จับตา บอร์ด กทค. สรุปปม ?บีเอฟเคที? วันนี้

จับตา บอร์ด กทค. สรุปปม ?บีเอฟเคที? วันนี้

จับตามติ บอร์ด กทค. สางสัญญาบีเอฟเคที สวนข้อเท็จจริงหรือไม่ หลังสำนักงาน กสทช. ฟันธงชัด เข้าข่ายประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดตามมาตรา 67 พ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544…

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามที่ปรากฏว่า ในวันนี้ (5 เม.ย) คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) จะพิจารณาวาระการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด กรณีการทำสัญญาเกี่ยวกับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่บนคลื่นความถี่ 800 MHz กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ?ซึ่งคณะทำงานของสำนักงาน กสทช. เสนอรายงานฉบับแก้ไขล่าสุดมาแล้ว

ทั้งนี้ จากรายงานฉบับก่อนถูก กทค. ตีกลับให้ไปแก้ไขภายใต้ข้อสังเกต 4 ประเด็น ได้แก่ 1. ให้หาเหตุผลสนับสนุนว่า เหตุใดจึงเชื่อว่าบีเอฟเคทีไม่มีเจตนาทำผิด และพิจารณาข้อกฎหมายว่า กทค. จำเป็นต้องร้องทุกข์กล่าวโทษหรือไม่ 2.ให้ความกระจ่างในประเด็นที่คณะทำงานชี้ว่า การดำเนินกิจการในลักษณะในเช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม เนื่องจากที่ผ่านมา จากยุค กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จนถึง กสทช. ยังไม่เคยมีแนวนโยบายหรือคำตัดสินที่ชัดเจนว่าการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือไม่ 3. ประเด็นการให้ความหมายของคำว่า ?บุคคลอื่นทั่วไป? ที่ปรากฏในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และ 4. ให้รวบรวมรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา และมติ กทช. ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนวิเคราะห์ผลกระทบจากการวินิจฉัยของ กทค. เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป

อีกทั้ง ตามรายงานล่าสุดของคณะทำงานยังคงยืนยันว่า การดำเนินกิจการของ บีเอฟเคที เข้าลักษณะเป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคมแล้ว ตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ดังนั้นบริษัทบีเอฟเคที จึงเข้าข่ายกระทำความผิดฐานประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 67 (3) แห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคมฯ อันเป็นความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ แต่นอกจากพิจารณาพฤติกรรมแล้ว คณะทำงานเสนอว่า กทค. ควรพิจารณาในส่วนของเจตนาประกอบด้วย หากไม่ครบทั้งองค์ประกอบภายนอกและองค์ประกอบภายใน ก็ไม่ควรร้องทุกข์กล่าวโทษ

แหล่งข่าว กสทช. กล่าวต่อว่า เป็นที่น่าสนใจว่า ในส่วนการวิเคราะห์ผลกระทบกรณี กทค. เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะทำงานที่จะไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทบีเอฟเคที คณะทำงานก็ชี้เองว่าจะมีผล 3 ประการคือ 1. กทค. และสำนักงาน กสทช. อาจถูกกล่าวหามีความผิดฐานเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งมีโทษถึงจำคุก 2. กทค. และสำนักงาน กสทช. อาจถูกตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ เช่น วุฒิสภา ปปช. เป็นต้น และ 3.ผู้มีส่วนได้เสียในกรณีนี้อาจฟ้อง กทค. และสำนักงาน กสทช.

นอกจากนี้ ในการประชุม กทค. เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางสำนักงาน กสทช. ยังได้นำเสนอเรื่องการแก้ไขสัญญาระหว่างบีเอฟเคทีกับ กสท ?ที่ กทค. มีมติสั่งให้แก้ไขเพื่อไม่ให้ขัดต่อมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ซึ่ง กทค. มีมติตั้งแต่เมื่อกลางปี 2555 ที่ผ่านมา โดยให้ดำเนินการใน 30 วัน แต่ต่อมา กสท ได้ขอขยายระยะเวลาหลายครั้ง และล่าสุดมีการแจ้งเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2555 ว่ายังไม่สามารถจัดทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมได้ แต่คู่สัญญาได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันแล้วและได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อยืนยันถึงเจตนาที่จะแก้ไขสัญญาต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. รายงานว่าได้พิจารณาทบทวนบันทึกความเข้าใจของคู่สัญญาแล้ว พบว่า แนวการแก้ไขสัญญาเช่าเครื่องและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมที่คู่สัญญาตกลงกันยังไม่ชัดเจนว่า กสท จะมีสิทธิในการควบคุมสิทธิการใช้งานเครื่องและอุปกรณ์ของบริษัทบีเอฟเคทีอย่างสมบูรณ์ผ่าน Network Operation Center (NOC) เนื่องจากร่างสัญญาแก้ไขยังคงให้สิทธิแก่บริษัทบีเอฟเคทีสามารถปฏิบัติงานกับเครื่องและอุปกรณ์ได้ ส่วนตามสัญญาบริการขายส่งบริการบนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ HSPA คู่สัญญาได้ตกลงให้ข้อผูกพันการรับซื้อความจุสามารถรองรับผู้ใช้บริการจำลองของ บริษัท เรียล มูฟ จำกัด ได้ทั้งสิ้นกว่า 13.33 ล้านราย หรือใช้ความจุได้ถึง 80% ซึ่งทำให้การกำหนดความจุตามสัญญาดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามกลไกตลาด ดังนั้นสำนักงาน กสทช. จึงเห็นว่าเงื่อนไขของข้อสัญญายังไม่ชัดเจนว่าสอดคล้องและเป็นไปตามมติ กทค.จึงน่าจับตาเป็นอย่างยิ่งว่าที่ประชุม กทค. วันนี้จะเลือกทิศทางเดินตามเนื้อผ้าอย่างถูกต้อง หรือจะเล่นบทผู้กล้าเสี่ยงสวนทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

‘กทค.’ ตีปี๊บ ‘ไอทียู’ รับรองประมูล 3 จี

?เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ? ประธาน กทค. ยิ้มแฉ่ง! ไอทียู การันตี ผลการศึกษาและประเมินการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz (3จี)…

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. กทค.ได้รับมอบรายงานผลการศึกษาและประเมินการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz (3จี) ฉบับสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2555 ที่ผ่านมาของประเทศไทย จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) โดยสรุปได้ว่า กสทช. โดยการประมูลเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดสรรคลื่นความถี่ตามมาตรฐานสากล มีหลักการ วัตถุประสงค์ การออกแบบ และผลที่ได้รับจากการประมูลคลื่นความถี่ สอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล

อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษาและประเมินดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อการอนุญาตและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่ที่สอดคล้องตามหลักปฏิบัติสากล และเหมาะสมกับสภาพตลาดโทรคมนาคมของประเทศไทย ซึ่ง กทค.จะทำการแปลและเผยแพร่เอกสารดังกล่าว เพื่อเป็นประโยชน์ทางวิชาการ และทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณะ และนำความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะดังกล่าว มาใช้ในการจัดทำหลักเกณฑ์การประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ของประเทศไทยในครั้งต่อไป.

?

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

บอร์ด กสทช.ยึดมติ กทค. เคาะค่าเชื่อมโครงข่าย 0.45 สต./นาที

บอร์ด กสทช. เห็นชอบ เคาะอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม (ไอซี) ผู้รับใบอนุญาต IMT ย่าน 2.1 GHz 0.45 สตางค์ จากเดิม 1.70 บาทต่อนาทีสตางค์ พร้อมประกาศในราชกิจจานุเบกษาสัปดาห์หน้า…

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.ว่า ที่ประชุม กสทช.ได้เห็นชอบร่างคำสั่ง กสทช. เรื่อง อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นการชั่วคราว (ไอซี) สำหรับผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications?IMT) ย่าน 2.1 GHz เนื่องจากผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 2555 แต่ยังไม่สามารถแสดงวิธีการคำนวณอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม อาจทำให้เกิดความล่าช้าได้

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. จึงได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาการกำกับดูแลอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อของบริการโทรศัพท์ในยุค 3จี และบริษัทที่ปรึกษาได้มีการคำนวณอัตราค่าตอบแทนชั่วคราวที่เหมาะสม สำหรับผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท ดีแทคเนทเวอร์ค จำกัด และบริษัท เรียลฟิวเจอร์ จำกัด โดยได้นำข้อมูลจากแผนธุรกิจที่ผู้รับใบอนุญาตทั้ง 3 ราย ได้ส่งมา แล้วนำมาคำนวณด้วยวิธีการคำนวณ โดยเห็นว่าในขณะนี้เป็นเวลาในช่วงของการลงทุนที่ต้องใช้ต้นทุนในการลงทุนสูง จึงเห็นควรใช้อัตรา Call Termination ที่อัตรานาทีละ 0.45 บาท จากเดิมกำหนดอัตรา 1.70 บาทต่อนาที ตามมติคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2556 โดยให้มีผลบังคับใช้เป็นการชั่วคราว มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในสัปดาห์หน้า.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

คณะอนุแฉ ‘กทค.’ ดองร้องเรียนโทรคม กว่า300เรื่อง

คณะอนุแฉ 'กทค.' ดองร้องเรียนโทรคม กว่า300เรื่อง

คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม ตั้งคำถาม เรื่องร้องเรียนโทรคมนาคมถูก ?ใคร? ดอง หลังพิจารณาไปแล้วเกือบ 400 เรื่อง แต่ไม่เคยเข้าสู่วาระ กทค.

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. รายงานข่าวแจ้งว่า คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม ได้มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการโทรคมนาคม ตั้งแต่ พ.ย.2555 ถึง ม.ค.2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 345 เรื่อง ได้แก่ เรื่องร้องเรียนกรณีถูกกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการล่วงหน้า กรณียกเลิกบริการแต่บริษัทไม่ยอมคืนเงินคงเหลือให้ กรณีซิมการ์ดแจกฟรีไม่ได้ใช้แต่ถูกคิดค่าบริการ กรณีผู้ร้องไม่สามารถขอเปลี่ยนเป็นรายการส่งเสริมการขายที่มีอัตราขั้นสูงบริการเสียงตามที่ กสทช.กำหนดได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ จากเรื่องร้องเรียนทั้งหมดพบว่า มากกว่า 200 เรื่อง เป็นเรื่องร้องเรียนกรณีถูกกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการล่วงหน้า ถูกยึดเงินและถูกตัดสัญญาณ เนื่องจากผู้ร้องไม่เติมเงินภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด ซึ่งเป็นเรื่องร้องเรียนประเภทเร่งด่วนและมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ร้องเรียน เพราะหากการดำเนินการล่าช้าจะทำให้ผู้ร้องถูกบริษัทระงับบริการในระหว่างที่มีเรื่องร้องเรียนได้

คณะอนุกรรมการฯ จึงได้ความเห็นเสนอให้ กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ควรสั่งให้บริษัทดำเนินการเปิดสัญญาณให้กับผู้ร้องเรียนสามารถใช้บริการได้ตามปกติ จนกว่าเรื่องร้องเรียนจะได้รับการพิจารณาแล้วเสร็จ เพื่อเป็นการเยียวยาความเสียหายให้กับผู้ร้องเรียนเป็นการชั่วคราว อีกทั้ง กทค. ควรเร่งดำเนินการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 มาตรา 30 บัญญัติให้ กทค. เลขาธิการ กสทช. หรือพนักงานของสำนักงาน กสทช. ที่ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ต้องรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่ผู้ร้องเรียน

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบันกลับมีเรื่องร้องเรียนเข้าสู่การพิจารณาของ กทค. เพียงไม่ถึง 10 เรื่อง เนื่องจากหน่วยงานที่ดูแลงานการรับเรื่องร้องเรียนในกิจการโทรคมนาคมของ สำนักงาน กสทช. ไม่นำเรื่องร้องเรียนที่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคมมีมติแล้วเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุม กทค.

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นหน่วยงานโดยตรงหน่วยงานเดียวที่มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากการใช้บริการโทรคมนาคม ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์บ้านทั่วประเทศ โดยบริการโทรฟรีร้องเรียน 1200 จากนั้นสำนักงาน กสทช. จะดำเนินการประสานบริษัทในเบื้องต้นเพื่อให้แก้ไขปัญหา แต่หากบริษัทไม่แก้ไขปัญหาสำนักงาน กสทช. จะต้องนำเรื่องเสนอต่อคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม เพื่อวินิจฉัยและเสนอความเห็นไปถึง กทค. เพื่อพิจารณาลงมติแก้ไขเรื่องร้องเรียนให้กับผู้ร้องต่อไป ซึ่งขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนจำนวน 300 กว่าเรื่อง ซึ่งสำนักงาน กสทช. ยังไม่ได้บรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของ กทค.

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

กทค. เตรียมพร้อมประมูลไลเซ่นส์ 4 จี เบื้องต้น 4ใบ 20 เมก

กทค. เตรียมพร้อมประมูลไลเซ่นส์ 4 จี เบื้องต้น 4ใบ 20 เมก

กทค. เตรียมพร้อมเปิดประมูลใบอนุญาติ 4 จี ?เบื้องต้นจำนวน ?4 ใบ 20 เมกะเฮิร์ตซ พร้อมเตรียมแผนอพยพลูกค้า รองรับหลังหมดสัมปทานกว่า ?20 ล้านราย…

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ กรรมการในคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมเพื่อจัดประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวว่า ?คณะอนุกรรมการฯ ได้เสนอแผนการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ เพื่อให้บริการแอลทีอี 4 จี โดยจะประมูลเบื้องต้น 20 เมกะเฮิร์ตซ แบ่งเป็นใบละ 5 เมกะเฮิร์ต จำนวน 4 ใบและกำหนดเพดานถือครองคลื่นได้ไม่เกินรายละ 10 เมกะเฮิร์ตซ

?

ทั้งนี้ การเตรียมพร้อมประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซนส์ 4จี ?เป็นไปตามสิทธิ์ของ กทค. ที่จะต้องเรียกคืนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ จาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT จำนวน ?25 เมกะเฮิร์ตซ เนื่องจากสัญญาของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ?หรือ ดีพีซี ที่ถือครองคลื่นอยู่รายละ 12.5 เมกะเฮิร์ตซ จะสิ้นสุดลงในเดือน ก.ย.2556 ?แต่การที่เปิดประมูลเพียงแค่ 20 เมกะเฮิร์ตซ เนื่องจาก 5 เมกะเฮิร์ตซ ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ 4 จี สำหรับ 5 เมกะเฮิร์ตซที่เหลือจะนำไปประมูลรวมกับคลื่นความถี่ของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่จะหมดสัมปทานจากกสท ในปี 2561 โดยปัจจุบันดีแทคได้รับสัมปทานจาก กสท รวม 50 เมกะเฮิร์ตซ และใช้งานเพียง 25 เมกะเฮิร์ตซ แต่คลื่นที่เหลืออยู่ไม่สามารถนำมาดำเนินการใดๆ ได้จนกว่าสัมปทานจะสิ้นสุด

?

กรรมการในคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมเพื่อจัดประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ ?กทค. กล่าวต่อว่า คณะอนุกรรมการฯ ยังได้เสนอให้กทค. เตรียมแผนอพยพลูกค้า (ไมเกรชั่น แพลน) ในช่วงรอยต่อระหว่างสัมปทานสิ้นสุดและรอประมูล 4 จี โดยได้ให้กสท เจรจากับดีแทคเพื่อขอใช้คลื่น 25 เมกะเฮิร์ตซ ที่ว่างอยู่มาให้บริการลูกค้าเกือบ 20 ล้านราย ไปจนกว่าจะได้ผู้ประมูล 4 จีรายใหม่ รวมทั้งการประกาศแจ้งเตือนลูกค้าให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะไม่ถูกลอยแพในช่วงภาวะสุญญากาศ

?

นางเดือนเด่น กล่าวอีกว่า ล่าสุดคณะอนุกรรมการฯ ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องของราคาเริ่มต้นประมูลว่าควรจะแพงหรือถูกกว่าไลเซนส์ 3 จีที่เริ่มต้นใบละ 4,500 ล้านบาท เนื่องจากการใช้งานคลื่นความถี่เป็นคนละรูปแบบ โดย 3 จีเน้นใช้งานดาต้า ขณะที่ 4 จี เน้นใช้งานทั้งเสียง และดาต้า แต่ 4 จี เป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย จึงต้องศึกษาข้อมูลจากหลายด้านก่อนสรุปราคาที่แท้จริง

?

อย่างไรก็ตาม การที่ กสท ยังไม่ประสงค์คืนคลื่นเลยในทันที และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะยื่นฟ้องศาลปกครอง เป็นสิทธิ์ที่กสทฯ สามารถทำได้ แต่ตาม พ.ร.บ.กสทช. ?กำหนดไว้ชัดเจนว่ากสทฯ จะต้องคืนคลื่นกลับมาที่กทค.เพื่อเปิดประมูล ?ดังนั้น หากศาลไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว กทค.ยังคงสามารถเปิดประมูลได้ ขณะที่ คณะอนุกรรมการฯ ได้เสนอ กทค. ว่าสามารถลดค่าเชื่อมโยงโครงข่าย หรือ ไอซี ได้ต่ำกว่านาทีละ 45 สตางค์ ตามที่ กทค.ประกาศ ?เนื่องจากเคยมีผลการศึกษาระบุว่าราคานาทีละ 25-27 สตางค์ เป็นราคาที่เหมาะสมควร.

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , ,

เอกชนเฮ มติบอร์ด กทค. ลุยแจกใบอนุญาต 3 จี

เอกชนเฮ มติบอร์ด กทค. ลุยแจกใบอนุญาต 3 จี

มติบอร์ด กทค. 4:1 เห็นชอบให้ไลเซ่นส์ 3 จี แก่เอกชน 3 ราย ในเครือเอไอเอส ดีแทค ทรูที่ชนะการประมูล คาดดีเดย์ 14 ธ.ค.นี้ อายุ 15 ปี นับจาก 7 ธ.ค. 2555 ซึ่งเป็นวันอนุมัติ…

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ด กทค. ว่า ที่ประชุมมีมติ 4:1 เห็นชอบออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม เพื่อประกอบกิจการตามขอบเขตการอนุญาตให้แก่ผู้ชนะการประมูลทั้ง 3 บริษัท ได้แก่ 1. บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทวอร์ค จำกัด ในเครือ เอไอเอส 2. บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด ในเครือ ดีแทค และ 3. บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ในเครือ ทรู รวมทั้ง กำหนดเงื่อนไขแนบท้ายการออกใบอนุญาตฯ เกี่ยวกับอัตราค่าบริการเฉลี่ยชั่วคราวก่อนมีการออกประกาศราคาแบบชั่วคราว ให้ค่าบริการในโครงข่าย 3 จีที่จะเปิดให้บริการหลังจากนี้ต้องมีราคาถูกลงกว่าค่าบริการโดยเฉลี่ยของบริการโทรศัพท์ปัจจุบัน 15% เพื่อเป็นข้อปฏิบัติสร้างความมั่นใจ และหลักประกันในบริการแก่ผู้บริโภคก่อนเปิดให้บริการ

ประธาน กทค. กล่าวต่อว่า การออกใบอนุญาตฯ ให้กับเอกชนทั้ง 3 ราย นั้น คาดว่าได้ภายในวันที่ 14 ธ.ค. นี้ หรือภายใน 7 วัน นับจากนี้ ?โดยใบอนุญาตฯ จะมีอายุ 15 ปี นับตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 2555 โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะนำเรื่องให้ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. ลงนามรับรอง และแจ้งให้แก่ผู้ประกอบการทั้ง 3 รายรับทราบเพื่อรับใบอนุญาต และสามารถดำเนินการนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคมสำหรับเปิดให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์ระบบ 3จี ต่อไป ?โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการระบบ 3จี ได้ประมาณเดือน เม.ย.2556

สำหรับประชาชนเมื่อเปิดให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์ระบบ 3จีแล้ว หากเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เช่น ไอโฟน แบล็คเบอรี่ ซัมซุงและโนเกียหลายรุ่นที่ใช้งานในปัจจุบัน สามารถรองรับโครงข่าย 3 จีและสามารถใช้งานได้ตามปกติทันทีหรือสามารถติดต่อผู้ให้บริการเพื่อสอบถามข้อมูลและเปิดใช้บริการได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมบอร์ด กทค. ครั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบต่อการรับรองผลการออกใบอนุญาต 3จี ในอัตรา 4 :1 เสียง โดยมี นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เพียง 1 เสียง ที่ไม่เห็นด้วย ขณะที่ กรรมการ กสทช. อีก 4 ราย เห็นด้วย ประกอบด้วย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ นายสุทธิพล ทวีชัยการ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร และ นายประเสริฐ์ ศรีพิพัฒน์

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค และ กทค. กล่าวว่า ส่วนตัวเป็นคนเดียวของบอร์ด กทค.ที่ไม่ลงมติรับรองผลการออกใบอนุญาตครั้งนี้ ให้กับเอกชนทั้ง 3 ราย เนื่องจากเอกสารเงื่อนไขการให้ใบอนุญาต เจ้าหน้าที่เพิ่งนำมาให้ก่อนเข้าห้องประชุม ทำให้ไม่มีเวลาอ่านอย่างละเอียด เพราะเอกสารมีร้อยกว่าหน้า ซึ่งในเอกสารมีการพิมพ์ชุดคลื่นความถี่ที่จะให้ดีแทค และเอไอเอสผิด โดยพิมพ์เป็นชุดคลื่นความถี่เดียวกัน แต่ถ้านำเอกสารไปพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบก่อนแล้วสัปดาห์หน้านำเข้าที่ประชุมเพื่อของลงมติก็ไม่สายเกินไป

กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า ส่วนตัวจะมีคำสงวนใน 3 ข้อ 1. ได้เสนอให้คณะกรรมการกลับไปอ่านเอกสารอย่างละเอียดก่อนแล้วค่อยมาลงมติในสัปดาห์หน้า เนื่องจากไม่มีเวลาอ่านเอกสาร 2. ให้ระบุในเงื่อนไขให้ชัดเจนว่าอัตราค่าบริการต้องลดลง 15-20% ซึ่งไม่ใช่แค่ 15% ที่ระบุในเงื่อนไข และ 3. ต้องถามให้ชัดเจนว่าใครที่มีสิทธิ์รับรองผลการประมูล 3จี ระหว่าง บอร์ด กทค. หรือ บอร์ด กสทช. ซึ่งอำนาจการออกใบอนุญาตเป็นสิทธิ์ของบอร์ด กทค. แต่อำนาจในการรับรองผลการประมูลเป็นของใคร หากวันนี้ไม่มีความชัดเจน แล้วถ้าอำนาจในการรับรองผลเป็นของบอร์ด กสทช. จะส่งผลต่อใบอนุญาตที่ให้ไปหรือไม่.

?

?

?

?

?

?

?

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

เล็งชงบอร์ด กทค. ชี้ขาดวันออกไลเซ่นส์ 3จี 6-7 ธ.ค.

เล็งชงบอร์ด กทค. ชี้ขาดวันออกไลเซ่นส์ 3จี 6-7 ธ.ค.

เลขาฯ กสทช. คาดกำหนดแนวทางออกไลเซ่นส์ พร้อมบีบเอกชน 3 รายลดอัตราค่าบริการ 3จี ทั้งวอยซ์และดาต้า ให้ถูกลง 15-20% ในประชุมบอร์ด กทค. วันที่ 6-7 ธ.ค.นี้…

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลังจาก กสทช. มีองค์ประกอบครบทุกด้านในการออกใบอนุญาตการให้บริการ หรือไลเซ่นส์ 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ แก่ผู้ชนะการประมูล และผลการพิจารณาไม่รับฟ้องคดี 3จี ของศาลปกครอง ขณะนี้ กสทช.เตรียมประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (บอร์ด กทค.) ในวันที่ 6-7 ธ.ค.นี้ เพื่อกำหนดแนวทางการออกไลเซ่นส์ให้มีความชัดเจน

นายฐากร กล่าวอีกว่า ในการประชุมบอร์ด กทค. วันที่ 6 ธ.ค.นี้ จะมีวาระเรื่องการรายงานผลคำสั่งของศาลปกครอง ผลการตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาในการประมูล 3จี ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการของ คณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล 3จี ส่วนวันที่ 7 ธ.ค.นี้ บอร์ด กทค.จะพิจารณาการกำหนดเงื่อนไขการลดอัตราค่าบริการ 3จี ทั้งบริการเสียง (วอยซ์) และการเข้าถึงข้อมูล (ดาต้า) ที่ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ควอร์ค จำกัด ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท ดีแทค เนควอร์ท จำกัด ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ในเครือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ต้องลดราคาให้ถูกลง 15-20% หลังผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ขอเลื่อนส่งแผนข้อมูลอย่างไม่มีกำหนด จากเดิมที่ กทค. เคยกำหนดให้ยื่นไว้ไม่เกินวันที่ 30 พ.ย. 2555 ที่ผ่านมา.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ถกบอร์ด กสทช. ไร้เงาวาระ 3จี อ้างเป็นอำนาจ กทค.

ถกบอร์ด กสทช. ไร้เงาวาระ 3จี อ้างเป็นอำนาจ กทค.

บอร์ด กสทช. เตะวาระ 3จี กสทช. ทิ้ง หลังบอร์ดบางรายเสนอให้พิจารณา ขณะที่ เลขาฯ ระบุเป็นอำนาจ กทค. ไม่เกี่ยว กสท. เผยเป็นเพียงการรายงานเพื่อทราบเท่านั้น…

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ด กสทช. ว่า วันนี้ไม่มีวาระที่เกี่ยวข้องกับการประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซ่นส์ 3 จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ตามที่มีบอร์ดบางท่านยื่นเสนอเข้ามาให้พิจารณา เนื่องจาก พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. ให้เหตุผล 3 ประการ คือ 1.เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ บอร์ด กทค. 2.อยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. และ 3.อยู่ในการดำเนินการของศาลปกครอง นอกจากนี้มติเสียงข้างมากส่งผลให้บอร์ดใหญ่ไม่มีอำนาจรับรองผลประมูล 3 จี เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา ดังนั้น จึงเป็นเพียงการรายงานเพื่อทราบถึงขั้นตอนการประมูลและอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ที่ประชุม กสทช. รับทราบเท่านั้น

เลขาฯ กสทช. กล่าวต่อว่า ประเด็นการรับรองผลประมูลไลเซ่นส์ 3 จี นั้น บอร์ดมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 2 เสียง ไม่ต้องส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความอำนาจว่าควรต้องให้ กสทช.รับรองผลประมูลร่วมกัน เนื่องจากการรับรองผลประมูลและกระบวนการออกไลเซ่นส์เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. เช่นเดียวกับการดำเนินการที่เกี่ยวกับวิทยุและโทรทัศน์ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ หรือ บอร์ด กสท. ดังนั้น บอร์ด กทค.ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปข้องเกี่ยวเช่นกัน

สำหรับคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเคาะราคาประมูล 3 จี ที่มีนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เป็นประธาน ได้เรียกผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย เข้าชี้แจงเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ไม่พบพฤติกรรมที่ผิดปกติ หรือพฤติกรรมในการสมยอมราคา และยังได้เชิญนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันเพื่อการวิจัยและพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง เข้าให้ข้อมูลในวันที่ 16 พ.ย.2555

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (15 พ.ย.) ศาลปกครองกลางได้เรียกไต่สวน กสทช. หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าให้ข้อมูลแล้ววันนี้ (14 พ.ย.) กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 8 พ.ย. เพื่อให้พิจารณาและวินิจฉัยว่าการประมูล 3 จี ดำเนินการที่เป็นการแข่งขันโดยเสรีตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช. หรือไม่

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

3จี ไม่จบ อนุ คุ้มครองผู้บริโภค จวก กทค. จี้สิทธิ์ลูกค้าสำคัญสุด

3จี ไม่จบ อนุ คุ้มครองผู้บริโภค จวก กทค. จี้สิทธิ์ลูกค้าสำคัญสุด

คณะอนุฯ คุ้มครองผู้บริโภค จี้ กทค. แก้ปัญหาให้ประชาชน หลังพบข้อร้องเรียนช่วงครึ่งปีไม่ได้ลด ระบุบอร์ด กทค.เมินหลังจี้ขึ้นราคาค่าประมูลไลเซ่นส์ 3จี พร้อมจ้องจับตาเอกชนโอนย้ายลูกค้าหลังหมดสัญญาสัมปทาน…

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ต้องยกเครื่องให้ความสำคัญกับการทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างจริงจัง และจริงใจ ทั้งในระดับนโยบาย และสำนักงาน เนื่องจากที่ผ่านมา การคุ้มครองผู้บริโภคในประเด็นที่สำคัญ เช่น การกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการล่วงหน้า ตู้เติมเงินออนไลน์ การให้บริการคงสิทธิ์เลขหมาย ไม่เคยถูกนำไปพิจารณา และ กทค. ไม่สามารถคุ้มครองประชาชนได้จริง

ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวต่อว่า ก่อนที่จะประมูลใบอนุญาต หรือไลเซ่นส์ 3จี ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ คณะอนุฯ ได้ทำความเห็นให้ กทค. พิจารณาแล้ว โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค การใช้โครงข่ายร่วมกัน รวมถึงการเตือนว่า วิธีการประมูลในรูปแบบดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาประมูลเท่ากับมูลค่าขั้นต่ำของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่แต่ละชุด คือ สลอตละ 4,500 ล้านบาท แต่ความเห็นของคณะอนุฯ ไม่เคยถูกนำไปพิจารณา จนทำให้เกิดปัญหา และถูกกล่าวหาว่า ไม่มีการแข่งขันในการประมูล

นางสาวสารี กล่าวอีกว่า กทค. ไม่สนับสนุนการทำงานของคณะอนุฯ เช่น เมื่อเกิดปัญหาในพื้นที่จนเป็นเรื่องร้องเรียนระดับชุมชน คณะอนุฯ เสนอให้จัดประชุมกับบริษัท และประชาชนในพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาและรับฟังความเห็นจากทั้งสองฝ่าย แต่สำนักงาน กสทช. แจ้งว่าไม่มีงบประมาณ แต่กลับมีงบประมาณไปดูงานต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหารสามารถเดินทางไปต่างประเทศถึง 7 ครั้งในรอบไม่ถึงครึ่งปี ทำให้ผู้ร้องเรียนเสียหาย และไม่มีการแก้ไขปัญหา เช่น ร้องเรียนเรื่องเสาโทรคมนาคมที่ไม่ได้รับอนุญาตในการดำเนินการจนได้รับอนุญาต และเปิดให้บริการ หรือมีข้อร้องเรียนเรื่องประสิทธิภาพ

ขณะที่สถิติการจัดการเรื่องร้องเรียนที่ผ่านมา ช่วงครึ่งปี 2555 มีเรื่องร้องเรียนจำนวน 980 เรื่อง สามารถแก้ไขได้ภายใน 30 วัน ตามกฎหมายเพียง 130 เรื่อง อีก 850 เรื่องที่เหลือมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการเพียง 6 เรื่อง โดยที่สำนักงาน กสทช. เพิกเฉย และ กทค.น่าจะทราบเพราะแทบไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้าสู่การพิจารณาเลย หาก กทค. จะแสดงความจริงใจด้านการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคควรยกเครื่องใหม่ ไม่ใช่ปล่อยให้สำนักงานไม่ทำงานเช่นนี้ ซึ่งคณะอนุฯ เคยเสนอปัญหาทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนองกลับ

สำหรับเรื่องการประมูล 3จี ที่ประชุมเห็นว่า เนื่องจากปัจจุบันผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย จ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐปีละ 4 หมื่นล้านบาท แต่การประมูล 3จี ที่ผ่านมาจะทำให้รัฐได้ส่วนแบ่งรายได้จากผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย เพียงไม่ถึงปีละ 3 พันล้านบาท หรือเท่ากับต้องใช้ระยะเวลาเกือบ 15 ปีเท่าอายุใบอนุญาต รัฐจึงจะมีรายได้เท่ากับ 1 ปีในปัจจุบัน ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรได้รับค่าบริการที่ถูกลงอย่างต่ำ 15 เท่า รวมถึงสำนักงานควรจัดทำชุดข้อมูล 3จี เพื่อให้ความรู้กับผู้บริโภคเพื่อให้เกิดความเท่าทันกับการใช้บริการ

ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวด้วยว่า ขอให้ช่วยจับตาที่บริษัทอ้างว่า ยังมีบริการ 2จี ซึ่งจะไม่เป็นความจริง หากมีระบบ 3จี เพราะจะโอนย้ายลูกค้าและใช้กลยุทธ์ทางการตลาดให้ผู้บริโภคต้องเป็นผู้บริโภคในระบบ 3จี โดยทำให้ผู้ประกอบการลดการจ่ายส่วนแบ่งให้กับรัฐไปไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี รวมถึงบริการในระบบ 2จี ของบางบริษัทจะหมดสัญญาสัมปทานว่าจะมีการโอนย้ายผู้ใช้บริการทั้งหมดไปสู่ระบบ 3จี หรือไม่

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

‘กสท’ ถก ‘กทค.’ เคลียร์ปมใช้เสาร่วม หวั่นกระทบธุรกิจ

'กสท' ถก 'กทค.' เคลียร์ปมใช้เสาร่วม หวั่นกระทบธุรกิจ

“กสท” เล็งถก “กทค.” ปมใช้เสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมร่วม หวั่น ?ทีโอที-กสท” ไร้ทรัพย์ทำกิน อ้างประกาศอินฟาแชร์ริ่งก่อผลกระทบโดยตรง สร้างข้อเสียมากกว่าข้อดี…

นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (14 ส.ค.) ทางผู้บริหาร กสท จะเดินทางเข้าพบคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ที่มี พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธาน เพื่อขอหารือและขอให้ กทค.ปรับปรุงร่างประกาศเรื่องการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน (อินฟาแชร์ริ่ง) ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) เนื่องจากประกาศดังกล่าว กสท ได้รับผลกระทบโดยตรง และมีความเห็นว่าจะไม่สามารถกำกับหรือควบคุมให้มีการใช้โครงข่ายร่วมกันได้อย่างแท้จริง และมีข้อเสียมากกว่าข้อดีและได้รับประโยชน์ดังกล่าว พร้อมกับรายงานให้ กทค.รับทราบว่าปัจจุบันการโอนมอบทรัพย์สินระหว่างคู่สัญญาสัมปทานยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ฉะนั้น กทค. ควรระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมหรือทรัพย์สินใดที่โอนแล้ว ก็ให้เจรจาเจ้าของสัญญาสัมปทานได้ และทำสัญญากับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ กสท ส่วนทรัพย์สินที่ยังไม่โอนและเกิดปัญหาฟ้องร้องกันอยู่ ให้เจรจาร่วมกันเพื่อใช้โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวไปจนกว่าศาลจะมีคำตัดสินชี้ขาด

สำหรับประกาศดังกล่าวมีประเด็นที่ทำให้ กสท เสียประโยชน์ในฐานะผู้ให้สัมปทาน และรัฐบาลมีนโยบายที่จะให้ทีโอทีและ กสท เป็นผู้ให้บริการขายส่งโครงข่ายหรือเน็ตเวิร์ก โพวายเดอร์ ก็คงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะคำนิยามของ กทค.ที่ระบุว่า ผู้รับใบอนุญาต หมายความว่าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม และให้หมายความถึงผู้ได้รับอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม จากทีโอที และ กสท ด้วย การใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน ถ้าหากประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ กสท และทีโอที ก็คงจะประสบปัญหาทางการเงินและไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ เพราะไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีลูกค้า ที่จะนำสร้างรายได้ เนื่องจากทรัพย์สินคู่สัมปทานก็ไม่ยอมโอนให้ตามสัญญา โดยอ้างประกาศ กทค.ฉบับนี้ เพราะฉะนั้น กทค.ก็ต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่ามีผลกระทบต่อภาครัฐวิสาหกิจ ซึ่งกระทรวงการคลังถือหุ้น 100% หรือไม่.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,