‘สมัคร’พ้นนายกฯชิมไปบ่นไปพ่นพิษ

มติศาล รธน.9 ต่อ 0 เสียง พปช.ดันนั่งเก้าอี้รอบ 2

รายการอาหารเป็นพิษ”ชิมไปบ่นไป”และ”ยกโขยง 6 โมงเช้า”ทำเก้าอี้นายกฯพังศาลตัดสินผิดเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียงขัดรัฐธรรมนูญ ยันรับเงินจากรายการยังไงก็เป็นลูกจ้าง ด้านพลังประชาชนประกาศ ?สู้? ผนึกกำลังพรรคร่วมหนุน ?หมัก? กลับขึ้นสู่เก้าอี้อีกรอบ ด้าน ?ป๋าเติ้ง? แหยงเปรยไม่กล้ารับตำแหน่งกลัวอายุสั้น ยอมรับทนเสียงด่าไม่ไหว ด้าน ปชป.ฉวยโอกาสอันน้อยนิดหวังเปลี่ยนขั้ว อ้างเพื่อให้บ้านเมืองสงบ นักวิชาการชี้ช่องทางเปิด แนะนักการเมืองหาทางออกให้ดี สื่อนอกทุกสำนักตีข่าวด่วนไปทั่วโลก ?สมชาย? รักษาการแทนชั่วคราว ก่อนโหวตเลือกนายกฯใหม่วันที่ 12 ก.ย.

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

?หมัก? ทัวร์ตลาดเมืองอุดร

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ จ.อุดรธานี มีการประชุม ครม.สัญจร มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ซึ่งภายในบริเวณศาลากลางที่ใช้เป็นสถานที่ประชุม มีกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลใส่เสื้อแดงมาให้กำลังใจประมาณ 400 คน ไม่มีกลุ่มต่อต้าน ขณะนี้บรรดารัฐมนตรีส่วนใหญ่ให้ความสนใจและจับกลุ่มพูดคุยกันถึงทิศทางทาง การเมือง โดยเฉพาะคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการประชุม ครม.นายสมัครได้ไปรับประทานต้มเลือดหมูที่ร้านชัยเซ้ง จากนั้นได้เดินเยี่ยมชมตลาดสดอย่างอารมณ์ดี ได้รับการต้อนรับจากพ่อค้าแม่ค้าบางคนนำดอกกุหลาบและพวงมาลัยมามอบให้ พร้อมบอกให้สู้ต่อ ทั้งนี้นายสมัครได้ซื้อของกลับหลายอย่าง อาทิ ไส้กรอกอีสาน หมูยอ กุน เชียง ต่อมาได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดเพื่อเป็นประธานมอบธงในโครงการ ?จากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วันสร้างสามัคคี? และกล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันมีความคิดที่ขัดแย้งและแตกแยกกัน หวังว่าโครงการนี้จะช่วยให้คนไทยคลายความเร่าร้อนและความตึงเครียดลงได้

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

ไม่เครียดคำพิพากษาของศาล

จากนั้นนายสมัครได้เดินมายังห้องประชุม ซึ่งก่อนเข้าห้องผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้ถามว่า คุณพร้อมหรือยัง นายสมัครตอบว่า พร้อมหรือไม่พร้อมเราก็ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล เมื่อถามว่า ยังจะไปประชุมยูเอ็นอีกหรือไม่ เพราะศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ไปฟังคำพิพากษาด้วยตนเองในคดีหมิ่นประมาทในวัน ที่ 25 ก.ย. นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องรอศาลจะว่าอย่างไรก่อน เมื่อถามย้ำว่า ศาลมีคำสั่งออกมาแล้ว นายสมัครได้ย้อนถามกลับอย่างอารมณ์ดีว่า สั่งแล้วหรือ จากนั้นได้เดินเข้าห้องรับรองโดยไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ครม. สัญจรได้เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลา 12.20 น. โดยรัฐมนตรีได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน เมื่อเห็นผู้สื่อข่าวมารออยู่จำนวนมาก ก็สอบถามว่ามาจากที่ไหนกันบ้าง อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงอนาคตทางการเมือง นายสมัครไม่ตอบและเดินขึ้นรถทันทีด้วยท่าทีสบาย ๆ ไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดกลับ กท.

นัดต่อไปบุกบ้าน ?เติ้ง?

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุม ครม.นายสมัครได้กล่าวกับบรรดารัฐมนตรีว่า วันนี้ต้องประชุม ครม.ให้เสร็จก่อนเที่ยงครึ่ง เพราะถ้าเผื่อมีการตัดสินใจอะไรขึ้นมาจะได้ไม่มีปัญหา และขอให้รอฟังการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญกรณีรายการชิมไปบ่นไป

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ก่อนที่จะจบการประชุมนายสมัครได้กล่าวขอบคุณ ส.ส. และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้อำนวยความสะดวกในการมาประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ พร้อมย้ำอีกว่าการประชุม ครม.นัดต่อไปจะมีขึ้นที่ จ.สุพรรณบุรี โดยขอฝากให้นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรฯ จากพรรคชาติไทย ช่วยดูแลและประสานงานรวมถึงช่วยเรียนให้นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยทราบด้วย
สื่อไทยเทศแน่นศาลรัฐธรรมนูญ

ทางด้านศาลรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวราย งานบรรยากาศก่อนการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า มีผู้สื่อข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศประมาณ 200 คน มาเฝ้ารอทำข่าวการอ่านคำวินิจฉัย จนกระทั่งเวลา 13.00 น. มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนับสนุนนายสมัครประมาณ 30 คนมาให้กำลังใจ โดยนายสมัครได้มอบหมายให้นายธนา เบญจาธิกุล ทนายความผู้รับมอบอำนาจมารับฟังแทน และ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. รักษาการ ผบช.น. พร้อมกำลังตำรวจ 80 นาย เดินทางมาตรวจความเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับกำหนดการอ่านคำวินิจฉัยเดิมนายชัช ชลวร ประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดอ่านในเวลา 14.00 น. แต่เมื่อถึงเวลานัด ทางเจ้าหน้าที่ศาลยังไม่ยอมให้ผู้ที่เดินทางมารับฟังคำพิพากษาเข้าสู่ห้อง พิจารณาคดี และได้มีการประกาศแจ้งจากนาย ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ให้ทราบว่า ขอเลื่อนการอ่านคำวินิจฉัยออกไปเป็นเวลา 15.30 น. โดยปฏิเสธที่จะบอกเหตุผลที่เลื่อนเวลาออกไป และปฏิเสธข่าวที่ระบุว่าศาลเลื่อนการพิจารณาเพื่อรอนายสมัครมารับฟังคำ วินิจฉัยด้วยตัวเอง

มติเอกฉันท์ ?หมัก? พ้นตำแหน่ง

ต่อมาคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนำโดย นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีประธานวุฒิ สภาส่งคำร้องของ ส.ว.จำนวน 29 คน และ? กกต.ขอให้วินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัครกรณีการจัดรายการ ?ชิมไป บ่นไป? และรายการ ?ยกโขยง 6 โมงเช้า? สำหรับการอ่านคำวินิจฉัยนั้นคณะตุลาการได้สลับกันอ่านคำวินิจฉัยซึ่งมีทั้ง สิ้น 19 หน้า

สำหรับคำวินิจฉัยตุลาการระบุว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้อง คำชี้แจง การแก้ข้อกล่าวหา เอกสารประกอบ พยานหลัก ฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง และคำเบิกความจากพยานบุคคลแล้ว เห็นว่าคดีทั้ง 2 มีพยานหลักฐานที่เพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องกระทำการอันต้องห้ามตามรัฐ ธรรมนูญมาตรา 267 มีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัครสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐ ธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) และเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง จึงเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง แต่ด้วยความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ เป็นการสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ทำให้รัฐมนตรีใน ครม.ที่เหลือจึงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่า คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่

รับเงินยังไงก็เป็นลูกจ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในคำวินิจฉัยนั้นตุลาการเห็นว่า คำว่าลูกจ้างตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 และตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายว่า หมายถึงผู้รับจ้างทำการงาน ผู้ซึ่งตกลงทำงาน ให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร โดยมิคำนึงถึงว่าจะมีการทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ หรือได้รับค่าตอบแทน เป็นค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินอย่างอื่น ย่อมอยู่ในความหมายของคำว่าลูกจ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นอกจากนี้ตุลา การยังเห็นอีกว่า คำเบิกความและหลักฐานทางภาษีที่ผู้ถูกร้องได้รับค่าจ้างแสดง ไม่ใช่ค่าน้ำมันรถอันเป็นข้อพิรุธ แสดงว่าเป็นการทำหลักฐานย้อนหลังเพื่อปกปิดข้อเท็จจริงขัดแย้งกับคำชี้แจง ของผู้ถูกร้องที่ให้การว่า ได้รับเชิญไปในรายการ ?ชิมไป บ่นไป? น่าจะได้รับค่าพาหนะ โดยค่าพาหนะจะได้รับเฉพาะเมื่อได้ไปออกรายการเท่านั้น ถ้าไม่ไปออกรายการตามที่เชิญมาก็ไม่ได้รับค่าพาหนะ จึงรับฟังเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้

เปิดชื่อ 6 ต่อ 3 เห็นต่าง

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคณะตุลา การที่เห็นว่า การกระทำของนายสมัครเข้าข่ายเป็นลูกจ้างเอกชน โดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่ามีพฤติการณ์ว่าเป็นหุ้นส่วนของบริษัทเฟซ มีเดีย จำกัด หรือไม่ มีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย? นายชัช ชลวร นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ นายจรูญ อินทรจาร นายจรัญ ภักดีธนากุล นายเฉลิมพล เอกอุรุ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ส่วนตุลาการที่เห็นว่าพฤติการณ์ ของนายสมัครเข้าข่ายการเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด เพื่อหาประโยชน์จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยถึงความเป็นลูกจ้าง มีจำนวน 3 คน ได้แก่ นายบุญส่ง กุลบุปผา นายสุพจน์ ไข่มุกด์ นายนุรักษ์ มาประณีต (อ่านรายละเอียดหน้า 2)

สื่อนอกตีข่าวด่วน ?หมัก? ปิ๋ว

ด้านสำนักข่าวต่างประเทศทั้งเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ บีบีซีนิวส์และซีเอ็นเอ็น ราย งานข่าวด่วนเผยแพร่ไปทั่วโลกว่า นายสมัครและคณะรัฐมนตรี พ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ชี้ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัครกรณีจัดรายการโทรทัศน์ ?ชิมไป บ่นไป? และ ?ยกโขยง 6 โมงเช้า? จึงมีมติเป็นเอก ฉันท์ว่า การเป็นพิธีกรในรายการโทรทัศน์ดังกล่าว เข้าข่ายการเป็นลูกจ้าง จึงวินิจฉัยให้นายสมัครพ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามแกน นำคนสำคัญของพรรคพลังประชาชน โดยนายวิทยา บูรณะศิริ หัวหน้าวิปรัฐบาลผสม 6 พรรค ยืนกรานที่จะเสนอชื่อนายสมัครกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

นายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต ปลัด สำนัก นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งใครรักษาการแทนนายกรัฐมนตรีและสามารถใช้คำสั่ง นายกรัฐมนตรีที่ 197/2551 เรื่องมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีในกรณีที่นายก รัฐมนตรีไม่? สามารถปฏิบัติราชการ โดยให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาราชการแทน ซึ่ง ครม.มีมติเห็นชอบคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา

พปช.หนุน ?หมัก? คืนเก้าอี้

พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า พรรคยอมรับคำวินิจฉัยและที่ประชุมพรรคก็มีมติที่จะสนับสนุนนายสมัครขึ้นดำรง ตำแหน่งนายกฯ อีกครั้ง เชื่อว่าเสียงสนับสนุนนายสมัครในพรรคร่วมจะมีอย่างท่วมท้น ยืนยันว่าในส่วนของพรรคจะไม่มี ส.ส.แตกแถวหรือกลุ่มงูเห่าอย่างแน่นอน

พ.ต.ท.กานต์ กล่าวอีกว่า หากนายสมัครถอดใจทางพรรคก็เตรียมบุคคลสำรองไว้ประมาณ 2-3 คน ชื่อย่อ ส.คงต้องดูก่อนว่านายสมัครจะถอดใจหรือไม่ แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าจะไม่ถอดใจอย่างแน่นอน และยังมีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไป

วิกฤติบ้านเมืองถึงทางตัน

นายวิทยา บูรณศิริ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า พรรคยังคงสนับสนุนให้นายสมัครเป็นนายกฯ ต่อไป เพราะยังมีสถานะเป็น ส.ส.และเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ กรรมการบริหารพรรคจะประสานเพื่อพูดคุยกับทางแกนนำของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เพื่อสนับสนุนนายสมัครเป็น นายกรัฐมนตรี แม้จะมีการเสนอชื่อนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยขึ้นมาก็ตาม

นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว.การพัฒนา สังคมฯ เปิดเผยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทุกฝ่ายต้องเคารพ ต่อศาล ตนยึดถือมติของพรรคจะตัด สินใจอย่างไรทุกคนก็ต้องทำตาม แต่ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ถือว่าเป็นวิกฤติของบ้านเมือง จะบอกว่า เป็นทางตันก็น่าจะเรียกได้

?เลี้ยบ? ปัดมีชื่อชิงนายกฯ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า พร้อมโหวตในสภาให้นายสมัครกลับเข้ามาเป็นนายกฯต่อ เพราะเห็นว่าไม่ได้ขาดคุณสมบัติแต่อย่างไร เพราะการจัดรายการชิมไปบ่นไปไม่ได้เป็นเรื่องของการทำทุจริตหรือคอร์รัปชั่น

นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงข่าวมีชื่อเป็นนายกฯสำรองว่า ไม่จริง เป็นข่าวลือโคมลอย เมื่อถามว่า ส่วนตัวพร้อมรับตำแหน่งหรือไม่ นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า อย่าไปสมมุติ เมื่อถามว่าข้อกฎหมายหากนายสมัครสิ้นสภาพการเป็นนายกมีโอกาสกลับมาหรือไม่ นพ.สุร พงษ์กล่าวว่า ในทางกฎหมายสามารถทำได้

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมช. เกษตรฯ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า จุดยืนของพรรคเราเคารพหลักการ พร้อมสนับสนุนพรรคที่มีเสียงข้างมากในสภา เราเคารพมติพรรคเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่านายบรรหารมีโอกาสเป็นนายกฯหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า หัวหน้าทุกพรรคสามารถเป็นได้ ถ้าสมาชิกสภาให้การสนับสนุน

?เติ้ง? แหยงตำแหน่งนายกฯ

ด้านนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกระแสข่าวถูกสนับสนุนให้ขึ้นเป็นนายกฯว่า อย่าเอาเรื่องมาให้หน่อยเลยอายุจะสั้น อยู่อย่างนี้ดีกว่าตนไม่เอาแล้วอายุ 70 กว่าแล้วอยากอยู่สบาย ๆ ตนไม่รับหรอก เหตุการณ์แบบนี้รับไม่ไหว ไม่สามารถทนแรงเสียดทานแบบนี้ได้ไม่อดทนพอ เมื่อถามว่า หากถึงที่สุดแล้วหาใครไม่ได้จะเปลี่ยนใจหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า หากตนพูดไปพวกคุณก็เอาไปแปลความหมายอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางออกควรเป็นอย่างไร นายบรรหารกล่าวว่า ริบหรี่เหลือเกิน พูดอะไรไปฝ่ายพันธมิตรฯก็ด่าทุกคืน เหมือนเขาว่าใครก็ได้แต่คนอื่นติติงไม่ได้ ปัญหาอยู่ตรงนี้ ต้องดูพวกพล.ต. จำลอง ศรีเมือง ว่าเขามองบ้านเมืองอย่างไร ถ้าถอยคนละก้าวก็สามารถเจรจาได้ สื่อก็ติงเขาบ้างสิ

ให้รอดูเหตุการณ์ 1-2 วันนี้

ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ 5 พรรคร่วมจะพลิกกลับมาจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล เพราะกระแสสังคมของชนชั้นกลางยังตอบรับ ไม่กดดันมากเท่ากับรัฐบาลพลังประชาชน นายบรรหารกล่าวว่า คุณกลับไปถามอีก 3 พรรคร่วมก่อนแล้วกัน เมื่อถามย้ำว่า 3 พรรคร่วมหมายถึงพรรคไหนบ้าง นายบรรหารปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

เมื่อถามว่าพรรคพลังประชาชนระบุว่าหากนายสมัครพ้นจากตำแหน่งสามารถโหวตกลับ มาได้อีก นายบรรหารกล่าวว่า ไม่ทราบ ต่อข้อถามว่า หากทำเช่นนี้จะทำให้การเมืองริบหรี่หรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน อีก 1-2 วันรอดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ก่อนแล้วถึงจะพูดได้ว่าจะทำอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายสมัครเตรียมจะไปประชุม ครม.ที่ จ.สุพรรณบุรี นายบรรหารกล่าวว่า รูปแบบคงไม่เหมือนที่ จ.อุดรธานี ไม่เกณฑ์คนไปชุมนุม เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่าเหตุใดถึงเลือก จ.สุพรรณบุรี นายบรรหารกล่าวว่า สุพรรณบุรีประชาชนมีความ? สามัคคี ไม่มีความแตกแยก

ประธานวุฒิฯปัดรับตำแหน่ง

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการเสนอให้ยกเว้นการใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราเพื่อให้ ประธานวุฒิสภารักษาการในตำแหน่งนายกฯหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกฯขาด คุณสมบัติว่า เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตนไม่มีศักยภาพพอที่จะทำอย่างนั้น ขอให้ตนอยู่กับวุฒิสภาต่อไปดีแล้วอย่าเปลี่ยนหน้าที่ตนเป็นอย่างอื่นเลย ตน คงทำไม่ได้ไม่ขอรับปิดทางเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลเสนอให้นายบรรหารเป็นนายกฯแทน นายประสพสุข กล่าวว่า สามารถทำได้ อาจทำให้สถานการณ์ดีขึ้น อย่างน้อยก็มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ฝ่ายพันธมิตรฯจะพอใจหรือไม่ไม่ทราบ

เผย 70/30 ไม่มีใครเอาด้วย

เมื่อถามต่อว่า หากสภาลงมติให้นายสมัครกลับมาดำรงตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง นายประสพสุขกล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ข้อนี้ เมื่อถามต่อว่า หากเปลี่ยนตัวนายกฯบ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ นายประสพสุขกล่าวว่า คิดว่าเดินไปได้ อะไรก็ตามหากจะมีการเปลี่ยนแปลงควรเป็นไปตามระบอบรัฐสภา โดยฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้ตั้งเข้ามาบริหาร ประเทศชาติต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

เมื่อถามต่อว่า หากมีการยุบสภาและวุฒิสภาต้องทำหน้าที่รักษาการจะแก้ไขรัฐธรรม นูญได้หรือไม่ นายประสพสุขกล่าวว่า หากยุบสภาวุฒิสภาจะอยู่ในฐานะรักษาการ จะทำอย่างอื่นไม่ได้ ทั้งเรื่องการพิจารณากฎหมายหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการเมืองใหม่ในสัดส่วน 70:30 ของกลุ่มพันธมิตรฯคงไม่มีใครเอาอยู่แล้ว

พปช.มีมติส่ง ?หมัก? คืนเก้าอี้

เย็นวันเดียวกัน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะโหวตเลือกนายสมัครกลับเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ อีกครั้ง เนื่องจากเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดร้ายแรงหรือทุจริตคอร์รัปชั่น แต่เป็นความเข้าใจข้อกฎหมายคลาดเคลื่อน และศาลไม่มีบทบัญญัติทางกฎหมายห้ามกลับมารับตำแหน่ง ดังนั้นนายสมัครจึงมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง นอกจากนี้พรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

?กระบวนการหลังจากนี้อยู่ที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะนัดหมายประชุมสภาเพื่อลงคะแนน คาดว่าจะมีขึ้นใน? เร็ว ๆ นี้ จะปล่อยให้ประเทศเกิดสุญญากาศนานไม่ได้ วิกฤติที่เกิดขึ้นเนื่องจากคนที่ถูกข้อหากบฏใช้วิธีการไม่ถูกต้องกดดัน รัฐบาล พรรคจะไม่ยอมให้เกิดบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง จะต่อสู้ตามวิถีทางกฎหมาย เชื่อว่ามีคนจำนวนมหาศาลสนับสนุนให้รัฐบาลสู้ต่อไป? ร.ท.กุเทพกล่าว

วิ่งแจ้นหา ?ชัย? เปิดสภาโหวต

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองโฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า พรรคต้องกอดคอกันเพื่อพิสูจน์ให้ระบบตุลาการเห็นว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ทำอะไรพวกเราไม่ได้ ตัดสินเช่นนี้น่าอายชาวโลกว่านายกฯประเทศไทยต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะจัด รายการอาหาร

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียง ใหม่ กล่าวว่า คาดว่าจะมีการนัดประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกฯได้ในวันที่ 12 ก.ย. ระหว่างนี้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 จะทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี

นายวิทยา บูรณศิริ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวอีกครั้งว่า ตนจะเข้าพบนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อหารือถึงกำหนดวันประชุมโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งพรรคจะเสนอชื่อนายสมัครเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่เสนอชื่อคนอื่น

?เหวียง? รอหารือ 6 พรรคร่วม

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้รับการประสานจากพรรคพลังประชาชนเพื่อให้โหวตเลือกนายกฯคนใหม่ แต่มติพรรคยังคงสนับสนุนพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอยู่ แต่บอกไม่ได้ว่าหากเสนอชื่อนายสมัครกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง พรรคจะเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ในวันที่ 10 ก.ย. จะมีความชัดเจน เนื่องจาก 6 พรรคร่วมรัฐบาลจะมีการประชุมเรื่องนี้กันที่สภา

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินจะ เป็นตัวแปรสำคัญ เมื่อเส้นทางที่เคยตีบตันได้เปิดประตูออกมาแล้ว ก็เป็นเรื่องของสภาที่จะต้องคิดให้รอบคอบว่าจะทำอย่างไร พรรค ร่วมรัฐบาลจะต้องคิดให้ดีว่าจะให้นายสมัครกลับเข้ามารับตำแหน่งอีกหรือไม่ เชื่อว่าจะมีการต่อรองกันสูงจนกว่าจะถึงวันโหวตนายกฯ ตนมองว่าถ้ายังเป็นนายสมัครหรือคนของพรรคพลังประชาชนเข้ามาเป็นนายกฯ สถานการณ์คงไม่แตกต่างอะไรจากตอนนี้ จะทำให้ทางออกตีบตันกระแสต่อต้านก็ยังคงมีอยู่อีก

30 วันต้องหานายกฯใหม่

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 180 กำหนดว่า ครม.พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯสิ้นสุดลง ให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และ 173 ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีคนใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นายกฯพ้นจากตำแหน่ง

?ถ้าเป็นผมจะไม่กลับมา มันคงอธิบายให้โลกทั้งโลกฟังไม่ได้ว่า นายกฯกระทำการขัดในเรื่องประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ในคำวินิจฉัยบางส่วนยังระบุว่า เชื่อได้ว่ามีการทำพยานสร้างหลักฐานขึ้นใหม่ จึงเป็นเรื่อง จริยธรรมที่ลึกซึ้ง? นายบวรศักดิ์กล่าว

ปชป.รอโอกาสเข้าสวม

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีต ส.ว. กรุงเทพฯ กล่าวว่า เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยเช่นนี้ต้องดูว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะดำเนินอย่างไร หากยังดึงดันที่จะโหวตให้นายสมัครเป็นนายกฯอีก เท่ากับเป็นการท้าทายและเติมเชื้อเพลิงลงไป พันธมิตรฯก็คงไม่ยอมหยุดชุมนุมแน่นอน ดังนั้นนายสมัครต้องไม่รับตำแหน่งเพื่อให้ความวุ่นวายทางการเมืองยุติ เมื่อนายสมัครไม่เป็นนายกฯอีก พันธมิตรฯก็ควรหยุดการชุมนุม แต่หากพันธมิตรฯ ยืนยันที่จะชุมนุมต่อก็จะเสียเครดิตของตัวเองไปโดยอัตโนมัติ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนเสนอชื่อนายสมัครเป็นนายกฯอีก รู้สึกว่าไม่สวยงามแล้ว เนื่องจากนายสมัครไม่ได้พูดความจริงในศาล ตรงนี้ถือเป็นรอยตำหนิ ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้านายสมัครกลับมาเป็นนายกฯ จะเกิดความวุ่นวายอีกหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่การที่ศาลไม่รับฟังคำชี้แจงของนายสมัคร แสดงถึงความไม่น่าเชื่อถือ วันนี้น่าจะใช้จังหวะนี้ชักชวนทุกพรรคมาปรึกษาและร่วมมือกัน เลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาแก้ปัญหาวิกฤติการณ์ของบ้านเมือง ส่วนการเปลี่ยนขั้ว พวกตนเป็นฝ่ายเสียงน้อยคงไม่ไปเรียกร้อง แต่เราพร้อมร่วมมือกับทุกพรรคเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย

จับตาทุกพรรคชิงจังหวะ

วันเดียวกันที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จัดเสวนาเรื่อง ?ทางออกและอนาคตสังคมไทยในวิกฤติความรุนแรง? นายทวี? สุรฤทธิกุล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ภาพรวมทางการเมืองในขณะนี้ มีแง่ดี 2 ประการ คือ 1.สังคมประสานเสียงในการไม่ใช้ความรุนแรง ทำให้ไม่เกิดสงครามกลางเมือง 2.การเมืองภาคประชาชนตื่นตัว ส่วนแง่ที่ไม่ดีคือ สังคมคุยกันยากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นการยุบสภาน่าจะเป็นทางออกในขณะนี้

นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการโครงการปริญญาโท คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า คดีชิมไปบ่นไปของนายสมัครจะเป็นช่องว่างให้แต่ละกลุ่มช่วงชิง พรรคชาติไทยก็จะพยายามหาโอกาสผลักดันนายบรรหารเป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องช่วงชิงการนำ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

?ปู่ชัย? เฮ กกต.ยกคำร้อง

อีกด้านหนึ่งที่สำนักงาน กกต.มีการประชุมสำนวนคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ร้องเรียนนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือหุ้นในบริษัทสัมปทานจากรัฐ ขัดต่อธรรมนูญมาตรา 265 ภายหลังการประชุม นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องตามที่คณะอนุกรรมการไต่สวนเสนอมา เนื่องจากบริษัท ศิลาชัยบุรีรัมย์ (1991) จำกัด ที่ภรรยาของนายชัยถือหุ้นอยู่นั้นมีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2539 ขณะเดียวกันประทานบัตรที่บริษัทดังกล่าวได้รับ ก็ได้รับตาม พ.ร.บ.แร่ 2510 ซึ่งเป็นเสมือนใบอนุญาตให้เอกชนเข้าดำเนินกิจกรรม โดยผู้ขอต้องเสียค่าธรรมเนียม ต่างกับการขอสัมปทานจากรัฐ เช่น การขุดเจาะปิโตรเลียม การขอสัมปทานเก็บรังนก อันนี้จึงจะถือว่าเข้าข่ายสัมปทาน

นายประพันธ์กล่าวต่อว่า กรณีของบริษัทศิลาชัยเป็นการขอประทานบัตร เพื่อระเบิดหินในพื้นที่ดินของเอกชน มีการดำเนินการมาก่อนที่นายชัยจะเข้ามาเป็นประธานสภาขณะเดียวกันที่ดิน บริเวณดังกล่าวยังมีเอกชนรายอื่นขอประทานบัตรระเบิดหินในลักษณะเดียวกันอีก นับ 10 บริษัท จึงไม่เข้าข่ายการผูกขาด กรณีนี้จึงไม่เข้าข่ายที่ว่าบุคคลในครอบครัวถือหุ้นหรือบริษัทสัมปทานจากรัฐ ที่ประชุมจึงมีมติยกคำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียงข้างมาก 3 เสียงประกอบด้วย นายสมชัย จึงประเสริฐ นางสดศรี สัตยธรรม และนายประพันธ์ ส่วน 2 เสียงข้างน้อยคือ นายอภิชาตสุขัคคานนท์ และสุเมธ อุปนิสากร

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=176319&NewsType=1&Template=1

Tags: , , , ,

Post a Comment