ครม.ไฟเขียวรับรองสัญญา 3 จี ‘กสท-ทรู’ ยกเลิก ‘CDMA’

ครม.ไฟเขียวรับรองสัญญา 3 จี 'กสท-ทรู' ยกเลิก 'CDMA'

ครม.รับรองสัญญา 3 จี ?กสท-ทรู? ลุยลงทุน 14,545 ล้านบาท จ่ายค่าเช่า 201,503 ล้านบาท กสท มั่นใจเสริมรายได้แข็งแกร่ง…

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับปรุงการให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3 จี ด้วยระบบ HSPA และการยกเลิกโครงการขยายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอ (CDMA) วงเงิน 3,800 ล้านบาท ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์เพื่อพลิกฟื้นฐานะการเงินของ กสท ปี 2556-2560 ที่คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ได้เห็นชอบแผนแล้ว ซึ่งแผนดังกล่าว สำหรับการปรับปรุงการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จีระบบ HSPA นั้น กสท จะต้องปรับปรุงแก้ไขสัญญากับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ได้ทำสัญญาเมื่อ 27 ม.ค.54 ที่ผ่านมา ในรูปแบบการให้บริการขายส่งบริการ (Wholesaler) และผู้ให้บริการขายต่อบริการ (Reseller) ให้ถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด รวมทั้งจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงของโครงการและติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ยังกำชับให้กระทรวงไอซีที ไปตรวจสอบรายละเอียดของสัญญา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ กสท และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการด้วย ทั้งนี้ตามแผนงาน กสท จะใช้เงินลงทุนสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมด้วยตนเอง วงเงิน 14,545 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนระบบสื่อสัญญาณ 12,525 ล้านบาท อุปกรณ์โครงข่ายหลัก (Core Network) วงเงิน 670 ล้านบาท เงินสำรองโครงการ 10% วงเงิน 1,319 ล้านบาท ส่วนวงเงินค่าเช่าอุปกรณ์และโครงข่ายจากกลุ่มทรู ตลอดอายุสัญญา 14 ปี (2554-2568 ) วงเงิน 201,503 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเช่าเสาโทรคมนาคม 37,128 ล้านบาท ค่าเช่าระบบสื่อสัญญาณ 8,070 ล้านบาท ค่าเช่าอุปกรณ์สถานีฐานและอุปกรณ์โครงข่ายหลัก 156,304 ล้านบาท โดยการลงทุนและการทำสัญญา3 จี ครั้งนี้ จะทำให้ กสท มีรายได้จากการทำสัญญาดังกล่าวปีละ 25,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ กสท มีฐานะการเงินที่ดีขึ้น แม้จะไม่มีรายได้จากสัญญาสัมปทานอีกต่อไป

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการยกเลิกโครงการขยายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอนั้น เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีโทรคมนาคมได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว และ กสท ได้ยกเลิกการลงทุนระบบซีดีเอ็มเอและหันมาลงทุนในระบบ HSPA เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการใช้ของผู้บริโภค

นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กสท ไม่สามารถรับรู้รายได้และกำไรจากการทำสัญญา 3 จี กสท-ทรู แต่หลังจาก ครม.อนุมัติแผนปรับปรุงโครงการดังกล่าว จากนี้ไป กสทจะสามารถรับรู้รายได้และกำไร โดย 2 ปีที่ผ่านมา กสท มีกำไรจากสัญญาดังกล่าว รวม 1,000 ล้านบาท และปี 56 คาดว่าจะมีกำไร 4,000 ล้านบาท และปี 57 มีกำไร 7,000 ล้านบาท สาเหตุที่รายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในช่วงแรกยังไม่มีการลงทุนสร้างโครงข่าย แต่เมื่อ กสท ทยอยลงทุนสร้างโครงข่ายและมีลูกค้าเพิ่มทุกปี ก็ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจะทำให้ กสท มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ICT ส่งกฤษฎีกาตีความ สัญญา3จี ?กสท-ทรู?

รมว.ไอซีที ซื้อเวลาสัญญา 3จี ?กสท-ทรู? ส่งกฤษฎีกาตีความ ก่อนแก้ไขสัญญาจริง หลังจากเจรจากลุ่มทรูยินยอมแก้ไขสัญญาตามคำสั่ง ?กทค.?…

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า ได้หารือ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เกี่ยวกับการนำเรื่องการทำสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3จี ด้วยเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ ระหว่าง กสท กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความให้ความเห็นว่าการทำสัญญา 3จี ดังกล่าวเข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือไม่ เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นแล้ว กสท จึงจะดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2555 ที่ผ่านมา กสท ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า กสท และทรู ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น (เอ็มโอยู) ระหว่างกันเป็นที่เรียบร้อย โดยทั้งสองฝ่ายยินยอมที่จะแก้ไขสัญญา 3จี ตามคำสั่งของ กสทช. แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้จนกว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะตีความแล้วเสร็จ และนำเข้าสู่ขบวนการขั้นตอนการพิจารณาตามกฎหมาย เพราะ กสท เป็นรัฐวิสาหกิจ ที่ต้องนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อกระทรวงไอซีที สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

?การเป็นรัฐวิสาหกิจ จะแก้ไขสัญญาใดๆ ก็ต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถูกต้อง ซึ่ง กสทช.เข้าใจ เพราะ กสท และทรูต่างยินยอมที่จะแก้ไขสัญญาตามคำสั่ง กสทช.ทุกประการ เพียงแต่รอความชัดเจนเท่านั้น เพื่อทำให้สัญญาดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย? กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าว

นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท วานนี้ (12 ธ.ค.) ได้อนุมัติจ่ายเงินโบนัสให้พนักงาน กสท ในอัตรา 4.1 เท่าของเงินเดือน เนื่องจากผลประกอบการปีนี้ถือว่ามีกำไร โดย 11 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-พ.ย.) มีรายได้รวมสัมปทาน 43,309 ล้านบาท กำไรสุทธิ 11,325 ล้านบาท?อย่างไรก็ตาม กสท จะมีกำไรและจะมีโบนัสอีก 1 ปีเท่านั้น เนื่องจากสัญญาสัมปทานบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.2556 และนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.2556 เป็นต้นไป รายได้จากสัมปทาน กสท จะต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินตามมาตรา พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)

?

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับคำสั่ง กสทช.ให้แก้ไขสัญญา3จี นั้น กสทช.ได้ดำเนินการตามมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. โดย กสท และทรูยินยอมที่จะแก้ไขสัญญา 6 ข้อ ได้แก่ 1. กสท ต้องสามารถนำคลื่นความถี่ย่าน 800 เมกะเฮิรตซ์ ไปใช้กับเครื่องและอุปกรณ์ของตนเองหรือของบริษัทอื่นได้ 2.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองสามารถควบคุมดูแลและบริหารจัดการคลื่นความถี่ได้อย่างสมบูรณ์ผ่านเน็ตเวิร์กโอเปอเรชั่น 3. กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองเข้าถึงข้อมูลการใช้งาน เพื่อการควบคุมดูแลและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ 4. กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้อำนาจของคณะกรรมการควบคุมการปฏิบัติงานตามสัญญามีความชัดเจน โดยแสดงให้เห็นถึงอำนาจการบริหารจัดการคลื่นความถี่ของตนเองโดยชัดแจ้ง 5. กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองเป็นผู้ควบคุมและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ผ่านกระบวนการสร้างและจัดหาความจุของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด โดยรวมถึงการวางแผนการใช้คลื่นความถี่และการติดตั้งโครงข่าย การบริหารจัดการโครงข่าย และ 6. กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองเป็นผู้ควบคุมและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ผ่านการเจรจาให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศ และการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้ประกอบการรายอื่น

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

กสท เผยสัญญา กสท-ทรู คืบเกือบ100เปอร์เซนต์-ไม่หวั่นไลเซ่นส์ 3จี กสทช.

กสท เผยสัญญา กสท-ทรู คืบเกือบ100เปอร์เซนต์-ไม่หวั่นไลเซ่นส์ 3จี กสทช.

?กิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ? เผย สัญญา 3จี กสท-ทรู ติดเรื่องกฎหมายที่ต้องรอกฤษฎีกา แย้มคืบหน้าแล้ว 99% ไม่หวั่นไลเซ่นส์ 3จี กสทช. เชื่อเอกชนเป็นพาสเนอร์ที่ดี…

นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า ขณะนี้ ยืนยันว่า การแก้ไขสัญญา 3จี เอชเอสพีเอ ระหว่าง กสท และกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 6 ประเด็นนั้น มีความคืบหน้า 99% แล้ว พร้อมทั้งส่งเอกสารรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) รับทราบแล้วว่าสามารถดำเนินการได้จริง แต่ยังมีบางข้อกฎหมายบางที่ยังติดขัดอยู่ และต้องรอความชัดเจนจากกฤษฎีกา เนื่องจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ โดยเฉาะข้อกฎหมาย ที่ กสทช.มีอำนาจบางฉบับเท่านั้น แต่อาจจะไม่ทันกำหนดการต้องแก้ไขสัญญาให้แล้วเสร็จในวันที่ 13 พ.ย. และมีสิทธิที่จะต้องขอขยายเวลาอีกรอบ โดยคาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จอย่างเร็วที่สุดไม่เกิน 1 เดือน และอย่างช้าไม่เกินไตรมาส 1/2556 ส่วนเรื่องมาตรา 67 ที่ยังมีปัญหาในเรื่องของการให้บริการของบีเอฟเคที ว่ามีสิทธิ์ให้บริการหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีใบอนุญาต กสท ได้ส่งหนังสือไป กสทช.แล้ว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวต่อว่า กรณีที่บอร์ด กสท มีมติให้กลุ่มทรู และ กสท ต้องยุติการดำเนินการทั้งการออกแพ็กเกจ การทำการตลาด ในสัญญา 3 จี ดังกล่าวนั้น และขณะนี้ กลุ่มทรู ยังดำเนินการออกโปรโมชั่นต่างๆ ถือเป็นสิทธิ์ของกลุ่มทรูที่ กสท ห้ามไม่ได้ แต่ในส่วนของ กสท เองเมื่อมีมติและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้ กสท ยุติการดำเนินการในธุรกิจ 3จี แบรนด์มายนั้น กสท จะต้องยุติการดำเนินงาน แต่จะยังคงให้บริการตามเดิม เนื่องจาก กสท เป็นหน่วยงานรัฐ ไม่สามารถยืดหยุ่นได้ ซึ่งจะไม่เหมือนกับเอกชน

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ในการประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์ 3จี) บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของสำนักงาน กสทช.นั้น มองว่า กสท จะไม่เสียเปรียบการแข่งขัน หากเอกชนทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และทรู ได้รับมอบไลเซ่นส์แล้ว และพร้อมจะดำเนินธุรกิจต่อได้ได้ด้วยดี รวมทั้งมั่นใจว่าทั้ง 3 บริษัท จะสนใจร่วมใช้โครงข่ายกับ กสท เพราะจะไม่ไปลงทุนติดตั้งโครงข่ายเพิ่ม และเป็นไปได้น้อยที่จะใช้โครงข่ายร่วมกัน.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

บอร์ด กทค.เล็งถกปม สัญญา3จี กสท-ทรู 11 ต.ค.นี้

บอร์ด กทค.เล็งถกปม สัญญา3จี กสท-ทรู 11 ต.ค.นี้

เจอโรคเลื่อน! สัญญา 3จี HSPA กสท-ทรู เจอโลกเลื่อนอีกรอบ ด้านเลขาฯ กสทช. เผย บอร์ด กทค.เล็งหารืออีกรอบ วันที่ 11 ต.ค.นี้ ก่อนส่งให้ กสท…

รายงานข่าวแจ้งว่า นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ได้หารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพื่อยืดระยะเวลาการส่งผลการเจรจาเพื่อแก้ไขการเซ็นสัญญา 3 จี HSPA ระหว่าง กสท และ กลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ออกไปอีก 1 เดือน จากที่ กสท ต้องส่งผลสรุปการแก้ไขสัญญา 3 จี ทั้ง 6 ข้อในวันที่ 5 ต.ค. 2555 หลังจากที่ กสท ขอเลื่อนส่งผลสรุปมาเป็นจำนวน 2 ครั้ง เนื่องจากการสรุปผลการเจรจากับกลุ่มทรูยังไม่เรียบร้อยเนื่องจากติดปัญหาทางการเมือง

แหล่งข่าวจาก กสท กล่าวว่า การที่นายกิตติศักดิ์ไม่สามารถเจรจากับกลุ่มทรูได้ตามที่เป็นข่าวมาก่อนหน้า โดยระบุว่าการเจรจาเป็นไปด้วยดี ใกล้ได้ข้อสรุปในทุกๆ ครั้ง แล้วผลปรากฏว่าก็ไม่สามารถเจรจาได้สำเร็จ และเลื่อนส่งสรุปออกมาอีกเรื่อยๆ แสดงถึงการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพ โดยบอร์ด กสท จะนำเสนอให้ประชุมเพื่อประเมินผลการดำเนินงานของนายกิตติศักดิ์ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า การขอเลื่อนผลสรุปการแก้สัญญา 3จี ของ กสท ทรู นั้น บอร์ด กทค.จะประชุมกันในวันที่ 11 ต.ค.นี้ เพื่อให้ที่ประชุมลงมติและความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่าจะยอมรับคำขอเลื่อนส่งผลสรุปของ กสท หรือไม่

ขณะที่ บอร์ด กสท กล่าวว่า ในการสัมมนาที่พัทยาเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการกำหนดยุทธศาสตร์และการวางโครงสร้างการดำเนินงานในปี 2556 เพื่อรองรับในหลายๆ ส่วน ทั้งในเรื่องของการเตรียมความพร้อมก่อนหมดสัมปทานสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน โครงการ FTTX ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด กสท ในวันที่ 10 ต.ค.2555 นี้

ทั้งนี้ โครงสร้างที่ปรับใหม่ต้องปรับในปีงบประมาณหน้า แต่จะคุยกันก่อนเพื่ออนุมัติในเดือน พ.ย.2555 นี้ โดยผู้บริหารในส่วนของรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการตลาด ที่จะต้องมีผู้ช่วย 2-4 คน เพื่อเตรียมพร้อมด้านการแข่งขันที่สูงขึ้น เนื่องจากหลัง กทค. เปิดประมูล 3 จี การแข่งขันก็รุนแรงขึ้น อีกทั้งสัมปทานใกล้จะหมดลง กสท จึงต้องผู้บริหารด้านการตลาดที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ ยังต้องเพิ่มในส่วนของผู้บริหารที่จะเข้ามาดูในส่วนของต่างประเทศเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ด้วย.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

‘ไม่มีใครโง่เขียนสัญญาผิดกฎหมาย’ ไขก๊อก สัญญา 3จี กสท-ทรู จุดจบที่ผู้บริโภคไม่ตกเป็นเหยื่อ?

'ไม่มีใครโง่เขียนสัญญาผิดกฎหมาย' ไขก๊อก สัญญา 3จี กสท-ทรู จุดจบที่ผู้บริโภคไม่ตกเป็นเหยื่อ?

นักกฎหมายแจงสัญญา 3จี กสท ทรู แก้ไขได้ ลูกค้ารอด ด้าน กสท เดินหน้าเต็มสูบ โยนทรูส่งเอกสารตอบกลับ ยืนยันไม่กระทบผู้บริโภค ขณะที่ทรูคาดส่งเอกสารกลับ กสท ภายในสัปดาห์นี้…

เดินทางมาใกล้ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว สำหรับมหากาพย์โทรคมนาคม การแก้สัญญาให้บริการ 3 จี เอชเอสพีเอ ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด มหาชน หรือ CAT และกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หลังจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อสรุป มติแก้ไขสัญญา 6 ข้อ คือ 1.กสท ต้องสามารถนำคลื่นความถี่ย่าน 800 MHz (Band V) ไปใช้กับเครื่อง และอุปกรณ์ของตนเองหรือของบริษัทอื่นได้ 2. กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองสามารถควบคุมดูแลและบริหารจัดการคลื่นความถี่ได้อย่างสมบูรณ์ผ่าน network operation (NOC) 3.กสทต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองสามารถเข้าถึงข้อมูลการใช้งาน (call detail record (CDR)) เพื่อการควบคุมดูแลและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ 4.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้อำนาจของคณะกรรมการควบคุมการปฏิบัติงาน (Operation Supervision Committee) ตามสัญญามีความชัดเจน โดยแสดงให้เห็นถึงอำนาจในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ของตนเองโดยชัดแจ้ง 5.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองเป็นผู้ควบคุมและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ผ่านกระบวนการสร้าง และจัดหาความจุของบริษัท BFKT (ประเทศไทย) โดยรวมถึง frequency planning, network roll-out และ network operation และ 6.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองเป็นผู้ควบคุมและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ผ่านการเจรจาให้บริการบริการข้ามโครงข่าย

นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการเดินหน้าตามปกติ และมีเรื่องการเจรจากับทรูอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้รอคำตัดสินของ ป.ป.ช. อย่างเดียว แต่ยังคงทำหน้าที่ต่อไป โดยสัปดาห์นี้จะมีการเจรจาและเร่งดำเนินการให้จบแล้ว หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เร่งเจรจาในระดับทำงาน และมีการทำความเข้าใจ อีกทั้ง ในเรื่องที่ติดค้าง ทรูก็รับประเด็นไปพิจารณา ส่วน กสท ก็ส่งเอกสารที่เป็นการแก้ไขไปให้ทรูแล้ว ซึ่งทรูต้องพิจารณากลับมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง

?เราส่งเอกสารทั้งหมดให้กับทรูแล้ว เหลือแต่ว่ารอทรูส่งกลับมา ซึ่งจะ agree disagree ยังไงก็ว่ามา ส่วนประเด็นที่ส่งให้นั้น เป็นไปตามหัวข้อของ กทค. แต่ประเด็นที่ทรูยังไม่ได้รับปาก 100% หลักๆ จะมีเรื่องของการใส่คลื่นความถี่ไปในสัญญา ซึ่งทางทรูมีเหตุผลว่าควรจะใส่ แต่ทาง กสท มีเหตุว่าไม่ควรจะใส่ ซึ่งทรูบอกว่าจะรับไปพิจารณาดู อย่างอื่นก็คงไม่มีอะไรแล้ว? กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าว

อย่างไรก็ตาม กสท ไม่ได้กำหนดวันที่ทรูต้องส่งเอกสารอย่างชัดเจน แต่คาดว่าไม่น่าจะเกินสัปดาห์นี้ เพราะเป็นกำหนดระยะเวลาที่ กสท ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ โดย กสท จะนำเข้าที่ประชุมบอร์ด เพื่อสรุปอีกครั้งในวันที่ 3 ก.ย.นี้ ส่วนแผนรองรับ หรือแผนบริหารความเสี่ยง กสท มีเตรียมไว้แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย พร้อมทั้งยืนยันว่าการแก้ไขสัญญาครั้งนี้ ไม่มีผลกระทบต่อผู้บริโภคแต่ประการใด

ด้าน นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องต้นอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ และเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปตามกรอบเวลาของ กทค.โดยระบุว่าไม่หนักใจ และคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด

นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ทรูอยู่ระหว่างการพิจารณาเอกสารทั้งหมดให้ครบถ้วนเสียก่อน เนื่องจากเพิ่งได้รับเอกสารมาครบถ้วน โดยมองว่าอาจจะเร็วเกินไปหากจะเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้ ส่วนการส่งกลับคืน กสท นั้น คาดว่าจะได้ภายในสัปดาห์นี้ ต่อข้อถามถึงความกังวลในการแก้ไขสัญญา 6 ประเด็นนั้น นายอธึก กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตอบในรายละเอียด

?ตอนนี้เพิ่งได้รับเอกสาร อาจจะเร็วเกินไปที่จะพูดอะไรตอนนี้ เราต้องพิจารณาก่อน? รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายกฎหมาย ทรู กล่าว

ขณะที่ นายจิตรนรา นวรัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด ในฐานะคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมาย กทค. ตรวจสอบสัญญา 3จี กสท ทรู ชี้แจงว่า ถ้าพิจารณาตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช. จะพบว่าบทลงโทษไม่ใช่โทษทางอาญาที่ออกแบบมาว่าใครทำผิดลงโทษทันที แต่เป็นลักษณะทางปกครอง ส่วนหลักคิดของ พ.ร.บ. กสทช. มีแนวคิดหลายฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคดังนั้น หากเกิดความผิดพลาดขึ้นจะเปิดโอกาสให้มีการแก้ไขก่อน จากนั้นจะมีบทลงโทษตามลำดับที่กฎหมาย กสทช. ระบุไว้

?ในส่วนผู้บริโภคนั้น หากวิเคราะห์การแก้ไขสัญญา 3จี กสท ทรู จะพบว่า สัญญาไม่ได้ผิด 100% และไม่มีใครโง่เขียนสัญญาผิดกฎหมายหรอก มีแต่จะเขียนอย่างฉลาด ตามที่สื่อเคยระบุไว้ เขียนให้เกิดปัญหา ต้องตีความกัน และใช้ช่องว่างของการตีความให้เกิดประโยชน์ นี่คือลักษณะทั่วไป กสท ทรู ก็ลักษณะนั้น มีข้อความกำกวมบ้าง เกิดปัญหาในทางปฏิบัติบ้าง เพื่อให้เกิดการแก้ไข ซึ่งแก้ไขได้? อนุกรรมการฯ กล่าว

นายจิตรนรา กล่าวต่อว่า ภายหลังเชิญทั้ง 2 ฝ่าย มาชี้แจง โดยทั้ง 2 ฝ่าย ยินดีแก้ไข ส่วนตัว ตั้งคำถามกับทรูว่า สัญญาดังกล่าวแก้ไขได้หรือไม่ แต่ทรูไม่ได้เตรียมแนวทางนี้มาตอบ เพราะคงคิดว่าไม่ถูกก็ผิด แต่สุดท้ายหลังจากกลับไปหารือกันภายในจากนั้นท่าทีก็เป็นที่ยอมรับ ซึ่งส่วนตัวเข้าใจว่าร่างแก้ไขสัญญาคงไม่ได้เสียหายมากนัก และภาพลักษณ์ไม่เป็นในเชิงลบ ขณะเดียวกัน กทค.ก็เห็นด้วยในการปรับแก้ข้อที่กำกวม ซึ่งเป็นทางออกของทุกฝ่าย

ส่วนกรณีที่การเขียนสัญญาดังกล่าวผิด บทลงโทษจะต้องเริ่มตั้งแต่ผู้บริหารทุกฝ่าย คณะกรรมการทุกคน และทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหากร่างสัญญาผิดจริง รัฐจะต้องรับผิดชอบ และมีสิทธิ์โดนฟ้องในฐานะผู้ร่างสัญญา เพราะรัฐเป็นผู้ร่างขึ้นมาเอง และส่งให้อัยการตรวจสอบ นี่คือความจริงที่หลายฝ่ายมองข้าม

อนุกรรมการฯ กล่าวอีกว่า ในมุมของผู้บริโภคกับผลกระทบที่ได้รับนั้น หากระบุว่าสัญญาผิดจริง จะต้องถูกบอกเลิก ผู้บริโภคจะเดือดร้อนอย่างแน่นอน เพราะ กสท ทรู ไม่สามารถให้บริการได้ และสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ ขณะที่ทรูสามารถโอนย้ายลูกค้าไปยังเครือข่ายอื่นได้ ก็ไม่ใช่ความเสียหายชัดเจน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเทคนิคที่ผู้ให้บริการต้องเตรียมทางออกไว้ให้ลูกค้า ทั้งนี้ ความเสียหายจากการใช้งานโทรศัพท์ตีความได้ยาก และอาจจะทำได้ยากหากจะเรียกร้องค่าเสียหายตามมา แต่ความเป็นจริงสัญญาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้

อย่างไรก็ตาม การประชุมบอร์ด กสท ครั้งล่าสุด ได้สรุปว่าปัญหาหลักที่กลุ่มทรูไม่ยอมคือ กรณีที่ทรู นำคลื่นความถี่ที่อยู่ในสัญญาไปบริหารเอง ซึ่งตามหลักความเป็นจริงแล้วคลื่นความถี่เป็นของ กสท ขณะที่ กสท จะยังรอคำตัดสินของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. โดยล่าสุด คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. จะประชุมและสรุปผลการตรวจสอบทั้งหมดในวันนี้ (28 ส.ค.) ก่อนที่จะให้บอร์ดใหญ่? ป.ป.ช. เป็นผู้ตัดสิน

อีกทั้ง ที่ผ่านมาจากแนวโน้มคำตัดสินของอนุฯ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลว่าสัญญาดังกล่าวมีความผิดโดยเฉพาะ พ.ร.บ.ร่วมทุน และมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช. ซึ่งหากบอร์ดใหญ่ ป.ป.ช. ฟันธงมาว่าสัญญาดังกล่าวมีความผิด กสท จะถือเอามติของ ป.ป.ช.เป็นหลักและถือว่าสัญญาดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ

บทสรุปเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครกล้าฟันธง คงต้องรอให้ถึงวันที่ทุกอย่างชัดเจน

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

กสท-ทรู ถกแก้สัญญา3จี มั่นใจลงตัวใน 30 วัน

กสท-ทรู ถกแก้สัญญา3จี มั่นใจลงตัวใน 30 วัน

“กสท-ทรู” จับเข่าถกแก้สัญญา 3จี ตามคำสั่ง “กสทช.” มั่นใจเคลียร์ได้ภายใน 30 วัน ไม่ห่วง 6 ประเด็นที่ต้องแก้ไข ชี้เป็นรายละเอียดด้านการปฏิบัติ ไม่กระทบการให้บริการ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค.นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีม กสท ได้หารือกับ นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายกฎหมาย กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมกลุ่มทรู โดยเป็นการประชุมหารือเพื่อแก้ไขสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3จี ด้วยเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยใช้เวลาในการหารือกว่า 2 ชั่วโมง

โดย นายกิตติศักดิ์ กล่าวภายหลังการหารือว่า การเจรจาหารือครั้งนี้มีสัญญาณที่ดีเพราะทุกฝ่ายพร้อมที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และจะต้องดำเนินการแก้ไขสัญญาให้เป็นไปตามมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรจัดคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) โดย กสท และทรู จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หรือภายในเดือน ก.ค.นี้ อย่างแน่นอน

“กสท และทรู ต้องแก้ไขสัญญาให้เป็นไปตามกรอบคำสั่งของ กสทช.ใน 6 ประเด็น ในเบื้องต้น กสท จะหารือกับ กสทช.ในสัปดาห์หน้า เพื่อขอความชัดเจนอีกครั้ง หลังจากนั้นก็จะตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำรายละเอียดที่จะแก้ไขสัญญาต่อไป”

สำหรับ 6 ประเด็นที่ กสท และทรู ต้องแก้ไขสัญญา คือ 1.กสท ต้องนำคลื่นความถี่ย่าน 800 MHz ไปใช้กับเครื่องและอุปกรณ์ของตนเองหรือของบริษัทอื่นได้ 2.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองสามารถควบคุมดูแลและบริหารจัดการคลื่นความถี่ได้อย่างสมบูรณ์ผ่าน network operation center (NOC) หรือการเข้าไปในสถานที่ที่ตั้งเครื่องอุปกรณ์และเสาโทรคมนาคมของกลุ่มทรูได้ 3.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองสามารถเข้าถึงข้อมูลการใช้งาน (call detail record : CDR ) เพื่อการควบคุมดูแลและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ 4.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้อำนาจของคณะกรรมการควบคุมการปฏิบัติงาน (Operation Supervision Committee) เพื่อแสดงให้เห็นถึงอำนาจในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ของ กสท โดยชัดแจ้ง 5.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองเป็นผู้ควบคุมและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ผ่านกระบวนการสร้างและจัดหาความจุของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด และ 6.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองเป็นผู้ควบคุมและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ผ่านการเจรจาการให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศ (inbound domestic roaming) และการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้ประกอบการรายอื่น

ด้าน นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะผู้ติดตั้งและดูแลอุปกรณ์ รวมถึงการขยายสถานีฐานให้ครบ 13,500 สถานีภายในปีนี้ ซึ่งบริษัทค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการได้เสร็จตามแผนกำหนดการเดิม และไม่หนักใจในการแก้ไข 6 ประเด็นดังกล่าว เนื่องจากเป็นประเด็นด้านการปฏิบัติซึ่งสามารถดำเนินการได้ เพียงแต่จะต้องเจรจาและแก้ไขให้เข้าใจตรงกันทั้ง กสทช. กสท และทรู

ส่วนผลกระทบต่อการใช้งานของลูกค้านั้น บริษัทยืนยันว่าไม่มีปัญหาด้านดังกล่าวเนื่องจากสามารถให้บริการได้ตามปกติ และเชื่อว่าจะไม่กระทบเป้าหมายลูกค้าที่ตั้งไว้ 4 ล้านรายในสิ้นปีนี้ โดยปัจจุบัน ทรูมูฟ เอช มีลูกค้ารวม 2 ล้านราย ซึ่งกว่า 70% เป็นลูกค้าใหม่.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

บอร์ด กทค. สั่งฟันสัญญา3จี กสท-ทรู ยันลูกค้ายังใช้งานได้

บอร์ด กทค. สั่งฟันสัญญา3จี กสท-ทรู ยันลูกค้ายังใช้งานได้

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! บอร์ด กทค.ฟัน 3จี กสท-ทรู ขัดมาตรา 46 สั่งแก้ไขสัญญาใน 30 วัน พร้อมมอบสำนักงาน กสทช.สอบข้อเท็จจริง “บีเอฟเคที” เข้าข่ายประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ ภายใน 30 วันด้วย ยันลูกค้ายังใช้บริการปกติ สัญญายังไม่โมฆะ…

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.? พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามผลการศึกษา วิเคราะห์และความเห็นของคณะอนุกรรมการการพิจารณาผลสรุปของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการศึกษาการทำสัญญาระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ 3จี ด้วยเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ บนคลื่นความถี่ 800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) โดยสัญญาดังกล่าวเข้าข่ายขัดมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) ที่กำหนดไว้ว่า คลื่นความถี่เป็นสิทธิ์เฉพาะตัวของผู้รับใบอนุญาต ไม่สามารถโอนแก่กันได้ และต้องประกอบกิจการด้วยตัวเองจะมอบการบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วนหรือยินยอมให้คนอื่นเป็นผู้มีอำนาจประกอบกิจการแทนกันก็ไม่ได้ แต่ กสท ไม่ได้มีสิทธิ์ในคลื่นความถี่นั้นอย่างสมบูรณ์

ดังนั้นจึงมีมติให้ กสท ไปดำเนินการปฏิบัติกฎหมายมาตรา 46 อย่างสมบูรณ์ ด้วยการแก้ไขสัญญา เพื่อให้ กสท เข้ามีสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่อย่างสมบูรณ์ โดยให้ดำเนินการแก้ไขสัญญาแล้วนำมารายงานให้บอร์ด กทค.รับทราบภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งซึ่งคาดว่า กทค. จะทำหนังสือแจ้งไปยัง กสท ภายในสัปดาห์หน้าสำหรับสัญญาที่ต้องแก้ไข เพื่อให้เกิดความชัดเจนและทำให้ กสท เป็นผู้ควบคุมการบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์และเป็นไปตามมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. ดังนี้ สัญญาการเช่าเครื่องและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมเพื่อนำไปให้บริการมือถือ ระหว่าง กสท กับบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด ได้แก่ สัญญาข้อ 2.9 กสท จะต้องเข้าถึงข้อมูลการใช้งาน เพื่อควบคุมดูแลการใช้คลื่นความถี่ด้วยตัวเอง ข้อ 2.11 ให้ กสท สามารถเข้าไปในสถานีติดตั้งเครื่องและอุปกรณ์และเสาโทรคมนาคมที่ให้เช่าได้ ข้อ 2.12 กสท นำคลื่นความถี่ย่าน 800 MHz ไปใช้กับเครื่องและอุปกรณ์ของตนเองหรือของบริษัทอื่นได้ สัญญาข้อ 2.17 และข้อ 2.18 กสท จะต้องเร่งรัดทำให้ตนเองเป็นผู้ควบคุมและบริการคลื่นความถี่ผ่านการเจรจาการให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศ และการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้ประกอบการรายอื่นด้วยตนเอง ข้อ 7.2 กสท ต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติและวิธีการบังคับ โดยแสดงให้เห็นถึงอำนาจในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ของ กสท ให้ชัดเจน และสัญญาบริการขายส่งบริการบนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3จี ระหว่าง กสท กับบริษัท เรียล มูฟ จำกัด ข้อ 7.5 โดยให้ กสท สามารถเข้าถึงข้อมูลการใช้งานอย่างเพียงพอที่จะบริหารจัดการคลื่นความถี่ได้อย่างสมบูรณ์

“การแก้ไขสัญญาตามข้อเสนอดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 46 เพื่อให้ กสท เป็นเจ้าของคลื่นและมีอำนาจจัดการในคลื่นความถี่ด้วยตัวเอง และรายงานให้ทราบภายใน 30 วัน หากไม่มีการแก้ไขตามวันเวลาที่กำหนด ทางบอร์ด กทค.ก็ต้องกลับมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีบทลงโทษอย่างไรต่อไป แต่ถ้าพิจารณาตามกฎหมาย ก็จะมีความผิดมาตรา 47 กสท ก็จะอาจมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน ฉะนั้นคงต้องรอผลจาก กสท ก่อนจึงมีบทลงโทษได้”

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมอบหมายให้สำนักงาน กสทช.ไปพิจารณาข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการของบริษัท บีเอฟเคที นั้น เข้าข่ายประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ และให้รายงานให้บอร์ด กทค.รับทราบภายใน 30 วันด้วยเช่นกัน

“ในระหว่างการสั่งให้มีการแก้ไขสัญญาดังกล่าว ถือเป็นคำสั่งทางปกครอง ไม่ได้มีผลทำให้สัญญาเป็นโมฆะเพราะเป็นบริการสาธารณะ และไม่มีผลกระทบต่อลูกค้าผู้ใช้มือถือ 3 จี ทั้งทรูและ กสท โดยลูกค้า ยังคงสามารถใช้บรการได้ตามปกติ”.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

ลุ้น บอร์ด กทค.สรุปสัญญา 3จี กสท-ทรู วันนี้

ลุ้น บอร์ด กทค.สรุปสัญญา 3จี กสท-ทรู วันนี้

ลุ้นบอร์ด กทค.มีมติเรื่องสัญญา 3 จี กสท-ทรู หลังยืดเยื้อมานาน ขณะที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี ระบุ ละเมิดมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช.

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. มีรายงานว่า พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค.กล่าวว่า ในวันนี้ (20 มิ.ย.)? คณะกรรมการ หรือบอร์ด กทค.จะมีมติเรื่องสัญญาทรู 3 จี ระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยจะพิจารณาตามแนวทางที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญาเสนอมา และจะพิจารณาว่าต้องมีความเห็นเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร

ขณะที่ผลสรุปของคณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3 จี ระบุว่า สัญญาดังกล่าวละเมิดมาตรา 46 พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช.ที่ห้ามโอนสิทธิ์การใช้คลื่นความถี่ไปให้บุคคลอื่น และเสนอแนวทางแก้ไข 6 ข้อ คือ 1.กสท ต้องสามารถนำคลื่นความถี่ย่าน 800 เมกะเฮิรตซ์ ไปใช้กับเครื่องและอุปกรณ์ของ กสท หรือของบริษัทอื่นได้ 2.กสท ต้องควบคุมดูแลและบริหารจัดการ หรือ เน็ตเวิร์ก โอเปอเรเตอร์ เซ็นเตอร์ อย่างสมบูรณ์ 3.ข้อมูลการใช้งานต้องอยู่ในความครอบครองของ กสท 4. อำนาจของคณะกรรมการควบคุมการปฏิบัติงานตามสัญญาต้องมีความชัดเจน โดยแสดงให้เห็นถึงอำนาจในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ของ กสท 5.กระบวนการสร้างและจัดหาความจุของ บริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จะต้องแสดงให้เห็นว่า กสท เป็นผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการตัดสินใจในเรื่องแผนคลื่นความถี่ แผนการขยายโครงข่าย และการปฏิบัติงานอย่างสมบูรณ์ และ 6. กสท ต้องเป็นผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการเจรจาการให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศ และการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้ประกอบการรายอื่น

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

เห็นขัดกัน เผยอนุสอบ3จี กสท-ทรู เลื่อนสรุปผล 31พ.ค.

เห็นขัดกัน เผยอนุสอบ3จี กสท-ทรู เลื่อนสรุปผล 31พ.ค.

เจอโรคเลื่อน แหล่งข่าว กสทช. เผย คณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี กสท-ทรู เลื่อนสรุป 31 พ.ค.นี้ เหตุบอร์ดขัดแย้งมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช….

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. แหล่งข่าวจากกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า ขณะนี้ คณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี ระหว่างบริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยังไม่สามารถสรุปผลสอบส่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ บอร์ด กทค.ได้ ดังนั้นจึงต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 31 พ.ค. จากเดิมที่ต้องสรุปส่งในวันที่ 28 พ.ค.นี้

ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่สามารถสรุปได้เนื่องจาก มีคณะอนุกรรมการบางรายไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับ สัญญาที่ขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ. องค์กรกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช. ในขณะที่ บางรายต้องการให้ใช้มาตราดังกล่าวดำเนินการ

?วันนี้ไม่สามารถสรุปผลได้ เพราะในที่ประชุมมีการโต้เถียงกันใหญ่โต จนถึงขั้นโวยวาย เนื่องจากคณะอนุกรรมการท่านหนึ่งต้องการให้ใช้มาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช.ดำเนินการกับปัญหานี้ แต่อีกท่านหนึ่งไม่ยอม จึงต้องเลื่อนสรุปไปเป็นวันที่ 31 พ.ค.นี้? แหล่งข่าว กล่าว.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

บอร์ด กทค. ชี้สัญญา 3จี กสท-ทรู ขัดมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช.

บอร์ด กทค. ชี้สัญญา 3จี กสท-ทรู ขัดมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช.

เผย บอร์ด กทค. ชี้ สัญญา 3จี กสท-ทรู ขัดมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. เร่งสรุปชงบอร์ด กสทช. ก่อน 13 มิ.ย.นี้ ฟาก กสท รับทราบพร้อมวางแนวทางยกเลิก แต่ทรูยังดื้ออยู่…

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบสัญญา 3จี ระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ว่า อนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. จะต้องสรุปผลการตรวจสอบเข้าบอร์ดผลสอบให้แล้วเสร็จก่อนนำเสนอบอร์ด กทค.ในการประชุมสัปดาห์หน้า จากนั้นบอร์ด กทค.จะต้องสรุปผลสอบสัญญาดังกล่าวให้แล้วเสร็จเพื่อให้นำเข้าที่ประชุมบอร์ดใหญ่ กสทช.ก่อนวันที่ 13 มิ.ย.2555

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าการตรวจสอบของสัญญาต้องแบ่งคณะอนุฯ ออกมา 2 ชุด คือ ชุดที่ตรวจในกรณีขัดกับมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช. และชุดการเซ็นสัญญาของ กสท กับทรู ขณะที่ บอร์ด กทค. ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าสัญญาดังกล่าวเข้าข่ายขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. ซึ่ง กสท จะต้องแก้ไขสัญญา โดยจะต้องมีสิทธิในโครงข่าย และกำหนดให้ เอ็มวีเอ็นโอ รายอื่นมีสิทธิในการเช่าใช้สถานีฐานในโครงข่ายที่มีคาร์ปาซิตี้ระหว่าง 80-100% โดยไม่ใช่ให้กลุ่มทรู สามารถมีสิทธิ์ในโครงข่ายถึง 80% เพราะถือว่าเป็นการผูกขาดตลาด โดยไม่เปิดให้รายอื่นสามารถเข้ามาใช้คลื่นได้

?กรรมาธิการวุฒิสภา พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน หรือ กมธ. ให้ กสทช. ถามความคิดเห็นของประชาชน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งหลายฝ่ายก็ให้ความไปในทิศทางเดียวกันว่า สัญญาดังกล่าวขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. ซึ่ง กสท รับทราบแล้ว และมีแนวทางที่จะยกเลิกแต่ทรู ไม่ยอม ซึ่ง กสท และกลุ่มทรู ต้องตกลงกัน แต่ถ้ามีการแก้ไขก็จะต้องแก้ไขสัญญานั้นจะต้องแก้ไขเยอะ? แหล่งข่าว กล่าว

ขณะที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จีทรู ของ กสทช. ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าสัญญาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับ มาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. และเสนอให้ทรูแก้ไขสัดส่วนเรื่องการมีสิทธิ์ในโครงข่าย 80%? เนื่องจากเป็นการผูกขาดตลาด โดยไม่เปิดให้รายอื่นสามารถเข้ามาใช้คลื่นได้? ซึ่งคณะอนุกรรมการเตรียมเสนอให้คณะกรรมโทรคมนาคมพิจารณาปลายเดือน พ.ค.นี้

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , ,