เอไอเอส แสดงจุดยืน ไม่ทิ้งลูกค้า 2 จี กว่า 4 แสนเลขหมาย

เอไอเอส ยันไม่ทิ้งลูกค้า 2 จี เตรียมแผนรองรับทุกทาง เผยข้อเสนอทรู ให้ใช้คลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซฟรี ไม่มีทางเป็นจริง หวั่นขัดข้อกฎหมาย

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , , , ,

พบเรื่องร้องทุกข์ผ่าน GCC 1111 ไตรมาส2 กว่า 3,417 เรื่อง

กระทรวงไอซีที ชู ?ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน? หรือ ?GCC 1111? สนับสนุนงานศูนย์ดำรงธรรม ผ่านหมายเลข 1111 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง สนองนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ พบไตรมาส2/58 มีเรื่องร้องทุกข์ รวมทั้งสิ้นจำนวน 3,417 เรื่อง

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , , , ,

ซีเอส ล็อกซอินโฟ มีกำไรไตรมาส 1/58 กว่า 82 ล้านบาท

ซีเอส ล็อกซอินโฟ มีกำไรสุทธิรวมในไตรมาส 1/2558 จำนวน 82 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.14 บาทต่อหุ้น

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , , ,

ดีแทคทุบสถิติไวรัลวีดิโอ กว่า 14 ล้านวิว

ดีแทคทุบสถิติไวรัลวีดิโอ กว่า 14 ล้านวิว

ดีแทคสร้างสถิติไวรัลวีดิโอใหม่กับกระแสความนิยมของหนังโฆษณาชุดใหม่ The Power of Love ซึ่งมียอดวิวรวมกว่า 14 ล้านวิวจาก YouTube, Facebook และ Youku กลายเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนให้ผู้คนทั่วโลกย้อนกลับมาดูแล เอาใจใส่คนที่รักมากขึ้น

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

ไมโครซอฟท์คลอด ‘วินโดวส์ 8.1′ โวคนใช้เวอร์ชั่น 8 กว่า 100 ล.ไลเซ่นส์

ไมโครซอฟท์คลอด 'วินโดวส์ 8.1' โวคนใช้เวอร์ชั่น 8 กว่า 100 ล.ไลเซ่นส์

ไมโคร ซอฟท์ เปิดตัวระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ในชื่อ วินโดวส์ 8.1 คืนปุ่มสตาร์ตให้ใช้งานคุ้นเคยตามสไตล์วินโดวส์ รองรับการใช้งานแบบเวิร์กแอนด์เพลย์ แย้มเซอร์เฟซ 2 ขายไทยต้นปีหน้า…

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดให้ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ทั่วโลกได้ดาวน์โหลดระบบปฏิบัติการ วินโดวส์เวอร์ชั่นใหม่ ?วินโดวส์ 8.1? ซึ่งเป็นการอัพเกรดจากวินโดวส์ 8 โดย นายรชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจและการตลาดวินโดวส์และเซอร์เฟซ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากวินโดวส์ 8 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนต.ค.2555 ล่าสุด ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการดังกล่าวสามารถดาวน์โหลดวินโดวส์ 8.1 มาใช้งานได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจและการตลาดวินโดวส์และเซอร์เฟซ ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดวินโดวส์ในกลุ่มคอนซูเมอร์และคอร์ปอเรทยังคงมีโอกาสและการเติบโตที่ดี เนื่องจากมีผู้ใช้จำนวนมากที่ต้องการอัพเกรดระบบปฏิบัติการ รวมถึงผู้ใช้วินโดวส์ เอ็กซ์พี อีกกว่า 5.7 ล้านเครื่องในประเทศไทย ที่จำเป็นต้องอัพเกรดระบบปฏิบัติการ ก่อนไมโครซอฟท์จะยุติการให้บริการในระบบปฏิบัติการดังกล่าวในเดือน เม.ย.2557 โดยบริษัทได้เตรียมทำแคมเปญร่วมกับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แบรนด์ต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้งานวินโดวส์ 8.1 ซึ่งในกลุ่มคอร์ปอเรทอาจมีการลดราคา 20% สำหรับองค์กรที่ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่ใช้วินโดวส์ 8 และนำใบเสร็จมาซื้อวินโดวส์ 8.1 ส่วนการขายในกลุ่มคอนซูเมอร์อาจเน้นขายพร้อมเครื่อง หรือขายพร้อมกล่องในราคาพิเศษ ซึ่งคาดว่าจะเห็นโปรโมชั่นดังกล่าวในตลาดประเทศไทยภายในเดือน พ.ย.นี้ และมีจำหน่ายร่วมกับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ครบทุกแบรนด์ภายในต้นปี 2557

นาย รชฏ กล่าวอีกว่า จุดเด่นของวินโดวส์ 8.1 คือการใช้งานที่ผู้บริโภคคุ้นเคยในรูปแบบของวินโดวส์ ซึ่งรองรับการใช้งานแบบเวิร์ก &เพลย์ แต่มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานใหม่ และรองรับหน้าจอระบบสัมผัส รวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่น โดยราคาจำหน่ายแบบค้าปลีกของวินโดวส์ 8.1 นั้น จะอยู่ที่ 4,590 บาท และรุ่นโปรราคา 7,990 บาท ขณะที่วินโดวส์ 7 มีราคาตั้งแต่ 2,750-4,790 บาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยมีประสบการณ์การใช้งานเพิ่มขึ้น และให้ความสำคัญกับการใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการทำธุรกรรม จึงเชื่อว่าผู้บริโภคจะพร้อมจ่ายเงินในราดาดังกล่าวเพื่อซื้อความปลอดภัย ส่วนการเปิดตัวแท็บเล็ตเซอร์เฟซ 2 นั้น จะจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 22 ต.ค. แต่คาดว่าจะมีจำหน่ายในประเทศไทยภายในช่วงต้นปี 2557

ปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 มียอดจำหน่ายแล้วกว่า 100 ล้านไลเซ่นส์ทั่วโลก โดยมีดีไวซ์กว่า 80 ล้านเครื่องใช้วินโดวส์ 8 มีแอพพลิเคชั่น 160,000 รายการ บนวินโดวส์ สโตร์ และมีอุปกรณ์วินโดวส์ 8 วางจำหน่ายแล้วกว่า 230 ประเทศทั่วโลก รองรับได้มากกว่า 37 ภาษา

สำหรับจุดเด่นของ วินโดวส์ 8 ได้แก่ คุ้นเคยกับการใช้งานด้วยปุ่มเริ่มต้นการใช้งาน (START BUTTON) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวินโดวส์ที่คุ้นเคย, ความเป็นส่วนตัวสูงด้วยหน้าจอเริ่มต้น (START SCREEN) ซึ่งปรับปรุงให้เหมาะสมตามใจผู้ใช้ได้ โดยการตั้งค่าเริ่มต้นใช้งานที่ START SCREEN หรือเริ่มต้นที่หน้าจอเดสก์ทอป วินโดวส์, พัฒนาการค้นหาผ่านระบบบิง สมาร์ท เสิร์ช (BING SMART SEARCH) โดยแสดงผลการค้นหาแบบภาพรวม ใช้ได้ทั้งการค้นหารูปภาพบนคลาวด์ แอพพลิเคชั่น หรือเว็บไซต์, ทำงานครบวงจรบนคลาวด์ด้วย SKYDRIVE ช่วยให้เข้าถึงไฟล์ผ่านดีไวซ์หรือสถานที่ใดๆ ด้วย SKYDRIVE SMART FILES, วินโดวส์ สโตร์ ใหม่ที่ออกแบบสวยงามขึ้น จากการจัดวางหน้าจอและจัดหมวดหมู่แอพพลิเคชั่นได้ง่ายขึ้น เป็นต้น.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , ,

เปิดงบ กสทช. 5 เดือน กว่า 130 ล้านบาท

เปิดงบ กสทช. 5 เดือน กว่า 130 ล้านบาท

NBTC Watch เปิดรายงานตรวจสอบการใช้งบประชาสัมพันธ์ กสทช. รวม 5 เดือน จำนวน 128,663,324? ล้านบาท ระบุมีค่าพื้นที่สื่อ เพื่อลงข่าวในเชิงบวก เชื่อถูกตรวจสอบประมูล 3จี น้อยลง…

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. คณะทำงานติดตามสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.หรือ NBTC Watch ได้เผยแพร่รายงานสาธารณะ เรื่อง ?รายงานตรวจสอบการใช้งบประชาสัมพันธ์ กสทช.? มีใจความว่า ตามที่ นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. และกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค.อ้างว่า เสียงวิจารณ์ก่อนและหลังการประมูล 3จี เกิดจาก กสทช.ไม่ได้ทำประชาสัมพันธ์ให้สังคมเข้าใจถึงประเด็นที่มีความซับซ้อนอย่างการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ อย่างเพียงพอ คำสัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นการโยนปัญหาให้กับความไม่เข้าใจของสังคม และหลีกเลี่ยงการตอบข้อกังขาของสังคม เพราะเท่าที่ศึกษางบประมาณโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ปรากฏในเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงาน กสทช. จะพบว่าคำพูดของ นายสุทธิพลนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากสำนักงาน กสทช.ได้อนุมัติงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ระหว่างช่วงเดือน มิ.ย.2555 (นับตั้งแต่ กทค.เริ่มเตรียมการประมูล 3จี ด้วยการกำหนดราคาตั้งต้น) จนถึง ต.ค.2555 รวมเป็นเงิน 128,663,324 ล้านบาท

โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ 1.งบซื้อพื้นที่เนื้อหาสื่อ 16,036,615 บาท 2.งบซื้อพื้นที่สื่อ ซึ่งไม่สามารถระบุได้ชัดว่าเป็นพื้นที่โฆษณาหรือเนื้อหา 73,060,604 บาท 3.งบจัดกิจกรรม (งานสัมมนาและนิทรรศการ) 34,734,365 บาท 4.งบซื้อสื่อสำหรับเผยแพร่ข้อมูลสำคัญให้กับผู้มีส่วนได้เสียและสาธารณะ 1,490,510 และ 5.งบผลิตสื่อ 3,341,230 บาท

รายงานระบุว่า รายงานของคณะทำงานฯ ฉบับนี้มุ่งวิเคราะห์งบประมาณซื้อสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ของ สำนักงาน กสทช. โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการประมูล 3จี โดยผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน กสทช. และผลกระทบต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของสื่อ ดังนี้

1.การซื้อเวลาและพื้นที่ในสื่อ การซื้อสื่อในกลุ่มนี้จะระบุไว้ชัดเจนว่าให้ประชาสัมพันธ์ผ่านเนื้อหาของรายการ และบางส่วนจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการซื้อพื้นที่เนื้อหาสื่อ ไม่ใช่พื้นที่โฆษณา ซึ่งสำนักงาน กสทช.ควรถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการซื้อเนื้อหาสื่อที่ถือเป็นการแทรกแซงองค์กรสื่อ ที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของ กสทช. นอกจากนั้นเนื้อหาที่ปรากฏในสื่อบางส่วนมีลักษณะเป็นการโฆษณาตัวบุคคล โดยเฉพาะการถ่ายภาพขึ้นปกของ ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน กทค. ในนิตยสารหลายฉบับในเครือ ARIP และส่วนมากมีลักษณะเป็นการให้ข้อมูลและข้อโต้แย้งที่สนับสนุนการตัดสินใจทางนโยบายของ กทค.เพียงด้านเดียว

2. การซื้อสื่อที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นพื้นที่โฆษณาหรือเนื้อหาในสื่อ แม้จะไม่สามารถตรวจสอบแน่ชัดว่าเป็นการใช้งบประมาณเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณาหรือเนื้อหาสื่อเหมือนเช่นกรณีแรก เนื่องจากในเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ระบุแน่ชัดถึงวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ และไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเป็นการซื้อพื้นที่สื่อไหนบ้างและช่วงเวลาใด รวมถึงมีการลงชื่อบริษัทที่รับจ้างซึ่งน่าจะผิดพลาดหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีข้อมูลชัดเจน ทว่างบประมาณที่ใช้ในส่วนนี้ ที่มีทั้งการจ้างบริษัทสื่อโดยตรงและผ่านบริษัทวางแผนสื่อ น่าจะส่งผลต่อการทำงานของสื่อต่อการตรวจสอบ กสทช. ดังที่ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา หนึ่งใน กทค. ที่ดูแลด้านผู้บริโภค ออกมาให้ข้อมูลว่า สำนักงาน กสทช. นำงบประมาณไปซื้อสื่อเพื่อหาโอกาสเข้าไปแทรกแซงกระบวนการบรรณาธิการข่าว เช่น สื่อบางฉบับถูกสั่งให้ไม่ลงข่าว กสทช. เสียงข้างน้อย สื่อวิทยุหรือโทรทัศน์บางแห่งถูกสั่งไม่ให้เชิญคนที่วิพากษ์วิจารณ์มาออกรายการ หรือมีการขอตรวจคำถามก่อนเข้ารายการ

จากการตรวจสอบงบประชาสัมพันธ์ส่วนนี้ ซึ่งเป็นก้อนใหญ่ที่สุด คณะทำงานฯ มีข้อสังเกตว่า นอกจากเป็นการอนุมัติงบให้กับบริษัทสื่อที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและ/หรือไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับงานในกิจกรรมของ กสทช. ตัวอย่างเช่น นิตยสาร The Police Variety ซึ่งเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับตำรวจไทย การอนุมัติงบก้อนใหญ่ให้กับบริษัทสื่อหลายแห่ง น่าจะส่งผลต่อการทำงานของสื่อ ดังที่คณะทำงานฯ ศึกษาตรวจสอบผลของการซื้อสื่อต่อการทำงานของสื่อ โดยเลือกสื่อในเครือมติชนที่ได้งบประชาสัมพันธ์จากสำนักงาน กสทช.มากกว่าบริษัทสื่ออื่นๆ คือได้รับถึง 13,289,660 บาท ซึ่งพบว่า หลังจากได้งบสื่อหลักของเครือมติชน ได้แก่ หนังสือพิมพ์มติชน มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับ กสทช.รวม 93 ข่าว บทความ สกู๊ป และข้อเขียนอื่นๆ รวม 44 ชิ้น และภาพกิจกรรมอีก 8 ภาพ โดยมีข้อน่าสังเกตดังนี้

(1) กรณีข่าว แม้จะให้น้ำหนักและพื้นที่ตามประเด็นสำคัญในช่วงเวลานั้นๆ แต่ไม่ค่อยปรากฏข่าวเชิงตรวจสอบ กสทช.มากนัก และมักมีพาดหัวเชิงบวกต่อ กสทช.และเชิงลบต่อฝ่ายตรวจสอบ กสทช. โดยเฉพาะหลังการประมูล 3จี อาทิ ?กสทช. ฉะคลัง จุ้นประมูล 3จี? ?กทค. รับรองไม่ขัด รธน. ชี้ฝ่ายต้านใช้อารมณ์ล้วนๆ? ?กสทช. เดินสายท้าสอบ ธาริตชี้เบื้องต้นไม่พบพิรุธ? ?ฉุนทีดีอาร์ไอ ปธ.กทค.ยัวะ ไม่เคยร่วมเวทีคิด ชอบค้านตอนจบ?

และ (2) กรณีบทความ สกู๊ป และข้อเขียนอื่นๆ พบว่ามีหลายบทความที่โน้มเอียงไปทาง กสทช.หรือไม่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ตรวจสอบ กสทช. มีการเปิดพื้นที่ให้ฝ่าย กสทช.ได้ชี้แจงมากกว่าให้ฝ่ายตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังตอกย้ำวาทกรรมคล้ายๆ กัน คือควรปล่อยให้การประมูล 3จี เดินหน้าต่อไป แล้ว กสทช.ค่อยไปกำกับดูแลเรื่องค่าบริการจะดีกว่า เวลาเดียวกันก็มีการใช้ถ้อยคำเชิงลบต่อฝ่ายตรวจสอบ กสทช.ในหลายบทความอย่างต่อเนื่อง อาทิ ?ฝันเฟื่องที่ไร้เหตุผล? ?กลับไปนุ่งใบไม้…ส่งสัญญาณควันอยู่ตามถ้ำ? ?ขบวนการเหล่าคนดี๊ดี…สร้างเรื่องขยายข่าวที่ไม่เป็นจริงขึ้นมาเป็นอาวุธ?

3.การใช้งบประมาณเพื่อจัดกิจกรรม พบว่า กิจกรรมเกือบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการประมูล 3จี โดยข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ การที่บริษัทสื่อเป็นผู้รับจัดกิจกรรมให้กับ กสทช. จะส่งผลกระทบต่อการรายงานเนื้อหาในสื่อของตนหรือไม่

4.งบประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารสำคัญให้กับสาธารณะ เช่น ประกาศของสำนักงาน กสทช.หรือการรับฟังความเห็นสาธารณะ ให้กับผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนได้รับทราบ ซึ่งถือเป็นหน้าที่อันพึงกระทำตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช. อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของคณะทำงานฯ พบว่า งบประชาสัมพันธ์ส่วนนี้กลับมีเพียง 1,490,000 บาท หรือไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของงบประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน กสทช.ทั้งหมด ในช่วงเวลาดังกล่าว และไม่ปรากฏงบประชาสัมพันธ์การรับฟังความเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ฯ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ แต่อย่างใด

รายงานดังกล่าวยังระบุต่อว่า คณะทำงานฯ พบว่าการใช้งบประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน กสทช. โครงการใดที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านบาท จะใช้วิธีการ “พิเศษ” ทั้งหมด ซึ่งตามระเบียบ กทค.ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 วิธีการดังกล่าวจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นต้องดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ และมีระยะเวลาอันจำกัดเท่านั้น แต่ในกรณีอนุมัติงบก้อนใหญ่ให้กับองค์กรสื่อหรือบริษัทวางแผนสื่อเพื่อให้ลงประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องล่วงหน้า ไม่น่าจะใช้เป็นข้ออ้างได้ว่าเป็นกรณีที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน

?ปัญหาที่นำไปสู่การประมูลที่ล้มเหลวและการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมจึงน่าจะไม่ได้อยู่ที่การอ่อนประชาสัมพันธ์ของ กสทช. แต่อย่างไร ความผิดปกติในการออกแบบและการจัดการประมูลต่างหากที่น่าจะเป็นปัญหาที่ตามหลอกหลอน กสทช. อยู่จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นไม่ว่าสำนักงาน กสทช. จะใช้งบกว้านซื้อใบบัวมาปิดช้างที่ตายทั้งตัวเพื่อลดข้อกังขาของสังคมอย่างไร ข้อสงสัยว่าการจัดประมูลทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์มหาศาล ในขณะที่รัฐและประชาชนเสียหายนั้นก็จะยังคงมีต่อไป? รายงานของคณะทำงานติดตาม กสทช.ระบุ

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และ ประธาน กทค. กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องสอบถามไปยังสำนักงาน กสทช.เพราะส่วนตัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำเรื่องดังกล่าว ส่วนเรื่องที่ระบุว่าใช้งบประมาณในจำนวนนี้ซื้อพื้นที่สื่อ เพื่อให้การตรวจสอบเรื่องการประมูล 3จี น้อยลงนั้น พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ต้องสอบถามไปที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาฯ กสทช. อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังไม่เห็นข้อมูลตัวเลขดังกล่าว แต่ก่อนหน้านี้ กรรมาธิการเคยให้ไปชี้แจงแล้ว และการใช้เงินสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ก็ตรวจทุกปี ดังนั้นจึงต้องทำตามระเบียบ ส่วนจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการหรือไม่นั้นต้องอยู่ที่เลขาฯ กสทช.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,