Archive for October, 2012

ดึง ‘ไอที’ ปั้นอนาคตเยาวชนสถานพินิจ สร้างโอกาสต่อยอดสู่อาชีพ

ดึง 'ไอที' ปั้นอนาคตเยาวชนสถานพินิจ สร้างโอกาสต่อยอดสู่อาชีพ

สวทช. ร่วมกับสถานพินิจฯ เปิดโอกาสการเรียนรู้ด้านไอทีแก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจ 5 แห่ง หวังสานต่อสร้างอาชีพนักออกแบบดีไซน์ พร้อมจัดกิจกรรมเยาวชนรุ่นใหม่ สร้างสรรค์ได้ด้วยไอที…

วานนี้ (27 ต.ค.) โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมจัดงาน “เยาวชนรุ่นใหม่…สร้างสรรค์ได้ด้วยไอที” ซึ่งนำเสนอผลงานเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 5 แห่ง อาทิ บ้านกาญจนาภิเษก บ้านบึง บ้านอุเบกขา บ้านกรุณา และบ้านปรานี เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาคุณภาพและทักษะด้านคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต เพื่อการเรียนรู้และการประกอบอาชีพ หรือเป็นทางเลือกในการทำงานหรือศึกษาต่อ โดยภายในกิจกรรมดังกล่าวได้มีการสาธิตการถ่ายภาพและตกแต่งภาพ การออกแบบตกแต่งนามบัตร การ์ดอวยพร และผลงานออกแบบลายสกรีนเสื้อ กระเป๋า ถุงผ้า ฯลฯ

ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ รองประธานคณะกรรมการโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ กล่าวว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงตระหนักถึงประโยชน์ และความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะสร้างเสริมและพัฒนาคุณภาพ และศักยภาพของเด็กไทยในชนบท เด็กป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาล ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต เพื่อการเรียนรู้ และประกอบอาชีพ เพื่อเป็นการสนองพระราชปณิธานของพระองค์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิ จัดทำโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี 2538 ที่นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 4 ด้าน คือ ด้านพัฒนาการศึกษา ด้านพัฒนาผู้ต้องขังในทัณฑสถาน เพื่อผู้พิการและเพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาล และกลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นอีกกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ

ล่าสุด จึงเกิดความร่วมมือกันระหว่างโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สวทช. และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดทำโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้น ซึ่งเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ นั้น มีเยาวชนอายุ 18-24 ปี อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นวัยที่สามารถเรียนรู้เทคโนโลยีได้เร็ว อีกทั้งเยาวชนจะอยู่ในสถานพินิจฯ ไม่นาน หากมีทักษะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็น่าจะนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ อาจพิจารณาจัดเป็นหลักสูตรระยะสั้นที่เน้นสอนตามความต้องการของตลาดแรงงาน

ทั้งนี้ ในการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะองค์ประธานโครงการฯ พระราชทานอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกทักษะด้านคอมพิวเตอร์ให้แก่เยาวชน ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ พรินเตอร์ โปรเจกเตอร์ กล้องถ่ายรูป เป็นต้น เพื่อพัฒนาเยาวชนในสถานพินิจฯ ให้ได้รับความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ในระหว่างฝึกอบรม และให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างสร้างสรรค์ผลงานที่เกิดจากการฝึกทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งการทำงานได้รับความร่วมมืออย่างดีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ บุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ จัดกิจกรรมฝึกอบรมให้เยาวชนในหลักสูตรการออกแบบกราฟิกและออกแบบสิ่งพิมพ์, การผลิตภาพยนต์สั้น, การถ่ายภาพเบื้องต้นเพื่อผลิต stopmotion และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย จัดกิจกรรมฝึกอบรมให้เยาวชนในหลักสูตร “การเรียนรู้การเป็น Graphic Designer มืออาชีพ” ซึ่งเยาวชนได้สร้างสรรค์ผลงานมากมาย เช่น การออกแบบปฏิทิน, โปสเตอร์, การ์ดอวยพร, การทำนามบัตร, การออกแบบโลโก้, การตกแต่งภาพ และการทำพรีเซ็นเทชั่น เป็นต้น

นายฐานิส ศรียะพันธ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า การดำเนินงานในโครงการฯ ที่ผ่านมา นอกจากเด็กและเยาวชนจะได้รับประโยชน์ ในส่วนของศูนย์ฝึกฯ ยังสามารถต่อยอดจากฐานความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมข้างต้น โดยให้การสนับสนุนเยาวชนให้ได้แสดงความสามารถที่ตนเองมีอยู่ คาดว่าในอนาคตศูนย์ฝึกฯ อาจมีการเปิดสอนหลักสูตรดังกล่าวแก่เด็กและเยาวชนที่สนใจ โดยเปิดเป็นหลักสูตรระยะสั้น 60 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะสามารถพัฒนาเยาวชนได้ไม่ต่ำกว่า 100 คน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ปรับแนวความคิด เปิดมุมมองการใช้ชีวิตและการอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข และนำความรู้ที่ได้รับมาสร้างผลงานและนำความรู้ และทักษะที่ได้รับไปประกอบอาชีพได้ภายหลังการปล่อยตัว.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

เทรนด์ไมโครเพิ่มคุณสมบัติ ‘สมาร์ทโพรเท็คชั่น’ คุมภัยคุกคามข้อมูล

เทรนด์ไมโครเพิ่มคุณสมบัติ 'สมาร์ทโพรเท็คชั่น' คุมภัยคุกคามข้อมูล

เทรนด์ ไมโคร เปิดตัวคุณสมบัติใหม่ของ “สมาร์ท โพรเท็คชั่น เน็ตเวิร์ค” ช่วยป้องกันภัยคุกคามอุปกรณ์มือถือและระบบคลาวด์ขั้นสูง…

บริษัท เทรนด์ไมโคร อิงค์ บริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบคลาวด์ เปิดตัวคุณสมบัติใหม่ของเทรนด์ไมโคร สมาร์ท โพรเท็คชั่น เน็ตเวิร์ค (Trend Micro Smart Protection Network) โครงสร้างพื้นฐานการรักษาความปลอดภัย สำหรับระบบคลาวด์ที่ช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากภัยคุกคามอุปกรณ์มือถือ ระบบคลาวด์ การเกิดภัยคุกคามแบบต่อเนื่องขั้นสูงและการโจมตีแบบมีเป้าหมาย โดยการเปิดตัวครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของ สมาร์ท โพรเท็คชั่น เน็ตเวิร์ค ที่ได้ผสานรวมขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ขั้นสูง ช่วยให้สามารถระบุภัยคุกคามความปลอดภัยใหม่ๆ ได้ครอบคลุมในทุกแหล่งข้อมูล พร้อมทั้งนำเสนอระบบข้อมูลอัจฉริยะด้านภัยคุกคามทั่วโลก ที่สามารถหยุดยั้งภัยคุกคามได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

สำหรับคุณสมบัติใหม่ที่สำคัญของ สมาร์ท โพรเท็คชั่น เน็ตเวิร์ค ประกอบด้วย เทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามาใหม่ รวมถึงการตรวจสอบประวัติของแอพพลิเคชั่นมือถือ กฎควบคุมช่องโหว่ กฎการตรวจสอบเครือข่าย และรายการแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ที่ปลอดภัยในระบบคลาวด์ คุณสมบัติเหล่านี้ได้รวมเข้ากับเทคโนโลยีการตรวจสอบประวัติที่มีอยู่เดิมของสมาร์ท โพรเท็คชั่น เน็ตเวิร์ค ได้แก่ การตรวจสอบประวัติเว็บ การตรวจสอบประวัติอีเมล์ และการตรวจสอบประวัติไฟล์ และรวมไว้ในระบบข้อมูลอัจฉริยะด้านภัยคุกคามทั่วโลกของบริษัทเทรนด์ไมโคร ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลที่มีความครอบคลุมมากที่สุด

นอกจากนี้ สมาร์ท โพรเท็คชั่น เน็ตเวิร์คจะให้การป้องกันแบบอัตโนมัติผ่านทางโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ ช่วยให้สามารถป้องกันลูกค้าได้ครอบคลุม ทั้งในระบบจริง ระบบมือถือ ระบบเสมือน และระบบคลาวด์ ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลภัยคุกคามจำนวนมหาศาลได้โดยที่ไม่ต้องอาศัยแบนด์วิธบนเครือข่ายและจุดรับส่งข้อมูลของลูกค้า

นางอีวา เชน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท เทรนด์ ไมโคร กล่าวว่า ตั้งแต่มีการเปิดตัวสมาร์ท โพรเท็คชั่น เน็ตเวิร์ค ในปี 2551 มุมมองด้านภัยคุกคามได้เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นการโจมตีแบบมีเป้าหมายและอุปกรณ์มือถือเป็นหลัก โดยภัยคุกคามและการโจมตีของอาชญากรไซเบอร์ได้มีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ มีความหลากหลาย และมีความรวดเร็วสูง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ผลักดันให้เกิดความต้องการแนวทางที่เร่งด่วนและชาญฉลาด ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งานอุปกรณ์มือถือและก้าวเข้าสู่ยุคแห่งคลาวด์ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ

ทั้งนี้ ลูกค้าของบริษัท เทรนด์ ไมโคร จะได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติใหม่ รวมถึงการป้องกันภัยคุกคามในปัจจุบันแบบเรียลไทม์ผ่านผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยที่สามารถจัดการได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ เช่น โซลูชั่นเทรนด์ไมโคร ดีพ ซิเคียวริตี้ สำหรับระบบจริง ระบบเสมือน และระบบคลาวด์ รวมถึงเทรนด์ไมโคร ดีพ ดิสคัฟเวอร์รี่ โซลูชั่นการป้องกันภัยคุกคามแบบต่อเนื่องขั้นสูง และโซลูชั่นเทรนด์ไมโคร ไททาเนียม สำหรับการรักษาความปลอดภัยจุดรับส่งข้อมูลของผู้ใช้

ในสภาพแวดล้อมของการคุกคามในปัจจุบัน ผู้จำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยจะต้องจัดการกับภัยคุกคามที่มีคุณลักษณะ 3 อย่าง คือ มีปริมาณมาก มีความหลากหลาย และมีความรวดเร็วสูง คุณลักษณะในแต่ละด้านกำลังขยายตัวในอัตราที่น่าตกใจและจำเป็นที่ผู้จำหน่ายจะต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วย โดยเฉพาะเมื่อมีการปรับใช้ระบบคลาวด์ การใช้งานอุปกรณ์มือถือส่วนตัว และการโจมตีแบบมีเป้าหมายในโลกไซเบอร์ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก จะเห็นได้ว่าในปี 2551 บริษัทเทรนด์ไมโครตรวจพบตัวอย่างของมัลแวร์ 1 ล้านรายการ เมื่อเทียบกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นโดยไม่ซ้ำกันเป็นจำนวน 30 ล้านรายการที่ตรวจพบในปี 2555 ขณะที่ภัยคุกคามสำหรับอุปกรณ์มือถือก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วย โดยในปี 2551 บริษัทเทรนด์ไมโคร ตรวจพบภัยคุกคามที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อโจมตีอุปกรณ์มือถือโดยเฉพาะมีจำนวนไม่ถึง 100 รายการ เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่บริษัทเทรนด์ไมโคร สามารถระบุแอพพลิเคชั่นอันตรายใหม่ๆ เฉพาะแพลตฟอร์มแอนดรอย์มีจำนวนเกือบ 27,000 รายการ

ปัจจุบัน สมาร์ท โพรเท็คชั่น เน็ตเวิร์ค ได้ระบุและบล็อกภัยคุกคามต่อวันที่ระดับ 200 ล้านรายการ ซึ่งเท่ากับภัยคุกคามในจำนวนกว่า 2,300 รายการต่อวินาที โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ ซึ่งระบุ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ และวิเคราะห์ภัยคุกคามใหม่ๆ ได้รับการสนับสนุนจากห้องปฏิบัติการวิจัยใน 12 ภูมิภาคทั่วโลก และมีผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย 1,200 รายทั่วโลก ที่กำลังเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ทีโอทีเผย 3ปัจจัย ถีบ4จี แดนปลาดิบโต

ทีโอทีเผย 3ปัจจัย ถีบ4จี แดนปลาดิบโต

“มนต์ชัย หนูสง” คาดความต้องการการสื่อสาร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อ่านออกเขียนได้ เป็น 3ปัจจัย ทำให้ 4จี ในญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว…

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. นายมนต์ชัย หนูสง รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า ปัจจัยที่ทำให้เทคโนโลยี 4จี ในประเทศญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย 3 ประการ คือ 1.ความต้องการด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะการส่งข้อมูล 2.เป็นประเทศที่ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และ 3.การอ่านออกเขียนได้ของประชาชนที่มีประสิทธิภาพเต็ม 100%

รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวต่อว่า การเลือก บริษัท ซอฟต์แบงค์ โมบาย คอร์อเรชั่น มาศึกษาดูงานความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 4จี หรือ แอลชีอี และการให้บริการด้านโทรคมนาคม เนื่องจากซอฟต์แบงค์เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์ด้วยเทคโนโลยี 4 จี รายแรกของโลก ซึ่งช่วยให้การให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ และโครงข่ายมีความเสถียร มีการบริหารจัดการ แก้ไขปัญหาและพัฒนาบริการที่ดี โดยคาดว่าจะนำแนวทางการสร้างธุรกิจและการให้บริการไปปรับใช้กับการให้บริการ ธุรกิจของทีโอที โดยเฉพาะด้านการวิเคราะห์การดำเนินธุรกิจ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

‘เอเซอร์’ยกตระกูลทัชสกรีนลงตลาด รับวินโดวส์8

'เอเซอร์'ยกตระกูลทัชสกรีนลงตลาด รับวินโดวส์8

เอเซอร์ เดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทัชสกรีนรองรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 เต็มพิกัด ชูตอบโจทย์ทุกการใช้งานสไตล์ Work & Play…

วานนี้ (26 ต.ค.) บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หน้าจอทัชสกรีน พร้อมกัน 5 รุ่น ได้แก่ Aspire S7 Touch Ultrabook , Touch Timeline U , Touch Slimnote V5 , Touch All-in-One และ Tablet ด้วยดีไซน์ ฟังก์ชั่นการทำงาน และเทคโนโลยีทันสมัย รองรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 ล่าสุดจากไมโครซอฟท์ รายแรกของประเทศไทย

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดคอมพิวเตอร์เปลี่ยนไป จากที่ผู้ผลิตเป็นผู้กำหนดวิวัฒนาการและการพัฒนาสินค้าเพื่อให้ยูสเซอร์ หรือผู้บริโภคใช้ มาเป็นผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดความต้องการอุปกรณ์ไอทีให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งการทำงานและชีวิตประจำวันในสไตล์ Work & Play ทำให้กระบวนการผลิต อาทิ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ รวมถึงผู้พัฒนาคอนเทนต์ต้องหมุนตามความต้องการของผู้บริโภค โดยเอเซอร์ให้ความสำคัญกับทุกความต้องการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเติมเต็มและตอบโจทย์ความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทั้งนวัตกรรมดีไซน์ เทคโนโลยี ฟังก์ชั่น และการบริการ

สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ มาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 ซึ่งจะเป็นการปลุกตลาดไอทีให้คึกคักและบริษัทมั่นใจว่าเอเซอร์จะสร้างปรากฎการณ์ให้กับผู้ใช้ไอทีและตลาดไอทีเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง ผ่านนวัตกรรมที่ช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ยูสเซอร์ได้สัมผัส ทั้งนวัตกรรมดีไซน์ เทคโนโลยี พร้อมความสะดวกในการพกพา อาทิ Aspire S7 Touch Ultrabook , Touch Timeline U , Touch Slimnote V5 , ICONIA W700 และ ICONIA W510 Tablet หรือ Acer Touch All-in-One ที่มากับหน้าจอทัชสกรีน ทำให้ท่านสามารถผสานความบันเทิงบนอินเทอร์เน็ต หรือ ทีวีที่บ้านได้

นายบุญชัย เงาวิศิษฎ์กุล รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์โมบิลิตี้ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ทุกผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในวันนี้จะเป็นเทรนด์ใหม่ และนวัตกรรมการออกแบบจากเอเซอร์ ที่มีรูปแบบดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ของเอเซอร์ เช่น Aspire S7 Touch UltrabookTM เครื่องแรกของโลกที่ฝาปิดสีขาว ทำจาก Gorilla Glass 2 ที่ทนต่อการขีดข่วน พร้อมดีไซน์หรูหน้าจอ Full HD ทัชสกรีนแบบมัลติทัช 10 จุด ตอบสนองระบบการสัมผัสเร็วและลื่นกว่า มีมุมมองหน้าจอกว้างถึง 178 องศา ด้วย IPS เทคโนโลยี บานพับแข็งแรงพิเศษสามารถเปิดออกได้ถึง 180 องศา ตัวเครื่องบางเพียง 11.9 มม.?พกพาง่ายน้ำหนักเบา พร้อมแป้นพิมพ์พิเศษ ที่สามารถปรับความสว่างแสดงตัวอักษรอัตโนมัติขณะอยู่ในที่มืด หรือมีแสงน้อย ซีพียูตระกูล Intel 3rd Generation สำหรับ Aspire S7 Touch UltrabookTM มี 2 แพลตฟอร์มด้วยกันคือ ขนาด 13.3 นิ้ว (ฝาปิด Gorilla Glass 2 และบานพับเปิดออกได้ถึง 180 องศา) และ 11.6 นิ้ว และยังมีเทคโนโลยี Twin-Air cooling system ที่ช่วยในการระบายความร้อนไม่ให้เกิดความร้อนสะสม แน่นอนว่าต้องรองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 โดยจะจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 45,900 บาท

นอกจากนี้ ยังมี Aspire V5 Touch Series ที่ให้ความบางกว่าโน้ตบุ๊กปกติทั่วไปถึง?30%?เบากว่าโน้ตบุ๊กปกติ 10% มีให้เลือกในขนาด 15.6 นิ้ว และ 14 นิ้ว ภายใต้รูปทรงเพรียวบาง รองรับการทำงานในเทคโนโลยีสัมผัสด้วยจอแสดงผลแบบสัมผัส 10 จุด พร้อม?Modern Trackpad?ช่วยให้สั่งงานแบบมัลติทัชผ่านปลายนิ้วสัมผัส เสริมประสิทธิภาพการทำงานของซีพียูตระกูล Intel 3rd Generation และ NVIDIA GeForce GT 620 กราฟิกการ์ดรองรับการทำงานมัลติทาสก์กิ้ง และระบบระบายความร้อนแบบ?Ergonomic thermal comfort?ช่วยให้แป้นพิมพ์และทัชแพดไม่ร้อน?และระบบ?Acer Instant Connect?เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไปถึง?4?เท่า ใน?2.5?วินาที

ส่วนแท็บเล็ต ICONIA W700 และ ICONIA W510 มาในดีไซน์และนวัตกรรมล่าสุด สำหรับ Acer ICONIA W700 มีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล รองรับมัลติทัช 10 จุด ทำงานด้วยเทคโนโลยี Intel Core i3 และ i5 Ultralow Voltage ระบบเสียง Dolby Home Theater รองรับพอร์ท Thunderbolt และ HDMI มาพร้อมบลูทูธคีย์บอร์ดดีไซน์ทันสมัย และ Cradle แท่นวางแท็บเล็ต ที่สามารถปรับการใช้งานได้ ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แบบ 70 องศา (Reading Mode) 15 องศา (Touch Mode) และในส่วนของ Acer ICONIA W510 แท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 10.1 นิ้ว แบบ IPS ความละเอียด 1366×768 พิกเซล เมื่อต่อกับด๊อกกิ้งคีย์บอร์ดสามารถพับจอได้ถึง 295 องศา ทำงานด้วยเทคโนโลยี Intel Atom Z2760 ลำโพงสเตอริโอ 2 ตัว รองรับพอร์ท MicroSD, Micro USB, Micro HDMI ตัวเครื่องบาง 8.89 มม. น้ำหนัก 576 กรัม เมื่อต่อเข้ากับคีย์บอร์ดน้ำหนัก 630 กรัม

สำหรับออล-อิน-วัน Aspire 7600U มีขนาดหน้าจอ 27 นิ้ว และ Aspire 5600U หน้าจอ 23 นิ้ว ความละเอียดแบบ Full HD 1,920×1080 พิกเซล ดีไซน์ใหม่ความบางเครื่อง 35 มม. การันตีด้วยรางวัล CES Award 2012 หน้าจอปรับได้ตั้งแต่ 30-80 องศา รองรับการทำงานในเทคโนโลยีสัมผัสด้วยจอแสดงผลแบบสัมผัส 10 จุด พิเศษด้วยเทคโนโลยี Point Grab ที่สามารถสั่งงานได้ด้วยการจับความเคลื่อนไหวผ่านเซ็นเซอร์หน้ากล้องเว็บแคม พร้อมรองรับทุกความบันเทิงด้วย Blu-ray player, HDMI in-out, SDCX multi-in-1 card reader และ TV Tuner ทั้ง 2 รุ่นรองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 โดยจะวางจำหน่ายในเดือน พ.ย. ราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

ไอซีที-กสทช. ร่วมงาน ITU นครดูไบ

ไอซีที-กสทช. ร่วมงาน ITU นครดูไบ

รมว.ไอซีที พร้อม กสทช. เข้าร่วมงาน ITU Telecom World 2012 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์…

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า ภายหลังการเดินทางไปเข้าร่วมงาน ITU Telecom World 2012 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบว่า ประเทศไทยมีความพร้อมเต็มที่ในการเป็นเจ้าภาพ จัดงาน ITU Telecom World 2013 เนื่องจากประเทศไทยมีสิ่งอำนวยความสะดวกมีศูนย์จัดประชุมและจัดงานแสดงสินค้ามาตรฐานระดับโลกซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ รวมทั้ง พร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ระบสาธารณูปโภค การคมนาคมและการขนส่งอันทันสมัยเป็นศูนย์กลางการบินที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศเข้าออกกว่า 500 เที่ยวบินต่อวันซึ่งเชื่อมโยงกว่า 190 ประเทศทั่วโลก มีระบบการคมนาคมขนส่งเชื่อมต่อสนามบินกับใจกลางเมืองผ่านแอร์พอร์ตลิงก์ อีกทั้ง ความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงสินค้าที่สำคัญในเวทีระดับนานาชาติ และเป็นประตูสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจของภูมิภาคอาเซียน ยังมีประสบการณ์ในการจัดงาน ITU Telecom Asia 2008 เมื่อปี 2551 ประเทศไทยจึงพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ITU Telecom World 2013 กว่า 20,000 คนจากทั่วโลกซึ่งจะมาร่วมงานที่กรุงเทพฯ ในปี 2556

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเข้าร่วมงานประชุมดังกล่าว รมว.ไอซีที ยังได้ร่วมอภิปรายโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรีในหัวข้อ Emergency Communication โดยเน้นย้ำถึงนโยบายและการให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเตือนภัยและการสื่อสารในสภาวะวิกฤติ เพื่อสื่อสารกับประชาชนและผู้เสี่ยงภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการป้องกันและการเตือนภัยพิบัตินี้เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมกันนี้ ยังได้เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับรัฐมนตรีประเทศสมาชิกITU ในหัวข้อ ดิจิตอล ทีวี ด้วย โดย พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้ร่วมอภิปรายในส่วนของประเทศไทย ซึ่งเวทีการเสวนาดังกล่าวได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีอนาล็อคทีวี สู่ ดิจิตอล ทีวี โดยได้ให้ความสำคัญใน 2 ส่วนคือ การเข้าถึงการรับชมของประชาชนที่จะต้องติดตั้งกล่องรับสัญญาณ ซึ่งพบว่าหลายประเทศต้องกำหนดเป็นนโยบายจากรัฐเพราะเกี่ยวข้องกับงบประมาณ เนื่องจากส่วนใหญ่รัฐต้องเป็นผู้ลงทุนในเรื่องกล่องรับสัญญาณ และการให้ความสำคัญกับคุณภาพรวมถึงเนื้อหารายการ เพราะการเปลี่ยนเป็นดิจิตอลทีวีจะทำให้ผู้ชมมีช่องสัญญาณในการรับชมมากขึ้นโดยกระทรวงฯ และสำนักงาน กสทช.จะได้ศึกษาและปฏิบัติงานร่วมกันในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

ไมโครซอฟท์ตัดสายสะดือ ‘วินโดวส์8′ เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก

ไมโครซอฟท์ตัดสายสะดือ 'วินโดวส์8' เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก

ไมโครซอฟท์ เปิดตัวระบบปฏิบัติการ “วินโดวส์ 8″ อย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วโลก ยกเป็นยุคใหม่การใช้คอมพิวเตอร์ไร้ขีดจำกัด พร้อมทำคลอด “วินโดวส์ สโตร์” คลังแอพฯ ทำตลาด 17 แห่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก…

ไมโครซอฟท์ เปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยนับตั้งแต่วันนี้ โดยผู้บริโภคและภาคธุรกิจ จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่บนวินโดวส์ 8 ทั้งหน้าจอยูสเซอร์ อินเตอร์เฟสรูปแบบใหม่ พร้อมการเปิดตัววินโดวส์ สโตร์ (Windows Store) ในตลาด 17 แห่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย

ทั้งนี้ วินโดวส์ 8 พร้อมให้ผู้ซื้อดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ ลงบนเครื่องพีซี กว่า 140 ประเทศ รองรับการทำงาน 37 ภาษา รวมถึงภาษาไทย ในขณะที่ผู้ผลิตหลากหลายแบรนด์ดัง ประกอบด้วย Asus, Acer, Dell, Fujitsu, HP, Lenovo, LG, Samsung, Sony และ Toshiba จะเริ่มวางจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ ที่ออกแบบเพื่อรองรับการทำงานของ วินโดวส์ 8 อาทิ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต อุปกรณ์ออลอินวัน อัลตร้าบุ๊กระบบสัมผัส และอุปกรณ์คอนเวอร์ทิเบิล ตามร้านค้าปลีกทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย

นอกจากนี้ ในประเทศไทยยังมีการจัดงาน Windows 8 Device Day ที่ไอที ซิตี้ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า สาขาประตูน้ำ ซึ่งจัดโดยบริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ภายในงานเป็นการนำเสนอโปรโมชั่นจากฮาร์ดแวร์แบรนด์ชั้นนำ พร้อมให้ผู้บริโภคสัมผัสกับวินโดว์ สโตร์ (Windows Store) ในวินโดวส์ 8 ที่นำเสนอแอพพลิเคชั่นจากทั่วโลก พร้อมการสาธิตวิธีการติดตั้งแอพพลิเคชั่น ทำให้การใช้วินโดวส์ 8 มีความสนุกสนานมากขึ้น

นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วินโดวส์ 8 ได้รับการออกแบบเพื่อโลกในวันนี้ที่ไม่มีเส้นคั่นระหว่างการใช้งานไอที เพื่อการทำงานและเพื่อความเพลิดเพลินที่บ้านอีกต่อไป โดย วินโดวส์ 8 จะมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่รวดเร็วและลื่นไหล ที่สำคัญเราเชื่อมั่นว่า วินโดวส์ 8 จะเป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี รวมถึงช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยีที่ดีได้ ตามพันธกิจหลักของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย We Make 70 Million Lives Better

นายเอกชัย ศิริจิระพัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอที ซิตี้?จำกัด?(มหาชน)?กล่าวว่า เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมกับไมโครซอฟท์และแบรนด์ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ชั้นนำ ที่ได้นำวินโดวส์ 8 มาสู่ผู้บริโภคในประเทศไทย ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความล้ำสมัย มาพร้อมฟีเจอร์ ที่จะสร้างประสบการณ์การใช้งานที่น่าตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจ ซึ่งไอที ซิตี้ ได้ทำงานกับไมโครซอฟท์ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องในการนำเสนอนวัตกรรมและทางเลือกใหม่ๆ ของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับผู้บริโภค

สำหรับเวอร์ชั่นต่างๆ ของวินโดวส์ 8 จะมีวางจำหน่าย 2 รุ่น คือ รุ่น Windows 8 และ Windows8 Pro ณ ร้านค้าปลีก และที่เปิดตัวในเวลาเดียวกัน ได้แก่ Windows RT ที่ถูกดีไซน์สำหรับใช้กับซีพียู แบบ ARM ที่ต้องการคุณสมบัติในเรื่องความบางและเบา และมีอายุการทำงานของแบตเตอรี่ที่ยาวนาน โดยวินโดวส์ 8 สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหลบนหน้าจอสตาร์ทสกรีน พร้อมมีบราวเซอร์อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ 10 (IE10) รูปแบบใหม่ เหมาะสำหรับการใช้งานแบบสัมผัส และ Sky Drive สตอเรจเก็บข้อมูลฟรีออนไลน์ในรูปแบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง สำหรับแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งมาพร้อมกับ วินโดวส์ 8 ประกอบไปด้วย 1.People ช่วยให้ดูข้อมูลอัพเดทล่าสุด และพูดคุยกับเพื่อนที่อยู่ใน อีเมล์ Facebook, LinkedIn, Messenger, Twitter และอื่นๆ 2.Photos ดูรูปภาพและวิดีโอในที่เดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่บน Facebook, Flickr, SkyDrive หรือคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น 3.Music เลือกดูคอลเลกชั่นเพลงของคุณ สร้างเพลย์ลิสต์ หรือแก้ไข พร้อมอัพเดทเพลงใหม่ล่าสุด รวมถึงดูข้อมูลศิลปิน พร้อมรูปภาพ ประวัติ และอัลบั้มที่ผ่านมา

ในส่วนของ วินโดวส์ สโตร์ (Windows Store) มีนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น กว่า 30,000 คน ได้เข้าร่วมในงานที่ไมโครซอฟท์ จัดขึ้นสำหรับนักพัฒนา โดยเฉพาะสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยแอพพลิเคชั่นของไทยที่โดดเด่น ได้แก่ Thai Rath (แอพพลิเคชั่น ข่าวจากหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ที่มีผู้อ่านมากที่สุดในประเทศไทย) Major Movie Plus (แอพพลิเคชั่นเช็กรอบภาพยนตร์และเลือกดูภาพยนตร์ที่น่าสนใจของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์) GTH Cinema (แอพพลิเคชั่นอัพเดทข้อมูลและวิดีโอจากค่ายภาพยนตร์ GTH) Bangkok Bank (แอพพลิเคชั่นของธนาคารกรุงเทพ เรื่องการเงินส่วนตัว) และ Ensogo (เว็บไซต์ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ออนไลน์อันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยจำนวนผู้เยี่ยมชมกว่า 30 ล้านครั้งต่อเดือน)

โดยแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจในเอเชีย แปซิฟิก ที่เปิดให้บริการในวินโดวส์ สโตร์ ได้แก่ แอพพลิเคชั่นข่าว: The New Zealand Herald จากนิวซีแลนด์,? Channel NewsAsia, The Straits Times และ Razor TV จากสิงคโปร์ ABS-CBN News จากฟิลิปปินส์และ Chosun Biz จากเกาหลี แอพพลิเคชั่นเกมส์: Fruit Ninja และ JetPack Joyride จากออสเตรเลีย, Stack the Stuff จากอินโดนีเซีย, Ancient Frog จากนิวซีแลนด์ แอพพลิเคชั่นบันเทิง: SkyTV จากนิวซีแลนด์, SM Cinema จากฟิลิปปินส์ แอพพลิเคชั่นการศึกษา: Pororo และ My Baby Piano จากเกาหลี, Merlion Words จากสิงคโปร์ แอพพลิเคชั่นการท่องเที่ยว: Air Asia จากมาเลเซีย, Korea Bus จากเกาหลี, Wego จากสิงคโปร์ แอพพลิเคชั่นกีฬา: New Zealand cricket จากนิวซีแลนด์ แอพพลิเคชั่นการเงิน: Westpac จากออสเตรเลีย แอพพลิเคชั่นหนังสือและอ้างอิง: Yes24 จากเกาหลี และแอพพลิเคชั่นไลฟ์สไตล์:? iProperty จากมาเลเซีย, iProperty และ SG Deals จากสิงคโปร์, ArtNArte (จากเกาหลี)

สำหรับราคาและการวางจำหน่าย ผู้บริโภคที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP, Windows Vista และ Windows7 บนเครื่องพีซีอยู่แล้ว สามารถอัพเกรดเป็น Windows 8 Pro ได้ที่ราคา 39.99 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,250 บาท โดยผู้บริโภคที่ซื้อ Windows 7 ระหว่างวันที่ 2 มิ.ย.55 ถึง 31 ม.ค.56 สามารถอัพเกรดเป็น Windows 8 Pro ได้ในราคา 14.99 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 499 บาท อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคสามารถศึกษาข้อเสนอของการอัพเกรดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.windowsupgradeoffer.com

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

กสทช.ตั้ง ‘สุวิจักขณ์’ คุมคณะทำงานตรวจสอบผลประมูล3จี

กสทช.ตั้ง 'สุวิจักขณ์' คุมคณะทำงานตรวจสอบผลประมูล3จี

กสทช. แต่งตั้งคณะสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้ร่วมประมูล 3จี มอบ “สุวิจักขณ์ นาควัชระชัย” นั่งหัวหน้าคณะทำงาน ก่อนนำผลการพิจารณาเสนอ กทค. ภายใน 15 วัน…

วันที่ 26 ต.ค.55 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้ร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 2.1GHz เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา?เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมการประมูล ?บนพื้นฐานข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนก่อนพิจารณาการออกใบอนุญาตให้ใช้ คลื่นความถี่ 2.1GHz แก่ผู้ชนะการประมูลเพื่อให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย

ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้ประกอบด้วย นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ส่วนผู้ทำงานประกอบด้วย นายอภิชาต อาสภวิริยะ และนายจิตรนรา นวรัตน์ เป็นผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด รศ.อรพรรณ พนัสพัฒนา นักวิชาการ นายมงคล แสงหิรัฐ ผู้แทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรสุทธิ สุจริตตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการประมูลคลื่นความถี่ ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสในการพิจารณาคณะทำงานชุดดังกล่าว จะมีพนักงาน กสทช. เป็นคณะทำงานเพียงคนเดียว คือ นายชัยยุทธ มังศรี และมีนางสาวพรพักตร์ สถิตเวโรจน์ นายโสรัจจ์ ศรีพุธ และนางสาวณัฐสุดา อัคราวัฒนา เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

อย่างไรก็ตาม คณะทำงานชุดนี้จะมีกรอบระยะเวลาในการทำงาน 15 วัน ผลการพิจารณาจะนำเสนอคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาอนุญาตการออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่น ความถี่ ?2.1GHz ให้แก่ผู้ชนะการประมูลต่อไป.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

โลกาภิวัตน์ 26/10/55

โลกาภิวัตน์ 26/10/55

น้ำแข็งท่ีกรีนแลนด์
ภาพถ่ายจากดาวเทียม ?อาคัว? ขององค์การอวกาศสหรัฐฯ เป็นภาพทะเลน้ำแข็งที่ดินแดนกรีนแลนด์.

จรวดโซยุซ
รถบรรทุกขนจรวดโซยุซพร้อมด้วยยานอวกาศของรัสเซีย จากโรงงานประกอบไปยังฐานส่งจรวดที่สถานีจรวดอวกาศไบโคนูร์ เพื่อจะพาทีมมนุษย์ อวกาศรัสเซียและสหรัฐฯชุดใหม่ ขึ้นไปประจำบนสถานีอวกาศนานาชาติ.

แท็บเล็ตไมโครซอฟต์
บริษัทไมโครซอฟต์ ได้ออกแท็บเล็ตรุ่นใหม่ ที่นครลอสแอนเจลิส อเมริกา บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีใหญ่ที่สุด ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าใดนักในการแข่งขันกับคนอื่น ได้ออกแท็บเล็ตใหม่ ขึ้นกู้สถานการณ์ ออกจำหน่ายทั้งในเมืองจีนและชาติอื่นๆ.

ภาพจากดาวอังคาร
ภาพส่งมาจากยานอวกาศ ?เคียวริออส ซิที? บนดาวอังคาร? มองเห็นรอยตักตัวอย่างดินหินดาวอังคาร แต่ละรอยโตขนาด 2 นิ้ว อยู่บนพื้น.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

‘ดีแทค’ หอบ 5,872 ล้าน จ่ายค่าประมูล3จี ‘กสทช.’

'ดีแทค' หอบ 5,872 ล้าน จ่ายค่าประมูล3จี 'กสทช.'

ตัวแทนดีแทค เนทเวอร์ค บริษัทในเครือดีแทค เดินทางไปจ่ายเงินงวดแรก ค่าประมูล 3จี จำนวน 5,872.500 ล้านบาท ให้ กสทช. เป็นรายสุดท้าย หลังจากเอไอเอสและทรู ทยอยจ่ายไปก่อนหน้า…

วันที่ 26 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เป็นตัวแทนบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด ในเครือดีแทค ได้เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อชำระแคชเชียร์เช็ค ค่าประมูล 3 จี งวดแรก จำนวน 5,872,500,000 บาท โดยมี นางวิจิตรา พลับประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานการคลัง เป็นตัวแทน กสทช. รับมอบ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ดีแทค ถือเป็นผู้ประมูลรายสุดท้ายที่เข้าจ่ายเงินกับ กสทช. หลังจบการประมูล 3 จี เมื่อวันที่ 16 ต.ค.55 โดยก่อนหน้านี้บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวอร์ค จำกัด ในเครือเอไอเอส เป็นผู้ประมูลรายแรกซึ่งเดินทางไปชำระค่าประมูล 3 จี เป็นจำนวน 7,824,375,000 บาท ตามด้วยบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ในเครือทรู ซึ่งชำระเป็นจำนวน 5,872,500,000 บาท เมื่อหลายวันที่ผ่านมา.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

ล้วงชีวิตแอปเปิลสไตล์ ‘รัฐภูมิ’ คนไทยหนึ่งเดียวร่วมออกแบบแบรนด์ดัง

ล้วงชีวิตแอปเปิลสไตล์ 'รัฐภูมิ' คนไทยหนึ่งเดียวร่วมออกแบบแบรนด์ดัง

ตาม “ทีมข่าวไอทีออนไลน์” ไปรู้จัก “รัฐภูมิ วุฒิจำนงค์” อดีตวิศวกรอาวุโสระดับสูงแบรนด์แอปเปิล คนไทยหนึ่งเดียวในทีม…

หากพูดถึงแบรนด์ “แอปเปิล คงมีหลายคนชื่นชมและยกให้เป็นแบรนด์สินค้าในดวงใจ กับการผลิตไอโฟน ไอพอด ไอแพด หรือแมคบุ๊ก ฯลฯ รับรองว่าคุณจะปลื้มอกปลื้มใจมากขึ้น ถ้าจะได้รู้ว่าในทีมออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นมีคนไทยร่วมงานอยู่ด้วย

ทีมข่าวไอทีออนไลน์ จะพาไปรู้จักตัวตน “รัฐภูมิ วุฒิจำนงค์” หรือ แบงค์ อดีตวิศวกรอาวุโสระดับสูง คนไทยหนึ่งเดียวในทีมออกแบบแบรนด์แอปเปิล บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านนวัตกรรม ซึ่งวันนี้เขาได้ถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ผ่านผลงานหนังสือ The Design of Magic และพิเศษสุดกับการพูดคุยกับทีมข่าวไอทีออนไลน์ ซึ่งสะท้อนตัวตน แนวคิด เส้นทางและการทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลก ทำไมเขาจึงบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนไอที รวมถึงสาเหตุที่ตัดสินใจร่วมงานกับแอปเปิล และอะไรทำให้เขาตัดสินใจลาออกในท้ายที่สุด…

“ฝันเรื่อยเปื่อย แต่เก่งในทางที่ชอบ”
รัฐภูมิ ย้อนอดีตในวัยเด็กให้ฟังว่า ตอนเด็กนั้นฝันไปเรื่อยเปื่อย บางครั้งอยากเป็นหมอ บางครั้งก็เปลี่ยนฝัน แต่รู้แค่ว่าโตขึ้นอยากเรียนวิศวะ ผมไม่ได้เก่งทุกด้านแต่ถ้าเป็นด้านที่ชื่นชอบก็จะทำได้ดี ในด้านการศึกษาเข้าเรียนระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ และย้ายไปศึกษาระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และสำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงปี 2538-2539 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง จากนั้นจึงเริ่มต้นชีวิตวัยทำงานราว 5 ปีกับ 3 บริษัทในประเทศไทย ก่อนตัดสินใจมองหาอนาคตที่กว้างไกลกว่าเดิม!

“หลายองค์กรระดับโลกรุมแย่งตัวเข้าทำงาน”
เมื่อทำงานไปซักระยะ ก็เกิดความรู้สึกว่าเรายังไม่ใช่มือโปร น่าจะมีอะไรที่เราสามารถทำในระดับโลก มองในประเทศแล้วยังไม่มีใครทำให้รู้สึกว่าเป็นต้นแบบให้เราได้ เพราะสายงานด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ที่ทำอยู่นั้นเป็นงานด้านที่คนไทยไม่นิยมทำ ประกอบกับยังไม่มีใครให้ยึดถือเป็นต้นแบบ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ตัดสินใจไปเติมสิ่งใหม่ๆ ในต่างประเทศ และได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ด้านสถาปัตยกรรมชิปไมโครโปรเซสเซอร์

หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ก็ได้มีโอกาสเข้าทำงานในบริษัทด้านวิศวกรรมออกแบบแห่งหนึ่งในอเมริกา ก่อนจะก้าวสู่เส้นทางระดับโลกกับการทำงานในตำแหน่งวิศวกรผู้นำทีมออกแบบและพัฒนาฮาร์ดแวร์ของบริษัทเอ็นไอ (National Instruments) ก่อนย้ายไปทำงานร่วมกับบริษัทควอลคอมม์ (Qualcomm) ในตำแหน่งวิศวกรระดับอาวุโส โดยระหว่างร่วมงานกับควอลคอมม์ เริ่มมีหลายบริษัทชั้นนำเชิญไปสัมภาษณ์เข้าทำงานด้วย อาทิ ซิสโก้, อะเมซอน, ไอบีเอ็ม, ไมโครซอฟท์, กูเกิล และ แอปเปิล ซึ่งแน่นอนว่า รัฐภูมิเลือก… แอปเปิล!

เมื่อถามถึงเหตุผลที่เลือกทำงานกับแอปเปิล รัฐภูมิ ตอบอย่างรวดเร็วว่า สำหรับเขามีเหตุผลเดียว ในฐานะวิศวกรฮาร์ดแวร์ มองว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แอปเปิลมีความโดดเด่นในด้านโทรคมนาคมอย่างชัดเจน และเขายังมองไม่เห็นเบอร์ 2 ที่จะมาแทนที่บริษัทในดวงใจนี้ได้ ประกอบกับมีความตั้งใจอยากทำงานตรงสายที่ได้ศึกษาทางด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์จึงอยากร่วมงานกับบริษัทด้านฮาร์ดแวร์ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้มองแค่เพียงผลิตภัณฑ์ แต่เขาเชื่อว่าแอปเปิลเป็นบริษัทที่มีความน่าสนใจซ่อนอยู่ภายในองค์กร

“คนไทยหนึ่งเดียวในทีมออกแบบของแอปเปิล…แต่มีลูกน้องทั่วโลก”
ผมไม่ใช่คนไทยคนแรกที่ไปทำงานในซิลิกอนแวลลีย์ (บริเวณทิศใต้ของเมืองซานฟรานซิสโก รู้จักกันดีว่าเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ถูกยกเป็นแหล่งนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก) ภายในองค์กรแอปเปิลยังมีคนไทยอีก 4-5 คนในหลายส่วนงาน แต่ในทีมออกแบบนั้นมี รัฐภูมิ เพียงคนเดียว และเพราะแอปเปิลใช้ชิ้นส่วนต่างๆ ในการผลิตมาจากหลายบริษัท ดังนั้นหน้าที่การทำงานของวิศวกรอาวุโสระดับสูงจึงยังมีลูกน้องซึ่งดำรงตำแหน่งอาวุโสอยู่ใต้การบังคับบัญชา รวมถึงต้องควบคุมบริษัทคู่ค้าซึ่งเปรียบเป็นฐานพีระมิดที่ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ให้ยอดพีระมิดอย่างแอปเปิล โดยบริษัทต่างๆ ก็มีกระจายอยู่ทั่วโลกทั้งในประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

“คนฉลาดต้องทำงานน้อย อย่าบังคับผมตอกบัตรเข้างาน”
ผมถือว่าเราเป็นชนชั้นความคิดสร้างสรรค์ ทุกบริษัทที่ผมเคยทำงานด้วยไม่มีบริษัทไหนที่ต้องบังคับให้สแกนนิ้วหรือตอกบัตรลงเวลาเข้า-ออกงาน ส่วนตัวผมสนับสนุนให้คนทำงานน้อย เพราะเชื่อว่าคนฉลาดต้องทำงานน้อยๆ คนเราควร Think Smart Work Smart มากกว่าการ Work Hard แต่พอไปทำงานกับแอปเปิล หลายคนทำงานหนักมาก เพราะรู้สึกว่าเรากำลังรับผิดชอบ โดยสวมบทบาทเป็นศิลปินที่กำลังผลิตผลงาน ส่วนบรรยากาศการทำงานในองค์กร ก็มีทั้งบรรยากาศชิลๆ และเคร่งเครียดสลับผลัดเปลี่ยนกันไป

“ผมไม่ใช่คนไอที”
ไม่อยากให้ใครมองภาพผมเป็นคนไอที เพราะผมเป็นวิศวกรฮาร์ดแวร์ เรื่องวิศวกรรมฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ไม่ใช่เรื่องไอทีแต่เป็นงานเบื้องหลังที่ลึกกว่านั้น ถามว่าผมรู้เรื่องไอทีเยอะแค่ไหน ผมว่าตัวเองรู้เหมือนคนธรรมดา ไม่ได้รู้ลึกรู้เยอะ อย่าถามว่าพรินเตอร์ตัวนึงต้องตั้งค่ายังไง แต่ถ้าจะถามการดีไซน์เบื้องหลังสร้างสมองให้มันได้อย่างไร นั่นคือผม

“ทำงานคุ้มค่าเหนื่อยสมอง รับค่าตอบแทน 7 หลัก!”

รัฐภูมิ บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามนี้ แต่แย้มให้เราฟังว่า ได้รับค่าตอบแทน 7 หลักต่อปี แต่นั่นเป็นอัตราปกติที่ทุกคนได้! ซึ่งเจ้าตัวขอไม่บอกว่าได้รับค่าเหนื่อยเท่าไหร่ต่อเดือน ให้คำนวณดูคร่าวๆ ว่าตำแหน่งแบบนี้ในประเทศไทยก็รับกันอยู่ที่ 6 หลักแน่นอน

“ชีวิตนี้ยกให้ผู้หญิง 3 คน”
เชื่อว่าสาวๆ หลายคนจะต้องอยากรู้ว่า หนุ่มไฟแรงที่เก่งกาจคนนี้มีสาวข้างกายหรือยัง รัฐภูมิ ยิ้มกว้างก่อนตอบอย่างอารมณ์ดีว่า ตอนนี้มีผู้หญิง 3 คนอยู่รอบตัว และไม่สามารถยกเธอเหล่านั้นให้ใครได้ เพราะ 3 สาว ที่พาดพิงถึงก็คือ ภรรยา และลูกสาวอีก 2 คน ซึ่งให้ใครไม่ได้จริงๆ

“ทุกอย่างต้อง…แอปเปิล!”
ทันทีที่ถามว่าส่วนตัวเป็นคนไฮเทคหรือไม่ เขาตอบอย่างไม่ลังเลว่า เป็นคนธรรมดาที่ใช้ทุกผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล! ซึ่งเขายืนยันว่าไม่ได้ใช้เพราะเป็นความจงรักภักดีต่อแบรนด์ แต่ใช้เพราะความภูมิใจที่สามารถปั้นดารา (ยกผลิตภัณฑ์แอปเปิลแต่ละรุ่นที่สร้างสรรค์ให้เป็นดารา) ให้โด่งดังขึ้นได้ จากที่เห็นกันมาตั้งแต่ตอนเกิดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอดการผลิตหลายร้อยล้านชิ้นสำหรับคนทั่วโลก แต่หากอนาคตจะมีอุปกรณ์แบรนด์อื่นทำออกมาได้ดี หรือถ้าแอปเปิลผลิตของที่ไม่ได้เรื่อง ก็พร้อมเปิดกว้างกับแบรนด์อื่น เพียงแต่ตอนนี้รู้สึกว่ายังไม่มี ประกอบกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างนั้น จะต้องพิจารณาถึงประสบการณ์การใช้งาน ต้องดูถึงความรู้สึกในการใช้งานว่าครบเครื่องหรือไม่ ไม่ใช่เพียงพิจารณาแค่ดีไซน์หรือฟีเจอร์

ส่วนที่หลายคนตั้งคำถามว่าผลิตภัณฑ์แอปเปิลนั้นดีจริงหรือ หลายรุ่นถูกออกแบบมาให้มีจุดด้อยเพื่อนำไปสู่การขายรุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นใช่หรือไม่ รัฐภูมิ ตอบเพียงว่าเป็นเรื่องปกติที่ดาราดังจะโดนขุดคุ้ยเรื่องฉาวหรือความลับ ไม่ใช่เรื่องผิดที่หลายคนจะมีทัศนคติแง่ลบกับผลิตภัณฑ์แอปเปิล แต่เรื่องดังกล่าวเป็นจรรยาบรรณที่คนเคยทำงานอย่างเขาไม่สามารถพูดถึงได้ เช่นเดียวกับกรณีที่เคยมีข่าวด้านลบ เกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ไม่ได้สุขลักษณะหรือการทำงานอย่างหนักของพนักงานในบริษัทผลิตชิ้นส่วนของผลิตภัณฑ์แอปเปิล ซึ่งเขาตอบเพียงว่า อย่ามองเพียงว่าบริษัทเหล่านั้นผลิตงานให้แอปเปิลเพราะบริษัทเหล่านี้ก็ส่งชิ้นส่วนต่างๆ ให้ผู้ผลิตสินค้ารายอื่นเช่นกัน นอกจากนี้ซีอีโออย่างทิม คุก ก็เคยกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวและเคยไปเยือนโรงงานเหล่านั้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานมาแล้ว

“โชคดีที่แอปเปิลมี สตีฟ จ็อบส์ และ ทิม คุก”
ผมตอบไม่ได้ว่าทิม คุก คือตัวจริงของแอปเปิลหรือยัง ตำแหน่งที่เขาได้รับนั้นไม่ได้มาจากการปรับขึ้น แต่มาจากการมอบหมายด้วยความไว้วางใจจากสตีฟ จ็อบส์ ที่ให้เขาเป็นซีอีโอรักษาการมาแล้วถึง 3 ครั้ง เขาเหมาะสมที่สุด การที่แอปเปิลสามารถเติบโตได้จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เพราะสตีฟ จ็อบส์ เพียงคนเดียว ทิม คุก ก็มีส่วนช่วยเหลืออย่างมากในหลายส่วน

“คาเฟ่เทอร์เรีย… สถานที่พบเจอซีอีโอ!”
เมื่อถามถึงโอกาสที่ได้พบเจอกับ 2 ซีอีโอ อย่างสตีฟ จ็อบส์ และทิม คุก รัฐภูมิ เล่าว่า มีโอกาสได้พบเจอ 2 ซีอีโออยู่บ่อยครั้งบริเวณคาเฟ่เทอร์เรีย แรกๆ อาจตื่นเต้นที่ได้เจอแต่เมื่อเห็นบ่อยครั้งก็กลายเป็นความรู้สึกเฉยๆ เนื่องจากแอปเปิลมีคาเฟ่เทอร์เรียเพียงแห่งเดียว ทุกคนจึงมาซื้อหาอาหารและนั่งรับประทานในบริเวณดังกล่าว ส่วนหนึ่งอาจมาจากวัฒนธรรมการทำงานเพราะที่แอปเปิลนั้น ไม่มีความพิเศษหรือความเจ้ายศเจ้าอย่าง ถึงต่อให้เป็นซีอีโอก็ไม่ได้มีบอดี้การ์ดหรือเลขานุการคอยบริการ ทุกคนต้องทำทุกอย่างเอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นสตีฟ จ็อบส์ หรือ ทิม คุก มาต่อแถวยืนรอซื้ออาหารเหมือนพนักงานทั่วไป

สำหรับข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้จักกับนิสัย วิธีคิด วิธีทำงานของ 2 ซีอีโอ คงต้องบอกว่าน่าผิดหวัง เพราะ รัฐภูมิ บอกกับทีมข่าวไอทีออนไลน์ ว่า ไม่อยากลงรายละเอียดมากเกินไป เพราะถือเป็นข้อมูลภายในบริษัทซึ่งเขามองว่าองค์กรที่ดีควรมีความลับและปล่อยให้เรื่องในองค์กร เป็นแค่เรื่องภายใน!

“ทิ้งองค์กรในดวงใจ สร้างโอกาสใหม่ให้ตัวเอง”

ตลอดระยะเวลา 2 ปีในการร่วมงานกับแอปเปิล ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้ทำงานกับทีมงานที่มีความเป็นเลิศเป็นมืออาชีพระดับโลก ผมไม่คิดว่าระยะเวลา 24 เดือนที่ร่วมงานกับแอปเปิลนั้นเป็นช่วงเวลาที่ได้สูญเสียอะไรไป แต่ผมมองว่าจะมีช่วงเวลาไหนในชีวิตที่เราสามารถมีส่วนร่วมในผลิตภัณฑ์ระดับโลกได้มากเท่านี้ เพราะมันคือประสบการณ์ครั้งเดียวในชีวิต และผมไม่ได้ลาออกจากแอปเปิลเพราะมีความรู้สึกที่ไม่ดีแต่อย่างใด แค่อยากจะก้าวต่อไป

เพราะมีแนวคิดว่าอยากจะทำอะไรดีๆ เพื่อเป็นรากฐานให้ประเทศไทย ผมคิดเสมอว่านอกจากเราจะได้อะไรที่ดี เราควรมอบสิ่งดีๆ ให้ประเทศด้วย ซึ่งหลังกลับจากอเมริกาเมื่อไม่นานนี้ รัฐภูมิ ได้ก่อตั้งบริษัทกราวิตี้ (www.gravity-innovation.com) โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมระดับองค์กร เพื่อร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ วางโครงสร้างทีมและบริหารองค์กร รวมทั้งพัฒนาทักษะผู้นำองค์กรเพื่อยกระดับองค์กรให้มีความสามารถในการแข่งขันระดับสากล

“ฝันให้ใหญ่เกินหวัง มุ่งมั่น แล้วจะทำได้!”
รัฐภูมิ ใจดีแนะนำเคล็ดลับก้าวสู่ความสำเร็จให้เด็กๆ ที่สนใจเดินตามรอยว่า อย่างแรกต้องตั้งเป้าหมายให้ใหญ่ อย่าหวังแค่เป็นคนเก่งระดับจังหวัด ระดับประเทศ ต้องไปให้ถึงระดับโลก ไปถึงหรือไม่ถึงไม่เป็นไร แต่เป้าหมายนั้นจะทำให้เราสามารถไปได้ไกลที่สุดเท่าที่ความสามารถจะไปได้ จากนั้นต้องห้ามท้อแท้ การกระโดดจากหนึ่งไปร้อยมันไกล ต้องค่อยๆ วางแผนว่าจากหนึ่งไปสองไปสามจะไปได้อย่างไร ใช้สถานะที่เป็นในปัจจุบันเพื่อก้าวกระโดดไปเรื่อยๆ ทำเช่นนี้ให้เป็นนิสัยอย่าหยุดอยู่กับที่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องทำด้วยใจรัก เพราะเชื่อว่าทุกอย่างที่เรารักจะสามารถทำได้ดี มนุษย์ไม่โง่ ทุกคนฉลาดพอที่จะรู้วิธีทำให้เราทำแต่ละอย่างได้ดี ผมเองไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ แค่ตั้งใจทำไปทีละก้าว รับรองว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,