อย่าประมาท กสทช.เผยสถิติไอโฟนบึม 3ครั้งสังเวย1ศพ

อย่าประมาท กสทช.เผยสถิติไอโฟนบึม 3ครั้งสังเวย1ศพ

กสทช. เผยสถิติอุบัติเหตุสมาร์ทโฟนไอโฟนระเบิด 3 ครั้ง คร่าชีวิตผู้ใช้งานไปแล้ว 1 ราย กำชับผู้นำเข้าต้องผ่านการรับรองมาตรฐานก่อนใช้งาน พร้อมเอาผิดผู้ฝ่าฝืน ชี้มีโทษปรับ ไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งจำทั้งปรับ…

?

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นายฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)? กล่าวถึงการระเบิด ของโทรศัพท์ทำให้มีผู้เสียชีวิตว่า ากการตรวจสอบเบื้องต้นของสำนักงาน? กสทช. พบว่า เครื่องดังกล่าวไม่ใช่ไอโฟนของจริง แต่เป็นของปลอมที่ผลิตขึ้นมา และคาดว่าไม่ได้รับการรับรองจาก กสทช. ซึ่งล่าสุดได้ส่งหนังสือไปที่ สภ.แกลง จ.ระยอง เพื่อขอเครื่องมาตรวจสอบที่ศูนย์รับรองมาตรฐานอุปกรณ์โทรคมนาคม ของสำนักงาน กสทช. แล้ว? โดยคาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบ 1-2 วัน จึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

สำหรับ หน้าที่ของศูนย์รับรองมาตรฐานฯ นั้น เริ่มจาก ผู้ที่มีความประสงค์จะนำเข้าอุปกรณ์มายังประเทศไทย ต้องขออนุญาตโดยนำเครื่องมาตรวจสอบที่ กสทช. ก่อน จากนั้น จะดูว่าได้มาตรฐานตามที่ที่กสทช.กำหนด หรือ มาตรฐานระดับสากลหรือไม่ และเมื่อได้รับรองการรับรองเรียบร้อยแล้ว จึงสามารถผลิต หรือนำเข้าโทรศัพท์ได้ ส่วนเครื่องโทรศัพท์ที่ได้รับรองมาตรฐานจาก กสทช. จะมีสติกเกอร์ติดอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกล่อง ตัวเครื่องด้านนอก หรือตัวเครื่องด้านใน

ขณะเดียวกัน สันนิษฐานว่า เครื่องที่ระเบิดล่าสุด อาจไม่ใช่เครื่องไอโฟนแท้ และไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกสทช.ซึ่งอาจลักลอบนำเข้ามาจำหน่าย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น เท่ากับว่า มีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 กำหนดให้เครื่องโทรศัพท์จะต้องได้รับอนุญาตให้มีการนำเข้าโดยถูกต้องจากสำนักงาน กสทช. และมาตรา 32 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 กำหนดให้เครื่องโทรศัพท์จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. ก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายฐากร กล่าวต่อว่า ข้อสังเกตเบื้องต้นสำหรับการตรวจสอบเครื่องโทรศัพท์มือถือว่าผ่านการรับรองมาตรฐานหรือไม่ว่า เครื่องโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยจะต้องมีเครื่องหมายแสดงการรับรองมาตรฐานเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ที่ออกโดยสำนักงาน กสทช. ซึ่งจะระบุหมายเลขการรับรอง เลขปี ค.ศ. ที่รับรอง และรหัสประจำตัวของผู้ประกอบการ เช่น CLASS B NTC ID. AAAAAA-BB-XXXX โดยที่ AAAAAA หมายถึง หมายเลขรับรอง 6 หลัก BB หมายถึง เลขปี ค.ศ. ที่รับรอง ซึ่งจะเป็นเลขสองหลักสุดท้าย และ XXXX หมายถึง รหัสประจำตัวผู้ประกอบการ 4 หลัก ซึ่งเครื่องหมายนี้ ผู้ประกอบการต้องแสดงเครื่องหมายให้เห็นที่ตัวเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ในลักษณะที่อ่านออกได้ และต้องแสดงเครื่องหมายในวัสดุที่ใช้ร่วมกับเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์นั้น เช่น บรรจุภัณฑ์ คู่มือการใช้งาน เป็นต้น

ส่วนกรณีอุปกรณ์เสริม เช่น ปลั๊ก สายชาร์จ แบตเตอรี่ หูฟัง และอื่นๆ หากนำเข้ามาพร้อมกับตัวเครื่องโทรศัพท์ สำนักงานกสทช. จะตรวจสอบให้ แต่ถ้านำเข้ามาแยกกัน หรือผลิตขึ้น อุปกรณ์ดังกล่าวไม่ต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์จากสำนักงาน กสทช. แต่ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) กระทรวงอุตสาหกรรม

เลขาฯ กสทช. กล่าวอีกว่า กรณีเครื่องโทรศัพท์มือถือที่มีปัญหาระหว่างปี 2555-2556 ในประเทศไทย? มีทั้งหมด 3 กรณี? ได้แก่ 1.โทรศัพท์มือถือแอปเปิล รุ่นไอโฟน 5 ระเบิด เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2556 ที่ จ.กรุงเทพฯ สาเหตุเกิดจาก พบน๊อตแปลกปลอมอยู่ในถาดรองแบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่เกิดการกดทับและทำให้ช๊อตกันระหว่างเซลล์ของแบตเตอรี่ ความเสียหาย คือ โทรศัพท์ระเบิด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

2.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อโนเกีย ไม่สามารถระบุรุ่น ระเบิดเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2556 ที่ จ.ระยอง โดยสำนักงาน กสทช. ได้ประสานไปยังบริษัทโนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้ทางบริษัทฯ ตรวจสอบว่าเป็นเครื่องของบริษัทฯ หรือไม่ และเป็นรุ่นใด ความเสียหาย คือ มีผู้บาดเจ็บ ตาบอดทั้ง 2 ข้าง 1 ราย

และกรณีที่ 3 ตามข่าวที่ออกมาเป็นเครื่องโทรศัพท์มือถือ (น่าจะมาจากประเทศจีน) ที่ลอกเลี่ยนแบบไอโฟน 4s เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2556 ที่จ.ระยอง มีผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

Post a Comment