กูรูชี้ ‘กาแล็คซี่ เอส5′ ยังไม่โดนใจ เชื่อเคาะราคาไม่เกิน22,000บาท

กูรูชี้ 'กาแล็คซี่ เอส5' ยังไม่โดนใจ เชื่อเคาะราคาไม่เกิน22,000บาท

เซียนมือถือแตกคอ มอง “กาแล็คซี่ เอส5″ มีสิทธิ์ทั้งรุ่งและเงียบ เชื่อสเปกยังไม่แรงถูกใจคอแอนดรอยด์ แต่การเติมฟังก์ชั่นใหม่ๆ ช่วยหนุนความรู้สึกแปลกใหม่ ได้ไม่น้อย…

หลังจาก “ซัมซุง” ถือฤกษ์ดีในงานใหญ่ระดับโลกของแวดวงมือถืออย่างโมบายล์ เวิลด์ คองเกรส 2014 ณ ประเทศสเปน เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดอย่าง “กาแล็คซี่ เอส5″ พร้อมอุปกรณ์ใหม่ในหมวด Wearable device เอาใจคนรักสุขภาพและการออกกำลังกาย อย่างสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ Samsung Gear Fit , Samsung Gear 2 และ Samsung Gear 2 Neo นาฬิกาอัจฉริยะ ก็ถือว่ามีกระแสตอบรับทั้งด้านบวกและด้านลบออกมาเต็มที่ เพราะมีทั้งคนปลื้มและส่ายหัวให้ ครั้งนี้ “ทีมข่าวไอทีออนไลน์” ก็ไม่พลาด ล้วงความเห็นจากบรรดาเซียนมือถือมาวิเคราะห์อนาคตของสินค้ารุ่นใหม่ของซัมซุงด้วย

“การเปิดตัวสินค้าของซัมซุงในครั้งนี้ค่อนข้างน่าประทับใจ หากเปรียบเทียบระหว่างการเปิดตัวกาแล็คซี่ ตระกูลเอส ในรุ่นที่ผ่านๆ มา ไม่นับรวมถึงกลุ่ม Wearable device ที่จะถูกอกถูกใจคนรักสุขภาพได้อย่างมาก นี่ถือเป็นจุดเด่นของซัมซุงที่เลือกเปิดศึกนี้ก่อน เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้นิยมพกพาเครื่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เหล่านี้ติดตัวมากขึ้น” นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผู้จัดมหกรรมมือถืออย่างไทยแลนด์ โมบายล์ เอ็กซโป วิเคราะห์

นายโอภาส ยังคาดการณ์อีกว่า คนที่ถือกาแล็คซี่ เอส4 อยู่ในมือก็สามารถเปลี่ยนมาซื้อกาแล็คซี่ เอส5 ได้ ถือว่ามีลูกเล่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้นพอสมควรทั้งจอขนาด 5.1 นิ้ว แม้จะเล็กกว่าที่คาดกันไว้ว่า 5.3 นิ้ว แต่ก็ถือว่าเป็นขนาดที่เป็นเทรนด์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ เทคโนโลยีต่างๆ รวมถึง WiFi MIMO ที่เหมาะกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทย เพราะสามารถเลือกใช้งานความเร็วในการเชื่อมต่อจากไว-ไฟ หรือเลือกใช้คู่กับ 3จี เพื่อเพิ่มความเร็ว ก็คงถูกใจคนชอบใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือไม่น้อย รวมถึงคุณสมบัติกันน้ำ ก็อาจทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้สึกตื่นเต้นกับกาแล็คซี่ เอส5

“หากให้เดาราคา เชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ 21,000-22,000 บาท ส่วนอุปกรณ์กลุ่มสวมใส่นั้น เชื่อว่าสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพอาจจะทำตลาดในราคา 5,000-6,000 บาท ส่วนนาฬิกาอัจฉริยะอาจอยู่ที่ 8,000-9,000 บาท” ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบายล์ เอ็กซโป กล่าว

ขณะที่ นายกิติชัย ทังนิธิรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ mxphone.com วิเคราะห์ว่า “ภาพรวมของกาแล็คซี่ เอส5 ถือว่าไม่น่าตื่นเต้น เพราะทั้งวัสดุตัวเครื่องก็ยังไม่ได้แปลกใหม่จากรุ่นเดิมๆ ในส่วนฝาหลังก็ด้วย แม้จะเปลี่ยนจากลายขลิบหนังของกาแล็คซี่ โน้ต3 มาเป็นแบบใหม่ที่เป็นลายจุดนี้ ก็ยังไม่ใช่การพลิกรูปแบบให้เป็นแบบใหม่จริง ส่วนตัวมองว่านี่คือประเด็นสำคัญเพราะคนไทยส่วนใหญ่ก็พิจารณาวัสดุด้วย ถือเป็นอีกสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อมือถือ”

เซียนมือถือ ผู้ก่อตั้งเว็บ mxphone.com ยังวิเคราะห์อีกว่า เรื่องของสเปกเครื่องก็มีทั้งสิ่งที่น่าผิดหวังและน่าชื่นชม ที่น่าผิดหวังก็คือสเปกเครื่องเพราะดูเหมือนซัมซุงจะค่อนข้างตันแล้วในเรื่องนี้ แม้จะมีการเพิ่มนวัตกรรมอย่างฟังก์ชั่นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแต่ก็ดูเหมือนยังไม่ให้ความแม่นยำเท่าที่ควรและไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเห็นฟังก์ชั่นนี้บนสมาร์ทโฟน ส่วนจอภาพก็น่าผิดหวัง เพราะไม่ใช่แบบ QHD ที่มีกระแสข่าวหลุดออกมาก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกับเรื่องแรมซึ่งมีความจุเพียง 2GB ไม่ใช่ 3GB อย่างที่คาดกันไว้ ส่วนเรื่องที่น่าชื่นชมของกาแล็คซี่ เอส5 คงเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่าง WiFi MIMO ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของรุ่นดังกล่าวและเป็นสิ่งที่คู่แข่งอย่างไอโฟนยังไม่มี

“ในเชิงแฟชั่นอาจมีคนชื่นชอบกาแล็คซี่ เอส5 อยู่บ้าง แต่ในเชิงเทคโนโลยีซึ่งมีคนอีกไม่น้อยหวังว่าซัมซุงจะทำได้ดีกว่านี้ ก็อาจจะผิดหวังไปบ้าง เพราะสิ่งที่ออกมาครั้งนี้ถือว่ายังไม่ถึงกับดีเลิศ ส่วนความนิยมในไทย ส่วนตัวคาดว่าอาจจะยังไม่หวือหวานักเพราะรูปทรงก็ไม่ได้แปลกใหม่ จอก็ยังไม่ได้คุณภาพสูงเหมือนกระแสข่าวหลุด จึงถือเป็นเรื่องที่น่าจับตาว่ากาแล็คซี่ เอส5 จะดึงดูดให้คนที่เพิ่งซื้อมือถือใหม่เมื่อปีก่อน ยอมควักเงินซื้อรุ่นใหม่ในครั้งนี้ได้หรือไม่” นายกิติชัย กล่าว

ในส่วนของราคานั้น เซียนมือถือผู้นี้ฟันธงว่า “ต้องรอดูกลยุทธ์ของซัมซุงอีกครั้ง แต่เชื่อว่าน่าจะเปิดราคาอยู่ระหว่าง 20,000-23,000 บาท ส่วนในรุ่นที่รองรับการใช้งาน LTE นั้นคาดว่าไม่น่าจะราคาเกิน 24,900 บาท เพราะจะทำให้คนหนีไปซื้อรุ่นที่สเปกสูงกว่าอย่างกาแล็คซี่ โน้ต3 แทน แต่ปัจจุบันค่ายผู้ผลิตมือถือก็หันไปทำตลาดร่วมกับโอเปอเรเตอร์ ชูจุดขายเรื่องแพ็กเกจการใช้งานเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น ก็เป็นอีกกลยุทธ์การขายที่ต้องจับตาดู”

ส่วน นายประหยัด โกษาแสง บล็อกเกอร์และกูรูสมาร์ทโฟน หรือ @MobileDista บนโลกทวิตเตอร์ แสดงความเห็นว่า “ถ้าจะให้ตัดสินใจว่ากาแล็คซี่ เอส5 น่าใช้น่าซื้อหรือไม่คงยังบอกไม่ได้ตอนนี้ แม้จะมีหลายฟีเจอร์น่าสนใจหลายอย่าง ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะรองรับการใช้งานได้จริงมาก-น้อยแค่ไหน แต่ในภาพรวมถือว่าโอเคกว่ากาแล็คซี่ เอส4″

กูรูสมาร์ทโฟน กล่าวอีกว่า หากเปรียบเทียบกับกาแล็คซี่ เอส4 ส่วนตัวมองว่ารุ่นดังกล่าวมีฟีเจอร์การใช้งานค่อนข้างมาก แต่ไม่ใช่ฟีเจอร์สำหรับการใช้งานประจำวัน ทำให้ผู้ใช้ไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพเครื่องอย่างเต็มที่ แต่ในรุ่นกาแล็คซี่ เอส5 นี้ถือว่ามีฟีเจอร์ไม่มากไม่น้อย และเชื่อว่าแต่ละประเภทก็สามารถรองรับการใช้งานได้ครบถ้วนและใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ในส่วนของสเปกเครื่องนั้น ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับท็อปได้ไม่น่าเกลียด แม้จะมีแรมมาเพียง 2GB แต่เชื่อว่าสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของซัมซุงนี้จะมีระบบการจัดการพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันก็อาจเป็นกลยุทธ์ในการทำราคาของซัมซุงด้วย

นายประหยัด อธิบายอีกว่า ในส่วนของ Micro SD ก็น่าสนใจเพราะสามารถเพิ่มได้สูงสุดเป็น 128GB จากเดิมที่สามารถเพิ่มได้สูงสุดเพียง 64GB ในสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ ของซัมซุง ขณะที่กล้องของกาแล็คซี่ เอส5 นี้ก็มีฟีเจอร์รองรับการใช้งานได้ง่ายขึ้น ให้ประสิทธิภาพคล้ายกับกล้องระดับมืออาชีพ ส่วนวัสดุตัวเครื่องที่ยังคงเป็นพลาสติกนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเกลียดและยอมรับได้ เพราะแม้ว่าซัมซุงจะไม่ได้เปลี่ยนไปใช้วัสดุประเภทอื่น แต่ก็มีการพัฒนาให้ผู้ใช้รู้สึกว่ามีการดีไซน์และไม่ใช่พลาสติกแบบไร้มูลค่า

“ปัจจุบันระยะการใช้หรือเปลี่ยนมือถือนั้นสั้นลง ประกอบกับแต่ละคนก็ไม่ได้ใช้งานมือถือแค่เครื่องเดียว บางคนมีทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์ เชื่อว่าสาวกซัมซุงที่ถือกาแล็คซี่ เอส3 อาจจะตัดสินใจเปลี่ยนเป็นเอส5 ในทันที รวมถึงผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นที่เก่ากว่านั้น แต่ผู้ใช้กาแล็คซี่ เอส4 อาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจเปลี่ยนในทันที ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นก็เชื่อว่ากาแล็คซี่ เอส5 จะสามารถทำตลาดได้ต่อเนื่องเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นในตลาด” @MobileDista กล่าว

นายประหยัด คาดการณ์ว่า เมื่อพิจารณาหลายๆ อย่าง คาดว่ารุ่นนี้ซัมซุงอาจทำราคาต่ำลงกว่าที่เคย โดยอาจเปิดตัวในราคา 19,000-22,000 บาท เนื่องจากตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบันก็มีการปรับลดราคาเพื่อเรียกความสนใจจากผู้บริโภคด้วย.

อ่านข่าว เปิดตัวแล้ว ‘กาแล็คซี่ เอส5′ ได้ ที่นี่

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

Post a Comment