ข่าวไอที เกมส์ ทีวี ดารา ภาพยนตร์ | IT News | Games | Movies | Iphone | 3G

IT.SIAMHOST4U.COM ที่ที่ คุณจะไม่ตกข่าว!

กว่า 1 ปี 6 เดือนแล้วที่บอสหญิงคนใหม่ของไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) “ปฐมา จันทรักษ์” เข้านั่งบริหารท่ามกลางความท้าทายจากวิฤตเศรษฐกิจโลกและความผันผวนการเมือง ไทย

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : หากเธอยังชูธงนำไมโครซอฟท์ไทยก้าวสู่ความเติบโตที่ประกาศว่า ปีงบประมาณ 2552 ซึ่งเริ่มเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 จะเพิ่มขึ้น 26% จากปีที่แล้ว พร้อมเพิ่มกำลังคนเป็น 400 คน

มองวิกฤตเป็นโอกาส

เธอบอกว่า จากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ ถ้าถามว่ากระทบต่อบริษัทไหมก็ต้องบอกว่ามี เพราะถ้าบอกว่าไม่มีคงไม่จริง ลูกค้าของบริษัททั้งในประเทศ และต่างประเทศมีจำนวนไม่น้อยที่เป็นองค์กรข้ามชาติ Multinational ที่มาจากสหรัฐอเมริกา ก็อาจจะมีบ้างที่ชะลอตัว หรือใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในการตัดสินใจลงทุน หรือใช้เงิน

แต่ตรงนี้ทั้งไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน และไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ไม่ได้มองว่าจะเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้ไมโครซอฟท์ชะลอตัวลงหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจก็เริ่มชะลอตัวจากปัญหาซับไพร์ม (Subprime) ของสหรัฐ หรือแม้แต่ในประเทศไทยก็ชะลอตัวบ้างอย่างต่อเนื่อง

“ไมโครซอฟท์ก็ยังโตตาม เป้าที่ตั้งไว้ อย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส เพราะฉะนั้นเราเชื่อว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ก็ไม่น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ ธุรกิจของไมโครซอฟท์ชะลอตัว เพราะหลายองค์กรตอนนี้อาจจะต้องการลดค่าใช้จ่าย แต่เราเชื่อเสมอว่าการลดค่าใช้จ่ายคือการต้องมองหาเทคโนโลยีที่ถูกต้อง เพื่อไปช่วยลดต้นทุน ค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น”

ขณะที่ประเทศไทยยังมีจุดแข็งอยู่ น่าจะสามารถรับมือกับวิกฤติได้ ถ้ารู้จักเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างถูกต้องถูก วิธีก็น่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ และฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจนี้ไปได้

ภาพรวมเศรษฐกิจของโลกที่ได้รับผลกระทบ มาจากวิกฤตการณ์ราคาน้ำมัน และวิกฤตการณ์ทางการเงินในสหรัฐอเมริกาอาจจะมีผลกระทบแต่ไมโครซอฟท์ยังเชื่อ ในนโยบายของบริษัทว่า เทคโนโลยีสามารถเข้าไปตอบโจทย์การทำงานได้ สามารถช่วยลดต้นทุนได้ ลดการใช้น้ำมันได้ สามารถทำให้คนยังทำธุรกิจและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลโดยการทำงานจากที่บ้าน ซึ่งหากบริหารจัดการการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้อง เทคโนโลยีก็เข้าไปตอบโจทย์การแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจได้

สวนกระแสจ้างคนเพิ่ม

นอกจากนั้น บริษัทย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยให้บริษัทแม่มั่นใจ โดยเฉพาะบุคลากรที่มีฝีมือและค่าแรงต่ำกว่าประเทศอื่น ซึ่งทำให้บริษัทยังคงรับคนเพิ่มจาก 250 เป็น 300-400 คนในปีหน้า

ทั้งนี้ จะเพิ่มการวิจัยพัฒนาด้านโปรแกรมบริหารจัดการโรงพยาบาล (เฮลธ์แคร์) ที่ประเทศไทยเป็นฐาน มีบุคลากร 70-80 คนแล้ว โดยไทยเป็น 1 ใน 34 ของศูนย์อาร์แอนด์ดี และจะเพิ่มส่วนงานทดสอบซอฟต์แวร์ ล่าสุดย้ายจากจีน และอินเดีย มาตั้งที่ศูนย์ไทยหมดแล้ว

“วันนี้นักพัฒนาไทยจะ ทดสอบซอฟต์แวร์ที่กำลังจะวางตลาดที่จะรองรับ 128 ภาษาทั่วโลก และพันธมิตรของบริษัทที่เป็นซอฟต์แวร์เฮ้าส์ไทย วันนี้ก็สามารถส่งออกไปบรูไน และมาเลเซียแล้ว“

เธอ ย้ำด้วยว่า ในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่ง การกลับมาจากเรดมอนด์ นอกจากที่จะรับผิดชอบการเจริญเติบโตของธุรกิจไมโครซอฟท์แล้ว ยังย้ำกับบริษัทแม่ชัดเจนว่า ประเทศมีศักยภาพอีกมากโดยไม่ลดการลงทุนใดๆ ที่เคยตั้งไว้ และต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ทั้งการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและช่วยเหลือธุรกิจไทยให้แข่งขันและอยู่รอดได้

ขอดูสถานการณ์ไตรมาส 4

อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า ปัญหาวิฤตการเงินสหรัฐ และปัจจัยการเมืองในประเทศ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างแน่นอน แต่จะขอประเมินยอดการเติบโตในไตรมาส 4 ปีนี้ก่อนว่าจะชะลอตัวมากน้อยเพียงใด

หากองค์กรธุรกิจตัดสินใจซื้อลดลง บริษัทจำเป็นต้องปรับแผนธุรกิจใหม่ต้นปีหน้า แต่จะไม่ปรับลดยอดรายได้ปีงบประมาณ 2552 ที่จะเติบโต 26% เนื่องจากมองว่าเทคโนโลยีที่เลือกมาทำตลาดในไทยจะเหมาะสมที่สอดคล้องกับสภาพ เศรษฐกิจที่ลูกค้าองค์กรต้องการลดค่าใช้จ่าย

“เราเชื่อว่าการลดค่าใช้จ่ายคือการมอง หาเทคโนโลยีเพื่อไปช่วยลดต้นทุน และจุดนี้คือโอกาสให้ไมโครซอฟท์ที่เป็นทางเลือกเทคโนโลยีแก่ผู้ใช้“

ชู 5 โซลูชั่นดั๊มราคาคู่แข่ง

นอกจากนั้น บริษัทยังเลือกโซลูชั่นที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์รกรผู้ใช้ในไทย ทั้งเวอร์ช่วลไลเซชั่น, บิสิเนส อินทิลิเจนท์ (บีไอ), ยูนิฟายด์ คอมมูนิเคชั่น, ซีอาร์เอ็ม และการจัดการคอนเท้นท์และการทำงานร่วมกันในองค์กร

“เราก้าวมาในตลาดโซลู ชั่นหลังคู่แข่ง และยังมีส่วนแบ่งที่ตามหลัง แต่ด้วยจุดขายการทำราคาที่ต้องมีช่องว่างห่างจากรายอื่น 3 เท่า จะทำให้บริษัทขึ้นเป็นที่ 1 ในตลาดเวอร์ช่วลไลเซชั่นและบีไอได้ภายในปีงบประมาณนี้ที่จะสิ้นสุดกลางปี 2552”

บริษัทหวังก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาที่ ลูกค้าไว้วางใจ เสนอสินค้าเป็นโซลูชั่นตอบโจทย์การใช้งานผู้ใช้ พร้อมการสร้างตัวแทนจำหน่ายตลาดนี้แล้วกว่า 300 ราย ทั้งเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานอีเวนต์/สัมมนาที่เจาะกลุ่มเฉพาะมากขึ้น

ล่าสุดบริษัทจัดกิจกรรม 5 งานตั้งแต่ 23 กย.-15 ต.ค. ทั้ง Partner Briefing, TechNet, Dynamic Forum, SMB Day และ Customer Day จากเดิมที่เน้นจัดให้คนวงกว้าง ซึ่งกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่และราชการทำรายได้สัดส่วน 1 ใน 3 ของรายได้รวม

เปิดโมเดลธุรกิจใหม่

เธอ บอกต่อว่า บริษัทเร่งศึกษารูปแบบให้บริการแบบเช่าใช้แอพพลิเคชั่นว่าจะเหมาะสมกับตลาด ไทยเพียงใด ซึ่งมีกลุ่มสื่อสารสนใจให้บริการลักษณะนี้ โดยจะช่วยให้องค์กรจัดหาเทคโนโลยีไปใช้งานได้มากขึ้น

“วันนี้ไม่ได้มองว่าโอ เพ่นซอร์สเป็นภัยคุกคาม แต่มองว่าโลกเทคโนโลยีไม่ได้เป็นโอเพ่นซอร์ส แต่เป็นโอเพ่นสแตนดาร์ด ที่สามารถทำงานข้ามระบบร่วมได้”

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/13/news_302435.php

Tags: microsoft, microsoft thailand, ปฐมา, ปฐมา จันทรักษ์
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • คอเกม คอการ์ตูน เชิญทางนี้ “ดิจิคราฟต์” ร่วม 4พันธมิตร จับคาแรกเตอร์การ์ตูนไทยใส่เกมออนไลน์ “เก็ทแอมป์เอ็กซ์” เตรียมเปิดให้บริการ 23 ต.ค. นี้

    กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : นายสุรศักดิ์ อารีย์สว่างกิจ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดิจิคราฟต์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ดิจิคราฟต์ ร่วมกับบริษัท ไซเบอร์ สเตป จำกัด ผู้พัฒนาเกมออนไลน์ เก็ทแอมป์ เกมต่อสู้สไตล์ แคช่วล จากประเทศญี่ปุ่น พัฒนาเกมเก็ทแอมป์ เอ็กซ์ เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ที่ได้จับมือพันธมิตร 4 ราย นำคาแรกเตอร์การ์ตูนไทยใส่ในเกมเวอร์ชั่นใหม่ ของโซนไทย พร้อมการทำตลาด

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    พันธมิตรหลักทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย บริษัท วิธิตา แอนนิเมชั่น จำกัด เจ้าของคาแรกเตอร์หนุมาน และวิลลี่ เดอะ ชิกเก้น, บริษัท โฮมรัน จำกัด ผู้สร้างโฟร์แองจี้ บริษัท โมโนมาเนีย จำกัด คาแรกเตอร์โปงลางละอ่อน และบริษัท มาโช บิส จำกัด เป็นผู้วางกลยุทธ์การตลาด

    ส่วนของโซนไทย จะเริ่มให้บริการวันที่ 23 ต.ค.นี้ คาดว่าภายใน 6 เดือน จะมีผู้เล่นเพิ่มเป็น 3 ล้านไอดี จากปัจจุบันมีประมาณ 1.7 ล้านไอดี จากนั้นต้นปีหน้าจะเริ่มให้บริการในต่างประเทศ เริ่มที่ญี่ปุ่น และขยายไปอีกกว่า 10 ประเทศ เช่น เกาหลี, เวียดนาม, สหรัฐอเมริกา, รัสเซีย และเนเธอร์แลนด์

    ขณะที่ เกมเก็ทแอมป์เอ็กซ์ จะเริ่มให้บริการวันนี้ (10 ต.ค.) มีฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น เล่นได้พร้อมกัน 16 คน จากเดิม 8 คน ทั้งพัฒนาระบบเอนจิ้นให้ทันสมัยมากกว่าเกมออนไลน์อื่นๆ

    “ตอนนี้ตลาดเกมออนไลน์ในประเทศไทยมา จากเกาหลี 90% จุดเด่นของเกาหลีคือมีภาพกราฟฟิกที่สวยงาม เกมจากญี่ปุ่นที่ดิจิคราฟต์นำเข้ามา อาจมีภาพที่สวยน้อยกว่า แต่ถ้าเทียบเชิงเทคโนโลยีและระบบเอนจิ้นแล้ว ยืนยันว่าดีกว่าแน่นอน ยิ่งมีการทำตลาดนำคาแรกเตอร์การ์ตูนไทยเข้ามา ถือเป็นการฉีกแนวเป็นครั้งแรก” นายสุรศักดิ์ กล่าว

    พร้อมระบุว่า การนำคาแรกเตอร์การ์ตูนเข้ามา จะทำให้เกมเป็นที่รู้จักมากขึ้นในประเทศ และยังมีโอกาสทำตลาดต่างประเทศต่อยอดด้านตัวการ์ตูน คาแรกเตอร์ และได้เผยแพร่ความเป็นไทยไปในตัว และสร้างโอกาสการทำตลาดแอนิเมชั่นออกต่างประเทศ

    เกมเก็ทแอมป์ เริ่มให้บริการในประเทศไทยมา 4 ปี ซึ่งเขากล่าวว่า แม้ไม่ได้ทำตลาดอย่างหนักเหมือนเกมออนไลน์อื่นๆ แต่ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะกระแสเกมสไตล์แคช่วล ที่ใช้เวลาเล่นน้อย ประมาณ 15 นาทีต่อ 1 รอบ กำลังได้รับความนิยม

    ส่วนการพัฒนาเกมอื่นๆ ของบริษัท นอกจากเกมออนไลน์ อาคาน่า ที่พัฒนาขึ้นมาเองโดยคนไทยแล้ว ภายในปีนี้ดิจิคราฟต์จะร่วมกับบริษัท ไซเบอร์ สเตป จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) เปิดเกมออนไลน์ ซี21 ซึ่งเป็นเกมที่มีรายละเอียดของเนื้อหา และได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ และปีนี้ ดิจิคราฟต์ตั้งเป้ารายได้ 60 ล้านบาท

    นายสันติ เลาหบูรณะกิจ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด กล่าวว่า วิธิตา เลือกหนุมาน และวิลลี่ เดอะชิกเก้น เพราะมีความเป็นไทยแฝงอยู่ หนุมานเป็นวรรณคดีไทย ขณะที่ วิลลี่เป็นไก่ชน ที่มีความสามารถด้านมวยไทย

    “เป็นการโปรโมตคาแรกเตอร์การ์ตูนที่มี และขยายกลุ่มเป้าหมายสู่กลุ่มวัยรุ่นที่เล่นเกมออนไลน์ จากเดิมเน้นกลุ่มเด็กเป็นหลัก” นายสันติ กล่าว

    ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/10/news_302031.php

    Tags: การ์ตูนไทย, เกมส์
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • ขณะที่คนทั่วโลกกำลังสนุกสนานกับการแชท รับ-ส่งอีเมลสาธารณะ ทำงานจากภายนอกองค์กร (โมบายออฟฟิศ) และใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคม โปรแกรมสนทนาทันใจ วายร้ายนักเจาะระบบก็เพลิดเพลินกับการขโมยข้อมูลเช่นกัน

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : พฤติกรรมหัวขโมย อาศัยช่องโหว่จากพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ที่บ้าน หรือพนักงานองค์กร ลักลอบนำข้อมูลสำคัญไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว หรือพวกพ้อง

    นายแพทริก ปีเตอร์สัน รอง ประธานฝ่ายเทคโนโลยี ผู้จัดการหน่วยธุรกิจไอรอนพอร์ต ซีสเต็มส์ บริษัทซิสโก้ ซีสเต็มส์ ซึ่งซิสโก้เข้าซื้อกิจการมูลค่า 890 ล้านดอลลาร์ กล่าวถึงผลการสำรวจที่จัดทำโดยอินไซต์ เอ็กซเพรส เรื่องการศึกษาการรักษาความปลอดภัยและการรั่วไหลของธุรกิจ 10 ประเทศจำนวน 2 พันคน พบว่า พฤติกรรมการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของพนักงานแตกต่างกันตามวัฒนธรรมแต่ละ ประเทศ

    ผลสำรวจระบุว่า ทั่วโลก 78% ใช้อีเมลส่วนตัวผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน การใช้โปรแกรมสนทนาทันใจ (ไอเอ็ม) 35% และเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์ค 15%

    นอกจากนั้น 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือ 67% ทำพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลองค์กร มีพนักงาน 19% เก็บรหัสผ่านในเครื่องพีซี 18% แชร์พาสเวิร์คกับเพื่อนร่วมงาน และแก้ไขเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าระบบความปลอดภัยเอง 1 ใน 5 ของที่สำรวจ และมี 46% ที่ยอมรับว่าส่งไฟล์งานจากพีซีที่บ้าน หรืออุปกรณ์พกพากลับไปยังพีซีที่สำนักงาน

    “พฤติกรรมที่สร้างความ เสี่ยงสูงสุดคือ พนักงานจัดเก็บรหัสผ่านเข้าใช้งานระบบในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะเมื่อคอมพิวเตอร์สูญหายก็จะทำให้แฮคเกอร์เข้าถึงข้อมูลในเครื่อง และการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าระบบความปลอดภัยในเครื่องพีซี” นายปีเตอร์สัน กล่าว

    ญี่ปุ่นเด่นป้องกันระบบ

    ขณะที่ประเทศเอเชีย 4 ประเทศที่สำรวจอย่างออสเตรเลีย จีน อินเดียและญี่ปุ่น จะพบว่า ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น จะเปิดให้พนักงานใช้โปรแกรมไอเอ็มหรือเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือการแก้ไขระบบป้องกันความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ต่ำกว่าพนักงานในจีน และอินเดีย เช่น 74% ของพนักงานที่จีนใช้โปรแกรมไอเอ็ม ส่วนญี่ปุ่นมีเพียง 4%

    ทั้งยังพบว่ามืออาชีพด้านไอทีของ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย จะรับรู้และตื่นตัวถึงพฤติกรรมที่จะสร้างความเสี่ยงให้ข้อมูลองค์กรรั่วไหล (ดาต้า ลีคเกจ) มากกว่าจีนและอินเดีย

    ประเทศกำลังพัฒนาเป้าหมายใหม่

    เขา ยังมองด้วยว่า การตื่นตัวระบบ ความปลอดภัยในสหรัฐ และยุโรป ทำให้แฮคเกอร์มุ่งเป้าหมายใหม่มายังประเทศกำลังพัฒนาที่ยังไม่มีระบบความ ปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ซึ่งสนใจกลุ่มธุรกิจที่รับบัตรเครดิต หรือสถาบันการศึกษาที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

    “สหรัฐตกเป็นประเทศที่แฮคเกอร์โจมตีสูง สุดโดยเฉพาะจากรัสเซีย ยูเครน แต่วันนี้ทุกธนาคารตื่นตัวหมดแล้วและมีข้อกำหนดมาตรฐานพีซีไอ ที่กำหนดระดับความปลอดภัยให้ธุรกิจที่รับบัตรเครดิตต้องปฏิบัติตามเพื่อคุ้ม ครองข้อมูล และมีกฎหมายที่ต้องให้ธุรกิจต้องแจ้งผู้เสียหายหากข้อมูลส่วนตัวถูกขโมย” รองประธาน กล่าว

    แนะจัดอันดับพนักงานกลุ่มเสี่ยง

    เขายังแนะองค์กรธุรกิจ ถึงแนวทางลดความเสี่ยงด้วยว่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความปลอดภัย (ซีเอสโอ) ต้องให้ความรู้สร้างการตื่นตัวความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และจัดอันดับความสำคัญพนักงานที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ตกเป็นเป้าหรือทำให้ ข้อมูลองค์กรรั่วไหล พร้อมจัดทำนโยบายด้านความปลอดภัยตามประเภทความเสี่ยง

    เช่น ธุรกิจการเงิน ธุรกิจที่ปรึกษากฎหมาย ผู้บริหารระดับสูง พนักงานที่ทำงานแบบโมบายออฟฟิศ อาจต้องกำหนดให้เข้ารหัสข้อมูลเอกสารที่เป็นเอ็กเซล ทุกครั้งที่ส่งอีเมล เป็นต้น

    นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มตกเป็นเป้าหมาย เป็นร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ที่รับบัตรเครดิต ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือบัตรเครดิต โดยประเมินคร่าวๆ ว่า แต่ละปีมีมูลค่าการสูญเสียจากการถูกขโมยข้อมูลบุคคลราว 10 ล้านดอลลาร์

    “ธุรกิจเหล่านี้มีข้อมูลที่มีค่า เสมือนเป็น เวอร์ช่วล แบงก์ ที่แฮคเกอร์จะเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นไปขายต่อหรือใช้ เพื่อแฝงตัวเป็นบุคคลนั้นพร้อมทำธุรกรรมอื่นๆ” นายปีเตอร์สัน กล่าว

    นายกิตติพงศ์ ทุมนัส จากไอรอนพอร์ต ซีสเต็มส์ไทย กล่าวเสริมว่า องค์กรในไทยให้ความสำคัญและตื่นตัวด้านระบบความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะอีเมล ซิเคียวริตี้

    “เกือบทุกองค์กรที่ทำธุรกิจกับต่าง ประเทศ จะลงทุนปรับระบบให้รองรับพ.ร.บ.ว่าด้วยการทำผิดทางคอมพิวเตอร์ 2550 จะขยายผลเสริมระบบอีเมลให้ปลอดภัยมากขึ้นพร้อมกัน ทำให้ธุรกิจส่วนนี้โตมากแต่หลังจากเกิดปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ลูกค้า 50% ชะลอการตัดสินใจนานขึ้นจาก 3 เป็น 6 เดือน” นายกิตติพงศ์ กล่าว

    ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/10/news_302034.php

    Tags: web2.0, เว็บ2.0
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • Shishir Mehrotra ประธานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของยูทูบ (YouTube) ประกาศแล้วว่า พร้อมจะขายเพลงและวีดีโอเกมบนเว็บไซต์แชร์ไฟล์วีดีโอยอดฮิตแห่งนี้ ขณะเดียวกัน บริษัทแม่อย่างกูเกิลก็ประกาศทดสอบรูปแบบการโฆษณาใหม่ล่าสุดเพื่อเพิ่มช่อง ทางโกยเงินเข้ากระเป๋า นั่นคือ AdSense for Games เครื่องมือจัดการการแสดงผลโฆษณาบนเกมออนไลน์ที่เชื่อว่าจะมาปฏิวัติวงการ โฆษณาบนเกมครั้งใหญ่

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    เริ่มทำเงินบนยูทูบ

    การพร้อมขายเพลงและเกมของยูทูบถูกมองว่าเป็นการประเดิมเพื่อกรุยทาง เข้าสู่บริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆในอนาคต เช่น การขายภาพยนตร์ รายการทีวี หนังสือ บัตรคอนเสิร์ต และผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวกับสื่อซึ่งมีการเผยแพร่บนวีดีโอในยูทูบ โดยรายงานระบุว่า ผู้ชม YouTube.com สามารถซื้อเพลงจากมิวสิกวีดีโอที่ได้ชมจากยูทูบ ด้วยการคลิกที่ปุ่มซื้อเพลงซึ่งจะเชี่อมกับบริการขายเพลงของอเมซอน (Amazon.com) หรือไอจูนส์ (iTunes) ของแอปเปิล (Apple)

    เช่นเดียวกับการขายเเพลง ผู้ใช้ยูทูบจะสามารถซื้อวีดีโอเกมไซ-ไฟยอดฮิตจาก Electronic Arts อย่าง Spore หรือเกมอื่นๆได้ผ่านลิงก์ของอเมซอน โดยรายงานระบุว่าทั้งอเมซอนและไอจูนส์จะแบ่งรายได้ให้ยูทูบเมื่อลูกค้าคลิ กซื้อคอนเทนท์ขณะชมวีดีโอ

    นักลงทุนนั้นตั้งคำถามกับกูเกิลมาตลอดว่าจะเริ่มทำตลาดยูทูบให้สมกับ ที่ใช้เงินมหาศาลถึง 1.65 พันล้านเหรียญทุ่มซื้อมาในปี 2006 เมื่อใด เชื่อว่าเวลาเหมาะสมและโอกาสที่สวยงามเช่นนี้คงจะเป็นคำตอบที่สร้างความมั่น ใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม แม้กูเกิลไม่ได้ให้ข้อมูลว่าคาดหวังให้ยูทูบทำกำไรให้บริษัทเป็นมูลค่า เท่าใด แต่นักวิจัยเชื่อว่า ยูทูบจะสามารถทำเงินให้กูเกิลถึง 200 ล้านเหรียญในปีหน้า (2009) ถือว่ายังน้อยนักเมื่อเทียบกับ 2.7 หมื่นล้านเหรียญที่คาดว่าจะเป็นรายได้รวมทั้งหมดของกูเกิลในช่วงเวลานั้น

    จนถึงปัจจุบัน ยูทูบประกาศจุดยืนว่ามีรายรับจากการโฆษณาเป็นหลัก และได้พยายามเพิ่มความสามารถด้านการโฆษณามาตลอด ยูทูบเชื่อว่าบริษัทมีโอกาสเติบโตในธุรกิจโฆษณาที่ดีเพราะความนิยมใช้งานมาก มายในวงกว้าง โดยสถิติการใช้งานล่าสุดของยูทูบคือ ทุกนาทีจะมีผู้อัปโหลดไฟล์วีดีโอคิดเป็นความยาว 13 ชั่วโมง

    ตามข้อมูลจากคอมสกอร์ (comScore) ผู้สำรวจพฤติกรรมการใช่งานอินเทอร์เน็ต ยูทูบนั้นมียอดผู้เข้าชมราว 330 ล้านราย (สถิติประจำเดือนสิงหาคม 2008)

    Shishir Mehrotra ผู้บริหารยูทูบให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ยูทูบได้ดำเนินการทดสอบผลิตภัณฑ์และบริการมากมายซึ่งมีทั้งประสบความเร็จและ ไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ หนึ่งในนั้นคือ InVideo รูปแบบการโฆษณาด้วยข้อความสำหรับแสดงด้านล่างไฟล์วีดีโอ กลุ่มตลาดคือนักการตลาดและวีดีโอโฆษณาโฮมเพจตัวเอง

    จุด นี้ Mehrotra เชื่อว่าโฆษณาที่แสดงก่อนวีดีโอเริ่ม 10-20 นาทีหรือที่เรียกว่า pre-roll advertising นั้นไม่ใช่รูปแบบที่เหมาะสำหรับนำมาใช้กับคลิปวีดีโอขนาดสั้นที่มีอยู่มากบน ยูทูบ ยูทูบจึงไม่คิดจะดึง pre-roll ads มาใช้แต่จะนำระบบเลขประจำตัววีดีโอหรือ video ID system มาเป็นตัวช่วยในการโฆษณาแทน

    ระบบ Video ID จะสามารถบอกข้อมูลให้บริษัทเจ้าของคอนเทนท์ทั้งเพลงและรายการทีวี รับรู้ว่าผู้ใช้ได้อัปโหลดคลิปวีดีโอซึ่งคัดลอกคอนเทนท์ของบริษัทไว้เมื่อ ไหร่ จากนั้นบริษัทเจ้าของคอนเทนท์ก็จะสามารถแทรกโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับคลิปนั้นๆ ได้อย่างตรงจุด หรือสามารถลบวีดีโอโดยใช้ระบบ video ID เช่นกัน

    สยายปีก AdSense คลุมธุรกิจเกมออนไลน์

    กูเกิลประกาศทดสอบโครงการ “AdSense for Games” เบต้าเวอร์ชันแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ยืดหลักการเดิมนั้นคือการจับคู่โฆษณาเข้ากับเว็บไซต์ แตกต่างเพียงจะเป็นการจับคู่โฆษณาเข้ากับเว็บเกมออนไลน์ ซึ่งโฆษณาที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นชายที่นิยมเกมแอคชั่นและกีฬา จะสามารถแสดงเป็นวีดีโอซึ่งผู้เล่นเกมจะสามารถชมก่อนหรือหลังเล่นเกม รวมถึงช่วงหลังจากผ่านเลเวลขึ้นด่านใหม่

    Christian Oestlien ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ของกูเกิลเชื่อว่า AdSense ในเว็บเกมออนไลน์จะเติมเต็มความต้องการของนักโฆษณาให้สามารถเข้าถึงกลุ่ม ตลาดที่ดีขึ้นกว่าเดิม ขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อว่า กูเกิลต้องทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันวิกฤตจากภาวะโฆษณาออนไลน์ตกต่ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อถึงช่วงเศรษฐกิจขาลงขั้นสาหัส

    ที่ผ่านมา กูเกิลนั้นซื้อบริษัท Adscape Media บริษัทโฆษณาในเกมขนาดเล็กเมื่อปี 2007 ช้ากว่าไมโครซอฟท์ซึ่งชิงซื้อบริษัทโฆษณาในเกมนาม Massive ก่อนหน้านั้นราว 1 ปี ขณะที่ยาฮู (Yahoo) คู่แข่งอีกรายของกูเกิลนั้นให้บริการโฆษณาบนเกม และบริการดาวน์โหลดเกมแล้วในขณะนี้ โดยบริษัทที่ทำธุรกิจขายโฆษณาบนเกมแบบฝังรวมไปกับเกมอยู่ก่อนแล้วในขณะนี้ ได้แก่ Double Fusion และ NeoEdge

    รายงาน ยกตัวอย่างพันธมิตรบริการโฆษณาบนเกมของกูเกิลเพียงรายเดียว นั้นคือบริษัท Mochi Media ซึ่งถูกระบุว่าจะเป็นพันธมิตรกับกูเกิลในการให้บริการโฆษณาบนเกมในภูมิภาค ยุโรป เชื่อว่าวงการโฆษณาบนเกมจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่น่าจับตา

    ที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000119880

    Tags: adsense, adsense for games, game, games, youtube
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • ออกตรวจเข้ม”แป้ง”แฉเสี่ยงเป็นหมัน!

    “น้ำปลา” ยังไม่เว้น พบปนเปื้อนเมลามีน เผยชายไทยเสี่ยงเป็นหมันหากกินอาหารที่ปนเปื้อน สารเมลามี “อาจารย์ มข.” แนะ อย. ตรวจเข้ม-กวาดล้าง แป้งทุกชนิดและวัตถุดิบผลิตขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว พาสต้า บะหมี่ พิซซ่า  แม้ทำให้ตื่นตระหนก แต่ต้องทำเพื่อความปลอดภัย ระบุยาฆ่าแมลงปนเปื้อนเพียบ หวั่นผักเจือสารพิษด้วย เผยชุดทดสอบเบื้องต้นรู้ผลทันที ถ่ายทอดให้กรมวิทย์ฯแล้ว ขณะที่ สธ. ออกประกาศห้ามผลิต-นำเข้า-จำหน่าย อาหารที่ตรวจพบสารเมลามีน

    เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ศาลามหามงคล โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ได้มีการจัดเสวนาเรื่อง “วิธีการตรวจเช็กการปนเปื้อนเมลามีน และอนุพันธ์หรือยูเรียฟอร์มาลดีไฮด์ปนเปื้อน ในอาหารสัตว์” โดย รศ.ดร.เยาวมาลย์ ค้าเจริญ ภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหา วิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ทราบเรื่องการปนเปื้อนของเมลามีนมานาน 8 ปีแล้ว ตอนแรกมีการปนเปื้อนเพียงเล็กน้อย แต่ตอนหลังมีการใช้มากโดยนำมาเป็นตัวประสานไม่ให้อาหารยุ่ย ให้เกาะกันดี นอกเหนือจากที่มีการลักลอบใช้เมลามีนในอาหารสัตว์แล้ว ยังพบว่ามีการลักลอบใช้เมลามีนผสมในอาหารสำเร็จรูป เช่น ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นพาสต้า เส้นบะหมี่ พิซซ่า แป้งทำขนมเค้ก น้ำปลา อาหารเด็ก ดังนั้นทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ควรจะตรวจอาหารประเภทแป้งทุกชนิดที่เป็น วัตถุดิบต้นตอที่มาทำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวด้วย เพราะเท่าที่ทราบจากเพื่อนอาจารย์ในประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ก็กำลังไล่ตรวจวัตถุดิบเหล่านี้อยู่

    “อยากให้ประเทศไทยกวาดล้างทุก อย่างที่อาจมีการปนเปื้อนออกจากชั้นวางจำหน่าย เพื่อให้คนไทยปลอดภัย การตรวจวัตถุดิบประเภทแป้งแม้จะทำให้เกิดการตื่นตระหนกก็ ต้องทำเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคชาวไทย บริษัทก็ต้องรับการสูญเสียเช่นกัน เพราะถ้าทำให้คนไตวายถามว่าคุ้มหรือไม่ ดังนั้น อย.ต้องรีบดำเนินการตรวจสอบวัตถุดิบทุกประเภทที่เป็นแหล่งโปรตีน ไม่เฉพาะหาการปนเปื้อนเมลามีนเท่านั้นทุกวันนี้ดื่มกาแฟก็ไม่ใส่ครีม แม้แต่น้ำปลาก็ยังมีการใส่เมลามีนเพื่อเพิ่มโปรตีน เคยใช้ชุดทดสอบตรวจก็พบว่ามีการปนเปื้อน ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้ทำจากปลา แต่ทำจากน้ำเกลือและผสมเมลามีนลงไปแต่งสี ใส่กลิ่น” รศ.ดร.เยาวมาลย์ กล่าว

    รศ.ดร.เยาวมาลย์ กล่าวต่อว่า เมลามีนที่นำมาผสมในอาหารนั้นส่วนใหญ่เป็นเศษของเมลามีนที่ผ่านกระบวนการ สังเคราะห์ยังไม่เสร็จสิ้น เป็นเมลามีนที่ตกคุณภาพที่จะนำไปผลิตพลาสติก ทำให้มีคุณสมบัติละลายน้ำง่าย มักถูกจำหน่ายให้กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ในราคาถูก ซึ่งนอกจากจะมีการนำไปผสมในอาหารสัตว์เลี้ยงแล้ว ยังถูกนำไปผสมในอาหารสุกร ไก่ และสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง และปลาด้วย โดยไก่ที่กินอาหาร    ปนเปื้อนเมลามีนทำให้อุ้งเท้าอักเสบเป็นแผลเน่า ม้ามโต และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไข่ที่ผสมแล้วฟักเป็นตัวได้เพียง 50% ส่วนสุกร กีบจะอักเสบ ขาเจ็บ ปลาดุกเกิดผิวสีดำ ปลานิลเป็นโรคด่างเกล็ดไม่สวย กุ้งหัวโต เห็นจุดขาวที่หัว และที่น่ากลัวคือถ้าผู้ชายกินอาหารที่มีสารเมลามีนปนเปื้อนในปริมาณมากจะทำ ให้เป็นหมัน

    ทั้งนี้จากการค้นข้อมูลยังพบว่า ผักจีนยังมีการปนเปื้อนเมลามีน โดยพบในยาฆ่าแมลงชนิดหนึ่ง โดยเมื่อตรวจสอบข้อมูลจากกรม ศุลกากรแล้วพบว่า มีการนำเข้ายาฆ่าแมลงดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยเช่นกัน ส่วนกรณี สุกร ไก่ และสัตว์น้ำกินอาหารที่มีเมลามีนแล้วคนไปรับประทานจะได้รับสารเมลามีนหรือ ไม่นั้น ถ้ารับประทานเนื้อสัตว์เหล่านี้ไม่น่ามีปัญหาเพราะการตรวจไม่ค่อยพบเมลามีน แต่เมลามีนจะไปสะสมที่ไต ตับ ม้าม อัณฑะไก่ และมันกุ้งตรงส่วนหัว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยง แต่ที่น่าห่วง คือ วัตถุดิบที่มาจากจีน เช่น กากถั่ว ปลาป่น ดังนั้นต้องมีการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด ซึ่งที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ก็ได้มีการตรวจวิเคราะห์และคุมเข้มอย่างละเอียด อยู่แล้ว

    รศ.ดร.เยาวมาลย์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้พัฒนาชุดทดสอบเบื้องต้นเมลามีน และสารอนุพันธ์อีก 4 ชนิด โดยสามารถตรวจรู้ผลได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมาได้นำไปตรวจนม น้ำดื่ม และน้ำปลา พบว่า บางตัวอย่างมีการปนเปื้อนเมลามีน และยังไม่ได้จดลิขสิทธิ์ เพราะไม่ได้ตั้งใจทำเป็นการค้า แต่กำลังคิดว่าจะมีการนำมาผลิตเพื่อการค้าหรือไม่ โดยพร้อมยินดีเปิดเผย องค์ความรู้นี้ หากใครจะทำก็ยินดี ซึ่งที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาพบตนเมื่อสัปดาห์ ที่แล้ว ได้มาดูชุดทดสอบ และมาเรียนรู้กระบวนการตรวจ และตนได้มอบชุดทดสอบเบื้องต้นให้ไป 2 ชุด เพื่อนำไปพัฒนาต่อไปเพราะเป็นวิธีเดียวที่เร็วมากสามารถ  ตรวจได้ทันทีและใช้สะดวก ส่วนการใช้ขวดน้ำพลาสติกไม่อยากให้ใช้ซ้ำ ๆ ควรทิ้งทันที ส่วนจาน ชาม เมลามีน ก็ไม่ควรใช้เกิน 2 ปี ที่น่าห่วงคือการใช้ร่วมกับไมโครเวฟ เพราะปัจจุบันมีพลาสติกที่เข้าไมโครเวฟหลายมาตรฐาน

    ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า วันที่ 8 ต.ค. ได้ลงนามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 31 พ.ศ. 2551 ห้ามผลิต-นำเข้า-หรือจำหน่าย อาหารที่ปนเปื้อนสารเมลามีน และสารในกลุ่มเมลามีน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่า 1-2 วันนี้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษ ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 26 (1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ตามประกาศฉบับนี้ อาหารที่เข้าข่าย  จะต้องปฏิบัติตามมี 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนม และอาหารที่มีนมเป็นองค์ประกอบ ทั้งนี้ให้ผู้นำเข้าอาหารดังกล่าวที่ผลิตจากประเทศจีน ต้องแสดงผลการวิเคราะห์จากหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรหรือหน่วยงานเอกชน ที่มีระบบประกันคุณภาพตามมาตรฐานสากล ที่ด่านอาหารและยาทุกครั้ง

    ที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=179151&NewsType=1&Template=1

    Tags: น้ำปลา, เมลามีน, เมลามีน น้ำปลา
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • ประเทศไทยต้องจารึกว่า 7 ตุลาทมิฬ วันทรราชฆ่าประชาชน คือวันที่ข่าวSMSหรือข่าวข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือถูกส่งให้ประชาชนชาว ไทยมากที่สุด ยอดส่งเพิ่มกระฉูดจากเดิมมากกว่า 2 เท่าตัว ความต้องการรับทราบข้อมูลข่าวสารของมวลชนทำให้โอเปอเรเตอร์บางรายเลิกจำกัด จำนวนSMSข่าวไปโดยปริยาย ในขณะที่การบิดเบือนข่าวสารทำได้ยาก และหากสื่อไหนกล้าทำอนาคตรางเลือน

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    นายนิรันดร์ เยาวภาว์ เว็บมาสเตอร์ผู้จัดการออนไลน์ กล่าวถึงการให้บริการข้อความข่าวทางโทรศัพท์มือถือของผู้จัดการออนไลน์ว่า เหตุการณ์ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นวันที่การส่งข่าวSMSไปยังประชาชนมีจำนวนสูงสุด โดยข้อความกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นข่าวการเมือง

    ” เวลามีสถานการณ์ตึงเครียดจำนวนข่าวจะเพิ่มเกินครึ่งหนึ่ง ปกติ โอเปอเรเตอร์อย่างดีแทคและเอไอเอสจะจำกัดข่าว SMS ไว้ที่ 6-8 ข่าวต่อหมวดต่อวัน เหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.ทำให้มีจำนวนข่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 20 ข่าวต่อหมวด เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว และเมื่อเกิดเหตุการณ์ โอเปอเรเตอร์ก็เริ่มไม่จำกัดจำนวนข่าวที่ส่งให้ผู้บริโภค” นายนิรันดร์กล่าว

    โอเปอเรเตอร์นั้นต้องจำกัดจำนวนข่าวSMSที่ส่งให้ผู้บริโภคเพื่อควบ คุมต้นทุนให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท การส่งข่าวSMSของผู้จัดการจะส่งโดยแบ่งประเภทเป็นหมวดย่อย ได้แก่ หมวดทั่วไป การเมือง เศรษฐกิจ กีฬา และบันเทิง เป็นต้น หนึ่งข้อความข่าวสามารถนำไปใส่ไว้ในหลายหมวดได้ โดยจำนวนข่าวปกติอยู่ที่ 15 ข่าวต่อหมวดต่อวัน ข่าวบางส่วนเท่านั้นที่จะถูกส่งถึงผู้บริโภค

    ” ข่าวทางSMSเร็วกว่าข่าวทุกช่องทาง เพราะเป็นข้อความสั้น ขั้นตอนไม่มีอะไรมาก เร็วกว่าข่าวออนไลน์ด้วย เพราะข่าวออนไลน์ยังต้องมีการคิดหัวข้อความ โปรยข่าว เนื้อข่าว และยังมีขั้นตอนของการออกแบบข่าวและการให้เซิร์ฟเวอร์ประมวลผล สำหรับผู้จัดการเรามีนโยบายขึ้นทั้งสองส่วนให้พร้อมกัน ต้นทุนเราตายตัว ข่าวมากหรือน้อยทุนก็ไม่เพิ่มขึ้น” นายนิรันดร์กล่าว

    จากการสำรวจผู้ใช้บริการSMSข่าวของสำนักข่าว INN พบว่าข้อความที่ถูกส่งมาในช่วงวันที่ 7 ตุลาคม (เริ่มนับเวลาเที่ยงคืน) มีทั้งสิ้น 39 ข้อความ เป็นข้อความข่าวการเมืองทั้งหมด

    ข่าวบนมือถือโตต่อเนื่อง 3 ปีมีผู้ใช้งาน 2 ล้านคนต่อเดือน ไอเอ็นเอ็นคนขายข่าวรับ ยอด SMS พุ่งทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรง ชี้เหตุสลายการชุมนุมน่าจะดันยอดดูข่าวผ่านมือถือกระฉูดไม่น้อยหน้าการ ปฏิวัติ ระบุการบิดเบือนข่าวทำได้ยากเพราะผู้บริโภคตัดสินใจรับเนื้อหาได้เอง ด้านเอไอเอสระบุยอดข่าวบนมือถือเป็นรองแค่บริการโหลดเพลง

    นายวันชัย ปิณฑะบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจข่าวบนมือถือมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานในตลาดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 -2 ล้านรายต่อเดือน  จากเริ่มต้น 3 ปีที่ผ่านมามีผู้ใช้งานเพียง 1.5 หมื่นรายต่อเดือน

    ทั้งนี้ความต้องการบริโภคข่าวบนมือถือ จะมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน  เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ โดยจะเห็นได้จากเหตุการณ์ปฏิวัติเมื่อวัน 19 ก.ย. 2549 ที่มีปริมาณการดูข่าวบนมือถือเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก สำหรับเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 จะเห็นตัวเลขการบริโภคข่าวบนมือถือในเดือน พ.ย.2551 ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณการใช้งานสูงเช่นเดียวกับเหตุการณ์ปฏิวัติ

    “จาก ประสบการณ์ที่ผ่านมา ประชาชนจะมีความต้องการบริโภคข่าวบนมือถือเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ ปกติหรือเกิดเหตุรุนแรง ฉะนั้นเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ผ่านมาเชื่อว่าจะมีปริมาณบริโภคข่าวบนมือ ถือจำนวนมากเหมือนเหตุการณ์ปฏิวัติเมื่อวันที่ 19ก.ย.2549” นายวันชัยกล่าว

    อย่างไรก็ดีการบริโภคข่าวบนมือถือส่วนใหญ่ผู้บริโภคยังนิยมดูข่าวสาร ผ่าน SMS มากกว่าดูผ่าน MMS และวิดีโอสตรีมมิ่ง เนื่องจากผู้บริโภคต้องการบริโภคข่าวอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์และสรุป ประเด็นข่าวหรือหัวข่าวสั้นๆเข้าใจได้ทันที  แนวโน้มการเติบโตของ SMS นั้นยังเติบโตได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายเพราะไม่จำเป็นต้องมีโทรศัพท์มือถือ ราคาแพงเพียงมีคุณสมบัติการใช้งานระดับพื้นฐาน ส่วนผู้รับรู้ข่าวสารบนมือ ถือส่วนใหญ่ยังเป็นคนในเมืองมากกว่าคนต่างจังหวัด

    นายวันชัยกล่าวต่อว่า สำหรับการรับข่าวบนมือถือผ่าน MMS และวืดีโอสตรีมมิ่งอยู่ในระหว่างการไต่ระดับการเจริญเติบโต เนื่องจากบริการดังกล่าวจะต้องอาศัยเครื่องลูกข่ายที่มีความสามารถในการใช้ งานสูง และใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลสูง MMS 1 ข้อความใช้พื้นที่จัดเก็บมากถึง 100 กิโลไบต์ แต่ SMS ใช้พื้นที่เพียง 1 กิโลไบต์ต่อ1 ข้อความ  ประกอบกับเทคโนโลยีปัจจุบันยังมีความเร็วไม่เพียงพอรับข้อมูลภาพอย่างมี ประสิทธิภาพ ฉะนั้นการรับข่าวผ่าน MMS และวิดีโอสตรีมมิ่ง จะมีปริมาณการเติบโตมากขึ้นเมื่อเทคโนโลยี 3G และมีการใช้งานเครื่องลูกข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงในตลาดมากขึ้น

    สำหรับกรณีการบิดเบือนข่าวสารในเหตุการณ์ไม่ปกตินั้น มองว่าเรื่องนี้ที่สุดแล้วผู้บริโภคข่าวจะเป็นผู้ตัดสินเลือกรับข่าวสารด้วย ตัวเอง ส่วนผู้ที่เสนอข่าวบิดเบือนสุดท้ายก็จะถูกปฏิเสธรับข่าวสารจากผู้บริโภคเอง

    นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า บริการข่าวบนมือถือยังสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้สามารถทำรายได้เป็นรองคอนเทนต์เพลงเท่านั้น ปัจจุบันในตลาดรวมมีผู้บริโภคข่าวบนมือถือทั้งหมดมากกว่า 2 ล้านคน ซึ่ง 90% ยังเป็นการรับข่าวผ่าน SMS  สำหรับการรับข่าวสารผ่าน MMS และคลิปวิดีโอนั้นมีเพียง 10% เท่านั้น

    โดยสาเหตุที่มีความต้องการบริโภคข่าวผ่าน MMS และคลิปวิดีโอ ในปริมาณไม่มากนักเนื่องจากการใช้งานลักษณะดังกล่าวจะต้องอาศัยเครื่องลูก ข่ายที่มีความสามารถในการใช้งานสูง ซึ่งมีราคาสูงคนส่วนใหญ่ในประเทศยังเข้าถึงได้น้อย แต่ในอนาคตหากคนสามารถเข้าถึงมือถือคุณภาพสูงได้มากขึ้นเชื่อว่าการใช้งาน ผ่าน MMS และคลิปวิดีโอ จะเพิ่มขึ้นตาม

    ทั้ง นี้ สาเหตุที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังนิยมรับข่าวสารผ่าน SMS มากกว่าสื่อรูปแบบอื่นบนมือถือ เป็นเพราะผู้บริโภคต้องการรับรู้ข่าวที่มีความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วทัน สถานการณ์และสรุปเพียงพาดหัวสั้นๆ ประกอบกับคนส่วนใหญ่ยังใช้เครื่องลูกข่ายที่รองรับการใช้งาน SMS  ส่วนข่าวในเชิงลึก หรือรายละเอียดของข่าวนั้นผู้บริโภคข่าวจะหาเพิ่มเติมตามหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์และโทรทัศน์ภายหลัง สำหรับปัจจัยกระตุ้นให้การบริโภคข่าวบนมือถือเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตคอนเทนต์ข่าวทั้ง สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์หันมาทำข่าวบนมือถือป้อนให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

    สำหรับกรณีการเสนอข่าวบิดเบือนนั้นเชื่อว่าปัจจุบันมีน้อยลง เนื่องจากการเสนอข่าวบิดเบือนทำให้เกิดภาพเชิงลบกับสำนักข่าวนั้นๆ ประกอบกับผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกรับข่าวสารได้ด้วยตัวเอง

    ที่มา : ผู้จัดการ

    Tags: 7ตค, sms, ทรราช, พันธมิตร, รัฐบาล
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • บริษัทบัตรเครดิต “วีซ่า” พัฒนาโปรแกรมแจ้งรายการช็อปผ่านบัตรเครดิต ผ่านโทรศัพท์มือถือกูเกิล

    กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : อลิซาเบธ บิวส์ หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์นานาชาติของวีซ่า เผยว่า แอพพลิเคชั่นใหม่นี้ จะช่วยให้ผู้ใช้มือถือกูเกิลจะสามารถรับข้อความแจ้งการใช้ จ่ายผ่านบัตรเครดิตวีซ่าในเวลาใกล้เคียงกับเวลาซื้อจริงผ่านโทรศัพท์มือถือ ทั้งยังสามารถใช้เทคโนโลยีแผนที่จีพีเอส หาตู้เอทีเอ็มและร้านค้าใกล้ เคียงที่มีโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับบัตรวีซ่าอีกด้วย

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    โปรแกรมนี้จะเริ่มใช้งานในสหรัฐภายใน ปลายปี 2551 โดยเริ่มจากลูกค้าที่ถือบัตรวีซ่า เชส การเปิดตัวซอฟท์แวร์จ่ายเงินผ่านมือ ถือกูเกิลนี้ วีซ่าประกาศไล่หลังการเปิดตัวมือถือกูเกิล “จี1″ โดยบริษัทที-โมบายด์ ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทีสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์ เน็ตได้อย่างง่ายดายทุกที่ และจะวางตลาดตามแผนที่คาดไว้คือ 22 ตุลาคมนี้

    “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แพลตฟอร์มนั้น วีซ่าถือเป็นก้าวหลักของบริษัทในเป้าประสงค์เพื่อรวมนวัตกรรมการจ่ายเงินแบบ อิเล็กทรอนิกส์เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าและเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือเข้า ด้วยกัน” อลิซาเบธกล่าว

    วีซ่า ยังได้เซ็นสัญญาในการให้สิทธิ์ผู้ใช้โทรศัพท์โนเกีย 6212 ที่กำลังจะวางจำหน่ายในการใช้บริการชำระเงิน แบบใหม่ เพื่อจับจ่ายใช้สอยในร้านค้า เพียงแค่นำโทรศัพท์ไปโชว์ที่เครื่องแสกนอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถจ่ายได้ง่าย ๆ เป็นระบบเดียวกับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ที่กำลังพัฒนาอยู่

    ขณะเดียวกัน วีซ่ายังประกาศข้อตกลงร่วมกับธนาคารสหรัฐเปิดตัวโปรแกรมต้นแบบสำหรับโอนเงิน มือถือ ที่จะช่วยให้ผู้ถือบัตรเครดิต ของธนาคารสามารถโอนเงินไปยังผู้ถือบัตรวีซ่ารายอื่นได้โดยตรง ซึ่งโปรแกรมนี้ ตั้งเป้าจะเปิดทดลองใช้ในช่วงปลายปี 2551

    ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/08/news_301290.php

    Tags: visa, มือถือ, รูดvisa, รูดผ่านมือถือ, วีซ่า
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • วิกฤตการเมืองสะเทือนทั่วไอซีที

    วิกฤติ การเมืองไทย ผสมเศรษฐกิจโลกลามธุรกิจเกม ไอที โทรคม เอเชียซอฟท์รับกระทบจิตวิทยา หวังสถานการณ์ไม่บานปลาย มั่นใจสิ้นปีรายได้ยังโต 2 เท่า ไมโครซอฟท์ชี้เอสเอ็มอี-รัฐไม่โต อาร์เอสเล็งปรับเป้าใหม่

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายพยุงศักดิ์ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บมจ.เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า วิกฤติการเมืองในประเทศ และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกส่งผลกระทบกับทุกธุรกิจโดยภาพรวม โดยเฉพาะด้านจิตวิทยา ความไม่มั่นใจของนักลงทุน ถ้าปัญหาบานปลายจะไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย

    “แต่ธุรกิจเกมจะพิเศษกว่าธุรกิจอื่น ที่หากมีภาพถดถอยทางเศรษฐกิจ และปัญหาการเมือง คนจะเน้นอยู่บ้าน เล่นเกม ถือเป็นโอกาสของธุรกิจ และหวังว่าธุรกิจเกมออนไลน์ปีนี้ จะยังเติบโตต่อเนื่อง เพราะมีจำนวนเกมเปิดตัวหลายเกม”

    ปีนี้เอเชียซอฟท์เปิดเกมใหม่ไปแล้ว 5 เกม มีสมาชิกไอดีรวมกันทุกเกมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านไอดี สิ้นปียังมั่นใจจะมีรายได้เติบโตกว่าปีที่แล้ว 2 เท่าตัว และล่าสุดยังเปิดเกมออนไลน์ใหม่ “เดคารอน” จับกลุ่มวัย 18 ปีขึ้นไป

    นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจที่กระทบทั่วโลกกระทบตลาดไทยโดยเฉพาะการชะลอ การตัดสินใจในตลาดเอสเอ็มอีและการใช้จ่ายโครงการประมูลภาครัฐ โดยไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2552 ที่เริ่มเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ราชการไม่มีอัตราเติบโต และยังเสียโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก

    ขณะที่ตลาดเอสเอ็มอี ปรับลดการเติบโตเหลือ 20% จากที่คาดจะโต 30% ตลาดผู้ประกอบเครื่องในประเทศ (โออีเอ็ม) โตเพียง 12% จากที่ตั้ง 20% แต่ยังได้แรงซื้อจากองค์กรขนาดใหญ่ กลุ่มธนาคารและอุตสาหกรรมการผลิต สินค้าใหม่หมวดฮาร์ดแวร์ที่โต 50% รวมถึงการศึกษามาหนุนให้ไตรมาสแรกโต 26%

    ทั้งนี้บริษัทจะรักษาระดับการเติบโต รายได้ทั้งปีที่ 24% ใช้กลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะ พร้อมตัดงบโฆษณาทีวีระดับ 10 ล้านบาทมาใช้ทำตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรงแทน

    นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างแน่นอน แต่เอไอเอสได้รับผลกระทบน้อย เพราะธุรกิจให้บริการโทรศัพท์มือถือมีความพิเศษ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ก็จำเป็นต้องติดต่อสื่อสาร อาจมีโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่ปริมาณการใช้ลดลง 1-2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    นายยรรยง อัครจินดานนท์ รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บมจ. อาร์เอส กล่าวว่า อาร์เอสได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ถือว่าการทำธุรกิจยังไปได้ดี หากต้องปรับกลยุทธ์ เน้นทำตลาดที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะตลาดที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองน้อยที่สุด เช่น วัยรุ่น

    ส่วนงบโฆษณาโดยภาพรวมได้ปรับลดลง และใช้งบอย่างระมัดระวัง เน้นความคุ้มค่ามากที่สุด เช่นเดียวกับเป้ารายได้ของบริษัท ต้องปรับแน่นอน แต่ยังกำลังประเมิน

    ร.อ.สุนทร ปัณฑรมงคล ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานบิสซิเนส อิมเมจจิ้ง โซลูชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า แคนนอนยังคงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงใดๆ เหตุลูกค้าส่วนใหญ่ของเครื่องถ่ายเอกสารอยู่กลุ่มราชการ และองค์กรใหญ่ ยังต้องดำเนินงานไปตามแผนที่วางไว้

    ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/08/news_301210.php

    Tags: ict, การเมือง, วิกฤตการเมือง, ไอซีที
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • มาแล้วซิมวัยใส

    เอไอเอสจับมืออาร์เอส เปิดตัว “ชีซ่า ซิม”
    เจาะกลุ่มสมาชิกชีซ่าดอทคอมกว่า 1 ล้านไอดี พร้อมโปรโมชั่น
    โทรภายในกลุ่มนาทีละ 25 สตางค์ โหลดคอนเทนต์อาร์เอสฟรีไม่จำกัด

    กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายสมชัย
    เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์
    เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอสได้ร่วมมือกับ บมจ. อาร์เอส
    เปิดตัวซิมโทรศัพท์แบบเติมเงินใหม่ “วัน - ทู - คอล ! ชีซ่า ซิม”
    สำหรับกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นสมาชิกเวบไซต์ชุมชนออนไลน์ชื่อดัง www.zheza.com

    ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

    เนื่องจากทั้งสองบริษัท
    ต่างมุ่งเน้นการทำตลาดกับกลุ่มวัยทีนมาโดยตลอด
    และเห็นถึงไลฟ์สไตล์ของวัยทีนไทย ว่าปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    มีพฤติกรรมการเปิดรับสื่อใหม่ๆ ได้เร็ว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
    ได้มากกว่ากลุ่มอื่น

    “เห็นได้ชัดจากเมื่อกระแสออนไลน์
    คอมมูนิตี้ เริ่มแพร่หลายเข้ามาในเมืองไทย
    ก็จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะจากกลุ่มวัยทีน” นายสมชัยกล่าว

    ด้านนายยรรยง อัครจินดานนท์
    รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บมจ. อาร์เอส กล่าวว่า
    การวางตลาดเป้าหมายที่กลุ่มวัยรุ่น
    หากสามารถทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างโลกออนไลน์กับโลกโมบายได้
    จะทำให้เกิดนวัตกรรมบริการใหม่ๆ ในตลาด

    ทั้งนี้
    บริษัทตั้งเป้าว่าจากสมาชิกของชีซ่ากว่า 1 ล้านไอดี
    จะใช้บริการวัน-ทู-คอล! ประมาณ 5 แสนราย
    ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะสามารถสนุกสนานกับคอนเทนต์
    และเชื่อมต่อโลกออนไลน์ชีซ่าได้ตลอดเวลา ผ่านโทรศัพท์มือถือที่ใช้
    “ชีซ่าซิม” เป็นการขยายฐานลูกค้าทั้ง 2 ฝ่าย และคาดว่าสิ้นปีนี้
    สมาชิกชีซ่าจะเพิ่มเป็น 2 ล้านไอดี

    นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล
    ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า ชีซ่าซิม
    เป็นซิมพิเศษ ที่จะให้สมาชิกชีซ่า ที่รวมกลุ่มกัน 5 คนขึ้นไป
    ลงทะเบียนผ่านเวบชีซ่า เพื่อรับซิม ซึ่งเอไอเอสจะส่งให้ทางไปรษณีย์
    หรือมาขอรับได้ที่กิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาร์เอส จัดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

    ส่วนผู้ใช้บริการจะได้รับโปรโมชั่น
    โทรหากันภายในกลุ่มชีซ่า 25 สตางค์ต่อนาที ตั้งแต่นาทีแรก ตลอด 24 ชั่วโมง
    และนาทีละบาท หากโทรนอกกลุ่มหรือนอกเครือข่าย สามารถดาวน์โหลดคอนเทนต์
    เพลง ริงโทน มิวสิควิดีโอ และคาราโอเกะของอาร์เอสได้ไม่จำกัด

    ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/08/news_301206.php

    Tags: zheza, ชีซ่า, ซิมวัยสัย
  • 0 Comments
  • Filed under: ไอที
  • ช็อกวงการ! คลิปหน้าเหมือน “อ้น สราวุธ” ปั๊มสาวสุดสยิวหลุดว่อนเน็ต ส่วนที่คลองถมก็วางขายเกลื่อน ด้านเจ้าตัวเตรียมแถลงข่าววันนี้บ่ายสอง

    กระแสคลิปอื้อฉาวของ “โฟร์โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร” กับ “มด ชุติมณฑน์ ชัยรัตน์” นักร้องดูโอชื่อดังยังไม่ทันซา จู่ๆ ก็มีภาพคลิปหลุดหน้าเหมือน “อ้น สราวุธ มาตรทอง” พระเอกละครช่อง 3 หลุดว่อนอินเทอร์เน็ต

    โดยคลิปดังกล่าวมีทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ซึ่งภาพนิ่งนั้นเป็นการภาพถ่ายในลักษณะภาพนู้ดของหนุ่มหน้าเหมือนพระเอกชื่อ ดัง ขณะที่ภาพเคลื่อนไหวเป็นภาพหนุ่มคนเดียวกันกำลังร่วมเพศกับผู้หญิงอย่างถึง พริกถึงขิง โดยมีการสบถคำหยาบออกมาเป็นระยะๆ และมีความยาวจำนวน 2 นาทีด้วยกัน

    ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากการถ่ายด้วยโทรศัพท์ มือถือของฝ่ายชายเอง ซึ่งนอกจากจะมีการเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ตลาดคลองถมก็มีคลิปที่ว่าโดยระบุชื่อของดารานักแสดง หนุ่มคนดังกล่าววางขายด้วยเช่นกัน

    อย่าง ไรก็ตามหลังจากที่คลิปดังกล่าวได้แพร่หลายออกไป ทางด้านพระเอกห