Archive for May, 2013

หวัง ‘INET2013′ สร้างโอกาสไทยขึ้นแท่นฮับอินเทอร์เน็ตภูมิภาค

หน่วยงานภาครัฐ ผนึกกำลังหนุนไทยเจ้าภาพจัดงานอินเทอร์เน็ตระดับภูมิภาค ปักธงดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางอินเทอร์เน็ต พร้อมปูทางรับมือเทคโนโลยีใหม่…

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมารัฐบาลร่วมกับอินเทอร์เน็ตโซไซตี้ประเทศไทย (ISOC) แสดงเจตนารมย์ไม่บรรจุคำนิยามเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตในวาระการประชุมสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union : ITU) เพื่อทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่มีข้อจำกัด ล่าสุด จะมีการจัดงาน INET Bangkok 2013 ซึ่งเป็นงานอินเทอร์เน็ตระดับภูมิภาค เพื่อให้เกิดการพัฒนาอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยและภูมิภาค

รองปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า การจัดงาน INET Bangkok ครั้งนี้ กระทรวงไอซีทีคาดว่าจะทำให้ประเทศไทยเห็นแนวทางการรับมือเทคโนโลยีใหม่ อาทิ IPV6 , WebRTC , Big Data เนื่องจากภายในงานครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญ เจ้าของเทคโนโลยี รวมถึงผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจอินเทอร์เน็ตไทยและทั่วโลก

ด้าน นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา อินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนแปลงระบบสื่อสารของคนทั่วโลก กลายเป็นสื่อสังคมในสภาพข้อความเสียง ภาพเคลื่อนไหว ควบคู่อุปกรณ์ราคาถูก อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และเครื่องมือค้นหาข้อมูลที่ทรงพลัง เชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้จะทำให้เห็นแนวโน้มการพัฒนาในอนาคตได้อย่างชัดเจน

ส่วน นางสาวดวงทิพย์ โฉมปรางค์ ผู้บริหาร ISOC กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับและสามารถเป็นเจ้าภาพจัดงานในระดับภูมิภาค ซึ่ง ISOC เน้นยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศไทยเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและทิศทางโดยรวมของภูมิภาค โดยจัดหัวข้อในปีนี้คือ The Power to Create หรือ อินเทอร์เน็ต : พลังแห่งการสร้างสรรค์ ซึ่งภายในงานจะเน้นการเป็นเวทีผลักดันให้เกิดการรวมตัวของผู้มีส่วนร่วมและเกี่ยวข้องกับการพัฒนาอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ขณะเดียวกันภายในงานก็จะมีทั้งส่วนที่เป็นนิทรรศการและการสัมมนา ได้แก่ Technology Track นำเสนอประเด็นโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง , Innovation Track นำเสนอนวัตกรรมที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานระดับองค์กร และพฤติกรรมผู้ใช้ในปัจจุบัน , iSociety Track หมวดอินเทอร์เน็ตเพื่อสังคม , Future Track ประเด็นอินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับการลดช่องว่างด้านดิจิตอลและการวิจัยพัฒนาด้านคลาวด์และบิ๊กดาต้า

ทั้งนี้ งาน INET Bangkok 2013 เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงไอซีที สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานรับบาลอิเล็กทรอนิกส์ , สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ , บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) , ทีเอชนิค และกลุ่มผู้ร่วมงานอื่นๆ และ ISOC ซึ่งเป็นเจ้าของงาน โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 7-8 มิ.ย.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

นิคอนปลื้มปี55โตรวม70เปอร์เซนต์ส่วนแบ่งตลาดDSLRเพิ่มเป็น39เปอร์เซนต์

ผลประกอบการรวมนิคอนปี 2555 เติบโตจากปี 2554 ถึง 70% โดยส่วนแบ่งตลาดกล้อง DSLR เพิ่มเป็น 39% กล้องดิจิตอลอัจฉริยะแบบเปลี่ยนเลนส์เพิ่มเป็น 27.6% และ กล้องคอมแพคเพิ่มมาเป็น 15.7% ตั้งเป้าปี 56 โตอีก 16% พร้อมขยายฐานลูกค้าและศูนย์บริการเพิ่มรับการขยายตัว…

นายเคนจิ คุมากิ ประธาน บริษัทนิคอน เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2555 (เม.ย.2555-มี.ค.2556) พบว่า การเติบโตอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เนื่องจากนิคอนสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดกล้องดิจิตอลดีเอสแอลอาร์ จากปีที่ผ่านมา 29.1% มาเป็น 39% และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดกล้องดิจิตอลอัจฉริยะแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ จาก 8.6% มาอยู่ที่ 27.6% ส่วนตลาดกล้องคอมแพค สามารถขยายตลาดจากเดิม 9.3% มาอยู่ที่ 15.7% ทำให้ผลประกอบการรวมนิคอนเติบโตจากปี 2554 ถึง 70%

ประธาน บ.นิคอน เซลล์ ประเทศไทยฯ กล่าวต่อว่า สำหรับปัจจัยที่ทำให้นิคอนเติบโตในปี 2555 มาจาก การเปิดตัวสินค้าหลักอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กล้องนิคอนดีเอสแอลอาร์รุ่น D4, D800/D800E, D600, D7100 และ D5200 รวมทั้งกล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้ทั้ง นิคอน วัน และ กล้องคอมแพค คูลพิกซ์ P7700 นอกจากนี้ยังได้มีการขยายศูนย์บริการในต่างจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้งานกล้องทั่วไป และ ผู้ใช้งานกล้องเพื่องานอาชีพในประเทศไทย หรือ NPS ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2556 นิคอนคาดหวังจะเห็นการเติบดตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอีก 16%

ด้าน นายฉันท์ชาย พันธุ์ฟัก รองประธานด้านกลยุทธ์ฝ่ายขาย ฝ่ายขายและการตลาด บ.นิคอน เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในอนาคต นิคอนตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งการตลาดกล้องดีเอสแอลอาร์มาอยู่ที่ 45% และ กล้องดิจิตอลอัจฉริยะแบบเปลี่ยนเลนส์ได้อยู่ที่ 25% ส่วนกล้องคอมแพคตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 20% ที่มาจากลูกค้าใหม่ๆ ที่นิคอนต้องสร้างขึ้นนอกเหนือจากลูกค้าเก่าที่ยังให้ความสำคัญกับแบรนด์มากกว่าราคา แม้ว่ากล้องระดับกลางถึงบนจะแพงกว่าคู่แข่งในตลาด 10-15%? เพราะขณะนี้ กล้องรุ่นใหม่ๆ ระดับกลางถึงไฮเอนด์ ราคาไม่มีผลต่อผู้บริโภค เพราะซื้อที่สเปก ประสิทธิภาพการใช้งาน และคุณภาพ ขณะที่ตลาดล่างและกลุ่มผู้ใช้หน้าใหม่อาจจะยังต้องมีราคาเป็นตัวจูงใจ ซึ่งนิคอนก็มีผลิตภัณฑ์ที่มีระดับราคาที่แข่งขันได้อยู่แล้ว

ตัวสนับสนุนที่สำคัญ คือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมทั้งกิจกรรมการตลาด และโปรโมชั่น รวมทั้งการปรับปรุงด้านการบริการ การรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้แทนจำหน่าย และการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้านิคอน รวมทั้งขยายศูนย์บริการไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:

โลกาภิวัตน์ 29/05/56

ดาวเคราะห์เข้าแถว
ภาพถ่ายท้องฟ้าเหนือ อุทยานวูปัทกิ ทางเหนือของเมืองแฟล็กสตาฟฟ์ รัฐอริโซนา? เมื่อปลายเดือนนี้? มองเห็นดาวพฤหัสบดี (ซ้าย)? ดาวศุกร์? (กลาง)? และ ดาวพุธ (ขวา) เรียงแถว เป็นแนวเดียวกัน.

หมอประท้วงหมอ
นักศึกษาแพทย์บราซิล ในที่ชุมนุมในเมืองเซาเปาโลคนหนึ่ง ประท้วงโครงการของรัฐบาล ที่จะจ้างหมอจากคิวบา สเปน และโปรตุเกส เรือนหลายพันคนให้ไปปฏิบัติหน้าที่ตามดินแดนที่ห่างไกล ซึ่งยังขาดแคลน แพทย์? โดยแสดงความเป็นห่วงว่าหมอต่างด้าวเหล่านั้น อาจจะมีมาตรฐานการแพทย์ต่ำ.

เมืองเสริมสวย
หญิงสาวเกาหลี เดินขึ้นบันได ภายในสถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่งในกรุงโซล ผ่านป้ายโฆษณาการผ่าตัดเสริม สวยชนิดต่างๆ? การผ่าตัดเสริมสวยที่นิยมทำกันในชาติชึ่งถือเอาความสวยความงามเป็นสรณะชาตินี้ ไม่เพียงแต่ทำแค่ทำคาง 2 ชั้น หรือทำจมูกให้โด่งขึ้นแค่นั้น หากยังทำกันที่ยุ่งยากยิ่งกว่านัั้นด้วย บางรายถึงกับต้องทนทุกข์ ทรมาน กับความเจ็บปวด กว่าจะหายต้องเป็นเดือน.

ยานอวกาศ?โซยูซ?
ตำรวจรัสเซียตรวจรางรถไฟที่จะใช้ขนจรวดโซยูซ ?TMA-09M? ไปยังสถานีอวกาศไบโคนูร์ เพื่อนำทีมมนุษย์อวกาศสหรัฐฯ อิตาลีและรัสเซียขึ้นไปส่งยังสถานีอวกาศนานาชาติภายในสัปดาห์นี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

โฆษณาดิจิตอลฮิต คาดปี56 เม็ดเงินสะพัดเกือบ4พันล้าน

DAAT ชี้ทิศทางธุรกิจโฆษณาดิจิตอลปี 2556 คาดเม็ดเงินกระเตื่อง เหตุผู้บริโภคนิยมค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งค้นหา อ่านความเห็นผู้อื่นจากบล็อก รีวิว และเว็บไซต์ โดยจะมีเม็ดเงินสะพัดเกือบ 4 พันล้านบาท…

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ Digital Advertising Association (Thailand) (DAAT) เปิดเผยว่า ในปี 2555 อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ (ภาพ/เสียง) อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนมูลค่าการใช้สื่อโฆษณาดิจิตอลต่อสื่อโฆษณาทั้งหมดสูงสุด โดยมีสัดส่วน 18.72%, 12.21% และ 11.66% ตามลำดับ เนื่องจากผู้บริโภคต้องการค้นหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าวผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมาก ทั้งการอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ของสินค้า การสืบค้นหาข้อมูล หรือการอ่านความเห็นของผู้บริโภคอื่นๆ ที่เคยใช้สินค้าผ่านทางบล็อก รีวิว หรือเว็บไซต์กระดานข่าวต่างๆ รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ที่จัดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ จากรายงานล่าสุดจากสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิตอลทุกประเภท โดยในปี 2555 มีเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอลรวม 2,783 ล้านบาท เติบโตขึ้น 38.84% จากปีก่อนหน้า ส่วนการคาดการณ์งบประมาณโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอลในปี 2556 อยู่ที่ 3,733 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 34.12%

สำหรับประเภทอุตสาหกรรมที่มีการใช้โฆษณาดิจิตอลสูงสุดในปี 2555 คือ 1. อุตสาหกรรมการสื่อสาร โดยมียอดเงินโฆษณาดิจิตอลถึง 415 ล้านบาท 2. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ใช้เม็ดเงินราว 200 ล้านบาท และ 3. อุตสาหกรรมยานยนต์ 198 ล้านบาท

นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวอีกว่า ทางสมาคมฯ คาดการณ์อุตสาหกรรมที่จะมีการใช้เม็ดเงินในการโฆษณาดิจิตอลสูงสุดในปี 2556 ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ โดยมีมูลค่าการเติบโตที่ 78 ล้านบาท 64 ล้านบาทและ 54 ล้านบาทตามลำดับ

นางสาวพัชรี เพิ่มวงศ์อัศวะ เลขาธิการ สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปี 2554-2556 มูลค่าเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลประเภทเสิร์ช (Search) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนประเภทโฆษณาเพิ่มขึ้น 11.28% ในปี 2554 เป็น 14.71% ในปี 2555 และคาดว่าจะเท่ากับ 16.22% ในปีนี้ ขณะที่การโฆษณาผ่านสื่อสังคม (Social Media) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 6.58% ในปี 2554 เป็น 10.33% ในปี 2555 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 12.86% ในปีนี้ ส่วนโฆษณาดิจิตอลประเภทดิสเพลย์ (Display) มีสัดส่วนลดลงจาก 55.61% ในปี 2554 เป็น 48.07% ในปี 2555 และคาดการณ์ว่าจะลดลงเป็น 45.87% ในปีนี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ทรู-เอไอเอส โล่ง กสทช.การันตี สัญญาณ3จีดีขึ้น

“ฐากร ตัณฑสิทธิ์ ” เลขาฯ กสทช. เผยแนวโน้มคุณภาพสัญญาณให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 ค่ายมือถือ ระบุ เอไอเอส-ทรู ดีขึ้นหลังเปิดให้บริการ 3จี ใหม่ ส่วนดีแทคยังไม่ได้เปิด…

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ในภาพรวมหลังจากบริการโทรศัพท์เคลื่อนระบบ 3จี? บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) หรือ 3จี ใหม่ เปิดให้บริการคุณภาพสัญญาณเป็นไปในแนวโน้มที่ดีขึ้น ทั้งบริการประเภทข้อมูล (Data) และบริการประเภทเสียง (Voice) โดยผลการตรวจสอบ ณ เซ็นทรัล พระราม 9? เป็นดังนี้

เครือข่าย เอไอเอส 3จี 900 MHz (TH GSM) ก่อนการเปิดให้บริการ 3จี ใหม่ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2556 ความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลอยู่ที่ 1,218 kbps และเพิ่มขึ้นเป็น 2,235 kbps เมื่อตรวจสอบในวันที่ 25 พ.ค. 2556 ภายหลังการเปิดให้บริการ 3จี ใหม่

เครือข่าย เอไอเอส 3จี 2100 MHz หรือ AWN ความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลภายหลังการเปิดให้บริการ 3G ใหม่ ณ วันที่ 25 พ.ค. 2556 อยู่ที่ 2,522 kbps

เครือข่ายทรูมูฟเอช 3จี 850 MHz ความเร็วเฉลี่ยในการดาวน์โหลดข้อมูล ณ วันที่ 12 พ.ค. 2556 อยู่ที่ 1,812 kbps และเพิ่มขึ้นเป็น 1,716 kbps เมื่อตรวจสอบในวันที่ 25 พ.ค. 2556 ภายหลังการเปิดให้บริการ 3จี ใหม่

เครือข่าย ทรูมูฟเอช 3จี 2100 MHz ความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลภายหลังการเปิดให้บริการ 3จี ใหม่ ณ วันที่ 25 พ.ค. 2556 อยู่ที่ 3,496 kbps

สำหรับ ดีแทค ยังไม่มีการเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนระบบ 3จี ใหม่ จึงยังไม่ได้นำเสนอข้อมูลในขณะนี้

เลขาธิการ กสทช. กล่าวต่อว่า สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบคุณภาพสัญญาณบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างสม่ำเสมอ และจะรายงานให้สาธารณชนรับทราบเป็นระยะๆ และดำเนินการอย่างเต็มที่ในการการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

ไมโครซอฟท์เสิร์ฟ ‘วินโดวส์อาชัวร์’ หนุนธุรกิจผู้ประกอบการหน้าใหม่

ไมโครซอฟท์ เดินหน้าโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ เผย 200 บริษัทผ่านโครงการบิซสปาร์ค พร้อมแข่งขันในตลาดธุรกิจ ยกตัวอย่าง ?คอมพิวเตอร์โลจี้? ผู้พัฒนาเครื่องมือมอนิเตอร์โซเชียลมีเดีย เป็นต้นแบบ…

นายเอกราช คงสว่างวงศา ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมอุสาหกรรมซอฟต์แวร์ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการหน้าใหม่ โดยเฉพาะบริษัทด้านซอฟต์แวร์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถตั้งตัวและดำเนินธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ ผ่านโครงการบิซสปาร์ค (BizSpark) ซึ่งบริษัทได้สนับสนุนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ ให้สามารถใช้งานฟรีตลอด 3 ปี รวมถึงวินโดวส์ อาชัวร์ (Windows Azure) ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการได้ตามการใช้งานของผู้ใช้

โดยล่าสุด ไมโครซอฟท์ ได้เปิดตัว บริษัท คอมพิวเตอร์โลจี้ ประเทศไทย หนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมโครงการบิซสปาร์ค ซึ่งใช้บริการวินโดวส์ อาชัวร์ ในการบริหารจัดการระบบ

ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมอุสาหกรรมซอฟต์แวร์ ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เราช่วยให้คอมพิวเตอร์โลจี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และช่วยแนะนำลูกค้ากลุ่มดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งที่เป็นกลุ่มเป้าหมายให้ด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีบริษัทผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้าร่วมโครงการบิซสปาร์คเป็นจำนวนแล้วกว่า 200 บริษัท ซึ่งซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์จากไมโครซอฟท์ที่แต่ละบริษัทสามารถใช้ฟรีนั้นคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท

นายเอกราช กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน วินโดวส์ อาชัวร์ มีผู้ใช้งานในประเทศไทยราว 120 ราย จากจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด 600 ราย ซึ่งในช่วงครบรอบเปิดบริการ 1 ปี ภายในช่วง มิ.ย.นี้ บริษัทตั้งเป้าผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็น 150 ราย โดยมั่นใจว่าแนวโน้มการเติบโตของลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้งานออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายวัชระ เอมวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท คอมพิวเตอร์โลจี้ จำกัด กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้พัฒนาเว็บแอพพลิชั่น โดยเมื่อปี 2555 บริษัทได้เปิดตัวเครื่องมือสำหรับมอนิเตอร์โซเชียลมีเดียในชื่อ โซเชียลเอ็นเอเบิล (SocialEnable) ซึ่งพัฒนาโดยใช้รูบีออนเรลส์ ระบบริหารดาต้าเบส โพสต์เกรสคิวเอล ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ โดยโซเชียลเอ็นเอเบิลจะรวบรวมความคิดเห็นจากเว็บไซต์โซเชียลมีเดียต่างๆ อาทิ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และแสดงผลโดยมีแดชบอร์ดแสดงเมตริกกิจกรรมที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ ระบบจะรวบรวมและบันทึกความเห็น รวมถึงการโต้ตอบไว้โดยอัตโนมัติ ทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องติดตามแฟนเพจของตนเองตลอดเวลา ถือเป็นเครื่องมือช่วยดูแลโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ทำให้ผู้ดูแลโซเชียลมีเดียขององค์กรหรือผู้ดูแลระบบสามารถเห็นภาพรวมและความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นโดยตลอด

ประธานบริหาร บริษัท คอมพิวเตอร์โลจี้ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน บริษัทมีลูกค้าประมาณ 50 รายในประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรใหญ่และมีแฟนเพจจำนวนหมื่นรายจนถึงระดับสูงสุดซึ่งมีแฟนเพจเกือบล้านราย โดยบริษัทตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าระดับคอร์ปอเรทและเอ็นเตอร์ไพรซ์ ซึ่งยังไม่มีเครื่องมือบริหารจัดการงานโซเชียลมีเดีย ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถขยายการให้บริการลูกค้าได้อีก 3-4 เท่าจากปัจจุบัน

นายวัชระ กล่าวด้วยว่า สำหรับตลาดโซลูชั่นเพื่อการบริหารจัดการโซเชียลมีเดียในประเทศไทย บริษัทมั่นใจว่ายังไม่มีผู้ให้บริการรายใดที่สามารถดูแลและบริหารงานได้ครบวงจรเช่นเดียวกับบริษัท ขณะที่การแข่งขันในต่างประเทศนั้นมีภาวะการแข่งขันรุนแรงมากในปัจจุบัน เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการติดต่อสื่สารกับองค์กรต่างๆ โดยตรงผ่านโซเชียลมีเดีย.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

กสท. ย้ำ อาร์เอส ต้องถ่ายบอลโลกฟรีทีวีครบทุกคู่

“นที ศุกลรัตน์” ประธาน กสท. ระบุอาร์เอสต้องมีเหตุผลเพียงพอเข้ามาเจรจา หากจะถ่ายทอดสดบอลโลกผ่านฟรีทีวีแค่ 22 คู่ ขณะที่ กสท.ย้ำต้องครบทั้ง 64 คู่ ขณะที่ อาร์เอสยื่นฟ้องศาลปกครองแล้ว…

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัสน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคระกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท. ได้มีมติพิจารณาคำของของบริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด (อาร์เอสบีเอส) บริษัทลูกของ บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) ผู้ครอบครองลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 โดยได้ขอ กสทช. เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตโลกรอบสุดท้ายผ่านช่องฟรีทีวี เพียง 22 คู่ จาก 64 คู่ เท่านั้น และบอร์ดมีมติให้ อาร์เอส ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านช่องฟรีทีวีจำนวน 64 คู่ ตาม ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (มัสต์ แฮฟ)

พ.อ.นที กล่าวต่อว่า กสท. การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกเป็นรายการกีฬามหาชนแห่งมวลมนุษยชาติ รวมทั้งสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) บังคับให้นำรายการแข่งขันถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีเช่นกัน ดังนั้น คนไทยต้องได้รับชมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จึงไม่อนุญาตให้นำไปถ่ายทอดสดผ่านช่องรายการของตนเองทั้งในระบบปกติ และในระบบช่องบริการแบบบอกรับสมาชิก ที่มีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มตาม ผ่านกล่องซันบอกซ์ของอาร์เอสเอง และในการออกอากาศต้องผ่านฟรีทีวีช่อง 3, 5, 7, 9, 11 และไทยพีบีเอส หรือช่องรายการอื่นที่มีการออกอากาศผ่านระบบทีวีดิจิตอลทั้ง 48 ช่อง

พ.อ.นที กล่าวว่า หากอาร์เอสต้องการนำลิขสิทธิ์ไปออกอากาศผ่านกล่องซันบ๊อกซ์ หรือจะนำไปออกอากาศเพิ่มเติมคู่ขนาดกับช่องฟรีทีวีในระบบความคมชัดสูง (เอชดี) จะต้องได้รับข้อยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ โดยต้องมาจากการพิจารณาเห็นสมควรของบอร์ด กสท. ส่วนกรณีที่ไม่สามารถเจรจานำลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกที่ได้รับมา ไปออกอากาศผ่านช่องทางฟรีใดๆ ได้เลยนั้น จะต้องให้ช่องฟรีทีวีเจรจาด้วย โดยการทำหนังสือชี้แจงและอธิบายเหตุผลมาที่ กสท อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา อาร์เอส ส่งหนังสือ เข้ามาที่บอร์ด กสท และได้ถอดออกไปแล้ว โดยที่ยังไม่มีการพิจารณาแต่อย่างใด

“หาก อาร์เอส ต้องการทำอย่างไร ควรทำหนังสือยืนยันพร้อมอธิบายเหตุผลส่งมายัง กสท เพราะ บอร์ด กสท ได้พิจารณาเรื่องนี้ไปแล้ว และอาร์เอสส่งเรื่องเข้ามา แล้วถอดออกไป ซึ่งหากมีความต้องการอย่างไร ต้องเข้ามาคุยและต้องมีเหตุผลที่เพียงพอ แต่ตอนนี้เรายังไม่เห็นเหตุผล ถ้าเขามีเหตุผลเพียงพอก็ต้องเข้ามา”? ประธาน กสท กล่าว

อย่างไรก็ตาม อาร์เอสได้ฟ้องร้องสำนักงาน กสทช. ต่อศาลปกครอง เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2556 ที่ผ่านมา โดยอาร์เอสเห็นว่าบริษัท มีสิทธิ์ในการเผยแพร่ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านช่องฟรีทีวี จำนวน 22 คู่ ตามที่ต้องการ ในฐานะผู้ที่ถือครองลิขสิทธิ์ เนื่องจากการทำสัญญาลิขสิทธิ์นั้นเกิดขึ้นก่อน กสทช. มีการออกประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็น การทั่วไป (มัสต์ แฮฟ).

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

รถไร้คนขับ นร.แดนผีดิบ คว้าชนะเลิศ อินเทล ไอเซฟ 2013

“ไอโอนุท บูดิสเทนู” นักเรียนจากโรมาเนีย กวาดรางวัลชนะเลิศจากไอเดียรถยนต์ราคาประหยัดแบบไร้คนขับ จากงาน อินเทล ไอเซฟ ส่วนเด็กไทยคว้าอันดับ 3 และ 4 ในสาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม และที่ 4 สาขาวิทยาศาสตร์พันธุ์พืช…

นายไอโอนุท บูดิสเทนู อายุ 19 ปี ผู้ชนะรางวัลจากงานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ อินเทล ไอเซฟ หนึ่งในงานแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ของ โซไซตี้ ฟอร์ ซายส์ แอนด์ เดอะ พับลิค ประกาศผลผู้ชนะที่เมืองฟินิกซ์ โดยได้รับรางวัลชนะเลิศ กอร์ดอน อี.มัวร์ พร้อมรับเงินสด มูลค่า 75,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นรางวัลที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ กอร์ดอน อี. มัวร์ นักวิทยาศาสตร์และผู้ร่วมก่อตั้งอินเทล

ขณะที่ อีสชา แคร์ จากเมืองซาราโทก้า รัฐแคลิฟอร์เนีย และ เฮนรี่ ลิน จากเมืองเชรฟพอร์ท รัฐหลุยส์เซียนา คือ สองผู้ชนะในรางวัลมูลนิธินักวิทยาศาสตร์เยาวชนจากอินเทล พร้อมรับรางวัลคนละ 50,000 เหรียญสหรัฐฯ จากมูลนิธิอินเทลงานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ อินเทล ไอเซฟ หนึ่งในโปรแกรมจาก โซไซตี้ ฟอร์ ซายส์ แอนด์ เดอะ พับลิค ด้วยแนวความคิดรถยนต์ราคาประหยัดแบบไร้คนขับ

ไอโอนุท กล่าวว่า ผลงานของเขาพัฒนามาจากปัญหาที่ใหญ่ระดับโลก โดยในปี 2547 นั้น มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนน กว่า 2.5 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งร้อยละ 87 มาจากความผิดพลาดของผู้ขับขี่ โดยได้ใช้เทคโนโลยีเรดาร์แบบ 3 มิติ และกล้องที่ติดอยู่บนตัวรถ เพื่อจับความเคลื่อนไหวของสภาพการจราจร เลนรถวิ่ง และทางโค้งบนถนน เพื่อให้ระบบคำนวณความสัมพันธ์กับตำแหน่งของรถ โดยระบบดังกล่าวราคาเพียง 4,000 เหรียญสหรัฐฯ จากแนวคิดนี้ จึงทำให้เขาได้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมรับเงินสด มูลค่า 75,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นรางวัลที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ กอร์ดอน อี. มัวร์ นักวิทยาศาสตร์ และผู้ร่วมก่อตั้งอินเทล

นางสาวอภิษฎา จุลกทัพพะ จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ชนะเลิศอันดับสาม ในสาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม และได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000 เหรียญสหรัฐฯ จากผลงาน ?การศึกษาประสิทธิภาพของดินฟอกสีที่ใช้แล้วจากกระบวนการฟอกสีน้ำมันปาล์ม ในการดูดซับโลหะทองแดง? นายพรภวิษย์ เจนจิรวงศ์ นายสหกฤษณ์ ธนิกวงศ์ และนายณัฐนนท์ พงษ์ดี จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้รับรางวัลที่สี่ ในสาขาวิทยาศาสตร์พันธุ์พืช พร้อมรับเงินรางวัลมูลค่า 500 เหรียญสหรัฐฯ จากโครงการ ?การศึกษาผลของความชื้นสัมพัทธ์ ขนาดของแรงและจำนวนเส้นขนสัมผ้ส ต่อการหุบของใบต้นกาบหอยแครงชนิด????? ไดโอเนีย มัสสิพิวล่า เพื่อใช้ประยุกต์สร้างแบบพัฒนานวัตกรรมมือ? นายสวิตต์ คงเดชาเลิศ นายภควัฒน์ ภาณุวัฒน์สุข นายธวัชวงศ์ ตัณฑวนิชย์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้รับรางวัลที่สี่ ในสาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม และได้รับเงินรางวัลมูลค่า 500 เหรียญสหรัฐฯ จากผลงาน ?การพัฒนาเครื่องยนต์สเตอร์ลิง เพื่อใช้ไบโอก๊าซเป็นเชื้อเพลิง?

ด้าน อีสชา แคร์ วัย 18 ปี จากเมืองซาราโทก้า รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับรางวัลจากมูลนิธินักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จากอินเทล พร้อมเงินสดมูลค่า 50,000 เหรียญสหรัฐฯ โดยผลงานของเธอเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพา โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ในปัจจุบันผู้คนหันมาพกพาอุปกรณ์ดังกล่าวมากขึ้น การมีแบตเตอรี่ที่มีการใช้งานได้ยาวนานเป็นเรื่องสำคัญ เธอจึงคิดค้นอุปกรณ์เล็กๆ ที่ติดตั้งลงในแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ และสามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มได้ในเวลาเพียง 20-30 วินาที โดยแนวความคิดดังกล่าว ยังมีความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้ในแบตเตอรี่รถยนต์อีกด้วย

เฮนรี่ ลิน วัย 17 ปี จากเมืองเชรฟพอร์ท รัฐหลุยส์เซียนา คว้ารางวัลจากมูลนิธินักวิทยาศาสตร์เยาวชนจากอินเทล พร้อมเงินสดมูลค่า 50,000 เหรียญสหรัฐฯ จากการจำลองกาแล็กซีจำนวนหลายพันกาแล็กซี เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ได้เข้าใจถึงฟิสิกส์ในระบบสุริยะมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ดาร์ก แมทเทอร์ หรือ ดาร์ก เอนเนอร์ยี่ รวมถึงความสมดุลของความเย็นและความร้อนของวัตถุที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อินเทลสนับสนุนงานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา เพราะเราเชื่อว่าวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานของนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตในระบบเศรษฐกิจโลกและความก้าวหน้าทางสังคม การแข่งขันในครั้งนี้ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนนับล้านทั่วโลก ให้เดินตามความฝันที่จะเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อสร้างแนวคิดใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาในระดับโลก

โดยปีนี้มีนักวิทยาศาสตร์เยาวชนกว่า 1,600 คน ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าแข่งขันในงานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา โดยเป็นการคัดเลือกจากเวทีการแข่งขัน 433 เวที ที่เกี่ยวข้อง จาก 70? ประเทศในทั่วทุกภูมิภาคและทวีปของโลก ซึ่งนอกจากการที่ได้รับรางวัลตามที่กล่าวด้านบนแล้ว ยังมีนักเรียนอีกกว่า 500 คน ที่ได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศและยังได้รับรางวัลจากการโครงงานต่างๆ ที่เข้าประกวด รางวัลดังกล่าว รวมถึงผู้ชนะจำนวน 17 คนที่ได้รับรางวัล “Best of Category” มูลค่า 5,000 เหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ มูลนิธิอินเทล ยังได้มอบรางวัล 1,000 เหรียญสหรัฐฯ ให้กับแต่ละโรงเรียนและโครงการที่ผู้ชนะแต่ละคนเป็นตัวแทนให้อีกด้วย

อลิซาเบธ มารินโคล่า ประธานของโซไซตี้ ฟอร์ ซายส์ แอนด์ เดอะ พับลิค กล่าวว่า เราขอแสดงความยินดีกับ ไอโอนุท อีสชา และเฮนรี่ กับความสำเร็จที่พวกเขาได้รับในงานการประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา ในสัปดาห์นี้ ที่เมืองฟีนิกซ์ ผลงานของพวกเขาได้แสดงถึงความทุ่มเททำงานหนักและความคิดสร้างสรรค์ ผู้ที่ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศทุกคนในสัปดาห์นี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะเปิดรับพลังของวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อที่จะนำมาแก้ปัญหาและสร้างโอกาสในสังคมระดับโลก

การแข่งขัน อินเทล ไอเซฟ นี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับนักเรียนที่มีแววเป็นผู้ประกอบการ, ผู้สร้างนวัตกรรม หรือนักวิทยาศาสตร์ โดยผู้เข้ารอบสุดท้าย ได้รับการคัดเลือกจากการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์หลายร้อยงานทั่วโลก ผลงานของพวกเขาได้รับการพิจารณาจากกรรมการกว่า 1,200 คน ซึ่งมาจากเกือบทุกสาขาของวิทยาศาสตร์ โดยทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ Ph.D. หรือมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องมากกว่า หรือเท่ากับ 6 ปี ในสาขาเฉพาะทาง ทั้งนี้ ปีนี้นับเป็นปีแรกที่ผู้เข้ารอบชิง อินเทล ไอเซฟ ทุกท่านจะได้รับตราสัญลักษณ์แบบดิจิตอล ระบุความสำเร็จในการค้นคว้าทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ อาสาสมัคร กรรมการ และล่าม ต่างก็ได้รับตราสัญลักษณ์เช่นเดียวกัน โดยถือเป็นการโปรโมตการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ และยังเป็นการแสดงการยอมรับความสำเร็จที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนเท่านั้น.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

MFEC ผ่าตัดใหญ่ ตั้งเป้ากำไรโตปีละ15เปอร์เซนต์

MFEC ผ่าตัดการบริหารองค์กรครั้งใหญ่ ตั้งเป้าหมายมีกำไรเติบโตต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 15% เพื่อความแข็งแกร่งระยะยาว มั่นใจผู้ถือหุ้น-แฟนคลับแฮปปี้กลับผลตอบแทน อีกทั้งเร่งพัฒนาบุคลากรด้านไอทีโดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อรับเทคโนโลยีใหม่ๆ…

นายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ?MFEC?ผู้ให้คำปรึกษา พัฒนาและวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน กล่าวว่า?MFEC?ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการภายในองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อขึ้นสู่เป้าหมายเป็นบริษัทฯ ที่มีกำไรเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปีละ 15%?หรือเติบโตขึ้น 100%?ในทุกๆ 5 ปี เพื่อสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเรื่องแรกที่?MFEC?ได้ ดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือการวางแผนสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพรองรับการเติบโต ในระยะยาว และการใช้เงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

“บริษัทฯ เห็นว่าการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพป้อนให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องจำเป็นที่สุดสำหรับอุตสาหกรรม?ไอที เนื่องจากเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราจำเป็นต้องมีคนใหม่เข้ามารับงานที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างงานให้ทันกับความต้องการของลูกค้า ดังนั้น ?MFEC?จึง เร่งพัฒนาบุคลากรอย่างเร่งด่วน โดยใช้วิธีที่แตกต่างที่สามารถคัดเลือกบุคลากรที่ตรงกับความต้องการได้โดยตรง แต่มีค่าใช้จ่ายลดลงหลายเท่าตัว ด้วยการร่างหลักสูตรการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาค ทำให้สามารถสร้างบุคลากรที่ตรงกับความต้องการได้ทันที ซึ่งเราได้เริ่มทำอย่างจริงจังแล้วตั้งแต่ 1-2 ปีที่ผ่านมา? กก.ผจก.ใหญ่ MFEC กล่าว

นายศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพของ?MFEC?เริ่มที่เข้าไปร่วมมือกับสถานศึกษาในระดับอุดมศึกษาในส่วนภูมิภาค ในนามของ?MFEC GROUP?ภายใต้โครงการสหกิจศึกษา โดยทาง?MFEC GROUP?และสถาบันการศึกษาได้ร่างหลักสูตรร่วมกันและให้นักศึกษาในปีที่ 3 และ 4 ได้เข้ามาเรียนและฝึกงานกับ?MFEC? GROUP?ถือ เป็นการสร้างบุคลากรที่ตรงกับงาน และสามารถคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณสมบัติที่ต้องการเข้าร่วมงานกับบริษัทฯ ได้ทันที การผลิตคนใหม่เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่จึงเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง??????? ?????????

กก.ผจก.ใหญ่ MFEC กล่าวอีกว่า ขณะที่การบริหารภายใน?MFEC?ได้จัดโครงสร้างใหม่รองรับบุคลากรใหม่ที่เพิ่มขึ้น และสนับสนุนผู้อาวุโสมากประสบการณ์ในองค์กรให้ไปบริหารบริษัทย่อยที่?MFEC?จะเข้าไปร่วมถือหุ้นและสนับสนุนให้สร้างงานต่อยอดจากงานของ?MFEC?ต่อไป ซึ่งผลที่ได้รับคือ?MFEC?จะ มีบุคลากรรุ่นใหม่ที่เข้ามาพัฒนาผลงานรองรับเทคโนโลยีใหม่ ในขณะที่คนเก่าจะได้เป็นผู้ถือหุ้น หรือผู้บริหารบริษัทใหม่ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวของ?MFEC?ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว จากผลประกอบการในไตรมาสที่ 1/2556 ที่ผ่านมา จะเห็นว่า?MFEC?มี ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างโดดเด่น มีกำไรสุทธิเติบโตถึงร้อยละ 455 จากกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 1/2555 มาเป็น 72 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 1/2556 และมีงานในมือ (Backlog)?สูงถึง 2,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากที่มีบุคลากรคุณภาพเพียงพอต่อการรับงานที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องได้??????????????

นายศิริวัฒน์ กล่าวถึงการบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ว่า การบริหารรูปแบบใหม่นี้จะทำให้?MFEC?ปรับ จากบริษัทฯ ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงแต่ขาดการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ทำให้ไม่สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ มาเป็นบริษัทที่มีกำไรเติบโตสม่ำเสมอ ปันผลอย่างต่อเนื่อง และมีทิศทางการเติบโตที่ชัดเจนถึง 100%?ในทุกรอบ 5 ปี ซึ่งเชื่อว่าทั้งผู้ถือหุ้นและนักลงทุนระยะยาวที่เป็นแฟนคลับของ?MFEC?จะพอใจกับนโยบายดังกล่าว จะเห็นได้จากปัจจุบันราคาหุ้นของ?MFEC?ได้ปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงอย่างต่อเนื่องแล้ว???????????????

กก.ผจก.ใหญ่ MFEC กล่าวด้วยว่า ล่าสุดบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคิน ได้แนะนำซื้อหุ้น?MFEC?โดยให้มูลค่าเหมาะสมใหม่ 11.70 บาท และเปลี่ยนจาก??หุ้นปันผลสูง??เป็น??หุ้นเติบโตยั่งยืน? โดยได้เพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐาน?MFEC??โดยเห็นว่าบริษัทฯ มีโอกาสเติบโตตามภาคโทรคมนาคมและต่อยอดบริการที่มีมูลค่าเพิ่มประเภท?ICT Solution?ประกอบ กับเริ่มเห็นผลบวกของการปรับปรุงและพัฒนาองค์กรต่อฐานค่าใช้จ่ายมีแนวโน้ม ชะลอลง จึงมองว่ากลยุทธ์เน้นสร้างรายได้ประจำและคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจะผลักดันกำไรเติบโตดีกว่ามุมมองเดิม จึงปรับเพิ่มประมาณการปี 2556-2557 จากเดิมเฉลี่ยต่อปี 33% และประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ 11.70 บาท.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

กสท.ฮึ่ม โทษรายการปากโป้ง อาร์เอส ถึงถอนใบอนุญาต

บอร์ด กสท. ส่งเรื่อง ปากโป้ง อาร์เอส ให้คณะอนุกรรมการเนื้อหารายการและผังรายการ สรุปบทลงโทษ ก่อนส่งเข้าบอร์ด กสท. อีกครั้ง ภายในกลางเดือน มิ.ย.56 คาดโทษตั้งแต่ตักเตือน ปรับ พักใช้ และสูงสุดเพิกถอนใบอนุญาต…

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท. มีมติตัดสินการให้สัมภาษณ์ของรายการปากโป้ง สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ของบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ว่ามีการกระทำและพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 37 วรรค 1 ที่มีการแพร่ภาพรายการซึ่งมีเนื้อหารายการขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยการพิจารณาของคณะอนุกรรมการเนื้อหารายการและผังรายการของ กสท.แล้ว และขั้นตอนต่างๆ ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว

สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่า บริษัท อาร์เอส ยืนยันว่าการให้สัมภาษณ์ทำตามระเบียบของบริษัทนั้น ประธาน กสท. กล่าวว่า การพิจารณาตัดสินของ บอร์ด กสท. ไม่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบของบริษัท แม้ว่ารายการจะทำถูกกฎระเบียบของบริษัท แต่ผิด พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 37 วรรค 1 ซึ่ง บอร์ด กสท. ใช้เกณฑ์ดังกล่าวพิจารณา

“อาร์เอส จะใช้เกณฑ์ของบริษัทมาตัดสินรายการก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับ กสท. เพราะเป็นคนละเกณฑ์กัน ส่วนบอร์ด กสท. มองว่าการที่อาร์เอสเอาเด็กออทิสติกมาออกทีวี แล้วมีการพูดถึงในลักษณะนั้น เท่ากับเป็นการข่มขืนซ้ำ ถือว่าผิดศีลธรรม” พ.อ.นที กล่าว

ประธาน กสท. กล่าวต่อว่า กระบวนการพิจารณาทั้งหมดของบอร์ด กสท. ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากเริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค.2556 โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องมาร่วมพิจารณา อาทิ ตัวแทนจากกระทรวงวัฒนธรรม ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวได้เห็นชอบและพิจารณาตัดสินไปในทางเดียวกัน กสท. โดยขั้นตอนต่อไป บอร์ด กสท. ได้มีมติให้คณะอนุฯ กลับไปพิจารณาเรื่องบทลงโทษ ตั้งแต่การตักเตือน ปรับ พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาต และให้รีบนำส่งเข้าที่ประชุมบอร์ด กสท. โดยคาดว่าจะสามารถนำเข้าบอร์ดและตัดสินได้ภายในกลางเดือน มิ.ย.2556.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,