Archive for October, 2013

ตะลึง ผลวิจัยชัดความเร็วบรอดแบนด์ เพิ่มรายได้ครัวเรือน

ตะลึง ผลวิจัยชัดความเร็วบรอดแบนด์ เพิ่มรายได้ครัวเรือน

“อีริคสันคอนซูเมอร์แล็บ” ผลการสำรวจกว่า 19,000 ครัวเรือน จาก 8 ประเทศ ถึงผลกระทบจากความเร็วของอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ที่มีต่อรายได้ของครอบครัว ชี้กลุ่มประเทศโออีซีดี ความเร็วจาก 4Mbps. เป็น 8Mbps. รายได้จะเพิ่มขึ้น 120 เหรียญฯ/เดือน ส่วนกลุ่มประเทศบราซิล อินเดีย และจีน จาก 0.5Mbps. เป็น 4 Mbps. ทำให้รายได้สูงขึ้น 46 เหรียญสหรัฐฯ…

อีริคสัน ร่วมกับ อาเธอร์ ดี ลิตเติล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชาลเมอร์ส ได้เสนองานวิจัยร่วมกัน เกี่ยวกับผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจของความเร็วบรอดแบนด์ที่มีต่อครัวเรือน การศึกษาในระดับครัวเรือน (เศรษฐกิจจุลภาค หรือ Microeconomics) ที่ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ มาจากหลายแหล่งที่มา รวมทั้งจากการสำรวจโดย อีริคสันคอนซูเมอร์แล็บ ตั้งแต่ปี 2553 โดยครอบคลุมมากกว่า 19,000 ครัวเรือน จาก 8 ประเทศ ที่ได้แสดงให้เห็นถึงปริมาณการเพิ่มความเร็วบรอดแบนด์นั้น สามารถสร้างผลกระทบต่อรายได้ในครัวเรือนได้อย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มดังกล่าวนี้มีปริมาณที่แตกต่างกัน สำหรับประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ โออีซีดี (OECD – Organization for Economic Cooperation and Development) และกลุ่มประเทศบราซิล อินเดีย และจีน หรือ บิก (BIC – Brazil, India and China)

จากการศึกษาพบว่า กลุ่มประเทศโออีซีดี จะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มความเร็วบรอดแบนด์มากกว่า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับแนวคิดที่ว่า การเพิ่มความเร็วบรอดแบนด์ จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อมีบริการคุณภาพดี บนอินเทอร์เน็ตควบคู่กันไปด้วย
ข้อสรุปสำคัญจากงานวิจัยชิ้นนี้ เมื่อควบคุมปัจจัยอื่นที่มีผลต่อรายได้แล้ว (เช่น อายุ เพศ การศึกษา ขนาดครอบครัว ทักษะ และอาชีพ) คือการเพิ่มความเร็วบรอดแบนด์ โดยเฉลี่ย จาก 4 เป็น 8 เมกะบิตต่อวินาที ทำให้รายได้สูงขึ้น 120 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน ในกลุ่มประเทศโออีซีดี (OECD)

สำหรับกลุ่มประเทศบิก (BIC) การเพิ่มความเร็วบรอดแบนด์ จาก 0.5 เป็น 4 เมกะบิตต่อวินาที จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ ทำให้รายได้สูงขึ้น 46 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน

นายเซบาสเตียน ทอลสตอย รองประธานฝ่าย Radio Business development and Strategy อีริคสัน กล่าวว่า ผลการศึกษานี้ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กับงานวิจัยที่เราเคยทำ โดยการศึกษาผลลัพธ์ จากการเพิ่มความเร็วบรอดแบนด์ที่มีต่อจีดีพี (GDP ? Gross Domestic Product) ใน 33 ประเทศ และอีกหลายงานวิจัยที่เราได้เคยศึกษามา โดยงานวิจัยทั้งหมด ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง มีผลในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ เรารู้ว่าความเร็วนั้นมีความหมาย และการเพิ่มความเร็วบรอดแบนด์ จะทำให้เกิดผลในทางที่ดียิ่งขึ้น และในปัจจุบัน เราสามารถแสดงผลลัพธ์นั้นในเชิงปริมาณที่ชัดเจน โดยการศึกษาตัวอย่างจำนวนมาก ทั้งในกลุ่มประเทศโออีซีดีและบิก รวมทั้งได้ทำการศึกษาลึกลงไป ถึงในระดับครัวเรือน

นายมาร์ติน กลาวมานน์ จากอาเธอร์ ดี ลิตเติล กล่าวว่า หลักฐานที่มี ล้วนทำให้เราเห็นว่า ความเร็วของอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ เป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ถึงกระนั้นก็ตาม ในหลายประเทศ รวมทั้งกลุ่มประเทศอียู กลับมีข้อกำหนดบางประการ จากองค์กรที่มีหน้าที่กำกับดูแล ซึ่งมีผลให้การขยายตัวไม่เป็นไปตามที่ควร องค์กรที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ จึงควรพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และตระหนักถึงความสำคัญของบรอดแบนด์ความเร็วสูง สำหรับประเทศในกลุ่มบิก นอกจากนั้นแล้ว บรอดแบนด์ยังทำให้ผู้ใช้ในครัวเรือน สามารถพัฒนาทักษะและผลผลิตของตนได้ ด้วยการศึกษาแบบ อีเลิร์นนิ่ง และบริการด้านธุรกิจต่างๆ รวมทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางในการซื้อสินค้า หรือใช้บริการด้านอื่นๆ อีกด้วย

ด้านนายอีริค โบห์ลิน ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชาลเมอร์ส กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ เป็นหนึ่งในงานวิจัยชิ้นแรกๆ ที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของความเร็วบรอดแบนด์ที่มีต่อรายได้ในครัวเรือน ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวด และประกอบด้วยข้อมูลสมทบปริมาณมาก ทำให้เราได้ข้อสรุปว่า การเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์จะช่วยเพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ควรได้รับการพิจารณา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายและกลยุทธ์สำคัญหลายประการ

ส่วนนายบัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า อีริคสัน กับ อาเธอร์ ดี ลิตเติล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชาลเมอร์ส ได้ร่วมกับศึกษาผลกระทบจากการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ต่อเศรษฐกิจมหภาคโดยรวมเมื่อปี 2553 ซึ่งมีการศึกษาใน 33 ประเทศ โดยได้ข้อสรุปคือ การเพิ่มความเร็วของบรอดแบนด์ทุกๆ 10% จะส่งผลให้เกิดการเพิ่มเศรษฐกิจจีดีพี (GDP) ของประเทศได้ถึง 1% และที่น่าสนใจอีกก็คือ การเพิ่มความเร็วบรอดแบนด์เป็นสองเท่า จะทำให้จีดีพี (GDP) เพิ่มขึ้นถึง 0.3% อีกด้วย

พร้อมกันนี้ ผอ.ฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อพิจารณาผลการศึกษาในปีนี้แล้ว ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาคความสามารถทางเศรษฐกิจ ทางทั้งในระดับมหภาคและระดับครัวเรือนอีกด้วย และเราต่างเริ่มเห็นภาครัฐต่างๆ ทั่วโลก ต่างผลักดัน นโยบายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์สำหรับทุกคน (Affordable Broadband for All) ที่การลงทุนในระบบโมบายบรอดแบนด์ ดูจะเป็นโชลูชั่นที่เร็ว และคุ้มค่าที่สุดแต่ความท้าทายก็คือ การจัดสรรและวางแผนคลื่นความถี่ สำหรับโมบายบรอดแบนด์ นั้นเอง.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

น่าภูมิใจ ไทยรับบทเจ้าภาพ ‘Capacity Asia’ ประชุมนานาชาติโทรคม

น่าภูมิใจ ไทยรับบทเจ้าภาพ 'Capacity Asia' ประชุมนานาชาติโทรคม

ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นสถานที่จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ อย่าง Capacity Asia 2013 ติดต่อเป็นปีที่สอง โดยมี CAT รับบทเจ้าภาพจัดงานร่วม ชี้ศักยภาพอยู่ในระดับผู้นำกลุ่มอินโดจีน…

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ได้จัดงาน Capacity Asia 2013 ระหว่างวันที่ 29-31 ต.ค.นี้ ณ โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน ซึ่งงานดังกล่าวเป็นการประชุมวิชาการนานาชาติ ที่มีการจัดงานแบบหมุนเวียนไปตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยจัดขึ้นเกือบ 20 ครั้งต่อปี ส่วนการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 2 ในประเทศไทย ซึ่งมี CAT เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน Capacity Asia ในประเทศไทย และมีผู้เข้าร่วมงานราว 500 คน ซึ่งเป็นผู้บริหาร บุคลากร หรือผู้เกี่ยวข้องในภาคธุรกิจโทรคมนาคม ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต รวมถึงผู้ให้บริการและโซลูชั่นในอุตสาหกรรมดังกล่าวจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอื่นจากทั่วโลก

ทั้งนี้ การเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงาน Capacity Asia 2013 เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีความพร้อมในด้านเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอินโดจีน ทั้งยังสามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยีดังกล่าวกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันประเทศไทยยังถูกยกให้เป็นศูนย์กลางทั้งด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม โดยปกติการจัดงาน Capacity จะจัดขึ้นเพียง 2 วันต่อครั้ง แต่การจัดงาน Capacity Asia 2013 ในประเทศไทยนี้จัดขึ้น 3 วัน เนื่องจากมีการรวมงาน Capacity China เข้าด้วย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

‘CAT’ ฟุ้งพร้อมสู้ศึก4จี หวั่นเปิดเออีซีทำรายได้หด

'CAT' ฟุ้งพร้อมสู้ศึก4จี หวั่นเปิดเออีซีทำรายได้หด

กสท โทรคมนาคม หรือ CAT ยอมรับสิ้นสัมปทาน 1800 ทำองค์กรเสียรายได้ โต้ยังมีศักยภาพจากสายธุรกิจอื่น แต่แอบหวั่น AEC เปิดโอกาสให้องค์กรต่างชาติเข้าทำตลาดได้เสรีหนัก เตรียมใจรับหากรายได้ลดลง…

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. นางอโณทัย คล้ามไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ (กลุ่มบริการลูกค้าขายส่งและเอกชน) สายงานการตลาด บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) ให้บริการ 4จี เป็นอย่างมาก และมั่นใจว่าจะเข้าร่วมประมูลไลเซ่นส์ดังกล่าวเมื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนการประมูลช่องรายการในระบบทีวีดิจิตอลนั้น แม้บริษัทจะไม่ได้เข้าร่วมการประมูลแต่ก็สนใจเป็นผู้ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการออกอากาศแก่ผู้ที่ชนะประมูลทุกราย

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ (กลุ่มบริการลูกค้าขายส่งและเอกชน) สายงานการตลาด CAT กล่าวว่า หลังจากระบบสัญญาสัมปทานบนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ระหว่างบริษัทที่มีกับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ที่จะนำส่งต่อรัฐบาลเป็นจำนวนมาก จากเดิมที่เคยนำรายได้ส่งให้ในหลักหมื่นล้านบาทต่อปี และแม้ว่าจะต้องสูญเสียรายได้จากส่วนดังกล่าวไปแต่บริษัทยังมีสายธุรกิจอื่นๆ ในด้านโทรคมนาคมซึ่งคาดว่าจะสามารถชดเชยรายได้ในส่วนดังกล่าวได้ และทำให้ธุรกิจของบริษัทยังคงดำเนินต่อไปในฐานะองค์กรที่มีความมั่นคงในสายธุรกิจโทรคมนาคม

นางอโณทัย กล่าวอีกว่า ในอดีตธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้หลักให้บริษัท คือ บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ซึ่งเคยทำรายได้ราว 7,000 ล้านบาทต่อปี แต่จากการเปิดบริการ 3จี 4จี และทีวีดิจิตอลในปัจจุบัน ส่งผลให้แนวโน้มรายได้จากสายธุรกิจของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยคาดว่าธุรกิจประเภทสื่อสารข้อมูลระหว่างประเทศจะขยายตัวมากขึ้น โดยจะเข้ามาทดแทนการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันบริษัทยังมีธุรกิจที่เป็นสัญญาร่วมกับบริษัทเอกชน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัทไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาทในปีนี้อีกด้วย

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ (กลุ่มบริการลูกค้าขายส่งและเอกชน) สายงานการตลาด CAT กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีสายธุรกิจเกี่ยวกับบริการสื่อสารข้อมูลระหว่างประเทศภายใต้ชื่อ CAT Datacom ซึ่งเป็นสายธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญและให้บริการมานานหลายสิบปี โดยเป็นการสื่อสารข้อมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในช่วง 2 ปีนี้บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศอาเซียน เพื่อรับการมาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และรองรับความนิยมในการใช้งานแอพพลิเคชั่น วิดีโอ และคอนเทนต์ต่างๆ จากการใช้งานสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ที่ส่งผลให้โมบายคอนเทนต์มีความต้องการใช้งานมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางอโณทัย กล่าวอีกว่า แม้ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของผู้ให้บริการที่จะเชื่อมโยงไปยังพม่า ลาว กัมพูชา รวมถึงประเทศอื่นๆ เพื่อรับการเกิดเออีซี แต่บริษัทจะเน้นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจโดยถือเป็นกลยุทธ์หลัก เพราะแม้ว่าหลายฝ่ายจะมองการมาของเออีซีคือโอกาสทางการแข่งขันกับประเทศสมาชิกอื่นๆ แต่บริษัทเชื่อว่าการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจนั้นจะทำให้บริษัทมีโอกาสมากกว่าการแข่งขันทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์ว่าการมาของเออีซีนี้จะส่งผลให้รายได้ของบริษัทลดลงเล็กน้อย เนื่องจากการเปิดการค้าเสรีอาจทำให้องค์กรขนาดใหญ่จากต่างประเทศมุ่งเข้ามาทำธุรกิจในลักษณะเดียวกับ CAT เป็นจำนวนมาก.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ยื่นซองประมูลทีวีดิจิตอลวันสุดท้ายคึกคัก ช่อง SD แข่งดุ

ยื่นซองประมูลทีวีดิจิตอลวันสุดท้ายคึกคัก ช่อง SD แข่งดุ

กสท. เปิดยื่นซองประมูลทีวีดิจิตอลวันสุดท้ายคึกคัก รวมแล้ว 29 บริษัท 40 ซอง ขณะที่ช่อง SD การแข่งขันรุนแรงสุด 16 ซอง…

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. บรรยากาศในช่วงเช้าของการเปิดยื่นซองประมูลทีวีดิจิตอล ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีเอกชนมายื่นแล้วจำนวน 9 บริษัท 12 ซอง ประกอบด้วย บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3) มาเป็นรายแรก ยื่นช่องเด็ก เครือเนชั่น ยื่นช่องเด็ก, ช่องข่าว และเอสดี ซึ่งมาเป็นวันที่สอง หลังจากวานนี้ติดปัญหาเอกสาร บริษัท บางกอกมีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (กลุ่มปราสาททองโอสถ) ยื่นช่องเอสดี และเอชดี

บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ยื่นช่องข่าว, บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ซื้อช่องเอสดี, บริษัท โมโน เจนเนอเรชั่น จำกัด ซื้อช่องข่าว, บริษัททรู ดีทีที จำกัด ยื่นช่องเด็ก และเอสดี ในขณะที่?บริษัท ไทยนิวเน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด ยื่นช่องข่าว

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า หากรวมจำนวนบริษัทที่ยื่นซองช่วงเช้าวันนี้ กับวานนี้ (28 ต.ค.) รวมเป็น 29 บริษัท 40 ซอง ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนบริษัทที่เข้าซื้อซองที่ 33 บริษัท 49 ซอง เมื่อวันที่ 10-12 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งการประมูลทีวีดิจิตอล หากพิจารณาจำนวนผู้ยื่นเอกสาร ใน 4 กลุ่มช่องรายการ ถือว่าเกินกว่าเกณฑ์ที่ กสทช.กำหนด โดย ล่าสุดมีการยื่นประเภทเด็ก 6 ซอง ข่าว 10 ซอง ทั่วไป (เอสดี) 16 ซอง ทั่วไป (เอชดี) 8 ซอง ซึ่งแน่นอนแล้วว่า สามารถเปิดประมูลทีวีดิจิตอลได้ โดยช่องเอสดีมีการแข่งขันมากที่สุด

ส่วนรูปแบบการประมูล กสทช.กำหนดให้เริ่มประมูล ช่องรายการทั่วไป (เอชดี) เป็นช่องแรก ตามด้วย กลุ่มช่องรายการทั่วไป (เอสดี) ช่องข่าว และช่องเด็ก ตามลำดับ

สำหรับบริษัทที่ยังไม่ได้มายื่น มีจำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท โมโน ทีวี จำกัด ซื้อช่องเอชดี บริษัท แอคทีฟโพสต์ จำกัด ซื้อช่องเด็ก บริษัท เนชั่นแนล เทเลวิชั่น แอนด์คอมมูนิเคชั่น จำกัด ซื้อช่องเอสดี และบริษัท จันทร์25 จำกัด (คุณแดง) ซื้อช่องเอชดี ซึ่งรายล่าสุดกำลังเป็นที่จับตามองกรณีการถือหุ้นกับบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์ และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7)

อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จสิ้นการยื่นซองแล้ว กสทช. จะใช้เวลาพิจารณาคุณสมบัติผู้ประกอบการจำนวน 45 วัน หรือไม่เกินวันที่ 13 ธ.ค. จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูล โดยคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลทีวีดิจิตอลเร็วสุดกลาง ธ.ค.2556 และช้าสุดกลาง ม.ค.2557.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

โลกาภิวัตน์ 29/10/56

โลกาภิวัตน์ 29/10/56

องค์การอวกาศโบลิเวีย

จานเสาอากาศขององค์การอวกาศโบลิเวีย ติดตั้งขึ้นที่เมืองอมาชูมา ชานกรุงลาปาซ ตามสื่อของโบลิเวียแจ้งว่า บรรษัทอุตสาหกรรม? เกรท วอลล์ของจีน จะมาส่งดาวเทียมสื่อสารดวงแรกของโบลิเวียให้กำหนดในเดือนธันวาคมนี้.

ยานอวกาศลำเลียง

?

ยานอวกาสลำเลียง ?ซิกนัส? เทียบติดกับสถานีอวกาศระหว่างประเทศ ยานนี้เป็นของบริษัทยานอวกาสลำเลียงเอกชน ที่สหรัฐฯสร้างขึ้น และคาดว่าจะได้รับการว่าจ้างจากองค์การอวกาศสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าสูงถึงหลายพันล้านบาท รับเหมาการจัดส่งยานลำเลียงอวกาศไปตามที่มั่นขององค์การในอวกาศแห่งต่างๆ.

กล้องโทรทรรศน์เอธิโอเปีย

?

ชาติต่างๆเกิดความสนใจกิจการทาง ด้านอวกาศกันมากขึ้น ทางสมาคมวิทยาศาสตร์ และอวกาศเอธิโอเปีย ก็เริ่มติดตั้งตู้กล้องโทรทรรศน์ขึ้น ที่เมืองเอนโทโท ชานกรุงแอนดิส อบาบา ตอนปลายเดือนที่แล้ว.

ทัศนาจรริมขอบห้วงอวกาศ

?

ภาพวาดของบริษัทเวิลด์ วิว เอนเตอร์ไพรส์ ที่สหรัฐฯอเมริกาแสดงบอลลูนซึ่งจะพานักทัศนาจร 6 คน กับนักบินอีก 2 คน ขึ้นไปถึงริมขอบห้วงอวกาศ ชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์สูงจากพื้นโลก 30 กม. เป็นเวลานาน 2 ชม. คิดค่าตั๋วคนละ 2,225,000 โดยเตรียมจะทดลองปล่อยลูกบอลลูนภายในปีนี้? และคาดว่าจะรับผู้โดยสารได้ภายในเวลา 3 ปีนี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

เตือนผู้ใช้เน็ตระวังถูกหลอกแจกของฟรีวันฮัลโลวีน

เตือนผู้ใช้เน็ตระวังถูกหลอกแจกของฟรีวันฮัลโลวีน

เทรนด์ไมโคร ประกาศเตือนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตระวังถูกหลอกว่าได้ของฟรีในวันฮัลโลวีน “Halloween GET FREE” ผ่านทางเว็บไซต์ยอดนิยมอย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูบ…

นายรูบี้ ซานโตส นักวิเคราะห์ด้านภัยคุกคาม ศูนย์วิจัยเทรนด์แล็บส์ บริษัท เทรนด์ไมโคร เปิดเผยว่า ในช่วงใกล้เทศกาลวันฮัลโลวีน ทุกคนคงคิดถึงเรื่องเครื่องแต่งกายและลูกอมที่หอมหวาน โดยเหล่าอาชญากรไซเบอร์ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน โดยล่าสุด เทรนด์ไมโครตรวจพบว่า มีการหลอกลวงหลายอย่างที่ใช้ประโยชน์จากเทศกาลฮัลโลวีนที่กำลังจะมาถึง ผ่านทางเว็บไซต์ยอดนิยมอย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูบ

นักวิเคราะห์ด้านภัยคุกคาม ศูนย์วิจัยเทรนด์แล็บส์ กล่าวต่อว่า การหลอกลวงที่ตรวจพบได้ใช้ของฟรีรับเทศกาลฮาโลวีนเป็นเหยื่อล่อ นั่นคือ เมื่อมีการค้นหาคำว่า “Halloween GET FREE” ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก็จะถูกนำไปยังวิดีโอยูทูบที่น่าสงสัย : โดยยูอาร์แอล (URL) ที่โฆษณาในหน้าวิดีโอดังกล่าว จะนำผู้ใช้ไปยังไซต์หลอกลวงที่จะขอให้ผู้ใช้ระบุข้อมูลส่วนตัว รวมถึงที่อยู่อีเมลด้วย นอกจากนี้ เมื่อใช้คำสำคัญ (keyword ) ที่คล้ายกันดังกล่าวบนทวิตเตอร์ ก็จะแสดงสองบัญชีที่น่าสงสัยขึ้นมา โดยแต่ละบัญชีจะแสดงชื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่มีธีมเป็นวันฮัลโลวีน เพื่อล่อให้ผู้ใช้เข้าเข้าไปดูบัญชีดังกล่าว แต่ละบัญชีจะลงโฆษณาลูกอมฮัลโลวีนแจกฟรีพร้อมกับยูอาร์แอลที่เกี่ยวข้องสำหรับเข้าไปรับลูกอมดังกล่าว โดยเว็บไซต์ที่โฆษณานั้นจะนำผู้ใช้ไปยังแบบสำรวจลวงแทนที่จะเป็นลูกอม

นายรูบี้ กล่าวอีกว่า ขณะที่ เฟซบุ๊ก ก็ถือเป็นแหล่งรวมแบบสำรวจลวงที่ใช้ธีมของฮัลโลวีนมาเป็นประโยชน์ด้วยเช่นกัน โดยเทรนด์ไมโครได้สำรวจหน้าเฟซบุ๊กที่โฆษณาลูกอมฮาโลวีนแจกฟรี ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนกับทวิตเตอร์ นั่นคือเมื่อต้องการรับลูกอม ผู้ใช้จะต้องคลิกลิงก์บนหน้านั้นก่อน และเหมือนกับการหลอกลวงอื่นๆ เมื่อคลิกลิงก์แล้ว ผู้ใช้ก็จะถูกนำไปยังไซต์แบบสำรวจ แต่มีข้อสังเกตตรงที่ผู้ใช้จะถูกนำไปยังหน้าเดียวกับที่เคยใช้ในการหลอกลวง ผ่านยูทูบตามที่ได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ และเพื่อล่อให้ผู้ใช้ตายใจมากขึ้น เว็บไซต์ดังกล่าวก็จะให้สัญญาว่าพร้อมจะมอบผลิตภัณฑ์แอปเปิลให้เพื่อแลกกับการทำแบบสำรวจให้เสร็จ

แม้ว่าของฟรีออนไลน์จะดูยั่วยวน แต่ผู้ใช้ควรระวังเสมอเมื่อพบกับโปรโมชั่น หรือดีล ในลักษณะนี้ เนื่องจากอาชญากรไซเบอร์พร้อมให้สัญญาทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ และเมื่อพบกับดีลที่ดูดีจนเกินจริง ผู้ใช้ควรให้การระมัดระวังเป็นพิเศษและคิดเสมอว่า ดีลนั้นไม่น่าจะใช่เรื่องจริง ทั้งนี้ บริษัท เทรนด์ ไมโคร พร้อมให้การปกป้องผู้ใช้จากภัยคุกคามในลักษณะนี้แล้ว ด้วยการบล็อกเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงเหล่านี้ และเทรนด์ไมโครยังเดินหน้าค้นหาภัยคุกคามที่เกี่ยวข้อง และที่มีลักษณะ คล้ายคลึงกันเพื่อทำการบล็อกตามความเหมาะสมด้วย.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:

‘ธิดาพญายม’ ตอนอวสานกับ CGงานเผาที่ชาวเน็ตรับไม่ได้

'ธิดาพญายม' ตอนอวสานกับ CGงานเผาที่ชาวเน็ตรับไม่ได้

กลายเป็นประเด็นร้อนของวงการโทรทัศน์ที่ลุกลามบานปลาย กับละครแฟนตาซีเรตติ้งดีของสถานีโทรทัศน์สีช่อง 7 “ธิดาพญายม” ในตอนอวสาน ที่มีฉากหลุดที่ทำ CG ไม่เรียบร้อย ดูเหมือนงานสุกเอาเผากิน ดูถูกคนดู จนเกิดความไม่พอใจ ลุกลามไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต ขณะที่กันตนาออกมาแจงปัญหามาจากเหตุขัดข้องทางเทคนิค…

กลายเป็นประเด็นร้อนของวงการโทรทัศน์ที่ลุกลามบานปลาย กับละครแฟนตาซีเรตติ้งดีของสถานีโทรทัศน์สีช่อง 7 “ธิดาพญายม” ในตอนอวสาน ที่คนดูต่างจับตารอหลังสร้างกระแสใหม่ของละครหลังข่าวที่ใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟิกสุดอลังการ จนเป็นละครฮิตที่คนให้ความสนใจกลับต้องมาตกม้าตายตอนจบ เมื่อตอนอวสานกลับมีการปล่อยผ่านฉากที่ทำ CG ไม่เสร็จ เช่น การตกแต่งฉากไม่เรียบร้อย ดาบเลเซอร์ ก็กลายเป็นดาบของเล่น โดยมีบางคัตถึงกับเหลือแต่บลูสกรีนเลยทีเดียว จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก่นด่ากับงานที่ทำแบบสุกเอาเผากินอย่างไม่น่าให้อภัย เนื่องจากละครปิดกล้องไปหลายสัปดาห์แล้ว ไม่ได้ถ่ายไปออนแอร์ไปเหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่เคยออกอากาศก่อนหน้านี้ิ

จึงกลายเป็นที่มาของกระทู้แนะนำในเว็บไซต์พันทิป http://pantip.com/topic/31163806 “ธิดาพญายม…กันตนา ทุเรศมาก รับไม่ได้” โดยคุณ NSJM ระบุว่า “ทางกันตนาและทีมงานออกมาชี้แจงแล้วว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ผมก็ขอโทษด้วยเช่นกันครับที่ติแรง ยังไงผมก็อยากเห็นตอนจบแบบสมบูรณ์ ที่ทำกราฟิกเสร็จแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อัพโหลดให้ดูหน่อยนะครับ” พร้อมกับโพสต์ภาพ ซีนต่อสู้กัน แต่ไม่ใส่ซีจีปล่อยพลัง

จากนั้นก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเห็น เช่น

คุณ aui_jung ระบุว่า ทำซีจีแบบนี้ เรารู้สึกดูถูกคนดูนะ คือ ถ้าทำไม่ถึงจริง ทำเรื่องแนวอื่นดีกว่า? อยากให้เป็นบทเรียนของช่องจริงนะ ถ้าจะทำละครแนวแฟนตาซี ช่วยทำซีจีให้ดีหน่อยได้ไหม โลกเค้าไปไกลแล้วนะ ลองดูซีรีส์ญี่ปุ่น เกาหลี เค้าทำได้ดีกว่าเราเยอะมาก เราโทษกันตนาจริงๆ ที่ปล่อยผ่านมาได้ รวมถึงช่องด้วย ถ้าไม่พร้อมจริงๆ ทำไมไม่รอให้ถ่ายเสร็จก่อน เช็กภาพให้ดีก่อน

คุณ GWP Vll ระบุว่า “มันไม่ได้เลวร้ายมาทั้งเรื่อง แต่ตายสนิทจริงๆ ในตอนจบ เรื่องนี้เป็นบทเรียนราคาแพงนะคะ คนที่ให้โอกาสคุณยังมีอีกมาก เพราะเสียงพันทิปไม่ใช่คนทั้งประเทศแต่ก็ถือเป็นช่องทางหลักที่คนดูจะสื่อสารกับผู้ผลิตได้ง่ายที่สุดทางหนึ่ง อย่างไรก็ดีคนที่พร้อมจะซ้ำเติมคุณก็มีอีกมากกกกกเช่นกัน ฉะนั้น ดูแลตัวเองไม่ให้พลาดอีกดีที่สุด”

คุณ Godzilla-blue ระบุว่า เค้าอาจจะทำดีที่สุดแล้ว ให้กำลังใจกันตนา กับซีจีเจ๋งๆ (ประชด) พร้อมกับภาพประกอบ

ด้าน คุณ tkung13 ระบุว่า อยากให้คิดว่าที่หลายๆ คนเข้ามาก็เป็นการติเพื่อก่อนะครับ ไม่ใช่อคติ ละครไทยจะได้พัฒนา ขึ้นชื่อว่าสิ่งที่ต้องนำเสนอไปทั้งประเทศยังไงก็ควรทำให้มีมาตรฐาน จะได้เหมือนต่างประเทศที่กว่าจะได้ตอนๆ เดียวในซีรีส์เรื่องหนึ่งนี่ละเอียด พิถีพิถันขนาดไหน ไม่ใช่ทางช่องต้องการแค่ค่าโฆษณาแล้วคิดแค่ว่าขอให้มีออกอากาศก็พอ

อีกทั้งกระทู้ “ขอบ่นถึง ธิดาพญายม กับกันตนาหน่อยได้หรือเปล่าครับ ?” ของคุณ artsaurus ที่ระบุว่า
ได้ดูตอนจบของธิดาพยายม ของกันตนา แล้วหมดคำพูด เห้อ ..
ช่อง 7 มีแพลนที่จะประมูลช่อง HD แล้ว แต่ CG ยังเป็นแบบนี้ ระดับที่ดูแล้วทำให้น้ำตาผมไหลได้
(ด้วยความประทับใจมั้ย ?) แล้วถ้าเป็นช่อง HD มันจะเห็นชัดกว่านี้หรือเปล่าครับ ต้องการเอางานแบบนี้ให้ดูผ่านระบบ HD เหรอ ? เหอะๆ ตลก

ขอพูดถึงช่อง 7 หน่อยนะครับ การที่ถ่ายไปออนแอร์ไป มันจะเกิดเหตุการณ์บ้าๆ บอๆ ให้คนดูนั่งน้ำตาไหลด้วยความปลาบปลื้ม เลิกเถอะครับ เอาจริงๆ เถอะ ในฐานะแฟนช่อง 7 ไม่อยากให้ทำแบบนี้ “ดูถูกคนดูสุดๆ” ท่องไว้ครับ ไม่ใช่งานส่งอาจารย์ ให้คนดูทั้งประเทศดูครับ มันงานระดับประเทศ
ไม่คิดจะกรองอะไรหน่อยเหรอครับ ?

คือสงสัยมานานแล้ว ละครก่อนจะออกอากาศต้องส่งเทปให้ทางช่องเช็กก่อนกี่วัน
และเทปควรจะเสร็จเรียบร้อย เอาเทปไปนอนรอเพื่อฉายต้องกี่วัน ?
แล้วระหว่างนั้นถ้าไม่ผ่านมีการจัดการให้แก้ยังไงให้ทันออกอากาศ หลักการจัดการพวกนี้มีหรือเปล่าครับ ?
ตึกสูงซะเปล่า กำไรเยอะซะเปล่า ทำงานสุกเอาเผากิน
มันจะมีเหตุการณ์พวกนี้หรือเปล่า ถ้าทำงานให้เป็นระบบ วางแผนให้มันรอบคอบ ?

ผมจำได้ว่า กันตนา เปิดโรงเรียนสอน computer graphic แล้วก็สร้างการ์ตูนมาหลายเรื่อง
ผมมองว่ากันตนาเป็นต่อมาก เพราะมีทั้งอุปกรณ์พร้อม คนพร้อม แต่มันเกิดอะไรขึ้น ?
เจอแบบนี้ใครจะกล้าไปเรียนครับ ผมยังกลัวเลย
แปลกใจจัง เทคโนโลยีเดินหน้า มันก็น่าจะช่วยทำให้มันง่ายขึ้นป่ะ การทำ CG พวกนี้เนี่ย ?
แล้วคนทำงาน ทำมาเรื่อยๆ ประสบการณ์มันก็น่าจะเยอะขึ้นป่ะครับ ?
ผมคิดถึงคุณยายวรนาถ ทายาทอสูร เทคโนโลยีด้อยกว่า ? ทำไมผมรู้สึกว่ามันทำออกมาดีกว่านี้ เจ้าเดียวกันด้วย
ถ้าตอนต้นๆ เรื่องยังมีเวลาทำนะครับ ทำไมคุณยายวรนาถดีกว่า ทำงานก็อายเวอร์ชั่นโปรแกรมหน่อยนะ เครื่องมือตัวช่วยอะไรก็น่าจะเยอะกว่า T T (ไม่อยากใจดำไปติท้ายเรื่อง)

ป.ล.1 ผมไม่ได้เป็นติ่งอีกช่องนะครับ ผมดูทั้งสามและเจ็ด ติเพื่อก่อ อย่าเหวี่ยงใส่นะขอร้อง
อย่าให้เหมือนห้องอื่นๆ เลยครับ ที่ติอะไรไม่ได้ ต้องมีติ่งคอยมาแขวะ
ถ้ามันพลาดก็ยอมรับว่าพลาดเถอะครับ เสียงของผู้บริโภคตัวเล็กๆ อย่างผมไปถึงเขา
จะได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานสักที แต่อย่างว่าเสียงพันทิปมันก็ไม่ได้ดังอะไรขนาดนั้น
เพราะก็ออกมาบ่นบ่อยแต่ก็เหมือนเดิม

ป.ล.2 ผมยังรักกันตนานะครับ ผมยังจำงานดีๆ ที่กันตนาทำได้อยู่
ผมเชื่อว่ากันตนาทำได้ ผมเห็นพี่ตุ๊กตาออกมาขอโทษผมก็สบายใจหน่อยครับ
ที่อย่างน้อยก็ยังรู้ความผิดพลาด สู้ๆ นะพี่ ผมรอกันตนา ท็อปฟอร์มเหมือนเดิม
ยังรักกันตนาเหมือนเดิมครับผม อิอิ อยากดู Big Brother ค๊าบบบ พี่ตุ๊กตา

ป.ล.3 ช่อง 7 ครับ เลิกให้ค่ายละครถ่ายไปฉายไปเถอะครับ
ถ้าต้องการขยายตอนละคร ทำไมไม่ถ่ายออกมาทีเดียวให้เสร็จ ถ้าต้องการตัดตอนละคร ก็ตัดจากที่มีออกครับ
ถ้าต้องการเพิ่ม ก็เอาที่ถ่ายใส่เข้าไป มันยากตรงไหน
(เดี๋ยวก็บ่นว่าเปลืองงบอีก ได้กำไรต่อปีเท่าไหร่ ? แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกครับ)
งานมันก็จะออกมาลื่นไม่ยืดเหมือนที่เป็น หรือปั่นงานไม่ทันแบบที่เป็นวันนี้
สงสารค่ายละครที่ต้องมานั่งตัดแบบลวกๆ ทั้งๆ ที่เขามีฝีมือทำได้ แต่ไม่มีเวลาให้แสดงฝีมือ
ถ้าทำออกมาดี ผมจะยอมนั่งดูโฆษณาทุกตัว ไม่ลุกไปฉี่ ซื้อ อุดหนุนสินค้าทุกชิ้นเท่าที่มีเงินนะ ห้าๆ
ละครช่อง 7 ความประณีตเคยเป็นหัวใจหลักหนิครับ ? ตอนนี้มันหายไปไหนแล้ว ? มันหายไปไหน ?

ในเฟซบุ๊กแฟนเพจของละครธิดาพญายมที่แฟนคลับทำอย่าง “เอกภพ-ณัชชา (นิว & ขวัญ) ธิดาพญายม” (https://www.facebook.com/NewWongsakornKwanUsamanee?fref=ts) แฟนละครก็ยังเห็นความผิดปกติของฉากในละครเช่นกัน

ต่อมา ตุ๊กตา จิตรลดา ดิษยนันทน์ ผู้บริหารของค่ายกันตนา ได้โพสต์รูปผ่านอินสตาแกรม พร้อมกับคำชี้แจงระบุว่า สำหรับกรณีตอนจบของละครธิดาพญายมที่ออกอากาศไปเมื่อคืนนั้น ต้องขออภัยในความผิดพลาดเป็นอย่างสูง และขอเรียนชี้แจงในความผิดพลาดดังนี้

ละครที่ผ่านๆ มาที่เคยผลิต จะมี CG ประมาณ 100-200 ภาพ ต่อ 1 ตอน ละครเสือสั่งฟ้ามากสุดที่เคยผลิตมี 300 ภาพ ต่อตอน แต่ธิดาพญายม มีถึง 600 ภาพ ต่อตอน และในตอนอวสาน มีมากถึง 1,213 ภาพ

ทั้งนี้ ทีมงานได้เตรียมระบบรองรับ ทั้งการเพิ่มจำนวนพนักงานและคอมพิวเตอร์กว่าเท่าตัว จนสามารถดำเนินการผลิต CG จนเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อ 08.00 น. ของวันที่ 27 ต.ค. ขณะที่ทีมงานกำลังนำภาพทั้งหมดลงเทปเพื่อส่งสถานีออกอากาศ ฮาร์ดดิสก์ที่จัดเก็บมีอาการเสียงดังและดับไป ทีมงานได้นำฮาร์ดดิสก์สำรองมาทำงานแทน ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 8 ชม. แต่ก็ยังเกรงว่าจะออกอากาศไม่ทันเวลา จึงระดมทีมงานแก้ไขปัญหาทางเทคนิคอย่างเต็มความสามารถ

เวลา 17.00 น. สามารถส่งเทปออกอากาศได้บางส่วน (4 เบรก จาก 7 เบรก)

เวลา 20.30 ทีมงานจึงตัดสินใจส่งเทปที่ทำ CG สำรองระหว่างที่ยังแก้ปัญหาไม่ลุล่วง แต่ยังไม่เรียบร้อยไปสถานีเพราะเกรงว่าหากไม่มีออกอากาศ จะเกิดความเสียหายขึ้นมากยิ่งขึ้น

ขอยืนยันว่าเราให้ความสำคัญกับทุกผลงานที่ผลิตอย่างเต็มที่ และให้ความสำคัญกับผู้ชมเป็นอันดับแรก แต่ด้วยข้อผิดพลาดทางเทคนิคดังกล่าวข้างต้นที่ได้เรียน จึงขอน้อมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และจะปรับปรุงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีก

นอกจากนี้ยังมี คุณ boy_boy ที่ระบุว่าเป็นหนึ่งในทีมตัดต่อของละครธิดาพญายม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กชี้แจงสาเหตุของฉากในละครบางส่วนที่ไม่เรียบร้อย โดยระบุว่า สาเหตุมาจากฮาร์ดดิสก์มีปัญหา และการเรนเดอร์ภาพที่ไม่ทันเวลาที่ต้องฉายออกอากาศ

อย่างไรก็ตาม กระแสความไม่พอใจของบรรดาแฟนคลับละคร และคนดูละครช่อง7 ยังคงคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มมีชาวเน็ตนำเอาภาพฉากในละคร “ธิดาพญายม” ที่ทำ CG ไม่เสร็จสมบูรณ์มาดัดแปลงตกแต่งเอฟเฟกต์เข้าไปใหม่จนกลายเป็นการ์ตูนล้อเลียนที่ให้อารมณ์ขำๆ ลดความตึงเครียดของคนดูละครไปบ้าง

อย่างเช่นในเฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมองน้อย” Samongnoiofdestiny (https://www.facebook.com/pages/Samongnoiofdestiny/109011765916175) ก็นำเอาภาพของละครมาใส่เรื่องราวของ โปเกมอน ที่เรียกมอนสเตอร์ “ปิกะจู” มาโจมตี

เกมกลคนอัจฉริยะ ที่เอาฉากดรอว์การ์ด ที่ใช้การ์ดเวทมนตร์ “ธันเดอร์โบลด์” มาโจมตีปิศาจ

?

และเอาไปแต่งเป็นทหารปกป้องเมืองจากยักษ์กินคนในแอนิเมชั่น “ผ่าพิภพไททัน” อีกด้วย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

‘ซีเกท’ส่งฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์อัลตร้าโมไบล์ เพื่อแท็บเล็ต จุ500GB

'ซีเกท'ส่งฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์อัลตร้าโมไบล์ เพื่อแท็บเล็ต จุ500GB

“ซีเกท” เปิดแนวรุกด้านตลาดแท็บเล็ต ส่งโซลูชั่นฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์อัลตร้าโมไบล์ ด้วยความจุ 500 กิกะไบต์ สูงกว่าความจุ 64GB รุ่นเดิมถึง 7 เท่า ควบคู่กับซอฟต์แวร์จัดการด้านข้อมูลซีเกท ไดนามิค ดาต้า ไดรฟ์เวอร์ ช่วยให้กินไฟน้อย รองรับการทำงานกับเซ็นเซอร์กันกระแทก…

บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผู้นำทั่วโลกในด้านโซลูชั่น สำหรับจัดเก็บข้อมูล เปิดเผยเกี่ยวกับฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ซีเกท อัลตร้า โมไบล์? รุ่นใหม่ ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับอุปกรณ์พกพา ฮาร์ดไดรฟ์รุ่นนี้เป็นหนึ่งในชุดอุปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้งานของผลิตภัณฑ์แบบพกพา (Seagate Mobile Enablement Kit) ซึ่งมีเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ไดนามิค ดาต้า ไดรฟ์เวอร์ ของซีเกท (Seagate?s Dynamic Data Driver software technology) เป็นโซลูชั่นสำหรับจัดเก็บข้อมูลรุ่นใหม่ ซึ่งมีความจุในการจัดเก็บข้อมูลสูงกว่าความจุ 64 กิกะไบต์ ของเครื่องแท็บเล็ตรุ่นดั้งเดิม ถึง 7 เท่า กินไฟ มีประสิทธิภาพในการทำงานและมีความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกับอุปกรณ์แฟลช

นายสตีฟ ลุคโซ่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารและประธานกรรมการของซีเกท กล่าวว่า เมื่อผสมผสานฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่บางเป็นพิเศษ และมีความจุสูงกับซอฟต์แวร์ที่ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มศักยภาพให้อยู่ในระดับสูงสุด เมื่อถูกนำไปใช้ในเครื่องแท็บเล็ตในระดับราคาที่คุ้มค่าเป็นพิเศษ ทำให้เราสามารถจัดส่งโซลูชั่นใหม่ ซึ่งทำให้พันธมิตรทางธุรกิจของเราสามารถจินตนาการเกี่ยวกับศักยภาพในการจัดเก็บข้อมูลของอุปกรณ์แบบพกพาได้ใหม่ จากการนำขุมพลังมายังผู้ผลิตโออีเอ็มด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ เราได้เชื้อเชิญอุตสาหกรรมให้คิดใหม่เกี่ยวกับตลาดผลิตภัณฑ์แบบพกพา ที่เป็นผู้เปลี่ยนเกมในโลกของการจัดเก็บข้อมูล

ด้านนายจอห์น ไรด์นิ่ง รองประธานฝ่ายวิจัยฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และเซมิคอนดัคเตอร์ ของไอดีซี กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างแท็บเล็ตและเครื่องพีซีแบบพกพา เครื่องแท็บเล็ตรุ่นปัจจุบันยอมลดความจุในการจัดเก็บข้อมูล เพื่อความได้เปรียบในการเป็นอุปกรณ์ที่บางและเบา รวมทั้งมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน ชุดอุปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้งานของผลิตภัณฑ์แบบพกพา? (Mobile Enablement Kit) รุ่นใหม่ของซีเกท จะนำมาซึ่งความจุในการจัดเก็บข้อมูลสูงมากเหมือนกับเครื่องพีซีมายังรูปแบบที่บางและเบาของแท็บเล็ต และวางตำแหน่งซีเกทในฐานะผู้นำเสนอโซลูชั่นสำหรับจัดเก็บข้อมูลแก่ตลาดแท็บเล็ตที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ซีเกท ได้ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ให้เหนือชั้นกว่าฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ สำหรับเครื่องแล็ปท็อปมาตรฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการแบบพกพา ให้อยู่ในระดับสูงสุดด้วยฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ รุ่น อัลตร้า โมไบล์ (Ultra Mobile HDD) และชุดอุปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้งานของผลิตภัณฑ์แบบพกพา ประกอบด้วย shock management ความร้อนและการสั่นสะเทือน รวมทั้งการเคลื่อนไหวแบบไจโรสโคป (gyroscopic motion) ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ผ่านการทดสอบเพื่อสร้างความมั่นใจว่าไดรฟ์รุ่นดังกล่าว จะนำมาซึ่งประสบการณ์ที่เหนือระดับในการใช้งานโซลูชั่นของเครื่องแท็บเล็ต

ส่วนซอฟต์แวร์ซีเกท ไดนามิค ดาต้า ไดรฟ์เวอร์ (Seagate Dynamic Data Driver Software) ถูกพัฒนามาเพื่อการตอบสนองความต้องการของการจัดเก็บข้อมูลแบบพกพาในปัจจุบันนำความท้าทายอื่นๆ เช่นเดียวกัน รวมทั้งความต้องการในการประหยัดไฟและการป้องกันไดรฟ์เมื่ออุปกรณ์พกพาเหล่านั้นหล่น การรวมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์รุ่นอัลตร้า โมไบล์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่กับซอฟต์แวร์ ไดนามิค ดาต้า ไดรฟ์เวอร์ จึงช่วยลดปัญหาเหล่านี้ และทำให้ผู้ผลิตโออีเอ็มสามารถใส่ศักยภาพในการจัดเก็บข้อมูลสูงเข้าไปในอุปกรณ์พกพาต่างๆ ได้ ??

อย่างไรก็ตาม การที่ ซีเกท ใช้ซอฟต์แวร์ไดนามิค ดาต้า ไดรฟ์เวอร์ ช่วยตอบสนองความท้าทายเหล่านี้ ผ่านทางการผสมผสานระหว่างการออกแบบระบบ การช่วยลดการกินไฟและการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานผ่านทางการออกแบบแคชที่ ชาญฉลาดซึ่งถูกนำมาใช้ในระบบ ดังนั้น อุปกรณ์พกพาที่ใช้แฟลชขนาด 8 กิกะไบต์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์รุ่นอัลตร้า โมไบล์ รวมทั้งใช้ซอฟต์แวร์ไดนามิค ดาต้า ไดรฟ์เวอร์ จะกินไฟเทียบเท่ากับเครื่องแท็บเล็ต ที่มีความจุ 64 กิกะไบต์ และมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับแท็บเล็ตที่มีความจุ 16 กิกะไบต์ ในขณะที่มีราคาที่ถูกกว่ามาก

ซอฟต์แวร์นี้มีการปกป้องไดรฟ์ผ่านทางการใช้เซ็นเซอร์ เพื่อตรวจจับการเคลื่อนที่มีศักยภาพสูงขึ้น และ thermal monitoring algorithms เพื่อควบคุมการเข้าถึงไดรฟ์และหลีกเลี่ยงรูปแบบการใช้งานที่อาจเป็นอันตรายกับไดรฟ์ ไดรฟ์ถูกสร้างขึ้นได้ดีมาก จึงพบว่าหลายๆ เคส จอของอุปกรณ์โมไบล์ที่หล่นลงพื้นมักจะแตกก่อนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่บรรจุอยู่ภายใน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือสำหรับอุปกรณ์พกพาต่างๆ ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์รุ่นอัลตร้า โมไบล์ ผสมผสาน ซีโร่ กราวิตี้ เซ็นเซอร์ (Zero Gravity Sensor) เพื่อให้มีการจัดการกับการลัดวงจรได้ดียิ่งขึ้น ปุ่มเปิด-ปิด (power modes) ที่ถูกติดตั้งไปช่วยซัพพอร์ตไดรฟ์ในขณะที่อยู่ในโหมดสแตนด์บาย (standby) และไม่ได้ทำงาน (idle) ทำให้ฮาร์ดไดรฟ์รุ่นนี้กินไฟเพียง 0.14 วัตต์ และทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่นานขึ้น ซึ่งเป็นที่ต้องการของเครื่องแท็บเล็ต ดีไซน์ ที่บางเฉียบและทนทาน ทำให้ฮาร์ดไดรฟ์รุ่นนี้เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในระบบปฏิบัติการใหม่ๆ อย่างการจัดเก็บข้อมูล ที่สามารถเปลี่ยนและถอดออกได้ดี

ด้วยประสบการณ์ของบริษัทในระบบปฏิบัติการที่ใช้งานแบบพกพาเป็นพิเศษ อย่าง ไอพ็อด (iPods) เครื่องเล่นเอ็มพี3 (MP3 players) และเครื่องบันทึกวิดีโอแบบมือถือ (handheld video recorders) ไดรฟ์ขนาด 2.5 นิ้วที่ได้รับ การพัฒนาขึ้นใหม่นี้บางเพียง 5 มิลลิเมตร ในขณะที่มีน้ำหนักเพียง 3.3 ออนซ์ ซึ่งเบาเหมือนกับหลอดไฟ ด้วยความจุในการจัดเก็บข้อมูลสูงถึง 500 กิกะไบต์ ไดรฟ์รุ่นนี้มีความหนาแน่นในการจัดเก็บข้อมูลสูงสุดเท่าที่มีอยู่ในขนาดที่เล็กและบางเป็นพิเศษ ในขณะที่สามารถจัดเก็บภาพนิ่งได้มากถึง 100,000 ภาพ จัดเก็บเพลงได้จำนวน 125,000 เพลง หรือจัดเก็บวิดีโอและภาพยนตร์ที่มีความคมชัดสูงได้นาน 62 ชั่วโมง

โดยชุดอุปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้งานของผลิตภัณฑ์แบบพกพาของซีเกท ประกอบด้วย ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์อัลตร้า โมไบล์? ซอฟต์แวร์ ไดนามิค ดาต้า ไดรฟ์เวอร์ และการออกแบบที่ทำให้แท็บเล็ต ที่จัดเก็บข้อมูลด้วยฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์มีพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก สำหรับผู้ใช้งานในโซลูชั่นแบบพกพา ปัจจุบันอุปกรณ์นี้ได้รับการออกแบบเพื่อซัพพอร์ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ด้วย.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

แห่ยื่นประมูลทีวีดิจิตอลวันแรก 28 ซองจาก 20 ราย

แห่ยื่นประมูลทีวีดิจิตอลวันแรก 28 ซองจาก 20 ราย

ยื่นซองประมูลทีวีดิจิตอลวันแรกคึกคัก “ไทยรัฐ” ส่ง “ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ “ยื่นประมูลช่อง SD กสทช.สรุปยอดผู้ประกอบการยื่นซองประมูลวันแรกถึง 28 ซอง จาก 20 ราย สรุปหลักประกัน 1,687 ล้าน…

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. บรรยากาศของการเปิดให้ยื่นคำขอใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการ โทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ เป็นวันแรก ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีเอกชนยื่นแบบคำขอใบอนุญาตฯ จำนวน ?23 บริษัท 28 ซอง แต่มีบริษัทที่เอกสารครบถ้วนเพียง 20 บริษัท แบ่งเป็นการยื่นซองประมูลช่องรายการสำหรับเด็ก 3 ซอง , ช่องรายการข่าวและสาระ 6 ซอง, ช่องรายการทั่วไป ประเภทความคมชัดมาตรฐาน (SD) 12 ซอง และ ช่องรายการทั่วไป ประเภทความคมชัดสูง (HD) 7 ซอง รวมมูลค่าการวางหลักประกัน 1,687 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของการเปิดรับซองประมูล มีผู้ประกอบการยื่นเสนอซองประมูลรวม 14 ราย 17 ซอง ประกอบด้วย เครือ นสพ.ไทยรัฐ ยื่นประมูลช่อง SD ผ่านบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด , บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7) ยื่นซองประมูลช่อง รายการทั่วไป ประเภทความคมชัดสูง (HD) , บริษัท บีบีทีวีแซทเทลวิชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ช่อง 7? ยื่นประมูลช่องรายการทั่วไป ประเภท SD , บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด บริษัทในเครือเดลินิวส์ ยื่นประมูลช่องข่าว , บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด ยื่นประมูล 2 ช่อง คือ ช่องข่าว และช่อง HD

ในขณะที่กลุ่มกรุงเทพธุรกิจและเครือเนชั่นฯ ยื่นประมูล 3 ช่อง ภายใต้บริษัทในเครือ? โดยบริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด ในเครือกรุงเทพธุรกิจ ยื่นประมูลช่อง SD , บริษัท เอ็นบีซี เน็กกซ์ วิชั่น จำกัด ในเครือเนชั่นฯ ยื่นประมูลช่องข่าว , บริษัท เนชั่นคิดส์ จำกัด ในเครือเนชั่นฯ ยื่นประมูลช่องเด็ก

บริษัท อาร์เอส เทเลวิชั่น จำกัด ในเครืออาร์เอส ยื่นประมูลช่อง SD , บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ในเครืออัมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง? ยื่นประมูลช่อง SD? และ HD ,บริษัท โรสมีเดีย แอนเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กลุ่มโรสมีเดีย ยื่นประมูลช่องเด็ก , บริษัท 3เอ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตรายการข่าวทาง ททบ.5 ยื่นประมูลช่องข่าว?

ด้านกลุ่มมหากิจศิริ ซึ่งมีนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ทายาทเนสกาแฟ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ยื่นประมูล 2 ช่อง โดยบริษัท พีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด ยื่นช่อง HD และบริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ยื่นช่อง SD , เครือสยามสปอร์ต โดยบริษัท ไอ สปอร์ต มีเดีย ยื่นประมูลช่องข่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันมีผู้ประกอบการยื่นซองประมูลเพิ่มอีก ราย ได้แก่ บริษัท ไทยทีวี จำกัด ในเครือทีวีไทย ทีวีสาธารณะ ยื่นประมูล 3 ช่องรายการ คือ ช่องเด็ก ช่องข่าวและช่อง SD , เครือโพสต์พับลิชชิ่ง ยื่นประมูลช่องข่าว ผ่าน บริษัท โพสต์ทีวี , บริษัท ทัช ทีวี จำกัด ในเครือชินคอร์ปอเรชั่น (กลุ่มอินทัช) ยื่นประมูลช่อง SD?

กลุ่มบริษัทในเครือช่อง 3 ยื่นประมูล 2 ช่อง ได้แก่ ช่อง SD และช่อง HD โดยประมูลผ่านบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด , กลุ่มเวิร์คพอยท์ฯ ยื่นซองประมูล 2 ช่อง คือช่อง SD และ ช่อง HD ผ่านบริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ในขณะที่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ยื่นซองประมูล 3 ช่อง ประกอบด้วย ช่องเด็ก ช่อง SD และช่อง HD ส่วนเครือแกรมมี่ ยื่นซองประมูล 2 ช่อง โดยยื่นประมูลช่อง HD ผ่าน บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด โดยยื่นประมูลช่อง SD ผ่านบริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด

ส่วนอีก 3 บริษัทที่เอกสารไม่ครบได้แก่ บริษัท เนชั่นคิดส์ จำกัด , บริษัท เอ็นบีซี เน็กกซ์ วิชั่น จำกัด และ บริษัท แบงคอกบิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเนชั่นฯ

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.กล่าวว่า หลังเปิดยื่นซองประมูลทีวีดิจิตอลวันแรกในเวลา 16.00 น. สามารถตรวจสอบเอกสารผ่านเพียง 9 คำขอ ซึ่งคณะกรรมการจะทำหน้าที่ตรวจเอกสารต่อไปจนครบ โดยสาเหตุที่ทำให้การตรวจสอบเอกสารล่าช้าส่วนใหญ่เกิดจากความไม่พร้อม จากการเตรียมเอกสารของเอกชน โดยเฉพาะการรับรองสำเนาและเอกสารการเสียภาษี เพราะที่ผ่านมา กสทช.ได้ชี้แจงเรื่องการเตรียมเอกสารอย่างชัดเจน และเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ที่ตรวจรับรองเอกสารในวันพรุ่งนี้ (29 ต.ค.56) เนื่องจากการตรวจใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงต่อบริษัท หากผู้ประกอบการมายื่นซองประมูลครบ 33 บริษัท จะตรวจเอกสารได้ทันตามเวลาที่กำหนด โดย กสท. จะปิดรับซองประมูลทันทีเมื่อกำหนดปิดรับซองในเวลา 16.00 น. ของวันพรุ่งนี้ หากเอกชนเตรียมเอกสารยื่นประกอบไม่ครบถ้วนก็จะถูกตัดสิทธิ์ทันที

อย่างไรก็ตาม ประธาน กสท. ยืนยันว่า การเปิดรับซองประมูลในวันนี้ ขับเคลื่อนกระบวนการประมูลทีวีดิจิตอลตามกติการที่กำหนดไว้ และเอกชนผู้เข้าร่วมประมูล เคารพกฎกติกาอย่างดี ไม่มีการให้สัมภาษณ์ในประเด็นที่เสี่ยงต่อการแข่งขันด้านราคา หรือ ช่วงไซเรนท์ พีเรียต

ทั้งนี้ จากการที่ กสทช. เปิดขายซองประมูลระหว่าง 10-12 ก.ย.ที่ผ่านมา มีเอกชนยื่นซองประมูลทั้งหมด จำนวน 33 บริษัท ?49 ซอง แบ่งเป็น ช่องรายการสำหรับเด็ก 8 ซอง, ช่องรายการข่าว 12 ซอง, ช่องรายการทั่วไปประเภทความคมชัดมาตรฐาน (SD) 17 ซอง และช่องรายการทั่วไป ประเภทความคมชัดสูง (HD) 12 ซอง

โดยบริษัทที่ยังไม่ได้มายื่นซองประมูลในวันนี้ มีจำนวน 10 บริษัท ได้แก่ บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งที่ผ่านมาได้ซื้อเอกสารช่องข่าว , บริษัท บางกอกมีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ของกลุ่มปราสาททองโอสถ ซื้อ 2 ซอง ได้แก่ ช่อง SD และ HD , บริษัทในเครือจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล โดยบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ซื้อช่อง SD บริษัท โมโน เจนเนอเรชั่น จำกัด ซื้อช่องข่าว และบริษัท โมโน ทีวี จำกัด ซื้อช่อง HD?

ในขณะที่ บริษัท ทรู ดีทีที จำกัด ซื้อซองประมูล 3 ช่อง ได้แก่ ช่องเด็ก ช่อง SD และ ช่อง HD , บริษัท ไทยนิวเน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด? ซื้อซองประมูลช่องข่าว โดยทั้ง 2 บริษัทเป็นบริษัทในเครือทรูวิชชั่น , บริษัท แอคทีฟโพสต์ จำกัด ในเครือผู้จัดการ ซื้อซองประมูลช่องเด็ก, บริษัท เนชั่นแนล เทเลวิชั่น แอนด์คอมมูนิเคชั่น จำกัด ของอดีตผู้บริหารเครือผู้จัดการ ซื้อซองประมูลช่อง SD? และ บริษัท จันทร์ 25 จำกัด ของนางสุรางค์ เปรมปรี ซื้อเอกสารประมูลช่อง HD

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ กสทช.จะเปิดให้ยื่นซองประมูลทีวีดิจิตอลเป็นวันสุดท้าย ตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น. และหลังจากนั้นจะใช้เวลาไม่เกิน 45 วัน ในการตรวจเอกสารประกอบคำขอ ก่อนประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมประมูล และเสนอให้บอร์ด กสทช.กำหนดวันประมูลอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่า จะเปิดประมูลได้เร็วสุดในช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ หรืออย่างช้าต้นเดือน ม.ค.ปีหน้า.

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

‘ไซแมนเทค’ เร่งพลิกกลยุทธ์ธุรกิจความปลอดภัย หลังรายได้หด

'ไซแมนเทค' เร่งพลิกกลยุทธ์ธุรกิจความปลอดภัย หลังรายได้หด

ไซแมนเทค ยอมรับผลประกาศไตรมาส 2 ของปี ลดลง 4% เดินหน้ารับกลยุทธ์ใหม่แบบ 4.0 หนุน 3 กลุ่มธุรกิจทั้งการป้องกันและเพิ่มผลผลิตในการทำงานของผู้ใช้ การรักษาความปลอดภัย และการจัดการข้อมูล…

ไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยผลประกอบการของไตรมาสที่ 2 ของปี 2014 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 27 ก.ย.2013 (ไซแมนเทค เริ่มปีงบประมาณ 2014 ในเดือน เม.ย.2013-มี.ค.2014) โดยมีข้อมูลซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ซึ่งไซแมนเทคมีรายได้รวมกว่า 1,640 ล้านดอลลาร์ ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่ง นายสตีฟ เบนเน็ตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไซแมนเทค กล่าวว่า นับแต่บริษัทประกาศกลยุทธ์ใหม่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ ทั้งการส่งมอบงานให้ลูกค้าและคู่ค้ามากขึ้น การจัดสรรทรัพยากรเพื่อพัฒนาข้อเสนอแบบบูรณาการใหม่ ๆ การแยกหน่วยงานด้านการขายออกเป็นทีม เพื่อดูแลการต่ออายุผลิตภัณฑ์ของลูกค้าเก่าและทีมขายสำหรับธุรกิจใหม่ ตลอดจนทำให้โครงสร้างการจัดการของไซแมนเทคให้มีความเรียบง่ายขึ้น ไตรมาสนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายในปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของไซแมนเทค โดยคาดว่าการดำเนินธุรกิจของไซแมนเทคจะนำไปสู่การเติบโต

ด้าน นายดริว เดล แมทโต รักษาการ หัวหน้าเจ้าหน้าที่การเงิน ไซแมนเทค กล่าวว่า การปรับกลยุทธ์เป็นความจำเป็น และจะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาว แม้รายได้ของบริษัทจะลดลงในไตรมาสที่สิ้นสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่กลับทำรายได้จากการดำเนินงานและกำไรต่อหุ้นได้มากขึ้น เนื่องจากรายได้ที่ลดลงในไตรมาสที่สองและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของไซแมนเทคกำลังดำเนินการอยู่ ทำให้มีรายได้ในปีงบประมาณ 2014 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ 4.0 ตามที่ประกาศไว้ ไซแมนเทค จึงแยกธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่มใหม่ ได้แก่ 1. ส่วนการป้องกันและเพิ่มผลผลิตในการทำงานของผู้ใช้ (User Productivity & Protection) ซึ่งประกอบด้วยการรักษาความปลอดภัยและการจัดการอุปกรณ์ปลายทาง? (endpoint) , การเข้ารหัส และการให้บริการแก่ผู้ใช้งานแบบโมบายล์ 2. ส่วนการรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Information Security) ทั้งการรักษาความปลอดภัยอีเมล์และเว็บ บริการตรวจสอบตัวตน การรักษาความปลอดภัยของศูนย์ข้อมูล และการป้องกันการสูญหายของข้อมูลทางธุรกิจ 3. ส่วนการจัดการข้อมูล (Information Managemen) ประกอบด้วยการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการสำรอง และการกู้คืนข้อมูล ระบบข้อมูลอัจฉริยะ รวมถึงการเก็บรักษาข้อมูล การค้นหาแบบอิเล็กทรอนิกส์ และความพร้อมในการใช้งานของข้อมูล

อย่างไรก็ตาม แนวทางปีงบประมาณ 2014 เนื่องจากรายได้ในไตรมาสที่ 2 มีอัตราการปรับลดลง ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจสำคัญที่ไซแมนเทคกำลังผลักดันอยู่ ได้ปรับลดตัวเลขการคาดการณ์รายได้ประจำปีลง โดยไซแมนเทคคาดว่ารายได้จะลดลงประมาณ 3-4% ในอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ขณะที่ไตรมาสสามของปี 2014 คาดว่าจะมีรายได้ 1,630-1,670 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับ 1,790 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,