Archive for April, 2012

ทรูมูฟเอชส่ง ‘H TV’ พลิกโฉมดูทีวีบนมือถือ

ทรูมูฟเอชส่ง 'H TV' พลิกโฉมดูทีวีบนมือถือ

ทรูมูฟ เอช เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ “เอช ทีวี” เสิร์ฟคอนเทนต์จากทรูวิชั่นส์และอีก 90 ช่อง ส่งตรงถึงมือถือ เพิ่มช่องทางรับชม…

เมื่อเร็วๆ นี้ ทรูมูฟ เอช ประกาศเปิดตัว “เอช ทีวี” (H TV) ยกระดับประสบการณ์การดูทีวีบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านรูปแบบใหม่ เพิ่มอิสระการรับชมรายการโปรดได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยคอนเทนต์ชั้นนำจากไทยและต่างประเทศจากทรูวิชั่นส์และอีกกว่า 90 ช่อง

นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า?เอช ทีวี ถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของทรูมูฟ เอช?ที่ตั้งใจเพิ่มอิสระ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทรูมูฟเอช มอบประสบการณ์ความบันเทิงที่แตกต่างกว่าที่เคย หรือที่เรียกว่า H-perience ซึ่งการเปิดตัวเอช ทีวี จะยกระดับประสบการณ์การดูทีวีบนโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่ให้สามารถรับชมเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ระดับโลกจากทรูวิชั่นส์และช่องสาระบันเทิงอื่นๆ และที่สำคัญคือคุณภาพการรับชมที่แตกต่างกว่า ผ่านเครือข่ายทรูมูฟ เอช 3G+ ซึ่งจะครบ 928 อำเภอ 7,235 ตำบล 71,567 หมู่บ้าน ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงบริการ WiFi ความเร็วสูงสุด 100Mbps ครอบคลุม 100,000 จุด ในไทยกลางปีนี้

นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอช ทีวีเป็นก้าวสำคัญของทรูวิชั่นส์ที่จะเพิ่มช่องทางการรับชมสำหรับสมาชิกทรูวิชั่นส์ให้สามารถรับชมได้แม้อยู่นอกบ้าน โดยสามารถรับชมได้ตามแพ็กเกจที่เป็นสมาชิกและสำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอชก็จะได้ชมคอนเทนต์คุณภาพระดับโลกจากทรูวิชั่นส์ เอช ทีวีจึงเป็นแหล่งรวมรายการทีวีสุดฮิตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ครบทุกความบันเทิง ให้อิสระในการดูได้ทุกที่ ทุกเวลา ครบครันด้วยรายการยอดนิยมของคนไทยและตอบโจทย์ทุกความต้องการของสมาชิกในครอบครัว

ทั้งนี้ ลูกค้าทรูมูฟ เอช จะได้รับสิทธิพิเศษ ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเอช ทีวี ได้ฟรีตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.นี้ พร้อมรับสิทธิ์ยกเว้นค่าบริการรายเดือน นาน 12 เดือน ตั้งแต่วันลงทะเบียนครั้งแรก จากราคาปกติ 399 บาทต่อเดือน (ไม่รวมค่าบริการดาต้า) สำหรับสมาชิกทรูวิชั่นส์ สามารถรับชมรายการได้ตามแพ็กเกจสมาชิก.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

‘หัวเว่ย’ ดั๊มพ์ราคาสู้ศึกสมาร์ทโฟนจับกลุ่มเครื่องแรก

'หัวเว่ย' ดั๊มพ์ราคาสู้ศึกสมาร์ทโฟนจับกลุ่มเครื่องแรก

หัวเว่ย ลดราคาสมาร์ทโฟน 2 รุ่น Ideos?X5 และ Ideos?X3 หวังแจ้งเกิดตลาดสมาร์ทโฟนในไทย เจาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาและผู้เริ่มใช้สมาร์ทโฟน…

บริษัท เวลเทคกรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายสมาร์ทดีไวซ์แบรนด์ “หัวเว่ย” ประกาศลดราคาสมาร์ทโฟน 2 รุ่น เพื่อตอบรับกระแสนิยมสมาร์ทโฟนจากผู้ใช้ชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาและผู้ใช้สมาร์ทโฟนเครื่องแรก ขณะเดียวกันยังเป็นการแจ้งเกิดสมาร์ทโฟนหัวเว่ยในตลาดไทยอีกด้วย โดยสมาร์ทโฟนที่ลดราคา 2 รุ่น ได้แก่ Huawei?Ideos?X5 ด้วย CPU 1GB?หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 3.8 นิ้ว แสดงผล TFT-LCD 16 ล้านสี กล้อง 5 ล้านพิกเซล ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.2 พร้อมจำหน่ายในราคา 6,750 บาท จากเดิม 7,900 บาท และรุ่น Huawei?Ideos?X3 หน้าจอสัมผัสกว้าง? 3.2 นิ้ว TFT-LCD 16 ล้านสี กล้อง 3.2 ล้านพิกเซล ระบบปฏิบัติการแอนดรอยซ์ 2.2 ในราคา 4,490 บาท จากเดิม 5,900 บาท.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

เปิดตัวยิ่งใหญ่ ‘เวิลด์ออฟแท็งค์’ เกมสงครามรถถัง

เปิดตัวยิ่งใหญ่ 'เวิลด์ออฟแท็งค์' เกมสงครามรถถัง

วอร์เกมมิ่งด็อทเน็ต เปิดตัวเกม “เวิลด์ออฟแท็งค์” เกมออนไลน์ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สิงคโปร์ ตั้งเป้าโกยยอด 1 ล้านไอดี ภายใน 1 ปี…

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายวิคเตอร์ คิสเลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอร์เกมมิ่งด็อทเน็ต กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัว เกม “เวิลด์ ออฟ แท็งค์” (World of Tanks) ครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์ ว่า บริษัทมองว่าการเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเป้าหมายสำคัญคือ เอเชียกำลังจะเป็นตลาดใหญ่ในอนาคต ขณะเดียวกัน ได้ร่วมมือกับ บริษัท ซีมิ่ง จัดตั้งสำนักงานแห่งใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางด้วย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอร์เกมมิ่งด็อทเน็ต กล่าวต่อว่า ในการเปิดตัวครั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าจำนวนผู้เล่นรวม 1 ล้านไอดี ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใน 1 ปี

นอกจากนี้ เกมดังกล่าวยังได้รับรางวัลเกมยุโรป 2011 บันทึกกินเนสส์เวิลด์ สำหรับผู้เล่นมากที่สุดบนเซิร์ฟเวอร์พร้อมกัน และบริษัทเกมนักพัฒนาที่ดีที่สุดจากอดีตสหภาพโซเวียต

สำหรับ World of Tanks เป็นเกมแรกและหนึ่งเดียวที่ออนไลน์แนวแอ็กชั่น ที่ใช้การต่อสู้ของรถถังหุ้มเกราะอ้างอิงจากประวัติที่มีจริงในสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะรถหุ้มเกราะเหล็กอื่นๆ ทั่วโลก อาวุธและพลขับที่มีมากกว่า 150 รถหุ้มเกราะทั้งจากประเทศสหรัฐฯ เยอรมนี สหภาพโซเวียด มีรายละเอียดความถูกต้องทางประวัติศาสตร์

ระบบที่ยืดหยุ่นของการอัพเกรดยานพาหนะที่สมจริง และการพัฒนาจะช่วยให้ผู้เล่นเสมือนได้ครอบครองยานพาหนะและอาวุธในเกมจริงๆ หรือลงลึกไปในเส้นทางสิงคโปรเร็วกว่าไทย 1 ชม. ศัตรูกับรถถัง หรือใช้กำลังของรถถังยักษ์กำจัดฝ่ายตรงข้าม รถถังทำลายล้างที่มีวิถีระยะไกล ประเภทของรถถังมีข้อดีของตัวเอง และจะมีประสิทธิภาพมาก เมื่อดำเนินการโดยผู้เล่นจะเป็นตัวตัดสินใจตัวจริง

ผู้บัญชาการรถถังที่ดีอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะชนะการทำงานเป็นทีม ชัยชนะคือความสำเร็จ โดยการรวมทักษะการต่อสู้ของทีมบทบาทในสนามรบ เพียงแค่เพิ่มกลยุทธ์ที่ชื่นชอบ การสร้างพื้นที่ของตัวเองอำนาจรถถังคุณในสงคราม

ส่วนการเล่น ผู้เล่นสามารถสมัครเล่นเกมได้โดยต้องลงทะเบียนทางเว็บไซต์ กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อรอรับการเชิญให้เล่น จากนั้นเข้าไปที่ www.worldoftanks.com ล็อกอินด้วยอีเมล์และรหัสที่ได้รับ เมื่อล็อกอินแล้วให้เข้ามาที่ my profile ซึ่งในหน้านี้จะเป็นข้อมูลการเล่นเกมของผู้เล่นทั้งหมด และเข้าไปที่ invitation เพื่อตกลงเล่นเกม

ความรู้ในเกม ขณะนี้ มีรถถัง 5 ประเทศ มากกว่า 170 ชนิด รูปแบบผู้เล่นสามารถเลือกรถถังเบาที่มีความเร็ว รถถังกลางที่ให้การสนับสนุน รถถังหนักสำหรับการป้องกันที่หนาแน่น รถถังพิฆาตสำหรับสร้างความเสียหายที่มีประสิทธิภาพ และเอสพีจีสำหรับดวงตาซุ่มยิง

อย่างไรก็ตาม เซิร์ฟเวอร์บริการของ World of Tanks ทั่วโลก เซิร์ฟเวอร์อเมริกาเหนือ ยุโรป รัสเซีย จีน เวียดนาม เซาท์อีสท์

สำหรับ เซิร์ฟเวอร์ SEA Wargming ได้ใช้เป็นฐานในการทำงานใน SEA 4 ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เปิดทดสอบในช่วง OBT จะสิิ้นสุดในวันนี้ (26 เม.ย.) และจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันนี้ ซึ่งสามารถเติมเงินได้ด้วย playpal และบัตรเครดิต รวมถึงรูปแบบการเติมเงินอื่นๆ ตามแต่ละประเทศมีการให้บริการ

ทั้งนี้ บริษัท ซีเกมมิ่ง ดอทเน็ต จะนำเกมดังกล่าวเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายในกลางเดือน พ.ค.นี้.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

คณะกก.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อนุมัติ 4 หน่วยงานรัฐ

คณะกก.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อนุมัติ 4 หน่วยงานรัฐ

คณะ กก.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อนุมัติ 4 หน่วยงานของรัฐคณะ กก.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อนุมัติ 4 หน่วยงานของรัฐ ผ่านแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยด้านสารสนเทศ…

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะรองประธานกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549 ได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องจัดทำนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ โดยต้องควบคุมการเข้าถึง และใช้งานสารสนเทศ การจัดให้มีระบบสำรองข้อมูลให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และมีแผนเตรียมความพร้อมฉุกเฉิน รวมไปถึงการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ รวมทั้งต้องจัดทำนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่มีการรวบรวม จัดเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่ข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ (ถ้ามี) ตามมาตรา 6 ทั้งนี้ นโยบายและแนวทางปฏิบัติดังกล่าวนั้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งคือคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เสียก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ได้

ดังนั้น คณะกรรมการจึงกำหนดวิธีในการพิจารณานโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐที่ส่งมาให้พิจารณา ด้วยการให้คณะอนุกรรมการความมั่นคงปลอดภัยพิจารณาให้ความเห็นชอบในเบื้องต้นก่อน จากนั้นส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบ โดยใช้แบบประเมินประกอบการพิจารณาดำเนินงานตามแนวนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ที่คณะอนุกรรมการจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ

สำหรับผลการดำเนินงานส่งเสริมและผลักดันให้หน่วยงานของรัฐจัดทำแนวนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบันนั้น ได้มีหน่วยงานของรัฐนำเสนอแบบประเมินประกอบการจัดทำนโยบายและแนวทางปฏิบัติฯ เข้าสู่การพิจารณา จำนวนทั้งสิ้น 106 หน่วยงาน โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการไปแล้ว 25 หน่วยงาน

ปลัดไอซีที กล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ครั้งล่าสุด พิจารณาให้ความเห็นชอบแก่ 4 หน่วยงานของรัฐเพิ่มเติม ได้แก่ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี บมจ.ธนาคารกรุงไทย กรมส่งเสริมการส่งออก และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ได้จัดส่งแนวนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ พร้อมแบบประเมินเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ โดยทั้ง 4 หน่วยงานได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบในเบื้องต้นจากคณะอนุกรรมการความมั่นคงปลอดภัยแล้ว ประกอบกับแนวนโยบายและแนวทางปฏิบัติฯ ที่ได้เสนอมานั้น ค่อนข้างละเอียดและมีความครอบคลุมตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้กำหนดไว้ คณะกรรมการจึงได้มีมติเห็นชอบ

ทั้งนี้ ภายหลังผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว จะมีการแจ้งให้หน่วยงานดังกล่าวได้รับทราบและสร้างความเข้าใจเพิ่มเติมว่า แนวนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนั้น เป็นมาตรการขั้นต่ำในการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามของระบบสารสนเทศ เพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หน่วยงานของรัฐจะต้องให้ความสำคัญในการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบสารสนเทศมีความมั่นคงปลอดภัยในทางปฏิบัติ และอาจปรับปรุงมาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามความเหมาะสมต่อไป.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

โลกาภิวัตน์ 26/04/55

โลกาภิวัตน์ 26/04/55

วันเวิลด์ เอิร์ธ
หญิงผู้ร่วมชุมนุมที่นครมอนทรีล? ประเทศแคนาดา เนื่องในวันเวิลด์ เอิร์ธ? เพื่อกระตุ้นชาวโลกให้ช่วยกันรักษาธรรมชาติแวดล้อม วาดภาพคล้ายกับแผนที่บนใบหน้า.

ชีวิตอนาถา
เจ้าหน้าที่แพทย์ของแผนกผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลที่หมู่บ้าน เอนกูรี่ ในทะเลทรายของชาด พยายามช่วยชีวิต ทารกอายุ 8 เดือน ซึ่งป่วยหนักเพราะขาดอาหาร? ทางองค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า จะมีผู้หญิงและเด็กต้องล้มตายอีกมาก? หากว่านานาชาติช่วยเหลือไม่ทันกาล.

สมองเสื่อม
นักวิจัยของศูนย์วิจัยโรคสมองเสื่อมที่นครเม็กซิโก ซิตี้ แสดงมันสมองที่เป็นโรค โรคสมองเสื่อมมักเป็นกับผู้สูงอายุ ทำให้ความจำเสื่อม ขาดความสามารถในการเข้าสังคม องค์การอนามัยโลกแจ้งว่า มีผู้ป่วยโรคนี้ทั่วโลกประมาณ 24 ล้านคนแล้ว.

เห็นเป็นเงินเป็นทอง
ภาพดาวเคราะห์น้อย ?อีรอส? ซึ่งโคจรเข้ามาเฉียดใกล้โลก ห่างแค่ 204 กม. เมื่อต้นเดือนมีนาคม ได้มีมหาเศรษฐีอุตสาหกรรมชาติตะวันตกบางคนมองเห็นเป็นลาภลอย คิดหาวิธีที่จะไปขุดทองบนดาวเคราะห์ น้อยเหล่านี้ เหมือนอย่างในนิยายวิทยาศาสตร์ โดยส่งยานอวกาศหุ่นยนต์ ไปสกัดเอาแร่ธาตุที่มีราคา? เช่น? ทองคำและทองคำขาวเอากลับมา เชื่อว่าจะสามารถทำได้สำเร็จในเวลาไม่เกิน พ.ศ.2563 นี้.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

กสทช.เผยเอกชนหนุนยกเลิกวิธีประมูล 3จี สูตร N-1

กสทช.เผยเอกชนหนุนยกเลิกวิธีประมูล 3จี สูตร N-1

กสทช. ฟันธงประมูล 3จี เกิดแน่ภายในไตรมาส 3 เผยภาคเอกชนสนับสนุนให้เปลี่ยนวิธีประมูลไลเซ่นส์ 3จี จากวิธี N-1 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็ก…

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการบริหารคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) ได้เชิญผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภท 3 ที่มีโครงข่ายเป็นของตัวเองมาหารือถึงวิธีการประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี คลื่นความถี่ย่าน 2.1GHz จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) มีผู้ประกอบการเข้าร่วมหารือทั้งสิ้น 9 ราย จาก 12 ราย โดยที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นมาหารือดังนี้ การแบ่งคลื่นความถี่ประมูล ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแบ่งคลื่นความถี่ออกเป็น 5 MHz แต่ละรายจะประมูลคลื่นความถี่ได้ไม่เกิน 15 MHz เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบรายเล็กสามารถเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ได้ด้วย

สำหรับวิธีการประมูลแบบ N-1 นั้น ส่วนใหญ่เอกชนไม่เห็นด้วย และสำนักอัยการสูง ได้ให้ความเห็นว่า ไม่สามารถป้องกันการฮั้วราคากันได้ เพราะเอกชนที่ต้องการฮั้วราคาสามารถจ้างหรือตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อเป็นคู่ แข่งขันการเข้าร่วมประมูลเท่านั้น โดยไม่ได้เข้าร่วมประมูลเพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง ส่วนราคาเริ่มต้นการประมูลนั้น ยังไม่ได้นำมาหารือ เพราะต้องได้ข้อสรุปวิธีการประมูลก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีข้อสรุปใน 1-2 สัปดาห์ และหลังจากนั้นจะนำเสนอที่ประชุมบอร์ด กสทช. เพื่อนำวิธีการประมูลดังกล่าว เปิดรับความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

“ความคิดเห็นดังกล่าวที่เอกชนเสนอมา ยังไม่ใช่ข้อสรุป เพราะต้องรอผลการศึกษาข้อดีข้อเสียให้รอบคอบก่อน และ กสทช.ต้องเลือกวิธีการที่เหมาะสมที่สุดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ รวมถึงจะต้องฟังความคิดเห็นสาธารณะด้วย อย่างไรก็ตาม มั่นใจการเปิดประมูล 3 จี จะเกิดขึ้นแน่ในไตรมาส 3 ของปี 2555″ พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว

สำหรับผู้รับใบอนุญาต 9 ราย ที่เข้าร่วมประชุมได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค บริษัท ทรูมูฟ จำกัด บริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน).

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

ใบสั่งการเมือง สั่งโยกย้าย ‘ทีโอที’ กราวรูด

ใบสั่งการเมือง สั่งโยกย้าย 'ทีโอที' กราวรูด

ใบสั่งการเมือง สั่งโยกย้าย “ทีโอที” รวดเดียว 30 คน สัญญา 3จี พ่นพิษ เด้ง “วิโรจน์” พ้นเก้าอี้คุมโทรศัพท์ไร้สาย…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายมนต์ชัย หนูสง รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง ตามมติคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอที เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา รวม 30 ตำแหน่ง ดังนี้ 1. นายทวีป เพชรสุวรรณ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานนครหลวง 2. นายสัจจา เมืองทอง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานกลยุทธ์ 3. นายกำธร ไวทยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริการไร้สายเพื่อให้บริการสังคม ให้ดำรงตำแหน่งรองกรรมผู้จัดการใหญ่อาวุโส 4. นายพิเชษฐ์ อังจันทร์เพ็ญ โยกย้ายจากรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน ให้ไปดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานภูมิภาค 5. นางวัชรี ทัพเจริญ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการเงิน ไปดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานตรวจสอบ 6. นายนฤชา จิตรีขันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารทรัพย์สิน 7. นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานไร้สายและบริการสังคม 8. นายขจรศักดิ์ เอี่ยมโสภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานนครหลวง 9. นางณัฏฐ์ณัชชา ไชยประเสริญ รองกรรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานกฎหมาย 10. นายศุภมิตร ทัพอินพรหม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานประสิทธิผล 11. นางปรียา ด่านชัยวิจร ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการเงิน 12. นายเชฏฐ์ พันธ์จันทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจไร้สาย 3 จี

ส่วนผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้แก่ 13. นายจุมพล ธนโสภณ 14. นายนิวัติ กิมตระกูล 15. นายศุภชัย ตั้งวรชัย 16. นายโสภณ เนตรสุวรรณ 17. นายนพรัตน์ โตประเสริฐพงศ์ 18. นายอภิรักษ์ ปรีชณสมบูรณ์ 19. นายสมหมาย สุขสุเมฆ 20. นายณัฐวุฒิ ศาสตราวาหะ 21. นางสมจิตต์ ธีรชุติกุล 23. นายสมศักดิ์ จันทร์แจ้ง 24. นายสมยศ สัมพันธนานนท์ 25. นายประจัษณ์ มโนจันทร์เพ็ญ 26. นางวิมลพรรณ จัตตานนท์ 27. นายดำรงฤทธ์ สันติปาตี 29. นายวุฒิดนัย ฐิตะกสิกร และ 30. นายจุรีรัตน์ สงวนงาม

ทั้งนี้ การแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าว ฝ่ายการเมืองได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องมาก เพราะมีการส่งรายชื่อให้บอร์ดพิจารณาก่อนการประชุมบอร์ดทีโอที เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาในการพิจารณานานกว่า 3 ชั่วโมง โดยการปรับเปลี่ยนโยกย้ายดังกล่าว บอร์ดได้นัดประชุม 2 ครั้งแล้ว แต่ก็ต้องเลื่อนการประชุมทุก 2 ครั้ง เพราะฝ่ายการเมืองแจ้งว่าจะพิจารณรายชื่อผู้จะมาดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้ จัดการใหญ่และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญด้วยตัวเอง และเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการพิจารณาปรับเปลี่ยนโยกย้ายโดยไม่มีวาระการพิจารณาและไม่มีวาระลับ จนกระทั่งฝ่ายการเมืองได้ส่งรายชื่อมายังบอร์ดทีโอทีในช่วงเช้าของวันที่ 23 เม.ย.2555 ทำให้บอร์ดต้องเรียกประชุมลับ เพื่อแต่งตั่งโยกย้ายดังกล่าว โดยตำแหน่งที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนเลย คือ นายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า เป็นบุคคลที่สนิมสนมกับฝ่ายการเมืองบ้านลาดปลาเค้า จากก่อนหน้านี้ก็เป็นบุคคลที่สนิมสนมกับอดีต รมว.ไอซีที คนก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่มีนายดุษฏี สินเจิมสิริ เป็นประธาน ได้ทำการประชุมลับ เพื่อปรับเปลี่ยนโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง โดยที่มีประชุมมีมติโยกย้ายนายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช รองกรรมการผู้จัดการธุรกิจโทรศัพท์ไร้สาย ให้ไปดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องโยกย้ายดังกล่าว เป็นผลจากการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการทำสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือ ถือรูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการ 3 จี ด้วยเทคโนโลยีเอสเอชพีเอ ระหว่าง กสท กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เนื่องจากตามกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง ต้องโยกย้านนายวิโรจน์ ออกจากตำแหน่งก่อน เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปตามขั้นตอนปกติและรวดเร็ว เพราะฝ่ายการเมืองเกรงว่านายวิโรจน์จะไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวนข้อเท็จ จริงดังกล่าว ซึ่งตามกระบวนการสอบของนั้น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือสาร (ไอซีที )ได้ให้บอร์ด กสท สอบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน หลังจากได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ โดยจะครบกำหนดในวันที่ 8 พ.ค.นี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

‘ดีไวซ์-บรอดแบนด์’ กระตุ้นใช้เน็ต คาดตลาดไอซีทีแตะ 6 แสนล้าน

'ดีไวซ์-บรอดแบนด์' กระตุ้นใช้เน็ต คาดตลาดไอซีทีแตะ 6 แสนล้าน

คาดการณ์มูลค่าตลาดไอซีทีไทยปี 55 คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์มูลค่าสูงสุด จากการซื้อชดเชยของเก่าช่วงน้ำท่วม ขณะที่สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต การใช้บรอดแบนด์ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง…

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไทยในปี 2554 มีมูลค่า 531,853 ล้านบาท โดยตลาดสื่อสารมูลค่าสูงสุดคือ 408,846 ล้านบาท ตามด้วยตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ และตลาดบริการซอฟต์แวร์ คาดว่าในปี 2555 มูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้น 11% และมีมูลค่ากว่า 591,571 ล้านบาท โดยตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์จะมีมูลค่าสูงสุด 20.4%

จากการพิจารณาสัดส่วนมูลค่าการใช้จ่ายด้านไอซีทีพบว่าในปี 2554 ภาคครัวเรือนมีสัดส่วนการใช้จ่ายค่อนข้างสูงในตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และตลาดสื่อสาร ซึ่งในปีนี้ผู้บริโภคนิยมใช้จ่ายอุปกรณ์เคลื่อนที่ไร้สายสูงสุด เช่น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนแนวโน้มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยพบว่ามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยส่งเสริมหลายประเภท อาทิ นโยบายสนับสนุนอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) และโครงการแท็บเล็ตของภาครัฐ การส่งเสริมใช้ไอทีเพื่อลดช่องว่างทางการศึกษา ความชัดเจนในการร่างแผนแม่บท 3 ฉบับ เพื่อผลักดันให้เกิดการประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) 3จี เป็นต้น ทำให้ผู้บริโภคเกิดความตื่นตัวในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ขณะเดียวกันยังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงด้านปริมาณข้อมูล ผู้ใช้ และอุปกรณ์ มีปริมาณการบริโภคเพิ่มขึ้นด้วย

ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวอีกว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดไอซีทีในภาพรวม ได้แก่ ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้น กระแสความนิยมอุปกรณ์พกพา การลงทุนด้านไอทีของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการจัดซื้ออุปกรณ์ทดแทนของเดิมที่เสียหายและการลงทุนด้าน Disaster Recovery Site จากช่วงเกิดปัญหาอุทกภัย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบทำให้การบริโภคสินค้าไอซีทีลดลง ได้แก่ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันและต้นทุนแรงงาน ระดับราคาสินค้าทั่วไปที่เพิ่มขึ้น

นายจำรัส สว่างสมุทร ประธานที่ปรึกษา สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ปี 2554 มีอัตราการเติบโตลดลง 2.9% มีมูลค่าประมาณ 93,589 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและเกิดอุทกภัยเมื่อปลายปี คาดว่าในปี 2555 ตลาดจะมีอัตราการเติบโตถึง 20.4% หรือคิดเป็นมูลค่า 112,705 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตตามกระแสความต้องการใช้บรอดแบนด์ และราคาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี ทั้งนี้ในปี 2555 องค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่จะมีการลงทุนด้านคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และวางระบบเพื่อใช้งานเทคโนโลยีเสมือนและระบบประมวลผลกลุ่มเมฆเพิ่มขึ้น ทำให้มูลค่าตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย

หากจำแนกตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ตามกลุ่มผู้ใช้จะพบว่า ครัวเรือนและธุรกิจโซโฮจะมีมูลค่าตลาดโน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กสูงสุด ส่วนภาคเอกชนจะมีมูลค่าตลาดระบบและเดสก์ท็อป พีซีสูงสุด เช่นเดียวกับราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีมูลค่าตลาดเดสก์ท็อป พีซีสูงสุด สำหรับปริมาณการจำหน่ายคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในปี 2554 นั้น โน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กมียอดจำหน่ายสูงเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนมูลค่าตลาด 55% คิดเป็นจำนวน 2,020,000 เครื่อง เป็นมูลค่า 36,360 ล้านบาท อันดับ 2 เดสก์ท็อป 32% คิดเป็นจำนวน 1,320,000 เครื่อง เป็นมูลค่า 21,120 ล้านบาท และอันดับ 3 แท็บเล็ต 13% คิดเป็นจำนวน 480,000 เครื่อง เป็นมูลค่า 8,640 ล้านบาท

นายจำรัส กล่าวด้วยว่า ระบบปฏิบัติการไอโอสและแอนดรอยด์มีสัดส่วนสูงสุดในตลาดแท็บเล็ตที่จำหน่ายในปี 2554 ของไทย คาดว่าในปี 2555 จะมีการเติบโตอย่างมหาศาลถึง 212% หรือคิดเป็นจำนวน 2,400,000 เครื่อง เป็นมูลค่ากว่า 23,700 ล้านบาท ขณะที่ราคาเฉลี่ยต่อเครื่องอยูที่ 18,000 บาทในปี 2554 และมีแนวโน้มเหลือ 14,000 บาทในปีนี้

ส่วนภาพรวมตลาดสื่อสารในปี 2554 มีมูลค่า 408,846 ล้านบาท จากการขับเคลื่อนในตลาดบริการสื่อสาร 64% ตลาดอุปกรณ์สื่อสาร 36% คาดว่าในปีนี้ตลาดสื่อสารจะเติบโตได้ถึง 8.7% หรือมีมูลค่า 444,385 ล้านบาท จากความต้องการใช้เทคโนโลยีไร้สายในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลต่อการใช้งานบริการเสริมที่ไม่ใช่เสียง (นอนวอยซ์) ในปีนี้ ขณะที่การเติบโตของตลาดอุปกรณ์สื่อสารมาจากการซื้อสมาร์ทโฟนซึ่งเติบโตอย่างมาก โดยในปีนี้อาจมีมูลค่าตลาดถึง 37,195 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 28% จากการให้บริการ 3จี และราคาสมาร์ทโฟนที่ปรับลดลง

นายเฉลิมพล ปุณโณทก รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า ภาพรวมตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ในปี 2554 มีมูลค่าการผลิต 29,418 ล้านบาท คาดว่ามูลค่าตลาดในปีนี้จะเติบโต 17.2% เนื่องจากผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจบริการซอฟต์แวร์มากขึ้น ขณะที่ลูกค้าก็นิยมใช้บริการซอฟต์แวร์มากขึ้นโดยเฉพาะ SaaS และ Software Service Outsourcing.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

ชำแหละงบประมาณ กสทช.ปี 55

ชำแหละงบประมาณ กสทช.ปี 55

ชำแหละงบประมาณปี 55 ?กสทช.? รายได้ 3,910 ล้านบาท ไม่พอรายจ่าย 5,833 ล้านบาท คณะอนุงบประมาณเตรียมหั่นให้เท่ารายได้ หมดเวลาส่งเงินคืนคลัง…

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณางบประมาณ กสทช.ปี 2555 ที่มี นายประสพสุข บุญเดช อดีตประธานวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นประธาน ได้พิจารณรรายละเอียดงบประมาณของ กสทช.แล้ว แต่ยังไม่สามารถนำเสนอบอร์ด กสทช. ที่มี พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เป็นประธาน ได้ เนื่องจากยังไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้เรียบร้อย เพราะการเสนอของบประมาณของแต่ละหน่วยงานนั้น มีภาระค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้ กสทช. ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจัดสรรปรับปรุงงบประมาณแบบสมดุล รายได้เท่ากับรายจ่าย คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า และเสนอให้บอร์ดพิจารณาภายในเดือน พ.ค.นี้

ทั้งนี้ ปี 2555 กสทช.คาดการณ์ว่าจะมีรายได้รวม 3,910 ล้านบาท เป็นรายได้จาก 1. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 2% ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) 1,456 ล้านบาท ค่าเลขหมายโทรศัพท์ จำนวน 103 ล้านเลขหมาย (1 เลขหมาย มีค่าธรรมเนียม 2 บาทต่อเดือน) หรือปีละ 2,243 ล้านบาทต่อปี 3. ค่าตอบแทนการใช้ความถี่ 112 ล้านบาท 4.ใบอนุญาตวิทยุโทรคม 50 ล้าน 5. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตอินเทอร์เน็ต 4 ล้านบาท และค่าตรวจสอบเครื่องวิทยุโทรคมนาคม 5 ล้านบาท 6. รายได้อื่นๆ 40 ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายยังไม่สามารถสรุปรายละเอียได้ เนื่องจากแต่ละส่วนงานได้ยื่นเสนองบประมาณในการดำเนินการงานวงเงิน 5,836.63 ล้านบาท แต่คณะอนุกรรมการงบประมาณเห็นว่า ควรจะปรับปรุงงบประมาณให้สอดคล้องกับรายได้ ซึ่งแต่ละหน่วยงานอยู่ระหว่างปรับปรุงคำขอใหม่ โดยปี 2555 กสทช.จะไม่มีรายได้นำส่งคลัง และหากรายได้ไม่พอรายจ่าย กสทช.ก็สามารถขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลได้ ตามที่ พ.ร.บ.กสทช.กำหนดไว้ ขณะที่ปี 2554 มีรายได้นำส่งคลัง 1,400 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รวมถึงงบประมาณปี 2553 ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ สตง.ด้วยเช่นกัน

สำหรับรายจ่ายของ กสทช. ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานและลูกจ้าง 1,100 คน วงเงิน 818.49 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการองค์กร 1,056.81 ล้านบาท ค่าเช่าคุรุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง 180.74 รายจ่ายอื่นๆ 166.35 ล้านบาท ค่าภาระต่างที่เหมาะสม 1 ,063.23 ล้านบาท เงินจัดสรรเข้ากองทุน 125 ล้านบาท และเงินงบกลางกรณีฉุกเฉินและจำเป็น 200 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 5,833.01 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภาระค่าใช้จ่ายของ กสทช. ที่กำหนดวงเงินมากถึง 5,833.01 ล้านบาทนั้น ได้มีการกำหนดภารกิจด้านกระจายเสียงและโทรทัศน์ 1,257.03 ล้านบาท ภารกิจโทรคมนาคม 1,769 ล้านบาท และภารกิจยุทธศาสตร์และกิจการองค์กร วงเงิน 1,686.87 ล้านบาท ถือเป็นวงเงินที่สูงมาก เพราะเป็นภารค่าใช้จ่ายเฉพาะที่ไม่รวมค่าเงินเดือนและบริหารจัดการองค์กร ซึ่งได้หารือกันหลายครั้งแล้ว โดยคณะอนุกรรมการได้เสนอให้ปรับลดวงเงินด้านกระจายเสียงลงเหลือ 800 ล้านบาท ด้านโทรคมนาคมลงเหลือ 700 ล้านบาท ส่วนยุทธศาสตร์องค์กรจะลดลงเหลือ 1,200 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ได้หารือกันว่าเงินที่กิจการกระจายเสียงจะนำไปใช้จ่ายนั้น ควรเป็นการยืมเงินจาก กสทช. เพราะงบประมาณที่จะนำไปใช้นั้น เป็นรายได้ที่มาจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ค่าเลขหมายของกิจการโทรคมนาคม แต่ก็ได้มีการท้วงติงว่า ไม่ควรแบ่งแยกว่ารายได้หรือรายจ่ายมาจากส่วนใดและยืมเงินใช้ เพราะ กสทช.เป็นองค์กรเดียวกัน ควรจะบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ไอดีซีคาดวินโดวส์8-อัลตร้าบุ๊ก กระตุ้นตลาดพีซีเอเชียแปซิฟิกปี55

ไอดีซีคาดวินโดวส์8-อัลตร้าบุ๊ก กระตุ้นตลาดพีซีเอเชียแปซิฟิกปี55

ไอดีซีระบุว่า ตลาดพีซีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไตรมาสแรกปี 55 หดตัวจากไตรมาสที่แล้ว 2% แต่โต 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 54 อยู่ที่ 29.4 ล้านเครื่อง ชี้การลงทุนภาครัฐ วินโดวส์ 8 และอัลตร้าบุ๊กกระตุ้นตลาดปี 55 ได้ดี เลอโนโวและเอชพี ไปได้ดีกับตลาดจีน เช่นเดียวกับเอซุส ขณะที่เดลล์แผ่ว…

ผลการวิจัยเบื้องต้นของไอดีซีระบุว่า ตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) ในไตรมาสแรกของปี 2555 หดตัวลงจากไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว 2% แต่คิดเป็นการเติบโต 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 ซึ่งมียอดจัดส่งใกล้เคียงกับที่ไอดีซีได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้คือ 29.4 ล้านเครื่อง ปัญหาภาวะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ขาดตลาด ได้ส่งผลกระทบในช่วงต้นไตรมาสเท่านั้นทำให้ภาพรวมของตลาดทั้งไตรมาสค่อนข้างสดใส ซึ่งเวนเดอร์ต่างก็ใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายในการผลักดันสินค้าเข้าสู่ช่องทางจัดจำหน่ายต่างๆ ในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียน

นายไบรอัน มา รองประธานฝ่ายงานวิจัยตลาดไคลเอนต์ดีไวซ์ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของไอดีซีเผยว่า ถึงแม้การเติบโตโดยรวมจะอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น แต่ก็เป็นเรื่องดีที่เราได้เห็นความสามารถในการแก้ปัญหาข้อจำกัดในด้านการผลิตสินค้าของเวนเดอร์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ตลาดขยายตัวต่อไป สำหรับในปีนี้นั้น ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เราต้องจับตามอง ทั้งในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ และภาวะสินค้าล้นตลาด แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาครัฐยังคงอยู่ในระดับสูง และแพลตฟอร์มใหม่ๆ เช่น วินโดวส์ 8 และโน้ตบุ๊กบางเบา จะสามารถช่วยกระตุ้นตลาดตลอดปี 2012 ได้

รองประธานฝ่ายงานวิจัยตลาดไคลเอนต์ดีไวซ์ฯ ไอดีซี กล่าวด้วยว่า ความต้องการซื้อที่ซบเซาลงตามฤดูกาลในตลาดประเทศจีน อาจส่งผลกระทบต่อเลอโนโว แต่เวนเดอร์ยักษ์ใหญ่รายนี้ยังคงทำผลงานได้ดีในตลาดประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดประเทศอินเดียที่มีโปรเจคท์จัดซื้อโน้ตบุ๊กครั้งใหญ่ในภาคการศึกษา เอชพีเริ่มกลับมาขายในประเทศจีนได้ดีขึ้น ในขณะที่เดลล์แผ่วลงเล็กน้อย หลังจากขยายตัวอย่างมากในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว ส่วนเอซุสยังคงแข็งแกร่งในตลาดจีนและอาเซียน.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,