สนุก ฟรี สำหรับคนไทย ใช้ติ๊กเก้อถึงโคตรฮิต

สนุก ฟรี สำหรับคนไทย ใช้ติ๊กเก้อถึงโคตรฮิต

ทีมข่าวไอทีออนไลน์ พาบุกถึงสำนักงานกลางเมืองของแอบโซลูท เพลย์ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อ คำคมท้ายรถสิบล้อที่ดังที่สุดในประเทศไทย…

หากพูดถึง แอบโซลูท เพลย์ (Absolute Play) หลายคนอาจไม่คุ้นหู แต่ถ้าบอกว่าเป็นบริษัทที่พัฒนาแอพพลิเคชั่น “ติ๊กเก้อ” (Tic-ker) คำคมท้ายรถสิบล้อที่ฮิตอยู่บนโซเชียลมีเดียทั่วประเทศไทยในขณะนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก หลังจากที่แอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อได้เปิดให้บริการดาวน์โหลดบนแอพสโตร์ของระบบปฏิบัติการไอโอเอส และเพลย์สโตร์ของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพียง 1 สัปดาห์ ใครจะเชื่อว่าแค่แอพพลิเคชั่นที่ให้ถ่ายรูป ใส่ฟิลเตอร์ และเลือกข้อความมาแปะในรูป จะมีผู้ดาวน์โหลดแล้วมากกว่า 3 ล้านครั้ง!

ครั้งนี้ “ทีมข่าวไอทีออนไลน์” มีโอกาสบุกไปถึงสำนักงานของทีมพัฒนาแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อ ซึ่งตั้งอยู่ย่านเพลินจิต เพื่อพูดคุยถึงที่มาของความสำเร็จดังกล่าวกับ ยุคลอาจ ชาณพานิชกิจการ ซีไอโอ (Chief Information Office) ของบริษัท และนวพันธ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนา พร้อมแอบดูเบื้องหลังการทำงานของทีมผู้พัฒนากันถึงห้องทำงาน ว่าแอพพลิเคชั่นฝีมือคนไทย เขาคิดและทำอย่างไรถึงได้ผลงานคุณภาพและประสบความสำเร็จขนาดนี้…

IT Digest : ที่มาของ “ติ๊กเก้อ” เริ่มต้นอย่างไร
ยุคลอาจ : เกิดจากการที่เราอยากทำแอพพลิเคชั่นถ่ายรูปแบบสนุกๆ ที่ใช้งานง่าย เล่นได้ในเวลาไม่นาน และแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่ในตลาด จนได้คอนเซปต์ออกมา 2-3 แบบ แต่ที่ทีมงานเลือกรูปแบบของแอพฯ ติ๊กเก้อก็เพราะสามารถทำได้เร็วที่สุด ประกอบกับเรามีโจทย์ที่ต้องการทำแอพพลิเคชั่นที่แตกต่างออกไป เมื่อดูจากแอพพลิเคชั่นที่มีในปัจจุบันก็พบว่าส่วนใหญ่เป็นของบริษัทต่างประเทศ ซึ่งไม่ค่อยมีใครทำออกมาในแนวตลกๆ หลังจากที่พูดคุยกันเราก็นึกถึงประโยคขำๆ กวนๆ ที่เห็นกันตามท้ายรถสิบล้อ ก็เลยตกผลึกเป็นรูปแบบแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อในที่สุด ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวและยังไม่เคยมีใครหยิบขึ้นมาเล่น จากนั้นก็ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง จึงออกมาเป็นติ๊กเก้อ

นวพันธ์ :
อีกส่วนหนึ่งคือเราอยากทำแอพพลิเคชั่นให้คนไทยได้ลองใช้ ส่วนใหญ่ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น มักจะเลือกทำแอพพลิเคชั่นที่เป็นสากลเพื่อก้าวสู่การให้บริการระดับโลก ซึ่งมีน้อยรายที่จะก้าวไปได้ แต่เราคิดว่าเราอยากให้คนไทยมีความสุขที่ได้ใช้งานแอพพลิเคชั่นของคนไทยด้วยกันมากกว่าที่จะมุ่งไปตลาดโลก

IT Digest : ทำไมถึงคิดทำแอพพลิเคชั่นเพื่อขายในประเทศมากกว่าขายระดับโลก

ยุคลอาจ : คนที่คิดทำแอพพลิเคชั่นเพื่อขายระดับโลกนั้นไม่ผิด แต่เรามองว่าเป้าหมายเราอยู่ที่การพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อใช้งานในระดับประเทศเท่านั้น เพื่อดูการตอบรับจากในประเทศเสียก่อน ประกอบกับประโยคติ๊กเก้อก็เป็นเนื้อหาที่คนไทยรู้จักกันดี

นวพันธ์ : โดยส่วนตัวคิดว่าคำพูดพวกนี้เป็นคำที่ทุกคนเคยเห็นและเคยใช้ แต่อาจจะไม่ได้มีใครหยิบมาใช้แบบจริงจัง

IT Digest : ใช้ทีมงานในการพัฒนาติ๊กเก้อมากหรือน้อยแค่ไหน
ยุคลอาจ : ทีมงานเรามีทั้งหมด 4 คน ก็หมายถึงทั้ง 4 คนในบริษัทแอบโซลูท เพลย์ นั่นเอง บริษัทเราเพิ่งก่อตั้งได้ราว 6 เดือน เป็นบริษัทลูกของบริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด (บริษัทด้านไอที) เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ตอบสนองตามความต้องการของเพลย์เวิร์ค ไม่ได้รับพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อด้านอื่น แต่ติ๊กเก้อถือเป็นแอพพลิเคชั่นแรกที่เราพัฒนาขึ้นจากแนวคิดของพวกเราบริษัท แอบโซลูท เพลย์ และถือเป็นผลงานแรกที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ในด้านบุคลากรส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย ส่วนแอพพลิเคชั่นที่บริษัทพัฒนาให้กับบริษัทแม่นั้นมีการดำเนินการแล้วแต่ยังอยู่ระหว่างรอเปิดตัว สามารถเปิดเผยได้เพียงว่าเป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับด้านทีวีและบรอดแบนด์สำหรับการใช้งานบนมือถือและแท็บเล็ต

IT Digest : อะไรที่ทำให้ติ๊กเก้อประสบความสำเร็จ
ยุคลอาจ : ส่วนตัวมองว่า 1.การที่เราทำแล้วถูกใจคนไทย 2.คุณสมบัติที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก 3.การเชื่อมต่อกับโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีอยู่ 4.การที่คนดังหลายคนใช้ติ๊กเก้อ จึงทำให้เกิดกระแส

IT Digest : ยอดการดาวน์โหลดติ๊กเก้อเป็นอย่างไรบ้าง
ยุคลอาจ : เราเปิดให้ดาวน์โหลดได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ไปเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่เพิ่งผ่านมา จนถึงขณะนี้ก็มียอดการดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 2.3 ล้านครั้ง แบ่งเป็นยอดการดาวน์โหลดบนไอโอเอสประมาณ 1.3 ล้านครั้ง และแอนดรอยด์ 1 ล้านครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 21 เมษายน 2556) และมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 ล้านครั้ง โดยมียอดการดาวน์โหลดจากแอนดรอยด์เพิ่มขึ้นเป็น 60% ไอโอเอส 40% (ข้อมูล ณ วันที่ 29 เมษายน 2556)

IT Digest : ตั้งเป้าความสำเร็จของติ๊กเก้อไว้อย่างไร
ยุคลอาจ : ถือว่าเกินกว่าที่เราคาดหวังไว้มาก จากที่เราตั้งเป้าไว้ว่ามียอดดาวน์โหลดจากผู้ใช้ 2-3 แสนราย ก็น่าดีใจแล้ว เพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าตลาดจะยอมรับผลงานของเราขนาดไหน และจากการพิจารณายอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของคนไทยด้วยกันก็มักอยู่ที่ราว 2-3 แสนดาวน์โหลด ซึ่งเป็นตัวเลขตลอดการเปิดให้ดาวน์โหลด นั่นอาจหมายถึงการเปิดตัวในหลักหลายเดือนหรือเป็นปี ไม่นับรวมแอพพลิเคชั่นด้านคีย์บอร์ดที่จะประสบความสำเร็จมากกว่านั้น

นวพันธ์ : เพราะเป้าหมายแรกของเราคือทำให้ทุกคนสนุกกับการใช้งานจึงไม่ได้คาดหวังกับตัวเลขการดาวน์โหลดมากนัก

IT Digest : ใช้งบประมาณเท่าไหร่ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อ
ยุคลอาจ : ผมมองว่างบประมาณที่เราใช้คืองบประมาณด้านบุคคล เพราะเราเน้นความง่ายและรวดเร็วตั้งแต่กระบวนการพัฒนา จึงไม่มีความจำเป็นต้องทุ่มงบประมาณอะไรมากนัก ในการพัฒนาก็ใช้เพียงคอมพิวเตอร์ซึ่งเรามีอยู่แล้วและเขียนโปรแกรมขึ้นมา เป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่เราใช้กำลังสมองของคนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญมากกว่าการใช้งานเครื่องจักร

IT Digest : แนวทางการสร้างรายได้จากแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อ
ยุคลอาจ : เมื่อเราคิดทำแอพพลิเคชั่นฟรี ก็มีการวางแนวทางการสร้างรายได้เอาไว้แล้ว แต่เรามีแนวทางหลักๆ คือ จะไม่ทำแบนเนอร์ไปรบกวนการใช้งาน เราไม่ต้องการเก็บรายได้จากผู้เล่น ดังนั้นก็จะไม่มีการขายติ๊กเก้อแบบพิเศษเพื่อดึงเงินจากผู้ใช้ ทางสุดท้ายที่เราจะสร้างรายได้จากแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อได้ก็คือการหารายได้จากกลุ่มคอร์ปอเรท หรือแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการนำสโลแกน คำพูด หรือโลโก้ของเขามาอยู่ในแอพพลิเคชั่นของเรา ซึ่งขณะนี้มีติดต่อเข้ามาหลายสิบราย โดยคาดว่าภายในสัปดาห์นี้อาจจะได้เห็นการเพิ่มเติมของส่วนดังกล่าวบ้างแล้ว

นวพันธ์ : เราคิดแค่ว่าทุกฝ่ายต้องมีความสุข ผู้ใช้ก็ไม่ต้องเสียเงิน ลูกค้ากลุ่มคอร์ปอเรทที่สนใจก็ได้รับประโยชน์ วิธีการหารายได้จากการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นมีหลายช่องทาง แต่เราไม่ได้เน้นกับด้านดังกล่าวมากนัก รวมถึงจากจำนวนบุคลากรที่มีอยู่ก็ทำให้เราไม่สามารถมุ่งไปที่การสร้างรายได้รูปแบบดังกล่าวได้มากนัก

IT Digest : วางแนวทางการพัฒนาติ๊กเก้อไว้อย่างไร
นวพันธ์ : ผู้ใช้ในระบบแอนดรอยด์จะสามารถพบการเปลี่ยนแปลงของติ๊กเก้อได้ตลอด เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบมีขั้นตอนง่ายกว่าในระบบไอโอเอส โดยในส่วนของแอนดรอยด์นั้นเราได้อัพเดทการใช้งานไปแล้วราว 1 สัปดาห์ ขณะที่ไอโอเอสก็อัพเดทแล้ว แต่ยังติดอยู่ที่การพิจารณาของแอปเปิล

ยุคลอาจ : คาดว่าผู้ใช้ไอโอเอสจะสามารถใช้งานเวอร์ชั่นอัพเดทได้ภายในวันที่ 29 เมษายนนี้

IT Digest : ความสำเร็จของติ๊กเก้อ จะส่งผลให้แนวทางการพัฒนาแอพพลิเคชั่นของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
นวพันธ์ : อนาคตเราก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ในปัจจุบันคิดว่าคงไม่เปลี่ยนแปลง เรายังคงคอนเซปต์ของบริษัท เน้นความสนุกในการใช้งานเพราะเราสนุกในการพัฒนา

ยุคลอาจ : เพราะความสำเร็จในวันนี้เกินความคาดหมายไปมาก แต่เราก็ยังมีงานหลักที่ต้องพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อสนับสนุนบริษัทแม่ ซึ่งก็คงไม่เกี่ยวกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นทั่วไป

IT Digest : กำหนดแนวทางต่อยอดสู่การพัฒนาแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ในอนาคตไว้อย่างไร
นวพันธ์ : อย่างล่าสุดของติ๊กเก้อเวอร์ชั่นแอนดรอยด์ เรามีการพัฒนาคุณสมบัติใหม่ที่เรียกว่าตูน โดยแยกออกมาจากรูปประโยค ทำให้ผู้ใช้งานบนแอนดรอยด์สามารถตกแต่งภาพได้โดยใช้ตัวการ์ตูนดังกล่าว นอกจากนี้เรายังวางแผนให้ทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการสามารถอัพเดทได้พร้อมกันในอนาคต ส่วนการพัฒนาเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ เรากำลังทำภาษาท้องถิ่น โดยจะทำออกมาเป็นคำคม 4 ภาค ให้ผู้ใช้ติ๊กเก้อได้อัพเดทการใช้งาน พร้อมกันนี้ก็จะมีคุณสมบัติที่ให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้เอง เช่นไม่ชอบหมวดไหนก็สามารถลบออกได้ เป็นต้น

ยุคลอาจ : ในส่วนติ๊กเก้อเราก็จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่วนในแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่จะเปิดตัวในอนาคตก็จะมีออกมาอย่างแน่นอนอีกประมาณ 2 แอพพลิเคชั่น ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นภายในไม่เกิน 2 เดือนนับจากนี้ ซึ่งทั้ง 2 แอพพลิเคชั่นใหม่ก็จะเป็นอีกสีสันของตลาดแอพพลิเคชั่น คิดว่าในตลาดยังไม่เคยมีใครพัฒนาแอพพลิเคชั่นในลักษณะนี้มาก่อน อยากให้รอติดตามว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นประเภทไหน ใบ้ให้ว่ามี 1 แอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพ ส่วนอีก 1 แอพพลิเคชั่นนั้นยังบอกไม่ได้ แต่ไม่ใช่เกม อย่างไรก็ตามเชื่อว่าน่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นในแบบที่คนไทยชอบอย่างแน่นอน และ 1 ใน 2 แอพพลิเคชั่นนี้ก็จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานของคนทั่วโลก

IT Digest : คำไหนของติ๊กเก้อที่ตรงใจ และมีผู้ใช้มากที่สุด

ยุคลพันธ์ : ส่วนตัวก็ชอบแทบทุกคำ แต่จะใช้บ่อยๆ ก็คือประโยคที่เกี่ยวกับการจราจรเพราะต้องพบเจอกับปัญหารถติดอยู่บ่อยๆ ส่วนคำที่มีผู้ใช้มากที่สุดคือคำว่า สวยใสไร้เมคอัพ, ออกสื่อได้ไม่อายใคร , แจ่มแจ๋วงานวัด, สิบล้อเสียหลักยังหักหลบ

นวพันธ์ : ผมชอบทุกคำ เพราะคำพวกนี้ล้วนถูกกลั่นกรองมาแล้วโดยทีมงานซึ่งก็คือพวกเราเอง ทุกคำอาจไม่ได้โดดเด่นทั้งหมดแต่เชื่อว่าทุกคำมีสถานการณ์ที่ตรงใจและสามารถใช้งานได้หลากหลาย แต่โดยส่วนตัวจะชอบคำในหมวดการกิน

IT Digest : มองการขยายบริษัทไว้หรือไม่

ยุคลอาจ : เป็นโจทย์ที่เราจะต้องทำอยู่แล้ว บริษัทแม่ก็มีการสนับสนุนในเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก แต่เราต้องการทีมงานที่มาจากการคัดเลือกและมีคุณภาพ ประกอบกับแรงงานด้านนี้ในประเทศไทยก็ยังมีค่อนข้างน้อย จึงยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

นวพันธ์ : โจทย์นี้อยู่ที่ว่าเราต้องการใครและเราจะขยายไปอย่างไร เราจะขยายทีมต่อเมื่อมีเป้าหมาย

IT Digest : มองกระแสแอพพลิเคชั่นในปัจจุบันเป็นอย่างไร
ยุคลอาจ : ต้องมองเป็นประเภท ถ้าเป็นแอพพลิเคชั่นที่มาเป็นกระแส ก็มีโอกาสที่จะมาช่วงหนึ่งแล้วหายไป แต่เราไม่ได้มองว่าติ๊กเก้อเป็นแอพพลิเคชั่นในกลุ่มนั้น เรามองว่าผู้ใช้ยังคงสามารถใช้งานได้เรื่อยๆ เพราะทีมงานก็จะพัฒนาและปรับให้เข้ากับยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง แอพพลิเคชั่นของเราคือการตอบสนองคนชอบถ่ายรูปและชอบแชร์รูปสู่โซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ซึ่งปัจจุบันก็เชื่อว่ามีคนกลุ่มนี้เยอะมาก ตราบใดที่ยังมีคนถ่ายรูป แต่งรูป และแชร์รูปก็เชื่อว่าติ๊กเก้อจะยังคงอยู่ได้ โดยเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีวงจรของตัวเอง ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ในเวลารวดเร็ว สามารถตกแต่งรูป และแชร์ออกไปบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน

นวพันธ์ :
คำว่ากระแสน่าจะหมายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงช่วงหนึ่ง เช่น ช่วงที่ฮิตคำว่า เงียบ สงสัยจะไม่ช็อต, น้องเนยรักษ์โลก เหมือนเป็นคำที่พูดติดปาก แต่แอพพลิเคชั่นคือการใช้งาน ถ้าตราบใดที่ผู้ใช้ยังคงชื่นชอบและใช้งานอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่มีวันที่วงจรนั้นจะหายไป บางคนอาจบอกว่ารูปหนึ่งแทนคำพูดพันคำ แต่พวกผมมองว่ารูปที่มีคำพูดนั้นสามารถแทนคำได้เป็นหมื่นคำ ยอมรับว่าในช่วงที่เปิดให้ดาวน์โหลด 4-5 วันแรกคือกระแส แต่หลังจากนั้นเราต้องการผู้ใช้ที่ใช้งานจริงและใช้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเราก็ยึดหลักให้ติ๊กเก้อนั้นอิงกับสถานการณ์ปัจจุบันเสมอ จึงคิดว่าติ๊กเก้อไม่น่าจะเป็นแค่แอพพลิเคชั่นกระแสแน่นอน.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

Post a Comment