เลิก พรก.ฉุกเฉินวันนี้

พธม.ลั่นไม่รบันิรโทษฯนักวิชาการเตือนสติ นศ.อย่าติดกับดักการเมือง

“สมชาย”รุดหารือ”อนุพงษ์”เตรียมยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เช้าวันอาทิตย์นี้เนื่องจากแนวโน้มมีเหตุการณ์รุนแรง โดยมอบ”พัชวาท” ดูแลความสงบหากเกินกำลังก็สามารถร้องขอทหารช่วยได้ ด้านพันธมิตรฯ ประกาศไม่เอา 3 ส.อ้างมีปัญหาทั้ง 3 คน 17 ก.ย. เสนอเข้าสภาฯ มีปัญหาแน่ เรียกร้อง รัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลสมานฉันท์แก้ปัญหา สร้างการเมืองใหม่หลังเลือกตั้ง ถ้าไม่ได้ตามนี้ชุมนุมยืดเยื้ออีกร้อยวันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต

ส่วนแนวคิดนิรโทษกรรมก็ไม่ต้อง เพราะยื่นอุทธรณ์หมายจับไปแล้ว ระบุอย่าเบี่ยงเบนประเด็น ขณะที่ ?จำลอง? อึ้งเมื่อถูกถาม ?อภิสิทธิ์? นั่งนายกฯ คนใหม่ อาจถามประชาชนว่าจะออกจากทำเนียบหรือไม่ ด้านนักวิชาการระดมความคิด เตือนสตินักศึกษา อย่าตกเป็นเครื่องมือให้กลุ่มการเมืองใด อย่าติดกับดัก อย่าเป็นผู้ตาม นักศึกษาต้องเป็นผู้นำ ทางการเมือง ?ไชยันต์? แนะแกนนำทั้ง 9 คนมอบตัว อย่ากลัวถูกยิงทิ้ง เพราะจะเป็นผลดีกับพันธมิตรฯ เอง
ตั้งแต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชา ธิปไตย บุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล ได้สร้างความ วุ่นวายให้กับการเมืองไทย จนต้องมีการเปลี่ยน แปลงมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแม้ว่า นายสมัคร สุนทรเวช หลังจากที่ต้องหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐ มนตรีไปแล้ว ก็ไม่สามารถกลับมาได้อีก แต่กลุ่ม พันธมิตรฯ ก็ยังไม่ยอมสรุปความต้องการยังคงยึดทำเนียบรัฐบาลเพื่อต่อรองต่อไปตามที่ หลาย ๆ ฝ่ายคาดการณ์ไว้

พบถุงยางลอยเกลื่อนทำเนียบฯ

ความคืบหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 ก.ย. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯช่วงเช้า เป็นวันที่เงียบเหงามาก เพราะฝนได้ตกต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืนติดต่อกันสามวันสามคืน ทำให้ผู้ชุมนุมบางตามากแม้ว่าจะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ตาม รวมทั้งการชุมนุมที่ยืดเยื้อและสภาพ อากาศที่แปรปรวนผู้ชุมนุมจำนวนมากต้องกลับไป พักผ่อนที่บ้านหลายวัน เนื่องจากมีอาการป่วยส่วน ใหญ่เป็นโรคทางเดินหายใจ ซึ่งวันนี้มีผู้ชุมนุมได้รับยาจากเต็นท์พยาบาลตลอดทั้งวัน รวมทั้งการปราศรัยบนเวทีก็ยังไม่มีการเปิดประเด็นใหม่ มีเพียงการนำข่าวมาเล่าและการพูดจาเหน็บแนมด่าทอรัฐบาลของนางสาวอัญชลี ไพรีรักษ์ พิธีกรบนเวทีตลอดช่วงเช้า สำหรับเวทีมัฆวานฯ ไม่มีการจัดกิจกรรมใด ๆ ทำให้ผู้ชุมนุมที่ปักหลักได้แต่นอนพักผ่อนตามเต็นท์ และสังเกตเห็นว่าบริเวณท่อระบายน้ำหน้าประตูทำเนียบฯ ประตู 8 มีถุงยางอนามัยใช้แล้วลอยเกลื่อนขึ้นมาเพราะน้ำระบาย ไม่ได้

ต้องเปลี่ยนระบบการเมือง

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ แถลงข่าวย้ำจุดยืนว่า แม้ว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธ มิตรฯ ที่มาบุกยึดทำเนียบเป็นเวลา 17 วันแล้วก็ตาม ก็ยังจะปักหลักชุมนุมฯ ที่ทำเนียบฯ ต่อไป จนกว่ารัฐบาลชุดนี้จะลาออกทั้งคณะ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีเป็นคนในพรรคพลังประชาชน หรือพรรคร่วมรัฐบาลก็ตาม ก็จะไม่ยุติการชุมนุมฯ เพราะการชุมนุมฯ ที่ผ่านมา 112 วัน ทำให้ประชาชนได้เข้าใจว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลงระบบการเมือง และเรียนรู้ในเรื่องการเมืองใหม่ที่ดีกว่าการเมืองเก่าอย่างแน่นอน จะเห็นได้จากประเด็นที่รัฐบาลพยายามทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และพวกพ้องเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงประชาชนเลย

การเมืองใหม่ยึดทำเนียบฯได้

พล.ต.จำลอง กล่าวว่าให้ประชาชนเปรียบเทียบดูระหว่างการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เราพยายามเสียสละเพื่อประชาชน หาทางออกให้กับบ้านเมือง แตกต่างจากรัฐบาลล้วนแต่สร้างความเสียหายให้เกิดกับบ้านเมืองเพียงเพื่อผล ประโยชน์ของตนเอง รัฐบาลที่ผ่านมาของการเมือง เก่ามีแต่ทำให้บ้านเมืองล่มจมแต่นักการเมืองร่ำรวยขึ้นกันถ้วนหน้า เราจะปล่อยให้บ้านเมืองอยู่กับนักการเมืองขี้โกงอย่างนี้ไม่ได้ จะต้องมีระบบสรรหาที่เอาคนดีมีความรู้ในสาขาอาชีพต่าง ๆ เช่น ผู้นำกรรมการ ผู้นำแรงงาน เข้ามาในสภาให้มากขึ้น เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐ ตนไม่อยากพูดอะไรมากเรื่องนี้เพราะไม่ใช่หน้าที่ของพันธมิตรฯ ที่จะเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะ ขณะนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองหลายฝ่ายก็เห็นด้วยกับการเมืองใหม่ เรามีหน้าที่ชุมนุมเรียกร้องก็ต้องชุมนุมต่อไปจนกว่าจะได้การเมืองใหม่และ ไล่รัฐบาลชุดนี้ออกไปได้ ซึ่งการมาบุกยึดทำเนียบฯ นี่ก็เป็นการเมืองใหม่ที่ประชาชนมีส่วน ร่วมในการปกครองการบริหารประเทศ ประชาชนสามารถเข้าไปได้ทุกสถานที่

ยืนยันจะไม่รับตำแหน่งใด ๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากหัวหน้าพรรคประชาธิ ปัตย์มาเป็นนายกรัฐมนตรี พันธมิตรฯ จะออกจากทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.จำลอง ทำท่าอ้ำอึ้งสักพัก ก่อนที่จะกล่าวว่าเราต้องทำตามสถานการณ์ เมื่อถึงเวลานั้นก็จะมีการประชุมประเมินสถานการณ์ อีกครั้ง ยังบอกไม่ได้ว่าจะออกจากทำเนียบฯ หรือไม่ เพราะมาตรการต่าง ๆ เราต้องถามประชาชน หากไม่มีประชาชนมาร่วมชุมนุมกับเราก็คงอยู่มาไม่ได้ถึงตอนนี้ ชอบพูดกันเสมอว่ามีรัฐบาลใหม่เดี๋ยวพวกเราก็ออกมาไล่อีก แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่ดี มีคุณธรรมก็คงไม่มีพวกเรา พวกเราชุมนุมมาสร้างประโยชน์ให้กับบ้านเมืองมากมายซึ่งวันนี้เศรษฐกิจ แย่ก็ต้องยอม หากในวันหน้าประเทศชาติดีขึ้น ตน ชุมนุมมาตั้งแต่หนุ่มยันแก่ไม่เคยหวังผลประโยชน์ส่วนตัวหากมีการเมืองใหม่ตน จะไม่รับตำแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนแกนนำอีก 4 คนตนไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว

คาดมีเหตุวุ่นวายก่อน 17 ก.ย.

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่แกนนำพันธมิตรฯระบุว่าในช่วง 5 วัน เป็นวันอันตรายอาจจะมีมาตรการเป่านกหวีด นายสมศักดิ์ กล่าวว่าต้องหาข่าวประเมินสถานการณ์ก่อน และมาวิเคราะห์กันว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือมีมาตรการอย่างไร เพราะช่วงนี้จนถึงวันที่ 17 ก.ย. ที่รัฐบาลจะต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดทั้งการหาตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ศาลอาญาแผนกคดีอาญานักการเมืองจะตัดสินคดีที่ดินรัชดาของนายใหญ่ ซึ่งจะต้องมีลิ่วล้อออกมาสร้างสถานการณ์อีกมากมาย เป็นช่วงที่พันธมิตรฯ ต้องระวังและต้องประชุมหารือวางมาตรการรับมือกันอย่างไรต่อไปหากมีการ เปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ๆ ทางการเมืองให้ประชาชนช่วยกันจับตาดู อาจจะมีการขน นปช. มาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในช่วงที่น้องเขยทักษิณ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นรักษาการนายกฯ

เชื่อรัฐบาลอยู่ได้อีกไม่นาน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการขับไล่รัฐบาลได้อย่างเด็ดขาดหรือไม่ แม้แต่โดนศาลพิพากษาทั้งคณะแล้วก็ยังไม่ยอมลาออก นายสมศักดิ์ กล่าว ว่าประเทศไทยโชคร้ายที่สุดที่มีรัฐบาลหน้าด้าน หาก เป็นประเทศอื่นลาออกไปนานแล้ว แต่ทุกวันนี้รัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ลองไปเดินตลาดดู หากไม่โดนแม่ค้าขว้างหน้าเอาให้มาด่าพันธมิตรฯ ได้ เชื่อ ว่ารัฐบาลจะอยู่ได้อีกไม่นานต้องลาออกทั้งคณะแน่นอน เพราะสภาพตอนนี้รัฐบาลถือว่าเป็นกบฏ ต้องโดนข้อหากบฏมากกว่าพันธมิตรฯ เพราะทำผิดกฎหมายทั้งอาญาและกฎหมายรัฐธรรมนูญหากยังบริหารประเทศต่อไปก็ยิ่ง มีความผิดมากขึ้น

ระวังผู้อ้างชื่อพลังธรรมเรี่ยไร

เมื่อเวลา 14.15 น. พล.ต.จำลอง ศรี เมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีที่ทำเนียบรัฐบาลประกาศไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบริจาคเงินให้กับกลุ่ม ที่อ้างชื่อว่ากลุ่มพระร่วมพลังธรรม ที่แจกใบปลิวให้เชิญชวนผู้ชุมนุมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกาย โดย สามารถบริจาคได้ที่เลขบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม โดย พล.ต.จำลอง กล่าวว่า เป็นการแอบอ้างชื่อพลังธรรมเท่านั้น กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เคยขอรับบริจาคแบบนี้ ที่ผ่านมาจะมีการตั้งจุดรับบริจาคอยู่แล้ว อย่าไปทำจะเป็นการเสียเงินเปล่า

หลังจากนั้น เมื่อเวลา 15.00 น. ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักเช่นทุกวัน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมต่างพากันหลบฝนในเต็นท์ ขณะที่มีน้ำท่วมในจุดต่าง ๆ จากเศษขยะที่ไปอุดในท่อระบายน้ำส่งกลิ่น เหม็นไปทั่วบริเวณ

เยาวชนกู้ชาติตั้งโต๊ะล่าชื่อ

ส่วนที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ในช่วงบ่าย มีกลุ่มเครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ (Young PAD) ออกมาจัดกิจกรรมเพื่อปลุกระดมให้นักเรียน นักศึกษา ออกมาขับไล่รัฐบาล โดยได้ตั้งโต๊ะลงรายชื่อของนักศึกษาที่มาร่วมชุมนุมจากสถาบันต่าง ๆ เพื่อรวบรวมรายชื่อให้เป็นเครือข่ายเดียวกัน นอกจากนี้ได้จัดกิจกรรม นำผ้าขาว 2 ผืน กว้างผืนละ 1 เมตร โดยบนผ้าขาวได้มีข้อความที่นักเรียน นักศึกษาได้เขียนแสดงความคิดเห็นในการขับไล่รัฐบาล วางยาวที่พื้นจากเวทีมัฆวานฯ ไปสิ้นสุดที่ อนุสาวรีย์ฯ ที่ชื่อว่า ?จุดยืนของคนรักชาติ? สูงประมาณ 4 เมตร โดยมีลักษณะเป็นโครงเหล็กที่พันด้วยผ้าสีเหลือง ตั้งอยู่ตรงข้ามกับหน้ากระทรวง ศึกษาธิการเป็นจุดเด่น และทำให้บรรยากาศเริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีนักศึกษาเริ่มทยอยมาร่วมทำกิจกรรมกันมากขึ้น

นักวิชาการระบุ พธม.ล้ำเส้น

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเวลา 14.00 น. มีการเสวนาบทบาทนักศึกษาในสถานการณ์วิกฤติการเมือง โดยคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น ภายใต้หัวข้อดีเบต 4 ขั้ว ประกอบด้วย นายศตวรรษ อินทรยุทธ ตัวแทนสาธิตมัฆวาน (Young PAD) นายธนากร สัมมาสาโก ตัวแทนสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) นายอนุธีร์ เดชเทวพร ตัวแทนองค์กรการนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ (อมธ.) นายกฤติกร วงศ์สว่างพานิช ตัวแทนกลุ่มประชา ธิปไตยไม่ใช่แค่กิ๊ก (กปก.) โดย สนนท. อมธ. และ กปก. เห็นว่าการกระทำที่ผ่านมาของพันธ มิตรฯ เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่อารยะขัดขืนโดยแท้จริง พร้อมทั้งเรียกร้องให้แกนนำทั้ง 9 คนมอบตัว แล้วต่อสู้คดีในกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้พันธมิตรฯ เคารพกติกา และการชุมนุมเรียกร้องโดยสร้างความรู้ความเข้าใจ กับประชาชนโดยไม่ควรล้ำเส้น เพื่อไม่ให้เกิดการ เผชิญหน้าทั้ง 2 ฝ่ายดังเช่นที่ผ่านมา ซึ่งอยากจะเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมควรกลับมาสู่จุดที่ควรจะเป็น ในระบอบประชาธิปไตยโดยไม่ใช้ความรุนแรง

ด้านตัวแทนจากสาธิตมัฆวาน กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นักศึกษาที่ยังไม่ได้เลือกข้าง ออกมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมือง อย่ามัวแต่ไปเล่มเกมไร้สาระอยู่ ไม่ว่านักศึกษาจะเลือกข้าง พธม. หรือ นปช. ก็ยังเป็นการแสดงออกที่ดี ว่าคนรุ่นใหม่สนใจในบ้านเมือง ทั้งนี้โดยส่วนตัวเห็น ว่าการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ เป็นอารยะขัดขืนต่อความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล การที่แกนนำ ทั้ง 9 คนยังไม่เข้ามอบตัว เพราะยังไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม

เตือน นศ.อย่าเป็นเครื่องมือ

ส่วน นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สังคมเรามีความคิดที่แตกต่างหลายฝ่าย ซึ่งตนมี ความเป็นห่วงและคิดว่าการต่อสู้กับรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้ง แต่ใช้อำนาจฉ้อฉล จะต้องกำหนดวิธี การและเป้าหมายให้แตกต่างจากการต่อสู้รัฐบาลทรราชในอดีต และควรทิ้งกรอบการต่อสู้แบบ 15 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19 เนื่องจากพื้นฐานสังคม เปลี่ยนไปแล้ว สำหรับนักศึกษามีจุดเด่นที่สติปัญญา อย่าไปติดกับดัก รับเคลื่อนไหวให้กลุ่มการเมืองใด โดยนักศึกษาต้องเป็นผู้นำทางการเมือง ไม่ใช่ผู้ตาม อย่าไปเล่นการเมืองน้ำเน่า ต้องช่วยกันคิดว่าจะปฏิรูปให้หลุดจากการเมือง 2 ขั้วอย่างไร สำหรับตนมองการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ว่าเป็นปัญหาต่อเสถียรภาพทางการเมือง และสวนทางต่อประชาธิปไตย เพราะพันธมิตรฯ มุ่งไปข้างหน้าโดยไม่ฟังเสียงใคร คิดว่าตัวเองคือเจตจำนงของประชาชนทั้งหมด ทั้งที่พันธมิตรฯ เป็นเพียงกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่ตัวแทนของประชาชน หากพันธมิตรฯ ต้องการเริ่มต้นการเมืองใหม่ ต้องยอมถอยเพื่อให้การเมือง กลับเข้าสู่ระบบเดิม และมีกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550

เรียกร้อง พธม.มอบตัวอย่ากลัว

นายประจักษ์ กล่าวอีกว่า ถ้าอยากจะออกจากทางตันของการเมืองน้ำเน่า ต้องแก้รัฐธรรมนูญ 2550 การที่แกนนำพันธมิตรฯ ออกมาเสนอการเมืองใหม่ ยื่นเงื่อนไขแตกหัก 70/30 ทั้งที่ตัวเองยังไม่รู้หน้าตาของการเมืองใหม่ที่ตัวเอง เสนอว่าจะเป็นอย่างไร และกลับยัดเยียดให้คนอื่น ยอมรับ ถือว่าเป็นสิ่งอันตรายมาก เพราะสังคมจะไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ กับการต่อสู้ครั้งนี้

ด้าน นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ตนยืนยันขอเรียกร้องให้แกนนำพันธมิตรฯ มอบตัว ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกยิงทิ้งระหว่างทาง เพราะถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะยิ่งสะท้อนให้ประชาชนเห็นถึงความชัดเจนของระบบนี้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการต่อสู้ของขบวนการพันธมิตรฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ บุญงาม อนันต์ หัวหน้าศูนย์เฝ้าระวังการรัฐประหาร ได้นำสติกเกอร์เบื่อพันธมิตรฯ และสติกเกอร์รณรงค์ให้ร่วมกันปลดความรุนแรงมาแจกที่หน้าห้องเสวนาด้วย

ศพ ?ณรงค์ศักดิ์? กลับบ้านเกิด

ส่วนที่วัดเสมียนนารี เขตจตุจักร กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ประมาณ 300 คน ได้เคลื่อนศพ นายณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสงค์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ ผ่านมา โดยตั้งขบวนรถกว่า 20 คัน รถติดเครื่องขยายเสียงออกจากวัดเสมียนนารี ไปตามถนนประชาชื่น เลี้ยวขวาเข้าถนนสามเสน ผ่านหน้า รพ. วชิระ สน.ชนะสงคราม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินไปวนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 3 รอบ และหยุดบีบแตร เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่ดวงวิญญาณของนายณรงค์ศักดิ์ จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนย้อนกลับไปตามถนนราชดำเนินกลาง ขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า มุ่งหน้าไปยังวัดใน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี อันเป็นบ้านเกิดของนายณรงค์ศักดิ์ เพื่อไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ศพ ?ณรงค์ศักดิ์? ถึงวัดท่าทุ่งนาฯ

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ขบวนศพ นายณรงค์ศักดิ์ ได้เดินทางถึง วัดท่าทุ่งนาฤทธาราม หมู่ 2 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยมีผู้มาร่วมส่งศพประมาณ 300 คน โดยที่หน้าประตูวัดมีป้ายเขียนข้อความ แด่วีรชนผู้กล้ารักษาประชา ธิปไตย นางชบา สิงหกลางพล อายุ 70 ปี พี่สาวผู้ตาย กล่าวว่าจะทำพิธีสวดพระอภิธรรมต่ออีก 3 วัน จากนั้นจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 20 ก.ย. นี้ เวลา 14.00 น. เนื่องจากตนไม่มีเงินพอที่จะสวดหลาย ๆ วัน จึงอยากขอให้ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่รักของผู้ตายมาร่วมงานศพ และออกค่าใช้จ่ายให้ด้วย เพราะเงินที่ได้รับมาแสนกว่าบาท ก็เหลือไม่พอดำเนินการแล้ว

รถไฟสายใต้เริ่มวิ่งให้บริการ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นต้นทางขบวนรถไฟสายใต้ ที่เริ่มต้นจากสถานีสุไหง โก-ลก ไปตามสถานีต่าง ๆ จำนวนถึง 14 ขบวน แยกเป็นขบวนท้องถิ่นหรือรถไฟฟรี 8 ขบวน รถดีเซลราง รถเร็ว หรือรถด่วนอีก 6 ขบวน หลังจากที่หยุดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. นั้น ล่าสุดเช้าวันนี้ รถไฟบางขบวนได้เริ่มทยอยวิ่งออก ให้บริการประชาชนอีกครั้ง แต่ยังให้บริการไม่ครบเนื่องจากต้องรอขบวนรถไฟจากสุราษฎร์ธานี นคร ศรีธรรมราช และกรุงเทพฯ มายังสถานีสุไหงโก-ลก โดยคาดว่าในวันที่ 14 ก.ย. รถไฟทั้ง 14 ขบวนจะออกวิ่งให้บริการครบทุกขบวน ซึ่งรถไฟขบวนแรกผู้โดยสารค่อนข้างน้อย เนื่องจากผู้โดยสารยังไม่ทราบว่ารถไฟเริ่มวิ่งให้บริการแล้วนั้นเอง

?สุริยะใส? ชี้ไม่ต้องนิรโทษกรรม

ต่อมาเวลา 19.10 น. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ เปิดแถลงข่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชน เสนอกฎหมายนิรโทษกรรม 9 แกนนำพันธมิตรฯ ในข้อหากบฏ และอดีตผู้บริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนให้พ้นความผิดว่า พันธมิตรฯ ไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเอง และ 5 แกนนำก็ต่อสู้เพื่อชาติ เพื่อการเมืองใหม่ การเสนอนิรโทษกรรมเป็นเหมือนการเบี่ยงเบนประเด็น ซึ่งขณะนี้เราได้ให้ทนายความไปยื่นอุทธรณ์ต่อศาลให้ยกเลิกหมายจับแล้ว คาดว่าศาลอุทธรณ์จะยกเลิกหมายจับให้กับ 9 แกนนำในข้อหากบฏ ส่วน 111 คนของพรรคไทยรักไทย เป็นความผิดชัดเจน แต่เราต่อสู้เพื่อการเมืองใหม่ให้การเมืองดีขึ้น ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ แกนนำทั้ง 9 คนก็จะไม่หนีคดีและไม่หนีศาล เราจะต่อสู้จนถึงที่สุด

ไม่เอา 3 ส.เป็นนายกฯนอมินี

นายสุริยะใส ยังกล่าวถึงพรรคพลังประชาชนจะเสนอชื่อ 3 ส. คือ นายสมชาย วงศ์ สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เราเห็นว่าทั้ง 3 คนต่างมีความไม่เหมาะสม เพราะ นพ. สุรพงษ์ มีคดีหวยบนดิน นายสมพงษ์ ก็มีคดีอยู่ที่ดีเอสไอ ส่วน นายสมชาย ก็เป็นคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้ง 3 คนจึงไม่มีใครสามารถปลดความหวาดระแวงของประชาชนได้ เนื่องจากเป็นรัฐบาลนอมินีอยู่ดี ส่วนที่พรรค ประชาธิปัตย์ ก็ออกมาสนับสนุน นายสมชายนั้น ก็เป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ แต่พันธมิตร ไม่สามารถรับทั้ง 3 คนได้ เพราะเป็นนอมินีอยู่ดี ไม่ใช่ว่าเราดื้อดึงที่เสนอใครก็ไม่รับ แต่นี่เรารับไม่ได้ เพราะในเวลานี้ควรจะตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลเฉพาะกาล หรือรัฐบาลสมานฉันท์ จะเรียก อะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่ให้พรรคพลังประชาชนมายัดเยียดให้เราเช่นนี้

17 ก.ย.ยื่นชื่อ 3 ส.มีปัญหาแน่

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ก็ออกมาเตือนแล้ว ให้มอง ไกล ๆ ไม่ใช่เรื่องตำแหน่งเพียงอย่างเดียว การเสนอชื่อทั้ง 3 คน เราจึงรับไม่ได้ เราต่อสู้มาแล้วร้อยกว่าวัน จะต่อสู้ต่อไปอีกร้อยวันก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร การเมืองใหม่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งใหม่ ต้องไม่ใช่รัฐบาลนอมินี เราพร้อม ที่จะคุยกับทุกฝ่าย ไม่ใช่ว่าพันธมิตรฯ จะเสนอเอง ใครจะเสนอก็ได้ ต้องช่วยกันหาทางออก เรา ไม่ได้ยัดเยียดแนวคิด เราพร้อมที่จะหารือเพื่อหาทางออก 3-4 แนวทาง ซึ่งหน้าตารัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่การรัฐประหาร ซึ่งพันธมิตรไม่เห็นด้วย กับการยึดอำนาจหรือฉีกรัฐธรรมนูญ เราต้องการเปลี่ยนการเมืองใหม่ จะทำ

อย่างไรก็ได้ และที่เราทำก็ไม่ได้เรียกร้องตำแหน่ง ทางการเมือง ที่มีการพูดกันว่า พล.ต.จำลอง จะเป็นนายกฯ ส่วนนายสนธิ จะเป็นรัฐมนตรีนั้นไม่ จริง เราไม่ได้ต้องการตำแหน่ง หรือต้องการอำนาจ และในวันที่ 17 ก.ย. นี้ หากมีเสนอชื่อ 3 ส. เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องเกิดปัญหาแน่นอน ความจริงสภาก็สามารถตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลได้ ไม่จำเป็น ต้องมีคนของพรรคพลังประชาชนเยอะแยะ และการยุบสภาก็ไม่ใช่ทางออก ซึ่งเราได้เสนอแนวความ คิดไปก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่จะทำหรือไม่เท่านั้น

?สมชาย? รุดหารือ ?อนุพงษ์?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 18.15 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1รอ.) เข้าพบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบและมอบอำนาจในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ ไปเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากหารือกันกว่า 1 ชั่งโมงได้ข้อสรุปว่า เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้มีแนวโน้มอยู่ในทางปกติไม่มีเหตุการณ์รุนแรง รวมถึงหากมีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายต่อนักลงทุน และกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

ยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ดังนั้นจึงมีความเห็นตรงกันว่า จะยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยจะใช้กฎหมายปกติใน การปฎิบัติควบคุมสถานการณ์ พร้อมมอบหมายให้ ผบ.ทบ. เป็นผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย มีหน้าที่รับผิดชอบรักษาความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งแนวทางการปฏิบัติจะมอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความไม่สงบภายใน หากเกินกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถร้อง ขอกำลังทหารเข้าไปช่วยเหลือในลักษณะผู้ช่วย เจ้าพนักงาน ซึ่งในวันที่ 14 ก.ย. เวลา 10.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. จะร่วมแถลงข่าวยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กองบัญชา การกองทัพไทย.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=176710&NewsType=1&Template=1

Tags: , ,

Post a Comment