‘ไซแมนเทค’ เผยกลยุทธ์ใหม่ เน้นง่าย-สะดวก-ปกป้องสูง คุ้มครองลูกค้า

'ไซแมนเทค' เผยกลยุทธ์ใหม่ เน้นง่าย-สะดวก-ปกป้องสูง คุ้มครองลูกค้า

ไซแมนเทค คอร์ป พลิกโฉมองค์กร หวังเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความซับซ้อนในการบริหารงาน ปักธง 6-24 เดือน เร่งพัฒนานวัตกรรมและบริการใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายของผู้บริโภค…

ไซแมนเทค คอร์ป ประกาศกลยุทธ์ใหม่ที่จะปรับเปลี่ยนองค์กรให้เรียบง่ายและเหมาะสม เพื่อนำมาซึ่งผลการดำเนินงานที่ดียิ่งขึ้น ตอบโจทย์สำคัญสำหรับลูกค้าและพันธมิตร โดยนายสตีฟ เบ็นเน็ตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของไซแมนเทค กล่าวว่า กลยุทธ์ของไซแมนเทคนั้นง่ายและชัดเจน เรามุ่งหวังให้ผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ หรือทุกระดับทุกกลุ่มใช้เวลาและพลังของพวกเขาไปกับสิ่งที่พวกเขาปรารถนา โดยไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลาไปกับความห่วงหรือใส่ใจกับปัญหาวิถีชีวิตในโลก ดิจิตอลของพวกเขาจะปลอดภัยหรือได้รับการปกป้องหรือไม่ เรื่องดังกล่าวสำคัญมากที่ไซแมนเทคต้องโฟกัสและทำให้ทุกอย่างดีขึ้นและง่ายขึ้น สำหรับลูกค้าและพันธมิตรของเรา เป้าหมายของเราไม่ซับซ้อน เราจะมอบผลิตภัณฑ์ที่ดียิ่งกว่าและบริการที่ออกแบบเฉพาะสำหรับลูกค้า และปรับปรุงให้ง่ายขึ้นสำหรับพวกเขาในการวิเคราะห์ ซื้อ ใช้ และขอความช่วยเหลือซัพพอร์ตเมื่อพวกเขาต้องการ

เป้าหมายของไซแมนเทค คือการปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันต้องพัฒนานวัตกรรมใหม่ ให้ก่อเกิดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการที่สำคัญหรือที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง เมื่อเวลาผ่านไปลูกค้าจะมีทางเลือกมากขึ้นและดียิ่งขึ้นอันช่วยตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้อย่างต่อเนื่องและก่อเกิดผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า ไซแมนเทคจึงมุ่งเน้นใน 10 ด้าน สำคัญที่จะรวมผลิตภัณฑ์และบริการเดิมที่มีอยู่สร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ นวัตกรรมใหม่และโซลูชั่นที่ครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้ พร้อมด้วยการเชื่อมโยงและมูลค่าที่สูงขึ้น โดยภาพรวมของกระบวนการพัฒนาจะใช้เวลาประมาณ 6 ถึง 24 เดือน ขึ้นอยู่กับรายละเอียดในแต่ละโซลูชันที่จะมอบให้

สิ่งที่เราจะนำเสนอในอนาคตนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบโจทย์สำคัญที่ลูกค้าต้องการ 3 ด้าน ได้แก่ ทำให้ง่ายขึ้น เพื่อการใช้งานที่สะดวกและปกป้องได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ทำให้การดำเนินธุรกิจปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมายต่างๆ และสุดท้ายคือ ปกป้องข้อมูลทางธรุกิจและช่วยให้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ไซแมนเทคจะมุ่งเน้นการพัฒนาในจุดสำคัญๆ อันได้แก่ Mobile Workforce Productivity , Norton Protection , Norton Cloud , Information Security Services , Identity/Content-Aware Security Gateway , Data Center Security , Business Continuity , Integrated Backup , Cloud-Based Information Managementและ Object Storage Platform

นอกจากนี้ ไซแมนเทค ได้เพิ่มการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา และคิดค้นนวัตกรรมภายใน สำหรับตอบโจทย์สำหรับความต้องการในยุคต่อไป เพื่อสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถอินทิเกรตการทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าสำหรับลูกค้า สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าหมดกังวลกับความท้าทายในการจัดการข้อมูลและการปกป้องได้ในทุกจุดทั้งในระดับเครือข่ายและระดับข้อมูล ขณะที่กระบวนการขายของไซแมนเทคจะดำเนินอย่างต่อเนื่องโดยใช้ช่องทางจัดจำหน่ายปัจจุบันในการดูแลลูกค้าปัจจุบันและให้อิสระกับการกำกับดูแลงานขายของทีมขายไซแมนเทคมากขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการสร้างธุรกิจใหม่ๆ โดยไซแมนเทคจะขยายงานการตลาดขององค์กรให้มากขึ้นผ่านทรัพยากรที่สำคัญและความสามารถในการเร่งการเข้าถึงเป้าหมายและเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ไซแมนเทคได้สร้างสำนักประธานบริหารแห่งใหม่ เป็นสำนักงานของทีมบริหารระดับสูง อาทิ เจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินระดับสูง ประธานส่วนผลิตภัณฑ์และบริการ และเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการต่างๆ ซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อเสริมการตัดสินใจด้านการดำเนินงานต่างๆ ร่วมกับเบ็นเน็ตต์ในแต่ละวัน โดยรายงานตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งรายงานเหล่านี้ขึ้นกับฟังก์ชั่นการทำงาน ได้แก่ งานทรัพยากรบุคคล งานการเงิน งานด้านกฎหมาย เป็นต้น และรายงานยอดขายตามภูมิภาคโดยผู้บริหารงานขายสูงสุดในแต่ละภูมิภาค รวมถึงยังมีทีมงานระดับสูงส่วนอื่นๆ อาทิ เจ้าหน้าที่บริหารส่วนงานเทคโนโลยีสารสนเทศ การตลาด การสื่อสารและเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่รายงานตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและสามารถประยุกต์ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการของลูกค้า ด้วยกลยุทธ์นี้จะส่งผลให้จำนวนผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับกลางเพื่อการตัดสินใจนั้นลดลง โดยกระบวนการนี้จะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน 2556 อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ดำเนินการตามกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ไซแมนเทคคาดการณ์ว่าจะมีอัตรารายได้ที่เติบโตขึ้นอย่างมั่นคงมากกว่า 5% และอัตรากำไรจากการดำเนินธุรกิจ (non-GAAP) ดีกว่า 30% ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

Post a Comment