IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!
14 Mar
พนักงานส่งเสริมการขายกำลังแนะนำจอ LCD Tristar รุ่นใหม่ ของซัมซุง ขนาดความหนา 7.9 มิลลิเมตร ในที่ประชุมข่าวในกรุงปักกิ่งวันที่ 11 มี.ค. ซัมซุงมีแผนนำจอรุ่นนี้ เข้าเจาะตลาดจีน เมื่อเร็วๆนี้

ศาลเมืองหัวโจวสั่งให้ยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าแดนโสมขาวซัมซุง จ่ายใช้ชดเชยให้แก่บริษัทผู้ผลิตมือถือหัวลี่ คอมมิวนิเคชั่น (Holley Communications) จำนวน 50 ล้านหยวน (7.3 ล้านเหรียญสหรัฐ) เนื่องจากซัมซุงแพ้คดีที่ฟ้องหัวลี่ละเมิดสิทธิบัตรในการผลิตโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบ GSM และ CDMA ในเครื่องเดียวกัน แต่ทางหัวลี่ พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าว เป็นสิ่งที่หัวลี่ พัฒนาขึ้นมาเอง
ที่มา : http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000028650
Tags: lcd, sumsung, tristar, จอ, จีน, ซัมซุง13 Mar
ญี่ปุ่นพัฒนาอุปกรณ์ใหม่ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งการอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์นานาชนิด ตั้งแต่เครื่องเล่นเพลงไอพ็อดไปจนถึงเครื่องซักผ้า ด้วยการกระพริบตา ยิ้ม เลิกคิ้ว รวมถึงการแลบลิ้น

อุปกรณ์ไฮเทคนี้ได้ชื่อเรียกว่า “Mimi Switch” หรือ “Ear Switch” มองภายนอกดูเหมือนหูฟังธรรมดา แต่ภายในมีการฝังเซ็นเซอร์อินฟราเรดเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวภายในหู ซึ่งจะเกิดขึ้นตามลักษณะการเคลื่อนไหวบนใบหน้า โดยอุปกรณ์นี้จะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วเพื่อส่งสัญญาณควบคุม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งผู้พัฒนาการันตีว่าสามารถนำไปใช้เป็นรีโมต”แฮนด์ฟรี”ของอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดโดยไม่จำเป็นต้องใช้มือ
คาสุฮิโร ทานิคุชิ นักวิจัยด้านวิทยาศาตร์วิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยโอซาก้า ผู้ประดิษฐ์ Ear Switch ระบุว่าผู้ใส่สามารถเปิดไฟในห้อง หรือเปิดการทำงานเครื่องซักผ้าเพียงขยับริมฝีปากเล็กน้อย
“ผู้ใช้ไอพ็อดก็สามารถเล่นหรือหยุดเพลงได้ด้วยการแลบลิ้น เหมือนในภาพถ่ายอันโด่งดังของไอสไตน์ อาจถลึงตาให้โตมากขึ้นเพื่อสั่งเลื่อนเพลงขึ้น และกระพริบตาขวาเพื่อเลื่อนเพลงลงได้ อุปกรณ์นี้สามารถตั้งโปรแกรมเพื่อทำงานกับพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้า ได้หลากหลาย ทั้งการยิ้มและการขยับจมูก”
Ear Switch ยังสามารถเก็บและแปลข้อมูลเพื่อรับรู้ความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน โดยจะตรวจจับการเคลื่อนไหวธรรมชาติของผู้ใช้แต่ละรายไว้ และนำไปเปรียบเทียบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้ระบบรับทราบว่าการเคลื่อน ไหวนั้นๆไม่ใช่การเคลื่อนไหวตามปกติ
ทานิคุชิเชื่อว่าอุปกรณ์นี้จะสามารถนำไปใช้เพื่อการพักผ่อนได้ดี เช่นการเปลี่ยนเพลงที่ฟังอยู่ขณะอ่านหนังสือโดยไม่ต้องใช้มือ รวมถึงสามารถนำไปใช้สร้างแอปพลิเคชันเพื่อการดำเนินชีวิตที่ง่ายขึ้นและ ปลอดภัยมากขึ้น เช่นระบบช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการ
แผน การพัฒนาขั้นต่อไปคือ การจดลิขสิทธิ์การพัฒนาอุปกรณ์นี้ทั้งในญี่ปุ่นและประเทศอื่นทั่วโลก ขณะเดียวกันก็จะพัฒนาให้ระบบสามารถทำงานในแบบไร้สาย พร้อมกับการหากลุ่มทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะกินเวลาราว 2-3 ปี
ที่มา : http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000026530
2 Nov
หันขวาก็วิกฤติเศรษฐกิจ หันซ้ายก็เจอวิกฤติการเมือง หันไปทางไหนล้วนเจอปัญหามากมายสารพัด ธุรกิจไม่ว่าจะใหญ่ หรือเล็กล้วนแต่โดนหางเลขกันไปแบบเต็มๆ
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ห่วงก็แต่น้องๆ วัยเรียน ที่วันนี้ต้องเจอกับความท้าทายครั้งใหญ่ทั้งในห้องเรียน และนอกห้องเรียนมากกว่ายุคไหนๆ หลายคนบอกว่า อินเทอร์เน็ตจะเข้ามาเปลี่ยนโลกของการเรียนรู้ กลายเป็นแหล่งค้นคว้าที่สำคัญ ทำให้เด็กสมัยนี้เก่งเรื่องเทคโนโลยีมากขึ้น
แทบจะเรียกได้ว่านั่งอยู่หน้าจออิน เทอร์เน็ต มากกว่านั่งอ่านหนังสือเรียนเสียอีก โดยเฉพาะเว็บไซต์ประเภทโซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง หรือเว็บคอมมูนิตี้ทั้งหลาย ว่ากันว่า บางเว็บมีสถิติการใช้เวลาบนหน้าเว็บเพจคิดเป็น 200 กว่านาทีต่อคนต่อเดือนเลยทีเดียว
ยิ่งวันนี้กระแสความนิยมของเว็บโซเชีย ล เน็ตเวิร์คกิ้ง แม้ว่าสังคมไทยจะคุ้นเคยกันแล้วเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค หรือเว็บบล็อก ที่มีอยู่มากมายเหลือเกิน ล้วนแล้วแต่เป็นช่องทางสื่อสารของเด็กยุคใหม่ๆ ที่หลายคนมองเห็นทั้งมุมบวก และมุมลบ
ล่าสุดก็มีเว็บโซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้งที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ชื่อเก๋ๆ ว่า ?Friendster.com? เข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย ผู้บริหารเว็บนี้ถึงกับบอกว่า เขารู้สึกเซอร์ไพร์สมากๆ กับชุมชนออนไลน์ในไทย ที่นอกเหนือจากจะกระจายไปยังอาชีพต่างๆ ระดับอายุต่างๆ กัน แล้วกลุ่มเด็กๆ วัยเรียน ก็กลายเป็นกลุ่มหลักที่หันมาสร้างพื้นที่โลกส่วนตัวบนเว็บประเภทนี้กันอย่าง ล้นหลาม
ขนาดเพิ่งทำเป็นภาษาไทย เว็บเฟรนด์สเตอร์ยังมีคนไทยเข้าไปเป็นสมาชิกแล้วมากกว่า 100,000 ราย และกำลังจะปีนขึ้นไประดับ 2 ล้านรายในปีหน้า นั่นแสดงให้เห็นถึงความนิยมช่องทางการสื่อสารผ่านเว็บประเภทคอมมูนิตี้แบบ นี้ได้เป็นอย่างดี
ขณะที่ ?เจตต์ เหมชะญาติ? Assistant Director ส่วนงานมัลติมีเดีย เซอร์วิส ผู้บริหารเว็บไซต์ทรูไลฟ์ (http://www.truelife.com) หนึ่ง ในเว็บคอมมูนิตี้ไทย บอกว่า ต้องการเห็นน้องๆ วัยเรียนใช้อินเทอร์เน็ตค้นคว้าหาความรู้มากกว่าที่จะใช้เวลาเป็นวันๆ นั่งเล่นไฮไฟว์ หรือแชทแบบเรื่อยเปื่อย ไร้สาระ เพราะประโยชน์ของคอมมูนิตี้ ออนไลน์มีประโยชน์มากกว่านั้น
เว็บไซต์ทรูไลฟ์ ล่าสุดได้จับมือกับพันธมิตรอาจารย์จากสถาบันกวดวิชาชั้นนำ อาจารย์ที่เด็กสมัยนี้รู้ตจักกันดี อย่างครูลิลลี่ หรืออาจารย์กิจมาโนญช์ โรจนทรัพย์ และอาจารย์เจี๋ย หรืออาจารย์ชัยรัตน์ เจษฏารัตติกร เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาขึ้นชื่อ ทั้งวิชาคณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ร่วมกันเปิดมินิโฮมเพจภายใต้เว็บทรูไลฟ์ ชื่อ <http://schoolbus.truelife.com> เว็บคอมมูนิตี้ที่ดึงไลฟ์สไตล์ของเด็กเรียนยุคนี้ขึ้นมา เป็นตัวชักจูงให้เด็กๆ ได้ใช้อินเทอร์เน็ตไปในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น
สคูลบัส จะเป็นคล้ายๆ กับแหล่งรวมของกลุ่มเพื่อนนักเรียนต่างสถาบัน ที่มีความชื่นชอบในแนวทางเดียวกันผ่านมินิโฮมเพจ ค้นหาทำเนียบรุ่นต่างๆ ของทุกโรงเรียน ทุกสถาบัน รวมเรื่องเด่นประจำสถาบันทั้งที่กิน ที่เที่ยว กิจกรรมอัพเดท
จุดเด่นของเว็บนี้ที่เป็นหัวใจสำคัญ คือ การเป็นแหล่งรวมบริการติวเตอร์ออนไลน์จากอาจารย์ชื่อดัง ขวัญใจเด็กเรียนยุคนี้ โดยในส่วนของอาจารย์เจี๋ยนั้น จะจัดหลักสูตรขึ้นเป็นพิเศษสำหรับการเรียนแบบออนไลน์ ที่ให้ผู้เรียนสามารถดาวน์โหลดเอกสาร ประกอบการเรียนได้ด้วย
ผู้บริหารทรูไลฟ์ บอกด้วยว่า คอมมูนิตี้ออนไลน์ สคูลบัส ยังเปิดให้สถาบันทั่วประเทศได้อัพเดทกิจกรรมทั้งทางวิชาการ และไลฟ์สไตล์ หรือจะโพสกิจกรรมที่น่าสนใจของตัวเอง แล้วมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันแบบสบายๆ รวมทั้งแนะนำสถานที่กิน เที่ยว พักผ่อนแบบสบายสไตล์วัยรุ่น หรืองานเขียน ผลงานต่างๆ มาแสดงบนเว็บไซต์ได้ด้วยช่องทางที่หลากหลาย ทั้งอัพโหลดรูปภาพ ไฟล์วิดีโอ และบล็อก แลกเลี่ยนไอเดียได้อย่างอิสระ
คอมมูนิตี้ สคูลบัส ยังมีพื้นที่ให้น้องๆ วัยเรียนได้เรียนรู้รูปแบบการเรียนในเชิงสร้างสรรค์ มีคอนเทนท์เกี่ยวกับห้องเรียนนอกเวลา ที่ให้นักเรียนทุกสถาบันทั่วประเทศแลกเปลี่ยนข้อมูล เปิดเว็บบอร์ดรวบรวมคำถาม และคำตอบสำหรับการติวในเนื้อหาวิชาต่างๆ หรือเลือกคลิปวิชา และเนื้อหาที่สนใจผ่านบริการติวเตอร์ออนไลน์ ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ทุกที่ตลอด 24 ชม.
?เราหวังว่า คอมมูนิตี้ที่นี่ จะเป็นแหล่งรวมน้องๆ วัยเรียนไม่ต่ำกว่าแสนคน เข้ามาแลกเปลี่ยน และค้นคว้าหาความรู้ในโลกการเรียนรู้แบบออนไลน์ ที่มีอะไรมากกว่าคอมมูนิตี้ออนไลน์ทั่วๆ ไป?
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/11/02/news_308009.php
Tags: friendster, hi5, social network, social online
1 Nov
สบท.เตือนประชาชนปิดมือถือป้องกันฟ้าผ่า หลังพบข้อมูลทั้งไทยและเทศ คนถูกฟ้าผ่าดับหลายรายเพราะเปิดมือถือและเซย์ฮัลโหลช่วงฝนฟ้าคะนอง
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า ช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ต้นฤดูหนาวนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังคงออกประกาศเตือนให้ประชาชนทั่วทุกภาคระวังอันตรายจาก สภาวะฝนฟ้าคะนองกระจายและฝนตกหนัก โดยตลอดปี 2551 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย และหลายกรณีถูกระบุว่า เกิดจากการใช้มือถือขณะที่ฝนตก เช่น กรณีที่เป็นข่าว ที่จ.มุกดาหาร ฟ้าผ่านักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวออสเตรเลียเสียชีวิต ขณะเล่นน้ำตกตาดโตน
ผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า ก่อนฟ้าผ่าหนึ่งในผู้เสียชีวิตกำลังเชคข้อความในมือถือ ส่วนกรณีที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ฟ้าผ่าคนงานชาวกัมพูชาเสียชีวิต 3 ราย เพราะคนงานหยิบมือถือมาโทร หรือกรณีฟ้าผ่าชาวบ้านเสียชีวิตที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะออกไปเลี้ยงควาย แล้ววิ่งหลบฝนในกระท่อมกลางทุ่งนาโดยพกมือถือไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้า
นพ.ประวิทย์ กล่าวอีกว่า หลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีเหตุการณ์ฟ้าผ่าจนเสียชีวิตหลายรายจากการใช้มือ ถือ แต่ไม่เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ เช่น กรณีฟ้าผ่าที่ อ.งาว จ.ลำปาง
ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ขณะผู้เสียชีวิตเข้าไปหลบฝนในกระท่อม มีสายเรียกเข้ายังไม่ทันกดรับสาย ฟ้าก็ผ่าลงกระท่อมไปยังโทรศัพท์มือถือจนทำให้ผู้นั้นเสียชีวิต หรือที่ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ฟ้าผ่าชาวนาเสียชีวิต หนึ่งในผู้เสียชีวิตใช้มือถือก่อนเกิดเหตุเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังพบว่าในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ ในปี 2549 สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์ได้รายงานผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ อังกฤษหรือ บริติช เมดิคอล เจอร์นัล (บีเอ็มเจ) ว่า การใช้มือถือในที่โล่งแจ้ง ขณะเกิดพายุฝนอาจทำให้เกิดอันตรายจากฟ้าผ่า
พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่หญิงสาวราย หนึ่งถูกฟ้าผ่าขณะใช้มือถือในสวนสาธารณะกลางเมืองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือที่สหรัฐฯพบกรณีของชายคนหนึ่งกำลังขับรถออกไปทำงานในขณะที่ฝนตกฟ้าคะนอง ก็ถูกฟ้าผ่าทะลุหลังคาลงมายังโทรศัพท์ที่เหน็บไว้ที่เข็มขัดจนผิวหนังไหม้ บาดเจ็บสาหัส
ส่วนที่ประเทศจีน มีรายงานเช่นกันว่ามีผู้ถูกฟ้าผ่าขณะใช้มือถืออยู่บนท้องถนนในช่วงที่ฝนตก ฟ้าคะนอง เช่นเดียวกับที่รัสเซีย มีรายงานว่า ผู้หญิงคนหนึ่งถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตขณะใช้มือถือในที่โล่งแจ้ง มือถือเครื่องนั้นถูกฟ้าฝ่าจนละลายคามือ
กรณีดังกล่าวทำให้รัสเซียมีการออกประกาศเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้โทรศัพท์ในช่วงฝนตกฟ้าร้อง
?จากบทเรียนดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย ประชาชนจึงควรงดใช้โทรศัพท์มือถือหรือปิดเครื่องชั่วคราวในขณะที่เกิดฝนตก ฟ้าร้อง โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งหรืออยู่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น ทุ่งนา ชายหาด ลานกว้าง สนามกีฬา น้ำตก เป็นต้น และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้หรือใต้ต้นไม้สูง เสาไฟฟ้าหรือรั้วกำแพง ที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบ? นพ.ประวิทย์กล่าว
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/11/01/news_307996.php
Tags: ฝนตก, ฟ้าผ่า, มือถือ27 Oct
จีนออกอาการ’รมณ์เสีย หลังยักษ์ซอฟต์แวร์เดินเครื่องปราบซอฟต์แวร์ผี งัดกลยุทธ์ก่อกวนเครื่อง-จอดำ กระตุ้นใช้งานของจริง
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า ไมโครซอฟท์ กำลังดำเนินการตามกลยุทธ์ปราบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการส่งโปรแกรมอัพเดทไปยังผู้ใช้คอมพิวเตอร์นับล้านเครื่อง ซึ่งจะมีผลให้หน้าจอเครื่องดำ และก่อกวนผู้ใช้ให้หันมาใช้โปรแกรมวินโดว์สถูกกฎหมาย
ทั้งนี้ แม้จะไม่ได้ขัดขวางการใช้งานเครื่อง แต่โปรแกรมดังกล่าวก็กวนประสาทผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในจีน โดยจะเข้าไปเปลี่ยนหน้าจอที่มีการใช้งานอยู่ให้เป็นสีดำทุกๆ ชั่วโมง
แผนดังกล่าว เป็นความพยายามส่วนหนึ่งของผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่ ในการปราบปรามซอฟต์แวร์เถื่อนทั่วโลก โดยจะส่งโปรแกรมอัพเดทอัตโนมัติไปยังผู้ใช้ระบบปฏิบัติการเอ็กซ์พี ที่เลือกออปชั่นรับซอฟต์แวร์อัพเดทผ่านเวบไซต์
นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ ยังใช้แผนกระตุ้นผ่านโปรโมชั่นเป็นครั้งคราวในจีน โดยเดือนนี้ (ต.ค.) บริษัทได้จัดโปรโมชั่นลดค่าไลเซ่นโปรแกรมออฟฟิศ สำหรับนักเรียนและการใช้งานในบ้านจาก 102 ดอลลาร์ เหลือต่ำกว่า 30 ดอลลาร์
ไมโครซอฟท์ เผยว่า บริษัทเริ่มใช้กลยุทธ์จอดำตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเตือนผู้ใช้โปรแกรมเอ็กซ์พีทุกราย ให้รับรู้ถึงความจริงจังของบริษัท
อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มส่งโปรแกรมอัพเดทให้กับผู้ใช้ทั่วจีนในสัปดาห์นี้ ก็มีเสียงติติงเกิดขึ้น โดยบล็อกเกอร์รายหนึ่ง ส่งจดหมายไปยังไมโครซอฟท์มีใจความระบุว่า “เราไม่ได้คัดค้านนโยบายดังกล่าว แต่ก็ขอต่อต้านการกระทำของบริษัท ที่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของผู้ใช้เลย”
ทั้งนี้ ประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดที่มียอดขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล อันดับ 2 ของโลก ได้รับความสนใจจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะหลังงบลงทุนไอทีปรับลดลงจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยไมโครซอฟท์ระบุว่า จีน บราซิล รัสเซีย และอินเดีย มีรายได้เติบโตสะสมทั้งปี 54% สูงกว่ารายได้รวมทั่วโลกที่ขยายตัวเพียง 18%
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
Tags: china-microsoft, จีน, ไมโครซอฟท์26 Oct
คนมันคิดจะโกงซะอย่าง มันก็หาวิธี และเครื่องมือล้วงข้อมูลลับของคนอื่นจนได้น่า
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : เพียงแค่พิมพ์งาน เล่นเน็ต หรือเล่นเกม คุณก็เสี่ยงถูกล้วงความลับเสียแล้ว เมื่อนักวิจัยจากสวิสเซอร์แลนด์ พบว่า อาชญากรออนไลน์เริ่มหาทางขโมยข้อมูลส่วนตัวได้โดยไม่ต้องถอดอะไรให้วุ่นวาย แค่มีเครื่องจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเมื่อแป้นคอมพิวเตอร์ถูกเคาะก็ล้วงรหัส ลับบัตรเครดิต หรือพาสเวิร์ดได้แล้ว
มาร์ติน โวน็อกซ์ และซิลเวน ปาซินี่ นักศึกษาปริญญาเอกจากห้องปฏิบัติการรหัสและความปลอดภัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งโลซาน สหพันธรัฐสวิส? ทำการทดสอบแป้นพิมพ์ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกัน 11 แบบ รวมถึงแป้นพิมพ์ของโน๊ตบุ๊ก โดยใช้โปรแกรมเจาะระบบข้อมูลที่พัฒนาขึ้นเอง 4 แบบ? และพบว่า แป้นพิมพ์ทุกแบบเสี่ยงที่จะถูกเจาะข้อมูล ด้วยโดยโปรแกรมที่เขาคิดขึ้นอย่างน้อย 1 โปรแกรม ซึ่งหนึ่งใน 4 โปรแกรมสามารถล้วงข้อมูลได้ไกลถึง 20 เมตร
ในการทดสอบ นักวิจัยใช้เสาอากาศรับคลื่นวิทยุจับรังสีคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้าแผ่ออกมาเมื่อแป้นพิมพ์ถูกกด
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การเจาะระบบที่เราทำขึ้นนั้น สามารถพิสูจน์ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง” นักศึกษาปริญญา เอกกล่าว
อย่างไรก็ดี รายละเอียดงานวิจัยในครั้งนี้ยังมีให้เห็นน้อย เนื่องจากการทดสอบยังคงทำโดยการเชื่อมต่อแป้นพิมพ์กับโน๊ตบุ๊คที่ใช้พลังงาน จาก แบตเตอรี่ และไม่ได้ทดสอบเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์พีซีหรือการต่อเข้ากับจอแอลซีดี ซึ่งอาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการจับคลื่นสัญญาณลดลง
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/26/news_306347.php
Tags: keyboard, คีย์บอร์ด, ล้วงตับ26 Oct
ปฏิบัติการค้นหาซูเปอร์สตาร์เขียนเว็บ ด้วยภาษา xml เริ่มขึ้นแล้วทั่วโลก ใครที่ยังไม่รู้ว่าเอ็กซ์เอ็มแอลคืออะไร อย่ารอช้าเลย
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ในโลกอินเทอร์เน็ตยุคหน้า ที่เรียกว่ายุค 3.0 นั้น จำเป็นต้องอาศัยภาษาเอ็กซ์เอ็มแอล (xml) ให้หน้าเว็บทำงานร่วมกับฐานข้อมูล ตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราวกับเพื่อนรู้ใจ ไม่ใช่แค่ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) ธรรมดาที่ใช้กันมาเป็นสิบปี
ไอ บีเอ็มเลยถือโอกาสนี้เปิดตัวโครงการ ?ค้นหา เอ็กซ์เอ็มแอล ซูเปอร์สตาร์? พร้อมกันในภูมิภาคต่างๆ เช่น อเมริกาเหนือ ยุโรป จีน อินเดีย และประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย จุดประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะเกี่ยวกับ เทคโนโลยี ความรู้หรือพื้นฐานด้านเอ็กซ์เอ็มแอล และการบริหารจัดการฐานข้อมูล
ที่ พิเศษสุดคือ เวทีนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีใจใฝ่เรียนรู้ เพราะผู้เข้าแข่งขันไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีดัง กล่าวแต่อย่างใด
ผู้ที่สนใจแสดงความ สามารถแต่ยังไม่เข้าใจถึงกฎกติกา รวมทั้งยัง “งงงวย” กับเทคโนโลยีเอ็กซ์เอ็มแอล ไม่ต้องตกใจ เพราะไอบีเอ็มจะบรรยายทางเทคนิคในวันพฤหัสบดีที่ 30 และศุกร์ที่ 31 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์ศึกษาสาทรธานี มหาวิทยาลัยรังสิต (ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีช่องนนทรี) ผู้เข้าร่วมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
การ บรรยายจะจัดขึ้น 4 รอบ วันละ 2 รอบ คือเวลา 09.00 น. และ 13.00 น. (เนื้อหาของการบรรยายเหมือนกันทั้ง 4 รอบ) รายละเอียดเพิ่มเติม รวมทั้งการลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันคลิกดูได้ที่ http://asean.xmlsuperstar.com หมดเขตรับสมัคร 28 กุมภาพันธ์ 2552
ย้อน กลับมาที่กิจกรรมการแข่งขัน นอกเหนือจากผู้เข้าแข่งขันจะได้รับความรู้และทักษะเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เอ็กซ์เอ็มแอล และการบริหารจัดการฐานข้อมูล ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้เข้าแข่งขันเองแล้ว ยังมีโอกาสชิงรางวัลต่างๆ มากมาย อาทิ ไอพอดนาโน เครื่องเล่นเกมนินเทนโด วี รวมทั้งมีโอกาสเข้าเยี่ยมชมแล็บพัฒนาซอฟต์แวร์และสำนักงานของไอบีเอ็มใน ประเทศเอเชียแปซิฟิก รวมมูลค่าของรางวัลทั้งหมดกว่า 1 ล้านบาท
ผู้เข้าแข่งขันต้องเป็นนักศึกษาและคณาจารย์ในระดับอุดมศึกษา หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับประเทศ และภูมิภาค ส่วนรางวัลและความยากง่ายของการแข่งขันจะแตกต่างกันในแต่ละระดับ นอกจากนั้น ผู้เข้าแข่งขันยังสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ทั้งในแบบบุคคลหรือแบบทีม ขึ้นอยู่กับประเภทของการแข่งขันนั้นๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. วิดีโอที่น่าคลั่งไคล้ หรือการแข่งขันสร้างสรรค์วิดีโอคลิป ด้วยความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเอ็กซ์เอ็มแอลและการบริหารจัดการฐานข้อมูล 2.คำถามสุดท้าทาย หรือการแข่งขันหาคำตอบโดยการเขียนข้อคำถาม ค้นหาจากระบบฐานข้อมูลด้วยเอ็กซ์เอ็มแอล หรือซอฟต์แวร์ดีบีทู 3.การแข่งขันเขียนโปรแกรมบนเทคโนโลยีทางด้านเอ็กซ์เอ็มแอลและการบริหาร จัดการฐานข้อมูลทั่วไป
นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการซอฟต์แวร์พาร์ค (เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์หลักของซอฟต์แวร์พาร์ค 2.0 ที่ต้องการผลักดันเทคโนโลยีผ่าน “โซเชียล เน็ตเวิร์ก” ซึ่งได้รับความนิยมไปทั่วโลกในขณะนี้ แต่ในประเทศไทยยังไม่มีนักพัฒนาที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้
ดัง นั้น การผลักดันผู้เชี่ยวชาญทางด้านเอ็กซ์เอ็มแอล ซึ่งเป็นฐานรากของระบบนี้ให้มากขึ้น จะทำให้การสร้างแอพพลิเคชั่นของไทย สามารถแข่งขันและสร้างตลาดใหม่ในระดับโลกได้ การแข่งขันครั้งนี้น่าจะมีส่วนเพิ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่จะก้าวเข้าสู่เว็บ 3.0 ที่กำลังเข้าสู่ตลาดในอนาคตอันใกล้
ดร. รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า จากการที่ซิป้าเร่งดำเนินนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมสร้างนวัตกรรมจากนัก พัฒนาในประเทศ และการส่งเสริมการลงทุนทางด้านไอซีทีจากต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างบุคลากรในประเทศที่มีความรู้ทางภาษาเอ็กซ์เอ็มแอล
การ เฟ้นหาบุคลากรที่มีความสามารถด้านนี้ ผ่านการประกวดผลงานจะทำให้เกิดเวทีแสดงความสามารถในการผลักดันได้อย่างถูก จุด ยิ่งไปกว่านั้นจะยังทำให้เกิดความตื่นตัวและสร้างสภาพการแข่งขันเพื่อรองรับ ตลาดไอทีในอนาคตอีกด้วย
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
Tags: ibm, xml, ไอบีเอ็ม26 Oct
ถ้าไปเจอคนแต่งตัวใส่เสื้อผ้าเหมือนเราเด๊ะ แถมยังไว้ทรงผมเกาหลีเหมือนกัน มันคงกระอักกระอ่วนพิกล
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ใครก็อยากมีบุคลิกเป็นแบบฉบับของตัวเองทั้งนั้น ไม่เฉพาะแต่เครื่องแต่งตัว ยังรวมถึงสิ่งของเครื่องใช้นานาชนิด
แนวคิดเป็นเจ้าข้าวเจ้าของขยาย อาณาเขตครอบคลุมไปตั้งแต่เรื่องแต่งรถ แต่งโทรศัพท์มือถือ เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ใครต่อใครพากันหาสติกเกอร์แปลกแหวกแนวมา เพื่อสีสันให้โน้ตบุ๊กไม่ดูน่าเบื่อเหมือนก่อน
?พฤติกรรมของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะ เปลี่ยนแปลงไป ต้องการความแตกต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งส่งผลสำคัญมาถึงการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับชีวิตคนในปัจจุบัน? นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้บริหาร บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
เดลล์นำแนวคิดดังกล่าวมาสร้างเป็นหน้า ร้านรับประกอบโน้ตบุ๊กตามสั่ง อิงแนวคิดเดิมที่เปิดให้ลูกค้าสามารถ “กำหนดสเปก” และสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ แต่คราวนี้ขยายช่องทางมาเป็นร้านค้าตัวเป็นๆ ให้ลุกค้าได้เห็นของจริงสั่งจริง
ร้านค้าของเดลล์แห่งแรกจึงเปิดตัวที่ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต ซึ่งนายอโณทัยบอกว่า นี่แหละคือหนึ่งในยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อเปิดตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของ เดลล์
ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนขาวสะอาดตา มีผลิตภัณฑ์ของเดลล์จัดโชว์ไว้แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก จอแอลซีดี และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่สำคัญคือ มุมพิเศษภายในร้านที่เอาใจคนที่รักในความเป็นตัวเอง
บริเวณเคาน์เตอร์ ?ประกอบตามสั่ง? (Built-to-Order : BTO) มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำแก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งสามารถเลือกสเปกคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊ก โดยที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตั้งแต่รุ่นที่ต้องการ? แรม ระบบปฏิบัติการ การ์ดแสดงผลกราฟิก และยังสามารถประมวลผลราคาให้ดู ช่วยให้สามารถเลือกเพิ่มหรือลดสเปกให้เหมาะสมกับงบประมาณของตน
?เมื่อลูกค้าตกลงปลงใจกับคอมพิวเตอร์ ในแบบของตนเองแล้ว ก็จ่ายเงินแล้วกลับบ้านไปรอ ทางร้านจะส่งสเปกไปยังโรงงานของเดลล์ที่ปีนัง ประเทศมาเลเซียให้ผลิตคอมพิวเตอร์ตามสเปก และส่งกลับมายังไทยภายใน 7 วัน ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะรอรับของอยู่ที่บ้านหรือจะเลือกมารับเองที่ ร้าน? นายกฤตวิทย์ กฤตยเรืองโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจคอมซูเมอร์ ของเดลล์ อธิบาย
ฟังมาถึงตอนนี้ ก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่า มันต่างจากไปสั่งประกอบตามร้านอื่นตรงไหน แล้วร้านที่ห้างพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า รับประกอบเครื่องมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว สั่งปุ๊บไปเดินซื้อซีดีเพลง ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์หรือเปล่าก็ไม่รู้ คุณตำรวจช่วยไปดูหน่อย รอสักครึ่งชั่วโมงก็ได้คอมพิวเตอร์กลับไปใช้งานที่บ้านได้ชิลๆ ไม่ต้องรอเป็นอาทิตย์
พอจะเข้าใจได้ว่า ที่แตกต่างคือมันเป็นคอมพิวเตอร์ของเดลล์ แบรนด์ระดับโลกที่การันตีในแง่ของคุณภาพของชิ้นส่วนที่ใช้งาน การประกอบที่ได้มาตรฐานมาเลเซีย และยังเรื่องของซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
เอาเข้าจริง การเปิดหน้าร้านของเดลล์ให้เป็นเรื่องเป็นราวตามห้างใหญ่ๆ น่าจะเป็นเพียง “การสร้างความตระหนักรู้ในแบรนด์” มากกว่าเรื่องแนวคิดประกอบตามสั่งที่ไม่ได้ใหม่อะไร เดลล์อาจจะคิดว่าถ้ามัวเป็นเสือซุ่มรอให้ลูกค้าสั่งผ่านอินเทอร์เน็ตอย่าง เดียว อีกหน่อยคงโดนแบรนด์อื่น อย่างเอเซอร์ เอชพี และเลอโนโว ครองตลาดผู้บริโภคไปหมด
และก็เป็นจริงอย่างที่คิดเมื่ออโณทัย เปรยให้ฟังว่า ?หน้าร้านของเดลล์จะสร้างการรับรู้ในความเป็นเดลล์ ให้ผู้บริโภครู้จักมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คอมพิวเตอร์ประกอบตามสั่งก็จะเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า นอกเหนือจากนั้น ยังคงเป็นบริการหลังการขายที่ให้บริการถึงที่ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ลูกค้าให้ความสำคัญของเดลล์
ปีนี้ เดลล์จึงตั้งเป้าเปิดหน้าร้านให้ได้ 10 ร้าน โดย 5 แห่งอยู่ในกรุงเทพฯ ได้แก่ เซียร์ รังสิต พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า (2 ร้าน) ไอทีมอลล์ ฟอร์จูน และไอทีสแควร์ หลักสี่ ส่วนอีก 5 ร้านจะทยอยเปิดในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ในบริเวณหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ และในปี 2552 ก็จะเปิดเพิ่มอีก 40 แห่งทั่วประเทศ
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
Tags: dell, ร้านคอม, เดล, เดลล์25 Oct
“พันทิป” รับลูกก.ไอซีที ระดมทีมงานลบกระทู้หมิ่นเบื้องสูง เผยช่วงการเมืองร้อนจำนวนกระทู้ประเภทนี้ยิ่งเพิ่ม ระบุเว็บพร้อมรับความเห็นที่ไม่ตรงกันของทุกฝ่าย แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฏหมายไทย
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้บริหารเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (pantip.com) กล่าวว่า ขณะที่อุณหภูมิการเมืองไทยร้อนแรง กระแสการแสดงความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ดการเมือง โดยเฉพาะ “ห้องราชดำเนิน” มีจำนวนคนเข้ามาแสดงความเห็นเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติหลายเท่าตัว
จากจำนวนดังกล่าวมีบางกระทู้ที่มี ลักษณะหมิ่นสถาบันเกิดขึ้นมากผิดปกติ ทำให้เว็บต้องระดมทีมงานดูแล และตรวจสอบกระทู้ที่มีลักษณะดังกล่าว และจัดการลบออก รวมทั้งตรวจสอบสมาชิกที่มีพฤติกรรมตั้งกระทู้ที่มีเนื้อหาลักษณะนี้ หากตรวจพบจะระงับการเป็นสมาชิกทันที
“เฉพาะช่วงการเมืองแรงๆ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็มีกระทู้หมิ่นเกิดขึ้นเยอะ ซึ่งทางทีมงานของเราต้องดูแล และตรวจสอบเป็นพิเศษ ซึ่งเราทำโดยเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้ไอซีทีสั่ง เพราะทางเว็บจะมีทีมงานที่คอยประสานงานกับไอซีทีตลอดเวลาอยู่แล้ว”
นายวันฉัตร กล่าวด้วยว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบันคงไม่ร้ายแรงเหมือนช่วงรัฐประหารที่ทางเว็บต้อง ปิดห้องราชดำเนินชั่วคราว เพราะทีมงานได้ตรวจสอบกระทู้อยู่ตลอด และเห็นว่าทั้ง 2 ฝ่าย ก็แสดงความคิดเห็นแตกต่างกันได้ และเป็นสิทธิของการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย
นายวรพจน์ หิรัญประดิษฐกุล ผู้ดูแลเว็บบอร์ดพันทิปดอทคอม กล่าวว่า การใช้เว็บบอร์ดเพื่อจุดกระแสเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะการเมืองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว จะมากจะน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของบ้านเมือง โดยสถานการณ์ช่วงนี้ยังถือว่าอยู่ระดับที่เป็นการแสดงความเห็นตามเสรีภาพที่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เท่านั้น เพราะต้องยอมรับว่าเมื่อคนได้เสพข่าวตามสื่อต่างๆ ก็ต้องอยากที่จะแสดงความคิดเห็น ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้
ปัจจุบันพันทิปดอทคอมมี “สมาชิก” ที่ต้องล็อกอินภายในเว็บได้เกินกว่า 1 แสนล็อกอิน มีจำนวนเพจวิวต่อวันโดยเฉพาะหน้ากระทู้มากกว่า 3 แสนเพจวิว และมีจำนวนคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ มากกว่า 1 แสนคนต่อวัน
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/25/news_306226.php
Tags: pantip, กระทู้, พันทิป, หมิ่นเบื้องสูง25 Oct
เอาแล้วไง..พันธมิตรทีโอทีออกแถลงการณ์นัด ชุมนุม 27 ต.ค. ขับไล่ “มั่น” อ้างอยู่ร่วมรัฐบาล “สมชาย” ทั้งต้องรับผิดชอบทำหนังสือปลดบอร์ด มั่นเผยอาจไม่เข้ากระทรวง เลี่ยงเหตุรุนแรง
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทีโอที ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 เรียกร้องให้พนักงานทีโอทีร่วมชุมนุม พร้อมมือตบ วันที่ 27 ต.ค. 2551 เวลา 09.30 น. เพื่อขับไล่นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที โดยแสดงจุดยืนและดำเนินการเหมือนที่ขับไล่นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา
แถลงการณ์ยังอ้างว่าขณะนี้มีการเมือง เข้ามาแทรกแซงการบริหารงานทีโอที และรัฐมนตรีไอซีที ได้ทำหนังสือเสนอไปยังกระทรวงการคลัง ให้ปลดนายธีรวุทย์ บุณยโสภณ ประธานบอร์ด และกรรมการอีก 4 คน
ทั้งนี้นายมั่น กล่าวว่า ขอดูสถานการณ์ก่อน ถ้ามีชุมนุมขับไล่จริง ก็อาจไม่เข้ากระทรวง เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น เพราะมีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องและไม่สามารถระบุผู้รับผิดชอบได้ชัดเจน
“ไอซีทีอาศัยพื้นที่ของทีโอทีอยู่ ถ้าพนักงานทีโอทีไม่ต้อนรับแล้ว ไอซีทีก็คงต้องคงไปหาที่อยู่ใหม่ เข้าใจว่าเป็นเรื่องทางการเมือง คงไม่เกี่ยวกับเรื่องการปรับเปลี่ยนในบอร์ด เพราะปัจจุบันยังไม่ปลดหรือแก้ไขอะไร แต่ถ้าจะมีในอนาคตก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของทีโอที”
นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า จุดยืนของทีโอทีคือเป็นกลางทางการเมือง ถ้าพนักงานจะรวมกลุ่มชุมนุมทางการเมืองเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ต้องทำโดยสงบ อยู่ในกรอบของกฎหมายและกฎระเบียบของทีโอที ห้ามมีเหตุการณ์รุนแรงเหมือนเมื่อวันที่ 22 ต.ค. เพราะจะกระทบกระเทือนต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ซึ่งพนักงานทุกคนต้องช่วยกันให้ความร่วมมือ
ส่วนการจะชุมนุมขับไล่รัฐมนตรี ทางทีโอทีจะเตรียมการด้านการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น การชุมนุมต้องเป็นไปโดยเรียบร้อย ซึ่งประเด็นที่น่าห่วงคือ บุคคลที่ 3 เข้าร่วมชุมนุมมากกว่า เพราะเชื่อว่าพนักงานทีโอที จะไม่ทำอะไรรุนแรงแน่นอน
อย่างไรก็ตาม วานนี้ (24 ต.ค.) ทีโอทีได้เรียกประชุมผู้บริหารเรื่องเหตุพนักงานทีโอทีรวมตัวขับไล่นายก รัฐมนตรี เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบ พร้อมออกเสียงตามสายขอร้องพนักงานอย่าดึงบริษัทไปร่วมแสดงความรู้สึกทางการ เมือง เพราะเกรงผลขยายสู่ความปลอดภัยของพนักงานต่างจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ภาค เหนือ และอีสาน รวมทั้งอาจยกเลิกใช้บริการด้วย
นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.ทีโอที (สรท.) กล่าวว่า สรท. เตรียมออกประกาศสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า สรท. ไม่ได้ออกแถลงการณ์เรียกระดมพนักงานขับไล่รัฐมนตรี เพราะไม่มีผลดีต่อองค์กรและไม่ใช่ทางออก สรท. ต้องการขับไล่เฉพาะนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ดังนั้นการชุมนุมวันที่ 27 ต.ค.นี้ สรท. คงไม่เข้าร่วม และต้องการให้พนักงานระวังมือที่ 3 ที่ต้องการใช้ สรท. และทีโอที เป็นเครื่องมือ
ส่วนการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ต้องการให้ตรวจสอบการเจรจาจ่ายค่าเช่าใช้ระบบบิลลิ่ง 1,476 ล้านบาท กับบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย เท่านั้น และขอให้ปลดนายวรุธ สุวกร ไม่จำเป็นต้องปลดบอร์ดทั้งคณะ
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
Tags: tot, ทีโอที, พันธมิตร