Archive for May, 2012

ไอซีทียังไม่ฟันธง เปลี่ยนทีโออาร์ สเปกแท็บเล็ต

ไอซีทียังไม่ฟันธง เปลี่ยนทีโออาร์ สเปกแท็บเล็ต

ปลัดไอซีที ยังไม่สรุปเปลี่ยนทีโออาร์ ตามสเปกแท็บเล็ต แจงขอดูรายละเอียดจากคณะอนุกรรมการก่อน ย้ำทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ชัดเจน และเพื่อประโยชน์ของประเทศ…

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะผู้ลงนามในการทำสัญญากับ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีสเปกแท็บเล็ตไม่ตรงตามเงื่อนไขการจัดซื้อ (ทีโออาร์) ที่กำหนดไว้ในการทำสัญญากับ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากคณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) จึงต้องขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน?

ต่อข้อถามถึงการเปลี่ยนทีโออาร์ ปลัดไอซีที กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ดังนั้น จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทั้งนี้ หากมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจะต้องมีเหตุผล เกิดประโยชน์ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย นอกจากนี้ ยังระบุว่าไม่ว่าโครงการใดก็แล้วแต่ หากทีโออาร์ที่กำหนดไว้ไม่ตรงกับประโยชน์ของประเทศ หรือมีความจำเป็น ก็ต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการที่ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการทำงานทุกกรณี หากมีปัญหาต้องมีทางออกเสมอ และไม่ต้องการให้กรอบระยะเวลามาบีบรัดการดำเนินงานที่ต้องใช้ความรอบคอบด้วย

?

?สมมติว่าต้องแก้ทีโออาร์ คณะกรรมการต้องพิจารณาว่ามีเหตุผลอะไรบ้าง เพราะบางเรื่องอาจมีความละเอียดอ่อน ซึ่งส่วนตัวก็ต้องฟังคณะกรรมการที่ดำเนินการชุดนี้ แต่ทุกขั้นตอนต้องถูกต้อง โปร่งใส ชัดเจน และตรวจสอบได้? นางจีราวรรณ กล่าว

สำหรับ สเปกแท็บเล็ต ที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ คือ ต้องเป็นปลั๊กที่มีระบบสายดิน หรือปลั๊ก 3 ขา ตามเงื่อนไขความต้องการทั่วไปของระบบที่ทำไว้ในสัญญาระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตต้องสามารถนำมาใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับตามมาตรฐานที่ใช้ในประเทศไทยในช่วงตั้งแต่ 190-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ 1 เฟส พร้อมระบบสายดิน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการที่ปลั๊กจะมีระบบสายดินต้องมี 3 ขา แต่ปลั๊กสายไฟของแท็บเล็ตลอตแรก 2 พันเครื่อง ทุกเครื่องเป็นแบบ 2 ขา

?

อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการตรวจรับให้ผ่าน ทั้งที่ผิดทีโออาร์นั้น ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการทำสัญญาให้ เสิ่นเจิ้น สโคป ผลิตแท็บเล็ต 4 แสนเครื่อง เพื่อส่งมอบให้ไทยในเดือน ก.ค.2555? และเสิ่นเจิ้น สโคป จะผลิตแท็บเล็ตที่มีปลั๊กแบบ 2 ขา ดังนั้น สิ่งที่ต้องดำเนินการให้ชัดเจนคือ กระทรวงไอซีที จะแก้ไขทีโออาร์ให้ปลั๊กไม่มีระบบสายดิน เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามประกันภัยที่ทำไว้ตามสัญญาที่ระบุว่า หากเครื่องแท็บเล็ตเกิดอะไรขึ้น จะได้รับเงินประกันเครื่องละ 2 แสนบาท.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

โลกาภิวัตน์ 29/05/55

โลกาภิวัตน์ 29/05/55

จราจรแออัด
สภาพการจราจรแออัดยัดเยียด บนถนนสายใหญ่ๆ ในช่วงเช้าและเย็นของนครเซี่ยงไฮ้ จนทางการพิจารณาจะยอมให้เอกชนลงทุนในการสร้างถนนและเครือข่ายการคมนาคมต่างๆ ได้บ้าง.

หัวใจไททาเนียม
ศัลยแพทย์หัวใจอิตาลี ได้คิดสร้างเครื่องสูบลมไททาเนียม ใช้เป็นหัวใจเทียมเครื่องเล็กที่สุดของโลก หนักแค่ 11 กรัม ใส่ให้คนไข้เด็กชายอายุ ขวบครึ่งไว้ชั่วคราว จนกว่าจะรอได้หัวใจใหม่มาผ่าตัดเปลี่ยนให้.

เคร่ืองบินพลังแสงอาทิตย์
เครื่องบินพลังแสง อาทิตย์ลำแรกของสวิตฯ บินด้วยพลังงานที่ได้จากแสงแดด ที่ติดเซลล์รับแสง ตามปีกยาว 64.3 เมตร เตรียมจะออกบินไกลระหว่างทวีปเที่ยวแรกจากยุโรป ไปยังเมืองราบัต ประเทศโมร็อกโก.

คันละ 15 ล้านเศษ
บริษัทรถยนต์จากัวร์ของอังกฤษ สร้างรถยนต์จากัวร์รุ่นหรูหราที่สุด ติดไอแพด สำหรับคนนั่งข้างหลังได้ดู แสดงที่ห้องโชว์ ที่ฮ่องกง ตั้งราคาเฉพาะรถอย่างเดียว ยังไม่รวมภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่น ประมาณ 15 ล้านบาทเศษ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

ส่อไม่จบ “แท็บเล็ต” ลอตแรกสเปกไม่ตรงทีโออาร์

ส่อไม่จบ

เผยแท็บเล็ตลอตแรก 2 พันเครื่อง สเปกผิดทีโออาร์ ชี้เป็นปลั๊ก 3 ขา แต่มาแค่ 2 ขา ซ้ำไม่ได้มาตรฐานกูเกิล ขณะที่ รมว.ไอซีทียอมรับกลายๆ แต่อ้อมแอ้มให้ดูที่การใช้งานเป็นหลัก เพราะไทยใช้แบบ 2 ขา…

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. มีรายงานจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ว่า หลังจากแท็บเล็ตลอตแรก จำนวน 2 พันเครื่อง ที่บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ ส่งมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา และได้ตรวจสอบคุณสมบัติ หรือ สเปกไปแล้วกำลังพบปัญหา เนื่องจากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการจัดซื้อ หรือ ทีโออาร์ ที่กำหนดไว้ในการทำสัญญา

ทั้งนี้ เนื่องจาก ปลั๊กสายไฟของแท็บเล็ตทุกเครื่องเป็นแบบ 2 ขา ขณะที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ว่าต้องเป็นปลั๊กที่มีระบบสายดิน หรือ ปลั๊ก 3 ขา ตามเงื่อนไขความต้องการทั่วไปของระบบที่ทำไว้ในสัญญาระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตต้องสามารถนำมาใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับตามมาตรฐานที่ใช้ในประเทศไทยในช่วงตั้งแต่ 190-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ 1 เฟส พร้อมระบบสายดิน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการที่ปลั๊กจะมีระบบสายดินต้องมี 3 ขา

อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการตรวจรับให้ผ่าน ทั้งที่ผิดทีโออาร์นั้น ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการทำสัญญาให้ เสิ่นเจิ้น สโคปผลิตแท็บเล็ต 4 แสนเครื่อง เพื่อส่งมอบให้ไทยในเดือนก.ค.2555? และเสิ่นเจิ้น? สโคปจะผลิตแท็บเล็ตที่มีปลั๊กแบบ 2 ขา ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการให้ชัดเจน คือ กระทรวงไอซีที จะแก้ไขทีโออาร์ให้ปลั๊กไม่มีระบบสายดิน เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามประกันภัยที่ทำไว้ตามสัญญาที่ระบุว่า หากเครื่องแท็บเล็ตเกิดอะไรขึ้นจะได้รับเงินประกันเครื่องละ 2 แสนบาท

อีกทั้ง ยังพบว่า แท็บเล็ตโครงการนี้ไม่ได้ผ่านมาตรฐานของกูเกิล (Google Certification) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ เพราะตามกระบวนการผลิตใดๆ ควรผ่านกระบวนการดังกล่าว และการที่แท็บเล็ตไทยไม่ได้ผ่านมาตรฐานดังกล่าวจะส่งผลให้ไม่สามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรม กูเกิล เพลย์ ได้ในอนาคต ส่งผลกระทบต่อการใช้งานด้านคอนเทนต์

ขณะเดียวกัน มีกระแสข่าวด้วยว่า โครงการแท็บเล็ตกำลังมีปัญหา เนื่องจากคณะกรรมการตรวจรับแท็บเล็ตลอตแรก 2 พันเครื่อง กำลังถูกกดดันให้ต้องยอมรับแท็บเล็ตที่ผิดทีโออาร์ เพื่อให้กระบวนการผลิตลอตใหญ่ที่เหลือดำเนินต่อไปได้ รวมทั้ง ยังมีการตั้งคณะอนุกรรมการย่อยซึ่งเป็นบุคคลจากฝ่ายการเมือง เพื่อประสานงานกับทางเสิ่นเจิ้น สโคปโดยตรงอีกด้วย

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้ ต้องรอให้คณะกรรมการตรวจรับและตรวจสอบสเปกแท็บเล็ตพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรที่เครื่องไม่เป็นไปตามทีโออาร์ในส่วนของระบบสายดิน อย่างไรก็ตาม ต้องการให้ดูที่การใช้งาน เพราะปลั๊กที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยใช้แบบ 2 ขา จึงอาจเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

โจรไซเบอร์มาตามนัด เล็งเจาะช่องโหว่ สมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต

โจรไซเบอร์มาตามนัด เล็งเจาะช่องโหว่ สมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต

ไซแมนเทค เผยข้อมูลภัยคุกคามด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต พบการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตเพิ่ม 81% เนื่องจากผู้ไม่ประสงค์ดีหันมาเจาะระบบผ่านทางช่องโหว่ด้านความปลอดภัย บนอุปกรณ์พกพา ทั้งสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก…

นายประมุท ศรีวิเชียร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ไซแมนเทค?(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากรายงานภัยคุกคามด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต ฉบับที่ 17 ของไซแมนเทค ระบุว่าจำนวนช่องโหว่ของระบบลดลง 20% ขณะที่อาชญากรไซเบอร์ทำให้เกิดการขยายตัวของจำนวนการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นถึง 81% นอกจากนี้ยังตรวจพบการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์พกพาที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยอุปกรณ์ดังกล่าวตกเป็นเป้าหมายการโจมตีเพื่อเจาะข้อมูลสำคัญๆ ดังนั้นองค์กรต่างๆ จึงจำเป็นต้องระมัดระวังมากขึ้นในการปกป้องข้อมูลลับบนอุปกรณ์เหล่านี้

ทั้งนี้ ไซแมนเทค รายงานว่าได้ปิดกั้นการโจมตีที่เป็นอันตรายกว่า 5,500 ล้านครั้ง ในช่วงปี 2554 เพิ่มขึ้น 81% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้จำนวนมัลแวร์ยังเพิ่มเป็น 403 ล้านรูปแบบ ขณะที่จำนวนการโจมตีเว็บต่อวันเพิ่มขึ้น 36% ขณะเดียวกันระดับของสแปมลดลงอย่างมากและช่องโหว่ใหม่ๆ ที่ตรวจพบก็ลดลง 20% สถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นภาพรวมที่น่าสนใจคือ อาชญากรไซเบอร์ได้เปลี่ยนย้ายจากสแปมไปสู่เครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อเริ่มการโจมตีเป้าหมาย?ปัจจุบันผู้โจมตีก็ใช้ไซต์เครือข่ายเหล่านี้ล่อหลอกเหยื่อรายใหม่ เนื่องจากเทคนิคการหลอกล่ออย่างแนบเนียนและลักษณะเฉพาะของเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เชื่อมโยงถึงกัน จึงเป็นเรื่องง่ายที่ภัยร้ายจะแพร่กระจายจากบุคคลหนึ่งไปยังคนอื่น

นอกจากนี้การโจมตีแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 77 ครั้งต่อวัน เป็น 82 ครั้งต่อวันเมื่อสิ้นปี 2554 การโจมตีแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายใช้วิธีการล่อหลอกเหยื่อและมัลแวร์ที่ปรับแต่ง เป็นพิเศษเพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญ โดยในอดีตการโจมตีแบบนี้จะพุ่งเป้าไปที่องค์กรภาครัฐและหน่วยงานราชการ แต่ในช่วงปี 2554 การโจมตีแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายมีลักษณะหลากหลายมากขึ้น ทั้งนี้การโจมตีแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะองค์กรขนาดใหญ่อีกต่อไป?โดยกว่า 50% ของการโจมตีในลักษณะนี้พุ่งเป้าไปยังองค์กรที่มีพนักงานน้อยกว่า 2,500 คน และเกือบ 18% พุ่งเป้าไปยังบริษัทที่มีพนักงานไม่ถึง 250 คน?ยิ่งไปกว่านั้น 58% ของการโจมตีพุ่งเป้าไปที่พนักงานระดับล่างในส่วนงานต่างๆ เช่น ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และฝ่ายขาย

ในช่วงปี 2554 ข้อมูลประจำตัวผู้ใช้ราว 232 ล้านรายการ ได้ถูกโจรกรรมหรือโดยเฉลี่ยประมาณ 1.1 ล้านรายการต่อเหตุการณ์?ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ การเจาะระบบคือภัยร้ายที่สำคัญที่สุด ส่งผลให้มีการเปิดเผยข้อมูลประจำตัวผู้ใช้ 187 ล้านรายการในปี 2554 ซึ่งนับว่าเป็นการละเมิดความปลอดภัยที่มียอดตัวเลขสูงสุดเมื่อปีที่แล้วเมื่อเทียบกับการละเมิดประเภทอื่นๆ อย่างไรก็ดี สาเหตุหลักของปัญหาข้อมูลรั่วไหลซึ่งอาจนำไปสู่การแอบอ้างก็คือ คอมพิวเตอร์หรือสื่อบันทึกข้อมูลอื่นๆ สูญหาย เช่น สมาร์ทโฟน USB หรืออุปกรณ์แบ็คอัพ โดยการละเมิดที่เกี่ยวเนื่องกับการโจรกรรมหรือการสูญหายนี้ส่งผลให้ข้อมูลประจำตัวผู้ใช้ 18.5 ล้านรายการตกอยู่ในภาวะเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามต่ออุปกรณ์พกพาก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กรธุรกิจและผู้บริโภคได้ ช่องโหว่บนอุปกรณ์พกพาเพิ่มขึ้น 93% ในปี 2554 ขณะที่ภัยคุกคามต่อระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน?ขณะที่จำนวนช่องโหว่ในแพลตฟอร์มโมบายล์เพิ่มสูงขึ้น ผู้สร้างมัลแวร์ก็พยายามปรับแต่งมัลแวร์ที่มีอยู่เพื่อนำไปใช้กับอุปกรณ์พกพา ทั้งยังสร้างมัลแวร์สำหรับอุปกรณ์พกพาโดยเฉพาะอีกด้วย ดังนั้นปี 2554 จึงนับเป็นปีแรกที่มัลแวร์แบบโมบายล์กลายเป็นภัยร้ายที่จับต้องได้สำหรับองค์กร ธุรกิจและผู้บริโภค โดยภัยคุกคามเหล่านี้ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูล การส่งเนื้อหาคอนเทนต์ และการตรวจสอบติดตามผู้ใช้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

เอปสันเชื่อตลาดไอทีมีรุ่ง หวังพรินเตอร์ปี55โต

เอปสันเชื่อตลาดไอทีมีรุ่ง หวังพรินเตอร์ปี55โต

“เอปสัน” มั่นใจปี 55 โอกาสทองตลาดไอที เล็งรุกหนักเจาะตลาดธุรกิจ เน้นกลยุทธ์บริหารช่องทางขาย จัดกิจกรรมการตลาด และบริการหลังขาย พร้อมเปิดสินค้าไลน์ใหม่ฉลอง 70 ปีก่อตั้งบริษัท ผู้บริหารเผยตลาดพรินเตอร์ยังโตแต่ไม่ถึง 10%…

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายเออิจิ คาโตะ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การดำเนินงานปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายทุกหมวดสินค้าเพิ่มขึ้นรวม 13% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เนื่องจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมเมื่อช่วงปลายปี ประกอบกับบริษัทใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุก การสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่สู่ตลาดติดต่อกันหลายรุ่นและการเปิดสายผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้สามารถเปิดตลาดได้ ขณะเดียวกันในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจของประเทศไทยก็ปรับตัวดีขึ้นภาครัฐและเอกชนจึงลงทุนในโครงการต่างๆ มากขึ้น บริษัทจึงตั้งเป้ารักษาระดับการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ 15%

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผ้จัดการทั่วไป เอปสัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลุ่มสินค้าที่มีการเติบโตเกินความคาดหมาย ได้แก่ ทีเอ็มพรินเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่บริษัทเป็นผู้นำตลาด โดยมีอัตราการเติบโตถึง 40% เนื่องจากห้างร้านได้รับความเสียหายจากช่วงน้ำท่วมกลับมาเปิดกิจการและเปลี่ยนอุปกรณ์ไอทีภายในร้านใหม่ ขณะที่กลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์มียอดขายเพิ่มขึ้น 25% โดยเฉพาะกลุ่มแอล ซีรี่ส์ หรือเครื่องแท็งค์แท้ ซึ่งเป็นระบบหมึกสีต่อเนื่องที่มีการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มเอสเอ็มอี โซโฮ และสถาบันการศึกษา

นายยรรยง กล่าวอีกว่า ในปีนี้บริษัทเน้นสินค้าที่ีมีการเติบโตอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มธุรกิจ โปรเจคเตอร์ และอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ ซึ่งจะรุกตลาดด้วยสินค้ารุ่นใหม่เน้นความคุ้มค่าและต้นทุนการใช้งานต่ำ ควบคู่การบริหารจัดการช่องทางการขาย การจัดกิจกรรมทางการตลาด และบริการหลังการขาย อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเน้นตลาดองค์กรธุรกิจเนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโต องค์กรขนาดใหญ่ยังคงต้องการโซลูชั่นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและเวลาในการดำเนินงาน ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็ก เอสเอ็มอี และโซโฮก็ยังมีโอกาสขยายตัว ขณะเดียวกัน ภาพรวมตลาดไอทีในปีนี้ก็ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องรวมถึงตลาดพรินเตอร์ โดยคาดว่าตลาดพรินเตอร์อาจมีการเติบโตแบบซิงเกิลดิจิ (เลขหลักเดียว) เนื่องจากเป็นการเติบโตแบบไม่หวือหวา

นอกจากนี้ในปี 2555 ยังเป็นปีครบรอบ 70 ปี การก่อตั้งบริษัท ซึ่งมีการเปิดตัวสายผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ สาเบล พรินเตอร์ และเครื่องบันทึกข้อมูลพร้อมพิมพ์หน้าแผ่นซีดี เพื่อแสดงถึงการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ของเอปสัน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและทำให้สามารถเข้าถึงตลาดและลูกค้าได้อีกด้วย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

“เวิร์ลออฟแทงค์” บุกเมืองไทย เอาใจคอเกมแนวทหาร

บริษัทวอร์เกมมิ่งดอทเน็ต เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศเปิดตัวเกมออนไลน์ ล่าสุด “เวิร์ลออฟแทงค์” ในประเทศไทยแบบเป็นทางการ โดยมีผู้เล่นกว่าหมื่นคนลงทะเบียนเล่น เป็นผู้บัญชาการรถถังมุ่งหน้าเข้าประจำการในแนวรบแล้ว…

เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมงานบริษัทวอร์เกมมิ่งดอทเน็ต เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ “เวิร์ลออฟแทงค์” (World of Tank) นำโดยนายภาสกร เจริญกิจกำจร ตำแหน่ง ผู้จัดการเกมเวิร์ลออฟแทงค์แห่งประเทศไทย จัดงานเปิดตัวเกมสงครามรถถังหุ้มเกราะสุดมันส์ ที่ อินฟินิซิตี้ฮอลล์ สยามพาราก้อน พร้อมเหล่าทหารม้ายานเกราะสาวสวย 10 คน ตบเท้ารายงานตัว เข้าสู่สนามรบอย่างพร้อมเพรียง

เกม World of Tanks เป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ทั้งเซิร์ฟเวอร์ รัสเซีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และได้รางวัลมากมาย รวมถึงการบันทึกในกินเนสเวิล์ดเรคคอร์ด ว่าเป็นเกมที่มีผู้เล่นสูงสุดใน 1 MMO เซิร์ฟเวอร์ ด้วยจำนวนผู้เล่นพร้อมกัน 91,311 คน ในปี 2010 ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดเมื่อ พ.ย.2554 มีผู้เล่นในเกม World of Tanks เซิร์ฟเวอร์รัสเซีย พร้อมกัน สูงถึง 400,000 คน
สำหรับ World of Tanks ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ มีประเทศที่ให้บริการในรูปแบบท้องถิ่น 4 ประเทศ คือ สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปินส์ และไทย และยังสามารถเลือกภาษาในเกมเพื่อให้สอดคล้องกับการบริการแต่ละประเทศ ได้โดยมี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนแมนดาริน ภาษาตากาล๊อก และภาษามาเลย์

เกม “เวิร์ลออฟแทงค์” เป็นเกม MMO ที่มีรูปแบบการเล่นในแนว FPS (มุมมองบุคคลที่ 1) และสามารถปรับมุมมองเป็นแบบ TPS (มุมมองบุคคลที่ 3) ได้ด้วย โดยผู้เล่นทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการรถถัง ที่จะต้องขับรถถังในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ไปจนถึงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 จาก 4 ชาติที่ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา รัสเซีย ฝรั่งเศส และ เยอรมนี เข้าสู่สนามรบ และทำลายฝ่ายตรงข้ามให้หมด หรือยึดฐานของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ โดยในเกมจะมีรถถัง 4 ประเภมให้เลือกใช้งานได้ แก่ รถถังหลัก รถถังเบา รถถังพิฆาต และปืนใหญ่อัตตาจร? และผู้เล่นยังสามารถเก็บสะสมค่าประสบการณ์ในการเล่น เพื่ออัพเกรดรถถัง อาวุธ และความสามารถของพลขับรถถังได้อีกด้วย

ด้วยแผนที่ขนาดใหญ่ ทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมเล่นได้สูงสุดฝ่ายละ 15 คน นอกจากนั้น หากรถถังถูกทำลายในเกมนั้น สามารถออกจากเกมนั้น เพื่อเลือกรถถังคันใหม่ และเล่นต่อได้ทันที โดยไม่มีผลต่อค่าประสบการณ์ที่จะได้รับของเกมนั้นๆ? นอกจากนั้น การให้บริการเกม “เวิร์ลออฟแทงค์” เซิร์ฟเวอร์เอเชียอาคเนย์ มีการตั้งเซิร์ฟเวอร์หลักอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ แต่การเชื่อมต่อเพื่อเข้าเล่นจากประเทศไทย ไม่พบปัญหาแลค หรือ หลุดออกจากเกมขณะเล่น แต่อย่างใด โดยล่าสุดมีผู้เล่นในประเทศไทยกว่าหมื่นคนสมัครเล่นแล้ว

ภายในงาน มีการมอบของพี่ระลึกสำหรับผู้โชคดี และมีการจัดการแข่งขันเกม World of Tanks SEA นัดกระชับมิตร ระหว่างทีมรวมสื่อ และทีมงานผู้ให้บริการเกมสาขาประเทศไทย : ผลการแข่งขัน ทีมสื่อชนะด้วย สกอร์ 5-1 และ นัดกระชับมิตร ระหว่างทีมผู้เล่นเกม และทีมงานผู้ให้บริการเกมสาขาประเทศไทย : ผลการแข่งขัน ทีมผู้เล่นชนะด้วย สกอร์ 10-1

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

โซนี่ แย้มโปรแรกคอมมาร์ตกลางปี ซื้อ ‘Vaio’ แถมบัตรคอนเสิร์ต

โซนี่ แย้มโปรแรกคอมมาร์ตกลางปี ซื้อ 'Vaio' แถมบัตรคอนเสิร์ต

โซนี่ ไทย ชูประสบการณ์บันเทิง ฉีกแนวค่ายไอทีอื่น ผนึกกำลังไมโครซอฟท์ และโซนี่ มิวสิค จัด “VAIO Closer To You Concert” แจกบัตรชมคอนเสิร์ต 3 ศิลปิน ตู่, เบน, แสตมป์…

โซนี่ ไทย ผนึกกำลัง ไมโครซอฟท์ และ โซนี่ มิวสิค จัดกิจกรรม “ไวโอ้ โคลสเซอร์ ทูยู คอนเสิร์ต” (VAIO Closer To You Concert) มอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าที่ซื้อโน้ตบุ๊ก VAIO ทุกรุ่น?ภายในงาน Commart Next Gen Thailand 2012 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7-10 มิ.ย. 2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์?เพียงลงทะเบียนภายในงานดังกล่าว ก็สามารถรับสิทธิ์ชมคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิดกับ 3 ศิลปิน ตู่-ภพธร , เบน-ชลาทิศ?และ แสตมป์-อภิวัชร์ รวมกว่า 1,500 ที่นั่ง ในวันที่ 22 ก.ค.2555

นายภิญโญ?สงวนเศรษฐกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า ไม่เพียงแต่การพัฒนาเทคโนโลยีและตอบรับความต้องการของผู้บริโภค บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ใหม่แก่ผู้บริโภค การจัดงานไวโอ้ โคลสเซอร์ ทูยู คอนเสิร์ต ถือเป็นการตอกย้ำความพร้อมของบริษัทในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิง ควบคู่การมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพแก่ผู้บริโภค ขณะที่การผนึกกำลังกับโซนี่ มิวสิค และไมโครซอฟท์ ก็เป็นการนำจุดแข็งและความโดดเด่นของแต่ละธุรกิจมาผสานและสร้างสรรค์กิจกรรมรูปแบบใหม่แก่ผู้บริโภคด้วย

นายมานพ มณีชวขจร ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มผู้บริโภค บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความยินดีที่ได้ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ในครั้งนี้ อยากเชิญชวนผู้ที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กให้มาซื้อผลิตภัณฑ์ VAIO ในงานคอมมาร์ต เพราะนอกจากผลิตภัณฑ์ที่ดี ซึ่งมีซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์ ยังได้มาร่วมงานคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นเพื่อลูกค้า VAIO โดยเฉพาะอีกด้วย

นางภัทรา บุศราวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โซนี่ มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความคาดหวังให้การเติบโตของเทคโนโลยี สามารถควบคู่กับตลาดเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบต่อไป ความร่วมมือระหว่าง 3 พันธมิตรในครั้งนี้ ถือเป็นการผสมผสานมิวสิคไลฟ์สไตล์เข้ากับคอนซูเมอร์โปรดักส์ประเภทไอทีได้อย่างลงตัว.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

เห็นขัดกัน เผยอนุสอบ3จี กสท-ทรู เลื่อนสรุปผล 31พ.ค.

เห็นขัดกัน เผยอนุสอบ3จี กสท-ทรู เลื่อนสรุปผล 31พ.ค.

เจอโรคเลื่อน แหล่งข่าว กสทช. เผย คณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี กสท-ทรู เลื่อนสรุป 31 พ.ค.นี้ เหตุบอร์ดขัดแย้งมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช….

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. แหล่งข่าวจากกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า ขณะนี้ คณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี ระหว่างบริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยังไม่สามารถสรุปผลสอบส่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ บอร์ด กทค.ได้ ดังนั้นจึงต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 31 พ.ค. จากเดิมที่ต้องสรุปส่งในวันที่ 28 พ.ค.นี้

ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่สามารถสรุปได้เนื่องจาก มีคณะอนุกรรมการบางรายไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับ สัญญาที่ขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ. องค์กรกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช. ในขณะที่ บางรายต้องการให้ใช้มาตราดังกล่าวดำเนินการ

?วันนี้ไม่สามารถสรุปผลได้ เพราะในที่ประชุมมีการโต้เถียงกันใหญ่โต จนถึงขั้นโวยวาย เนื่องจากคณะอนุกรรมการท่านหนึ่งต้องการให้ใช้มาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช.ดำเนินการกับปัญหานี้ แต่อีกท่านหนึ่งไม่ยอม จึงต้องเลื่อนสรุปไปเป็นวันที่ 31 พ.ค.นี้? แหล่งข่าว กล่าว.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

โลกาภิวัตน์ 28/05/55

โลกาภิวัตน์ 28/05/55

รถยนต์โตโยต้า NX4 คันต้นแบบ โผล่โฉมหน้า ในงานแสดงรถยนต์ระหว่างปะเทศ ที่กรุงปักกิ่ง บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น เชื่อมั่นว่า ตลาดจะฟื้นในเร็วๆ นี้ จนบรรลุยอดขายสูงสุด…

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

‘เศรษฐพงค์’ เผยคณะอนุ สอบ 3จี กทค.สรุปสัปดาห์นี้

'เศรษฐพงค์' เผยคณะอนุ สอบ 3จี กทค.สรุปสัปดาห์นี้

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ปธ.กทค.เผยคณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา กสท-ทรู สรุปผล 28 พ.ค.นี้ คาดกทค.พิจารณาได้ก่อนกลางเดือนมิ.ย…

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ในฐานะประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า คณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และมีความรู้ความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านเทคนิค ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ กรอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กรณีการใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการตามสัญญาขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช.หรือไม่ และการดำเนินการตามสัญญาชอบด้วยกฎหมายโทรคมนาคมอื่นๆ หรือไม่ โดยคณะอนุกรรมการฯ ร่วมกันศึกษาสัญญาทุกฉบับโดยละเอียดและเปิดโอกาสให้คู่สัญญาได้ชี้แจงข้อมูลเต็มที่ และคณะอนุกรรมการฯ จะสรุปผลการตรวจสอบเสนอต่อ กทค.ภายในวันที่ 28 พ.ค.2555 นี้ ซึ่งจะทำให้ กทค.สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ก่อนกลางเดือนมิ.ย.นี้

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,