Archive for October, 2008

ฝรั่งแห่เข้าคิวซื้อมือถือกูเกิล “G1″

ชาวอเมริกันจำนวนมากยกพลเข้าคิวซื้อโทรศัพท์มือถือแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ของ กูเกิลนาม T-Mobile G1 ในงานเลี้ยงฉลองขายสินค้าวันแรกที่ร้าน T-Mobile สาขาซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อคืนวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนจะเปิดขายทั่วประเทศต่อไป

“G1″ ถูกเปิดตัวในฐานะสมาร์ทโฟนตัวแรกแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ (Android) เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่ามีรูปลักษณ์คล้ายไอโฟน (iPhone) ของแอปเปิลเพราะมีหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ แตกต่างที่คีย์บอร์ดสไลด์ข้าง มี trackball ปุ่มกลมที่ผู้ใช้สามารถดันขึ้นลงซ้ายขวาเพื่อควบคุมเมาส์ได้ และสามารถเปิดใช้บริการอีเมลและแผนที่ของกูเกิลได้แสนสะดวก

T-Mobile ตั้งราคาขาย G1 ไว้เพียง 179 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,900 บาท) เท่านั้นพร้อมสัญญา 2 ปี ดัมป์ราคาเฉือนไอโฟนถูกลงอีก 20 เหรียญ

T-Mobile เปิดเผยในครั้งนั้นว่าพร้อมจำหน่าย G1 ในสหรัฐฯช่วงวันที่ 22 ตุลาคม และจะเริ่มบุกตลาดอังกฤษเดือนพฤศจิกายน และกลุ่มประเทศแถบยุโรปปีหน้า โดยในตลาดสหรัฐฯ G1 จะวางจำหน่ายในร้านค้าของ T-Mobile เฉพาะใน 21 เมืองที่ T-Mobile ให้บริการเครือข่าย 3G เท่านั้น เช่น นิวยอร์ก ลอสเองเจลิส ฮุสตัน และไมอามี โดยผู้ใช้ในพื้นที่อื่นๆ สามารถสั่งซื้อ G1 ได้จากเว็บไซต์ของ T-Mobile

อัตรา ค่าบริการข้อมูลที่ T-Mobile วางไว้นั้นเริ่มที่ 25 เหรียญต่อเดือน (ราว 825 บาท) โดยคิดเพิ่มจากค่าบริการโทรศัพท์ เทียบเท่ากับอัตราแพคเก็จบริการข้อมูลขั้นต่ำ ซึ่งบริษัทโทรคมนาคมไร้สายให้บริการในสหรัฐฯขณะนี้

ที่มา : http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000125563

Tags: , ,

ลือหึ่ง “ไมโครซอฟท์” จะฮุบแบล็กเบอร์รี่!

อุตสาหกรรมไร้สายลือสะพัด ไมโครซอฟท์เตรียมควบคู่แข่ง “อาร์ไอเอ็ม” ผู้ผลิตแบล็คเบอร์รี่ ด้านนักวิเคราะห์ฟันธงยักษ์ซอฟต์แวร์รอจังหวะหุ้นดิ่งถึงจุดต่ำสุด ก่อนโดดฮุบเต็มตัว

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระแสข่าวลือแพร่สะพัดในอุตสาหกรรมระบุว่า ไมโครซอฟท์ มีแผนจะเข้าซื้อกิจการของบริษัท รีเสิร์ช อิน โมชั่น (อาร์ไอเอ็ม) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ยี่ห้อแบล็คเบอร์รี่ ซึ่งมีฐานอยู่ที่แคนาดา

กลุ่มนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า ราคาหุ้นของอาร์ไอเอ็มที่ลดฮวบฮาบอยู่ขณะนี้มาอยู่ที่ประมาณ 60 ดอลลาร์ จากราคา 148 ดอลลาร์ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา อาจเป็นสิ่งดึงดูดใจไมโครซอฟท์

นอกจากนี้ ยักษ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งกำลังเสี่ยงต่อการสูญเสียตำแหน่งผู้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้กับแอ๊ปเปิ้ล และกูเกิล ยังต้องการได้ฐานลูกค้าผู้ใช้สมาร์ทโฟนตระกูลแบล็กเบอร์รี่ ประมาณ 20 ล้านรายทั่วโลกมาไว้ในมือ เนื่องจากคนกลุ่มนี้มักเป็นพวกคลั่งไคล้เทคโนโลยีใหม่ๆ และกระเป๋าหนัก

นายปีเตอร์ ไมเซค นักวิเคราะห์จากคาแนคคอร์ด อดัมส์ ของแคนาดา เชื่อว่า ไมโครซอฟท์ จะเริ่มกระบวนการเข้าซื้อ เมื่อราคาหุ้นของอาร์ไอเอ็มลดลงเหลือ 50 ดอลลาร์ ขณะที่ นักวิเคราะห์บางราย คาดการณ์ว่า อาจรอให้ราคาหล่นไปถึงระดับ 40 ดอลลาร์ก่อนช้อนซื้อ

รายงานข่าว กล่าวว่า ข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง 2 บริษัทนี้ นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเป็นกระแสมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งไมโครซอฟท์และอาร์ไอเอ็ม ก็ยังคงปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล มีเพียงนักวิเคราะห์บางรายที่เชื่อว่า กระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้น เพื่อตอบโต้การเปิดตัวมือถือแพลตฟอร์มใหม่ “ลินิกซ์-เบส” ของกูเกิล

ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันจะมีการใช้ระบบปฏิบัติการเคลื่อนที่ของไมโครซอฟท์บนมือถือ แต่เมื่อเทียบยอดขายแล้ว แพลตฟอร์มแบล็คเบอร์รี่ของอาร์ไอเอ็ม มียอดขายสูงกว่าแพลตฟอร์มวินโดว์ส ซึ่งอาจทำให้เชื่อได้ว่า หากสมาร์ทโฟนของแบล็คเบอร์รี่ มีโลโก้ของไมโครซอฟท์ปรากฏอยู่ด้วย ก็อาจช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับไมโครซอฟท์ได้เพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นอีกแผนการหนึ่งของไมโครซอฟท์ต่อประเด็นความปลอดภัยบนมือถือ โดยอาศัยเทคโนโลยีของแบล็คเบอร์รี่ เพื่อเตรียมแข่งกับมือถือรายอื่นๆ

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/23/news_305651.php

Tags: ,

วิกฤติเศรษฐกิจโลกลามถึงอุตสาหกรรมไอทีแล้ว

ประกาศ ประกาศ..เศรษฐกิจโลกพ่นพิษลามถึงอุตสาหกรรมไอทีแล้ว! ล่าสุด “ยาฮู” ลดคนรอบ 2 พร้อมส่งสัญญาณปิดสำนักงานบางแห่ง ด้าน “อีเบย์-กูเกิล” เดินเครื่องรัดเข็มขัด ส่วน “ทีไอ-ซัน” ยอดสั่งซื้อสินค้าหด ส่งสัญญาณรายได้สิ้นปีหลุดเป้า

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ยาฮู อิงค์.ประกาศลดพนักงานอย่างน้อย 1,500 คน รับมือเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกระทบกำไรไตรมาสล่าสุด ทั้งรื้อฟื้นประเด็นร้อนเรื่องความอ่อนแอด้านการบริหารหลังนักลงทุนเมิน โอกาสขายบริษัทให้กับไมโครซอฟท์ ด้วยมูลค่า 47.5 พันล้านดอลลาร์

รายงานข่าว ระบุว่า ผลประกอบการล่าสุด ยาฮู กำไรลดลงถึง 64% จาก 151.3 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 54.3 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ แผนปรับลดพนักงานครั้งนี้ คิดเป็นสัดส่วน 10% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดประมาณ 1.5 หมื่นคน และยังเป็นการลดพนักงานครั้งที่ 2 ในรอบ 9 เดือน เพื่อพยายามพลิกฟื้นสถานการณ์ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งส่งผลต่อให้มูลค่าหุ้นบริษัทลดลง

นอกจากนี้ ยาฮู ยังมีแผนปิดสำนักงานบางแห่งในสหรัฐ และอาจส่งพนักงานบางส่วนไปทำงานในประเทศที่มีค่าแรงต่ำกว่า โดยคาดว่าแผนลดพนักงานครั้งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2551 และถือเป็นตัวอย่างล่าสุดที่แสดงถึงผลกระทบจากวิกฤติการเงินโลก ที่กำลังเล่นงานสถาบันการเงิน ธุรกิจค้าปลีก และลุกลามมายังอุตสาหกรรมในซิลิคอน วัลเลย์ ซึ่งถือเป็นเมืองศูนย์รวมธุรกิจไฮเทคของสหรัฐ

รายงานข่าว ระบุว่า เวบไซต์ประมูลรายใหญ่ “อีเบย์ อิงค์.” ก็เริ่มทยอยปลดพนักงานแล้ว 1,600 คน พร้อมเริ่มระมัดระวังในการใช้งบลงทุน รวมถึงยักษ์ใหญ่กูเกิล ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีนโยบายการใช้งบลงทุนอย่างอิสระ แต่ขณะนี้ก็เริ่มปรับลดเช่นกัน

ด้านบริษัทไอทีแถวหน้าทั้ง เท็กซัส อินสตรูเมนท์ (ทีไอ) และซัน ไมโครซิสเต็มส์ ต่างก็ได้รับสัญญาณเตือนกำไรลดลง

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า สัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้น ภายหลังผู้ผลิตชิพรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด มีรายได้สุทธิลดลงจาก 776 ล้านดอลลาร์ เหลือ 563 ล้านดอลลาร์

นายริช เทมเพิลตัน ประธานและหัวหน้าคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) ของทีไอ คาดการณ์ว่า รายได้ช่วงไตรมาส 4 มีแนวโน้มลดลงอย่างมาก เนื่องจากยอดสั่งซื้อสินค้าน้อยลงตลอดช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ส่งผลให้ บริษัทปรับลดปริมาณการผลิตลง และคาดว่าจะทำต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาขายธุรกิจผลิตชิพไร้สายบางส่วน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับความนิยมในตลาด โดยคาดว่าแผนดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า 200 ดอลลาร์ต่อปี

พร้อมกันนี้ ทีไอ เตรียมมุ่งเน้นการลงทุนในสายการผลิตชิพตามสั่ง (custom-design chips) ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในเครื่องสมาร์ทโฟน

ขณะที่ ซัน มีแนวโน้มว่าจะสูญเสียรายได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งเคยประมาณการณ์ว่าจะมีรายได้ลดลง 25-35 เซนต์ต่อหุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 16 เซนต์ต่อหุ้น

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/23/news_305675.php

Tags: ,

‘โมโต-ดรอยด์’ กำลังจะมา!

อย่าเพิ่งคิ้วขมวด..สงสัยว่าเรานำเสนอข่าวผิดหรือไม่ เพราะ “โมโต-ดรอยด์” คือชื่อจริง เสียงจริงของมือถือแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ข่าวนี้ไม่ได้โม้…เพราะล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โมโตโรล่าประกาศแผนชัดเจนแล้วว่า จะร่วมวงแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ของกูเกิล เพื่อปั้น “ไอโฟน-คิลเลอร์”

แถมล่าสุดยังติดประกาศรับสมัครงานหลายตำแหน่งบนเวบไซต์ เพื่อหาวิศวกรซอฟต์แวร์สำหรับพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนแอนดรอยด์

ขณะที่บิสสิเนสวีครา ยงานว่า มือถือรุ่นดังกล่าวคาดว่าจะใช้ระบบหน้าจอสัมผัส ขนาดเดียวกับตัวเครื่องไอโฟน พร้อมแป้นพิมพ์คิวเวอร์ตี้ แบบสไลด์ และยังสามารถเชื่อมต่อกับเวบประเภทโซเชียล เน็ตเวิร์คกิงได้ง่ายขึ้น และที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ คาดการณ์กันว่า “โมโต-ดรอยด์” จะมีราคาต่ำกว่า “จี-1″ มือถือแอนดรอยด์ของที-โมบาย แต่ยังคงยึดระบบสัญญาใช้งาน 2 ปี ซึ่งโมโตโรล่าตั้งราคา ณ ขณะนี้ไว้ที่ 150 ดอลลาร์ เทียบกับราคา จี-1 ของที-โมบาย 180 ดอลลาร์

ส่วนยี่ห้อเวบเครือข่ายสังคมที่จะได้ ร่วมปรากฏโฉมบนโมโต-ดรอยด์ ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนในขณะนี้ แต่หลายฝ่ายคาดกันว่าคงไม่หนีห่างจากแอพพลิเคชั่นบนไอโฟนมากนัก โดยเฉพาะเฟซบุ๊ค และมายสเปซ แอพ เนื่องจากเป็นเวบที่สามารถรับ-ส่งข้อความ, อัพโหลดภาพถ่าย และอัพเดทสถานะล่าสุด โดยมือถือเครื่องใหม่คาดว่าจะออกมาอวดโฉมได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน ปีหน้า

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/22/news_305130.php

Tags:

เมื่อ “เทราไบต์” แทนที่ “กิกะไบต์”

ปัจจุบัน ‘โทรคมนาคม’ เป็นเครือข่ายที่มีบทบาทอย่างมาก โดยให้ความสำคัญกับด้านนวัตกรรมและประสิทธิภาพเพื่อสร้างผลกำไร ส่งผลให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อจัดการกับเรื่องต่างๆ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ในบทความนี้ นายทวีศักดิ์ แสงทอง ผู้ จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ได้อธิบายถึงวิธีใช้ยุทธศาสตร์จัดเก็บข้อมูลในการสนับสนุนอุตสาหกรรมและผลัก ดันให้เกิดผลประกอบการเพิ่มขึ้น

ข่าวไอที

ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจสำหรับ อุตสาหกรรมโทรคมนาคม เนื่องจากมีลูกค้าจำนวนมากกำลังเข้าสู่บริการเครือข่าย 3จี?และ ไว-ไฟ?ที่มีอยู่ทั่วทุกแห่ง นับเป็นโอกาสของผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม จะเห็นได้ว่าการรวมสื่อและโทรคมนาคมเข้าด้วยกันนั้นหมายถึงการมีฮาร์ดแวร์ และเนื้อหาที่จะสนับสนุนผู้บริโภคได้ แม้ว่าผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมจะเล็งเห็นศักยภาพของตลาดที่มีอยู่ อย่างมหาศาลแต่ก็สิ่งนี้มาพร้อมกับปัญหามากมาย

สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือความ จำเป็นและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะนี้ ผู้ใช้ทั่วไปต้องการราคาที่ลดลงและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ผู้ใช้ในภาคธุรกิจแบ่งออกเป็น 2 โมเดล ได้แก่ โมเดล ?การใช้ประโยชน์? ตามปริมาณ และโมเดลตามบริการที่เพิ่มมูลค่า โดยท้ายที่สุดแล้ว กฎข้อบังคับต่างๆ จะสร้างความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น เมื่อรวมสองโมเดลนี้เข้าด้วยกัน ในการตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันดังกล่าว ทำให้ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมพบว่าโมเดลการส่งมอบเครือข่ายและบริการกำลัง เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับความซับซ้อน ความต้องการที่จะจัดการข้อมูลได้อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งเนื่องจากจะ เอื้อต่อการปรับปรุงข้อเสนอด้านบริการของผู้ให้บริการโทรคมนาคมให้ดีขึ้นได้

นายฮิว โยชิดะ รองประธานและซีทีโอบริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ตั้งข้อสังเกตว่า ?ยุคแห่งเทรา? (tera era) ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว โดยเทราไบต์จะเข้ามาแทนที่กิกะไบต์ในฐานะมาตรฐานของความจุระบบจัดเก็บข้อมูล สำหรับผู้บริโภคทั้งสองกลุ่ม

ลดความซับซ้อนและตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ทุกด้าน

เราทำงานกับผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม จำนวนมากในภูมิภาคนี้และพบความแตกต่างอย่างมากภายในโครงสร้างพื้นฐานของพวก เขา หนึ่งในผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมที่เราทำงานด้วยมีชุดระบบจัดเก็บข้อมูลที่ แตกต่างกันถึงสามชุด สิ่งนี้ส่งผลเสียต่อโครงสร้างพื้นฐาน การดำเนินงาน และการบำรุงรักษาด้านไอทีโดยตรง

โดยเฉพาะเมื่อผู้ให้บริการต้องการ สร้างระบบจัดการเดียวให้กับผู้ใช้ ด้วยเซิร์ฟเวอร์กว่า 100 เครื่องที่มีแอพพลิเคชันหลายประเภททำงานอยู่ ไม่มีทางที่ลูกค้าจะสามารถเข้าใจและติดตามสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้หมด

นับเป็นสิ่งสำคัญที่ว่าข้อมูลทั้งหมด ตั้งแต่ระเบียนลูกค้า ระบบการเงิน และการวางแผนทรัพยากรองค์กร (อีอาร์พี) ไปจนถึงฐานข้อมูลการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (ซีอาร์เอ็ม)

รวมทั้งระบบการเรียกเก็บเงิน จะต้องถูกต้องและทันสมัย จะเห็นได้ว่าระบบจัดเก็บข้อมูลแบบต่อตรงกับเซิร์ฟเวอร์แต่ละเครื่องไม่ใช่ ทางเลือกอีกต่อไป เนื่องจากไม่ได้ตอบสนองเกณฑ์ใหม่ในด้านการสนับสนุนความสามารถในการปรับขนาด ได้ และความยืดหยุ่น

นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ฐานลูกค้าที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นก็กำลังทำให้ความสามารถของระบบที่มีอยู่ต้องรับภาระเพิ่มมากขึ้น

การนำยุทธศาสตร์ข้อมูลที่ใช้ระบบเสมือน จริงเข้ามาใช้งาน จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถจัดการและตรวจสอบระบบจัดเก็บข้อมูลได้ง่ายขึ้น ซึ่งเอื้อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้นในด้านการโยกย้ายและการจำลองแบบข้อมูล ผู้ให้บริการสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ทันที 10-20% ในด้านทรัพยากรมนุษย์ เนื่องจากสามารถลดชั่วโมงการทำงานที่จำเป็นของพนักงานได้จำนวนมาก

นอกจากนี้ยังลดค่าใช้จ่ายด้านการลง ทุนในฮาร์ดแวร์ได้ถึง 40%?ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดก็คือบริษัทสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพและทำให้แน่ใจ ได้ว่า 90% ของโครงสร้างพื้นฐานได้รับการนำไปใช้ประโยชน์จริง

สิ่งนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเกี่ยว กับวิธีที่ระบบจัดเก็บข้อมูลจะสามารถช่วยผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมจัดการ กับความต้องการด้านธุรกิจและด้านเทคนิคที่อุตสาหกรรมต้องเผชิญได้

ประสิทธิภาพของระบบจัดเก็บข้อมูลเชิงนวัตกรรม

ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่แข่งขันอย่าง รุนแรง ระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดตลอดจนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ให้ได้ก่อนผู้ให้บริการรายอื่น กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าข้อมูลสำคัญในการดำเนินงาน เช่น ข้อมูลจีพีอาร์เอส จะพร้อมใช้งานและได้รับการสำรองอย่างมีประสิทธิภาพโดยที่รบกวนลูกค้าให้น้อย ที่สุด ดังนั้น ความต้องการในด้านการออกแบบและการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูลเชิงนวัตกรรมจึง กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในขณะนี้

การนำระบบแซน (SAN) เชิงนวัตกรรมและมีประสิทธิภาพมาใช้จะช่วยผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมปลดล็อค มูลค่าข้อมูลที่มีอยู่และจัดการกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการ ปรับขนาดได้ การใช้ทรัพยากรให้เหมาะสมและทำให้ระบบจัดเก็บข้อมูลถูกจัดเตรียมได้โดยง่าย ตามความต้องการที่เกิดขึ้น การจัดการงานระบบจัดเก็บข้อมูลทั้วทั้งองค์กรจากคอนโซลส่วนกลางยังช่วยใน ด้านการดำเนินการตามคำขอบริการและจำลองแบบข้อมูลด้วยวิธีที่เร็วขึ้น

ระดับการให้บริการลูกค้าอย่างยอด เยี่ยมจะคงอยู่ได้เมื่อระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสามารถเอื้อให้ เกิดความพร้อมใช้งานของข้อมูลและทำให้ระบบหยุดทำงานน้อยที่สุดทั้งในแบบที่ กำหนดและไม่ได้กำหนดไว้ ด้วยการจัดเตรียมพนักงานบริการลูกค้าที่สามารถเข้าถึงระเบียนบัญชีและข้อ เสนอส่งเสริมการขายได้อย่างต่อเนื่อง

การสนับสนุนการส่งมอบบริการใหม่ด้วยแนวคิดใหม่

ในตลาดเอเชียที่มีการแข่งขันกันสูงนั้น ความคล่องตัว เนื้อหาที่สร้างสรรค์ และความสามารถที่จะรับรู้และตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าได้ อย่างรวดเร็วถือเป็นสิ่งสำคัญ การทำให้ระบบจัดเก็บข้อมูลสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและ 100%

ขณะที่สามารถจัดการกับไฟล์นับพันล้าน ไฟล์และมีขนาดหลายร้อยเทราไบต์จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยความล่าช้าในระดับวันสามารถสร้างความแตกต่างให้กับผู้ให้บริการได้

การรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดโทรคมนาคม เป็นเรื่องสำคัญ ในแต่ละครั้งที่เปิดตัวบริการ จะต้องทำให้สภาพแวดล้อมการทดสอบและระบบการทดสอบการตอบรับของผู้ใช้นั้น สมบูรณ์ก่อนที่จะเข้าสู่การผลิต สำหรับผู้ให้บริการ สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการกำหนดค่าระบบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจัดเตรียมข้อมูลที่จำเป็นโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานระบบจัดเก็บข้อมูลแบบต่อ โดยตรง (DAS) นั้นต้องใช้เวลา 2-3 วันจึงจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ

เมื่อต้องการจัดการกับปัญหาเหล่านี้ องค์กรด้านไอทีก้าวหน้าได้นำแนวคิดเชิงบริการมาใช้เพื่อจัดการฟังก์ชันไอที หลัก อย่าง ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบจัดเก็บข้อมูลเชิงบริการ ทำให้องค์กรสามารถจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้การลงทุนด้านไอทีที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนประหยัดต้นทุนในสภาพแวดล้อมระบบจัดแก็บข้อมูลที่สามารถปรับขนาดได้ อย่างมาก

เมื่อใช้ยุทธศาสตร์โซลูชันระบบจัดเก็บ ข้อมูลเชิงบริการ ผู้ให้บริการจะพบว่าพวกเขาสามารถปลดล็อคมูลค่าจากข้อมูลที่มีอยู่ได้โดยง่าย และจัดการกับปัญหาที่เกี่ยวกับความสามารถในการปรับขนาดได้ด้วยการใช้ ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและทำให้ระบบจัดเก็บข้อมูลถูกจัดเตรียมได้โดยง่ายตาม ความต้องการที่เกิดขึ้น

ผู้ให้บริการบางราย รายงานว่ามีการใช้ระบบเพิ่มขึ้น 40% และลดระยะเวลาในการนำบริการออกสู่ตลาดอีกด้วย

บทสรุป

ในการวางแผนยุทธศาสตร์ระบบจัดเก็บข้อมูล บริษัทด้านโทรคมนาคมจำเป็นต้องถามคำถามสำคัญบางอย่าง เช่น

* ?ข้อมูลสำคัญทางธุรกิจได้รับการป้องกันหรือยัง?

* ?บริษัทพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคตหรือยัง?

*??ลูกค้าของบริษัทจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมหรือไม่?

บริการด้านโทรคมนาคมยุคใหม่จะมาในรูป ของชุดบริการใหม่ อย่าง ไวแม็กซ์?และการได้รับรู้แผนที่ความคิด (mind map) ของลูกค้าจะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก

สิ่งที่เราต้องดำเนินการให้ได้ก็คือ ความสามารถในด้านการจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากเป็นสิ่ง กระตุ้นในการผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างไม่คาด คิด และสามารถปรับปรุงการใช้งานของลูกค้าให้ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/21/news_305138.php

Tags: , , ,

ดู ดู๋ ดู หลอดแอลอีดีลบรอยตีนกา

ไม่ต้องใช้มันแล้วโบท็อกซ์เข็มละหลายพัน หน้าตึงก็จริงแต่เหมือนหุ่นขี้ผึ้ง นักวิจัยเสนอหลอด LED ส่องลบรอยตีนได้

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : อังเดร พี ซอมเมอร์ และแดน ซู จากสถาบันวัสดุไมโครและนาโนเมตร มหาวิทยาลัยอูลม์ เยอรมนี พบทางเลือกใหม่ใช้หลอดแอลอีดีลบรอยตีนกา ไม่เอาแล้วโบท็อกซ์ หรือศัลยกรรมดึงใบหน้าตึง

ผลงานวิจัย ดังกล่าวจะตีพิมพ์ลงในวารสาร ACS’ Crystal Growth & Design ฉบับวันที่ 5 พ.ย.นี้ โดยนักวิจัยทดลองใช้แสงจากหลอดแอลอีดีเข้มข้นสูงส่องลบรอยเหี่ยวย่นต่อ เนื่องหลายสัปดาห์ ผลปรากฏว่าสามารถฟื้นฟูสภาพผิวหนังให้ดูสดใส ลดระดับรอยย่น เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังได้อย่างเหลือเชื่อ

หลอดแอลอีดีที่ใช้ส่องลดรอยเหี่ยวย่นเป็นหลอดส่องสว่างที่ใช้อยู่ในหลากหลายผลิตภัณฑ์ ที่เห็นทั่วไปก็พวกรีโมท คอนโทรล? และไฟจราจร

ใน วงการแพทย์ใช้หลอดแอลอีดีความเข้มข้นสูงมากว่า 40 ปีแล้วเพื่อช่วยสมานแผล แสงจะส่องทะลุผิวหนังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิว แต่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า แสงจากหลอดแอลอีดีมีส่วนช่วยในกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีกายภาพอย่างไร

แต่ นักวิจัยสองรายนี้บอกว่า พวกเขาเข้าใจกลไกของมันทำงานฟื้นฟูสภาพผิวของมันแล้ว โดยแสงจากหลอดแอลอีดีผ่านเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของชั้นน้ำที่มี ลักษณะเหนียวคล้ายกาวบนอีลาสติน โปรตีนที่ให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวหนัง เส้นเลือด หัวใจ และโครงสร้างอื่นของร่างกาย

พูด ง่ายๆ (อันที่จริงซับซ้อนกว่านี้เยอะ) แสงจากหลอดแอลอีดีทำให้โมเลกุลน้ำบริเวณอีลาสตินที่แข็งกระด้างลอกออกไป ร่างกายจึงค่อยๆ สร้างอีลาสตินใหม่ทดแทน และลดรอยย่นบนใบหน้าไปในตัว พวกเขายังบอกด้วยว่า เทคนิคใหม่ที่พวกเขาพบจะช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้กับผิวทำได้ง่ายขึ้น

ข้อ สำคัญไม่ควรทดลองทำเองที่บ้าน เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุชัดเจนถึงระดับความเข้มข้นของแสง และระยะเวลาที่ใช้ส่องผ่านผิวหนัง ตลอดจนระยะห่างจากผิวหนัง ถ้าอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ไปอ่านบทความได้ที่ http://dx.doi.org/10.1021/cg8000703

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/22/news_305180.php

Tags:

หมออังกฤษเตือน ใช้โทรศัพท์มือถือระวังผื่นขึ้น!!

แพทย์ผู้ชำนาญโรคผิวหนังเมืองผู้ดีอังกฤษประกาศเตือน การใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไปอาจจะเป็นต้นตอของผื่นคันที่เกิดขึ้นบนหูหรือ แก้มที่ไม่ทราบสาเหตุ ตั้งชื่อเล่นให้โรคนี้แล้วว่า “mobile phone dermatitis” หรือโรคผิวหนังอักเสบโทรศัพท์เคลื่อนที่

สมาคมแพทย์ผิวหนังอังกฤษหรีอ British Association of Dermatologists เปิดเผยผลการวิจัยล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่าโรคผิวหนังอักเสบโทรศัพท์เคลื่อนที่นี้จะมีลักษณะเป็นผื่นแดงและมี อาการคัน อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่แพ้สารนิกเกิลหรือโลหะทองแดงซึ่งเคลือบไว้ที่ผิว หน้ากากโทรศัพท์มือถือ เมื่อผู้ที่แพ้สารเหล่านี้ใช้โทรศัพท์มือถือแนบกับใบหูและแก้มเป็นเวลานาน ก็จะมีโอกาสสูงที่จะเกิดผื่นคันขึ้นบริเวณจุดสัมผัส

” งานวิจัยนี้มีประโยชน์ต่อแพทย์ผิวหนัง เพราะสามารถนำไปตั้งเป็นข้อสันนิษฐานได้หากพบคนไข้ที่มีผื่นคันบริเวณใบหู และแก้มโดยไม่ทราบสาเหตุ” สมาคมแพทย์อังกฤษกล่าว โดยบอกว่าแพทย์จำนวนมากยังไม่ทราบว่าโทรศัพท์มือถืออาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้ เกิดอาการแพ้ได้

เช่นเดียวกัน ผู้บริโภคก็สามารถสังเกตตัวเองเพื่อรักษาความปลอดภัย ในยุคสมัยที่ผู้คนต้องใช้โทรศัพท์มือถือในการสื่อสารทุกวันเช่นนี้ โดยผดผื่นคันคือการเตือนภัยรูปแบบใหม่รองจากโรคมะเร็งในสมอง ที่ยังเป็นเรื่องถกเถียงกันในหมู่นักวิจัยว่ามีโอกาสเกิดขึ้นกับผู้ใช้ โทรศัพท์มือถือจริงหรือไม่

นิ้วก็ต้องระวัง

“ในโรคผิวหนังอักเสบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผื่นคันจะเกิดบนใบหูหรือแก้มที่สัมผัสกับโลหะบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งโดยทางทฤษฎีแล้ว ผื่นคันก็มีโอกาสเกิดขึ้นบนนิ้วของคนที่พิมพ์ข้อความบนโทรศัพท์มือถือผ่าน ปุ่มโลหะเป็นเวลานานๆด้วย” งานวิจัยระบุ

นอกจากโทรศัพท์มือถือ นิกเกิลเป็นโลหะที่ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทจิวเวอรีเครื่องประดับเพชรพลอย และหัวเข็มขัด ซึ่งที่ผ่านมา ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยมีอาการแพ้จากสินค้าเหล่านี้ และอาการแพ้ก็มีลักษณะเป็นผดผื่นแดงบริเวณจุดสัมผัสเช่นเดียวกัน

ล่า สุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในอังกฤษได้ทดสอบโทรศัพท์มือถือยอดนิยม ราว 22 รุ่นในท้องตลาดจาก 8 ผู้ผลิตทั่วโลก พบว่ามีสารนิกเกิลในโทรศัพท์มือถือมากกว่า 10 รุ่น ถือเป็นสัดส่วนที่ทำให้ควรมีการให้ความรู้กับผู้บริโภคอย่างทั่วถึง

เรียบเรียงจากรอยเตอร์ส

ที่มา : http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000124257

Tags: ,

280Slides l สร้างพรีเซ็นเทชันออนไลน์ รังสรรค์มัลติมีเดียได้ทุกรูปแบบ

คุณคิดว่าโครงการพันล้านที่คุณ(อาจจะ)ได้ทำ ต้องมีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร?

แน่นอนว่าคุณจะต้องขาย “ไอเดีย” หรือ “สินค้า” ที่สามารถ “อธิบาย” คุณประโยชน์ และข้อดีที่ปฏิเสธไม่ได้ ให้กลายออกมาเป็น “ภาพ” ที่จับต้องได้ ให้ลูกค้าคล้อยตาม และตกลงปลงใจ “ซื้อ” สินค้าหรือบริการของคุณในที่สุด!

ฉะนั้นถ้าคุณยิ่งมีเครื่องมือดีๆ ที่จะนำเสนองานได้อย่างมืออาชีพ และเต็มประสิทธิภาพ ที่ให้ข้อมูลได้ทั้งข้อความ ภาพและภาพเคลื่อนไหวแบบครบครัน จนเรียกเสียงปรบมือได้ทั่วห้องประชุม ไม่ว่าเท่าไหร่คุณก็ยอมจ่ายจริงไหม?

แต่!..เราไม่ขาย เครื่องมือนั้นเราแจกฟรี พร้อมยินดีบอกคู่มือวิธีใช้อย่างละเอียดให้คุณอีกด้วย!

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

280Slides.com คือ เว็บไซต์ที่จะกลายเป็นอาวุธสำคัญในการสร้างพรีเซ็นเทชันออนไลน์ให้กับคุณ สามารถใส่ภาพ เสียง วิดีโอ จนชิ้นงานของคุณบรรเจิดไปด้วยมัลติมีเดียทุกรูปแบบ (โดยที่ไม่ต้องลง หรือเปิดโปรแกรมใดๆ) ไม่เพียงเท่านี้คุณยังสามารถโชว์งานของคุณบนบล็อกของตัวเองได้อีกด้วย และที่สำคัญมากๆ คือ ฟรี และใช้งานภาษาไทยได้อย่างไร้ที่ติ!

ทำไมต้องสร้างพรีเซ็นเทชันแบบออนไลน์บนเว็บไซต์?

* ตัดปัญหาเรื่องไฟล์ที่ใหญ่มหึมา เพราะต้องใช้การแทรกรูปภาพ หรือวิดีโอแนบไปกับไฟล์ และประเด็นปวดหัวตามมาอีกลำดับก็คือ การส่งอีเมลให้ลูกค้าไม่ผ่าน อดขายงาน โดนนายดุ…ฯลฯ

* หมดข้อแก้ตัวสำหรับผู้ที่รู้ตัวว่าไม่ใช่ศิลปิน ที่ไม่ว่าจะใช้เทคนิคอะไร พรีเซ็นเทชันที่ออกมาก็เหมือนรายงานหน้าห้องตอนปี 4 ไปเสียทุกที เพราะการทำพรีเซ็นเทชันแบบออนไลน์มีรูป/วิดีโอนับล้านให้คุณเลือก

* ทำงานได้ทุกที่ ตามที่นายสั่งมา ขอเพียงแค่คอมพิวเตอร์มีอินเทอร์เน็ต

* ไม่ใช่โปรแกรมเถื่อน จึงไม่มีลิขสิทธิ์ ฉะนั้นไม่ต้องกลัวการปราบปราม เพราะที่นี่ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ แค่สมัครสมาชิกเท่านั้น!

ทำไมต้องเป็น 280Slides.com?

จากที่ทำการทดสอบเว็บไซต์สร้างสร้างพรีเซ็นเทชันออนไลน์หลายเว็บ ปัญหาใหญ่ที่พบก็คือ ไม่สามารถใช้งานภาษาไทยได้ แต่ที่ 280Slides.com อ่านและเขียนไทยได้อย่างสมบูรณ์

มาถึงตอนนี้หลายประเด็นที่คุณยังแอบสงสัยอยู่ในใจก็ได้เคลียร์ไปหมด แล้ว ฉะนั้นฝ่ายเซลล์ นักการตลาด อาจารย์ ผู้บริหาร ไปจนถึงคุณเลขาสาวสวย คงอดใจรอไม่ไหวที่จะทดลองใช้ 280Slides.com กันแล้วใช่ไหม?

เพียง 3 ขั้นของการสร้างพรีเซ็นเทชันออนไลน์แบบมัลติมีเดีย

1. เข้าไปที่ www.280Slides.com กดที่ปุ่มสีน้ำเงินกลางหน้าจอที่เขียนว่า “Try it now, Free”

2. รอสักพัก (ประมาณ 1-3 นาที) ให้โหลดโปรแกรมขึ้นมาบนหน้าจอ

3. คุณจะพบกับปุ่มต่างๆ ที่หน้าตาเหมือนโคลนนิ่งโปรแกรมพาวเวอร์พอยต์มา ก็ลงมือสร้างงานพรีเซ็นเทชันใหม่ด้วยการคลิกที่ “New” ปุ่มมุมซ้ายสุดของจอ (คุณสามารถทดลองใช้ก่อนได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก)

ดูพรีเซ็นเทชันที่แนะนำวิธีใช้งาน 280slides ได้ที่นี่

อะไร ที่เรียกว่าการสร้างพรีเซ็นเทชันออนไลน์แบบไม่ธรรมดา? ก็เพราะต้องสร้างให้ตระการตาแบบมัลติมีเดียนั่นเอง! ที่ 280Slides คุณสามารถ…

* เปลี่ยนธีม : ต้องยอมรับว่า 280Slides ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ (Beta) จึงไม่ได้มีธีม หรือ โครงสร้างสีออกมาให้เลือกมากนัก แต่อย่างไรก็ดี คุณสามารถนำภาพสวยๆ มาตั้งเป็นภาพพื้นหลังแทนธีมได้

* ใส่รูป : แค่กดปุ่ม “Photo” คุณก็มีถึง 3 วิธีในการนำรูปสวยนับพันล้านรูปมาใช้ ดังนี้

1. อัปโหลดรูปของตัวเองที่มีอยู่ในเครื่องขึ้นไปโดยคลิกที่ปุ่ม “Upload”

2. ค้นหาภาพ (ซึ่งจะดึงฐานข้อมูลภาพกว่า 2 พันล้านภาพจากเว็บไซต์เก็บรูปออนไลน์อย่าง flickr.com) โดยพิมพ์คำคีย์เวิร์ดที่ต้องการค้นหา อาทิ sea, flower (แนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษจะพบภาพมากกว่า) เมื่อพบรูปที่ต้องการก็แค่ลากแล้วนำมาวางไว้ในตำแหน่งที่คุณต้องการบนพรีเซ็นเทชัน

3. ดึงภาพจากเว็บไซต์อื่นมาใช้ เพียงแค่ทราบที่อยู่ของภาพใด ๆ ก็ตามที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต คุณก็สามารถนำมาใช้ประกอบบนพรีเซ็นเทชันของคุณได้

ตัวอย่าง ถ้าต้องการใส่ภาพแรกของเรื่อง Anyite (เว็บไซต์สำหรับการนัดออนไลน์ที่เคยรีวิวไปเมื่อศุกร์ที่แล้ว) ก็เพียงคลิกขวาที่เมาส์บนภาพ > เลือกเมนูสุดท้าย “properties” > จะพบ Address (URL) ที่ลงท้ายด้วยด้วย .JPG (ตัวอย่าง http://pics.manager.co.th/Images/551000013012101.JPEG) คุณก็เพียงคัดลอกที่อยู่ของภาพนี้มาไว้ แล้วกดที่ “Enter URL” ใน 280Slides และวางที่อยู่ของภาพนี้ลงไป > กดปุ่ม “Enter” ที่คีย์บอร์ด ก็จะมีรูปภาพนั้นๆ ปรากฏขึ้นมาทันที จากนั้นก็เลือกปรับขนาดของภาพได้ตามชอบใจ

* ใส่วิดีโอ : คุณสามารถอัปโหลดวิดีโอของคุณเองไปใส่ไว้ในพรีเซ็นเทชันออนไลน์ หรือเลือกวิดีโอคลิปนับล้านๆ จากเว็บไซต์วิดีโอชื่อดังอย่าง Youtube.com มา ใส่ประกอบไฟล์ของคุณได้ ซึ่งแน่นอนว่าคุณจะเลือกวิดีโอที่คุณทำขึ้นเองแล้วอัปโหลดขึ้นไปบนยูทูบ หรือ เลือกวิดีโอของคนอื่นมาแปะใส่ไปในชิ้นงานของคุณก็ได้

ขั้นตอนการแทรกวิดีโอจากยูทูบลงไปใน 280Slides ก็ทำง่ายไม่แพ้การเพิ่มรูป เพียงแค่คลิกที่เมนู “Video” > เลือก Enter URL: ใส่ลิงก์วิดีโอของยูทูบ (ตัวอย่าง http://www.youtube.com/watch?v=NQdIhGlI_gg) แล้วกด Enter ที่คีย์บอร์ด ก็จะมีหน้าจอทีวีของยูทูบปรากฏขึ้นมา จากนั้นก็เลือกปรับขนาดของจอวิดีโอได้ตามชอบใจ

ซึ่ง การแทรกไฟล์วิดีโอลงในพรีเซ็นเทชันนี้ถือว่าเป็นจุดที่ 280Slides ทำได้เหนือกว่าการใช้งานโปรแกรม ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ พาวเวอร์พอยต์อย่างมาก เพราะถ้าคุณใช้ 280Slides ในการนำเสนอแบบออนไลน์ คุณสามารถคลิกและเปิดวิดีโอนั้นขึ้นมาโชว์ได้ทันที ไม่ต้องนำไฟล์วิดีโอใหญ่ๆ แทรกเข้าไปและต้องออกจากโปรแกรมพาวเวอร์พอยต์เพื่อมาเปิดโปรแกรมเล่นวิดีโอ อื่นๆ ให้การนำเสนองานของคุณต้องสะดุด

ถ้ามีไฟล์งานพรีเซ็นเทชันอยู่แล้ว จะใช้งานร่วมกับ 280Slides ได้หรือไม่?

ได้แน่นอน มันสามารถย้ายงานไปมาระหว่างออนไลน์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ เหมาะมากสำหรับคนที่งานยุ่งจนศีรษะฟูฟ่อง พอเสียงนาฬิกา 6 โมงต้องฝ่ารถติดออกมาจากออฟฟิศ อาจจะแวะไปนั่งที่คอฟฟี่ชอปแถวสยาม และลุยงานต่อได้ทันที แค่กดปุ่ม “Import” นำไฟล์พาวเวอร์พอยต์มาโหลดเข้าไปที่ 280Slides อีกทีหนึ่ง และเมื่องานของคุณลุล่วงก็ยังสามารถกดปุ่ม “Download” เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมดเก็บเอาไว้ที่เครื่องฮาร์ดดิสก์ของคุณได้อีกทอดหนึ่ง

:: ส่งต่อ และแสดงไฟล์พรีเซ็นเทชันได้ทุกช่องทาง ::

ที่เมนู “Share” ด้านขวามือสุด คุณจะมี 3 ทางเลือกในการส่งต่อ และแสดงไฟล์พรีเซ็นเทชันของคุณ อันได้แก่

1. ส่งทางอีเมล ก็กรอกอีเมลคนที่คุณต้องการส่งต่อ โดยผู้รับจะได้อีเมลจาก presentations@280slides.com พร้อมไฟล์พรีเซ็นเทชันนามสกุล .pptx แนบมาให้

2.อัปโหลดไฟล์ของคุณไปโชว์ที่ศูนย์รวมไฟล์พรีเซ็นเทชันอย่าง Slideshare.net โดยอัตโนมัติ

3 คัดลอกลิงก์ของไฟล์พรีเซ็นเทชันชิ้นนี้แล้วนำไปแปะที่บล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณ

หมายเหตุ กรณีที่ 2-3 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ชิ้นงานเปิดเผยต่อสาธารณชน

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ 280Slides

* ไฟล์ที่คุณสามารถทำมา “Import” เข้าไปใช้เปิดชม และแก้ไขใน 280Slides จะต้องเป็นนามสกุล .pptx,ppt, และ odp เท่านั้น

* ไฟล์พรีเซ็นเทชันที่คุณจะ “ดาวน์โหลด” ลงเครื่องได้จะมีหลายนามสกุลให้เลือก อาทิ ppt, pptx,odp, และ pdf และหากคุณแนบวิดีโอจากยูทูบลงในพรีเซ็นเทชัน เมื่อ Download ไฟล์นั้นมาเพื่อมาเปิดในเครื่องคอมพิวเตอร์ จะไม่สามารถเปิดชมวิดีโอได้ทันที (มันจะกลายเป็นภาพนิ่ง) ต้องเปิดพรีเซ็นเทชันจากเว็บไซต์เท่านั้นถึงจะสามารถดูวิดีโอออนไลน์ได้ ทันที

* ถ้าพิมพ์ภาษาไทยจะมีแบบตัวอักษร (Fonts) แค่แบบเดียว

* ขณะทำงานจะมีการบันทึกไฟล์ให้โดยอัตโนมัติ (Autosave & Recovery) ทุกๆ นาที โดยที่สามารถดูการแก้ไขทีละขั้นจากประวัติการทำงาน (History) ได้ เพียงคลิกที่ปุ่ม Undo, Redo

* คนที่คุ้นชินกับการใช้ปุ่มลัดที่แป้นพิมพ์ในการคัดลอกข้อความ ก็สามารถใช้งานได้ดีบน 280Slides อาทิปุ่ม ctrl-z, ctrl-v

* เว็บไซต์สร้างด้วยภาษาจาวา ไม่ใช่เป็นแฟลช ฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการติดตั้งและอัปเกรดโปรแกรมแฟลชในเครื่อง คอมพิวเตอร์ของคุณ

ข้อดี

* ไม่ว่าจะ Import หรือ Download ไฟล์พรีเซ็นเทชัน สามารถอ่านภาษาไทยได้ 100% ไม่มีตกหล่น

* ต่อไปนี้พรีเซ็นเทชันของคุณจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เพราะทั้งภาพ และวิดีโอ ก็สามารถมีให้เลือกใส่ได้ไม่จำกัด

* หน้าตาโปรแกรมใช้งานง่ายไม่ต่างไปจาก ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ พาวเวอร์พอยต์ที่คุณรู้จัก ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเรียนรู้วิธีใช้งานอีก

* หมดปัญหาเรื่องส่งไฟล์ให้คนอื่นไม่ได้เนื่องจากใหญ่เกินไป เพราะมีหลายทางเลือก ทั้งให้ระบบแนบและส่งทางอีเมล นำไปโพสออนไลน์ที่เว็บไซต์ศูนย์รวมไฟล์พรีเซ็นเทชันอย่าง Slideshare.net หรือจะแปะบนบล็อกของตนให้คนอื่นเข้ามาอ่านออนไลน์ก็ได้


ข้อเสีย

* หากอินเทอร์เน็ตของคุณมีความเร็วต่ำกว่า 1 เมกกะบิตขึ้นไป อาจจะพบว่าใช้งานได้ช้าสักหน่อย ซึ่งจะส่งผลถึงการ Import และ Download งานเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย

* ฟีเจอร์พื้นฐานยังไม่ค่อยเพียบพร้อม อาทิ ธีมน้อยเกินไป ใส่แผนภูมิไม่ได้ เพิ่มลูกเล่นเอฟเฟกต์ต่างๆ ให้ภาพ กับตัวอักษรไม่ได้

* ไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ (ไม่มีฟีเจอร์ที่อีเมลไปให้เพื่อมาช่วยกันแก้ไขไฟล์เดียวกัน (ไม่เหมือนกับ Gliffy เว็บไซต์สร้างแผนภูมิออนไลน์ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้)


สรุป

นอกเหนือจากโปรแกรมนำเสนองาน หรือ การสร้างพรีเซ็นเทชันสุดคลาสสิกอย่าง ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ พาวเวอร์พอยต์ (Mircrosoft Office PowerPoint) ที่คุณรู้จักและใช้มาจนนมนานแล้ว การอัปเกรดตัวเองให้คุ้นเคยกับซอฟต์แวร์ใหม่ๆ บนอินเทอร์เน็ตที่มีหลายประสิทธิภาพเหนือกว่า ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่คุณจะสามารถ “สร้างสิ่งที่เหนือความคาดหมาย” ให้กับองค์กรได้ และผลสุดท้ายก็คือ การตบโบนัส และตำแหน่งงานที่สูงยิ่งขึ้นไปในที่สุด

เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับ 280Slides

หน้าตาของเว็บ 280Slides ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากโปรแกรมสร้างพรีเซ็นเทชันของเครื่องแมคอินทอ ช ที่ชื่อว่า คีย์โน้ต (Keynote)

ที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123627

Tags: , ,

บริการสุดเดิ้น แจ้งปลายสายว่าขับรถอยู่ อย่ากวน

บริการใหม่จากแคนาดา อาศัยคุณสมบัติจีพีเอส หากพบมือถือกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว แปลว่าเจ้าของเครื่องขับรถอยู่

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : แคมเปญ”ขับไม่คุย” ฮิตไปถึงเมืองนอกเมืองนา ล่าสุดบริษัทในแคนาดาเปิดตัวซอฟท์แวร์เลขาเสมือน ป้องกัน “คนช่างจ้อ” คุยโทรศัพท์ขณะขับรถ

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

เอกิสโมบิลิตี้ บริษัทเอกชนจากแคนาดา เผยถึง “ไดรฟท์ แอสซิสต์”? ว่า เป็นเทคโนโลยีการบริหารจัดการโทรศัพท์มือถือแบบพิเศษที่สร้าง เลขานุการส่วนตัวแบบเสมือนจริง สามารถจับสัญญาณโทรศัพท์หรือข้อความที่ส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือขณะที่รถ กำลังวิ่ง โดยการจับการเคลื่อนที่ของโทรศัพท์มือถือจากความเร็วของรถแล้วส่งข้อความไป ยังผู้ที่โทรเข้ามาว่า เจ้าของเครื่องอยู่ระหว่างการขับรถ พร้อมกับให้ทิ้งข้อความ หรือเบอร์โทรกลับเอาไว้

นอกจากนี้ซอฟท์แวร์ยังมีบริการพิเศษ ที่สามารถจำเพาะเบอร์สำคัญว่า คนที่โทรมาเป็นผู้ปกครองหรือที่ทำงาน เพื่อแจ้งว่า ผู้รับหรือเจ้าของ โทรศัพท์เครื่องนี้ กำลังอยู่ ณ ตำแหน่งไหน โดยใช้เทคโนโลยีพิกัดดาวเทียมที่มีอยู่ในอุปกรณ์ หรือการกำหนดตำแหน่งผ่านเซลล์ทาวเวอร์ที่รับส่งสัญญาณ เครือข่ายโทรศัพท์ที่เจ้าของเครื่องใช้อยู่ อย่างไรก็ดี ผู้ที่โทรเข้าสามารถแจ้งไปยังผู้ขับให้รับโทรศัพท์ได้ โดยชี้ว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน

“ไดรฟท์ แอสซิสต์” เป็นหนึ่งในบริการของเจ้าของเครือข่าย โดยสามารถแจ้งใช้บริการโดยแจ้งรับบริการเป็นรายเดือน

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

Tags: , ,

MP3 ฟังนาน 5 ปี หูดับสนิท ผ่างงงง!

เตือนฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี เสียงดังนานเกิน 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี มีสิทธิ์หูหนวกถาวร

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : นักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาวิจัยตามคำร้องของสหภาพยุโรป(อียู) ที่ต้องการศึกษาพฤติกรรมการฟังเพลงในยามว่าง ชี้ว่า เด็กและวัยรุ่นควรจะ หลีกเลี่ยงการฟังเสียงที่ดังเกินกว่ามาตรฐาน ซึ่งเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังเกินเหตุนั้นก็จะนำมาเป็นประเด็นในการ วินิจฉัยต่อไป

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

นักวิจัยชี้ว่าอัตราเสี่ยงที่จะส่งผล ต่อการได้ยินนั้น ขึ้นอยู่กับความดังของเสียงและระยะเวลาฟัง ซึ่งบรรดาเด็กวัยรุ่นมีความเสี่ยงสูง

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าประชากร ระหว่าง 50-100 ล้านรายที่ใช้เครื่องเล่นเพลงแบบพกพาฟังเพลงเป็นประจำทุกวัน หากฟังเพลงเสียงดังเกิน 85? เดซิเบล 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็ถือว่า ได้รับเสียงที่ดังเกินกว่าที่สหภาพยุโณปกำหนดความดังของเสียงที่ได้ยินในที่ ทำงาน และหากฟังในระยะเวลาที่นานกว่า นั้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะสูญเสียการได้ยินแบบถาวรภายในระยะเวลา 5 ปี

เมื่อลองคำนวณนักวิจัยพบว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่ในระหว่าง 5-10% ของผู้ที่ฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นเอ็มพี หรือเท่ากับประชากรในสหภาพยุโรป กว่า 10 ล้านคน

ยอดขายของเครื่องเล่นเพลงพกพาใน ประเทศแถบยุโรปเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะ เครื่องเล่นเอ็มพี ซึ่งเจ้าหน้าที่ สหภาพยุโรปคาดการณ์ว่า ยอดขายระหว่า 184-246 ล้านเครื่องสำหรับเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จะเป็นยอดขายเครื่องเล่นเอ็มพี ถึง? 124-165 ล้านเครื่อง

ในขณะที่โทศัพท์มือถือก็เป็นอีกหนึ่ง ประเด็นที่เม็กลีน่าคูเนว่า เจ้าหน้าที่กิจการผู้บริโภคของสหภาพยุโรปมองเห็นอันตรายต่อการได้ยิน โดยกล่าว ว่า บรรดาวัยรุ่นใช้ระดับเสียงที่ดังเกินกว่ามาตรฐานและอาจส่งผลต่อการได้ยินได้

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

Tags: , , ,