‘ดิจิตอลฮับ’ กางแผนลุยวิดีโอคอนเทนต์ ชี้กระแสมาแรง

'ดิจิตอลฮับ' กางแผนลุยวิดีโอคอนเทนต์ ชี้กระแสมาแรง

ดิจิตอล ฮับ ประกาศลุยธุรกิจวิดีโอ คอนเทนต์ เผยมีโอกาสสูงเหตุลูกค้าหันมาให้ความสนใจมากขึ้น ระบุภาพรวมโฆษณาดิจิตอลปีนี้เติบโตสูง ผู้บริโภคนิยมดูคอนเทนต์ออนไลน์มากขึ้น…

นายสรนัฐ อุนะพำนัก รองประธาน บริษัท ดิจิตอล ฮับ จำกัด ในกลุ่มบริษัท ฟิวเจอร์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมิวนิเคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด (FMCG) ในเครือบริษัท โอสถสภา โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเปิดตัว THE KILLER’S HOUSE?BY OPPO N1 “Webisode” หรือการสร้างละครซีรีส์เพื่อออกอากาศบนเว็บไซต์ แทนการสร้างเป็นรูปแบบโฆษณาเผยแพร่ทางโทรทัศน์ ปัจจุบัน Webisode เริ่มเข้ามามีบทบาทและเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคที่ความเร็วอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นผ่านเทคโนโลยีไร้สายอาทิ 3จี และ 4จี รวมถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแบบมีสายความเร็วอย่างบรอดแบนด์

“แคมเปญ Webisode ต่างจากภาพยนตร์โฆษณาทั่วไปตรงที่เป็นสื่อที่ใช้ต้นทุนการผลิตถูกกว่า เพราะการออกอากาศของภาพยนตร์โฆษณาผ่าน TVC นั้นคิดค่าออกอากาศเป็นวินาทีและมีมูลค่ากว่า 1 แสนบาทขึ้นไป แต่ในส่วน Webisode กลับไม่มีค่ามีเดีย ทั้งยังสามารถมีความยาวเรื่องยาวเท่าไรก็ได้ เพราะใช้เผยแพร่ทาง Youtube, Facebook หรือเว็บฝากวิดีโอรายอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้กดเข้าดูได้เองทางอินเทอร์เน็ต” นายสรนัฐ กล่าว

นอกจากนี้ จุดเด่นอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจคือระยะเวลาการรับสื่อ VDO Content ยาวนานกว่าภาพยนตร์โฆษณาใน TVC ส่งผลให้การ Engagement หรือความผูกพันต่อแบรนด์นั้นมีมากขึ้นตาม และยังได้ถ่ายทอดเนื้อหาที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องการโชว์ตัวสินค้า องค์ประกอบของสินค้า และเรื่องราวของสินค้า เพื่อสร้างการรับรู้และผูกพันกับตัวแบรนด์ ทั้งนี้ สื่อดิจิตอลเป็นสื่อที่ผู้บริโภคสามารถปิดหรือละความสนใจเราได้ตลอดเวลา การทำคอนเทนต์ให้น่าสนใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การนำ TVC มาโฆษณาใน Digital ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนัก ยกเว้น TVC นั้นจะดีมากๆ จนทำให้คนต้องแชร์

นายสรนัฐ กล่าวอีกว่า สำหรับทิศทางภาพรวมธุรกิจโฆษณาดิจิตอลในปี 2557 นั้น ตัวเลขการเติบโตยังค่อนข้างสูง เพราะยังมีปัจจัยใหม่ๆ ที่ช่วยเสริมอยู่ อาทิ พฤติกรรมของผู้คนที่เริ่มดูคอนเทนต์ออนไลน์มากขึ้นการเข้าถึงของสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงกรุงเทพฯเท่านั้น แต่ยังกระจายออกไปถึงต่างจังหวัด รวมถึงการใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มมากขึ้นของผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวผลักดันให้เหล่าแบรนด์ต่างๆ หันมาใช้สื่อโฆษณาดิจิตอลสูงขึ้นปัจจุบันคนใช้อินเทอร์เน็ตได้ 17,690,000 ล้านคน มีผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั้นมีคนใช้ทั้งหมด 22 ล้าน และมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือทั้งหมด 36.4 ล้านคนซึ่งตัวเลขเหล่านี้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“เป้าหมายในอนาคต ไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำให้งานของ Digital Hub เป็นที่รู้จักของคนทุกคนซึ่งคนทุกคนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนในวงการเท่านั้นแต่หมายถึงคนทั่วไปในสังคมด้วย เรื่องรางวัลไม่ใช่ปัจจัยหลัก ไม่ได้หวังให้คนในวงการเดียวกันมาเห็นงานแล้วชมว่างานดีมากขนาดไหน แต่หวังให้งานของเราเป็นงานที่ใครๆ ได้ดูแล้วเอาไปพูดกับกลุ่มเพื่อนๆ ว่างานของเราดียังไงดีแค่ไหน” นายสรนัฐ กล่าว.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

Post a Comment