Archive for February, 2012

เมโทรซิสเต็มส์จับมือเป็นพันธมิตร ม.คริสเตียนพัฒนาการเรียนด้วยไอที

เมโทรซิสเต็มส์จับมือเป็นพันธมิตร ม.คริสเตียนพัฒนาการเรียนด้วยไอที

มหาวิทยาลัยคริสเตียนจับมือเมโทรซิสเต็มส์ฯ พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ล่าสุดจัดหาโน้ตบุ๊กให้นศ.ชั้นปี 1 และปริญญาโทใช้เรียนอีเลิร์นนิ่ง หวังก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดการศึกษาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน …

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศถึงความร่วมมือพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศภายในมหาวิทยาลัยคริสเตียน และสนับสนุนการจัดกิจกรรมด้านต่างๆ ของสถาบัน เช่น การรับนักศึกษาเข้ามาฝึกงานเพื่อสร้างทักษะและ ประสบการณ์ด้านวิชาชีพ การส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเป็นผู้บรรยายพิเศษด้านไอที สนับสนุนการจัดกิจกรรมตลอดจนเผยแพร่ความรู้ด้านเทคโนโลยีต่างๆ อีกทั้งยังจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคลากรของมหาวิทยาลัยฯ ในการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศต่อไปในอนาคต โดยมี ผศ.ดร.จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยคริสเตียน? ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ กับ นายจิระศักดิ์ ตรังคิณีนาถ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์ฯ

นายจิระศักดิ์ กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2554 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยคริสเตียนได้มอบความไว้วางใจจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือ โน้ตบุ๊กยี่ห้อ HP จากบริษัท เมโทรซิสเต็มส์ฯ จำนวน 500 เครื่องสำหรับมอบให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 พร้อมทั้งยังได้จัดซื้อโน้ตบุ๊ก ยี่ห้อ HP สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายต่างๆ โดยมีมูลค่าการสั่งสินค้าจากบริษัทฯ แล้วกว่า 12 ล้านบาท

ผช.ผอ.กลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์ฯ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมานั้น มหาวิทยาลัยคริสเตียนกับบริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันมาโดยตลอด เราให้คำมั่นสัญญาต่อกันว่าเราจะเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันตลอดไป

มหาวิทยาลัยคริสเตียน ผลิตนักศึกษาพยาบาลให้กับโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน และโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำอื่นๆ นับเป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์และสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่มีความมุ่งมั่นจะเป็นผู้นำตลาดการศึกษาด้านสุขภาพของอาเซียน? โดยมุ่งสร้างเอกลักษณ์การเป็น ?มหาวิทยาลัยแห่งสุขภาพ เพื่อสร้างคนคุณภาพรุ่นใหม่? (Healthy University, Healthy Generation) โดยตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้และทักษะ สามารถแข่งขันกับทรัพยากรบุคคลในตลาดเสรีอาเซียนและตลาดโลก โดยเน้นการสร้างอัตลักษณ์ของนักศึกษา 4 ด้าน คือ การพัฒนาทักษะด้านวิชาชีพ การพัฒนาทักษะด้านภาษา การพัฒนาด้านจริยธรรม และการพัฒนาทักษะด้านไอที

สำหรับการพัฒนาด้านไอทีได้กำหนดให้นักศึกษาทุกคนมีโน้ตบุ๊กของตัวเอง ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง นำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ทั้งในห้องปฏิบัติการวิชาชีพในสาขาวิชาต่างๆ จัดการเรียนการสอนระบบ e-Learning ระบบสารสนเทศของห้องสมุด และระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการของทุกส่วนงานในสังกัดมหาวิทยาลัย เป็นต้น

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

ไอบีเอ็มร่วมวิเคราะห์ความเห็นชาวโลกไซเบอร์ ต่องานออสการ์ครั้งที่84

ไอบีเอ็มร่วมวิเคราะห์ความเห็นชาวโลกไซเบอร์ ต่องานออสการ์ครั้งที่84

ไอบีเอ็มร่วมกับ สถาบันการทดลองทางนวัตกรรมแอ็นเน็นเบิร์กฯ และลอสแอนเจลิส ไทมส์ ใช้โซลูชั่น Business Analytics วัดความคิดเห็น ชาวสังคมออนไลน์ในการประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 84…

สถาบันการทดลองทางนวัตกรรมแอ็นเน็นเบิร์ก แห่งมหาวิทยาลัยเซาท์เธิร์น แคลิฟอร์เนีย ร่วมกับ ไอบีเอ็ม และ สำนักข่าวลอสแอนเจลิส ไทมส์ ได้สำรวจความคิดเห็นของชาวสังคมออนไลน์ ต่อการประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 84 ที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงค่ำวันที่ 26 ก.พ.2555 นี้ (ตรงกับเช้าวันที่ 27 ก.พ.2555 ตามเวลาประเทศไทย) ภายใต้โครงการ การวัดความคิดเห็น หรือ เซ็นติ เมตเตอร์ (Senti Meter) ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล (analytics) รูปแบบใหม่ เข้ากับเทคโนโลยีการเข้าใจภาษามนุษย์ เพื่อนำมาช่วยในการตรวจสอบความคิดเห็นทั้งในแง่บวกและแง่ลบที่ถูกแชร์ผ่านทางทวิตเตอร์

การสำรวจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแนวทางในการสำรวจความคิดเห็นของผู้เล่นทวิตเตอร์ทั่วโลก ทั้งในแง่จำนวนและลักษณะทั่วไป เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้ชมภาพยนต์ได้ดีขึ้น ผลลัพธ์จากการสำรวจจะช่วยทำให้เราเข้าใจและเห็นภาพความสำคัญของเทคโนโลยี ที่ช่วยทำให้เราเข้าใจถึงแนวโน้มที่สำคัญของผู้บริโภคในขณะนี้ โดยการศึกษาเกี่ยวกับการประกาศผลรางวัลออสการ์นี้ ก็จะช่วยให้บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์เข้าใจ และรู้ถึงความชอบของผู้ชม เป็นการนำโซเชี่ยลมีเดียมาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนากลยุทธ์วางแผนทางการตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นได้

ผลการสำรวจเป็นเหมือน รางวัลออสการ์จากผู้ชม ที่ช่วยสะท้อนให้รู้ว่า ใครที่เป็นขวัญใจประชาชนตัวจริงที่ควรได้รับรางวัล แทนที่จะเป็นแค่การตัดสินจากคณะกรรมการ นอกจากนี้ ยังต้องการจะชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีในยุคนี้ สามารถตรวจจับข้อมูลและความคิดเห็นต่างๆ ที่แท้จริงของแฟนหนังได้จริง และมีประสิทธิภาพ โดยทางสำนักข่าวลอสแอนเจลิส ไทมส์ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูล และรายงานความคืบหน้าของโครงการในรูปแบบอินโฟกราฟฟิกส์

ทั้งนี้ ผลการทำการสำรวจที่มาจากความคิดเห็นของผู้ใช้โซเชียลมีเดียจะถูกนำเสนอผ่านทางเว็บไซต์ www.latimes.com/semi-meter ตลอดช่วงเวลาหลายสัปดาห์ก่องงานประกาศ ความสามารถในการประยุกต์การวัดผลในเชิงปริมาณเข้ากับชาวเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่ชื่นชอบเรืองราวของภาพยนต์ได้ช่วยเพิ่มแง่มุมใหม่ๆ ที่สำคัญให้กับข่าวการประกาศผลรางวัล การพัฒนาและนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อนำไปรายงานและทำงานร่วมกับสถาบันการทดลองทางนวัตกรรมแอ็นเน็นเบิร์ก และ ไอบีเอ็ม ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเครื่องมือการรับฟังความคิดเห็นจากโลกอินเทอร์เน็ตที่เป็นไปได้จริง

ด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ล้ำสมัยประกอบกับซอฟต์แวร์ด้านภาษาของไอบีเอ็ม ทำให้การสำรวจสามารถแยกแยะความแตกต่าง และคัดกรองเอาข้อมูลเสียดสีประชดประชัน เกี่ยวกับงานออสการ์ออกได้ และเลือกเฉพาะความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับนักแสดง และภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลเท่านั้น เพื่อให้ผลลัพธ์ของการสำรวจมีความถูกต้อง และบอกถึงแนวโน้มได้อย่างแม่นยำที่สุด สถาบันการทดลองทางนวัตกรรมแอ็นเน็นเบิร์ก และ ไอบีเอ็มยังได้ดำเนินการนำเทคโนโลยีและเทคนิคดังกล่าวมาปรับใช้กับด้านภาพยนตร์ กีฬา และธุรกิจแฟชั่น ด้วยความพยายามที่จะระบุแนวโน้มของโซเชียลมีเดียและเพื่อทำความเข้าใจกับความคิดเห็นของผู้คนให้มากขึ้น

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

จี้เอกชนใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ขานรับสหรัฐ บังคับใช้กฎหมายยูซีเอ

จี้เอกชนใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ขานรับสหรัฐ บังคับใช้กฎหมายยูซีเอ

กรมส่งเสริมการส่งออก นำทีมรัฐและเอกชนจัดสัมมนา สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายยูซีเอ ซึ่งสหรัฐฯ บังคับผู้ผลิตและส่งออกใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายในการดำเนินธุรกิจ…

กรมส่งเสริมการส่งออก กรมทรัพย์สินทางปัญญา สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย จัดสัมมนายูซีเอ กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Competition Act – UCA) กับการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับกฎหมายยูซีเอ ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกในประเทศไทย ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้เข้ากับข้อกำหนดเรื่องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เพื่อสร้างโอกาสและความได้เปรียบในการทำธุรกิจการค้ากับสหรัฐอเมริกา

นายสมพร มณีรัตนกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย กล่าวว่า กฎหมายยูซีเอมีผลบังคับใช้เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ทำให้ต้องสูญเสียโอกาสในการทำธุรกิจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายในการประกอบธุรกิจจะได้รับโอกาสที่เหนือกว่าในการส่งสินค้าไปขายในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ กฎหมายยูซีเอกำลังเป็นประเด็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางในกลุ่มของนักกฎหมายและแวดวงการค้าทั่วโลก โดยเฉพาะในแง่ของผลกระทบต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออก กฎหมายดังกล่าวอยู่ในช่วงของการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปแต่เนื่องจากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจที่ตกต่ำในสหรัฐฯ และความพยายามของรัฐบาลกลางที่จะกระตุ้นอัตราการจ้างงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายยูซีเอจะเกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความยุติธรรมในการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตจากทั่วโลกและผู้ผลิตในสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดี บารัค โอบามา ได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะมีการตั้งหน่วยงานกลางพิเศษเพื่อสืบค้นและดำเนินคดีกับแนวทางการค้าที่ไม่ยุติธรรมทุกประเภท

นายบัณฑูร วงศ์สีลโชติ ประธานคณะกรรมการประเด็นทางการค้า สภาหอการค้าไทย กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้ส่งออกชั้นนำของโลก ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมการส่งออกของประเทศ จึงขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกหันมาใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายในทุกขั้นตอนของการประกอบธุรกิจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าตลาดส่งออกของไทยในสหรัฐฯ จะเติบโตต่อไปภายใต้กรอบของกฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับใช้แล้ว

อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยได้ลดลงจาก 80% ในปี 2549 มาอยู่ที่ 73% ในปัจจุบัน? ซึ่งเป็นอัตราการลดลงเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเอเชียแปซิฟิก เป็นรองเพียงประเทศฮ่องกง.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

‘ดีแทค’ เปิดตัวแอพเฟซบุ๊ก เล่นได้บนฟีเจอร์โฟน

'ดีแทค' เปิดตัวแอพเฟซบุ๊ก เล่นได้บนฟีเจอร์โฟน

“ดีแทค” ร่วมกับ “เฟซบุ๊ก” เปิดตัวแอพพลิเคชั่นโฉมใหม่ สำหรับใช้งานบนมือถือธรรมดา หรือฟีเจอร์โฟน ชูจุดเด่นเล่นได้สะดวก เหมือนใช้สมาร์ทโฟน หรือเล่นผ่านเว็บไซต์…

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ร่วมกับ เฟซบุ๊ก สังคมออนไลน์ชื่อดัง เปิดตัวแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กสำหรับจาวา (Java) เพื่อให้ลูกค้าใช้งานกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ธรรมดา หรือฟีเจอร์โฟน สำหรับลูกค้าดีแทคสามารถดาวน์โหลดและใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นฟรี ได้นาน 3 เดือน

ทั้งนี้ ผู้ที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ธรรมดา หรือฟีเจอร์โฟน ที่ใช้งานเฟซบุ๊กผ่านแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กใหม่สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรุ่นนี้ จะสามารถใช้เฟซบุ๊กได้ดีขึ้นและรวดเร็วขึ้น เมื่อเทียบกับใช้งานบนแอพพลิเคชั่น หรือโมบายล์ไซต์อื่นๆ และสามารถใช้งานได้กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ธรรมดาได้หลายรุ่น ทำให้ลูกค้าจำนวนมากได้ใช้งานเฟซบุ๊กเต็มรูปแบบบนเครือข่ายดีแทค พร้อมคุณสมบัติต่างๆ ของเฟซบุ๊ก อาทิ การใช้งาน News Feed และรูปภาพเร็วขึ้น อัพโหลดรูปภาพจากโทรศัพท์เคลื่อนที่เร็วขึ้น เชื่อมต่อ local address book contacts กับเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก เป็นต้น นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กใหม่นี้ ยังออกแบบเพื่อให้ใช้งานดาต้าน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับแอพพลิเคชั่นจาวา หรือโมบายล์ไซต์อื่นๆ อีกด้วย

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า จากนี้ลูกค้าดีแทคที่ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบธรรมดา หรือฟีเจอร์โฟน ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก จะสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กใหม่ ด้วยประสบการณ์ใช้งานแบบเต็มรูปแบบและเร็วยิ่งขึ้นบนเครือข่ายดีแทค การเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่นี้ ยังทำให้การใช้งานดาต้าขยายออกไปสู่ลูกค้ากลุ่มที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นต่างๆ อย่างแพร่หลาย

นายจาเวียร์ โอลิแวน Head of Growth, Engagement, and Mobile, Facebook. กล่าวว่า เฟซบุ๊กไม่เพียงต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับการใช้งานบนเว็บไซต์เท่านั้น เรายังสร้างให้ลูกค้าได้ใช้งานบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ความร่วมมือกับดีแทคจะทำให้ผู้คนจำนวนมากได้เชื่อมต่อถึงกันผ่านเฟซบุ๊กบนฟีเจอร์โฟน ผ่านทางแอพพลิเคชั่นความเร็วสูงที่มีคุณภาพโดยสะดวก

ทั้งนี้ ในช่วงเปิดตัว ลูกค้าดีแทคสามารถใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นฟรี จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2555 โดยลูกค้าดีแทคและแฮปปี้สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นด้วยตนเองได้จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยกด *704*90# และเข้าสู่ลิงก์ที่ได้รับ.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ไอซีที สรุปบริหารจัดการน้ำ ป้องภัยนครนายกทุกชุมชน

ไอซีที สรุปบริหารจัดการน้ำ ป้องภัยนครนายกทุกชุมชน

ไอซีที สรุปบทเรียนการบริหารจัดการน้ำ และเตรียมพร้อมป้องกันภัยทุกชุมชนในจังหวัดนครนายก หวังช่วยเหลือ บรรเทาสาธารณภัยในชุมชน…

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวถึงการจัดทำสรุปบทเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในบริบทของการเตือนภัยและการเตรียมพร้อมป้องกันภัยทุกหมู่บ้าน/ชุมชนจังหวัดนครนายก ว่า เหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี 2554 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมวลของประเทศ หรือจีดีพี ประมาณ 3% และประเทศยังต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากในการแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งเมื่อรวมกับมูลค่าของความเสียหายที่เกิดขึ้น และงบประมาณที่จะต้องนำมาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่มีมูลค่ามากมายมหาศาลแล้ว ส่งผลโดยรวมต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ การบริหารจัดการกับสถานการณ์ภัยพิบัติ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ซึ่งได้แก่ การรู้ล่วงหน้า การหลีกเลี่ยง การเตรียมตัวที่จะเผชิญกับภัย และการบรรเทาภัยในกรณีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยการเตรียมความพร้อมเหล่านี้นับเป็นองค์ประกอบหลักของความสำเร็จในทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคประชาชน ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงระบบการทำงาน และลักษณะของความพร้อมให้เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการศึกษาและวิเคราะห์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อนำมาใช้เป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงแก้ไข

รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที ได้ให้ความสำคัญในการจัดทำสรุปบทเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในบริบทของการเตือนภัย เพื่อเรียนรู้สาเหตุ ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเกิดภัย จนกระทั่งการฟื้นฟูเยียวยาภายหลังการเกิดอุทกภัย โดยกระทรวงฯ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกับจังหวัดนครนายก จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการจัดทำสรุปบทเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในบริบทของการเตือนภัย และการเตรียมพร้อมป้องกันภัยทุกหมู่บ้าน/ชุมชน จังหวัดนครนายกขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนสถานการณ์อุทกภัยในช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึงสรุปแนวโน้มของการเกิดภัยและความรุนแรง เพื่อให้แต่ละหน่วยงานได้ทบทวนแผนงานของตน แล้วนำเอาส่วนที่เกี่ยวกับการเตือนภัยมาหารือ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงาน ตลอดจนร่วมแสดงความคิดเห็นในด้าน ความพร้อม ภายใต้ภารกิจที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ และพัฒนาการประสานงานในบทบาทของหน่วยงานตามขั้นตอนของการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อจัดระบบบริหารการดำเนินงานเผชิญสถานการณ์ในภาพรวมให้กระชับ รวมทั้งเพื่อให้ชุมชน/หมู่บ้าน มีการเตรียมความพร้อม และมีแผนปฏิบัติเมื่อเกิดภัย ตามนัยแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

สำหรับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ได้มีการจัดเป็น 2 กิจกรรม คือ การสรุปบทเรียน และการเตรียมพร้อมป้องกันภัย โดยกิจกรรมที่ 1 การจัดทำสรุปบทเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในบริบทของการเตือนภัย เป็นการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นจากภาคราชการ ภาคเอกชน มูลนิธิต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชน มาจัดทำเป็นสรุปบทเรียนฯ เพื่อนำข้อบกพร่องในการบริหารจัดการน้ำช่วงที่ผ่านมา มาใช้เป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหา และกำหนดเป็นแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ส่วนกิจกรรมที่ 2 การเตรียมพร้อมป้องกันภัยทุกหมู่บ้านทุกชุมชนของจังหวัดนครนายก จะเป็นการนำสรุปเหตุการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้น ในปี 2554 มาเป็นกรณีศึกษา และเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับชุมชนที่จะต้องมีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเพื่อให้หมู่บ้าน/ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยมีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสาธารณภัยในเบื้องต้น ตลอดจนมีการจัดทำแผนชุมชนในการเตรียมความพร้อม การเผชิญเหตุ และการปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินเมื่อเกิดภัยตามหลักสากล คือ หลักการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (Community Based Disaster Risk? Management : CBDRM) อันเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้านการจัดการภัยพิบัติ

ขณะที่ มี 2 กลุ่มเป้าหมาย โดยกิจกรรมที่ 1 คือ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และมูลนิธิต่าง ๆ กิจกรรมที่ 2 คือ ผู้แทนหน่วยงานในจังหวัดนครนายก ทั้งหน่วยงานราชการ ทหาร อบจ./นายอำเภอ/ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เทศบาล/องค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำชุมชน กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ชุมชน/หมู่บ้าน อาสาสมัคร มูลนิธิ ซึ่งรวมผู้เข้ารับการสัมมนาทั้งหมดประมาณ 1,500 คน

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงฯ หวังว่า การสัมมนาฯ ครั้งนี้จะทำให้ได้ข้อสรุปที่จะช่วยในการประเมินภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะทำให้แต่ละหน่วยงานมีข้อมูลในการทบทวนแผนงานของตนให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างสอดคล้องกับสภาพปัญหา รวมทั้งช่วยให้เกิดการพัฒนาการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ ขจัดความสับสน และความซับซ้อนในการสนับสนุนการปฏิบัติงานในช่วงต้นของการบรรเทาภัย นอกจากนี้ยังช่วยให้ชุมชน/หมู่บ้านที่เสี่ยงภัยมีความพร้อมในการป้องกันภัยพิบัติ สามารถบริหารจัดการ และลดความเสียหายเมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้น มีการสร้างคณะกรรมการชุมชน/หมู่บ้านเสี่ยงภัยที่มีความเข้มแข็งสามารถช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้านได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ก่อนที่หน่วยงานภายนอกจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ รวมถึงมีการสร้างเครือข่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระหว่างชุมชน/หมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคราชการ และภาคประชาชน ซึ่งการเตรียมความพร้อมดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติ ชาวไทย นักท่องเที่ยว รวมทั้งประชาชน และนำมาซึ่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

อีเอ็มซีชูเทรนด์ไอทีปีมังกร คลาวด์-บิ๊กดาต้า ขับเคลื่อนศก.

อีเอ็มซีชูเทรนด์ไอทีปีมังกร คลาวด์-บิ๊กดาต้า ขับเคลื่อนศก.

อีเอ็มซี เผยยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศษฐกิจ จับกระแสคลาวด์-บึ๊กดาต้า คาดการณ์เทรนด์เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเน็ตเวิร์ก สตอเรจ คลาวด์ จะได้รับความนิยม…

นายนฐกร พจนสัจน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ อีเอ็มซี เปิดเผยว่า กระแสคลาวด์ คอมพิวติ้ง และบิ๊กดาต้า ถือเป็นเทคโนโลยีกระแสหลักที่สำคัญและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคลาวด์ คอมพิวติ้ง ที่เป็นตัวขับเคลื่อนไอทีและเป็นปัจจัยพื้นฐานของการปรับเปลี่ยนด้านไอที จากคุณสมบัติในการช่วยจัดระเบียบการใช้งบประมาณด้านนวัตกรรมได้มากถึง 50%

ผู้จัดการประจำประเทศไทย อีเอ็มซี กล่าวอีกว่า สำหรับผลประกอบการในปี 2554 ของบริษัทเติบโตขึ้น 5% กลุ่มสตอเรจเติบโต 13% ซึ่งรายได้ไม่ถึงเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ที่ตัวเลข 2 หลักนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยช่วงปลายปีที่ผ่านมา สำหรับปี 2555 บริษัทตั้งเป้าเติบโตไม่น้อยกว่า 6% ส่วน ภาพรวมการใช้จ่ายไอทีในทั่วโลกปี 2555 นั้น คาดว่าจะเติบโตได้ 3-5%?โดยภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะเพิ่มขึ้น 7.3%?และในประเทศไทยอาจเติบโตขึ้นอีกราว 6%

สำหรับกระแสเทคโนโลยีที่มาแรงในปี 2555 ได้แก่ 1.ความปลอดภัยของเน็ตเวิร์ก เช่น ไฟร์วอลล์ ยูทีเอ็ม และไอพีเอส 2.ซอฟต์แวร์เวอร์ชวลไลเซชันสำหรับเซิฟเวอร์ 3.ฮาร์ดแวร์ จำพวก สตอเรจ 4.ไพรเวท คลาวด์ 5.ความปลอดภัยของข้อมูล เช่น แอพพลิเคชั่นไฟร์วอลล์ และ 6.คลาวด์ที่ใช้ในองค์กร รวมทั้ง เทคโนโลยี 3 จี 4จี และแผนการลงทุนเทคโนโลยีคลาวด์ในองค์กรภาครัฐ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

‘นอร์ตัน’ ส่ง 2 แอนตี้ไวรัส ปกป้องข้อมูลยุคดิจิตอล

'นอร์ตัน' ส่ง 2 แอนตี้ไวรัส ปกป้องข้อมูลยุคดิจิตอล

“นอร์ตัน” เปิดตัวชุดป้องกันภัยคุกคาม ทั้งนอร์ตัน 360 Everywhere และนอร์ตัน 360 เวอร์ชั่น 6.0 ขยายพลังปกป้องอุปกรณ์สื่อสารหลากหลายชนิด…

นอร์ตัน โดยไซแมนเทค เปิดตัวชุดป้องกันภัยคุกคาม 2 ชุดคือ นอร์ตัน 360 Everywhere แพลทฟอร์ม ที่มีการป้องกันภัยหลากหลายในหนึ่งโซลูชัน และนอร์ตัน 360 ชุดอัพเดท โดยนอร์ตัน 360 Everywhere จะวางตลาดภายในครึ่งแรกของปี 2555 ซึ่งนอร์ตัน 360 เวอร์ชั่น 6.0 สามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์พีซี เครื่องแมคอินทอช และโทรศัพท์เคลื่อนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ รวมถึงแท็บเล็ต

ปัจจุบันการใช้งานอุปกรณ์สื่อสารหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพีซี เครื่องแมคอินทอช สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต จำเป็นต้องมีการป้องกันภัยคุกคามออนไลน์ เพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูล หรืออุปกรณ์จากการถูกขโมย จากผลการสำรวจล่าสุดพบว่า มีครัวเรือนจำนวนหนึ่งมีอุปกรณ์ดิจิตอลมากถึง 14-20 ชนิด ทั้งนี้ นอร์ตัน 360 Everywhere สามารถนำเสนอโซลูชั่นที่รองรับแพลทฟอร์มได้หลากหลาย ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดการระบบป้องกันภัยคุกคามของตนเองได้ตามความต้องการ

นายเดวิด ฮอลล์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ไซแมนเทค กล่าวว่า ด้วยการนำเสนอ นอร์ตัน 360 Everywhere เราขยายพลังในการปกป้องออนไลน์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบ และสามารถใช้งานอุปกรณ์ดิจิตอลของตนได้อย่างมั่นใจ สามารถปกป้องข้อมูลอันมีคุณค่า และความเป็นส่วนตัวที่อยู่ในอุปกรณ์หลากหลายชนิดได้

ทั้งนี้ นอร์ตัน 360 เวอร์ชั่น 6.0 นำเสนอการป้องกันภัยคุกคามเครื่องพีซี จากผลการทดสอบล่าสุดของสถาบันทดสอบเอวี (AV-TEST Institute2) นอร์ตัน 360 ได้รับรางวัลที่ 1 ด้านการป้องกันภัยระดับโลก และได้รับคะแนนสูงสุดจากพาสมาร์คซอฟต์แวร์ (PassMark Software3) สำหรับคุณสมบัติพิเศษของนอร์ตัน 360 เวอร์ชั่น 6.0 ได้แก่ Norton Identity Safe ป้องกัน จดจำ และใส่ชื่อผู้ใช้งานและพาสเวิร์ดโดยอัตโนมัติ ในระหว่างการป้องกันภัยคุกคามออนไลน์ให้กับผู้ใช้ , Norton Management นำเสนอการใช้งานระบบคลาวด์ขั้นสูง เพื่อบริหารจัดการการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของนอร์ตันแบบรีโมท ทำให้การใช้งานง่ายและควบคุมได้ดียิ่งขึ้น , Bandwidth Management ทำการจำกัดการอัพเดทที่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นเร่งด่วนจากนอร์ตัน เมื่อมีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้งานข้อมูลที่ได้รับโควตาเป็นรายเดือน หรือทำให้ต้องจ่ายเงินมากขึ้นเกินจำเป็น และ Improved Backup ปรับปรุงในเรื่องของการสำรองข้อมูลให้รวดเร็ว

ผู้ใช้สามารถติดตั้งนอร์ตัน 360 เวอร์ชั่น 6.0 ได้สูงสุดในเครื่องพีซี 3 เครื่อง มีวางจำหน่ายในประเทศไทยผ่านตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าออนไลน์ของนอร์ตัน ในราคา 2,390 บาท สำหรับชุดมาตรฐาน ซึ่งรวมถึงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ขนาด 2GB ราคานี้ รวมไลเซนส์สำหรับเครื่องพีซี 3 เครื่อง อายุงาน 1 ปี การอัพเดทระบบป้องกันภัยจากไซแมนเทค และระบบดูแลลูกค้าชั้นยอดจาก นอร์ตัน 1 ปี สำหรับผู้ใช้งานนอร์ตัน 360 ทุกคนที่ยังคงมีสมาชิกภาพ สามารถดาวน์โหลดและใช้งานเวอร์ชั่นล่าสุดของผลิตภัณฑ์ที่ประกาศออกมาได้ตลอดอายุการเป็นสมาชิกที่ยังเหลืออยู่ ส่วนนอร์ตัน 360 Everywhere จะวางจำหน่ายในตลาดต่างๆ ที่ได้รับการเลือกสรรในครึ่งปีแรกของปี 2555 รายละเอียดของราคา และข้อกำหนดของระบบจะพร้อมอัพเดทเมื่อผลิตภัณฑ์วางจำหน่าย.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

ไอซีทีจุดพลุ ‘Smart Province’ เลือกนครนายกนำร่อง6เดือน

ไอซีทีจุดพลุ 'Smart Province' เลือกนครนายกนำร่อง6เดือน

กระทรวงไอซีที Kick Off โครงการ Smart? Province เลือกนครนายก เป็นจังหวัดนำร่อง ตั้งเป้า 6 เดือนสมบูรณ์ ก่อนสานต่อจังหวัดอื่นทั่วประเทศ…

เมื่อวันที่24 ก.พ. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีและร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ Smart Province (จังหวัดอัจฉริยะ) ระหว่างกระทรวงไอซีทีกระทรวงมหาดไทย และจังหวัดนครนายก ว่า โครงการดังกล่าว กำหนดให้นครนายกเป็นจังหวัดนำร่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดนครนายก รวมถึงให้เป็นต้นแบบในการบริหารราชการ และขยายผลการดำเนินการสู่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป

ทั้งนี้ การจัดทำ ?จังหวัดอัจฉริยะต้นแบบ? นี้ กระทรวงได้วางกรอบแนวทางและขอบเขตการดำเนินโครงการไว้ 3 แนวทาง คือ 1. ดำเนินการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ของนครนายก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้ใช้งาน 2. ดำเนินการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้บริการประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และ 3.ดำเนินการด้านให้บริการข้อมูลที่จำเป็นสำหรับประชาชนในระดับหมู่บ้าน

นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การดำเนินโครงการนี้เป็นการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งระบบการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นคุณภาพ เข้าไปใช้ในการบริหารจัดการจังหวัดต้นแบบ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด 5 ประการ คือ ผลผลิตมวลรวมเพิ่มขึ้น รายได้ประชากรต่อหัวต่อปีเพิ่มขึ้นการกระจายรายได้ของประชาชนดีขึ้น ความสุขมวลรวมของประชาชนดีขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการภาครัฐลดลง

ขณะที่ นายสุรชัย ศรีสารคาม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวว่า จังหวัดนครนายกกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาวิสัยทัศน์จังหวัดที่สำคัญไว้ 4 ประการ คือ เป็นเมืองน่าเที่ยว น่าอยู่ ศูนย์อาหารสุขภาพและอาหารปลอดภัย และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้? ซึ่งการร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงไอซีทีครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการพัฒนาประเทศที่มีกลไกหลักสำคัญ 4 กลไก คือ การบริหารราชการส่วนกลาง การบริหารราชการส่วนภูมิภาค การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และการประกอบธุรกิจของภาคเอกชนและประชาชนให้สอดคล้องและประสานกันอย่างมีเอกภาพ

สำหรับโครงการ Smart Province เป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงไอซีที ภายใต้แนวคิดการพัฒนาประเทศไทยไปสู่สมาร์ทไทยแลนด์ (Smart Thailand) ซึ่งประกอบด้วย Smart Network Smart Government และ Smart Business โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางและรูปแบบการพัฒนา Smart Province ที่เหมาะสม รวมทั้งเพื่อสร้างโอกาสและความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศในระดับท้องถิ่น ตลอดจนเพื่อพัฒนาจังหวัดให้พร้อมสู่การเป็น Smart Thailand โดยมอบหมายให้สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ และในระยะแรกของโครงการได้กำหนดให้ นครนายก เป็นต้นแบบของจังหวัดที่จะดำเนินการให้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากมีความเหมาะสมของขนาดพื้นที่จังหวัด และความพร้อมทั้งด้านสถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว การเกษตร

ขณะที่การดำเนินงานในระยะแรกจะเชื่อมข้อมูลต่างๆ ลงในบัตรประชาชนอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด รวมถึงการขยายพื้นที่ให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) และผู้ให้บริการเอกชน รวม 8 หน่วยงาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นสุดโครงการจะมีการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อวางแนวทางที่เหมาะสม สร้างรูปแบบการบริหารจัดการและการให้บริการภาครัฐผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศได้อย่างทั่วถึง และสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นต่อไป โดยเบื้องต้นคาดว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตจะติดตั้งแล้วเสร็จ และมีความเสถียรภายใน 3 เดือน พร้อมทั้งตั้งเป้าให้ระบบทั้งหมดสมบูรณ์แบบภายใน 6 เดือน ก่อนจะยกทั้งระบบไปใช้ในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

เปิดใจ ‘อานนท์ ทับเที่ยง’ ซีอีโอลูกหม้อทีโอที ‘ภูมิใจในองค์กร…วันนี้ทำดีที่สุดแล้ว’

เปิดใจ 'อานนท์ ทับเที่ยง' ซีอีโอลูกหม้อทีโอที 'ภูมิใจในองค์กร...วันนี้ทำดีที่สุดแล้ว'

ดร.อานนท์ ทับเที่ยง ซีอีโอทีโอที เปิดใจครั้งแรก และครั้งเดียว กับการทำงานกว่า 27 ปี ในองค์กรความฝัน พร้อมการไขข้อข้องใจ หลังปิดปากเงียบ ตั้งแต่บอร์ดมีมติเลิกจ้าง…

เหลืออีกเพียงไม่กี่วันแล้วที่ ดร.อานนท์ ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จะกลายเป็นเพียงอดีต หลังจากคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ทีโอที ชุดที่มีนายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน เป็นประธาน มีมติ ?เลิกจ้าง? ด้วยเหตุผล 3 ประการ ได้แก่ 1.โครงการ 3 จีไม่คืบ 2.ขาดสภาวะผู้นำ และ 3.ทำงานไม่สอดคล้องกับนโยบายของบอร์ดใหม่ แม้ว่า นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ อดีตประธานบอร์ดทีโอที ที่เคยบริหารงานร่วมกับ ดร.อานนท์ มาก่อน เคยออกมาโต้ว่าเหตุผลทั้ง 3 ประการ ที่บอร์ดชุดปัจจุบันระบุมา ไม่สอดคล้องกับการทำงานของ ดร.อานนท์แม้แต่ข้อเดียว

หลังจากมติบอร์ดออกมา สื่อทุกแขนงพยายามติดต่อ ดร.อานนท์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ มีกระแสข่าวระบุว่า ดร.อานนท์ เครียดจนถึงขั้นล้มป่วยจนเข้าโรงพยาบาล และไม่พร้อมตอบคำถามใดใดทั้งสิ้น บ้างก็ว่าเคารพในการทำงานของบอร์ด บ้างก็ว่าทำใจไม่ได้ กระทั่งวันนี้ ดร.อานนท์ ยอมเปิดใจทุกเรื่อง ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นติดตามได้ ณ บัดนี้…???

?คิดกลับกัน เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น ที่เริ่มจากเด็กจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ อยากเข้าองค์กรนี้ จนได้เข้ามากระทั่งเป็นผู้บริหารสูงสุด ซึ่งมีความภูมิใจที่ได้ทำงาน และนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในระดับหนึ่ง อย่างน้อยในช่วงเวลาที่ได้ทำงาน แม้ว่าจะออกจากองค์กรนี้แล้วก็ตาม ก็ยังคงเฝ้ามององค์กรนี้? ดร.อานนท์ กล่าวถ้อยคำเริ่มสนทนาอย่างเป็นกันเอง ก่อนเข้าสู่การพูดคุยที่พร้อมตอบทุกคำถาม

IT Digest : ความประทับใจในการทำงานที่ทีโอที
อานนท์ : กว่า 27 ปี ที่อยู่ทีโอที ภูมิใจที่ได้เข้ามาทำงานในองค์กรแห่งนี้ ซึ่งเป็นองค์กรที่อยากเข้ามาก ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา เพราะชอบวิชาฟิกส์ เกี่ยวกับคลื่นมาก พอเข้ามหาวิทยาลัยเลยเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาโทรคมนาคม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากนั้นเข้าทำงานที่ทีโอที หรือ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในสมัยนั้น ในความคิดเห็น เป็นองค์กรที่มั่นคง และมีชื่อเสียง พอเข้ามาดีใจที่มีโอกาสได้รับทุนต่างๆ จากการสอบชิงทุน เพื่อศึกษาดูงาน ทั้งทุนไจก้า ไปดูงานองค์การโทรศัพท์ญี่ปุ่น ทุนไปดูงานฝรั่งเศส ซึ่งส่วนหนึ่งอาจมาจากผู้บริหารเห็นคุณค่า เมื่อกลับมาก็ได้รับมอบหมายงานที่ดีตลอด จนมีผลงานหลายอย่าง

IT Digest : ผลงานที่ภาคภูมิใจ
อานนท์ : ผลงานแรกที่ภูมิใจ คือช่วงที่เกิด Y2K ในปี 2000 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่บางระบบคอมพิวเตอร์จะจบลงที่ 1999 เมื่อเปลี่ยนเป็น 2000 บางระบบอาจจะแฮงค์ได้ โดยได้รับมอบหมายเป็นเลขานุการ ทำหน้าที่ในการดูแลทุกระบบ ทั้งไอทีและคอมพิวเตอร์ ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถจัดการได้เป็นที่เรียบร้อย และประหยัดงบประมาณในการจัดการ?

ผลงานที่สอง คือ ในช่วงที่มีการเพิ่มเลขหมายของระบบโทรศัพท์เป็น 9 หลัก ในโทรศัพท์บ้าน และ 10 หลักในโทรศัพท์มือถือ เป็นระบบเลขหมายใหม่ทั่วประเทศ ซึ่งตั้งคณะทำงานใหญ่ และได้รับมอบหมายเป็นทีมเลขานุการ

ผลงานที่สาม คือ การเอ็นดูจากผู้ใหญ่ โดยปกติแล้วจะเป็นคนที่มาทำงานเช้าประมาณ 7.00 น. และออกค่ำ ทำมาอย่างต่อเนื่อง และการทำงานที่วิเคราะห์ รวดเร็ว ผู้ใหญ่อาจจะเห็น และมอบหมายงานให้ ไม่ว่าจะมอบหมายให้ไปประชุมระหว่างประเทศ รวมทั้ง ถูกมอบหมายงานเป็นประธานคณะทำงานด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร ของที่ประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิค หรือ เอเปค ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม และล่าสุด ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง สามารถทำให้ทีโอทีได้รับรางวัล TQC จากสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นรางวัลที่คัดเลือกมาจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่บริหารงานอย่างมีคุณภาพ โดยมีคณะกรรมการประเมินจากหลายองค์ประกอบ ทั้งการนำองค์กร ยุทธศาสตร์ กระบวนการภายในองค์กร ผลลัพธ์ขององค์กร รวมทั้งเป็นครั้งแรกที่องค์กรขนาดใหญ่ได้รับ นอกจากนี้ ยังได้รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นทางด้านนวัตกรรม ปี 2555 และล่าสุด รางวัลเกี่ยวกับนวัตกรรมจากสภาวิจัยแห่งชาติ อีกทั้ง ในปีที่ผ่านมายังสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้น จากการคาดการณ์ว่าจะได้กำไร 5,800 ล้านบาท ผลออกมาในการปิดบัญชีเบื้องต้น กำไรอยู่ที่ 9,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือขององค์กร

IT Digest : กว่า 27 ปี ถือว่าเป็นลูกรักของทีโอที
อานนท์ : น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะจากความรู้สึกของตัวเอง ทุกๆ คนเมตตา ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ เพื่อนร่วมงาน คนรอบข้าง

IT Digest : ปัญหาและอุปสรรค์ในการบริหารงาน
อานนท์ : นอกเหนือจากปัญหาอุทกภัยครั้งล่าสุด องค์กรนี้ยังขาด ต้องยอมรับว่าทีโอทีเติบโตมาจากความเป็นราชการ ได้พยายามปรับการดำเนินงานให้เป็นรูปแบบของบริษัทเอกชนอย่างเต็มตัวในอนาคต ซึ่งต้องใช้เวลาในการขับเคลื่อน ไม่สามารถทำได้โดยทันที ซึ่งในปี 2556 ทุกคนรู้ดีว่า พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ กำหนดว่า รายได้จากคลื่นความถี่สัมปทาน จะถูกส่งไปยังรัฐ เพราะฉะนั้นรายได้ในเวลานั้น ถ้าหากยังไม่รีบเปลี่ยนบุคลิกขององค์กรในปัจจุบัน ก็ปรับตัวค่อนข้างดีมาก จากการที่ได้รางวัลต่างๆ นอกจากนี้ จะต้องพยายามปรับตัวทั้งภายในและภายนอก ให้สามารถอยู่รอดได้ หลังจากวิกฤติในเดือน ธ.ค. 2556

ขณะที่ พนักงานส่วนใหญ่ 90% ทำงานเต็มที่แล้ว ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ซึ่งมีส่วนน้อยที่ไม่เต็มที่ ซึ่งจะต้องใช้วิธีบริหารจัดการทำให้พนักงานทุกส่วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และนำไปสู่เป้าหมายขององค์กร นอกจากนี้ หัวหน้าในแต่ละส่วนก็มีความสำคัญ เป็นทั้งตัวอย่างในกับผู้ใต้บังคับบัญชา และต้องเป็นองค์กรที่สามารถตรวจสอบได้ บางครั้งการทำงานหากมีคนร้องเรียน ก็จะต้องเปิดเผยงาน หรือโครงการ ซึ่งจะทำให้คู่แข่งทราบ ส่วนเอกชนสามารถทำก่อนได้เลย เพื่อทันความต้องการของลูกค้า เลยทำให้บางครั้งในการทำโครงการต่างๆ จะต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทีโอทีต้องการ คือ ความคล่องตัวมากขึ้นในการทำงาน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของ 3จี แต่รวมถึงทุกเรื่อง ซึ่งในเวลานี้อยากให้ตระหนักว่า ผ่อนคลายในบางเรื่อง แต่ว่าสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งหมายถึง สามารถทำให้องค์กรนี้เดินหน้าแข่งขันกับองค์กรอื่นได้ ขณะเดียวกัน ในความเห็นส่วนตัว คือ ขอความคล่องตัวในการทำงาน ถ้าไม่คล่องตัว องค์กรนี้อยู่ลำบาก ให้ความเป็นธรรมกับองค์กรนี้ ที่ถูกมัดมือไว้ทุกจุด การจะทำอะไรจะต้องผ่านขั้นตอนมากมาย การผ่อนผันจากการคลายกฎระเบียบ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งกว่าจะออกมาต้องใช้เวลานานมาก รวมทั้งเกี่ยวกับการเรื่องที่เปลี่ยนซีอีโอ หรือบอร์ดบริหารบ่อย การทำงานจะขาดตอน รวมทั้งนโยบายที่เปลี่ยนตามผู้บริหารด้วย

IT Digest : เรื่องหนักใจที่สุดตลอด 27 ปีที่อยู่กับ ทีโอที
อานนท์ : ที่หนักใจที่สุดอาจจะไม่มี เพราะผมเป็นคนกระจายอำนาจ

IT Digest : อุปสรรค์อย่างหนึ่งมาจากการเปลี่ยนผู้บริหารบ่อย
อานนท์ : เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ อยากจะฝากว่าคนต่อไปคงจะอยู่นาน เพื่อองค์กรจะได้ฝ่าวิกฤติ ปี 2556 ไปให้ได้

IT Digest : วิธีที่จะทำให้นโยบายเดินหน้าต่อ แม้มีการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร
อานนท์ : ไม่ได้ ที่จริงมีข้อบังคับบริษัท คือ บอร์ดจะเปลี่ยน 3 ปี

IT Digest :? หลังจากมีข่าวออกมา มีโอกาสได้พบบอร์ดหรือยัง
อานนท์ : ยังไม่มีโอกาส เป็นที่รับรู้กัน และยอมรับเรื่องเหล่านี้ได้ ส่วนตัวคิดว่า คงต้องไปหาสิ่งดีๆ ทำ จากที่คิดเห็นว่า ประเทศไทยยังขาดนวัตกรรม ซึ่งอ่อนกว่าประเทศอื่น ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศผู้ซื้อ ต้องเริ่มจากการมีมหาวิทยาลัยดีๆ ที่ให้คนคิดเป็น และสามารถขายผลงานได้ในประเทศ จากที่ได้อยู่กับอุตสาหกรรมนี้มายาวนาน คิดว่า กำลังมองหาสถานศึกษาสักแห่งหนึ่ง อาจจะไปร่วมทำอะไรบางอย่าง

IT Digest :? ตกใจมั้ยพอทราบเรื่อง
อานนท์ : รู้สึกเล็กน้อย รู้สึกแปลกใจ ว่าเราทำผลงานมาโดยตลอด รู้สึกน้อยใจเล็กน้อยในช่วงนั้น ซึ่งบางคนอาจคิดว่ามาจากไหน มีที่มาอย่างไร แต่ในเมื่อประเทศไทยเป็นเช่นนั้น ก็ต้องยอมรับ แต่ผมก็จะเดินหน้าต่อไปในอีกมิติหนึ่งก็ได้

IT Digest :? ป่วย เครียด เพราะทราบข่าว จนต้องเข้าโรงพยาบาล
อานนท์ : เครียดเล็กน้อย ซึ่งเป็นวันเดียวที่มึนศีรษะ และความดันขึ้นมาจากการทำงาน

IT Digest :? มีกระแสข่าวระบุว่าช่วงนั้น เข้าหา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ
อานนท์ : ไม่ได้เข้าหา อาจจะเป็นเพราะว่า ด้วยความที่หากใครเชิญ รมว.ไอซีที มีภารกิจในช่วงนั้นไม่มีบอร์ด ก็จะต้องทำงานตรงกัน บอร์ดชุดเก่าก็ทยอยลาออกไป ซึ่ง รมว.ไอซีที ก็มาใหม่ เป็นเหตุให้ต้องทำงานร่วมกับ รมว.ไอซีที เป็นเรื่องปกติ ซึ่งมีอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่ทำ คือ การวิ่งเข้าหาใครก่อน ถ้าหากเรียกพบหรือประชุมจึงไป

IT Digest : ดร.อานนท์ คือ ยุคพรรคประชาธิปัตย์ ส่วน รมว.ไอซีที (ยุคนี้) คือ พรรคเพื่อไทย เลยไม่ช่วย
อานนท์ : ไม่ จากการที่สัมผัสจากการทำงานมา ท่านก็เมตตา

IT Digest :? ใช้เงินรั้งเก้าอี้
อานนท์ : ไม่มีเลย

IT Digest : โครงการที่ต้องแลกมาด้วยตำแหน่ง
อานนท์ : ไม่มี

IT Digest : จากวันนั้นที่ข่าวออกมามีโอกาสได้คุยกับประธานบอร์ดบ้างหรือยัง
อานนท์ : ยังไม่ได้คุยเลย

IT Digest : เหตุผลที่บอร์ดให้มา มีข้อไหนที่อยากชี้แจงบ้าง
อานนท์ : เรื่องไม่ตอบโจทย์บอร์ด ก็ตอบโจทย์ทุกข้อ เพียงแต่ว่าเรารอที่จะทำเวิร์คชอปร่วมกัน ระหว่างฝ่ายบริหารระดับสูงกับบอร์ด เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ทั้งนี้ ตระหนักดีว่าบอร์ดใหม่มา ปีงบประมาณ 2555 ถูกเซตไว้ล่วงหน้า ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ กว่าจะผ่านคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ซึ่งตระหนักดี จึงได้ขอว่าจะจัดเวิร์คชอปร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน ว่าโครงการใดจะทำ โครงการใดมีความสำคัญระดับต้น กลาง และต่ำ หรือรอได้ ซึ่งกำลังรอจะทำสิ่งนั้นอยู่ กำลังตอบโจทย์ทุกคนอยู่ เพื่อจะได้ความชัดเจนว่าในปี 2555 จะมีโครงการใดบ้าง

IT Digest : คิดว่าบอร์ดทำเกินไปมั้ย
อานนท์ : เป็นวิถีชีวิต ต้องเข้าใจ คิดว่ารุนแรง แต่รับได้ ส่วนตัวคิดว่า ผมเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เข้าใจวัฒนธรรมการเมืองประเทศไทย คิดว่าอายุยังน้อย ยังมีสิ่งดีๆ อีกมากมายรออยู่

IT Digest : จะฟ้องศาลปกครองมั้ย
อานนท์ : ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี

IT Digest : การเมืองในทีโอที ถือว่ารุนแรง?
อานนท์ : ในส่วนตัวผมว่าไม่ เราเป็นพี่น้องกัน ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าฟันจนได้มาทุกวันนี้ แต่บอร์ดอาจจะมองอีกมุมหนึ่ง

IT Digest : อดีตประธานบอร์ดทีโอทีคนหนึ่ง บอกการเมืองในทีโอทีรุนแรงมาก
อานนท์ : แล้วแต่มุมมอง เพราะผมเป็นคนทำงาน ซึ่งอาจจะไม่เห็น ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีเป็นหลัก

IT Digest : มองทิศทางทีโอทีในอนาคต หลังจากหมดสัญญาสัมปทานอย่างไรบ้าง
อานนท์ : ทีโอที เป็นเสาหลักหนึ่งของประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นคงของการสื่อสาร และร่วมกับเอกชนในการขับเคลื่อนไปสู่ความพร้อม ยกระดับประเทศไทย

IT Digest : สาเหตุที่ 3จี ไม่เกิด หรือช้า เพราะไม่จัดการ ในขณะที่บอร์ดก็ให้ข่าวเช่นเดียวกัน
อานนท์ : ในเรื่อง 3จี มองความจริงอยู่ 2 อย่าง คือ ทีโอทีผ่านสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ คือ มหาอุทกภัย แม้ว่าบางจุดน้ำจะไม่ท่วม แต่ส่งผลกระทบทั้งหมด และเรื่องของการเจรจา โคไซต์ (การใช้สถานีฐานร่วม) เรื่องของโมเดลที่รัฐบาลอนุมัติให้องค์กรนี้ คือ จะต้องใช้งานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ที่ต้องมีการเจรจา ในช่วงยุคหนึ่งที่ยังไม่มีบอร์ด ไม่สามารถอนุมัติที่จะทำด้วยตังเองได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้มีความล่าช้า

IT Digest : มีแต่คนโทษทีโอที ที่ทำ 3จีไม่ได้ แต่ไม่มีคนโทษบริษัทที่ประมูลได้
อานนท์ : เป็นธรรมดา ทุกๆ คนต้องช่วยกัน ส่วนตัวมองว่าสิ่งนี้จะสำเร็จในเวลาที่กำหนด ตามสัญญา คือ วันที่ 18 พ.ค. 2555 ซึ่งไม่ยากที่จะเป็นไปได้ เพราะสิ่งต่างๆ ได้ผ่านวิกฤติต่างๆ มาแล้ว

IT Digest : การดำเนินชีวิตหลังจากนี้
หลังจากนี้จะพักผ่อนบ้าง จาก 27 ปี ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น จนกว่าจะได้สิ่งใหม่ขึ้นมา
อานนท์ : ?คิดกลับกัน เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น ที่เริ่มจากเด็กจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ อยากเข้าองค์กรนี้ ก็ได้เข้า จนกระทั่งเป็นผู้บริหารสูงสุด ซึ่งมีความภูมิใจที่ได้ทำงาน และนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในระดับหนึ่ง อย่างน้อยในช่วงเวลาที่ได้ทำงาน แม้ว่าจะออกจากองค์กรนี้แล้วก็ตาม ก็ยังคงเฝ้ามององค์กรนี้?

IT Digest : มีใครทาบทามเป็นที่ปรึกษาบ้างหรือยัง
อานนท์ : ยังครับ ตอนนี้อยากเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังมองอยู่ในด้านนวัตกรรม การบริหาร จากประสบการณ์ความรู้และการบริหารน่าจะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติในแง่มุมอื่นได้อีก อย่ามองว่าที่นี่จะเป็นที่สุดท้ายที่เราอยู่ ส่วนตัวแสดงให้เห็นว่าได้ทำตามความฝันและได้สร้างผลงานแล้ว

IT Digest : วันที่ 24 ก.พ.2555 ถือว่าเป็นวันสุดท้ายในการดำรงตำแหน่ง
อานนท์ : วันอำลาตำแหน่งจริงๆ คือ วันที่ 1 มี.ค.2555

IT Digest : เสียใจมั้ยที่ไม่ได้ทำงานต่อ
อานนท์ : ไม่เสียใจ เพราะถือว่าได้ทำตามความฝันแล้ว

IT Digest : หากย้อนเวลากลับไปได้ อยากจะมานั่งตำแหน่งสุงสุดของทีโอทีอยู่หรือเปล่า
อานนท์ : เป็นความใฝ่ฝันสูงสุด ซึ่งเป็นความตั้งใจในการทำงาน

IT Digest : ฝากถึงซีอีโอคนใหม่
อานนท์ : ขอให้ช่วยให้ทีโอทีรอดพ้นจากวิกฤติ และอยู่ในตำแหน่งนานๆ เพื่อให้มั่นคงในเรื่องของนโยบาย

IT Digest : จำเป็นต้องเป็นคนในมั้ย
อานนท์ : ส่วนตัวมองว่าควรจะเป็นคนใน ซึ่งคนในจะได้ทั้งสองอย่าง อย่างไรก็ตาม คงจะต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหา

IT Digest : ฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง
อานนท์ : โลกไอทีเปลี่ยนเร็วมาก เพราะฉะนั้นต้องติดตาม เพื่อที่จะนำไปใช้ประโยชน์ให้กับตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติ ไอซีที ไม่ใช่เพียงแต่ถนนหนทาง แอพพลิเคชั่นก็มีประโยชน์มาก ทั้งตัวเอง ชีวิตประจำวัน ต่อธุรกิจ การเรียนรู้ ถ้าทุกคนช่วยกันมองแง่บวกของไอซีที นำไปต่อยอด สามารถพัฒนาได้ ไม่เอาไปใช้ในแง่ลบ พยายามให้ทุกคนคิดแบบนี้ ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้า

?

ประวัติโดยสังเขป
คณะกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีคำสั่งแต่งตั้งให้ นายอานนท์ ทับเที่ยง ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีผลตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. 2554 และประกาศกระทรวงการคลัง วันที่ 25 เม.ย. 2554? โดยเข้าทำงานที่ ทีโอที ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2528 มีประวัติดังนี้

การศึกษา
ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิศวกรรมไฟฟ้า สาขาโทรคมนาคม) เกียรตินิยมอันดับ 2 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ปริญญาโท Computer Network มหาวิทยาลัยปารีส 6 (มหาวิทยาลัยปิแอร์-มารี่-คูรี่) ประเทศฝรั่งเศส
ปริญญาเอก Computer Network เกียรตินิยมดีมาก มหาวิทยาลัยปารีส 6 (มหาวิทยาลัยปิแอร์-มารี่-คูรี่) ประเทศฝรั่งเศส
การอบรม
ประกาศนียบัตรหลักสูตร SOE Executive Program 2006 ตามโครงการพัฒนาผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)
ประกาศนียบัตรหลักสูตรการบริหารชั้นสูง รุ่นที่ 171 (Advance Management Program) Harvard Business School ประเทศสหรัฐฯ
ประกาศนียบัตรหลักสูตร Director Certification Program (DCP) รุ่นที่ 104 โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
กำลังศึกษาในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 53 ประจำปีการศึกษา 2553 ? 2554 ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

การทำงาน

2528 นายช่างอันดับ 1 สังกัดกองวิศวกรรมเครื่องชุมสาย ฝ่ายวิศวกรรม
2538 หัวหน้าแผนกวางแผนเครื่องชุมสาย ฝ่ายวิศวกรรม
2540 ผู้อำนวยการกองมาตรฐานระบบชุมสาย ฝ่ายวิศวกรรมระบบโทรคมนาคม
2544 ผู้อำนวยการส่วนการฝึกอบรม ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล
2546 ผู้จัดการสำนักนโยบายเทคโนโลยีโทรคมนาคม
2547 ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร
2549 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักกลยุทธ์
2551 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานทรัพยากรบุคคล
2552 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานโครงข่าย

ตำแหน่งปัจจุบัน
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

ประสบการณ์การทำงานอื่น

กรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส
กรรมการ บริษัท แอดวานซ์ ดาต้าเน็ทเวอร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด
นายกกิตติมศักดิ์ของสมาคม IPV6 ประเทศไทย
ประธานคณะทำงานเอเปคด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศในกรอบเอเปค
ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้าน APEC

รางวัลที่ได้รับ

นักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2 (Thailand Top 100 HR) ประเภทผู้บริหารด้านทรัพยากรมนุษย์ ประจำปี 2552 จากสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศิษย์เก่าเกียรติยศ 50 ปี ด้านความสำเร็จในอาชีพ/หน้าที่การงาน ประจำปี 2552 จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

ทีโอทีคุยลั่นลุยอินเตอร์เน็ตทีวี ต่อยอดธุรกิจวาดฝันพุ่งกระฉูด

ทีโอทีคุยลั่นลุยอินเตอร์เน็ตทีวี ต่อยอดธุรกิจวาดฝันพุ่งกระฉูด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ ถือเป็นวันครบรอบ 58 ปี ของการก่อตั้งบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในอดีต โดยในงานครบรอบปีนี้ทีโอทีจะเปิดตัวทีวีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบริการ TOT? iPTV ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์พื้นฐานและอินเตอร์เน็ตของทีโอที ความเร็วมากกว่า 6-10 เมกะบิต สามารถดูรายการโทรทัศน์ต่างๆ ผ่านโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่เป็นโครงข่ายอัจฉริยะได้

โดยนายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการทีโอที กล่าวว่า บริการ TOT? iPTV ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่ทีโอทีได้พัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมให้เป็นโครงข่ายอัจฉริยะที่รองรับการให้บริการทีวีอินเตอร์เน็ต โดยเป็นระบบ? High Definition หรือ HD โดยจะนำร่องการให้บริการจำนวน 150,000 เลขหมาย ในพื้นที่ที่โครงข่ายอินเตอร์เน็ตที่รองรับการให้บริการได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ ไร้ปัญหาสัญญาณขัดข้อง ซึ่งในช่วงแรกจะเป็นการเจาะกลุ่มลูกค้าก่อน และหากมีความพร้อมก็จะขยายกลุ่มลูกค้า โดยบริการดังกล่าวจะช่วยสร้างรายได้ให้ทีโอทีอีกทางหนึ่งด้วย.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,