ผู้ชายเหงาๆ พาย้อนอดีตการบินที่ “มิวเซียมออฟไฟลท์”

ผู้ชายเหงาๆ พาย้อนอดีตการบินที่

ผู้ชายเหงาๆ กลับมาอีกแล้วครับ คราวนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปเที่ยวยังพิพิธภัณฑ์การบิน Museum of Flight ที่เมืองซีแอตเติล ไปสัมผัสตัวจริงเสียงจริงของแบล็กเบิร์ด ต้นแบบของโบอิ้ง 747 รวมทั้งเครื่องบินที่เราไม่มีโอกาสได้เห็นที่เมืองไทย…

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ผู้ชายเหงาๆ กลับมาอีกแล้วครับ คราวนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปเที่ยวยังพิพิธภัณฑ์การบินที่มีชื่อเสียงมากของเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ที่นี่รวมเอาเรื่องราวและวิทยาการของการบินตั้งแต่เครื่องร่อนสมัยโบราณที่คนอยากจะบินไปจนถึงกระสวยอวกาศ ที่นี่คือ Museum of Flight (มิวเซียมออฟไฟลท์) ที่เริ่มต้นก่อร่างสร้างมาตั้งแต่ปี 1964 จากกลุ่มของคนที่สนใจด้านการบิน ที่เห็นคุณค่าของเครื่องบิน เป็นองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร ถือเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดพื้นที่ 10,000 ตร.ม. ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของใจกลางเมืองซีแอตเติล ติดกับสนามบินโบอิ้งฟิลด์ (Boeing Field International Airport) ใกล้กับสนามบินนานาชาติคิง เคาท์ตี้ ที่นี่เปิดอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 1965

โดยมีผู้เข้าชมมากกว่า 4 แสนคนต่อปี และมีนักเรียนเข้ามาอบรมกว่า 140,000 คนต่อปี ในโครงการ A Challenger Learning Center, Aviation Learning Center และแคมป์ฤดูร้อนของทุกปี ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เริ่มต้นด้วยการบูรณะ ฟื้นฟูเครื่องบิน โบอิ้ง 80A-1 ที่สร้างเมื่อปี 1929 และถูกค้นพบที่เมือง แองเคอเรจ รัฐอลาสกา ใช้เวลานานถึง 16 ปี จึงแล้วเสร็จนำมาจัดแสดงได้

ในปี 1975 วิลเลียม อี.โบอิ้ง ได้ซื้อ Red Barn จากการท่าซีแอตเติลที่เป็นผู้ดูแลหลังจากที่โบอิ้งปล่อยทิ้งร้างไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยเงิน 1 ดอลลาร์ โดย Red Barn เป็นอาคารหลังแรกดั้งเดิมของโบอิ้ง ที่ทำด้วยไม้ทาสีแดง บ้านเดิมหลังนี้ถูกย้ายจากที่ตั้งเดิมจากแม่น้ำ Duwamish มา 3 ไมล์ มาตั้งที่ปัจจุบัน คือ ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของโบอิ้งฟิลด์ และภายหลังการบูรณะเรียบร้อย Red Barn ก็ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมเมื่อปี 1983

ต่อมาในปี 1987 ได้ก่อสร้างส่วนจัดแสดง T.A.Wilson Great Gallery ที่มีขนาด 3 ล้านลูกบาศก์ฟุต หรือ 85,000 ตารางเมตร โดยมีโครงสร้างที่สามารถรองรับการแขวนอากาศยานเพื่อจัดแสดงได้ถึง 20 จุด ที่สามารถรองรับน้ำหนักของเครื่องบิน ดีซี-3 ขนาด 9 ตันได้เลย การก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 1994 พร้อมกับ วิงส์ คาเฟ่ ขนาด 132 ที่นั่ง และส่วนจัดเลี้ยงอเนกประสงค์ “สกายไลน์” ขนาดความจุ 250 ที่นั่ง ทำให้พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์เพิ่มขึ้นเป็น 185,000 ตารางฟุต หรือ 17,200 ตร.ม.ในช่วงเวลานี้ก็ได้อากาศยานที่มีชื่อเสียงอย่าง ล็อกฮีท M-21 ที่เป็นล็อกฮีท เอ-12 หรือ SR-71 แบล็กเบิร์ด เครื่องบินสอดแนมจารกรรมความเร็วสูง 3 มัค รุ่นดัดแปลงเพื่อบรรทุกอากาศยานไร้นักบิน (โดรน) แบบ D-21 ที่นำมาจอดแสดงในส่วนของ Grate Gallery หลังจากที่ได้บูรณะเรียบร้อยแล้ว

ในปี 1996 มิวเซียมออฟไฟลท์ ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำแรกที่เป็นเครื่องบินโดยสารไอพ่น VC-137B (SAM970) ที่ใช้งานช่วงปี 1959-1962 ที่ปลดประจำการ โดยได้ทำเรื่องยืมมาจากพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศสหรัฐฯ ถูกนำมาตั้งแสดงที่ลานจอดกลางแจ้งทางทิศตะวันออกของอาคาร

สำหรับอากาศยานที่นำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มีรวมกว่า 150 แบบ ตัวอย่างเช่น

เครื่องบินโดยสารลำตัวกว้างแบบโบอิ้ง 747 ลำแรก ชื่อ City of Everett ที่ขึ้นบินครั้งแรกเมื่อ 9 ก.พ.1969 ตั้งชื่อตามเมืองเอเวอเร็ตต์ รัฐวอชิงตัน เครื่องบินโดยสารไอพ่นของประธานาธิบดีสหรัฐฯ VC-137B (SAM970) ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเดินเข้าชมได้

เครื่องบินโดยสารความเร็วสูงเหนือเสียง คองคอร์ด หมายเลข 214 ของสายการบินบริติช แอร์เวย์ส ประชาชนทั่วไปสามารถเดินเข้าชมภายในได้

เครื่องบินขับไล่ลำแรกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 Caproni Ca.20 ที่มีเหลือเพียงลำเดียวจากสายการผลิตทั้งหมด

อากาศยานลาดตระเวนแบบไร้นักบิน D-21 ที่ติดบินลำตัวของเครื่องบิน M-21 พร้อมทั้งส่วนของห้องนักบินของเครื่องบิน SR-71 แบล็กเบิร์ด ที่เหลือรอดจากอุบัติเหตุเครื่องตกกระแทกพื้นเมื่อปี 1968

เครื่องต้นแบบเครื่องบินโดยสารไอพ่น โบอิ้ง 737 และเครื่องบินโบอิ้ง 727 รวมทั้ง 1ใน 2 เครื่องที่เหลืออยู่บนโลกของเครื่องบินแบบ DC-2 และเครื่องบินพลังงานมนุษย์ gossamer Albatross II

ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้การเดินเยี่ยมชมของเรามีน้อย ได้เพียงเดินดูในส่วนของอาคาร Grate Gallery และลานจัดแสดงภายนอกอาคาร แต่ก็เป็นโอกาสดีที่ทำให้เราได้เจอกับเครื่องบินระดับตำนานอีกหลายลำ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-17 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ บี 47 เครื่องบินขับไล่ไอพ่น มิก-15 เครื่องบินขึ้นลงทางดิ่ง เอวี-8เอ แฮร์ริเออร์ ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ เครื่องบินโจมตีไอพ่น เอ-6อี อินทรูเดอร์ กองทัพเรือสหรัฐฯ เครื่องบินขับไล่เอฟ-14 เอ พลัส ทอมแคท กองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นต้น

ในด้านของนิทรรศการในอาคารก็มีการจัดแสดงที่น่าสนใจ อาทิ ประวัติศาสตร์การขนส่งไปรษณีย์ทางอากาศ ชุดนักบินในยุคต่างๆ ประวัติศาสตร์ของเรือบรรทุกเครื่องบิน เครื่องบินของกองบินนาวีสหรัฐฯ การแสดงหมัดต่อหมัด เปรียบเทียบสมรรถนะของเครื่องบินขับไล่ไอพ่นที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาในสงครามเวียดนาม คือ เอฟ-4 ซี แฟนทอม ทู ของ ทอ.สหรัฐฯ กับ มิก 21 ฟิชเบด ของ ทอ.เวียดนามเหนือ เป็นต้น ?

ส่วนของนักช็อป คนชอบเครื่องบินก็ไม่ควรพลาดร้านขายของที่ระลึกที่มีทั้งเสื้อยืด แก้วน้ำ โปสเตอร์ เครื่องบินจำลอง รวมทั้งสินค้าจากโบอิ้งช็อป ที่มีคอลเลกชั่นใหม่ๆ อาทิ โบอิ้งบี-17 หรือของที่ระลึกสายการบินแพนแอม เป็นต้น เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งที่นี่ไม่เพียงพอจริงๆ กับการเก็บรายละเอียด แต่ก็ประทับใจกับการจัดแสดงอากาศยานที่มีบทบาทในกองทัพสหรัฐฯ และประวัติศาสตร์ของโลก

สำหรับคนชอบเครื่องบินชาวไทย พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศของเราก็ปรับปรุงเสร็จแล้ว มีเครื่องบินใหม่ๆ เข้ามาจัดแสดงไม่แพ้ที่อื่นเช่นกัน ทั้ง เอฟ-16 หรือกริพเพน เหลือแต่กลุ่มของเครื่องบินโดยสารที่เรายังไม่มีการจัดแสดงให้เป็นกิจจะลักษณะเป็นทางการนัก ส่วนมากเป็นการจอดรอขายตามสนามบินต่างๆ เสียมากกว่า ทั้งนี้ปีใหม่นี้หยุดยาวมาแล้วลองหาเวลาไปชมกันได้ครับ

สุดท้ายนี้ ผู้ชายเหงาๆ ต้องขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ให้เกียรติติดตามอ่านกันมาตลอดปี 2555 หวังว่าปี 2556 ผมจะได้มีโอกาสพาท่านผู้อ่านไปเจอกับประสบการณ์ใหม่ๆ เทคโนโลยี อากาศยานเครื่องบิน เรือดำน้ำ เรือรบกันอีก ถ้าโอกาสจะอำนวย

สวัสดีปีใหม่ 2556 ครับ…

ผู้ชายเหงาๆ

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

Post a Comment