ระเบิดงาน ‘โมบายโชว์’ ค่ายมือถือใช้กลยุทธ์ราคา หวังกระตุ้นยอดครึ่งปีหลัง

ระเบิดงาน 'โมบายโชว์' ค่ายมือถือใช้กลยุทธ์ราคา หวังกระตุ้นยอดครึ่งปีหลัง

รวม 50 แบรนด์มือถือ ผุดงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โมบาย โชว์ 2012 คาด 4 วัน เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท ผู้ชมงาน 3-4 แสนคน ค่ายมือถือชิงเปิดตัวเพียบ หวังแจ้งเกิดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต…

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น เนื่องจากแบรนด์โทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยีในโทรศัพท์เคลื่อนที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีควอด คอร์ (Quad Core) ซึ่งราคาจะแทนที่ราคาดูอัล คอร์ (DUO Core) ที่เริ่มปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดช่วงครึ่งปีแรกนั้นกำลังซื้อค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากตลาดโลกมีการเปิดตัวสินค้าใหม่แต่เทคโนโลยีไม่ใหม่เท่าที่ควร ทำให้ยอดขายลดลง 5% ซึ่งคาดว่าหากไม่มีปัจจัยอื่นมาส่งผลกระทบ อาจทำให้ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตได้ถึง 10%

สำหรับงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โมบาย โชว์ 2012 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มิ.ย.-1 ก.ค.2555 ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา มีผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อาทิ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ได้นำสินค้ามาลดราคาถึง 50% เพื่อล้างสต๊อกสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีเก่าและเตรียมนำสินค้าใหม่มาวางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงค่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่มาร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 50 แบรนด์ ซึ่งมีการเปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่ในงานหลายรุ่น ผู้จัดจึงเลือกศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา เป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดใหญ่สามารถรองรับผู้เข้าชมงานได้จำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนคน และมีเงินสะพัดในงานกว่า 1,200 ล้านบาท

ด้านนายสิทธิโชค นพชินบุตร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่างว่า ภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ซัมซุงมีอัตราการเติบโตทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตสูงกว่า 30% และเชื่อว่าจะรักษาอัตราการเติบโตดังกล่าวต่อเนื่องจนถึงช่วงสิ้นปี โดยซัมซุงจะเน้นการนำเสนอนวัตกรรมฟีเจอร์ต่างๆ ภายในซัมซุง กาแล็คซี่ เอส3 หรือ กาแล็คซี่ บีม ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่ฉายโปรเจคเตอร์ได้ มาเป็นจุดสร้างแบรนด์กาแล็คซี่ให้ติดตลาด ซึ่งภายในงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล โมบาย โชว์ 2012 ได้มีการเปิดตัวกาแล็คซี่ แท็บ 2 ซึ่งมีทั้งขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว และ 10.1 นิ้ว พร้อมวางจำหน่ายภายในงาน ซึ่งซัมซุงตั้งเป้าว่าจะสามารถทำยอดขายได้มากกว่ารุ่นแรกถึง 50% เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มเข้าใจถึงประโยชน์ของสินค้า และมีการใช้งานแอพพลิเคชั่นในการติดต่อสื่อสารมากขึ้น

ส่วนนายสมศักดิ์ อธิศัยตระกูล หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากบริษัทหันมาเน้นตลาดสมาร์ทโฟนอย่างจริงจังพบว่าได้การตอบรับเป็นอย่างดี โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนออพติมัส แอล7 และออพติมัส แอล3 นั้นส่งผลให้แอลจีมีส่วนแบ่งการตลาดที่14% ในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคา 10,000-12,000 บาท และคาดว่าจนถึงสิ้นปีแอลจีจะมีส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมอยู่ที่ 5% ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนควอดคอร์รุ่นออพติมัส โฟว์ เอ็กซ์ (Optimus 4X) หน้าจอขนาด 4.7 นิ้วTrue HD IPS ให้สีสันสมจริง มาจำหน่ายในราคา 18,900 บาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนในกลุ่มราคา 15,000-20,000 บาท ได้ไม่ต่ำกว่า 15% โดยบริษัทตั้งเป้าจำหน่ายไว้ไม่ต่ำกว่า 15,000 เครื่องภายในสิ้นปี

ปัจจุบันตลาดรวมสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป โดยมีมูลค่าตลาดรวม 45,000 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนกว่า 65% เป็นสมาร์ทโฟน แม้ว่าด้านจำนวนเครื่อง 70% จะยังเป็นของฟีเจอร์โฟน และเป็นสมาร์ทโฟนเพียง 30% อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังตลาดรวมยังมีแนวโน้มมาทางสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ตลาดสมาร์ทโฟนอาจมีสัดส่วนด้านมูลค่าเพิ่มเป็น 75% เนื่องจากสินค้ามีแนวโน้มปรับลดราคาลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนทิศทางการทำตลาดช่วงครึ่งปีหลังนั้น มองว่าจะมีสีสันมากขึ้น เนื่องจากมีผู้เล่นในตลาดสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นและมีสินค้าพร้อมเทคโนโลยีใหม่เข้ามาจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้ตัวเลขภาพรวมสมาร์ทโฟนจนถึงสิ้นปีสัดส่วนจะเพิ่มขึ้น 70-75% ในเชิงมูลค่าจากเดิม 65%

ขณะที่ นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนการทำตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยใช้ซีรี่ส์ไอ-สไตล์ ระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์เป็นตัวชูโรง ล่าสุดได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ 2 ซิม 4 รุ่นราคาเริ่มต้น 3,990-5,900 บาท พร้อมด้วยแท็บเล็ตไอโน้ต ไวไฟ ราคา 3,990 บาท ด้วยการทำตลาดโดยเน้นราคาไม่แพงเกินไปและคุณภาพไม่ด้อยกว่าแบรนด์อื่นในราคาเริ่มต้น 3,990 บาท แต่ไม่เกิน 7,000 บาท เพื่อจับกลุ่มลูกค้าระดับล่างถึงกลางรวมถึงตลาดต่างจังหวัด ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายสมาร์ทโฟนมากกว่า 5 แสนเครื่อง แท็บเล็ต 4-5 หมื่นเครื่องภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ภาพรวมนั้น บริษัทตั้งเป้ามียอดจำหน่ายประมาณ 3 ล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็นส่วนแบ่งการประมาณ 28-30% ของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ไทย

นายซู ยี่ แดน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอ พี พี โอ ไทย จำกัด หรือ ออปโป้ (OPPO) กล่าวว่า ภายหลังเปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นไฟน์ ทรี (Find 3) เข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรกเมื่อ 3 เดือนก่อน บริษัทได้ทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟนมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้เปิดตัวรุ่นไฟน์ กีตาร์ (Find Guitar) และไฟน์เดอร์ (Finder) รวมถึงรุ่นไฟน์ จีมินิ (Find Gemini) แม้ว่าปีที่ผ่านมาบริษัทจะมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 1% ในตลาดรวม แต่ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 7-8% ภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวสมาร์ทโฟนอีก 3-4 รุ่น โดยจะมีรุ่นที่ถือเป็นเรือธงออกมาในช่วง ต.ค.-พ.ย.นี้

สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มฟีเจอร์โฟนนั้น บริษัทคาดว่าจะสามารถระบายสินค้าได้หมดภายในเวลา 2 เดือน แม้ว่าฟีเจอร์โฟนจะยังสามารถเติบโตได้ในตลาดต่างจังหวัด แต่เป็นการเติบโตเฉพาะในแบรนด์ใหญ่เท่านั้น ประกอบกับฟีเจอร์โฟนของออปโป้ยังมีราคาอยู่ในระดับมิด-ไฮเอนต์ ขณะที่สมาร์ทโฟนออปโป้ในปัจจุบันมีระดับราคาตั้งแต่ 6,900-14,900 บาท โดยประเทศที่มียอดจำหน่ายออปโป้สูงสุด คือ จีน ประมาณ 8 ล้านเครื่องต่อปี.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

Post a Comment