่อให้ลูกนัยน์ตาได้พักผ่อนบ้าง แต่หากเป็นตอนกลางวัน แสงแดดจ้าๆ อาจทำให้สายตาได้พักไม่เต็มที่ ถ้าจะให้ดีควรใช้ผ้าปิดตาช่วย
อุปกรณ์ชิ้นนี้มีชื่อว่า USB Eye Warmer ซึ่งดูเหมือนผ้าปิดตาธรรมดาๆ ที่ใช้บนเครื่องบิน แต่พิเศษกว่าตรงที่มีสายเชื่อมต่อ USB สำหรับต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างความร้อนให้แก่ผ้าปิดตา ช่วยทำให้ตาได้รับการผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และยังทำให้ร่างกายรู้สึกสบายไปด้วย
นอกจากนี้ ยังมีปุ่มปรับอุณหภูมิให้เลือกว่าต้องการความร้อนสูงหรือต่ำ แถมพกพาสะดวก ไม่ว่าจะไปนั่งทำงานที่ไหนก็สามารถหยิบมาใช้ได้ทันทีที่ต้องการพักสายตา
อีกอุปกรณ์หนึ่งที่น่าจะติดตัวไว้ พร้อมกันไปเลย คือ USB Massage Ball สำหรับคนนั่งทำงานหลังขดหลังแข็ง ซึ่งส่วนใหญ่พนักงานหน้าจอคอมพิวเตอร์มักมีปัญหาปวดหัวไหล่ ปวดหลัง หรือปวดเอว
คุณสมบัติหลักๆ คือ
-?สำหรับนวดหัวไหล่ คอ หลัง เอว สะโพก มือ และเท้า
-?ความเร็วในการสั่นประมาณ 3,600 รอบต่อนาที
-?ขนาด 85 x 43 มิลลิเมตร
-?น้ำหนัก 147 กรัม
-?สาย USB ยาว 1.5 เมต
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com
Tags: ทำงานคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์, อุปกรณ์ผ่อนคลาย22 Aug
โจรใต้วางบึ้ม 2 ลูกซ้อนหน้าร้านอาหารตรงข้าม สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราฯ ลูกแรกตูมล่อ จนท.รุดตรวจสอบ ก่อนกดชนวนบึ้มลูกสอง นักข่าว นสพ.ไทยรัฐ ดับคาที่ นักข่าวทีวีโมเดิร์นไนน์สาหัส เจ็บระนาวอีกกว่า 20 ราย ผกก.สภ.สุไหงฯ โดนด้วย หามส่ง รพ.ด่วน
วันนี้ (21 ส.ค.) มีรายงานว่า เมื่อเวลา 21.10 น. เกิดเหตุระเบิดใกล้กับ สภ.สุไหงโก-ลก ถนนเจริญเขต เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตเป็นผู้สื่อข่าวจาก นสพ.ไทยรัฐ 1 ราย และผู้สื่อข่าวจากโมเดิร์นไนน์ทีวีได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 20 ราย
เบื้องต้นทราบว่า คนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์ที่ซุกระเบิดไว้ภายใน นำมาจอดที่หน้าร้านสีส้ม ซึ่งเป็นร้านอาหาร ปากทางเข้าตลาดโต้รุ่ง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สภ.สุไหงโก-ลก ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นหนึ่งครั้ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และผู้สื่อข่าวรุดไปยังที่กิดเหตุ ปรากฏว่าขณะนั้นเอง ได้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกหนึ่งครั้งในบริเวณใกล้เคียงกัน แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายชาลี บุญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐเสียชีวิตคาที่ และนายผดุง วรรณลักษณ์ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้มีตำรวจและทหารอีกประมาณ 20 นาย โดนสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ โดยหนึ่งในจำนวนนี้มี พ.ต.อ.ปราบพาล มีมงคล ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน จากนั้นทั้งหมดจึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก อย่างเร่งด่วน.
ที่มา : http://www.dailynews.co.th
Tags: bomb, die, thai, ระเบิด, สุไหง