เอไอเอสชงเทมาเสกคายหุ้นชินคอร์ป แต่งตัวชิงดำใบอนุญาต 3 จี

เอไอเอสเตรียมพร้อมประมูล 3 จี กังวลเกณฑ์ครอบงำคนต่างด้าว บริษัทแม่มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติเกิน เสี่ยงเข้าประมูลใบอนุญาตไม่ได้ เสนอเทมาเสกผู้ถือหุ้นใหญ่ในชินคอร์ป ลดสัดส่วนหุ้นเหลือไม่เกิน 49%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้กำหนดที่จะให้มีการเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์มือถือ 3 จี ย่านคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้นั้น

ล่าสุด บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการมือถือเบอร์ 1 ของประเทศ ได้ชี้แจงต่อกลุ่มเทมาเสก โฮลดิ้งส์ แห่งประเทศสิงคโปร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทแม่ของเอไอเอสแล้ว ถึงความเสี่ยงเกี่ยวกับสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคและทำให้เอไอเอสละเมิดเกณฑ์ในการเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 3 จีได้

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กลุ่มเทมาเสกถือหุ้นโดยรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมในชินคอร์ปกว่า 96% ในขณะที่ชินคอร์ปถือหุ้นในเอไอเอสประมาณ 40% และสิงคโปร์เทเลคอม บริษัทในกลุ่มเทมาเสกถือหุ้นอยู่ 23% และแม้โครงสร้างของบริษัททั้ง 2 จะมีสภาพเป็นบริษัทไทยตามกฎหมาย แต่เนื่องจากเกณฑ์ของ กสทช.มีความเข้มงวดมากกว่า พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเฉพาะในประเด็นการตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้นและการบริหารงานของต่างชาติที่แท้จริง ซึ่งอาจจะทำให้เอไอเอสถูกตัดสิทธิ์การเข้าประมูล หากถูกพิสูจน์พบว่าเป็นบริษัทต่างด้าว

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเกี่ยวกับการลดสัดส่วนการถือหุ้นลงนั้น เป็นการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นว่าจะดำเนินการเช่นไร โดยความเป็นไปได้สูงสุด อยู่ที่การลดสัดส่วนหุ้นชินคอร์ปที่อยู่ในมือกลุ่มเทมาเสกลงเหลือไม่เกิน 49%

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาเทมาเสกก็ได้ทยอยขายหุ้นเพื่อให้เป็นไปตามกฎของตลาดหลักทรัพย์ฯที่กำหนดให้ต้องมีหุ้นซื้อขายหมุนเวียนในตลาดฯไม่ต่ำกว่า 15% ของหุ้นทั้งหมด (ฟรีโฟลท) โดยขณะนี้หลังจากทำฟรีโฟลทไปแล้ว 2 ครั้ง ทำให้กลุ่มชินมีหุ้นหมุนเวียนในตลาดฯแล้วทั้งสิ้น 20% จากเดิมที่มีอยู่ 4%

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลัง กสทช.เดินหน้าจะเปิดประมูลใบอนุญาตภายในไตรมาส 3 เอกชนทั้งในและต่างประเทศต่างสนใจและสอบถามข้อมูลมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประกาศ กสทช.เรื่องการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ยังคงเป็นข้อกังขา ซึ่ง กสทช.อยู่ระหว่างการปรับปรุงให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งเอไอเอส รวมทั้งบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค อาจต้องเตรียมพร้อมปรับสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติลง เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดเกณฑ์ดังกล่าว โดยประเด็นที่ภาคเอกชนกังขามากที่สุดในประกาศฉบับดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นบัญชีแนบท้ายประกาศ เช่น ห้ามต่างด้าวเป็นผู้บริหารระดับสูง, การถือหุ้นของต่างชาติที่ผ่านตัวแทน ทำให้สิทธิ์ในการออกเสียงลงมติมีสัดส่วนเกินกว่าจำนวนหุ้นที่ถือไว้จริง หรือเป็นหุ้นที่มีสิทธิพิเศษเหนือกว่าหุ้นที่ถือโดยผู้มีสัญชาติไทย รวมถึงการถือหุ้นของคนต่างด้าวทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นต้น.

 

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

[+] เข้า ขุด
[+] เข้า อร่อย
[+] เข้า ม้วน