สดร. แจงกรณีแสงสว่างวาบเหนือฟ้า กทม.

สดร. แจงกรณีแสงสว่างวาบเหนือฟ้า กทม.

สดร. แจงกรณีแสงสว่างวาบเหนือท้องฟ้ากรุงเทพฯ ช่วงหัวค่ำคืนวันที่ 2 มีนาคม 2558 เกิดจากแสงสะท้อนของดาวเทียม เผยเป็นเหตุการณ์ปกติและไม่มีผลกระทบใดๆ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, ,

ฟรอสต์ ชี้คนไทยใช้โซเชียลสื่อสารรับข่าวช่วง ‘ชัตดาวน์’ กทม.

ฟรอสต์ ชี้คนไทยใช้โซเชียลสื่อสารรับข่าวช่วง 'ชัตดาวน์' กทม.

ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ย้ำโซเชียลมีเดียยังทรงพลัง คนไทยเลือกเป็นช่องทางรับข่าวและสื่อสาร ห่วงภาคธุรกิจเสียโอกาสทางการลงทุน?

ท่ามกลางสถานการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศให้เป็นการปิดกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Shutdown ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมนั้น ส่งผลให้แรงกดดันที่มีต่อสื่อมวลชนเพิ่มขึ้น จากทั้งฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ถึงประเด็นความเป็นกลางในการนำเสนอข้อมูล ทำให้สื่อตกเป็นเป้าหมายของการถูกควบคุมและอาจส่งผลให้ประชาชนขาดช่องทางในการเข้าถึงข่าวสารจากสื่อหลัก และหันไปรับข่าวสารจากสื่ออินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์

โดย นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัย ให้ความเห็นว่า สิ่งที่เราได้เห็นในปีที่ผ่านมาคือสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ ซึ่งเติบโตและมีความสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับการสื่อสาร ทั้งจากบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตและเพิ่มพื้นที่สำหรับการแชร์ข้อมูล โพสต์ข้อความบนไทม์ไลน์

“ในวันนี้จำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 18.5 ล้านคน นับเป็นจำนวนที่สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศรวม 25 ล้านคน ขณะเดียวกันไลน์ก็เป็นแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดด้วยจำนวนผู้ใช้งานราว 18 ล้านคน ขณะที่ประชาชนเริ่มมีความกังวลเรื่องการปิดกั้นและจำกัดสิทธิของสื่อระหว่างการประท้วง ประชาชนจึงเริ่มหันมาพึ่งพาข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักแทนสื่อโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์” นักวิเคราะห์อาวุโส จากฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าว

นายธีระ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในช่วงวันปีใหม่ ข้อมูลจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยังแสดงให้เห็นถึงการใช้งานข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นสูงจากปกติถึง 300% โดยเฉพาะการส่งข้อความอวยพรผ่านแอพพลิเคชั่นแชต โดยจากผลการสำรวจพบว่าคนไทยใช้งานรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 15 เมกะไบต์ แต่เป็นที่คาดการณ์ได้ว่าปริมาณการใช้งานจะเพิ่มสูงขึ้นระหว่างการประท้วง เนื่องจากคนจำนวนมากเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการเข้าถึงข่าวสาร โพสต์รูปภาพ ดูคลิปวิดีโอ รวมถึงใช้งานอินเทอร์เน็ตทีวีอย่างต่อเนื่อง การเตรียมระบบเครือข่ายและสารสนเทศที่มีอยู่ให้พร้อมเพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่สูงขึ้น จึงเป็นความท้าทายที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเผชิญทั้งหน่วยงานในภาครัฐและภาคเอกชนผู้ให้บริการ

นักวิเคราะห์อาวุโส จากฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม แม้การสื่อสารผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์จะทำได้สะดวก แต่ผู้ใช้งานก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังใช้วิจารณญาณมากขึ้นในการวิเคราะห์ที่มาและความถูกต้องของข่าวสารที่ได้รับ เนื่องจากสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังและเข้าถึงได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งอันตรายหากถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งผู้ใช้งานมักเชื่อและให้ความสำคัญกับข้อมูลข่าวสารที่ถูกส่งต่อโดยเพื่อนหรือคนรู้จักบนอินเทอร์เน็ต ทุกคนจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับฟังและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ ทั้งในส่วนของเนื้อหา ที่มา และผลกระทบในด้านต่างๆ ก่อนที่จะเชื่อหรือส่งต่อไปยังบุคคลอื่นบนสังคมออนไลน์

นายอิง ล็อก โกะ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ให้ความเห็นว่า สำหรับผลกระทบในภาคธุรกิจ การประท้วงปิดกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระดับนานาชาติอย่างแน่นอน โดยกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งจะเสียโอกาสจากนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น สิงคโปร์ จีน เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น ซึ่งปกติจะใช้เวลาช่วงตรุษจีนและวันหยุดโกลเด้นวีกมาเที่ยวประเทศไทย ภาพลักษณ์ในทางลบที่เกิดจากการประท้วงจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้เปลี่ยนใจเลือกใช้วันหยุดในประเทศอื่น หากวิกฤตการณ์ทางการเมืองนี้ดำเนินต่อไป คาดว่าจะเกิดผลกระทบเชิงลบต่อปริมาณการลงทุนจากต่างประเทศ ในขณะนี้นักลงทุนจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศเริ่มชะลอการลงทุนจนกว่าจะได้บทสรุปของการประท้วง ซึ่งในช่วงต้นปีเป็นช่วงเวลาที่หน่วยงานจำนวนมากเริ่มกำหนดแผนธุรกิจของปีนั้นๆ สำหรับปีนี้ผู้ประกอบการมีความจำเป็นที่จะต้องคิดถึงแผนรองรับในกรณีที่สถานการณ์มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

AIS โวลูกค้าอุ่นใจเครือข่ายพร้อม รับมือชัตดาวน์ กทม.

AIS โวลูกค้าอุ่นใจเครือข่ายพร้อม รับมือชัตดาวน์ กทม.

เอไอเอส เผยแผนเตรียมความพร้อมเครือข่ายและงานบริการ มอบความอุ่นใจลูกค้าให้ใช้งานต่อเนื่องช่วงสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ยันทีมงานพร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง…

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ อาวุโส บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า จากเหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้รวมถึงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 ม.ค. บริษัทได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเครือข่ายและงานบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายให้สามารถส่งมอบบริการแก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง?โดยวางแผนงาน Business Continuity Plan ไว้ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเครือข่ายและงานบริการ โดยเตรียมทีมวิศวกรประจำการตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถทำงานในลักษณะของการเชื่อมต่อระยะไกล (Remote Access) ได้จากทุกสถานที่ ส่วนงานบริการลูกค้า ในส่วนของ AIS Shop และช่องทางอื่นๆ จะพยายามเปิดตามปกติให้ได้มากที่สุด หากพื้นที่นั้นมิได้รับผลกระทบจากการชุมนุม อย่างไรก็ตาม งานบริการในส่วนของ AIS Call Center และช่องทางให้บริการทางออนไลน์ ก็พร้อมที่จะให้บริการได้เทียบเท่ากับงานบริการลูกค้าปกติ ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นเดิม

2. ด้านพนักงาน ได้เตรียมพนักงานในส่วนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้บริการลูกค้า ณ ช่องทางบริการต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ จะมีการจัดเตรียมกำลังไม่น้อยกว่า 60% (ทั้งนี้ ในกรณีที่พนักงานเดินทางมาปฏิบัติงานไม่สะดวก) ขณะที่พนักงาน Back Office ให้พิจารณาเส้นทางการเดินทาง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก?และให้เตรียมพร้อมการทำงานในลักษณะของการเชื่อมต่อระยะไกล และ 3. ด้านอาคารสถานที่ ได้เตรียมพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำการ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความปลอดภัยของอาคาร สถานที่และชุมสายฯ สถานีฐาน ด้วยเทคโนโลยี Access Control

นางวิไล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ บริษัทจะมีการสื่อสารกับลูกค้าและพนักงานตลอดเวลาผ่านทุกช่องทาง เพื่ออัพเดตสถานการณ์ ทั้งช่องทางการให้บริการ การจราจร และเวลาทำงาน รวมถึงแนะนำแนวทางปฏิบัติ โดยคำนึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยเป็นสำคัญ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

กสทช.ขู่ถอนไลเซ่นส์ค่ายมือถือ หากพบสายหลุดช่วงชัตดาวน์ กทม.

กสทช.ขู่ถอนไลเซ่นส์ค่ายมือถือ หากพบสายหลุดช่วงชัตดาวน์ กทม.

เลขาฯ กสทช.เผย สั่งทุกค่ายมือถือเตรียมรถขยายสัญญาณรองรับการติดต่อสื่อสาร บริเวณพื้นที่ชุมนุมทางการเมือง 13 ม.ค. นี้ คาดโทษสูงสุดยึดใบอนุญาต หากพบขัดข้องไม่รีบแก้ไข…

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือถึงผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายเพิ่มสัญญาณ และเตรียมรถโมบายล์เคลื่อนที่ 3 คัน ในพื้นที่การชุมนุมและเขตกรุงเทพฯ ที่มีการประกาศแจ้งปิด 20 แยก ในวันที่ 13 ม.ค. นี้ เพื่อรองรับการใช้งานทั้งการโทรเข้าและดาต้าที่เพิ่มสูงขึ้น หากพบว่าสัญญาณขัดข้องและไม่รีบแก้ไข จะมีโทษตั้งแต่ตักเตือน ปรับ พักใช้ และสูงสุดเพิกถอนใบอนุญาต

นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ยังได้ส่งรถตรวจสอบคุณภาพสัญญาณ 7 คัน วิ่งตรวจสอบในพื้นที่ชุมนุม และหากพบว่าใครตัดสัญญาณ ทำให้ระบบโทรคมนาคมขัดข้อง จะมีความผิดทางอาญา ตามมาตรา 73 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกัน ได้แจ้งไปยังบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้รีบแจ้งสำนักงาน กสทช. ทันที หากเกิดการส่งคลื่นรบกวนช่องสัญญาณดาวเทียม อันจะส่งผลต่อการแพร่ภาพ เพื่อให้บริการออกอากาศและแพร่ภาพแก่โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เพื่อสำนักงาน กสทช. จะได้รีบดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

สถิติ เผย กทม. แชมป์ว่างงานมากสุด

สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลการสำรวจ ภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือน มี.ค.56 พบ กทม. ครองแชมป์ว่างงานสูงสุด 0.9% รองลงมาตะวันออกเฉียงเหนือ 0.8% ภาคกลาง 0.7% ภาคใต้ 0.6% และภาคเหนือ 0.5%…

นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กล่าวว่า ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือน มี.ค.2556 พบว่า มีจำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 54.87 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 39.35 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 38.75 ล้านคน ผู้ว่างงาน 2.70 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.33 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 15.52 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น

ผอ. สสช. กล่าวต่อว่า หรับจำนวนผู้มีงานทำ 38.75 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 13.62 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 25.13 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม 2555 พบว่า จำนวนผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 1.1 แสนคน และนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 4.5 แสนคน โดยเพิ่มขึ้นในสาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์ 2.0 แสนคน สาขาการการผลิต 9.0 หมื่นคน สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร และสาขาการศึกษา 6.0 หมื่นคน สาขาการก่อสร้าง 4.0 หมื่นคน ส่วนสาขาที่ลดลงคือ สาขากิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ เช่น กิจกรรมบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย การดูแลสัตว์เลี้ยง การบริการซักรีดซักแห้ง เป็นต้น 1.2 แสนคน และสาขากิจกรรมด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 8.0 หมื่นคน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ หมายถึง ผู้ที่ทำงานน้อยกว่า 35 ชั่วโมง/สัปดาห์และพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงจำนวนผู้ที่ทำงานแต่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ทำงานแต่ยังมีเวลาและพร้อมที่จะทำงานได้อีก หรือเรียกคนทำงานในกลุ่มนี้ว่า ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ (Underemployment workers) จากผลการสำรวจพบว่า มีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับ 3.03 แสนคน หรือ 0.8% ของจำนวนผู้ทำงานทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีงานทำแล้วก็ตาม แต่ยังมีเวลาว่างที่มากพอและพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

นายวิบูลย์ทัต กล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้ว่างงานในเดือน มี.ค.2556 มีทั้งสิ้น 2.70 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.7% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 1.5 หมื่นคน (จาก 2.85 แสนคน เป็น 2.70 แสนคน) และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ก.พ.2556 จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 2.5 หมื่นคน (จาก 2.45 แสนคน เป็น 2.70 แสนคน) ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงานตามประสบการณ์การทำงาน พบว่าผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.01 แสนคน และผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 1.69 แสนคน ซึ่งลดลง 2.8 หมื่นคน จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 (จาก 1.97 แสนคน เป็น 1.69 แสนคน) โดยเป็นผู้ว่างงานจากภาคการผลิต 8.6 หมื่นคน ภาคการบริการและการค้า 6.4 หมื่นคน และภาคเกษตรกรรม 1.9 หมื่นคน ตามลำดับ

ส่วนการว่างงานตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มวัยเยาวชน หรือผู้มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ?มีอัตราการว่างงาน 2.9% ซึ่งปกติในกลุ่มนี้อัตราการว่างงานจะสูง ส่วนกลุ่มวัยผู้ใหญ่ (อายุ 25 ปีขึ้นไป) มีอัตราการว่างงาน 0.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงาน ไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ก.พ.2556 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 3.2% เป็น 2.9%

ผอ.สสช. กล่าวด้วยว่า สำหรับระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือน มี.ค.2556 พบว่า ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษามากที่สุด 9.2 หมื่นคน (1.3%) รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 6.3 หมื่นคน (1%) ระดับประถมศึกษา 5.3 หมื่นคน (0.6%) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4.2 หมื่นคน (0.7%) ต่ำกว่าประถมศึกษาและไม่มีการศึกษา 2.0 หมื่นคน (0.2%) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 พบว่า จำนวนผู้ว่างงานที่จบระดับมัธยมศึกษาตอนต้นลดลง 1.6 หมื่นคน ระดับอุดมศึกษา 1.1 หมื่นคน ต่ำกว่าประถมศึกษาและไม่มีการศึกษา 4.0 พันคน ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือระดับประถมศึกษา 1.1 หมื่นคน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 5.0 พันคน ตามลำดับ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาอัตราการว่างงานเป็นรายภาค พบว่า กรุงเทพมหานครมีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9% รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.8% ภาคกลาง 0.7% ภาคใต้ 0.6% และภาคเหนือ 0.5% เมื่อเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับเดือน มี.ค.2555 จะเห็นได้ว่าอัตราการว่างงานทั่วประเทศไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่า ภาคเหนือมีอัตราการว่างงานลดลงมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนกรุงเทพฯ มีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคกลาง สำหรับภาคใต้อัตราการว่างงานไม่เปลี่ยนแปลง

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

กทม. เก๋ ทำแอพตรวจเส้นทางช่วงปีใหม่

กทม. เก๋ ทำแอพตรวจเส้นทางช่วงปีใหม่

กทม. เก๋! ทำแอพฯ BMA Live Traffic ตรวจสอบเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพมหานคร ช่วงเทศกาลปีใหม่…

นายเฉลิมพล โชตินุชิต ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า ขณะนี้ กทม.ได้เปิดศูนย์ควบคุมระบบจราจร เพื่อให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องเชื่อมสัญญาณออกอากาศสดได้ ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยอนุญาตให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องสามารถประสานงานกับศูนย์ควบคุมระบบจราจร เชื่อมสัญญาณภาพจากกล้องซีซีทีวีของ กทม. เพื่อรับทราบสภาพการจราจร และการเดินทางไปและกลับกรุงเทพฯ ช่วงระหว่างวันที่ 29-31 ธันวาคม 2555 และ 1-2 มกราคม 2556

นายเฉลิมพล กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ประชาชนที่ใช้สมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการไอโอเอส หรือแอนดรอยด์ สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “BMA Live Traffic” เพื่อตรวจสอบสภาพการจราจรทั้งภาพปัจจุบัน และภาพย้อนหลังได้ฟรีด้วย

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

เคาน์เตอร์สไตรค์ ONLINE โชว์แมพใหม่ ?Angel City? ถอดแบบห้างดังใน กทม.

เคาน์เตอร์สไตรค์ ONLINE โชว์แมพใหม่ ?Angel City? ถอดแบบห้างดังใน กทม.

เกมยิงแนว FPS สุดฮิต Counter-Strike ONLINE ประกาศอัพเดตแผนที่ใหม่ ใจกลางกรุงเทพฯ ที่คอเกมชาวไทยต้องร้องอ๋อ ?Angel City? ที่พัฒนามาจาก Untitled ในอดีตกลับมาคราวนี้พร้อมภารกิจให้หน่วยต่อต้านก่อการร้ายรับมือกับผู้ก่อการร้ายลอบวางระเบิดห้างดัง…

เว็บไซต์ www.PLAYFPS.com ในเครือ บริษัทเอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศถึงการอัพเดตล่าสุด ของเกมออนไลน์สุดฮิต Counter-Strike ONLINE กับแผนที่ (แมพ) ใหม่ ?Angel City? ที่จำลองสถานที่เป็นห้างชื่อดังใจกลางกรุงเทพฯ อันเป็นสถานที่สุดฮิตของเหล่านักช็อปมาเป็นฉากตะลุยสุดมันส์ สร้างจากแผนที่ในตำนานที่เคยโด่งดังในอดีตอย่าง Untitled แถมยังอัพเดตให้มันส์ขึ้น สมดุลขึ้น พร้อมอัพลงเซิร์ฟเวอร์ให้สัมผัสกันแล้วเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2555 ที่ผ่านมา

?

สำหรับแมพ Angel City ตัวผู้ที่เล่นฝั่งหน่วยต่อต้านการก่อการร้าย (CT) ที่สืบทราบมาว่า กลุ่มผู้ก่อการร้าย (TR) ได้วางแผนจะวางระเบิดห้างชื่อดังใจกลางเมือง โดยที่ทางตำรวจได้เตรียมพร้อมรับมือเข้าสกัดขวางไม่ให้ผู้ก่อการร้ายดำเนินการได้สำเร็จ ในขณะที่ผู้ก่อการร้ายก็ต้องทำทุกวิถีทางที่จะเข้าไปวางระเบิดในห้างให้ได้

สำหรับจุดเกิดของฝั่ง CT อยู่บริเวณใต้รางรถไฟฟ้า ส่วนผู้ร้ายจุดเกิดที่หน้าสถานีทางเข้ารถไฟฟ้า เรียกว่าแทบจะประจันหน้ากันเลย โดยทั้ง 2 ฝ่ายสามารถใช้เวลาเพียง 10 วินาที ก็จะเข้าถึงจุดวางระเบิดได้ จึงรับรองว่าแค่เริ่มเกมก็จะยิงกันสนั่นหวั่นไหวแล้ว.

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,