‘ทีโอที’ การันตี เน็ตไม่ดับวันชัตดาวน์ (ชมคลิป)

'ทีโอที' การันตี เน็ตไม่ดับวันชัตดาวน์ (ชมคลิป)

ทีโอที เตรียมแผนรับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ ยืนยัน ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของทีโอที ทั้งที่เป็นองค์กรธุรกิจและผู้ใช้ส่วนบุคคล ใช้งานไม่สะดุดแน่นอน ?โดยเฉพาะการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ผ่านธนาคาร…

นายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นำทีมข่าว ?ไทยรัฐออนไลน์? เยี่ยมชมแผนปฏิบัติการรับมือวันชัตดาวน์ ปิดกรุงเทพวันที่ 13 ม.ค. นี้ โดยระบุว่า ทีโอทีวางแผนรับมือกับกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินไว้แล้ว โดยเฉพาะการสำรองไฟฟ้าที่เตรียมเอาไว้ถึง 2 แห่ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ยืนยันได้ว่ามีไฟฟ้าสำรองใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมง หากเกิดกรณีฉุกเฉิน ซึ่งผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของทีโอทีทั้งองค์กรธุรกิจ และลูกค้าทั่วไป มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดเหตุขัดข้องขึ้น

ส่วน ที่มีคำถามว่า หลังผ่านพ้น 4 ชั่วโมงไปแล้วไฟฟ้ายังไม่สามารถใช้งานได้ ทางทีโอทีให้ความมั่นใจว่า ระบบต่างๆ จะไม่สะดุดเพราะยังมีเครื่องปั่นไฟ ที่พร้อมจะผลิตกระแสไฟฟ้าให้มาหล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ได้

ทั้งนี้ ทีโอที มีห้องควบคุมระบบปฏิบัติการอินเทอร์เน็ต เป็นห้องสั่งการ เชื่อมโยงระบบอินเทอร์เน็ตของทีโอทีทั้งประเทศ มีเจ้าหน้าที่ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามการใช้งานลูกค้า ทั้งองค์กรธุรกิจ และลูกค้าทั่วไป เมื่อมีปัญหาสัญญาณขัดข้องเจ้าหน้าที่จะทราบทันที เพราะเครื่องคอมพิวเตอรฺ์จะส่งสัญญาณเตือนภายในเวลา 0.05 วินาที หรือไม่ถึงครึ่งวินาที จึงมั่นใจได้ว่าจะแก้ปัญหาได้ทันท่วงที หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุผิดปกติขึ้น

?แผนรับมือที่เตรียมการณ์ล่วงหน้าทำให้ทีโอทีมั่นใจว่า หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น ลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบซ้ำรอยกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2556 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะลูกค้าธนาคารพาณิชย์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตของทีโอทีทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น? นายมรกต กล่าว

สำหรับแผนสำรองที่ทีโอทีเตรียมไว้ ครอบคลุมถึงการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตกับระบบการทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็ม ดังนั้นหากเกิดกระแสไฟฟ้าดับ หรือ อินเทอร์เน็ตขัดข้องตู้เอทีเอ็มยังกดเงินได้ตามปกติ

ปัจจุบันทีโอทีมีลูกค้าที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐ และเอกชน หลายหมื่นราย และลูกค้าทั่วไปอีกจำนวน 1.4 ล้านราย ซึ่งทีโอที มั่นใจว่าหากแผนที่เตรียมไว้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะไม่เกิดความเสียหายกับระบบสื่อสารของประเทศแน่นอน.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

‘อนุดิษฐ์’ การันตี ‘สุรชัย’ เหมาะสมนั่งปลัดไอซีที

'อนุดิษฐ์' การันตี 'สุรชัย' เหมาะสมนั่งปลัดไอซีที

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที เผย นายสุรชัย เหมาะสมนั่งเก้าอี้ ?ปลัดไอซีที? ชูมีความรู้ความสามารถ และเชี่ยวชาญด้านไอที รับการแต่งตั้งโยกย้ายต้องมีทั้งคนสมหวังและผิดหวัง…

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง นายสุรชัย ศรีสารคาม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงไอซีทีว่า ตำแหน่งปลัดไอซีทีนั้น ผู้ที่เป็นข้าราชการระดับ 10 ทุกคนสามารถเข้ามาเป็นได้ เพราะตำแหน่งปลัดคือข้าราชการระดับ11 ซึ่งนายสุรชัยมีความรู้ความชำนาญที่ไม่ใช่แค่การบริหาร แต่ยังมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องไอที

?

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่าเป็นการข้ามห้วย และข้ามหน้าคนภายในกระทรวงไอซีทีนั้น รมว.ไอซีที ระบุว่า การคัดเลือกบุคคลเข้ามารับผิดชอบทุกตำแหน่งต้องดูภาพรวมทั้งหมด และลักษณะงาน ซึ่งนายสุรชัยมีคุณสมบัติที่เหมาะสมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมองว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายต้องมีทั้งคนสมหวังและผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดา

?การพิจารณาต้องหารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่แล้ว ซึ่งคุณสุรชัยก็มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องการบริหาร เก่งงานบริหาร มีความรู้ความสามารถบริหารจัดการเรื่องภารกิจของจังหวัดนครนายกได้ทุกมิติ รวมทั้งมีความเข้าใจด้านไอทีเป็นอย่างดี? รมว.ไอซีที กล่าว

รมว.ไอซีที กล่าวอีกว่า ภารกิจเร่งด่วนของปลัดไอซีที 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การบริหารจัดการหมุนเวียนกำลังพลเพื่อรองรับภารกิจของกระทรวงไอซีทีปี 2557 2. พิจารณาเตรียมการดำเนินโครงการต่างๆ ตามที่ได้รับการจัดสรรงบปี 2557 และ 3. ดำเนินการสานต่อภารกิจของกระทรวงทุกอย่าง ทั้งการวางระบบรากฐาน และงานที่ได้รับมอบหมาย

นายสุรชัย ศรีสารคาม ว่าที่ปลัดไอซีที กล่าวว่า พร้อมที่จะเข้าไปทำงานที่กระทรวงไอซีที และไม่มีความกังวล เพราะการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ก็มีความพร้อมที่จะเข้าไปทำงานในตำแหน่งใดก็ได้ตามนโยบายของภาครัฐ ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมามีความรู้ในการบริหารจัดการเรื่องไอซีที จากการบริหารงานในจังหวัดนครนายกมาแล้ว และเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำเอาประสบการณ์การทำงานมาบูรณาการการทำงานในทุกภาคส่วนจนถึงระดับชาติได้ พร้อมกับมุ่งทำงานร่วมมือกับทุกกระทรวงของรัฐบาลทั้งหมด 20 กระทรวง

สำหรับนโยบายหลัก 5 ด้านที่จะเร่งดำเนินการเมื่อเข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงไอซีที ได้แก่ การนำโครงการ Smart Province ของ จ.นครนายก ที่ประสบความสำเร็จ มาทำโครงการสมาร์ท ไทยแลนด์ และขยายผลโครงการไปจนถึงระดับหมู่บ้าน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือของภาครัฐและประชาชนในทุกภาคส่วนทุกระดับ 2. การทำให้ประชาชนในทุกเครือข่ายและทุกส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลของภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ภาครัฐเข้าถึงข้อมูลของประชาชนได้รวดเร็วด้วย ทั้งข้อมูลการเกิด และคนเสียชีวิต 3. การมุ่งบริหารงานให้เกิดความรวดเร็ว ข้อมูลที่ถูกต้อง และทำให้การประสานงานทุกภาคส่วนเกิดความสะดวกมากที่สุด 4. การเชื่อมโยงข้อมูลด้านการศึกษาไปสู่โรงเรียนในระดับต่างๆ ผ่านโครงการอี-เลิร์นนิ่ง และ 5. การเชื่อมโยงไอทีกับเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการทำให้สินค้าโอท็อป และสหกรณ์ชุมชนที่ผลิตสินค้าต่างๆ มีช่องทางขายสินค้าผ่านออนไลน์ และมีความสะดวกมากขึ้น ซึ่งสอดรับกับนโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาล

สำหรับ นายสุรชัย เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ จ.นครนายก มีผลงานโดดเด่น อาทิ เป็น ผู้ที่คิดเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการทะเบียนราษฎร หรือระบบทะเบียนบัตรประชาชน 13 หลัก และเป็นผู้ผลักดันให้พัฒนาบัตรประชาชนสู่ระบบสมาร์ทการ์ด โดยเคยได้รับรางวัลเดอะ คอมพิวเตอร์ เวิลด์ สมิธโซเนียน อวอร์ด สาขากอฟเวิร์นเมนต์ แอนด์ นอนโพรฟิต ออร์กาไนเซชั่น จากสถาบันสมิธโซเนียน สหรัฐอเมริกา ปี 2533 นอกจากนี้ยังทำให้จังหวัดนครนายก ได้รับเลือกเป็นจังหวัดนำร่อง Smart Province หรือจังหวัดอัจฉริยะเพื่อนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาช่วยบริหารจัดการจังหวัด

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

กทค. การันตี 16ก.ย.”ซิมไม่ดับ”

กทค. การันตี 16ก.ย.

เผยประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องซิมดับ มั่นใจเดือดร้อน 100% จี้ผู้เกี่ยวข้องแจ้งเตือน ด้าน อ.มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ตั้งคำถามคิดค่าบริการใช้งานแค่ 15 วัน เป็นธรรมผู้บริโภคหรือไม่ ขณะที่ กทค.เร่งแผนเยียวยาดีเดย์ 16 ก.ย.นี้ ก่อนเปิดประมูลใหม่ ต.ค.57…

นับเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตามอง สำหรับกรณีสัญญาสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ระหว่างผู้ให้สัมปทาน คือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ CAT กับผู้รับสัมปทานอย่างบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) ที่สิ้นสุดลงในวันนี้ (15 ก.ย. 2556) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะเกิดการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานไปสู่ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นในกิจการโทรคมนาคม ท่ามกลางความไม่เข้าใจ ของประชาชนหลายคน และข้อกังขากับเหตุการณ์ “ซิมดับ” ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร อย่างไรกันแน่?

?

เหตุการณ์ “ซิมดับ” จะเกิดขึ้นแน่นอน หลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง ส่งผลกระทบโดยตรงกับลูกค้าทรูมูฟจำนวน 17 ล้านราย และ ดีพีซี อีกกว่า 5 หมื่นราย เพราะสัญญาณจะดับลง ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงออกประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานหรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ เรียกว่า “ประกาศห้ามซิมดับ” เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2556 – วันที่ 15 ก.ย.2557 ทำให้ผู้ใช้บริการทั้ง 2ค่าย ยังสามารถใช้งานต่อได้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นการขยายอายุสัมปทานออกไป และก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ

?

?

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ประกาศห้ามซิมดับ ไม่ใช่การยืดอายุสัญญาสัมปทาน เพราะไม่ได้มีการจัดสรรคลื่นใหม่ แต่เป็นการมาตราการคุ้มครองผู้บริโภค รายได้จากค่าใช้บริการ เป็นของกระทรวงการคลัง ไม่ใช่ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง โดยตั้งคณะกรรมการร่วม มีตัวแทนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กระทรวงการคลัง กสทช. เป็นผู้รับผิดชอบ โดยระหว่างนี้ กทค. ต้องดำเนินการเปิดประมูลคลื่น 1800 MHz ให้เสร็จ ภายใน 1 ปี นับจากนี้ หรือประมาณเดือน ก.ย. 2557 ซึ่งระหว่างนี้ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการโอนย้ายค่าย (นัมเบอร์พอร์ตทิบิลิตี้ ) ได้โดยเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 29 บาท ต่อเลขหมาย

?

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาทืี่ผ่านมา กทค. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ 2 ชุด คือ คณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมประมูลคลื่น 1800 MHz และคณะอนุกรรมการตรวจสอบรายละเอียดการจัดสรรคลื่น1800 MHz พร้อมทั้งเร่งโอนย้ายคนในระบบ ให้เพิ่มเป็น 3 แสนเลขหมายต่อวัน จากเดิมทำได้ 4 หมื่นเลขหมาย หรือ ประมาณค่ายละ 6 หมื่นเลขหมายต่อวัน และแก้แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ และขยายระยะเวลาสัมปทานให้นานขึ้น

?

?

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า เหตุใด กทค. รู้อยู่แล้วว่าสัญญาสัมปทานจะหมดอายุลงแต่ไม่รีบประมูล และปล่อยให้เวลาผ่านไปถึง 2 ปี นั้น กทค. แยกเป็น 2 เรื่อง คือ 1. การจัดสรรคลื่นความถี่โดยการประมูล ต้องคำนึงถึงประโยชน์ผู้บริโภคสูงสุด และ 2. สภาพความพร้อมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมซึ่งสภาพความเป็นจริง ผู้ให้บริการหลายราย ทุ่มเงินในการประมูลและลงทุนโครงข่ายไปยังเครือข่าย 3จี จะส่งผลต่อสภาวะความพร้อมในการลงทุนของผู้ประกอบการ ส่วนผู้ใช้เองก็ยังไม่พร้อมใช้เทคโนโลยี 4จี เพราะฉะนั้น การเร่งประมูล จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่่ตรงจุด ซึ่งปัญหาจริง ๆ อยู่ที่การโอนย้ายลูกค้า กลุ่มที่ยังค้างอยู่ในระบบ

?

นอกจากนี้ กสทช. ได้ดำเนินการยกร่างประกาศเพื่อหามาตรการคุ้มครองฯ การประเมินมูลค่าคลื่นและร่างกฎกติการในการประมูล โดยได้ความร่วมมือจากสหภาพโทรคมนาคมระกว่างประเทศ (ไอทียู) ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดนำคลื่น 900 MHz ออกมาประมูลพร้อมกับคลื่น 1800 MHz จำนวน 25 MHz เพื่อให้เปิดประมูลเป็นแพจเก็จเดียวกัน โดยไม่ต้องรอคลื่น 900 MHz ครบกำหนดสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปีหน้า เพื่อสร้างแรงจูงใจ และให้เอกชนที่ได้รับสัมปทานได้เตรียมตัววางระบบรองรับลูกค้าผู้ใช้บริการ และไม่เกิดปัญหารอยต่อเหมือนกับคลื่น 1800 MHz

?

สำหรับ กรณีที่อาจขัดต่อประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม และเรื่องหลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2549 และอาจขัดต่อประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตามประกาศข้อ 6 ที่ระบุว่า การคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นสิทธิของผู้ใช้บริการ และข้อ 9 กำหนดว่า ในการขอโอนย้ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้ผู้ใช้บริการยื่นคำขอ เพราะข้อกำหนดของบริษัทกลับกลายเป็น ใครไม่อยากถูกโอนย้ายต้องเป็นฝ่ายยื่นเรื่อง หากอยู่เฉยเท่ากับยอมรับการโอนย้ายอัตโนมัติ นั้น พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้มอบให้ ให้สำนักงาน กสทช. นำไปตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุว่าผิดหรือถูก ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในการประชุมบอร์ด กทค. วันที่ 17 ก.ย. นี้

?

นี่คือ ข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ที่ทรูมูฟส่งถึงผู้ใช้บริการ ตั้งแต่วันที่ 19ส.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า กสทช. ได้กำหนดให้บริษัทแจ้งว่าการให้บริการของบริษัทในคลื่น 1800 MHz จะสิ้นสุดลง 15 ก.ย. และจะใช้งานต่อได้ไม่เกิน 15 ก.ย. 2557? และเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ในการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ทางบริษัทจะดำเนินการอัพเกรดเลขหมายให้เป็นทรูมูฟเอชโดยอัตโนมัติก่อนวันสิ้นบริการ 15 ก.ย. 2556 สำหรับกรณีไม่ต้องการอัพเกรดเพื่อรับสิทธิจะต้องโทร.แจ้ง หรือสอบถามรายละเอียดได้

?

แม้ว่าที่ผ่านมา กทค. จะออกคำสั่งให้ผู้ที่อยู่ใต้สัมปทาน อย่างทรู และดีพีซี ส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) แจ้งลูกค้าให้รับทราบ และสำนักงาน กสทช. ก็ประชาสัมพันธ์ควบคู่กันไป แต่ดูเหมือนว่าประชาชนส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับรู้

?

นางนัด ลูกจ้างชั่วคราวบริษัทย่านวัชรพล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาใช้บริการค่ายทรูมาตลอด ได้ยินข่าวว่าจะมีซิมดับ แต่ไม่ได้สนใจ เพราะไม่เคยมีใครแจ้งเตือน หรือบอกล่วงหน้าว่าจะเป็นอย่างไร เกิดอะไรขึ้น เมื่อไร และส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ทั้งนี้ หากซิมดับขึ้นมาจริงๆ ก็คงเดือดร้อน และต้องการให้ฝ่ายใดก็ได้ที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนก่อนล่วงหน้า

?

“ใช้ทรูอยู่ แต่ไม่เห็นบอกอะไรเลย ไม่รู้เรื่องว่าซิมดับ คืออะไร แต่หากซิมดับก็คงเดือดร้อน เพราะมีใช้งานอยุู่เบอร์เดียว” ลูกจ้างชั่วคราว กล่าว

?

นางฐิญาพร โกศัยดิลก ประชาสัมพันธ์ บริษัทเอกชนย่านประตูน้ำ กล่าวว่า ไม่เคยได้ข่าวซิมดับ รู้แค่ว่าวันใช้งาน ยดเงินคงเหลือ และวันหมดอายุเท่านั้น ซึ่งหากเกิดซิมดับขึ้นมาก็คงงง และรีบโทร.ถามคอลเซ็นเตอร์ หรือไม่ก็ไปที่ศูนย์บริการตามห้างสรรพสินค้าเพื่อสอบถามข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น และอาจจะดูข้อมูลในเว็บพันทิป เข้าเว็บบอร์ดสอบถามว่ามีใครที่เจอกรณีแบบนี้บ้าง

?

ส่วนกรณีการแจ้งเตือนผ่านเอสเอ็มเอสนั้น เคยได้รับเพียงข้อเดียวคือ เปลี่ยนระบบมาเป็นทรูมูฟอัตโนมัติ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับซิมดับหรือไม่ นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า หากมีซิมดับก็ควรแจ้งให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้าก่อนตัด โดยวิธีโทรมาบอกซึ่งจะดีกว่าการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งเตือน เพราะหากมีข้อสงสัยจะได้สอบถามรายละเอียดได้

?

อาจารย์สิงห์ สิงห์ขจร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์การ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ระบุว่า รับทราบข่าวสารเรื่องซิมดับผ่านทางสื่อมวลชน และเว็บไซต์ และรู้มาก่อนระยะหนึ่งแล้วจากเอสเอ็มเอสที่ได้รับจากโอเปอร์เตอร์? ซึ่งส่วนตัวไม่มีความกังวลมากนักหากซิมดับขึ้นมาจริง เพราะไม่ได้ใช้เป็นเบอร์ติดต่อหลัก แต่กังวลในส่วนของการคิดค่าบริการระหว่างผู้ให้บริการ ว่าจะคิดค่าบริการอย่างไร จะคิดค่าบริการเต็มเดือน แต่ใช้งานจริงแค่ 15 วัน ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้หรือไม่

?

อีกทั้ง ยังมองว่า หากผู้บริโภคไม่รู้เรื่องแล้วซิมดับ ความเสียหายเกิดขึ้นแน่นอนในการสื่อสาร คนทำธุรกิจจะมีความเสียหายในแง่การทำธุรกิจ ส่วนคนทำงานทั่วไปก็จะมีปัญหาในการติดต่อการสื่อสารระหว่างกัน หากมีเรื่องเร่งด่วน

?

“ขอฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กสทช. และโอเปอร์เรเตอร์? ดูแลในการแก้ไขปัญหาให้มีการเปลี่ยนผ่านโดยไม่มีผลกระทบต่อผู้บริโภค เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นผู้บริโภคเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง และการปรับเปลี่ยนนั้นให้มีการตรวจเช็คค่าบริการ ว่าเป็นธรรมต่อผู้บริโภค” อาจารย์ประจำสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ฯ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา กล่าวทิ้งท้าย

?

ขณะที่ วันพรุ่งนี้ (16 ก.ย.) “16 กันยา สตาร์ตมาตรการเยียวยาวันแรก มั่นใจใช้ได้ต่อเนื่องซิมไม่ดับ” เวลา 11.00 น. ณ สำนักงาน กสทช.

?

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ดีแทคโวเปิด ‘ไตรเน็ต’ วันแรกฉลุย การันตี ต.ค.สถานีฐาน3จีครบหมื่น

ดีแทคโวเปิด 'ไตรเน็ต' วันแรกฉลุย การันตี ต.ค.สถานีฐาน3จีครบหมื่น

ดีแทค ไตรเน็ต ประกาศให้บริการ 3จี ผ่าน 3 โครงข่ายอัจฉริยะแล้ว เมื่อ 23 ก.ค. พร้อมเพิ่มแบนด์วิธรองรับการใช้งาน มั่นใจใช้งาน 54 จังหวัดทั่วไทยไร้ปัญหา…

นายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ในการโอนย้ายโครงข่ายให้กับลูกค้าที่ได้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ล่วงหน้ามาแล้วนั้น เราพิจารณาจากคนที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการ และมีอุปกรณ์รองรับในการใช้งานไตรเน็ต (TriNet) โดยลูกค้าที่ได้รับการโอนย้ายจะได้รับข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) แจ้งขั้นตอนการย้ายโครงข่าย เพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์ โดยในส่วนแรก ดีแทค ไตรเน็ต จะทำการโอนย้ายลูกค้าที่แจ้งความประสงค์ลงทะเบียนเข้ามาและไม่ติดเงื่อนไขบริการพิเศษไปยังโครงข่ายใหม่ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคมเป็นต้นไป หากลูกค้ามีความคิดเห็นจากการใช้งาน หรือมีคำแนะนำสามารถโทรแจ้งได้ที่ 1678

นายชัยยศ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จะมีลูกค้าอยู่ในกลุ่มเงื่อนไขบริการพิเศษต่างๆ อาทิ ลูกค้าที่ใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติ, บริการ Multi SIM, Group Bill (Family), ผู้ที่ใช้แอร์การ์ดและแท็บเล็ต ลูกค้าที่ติดในเงื่อนไขเหล่านี้ จะได้รับแจ้งให้ติดต่อที่ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขา โดยหลังจากเปลี่ยนมาใช้ไตรเน็ตแล้ว ลูกค้าจะใช้โปรโมชั่นแบบเดิมเหมือนก่อนการโอนย้าย หรือจะเลือกเปลี่ยนไปใช้โปรโมชั่นใหม่ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ บริการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกค้าเคยได้รับจะยังคงเดิม

นายประเทศ ตันกุรานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย ดีแทค กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ดีแทค และดีแทค ไตรเน็ต มีสถานีฐาน 3จี รวมกันประมาณ 8,000 สถานีฐาน และจะยังคงขยายพัฒนาสถานีฐานต่อไป ซึ่งจะทำให้ในเดือนตุลาคม บริษัทฯ จะมีสถานีฐาน 3จี ทั้งหมดประมาณ 10,000 สถานีฐานทั่วประเทศ

นายประเทศ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานีฐาน 2100 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ของดีแทค ไตรเน็ต ที่เพิ่มขึ้นมา ขณะนี้เปิดให้บริการแล้ว 54 จังหวัด อาทิ กรุงเทพฯ และปริมณฑล และตามภาคอื่นๆ ที่เป็นจังหวัดหลัก และยังรุกขยายไปจังหวัดอื่นอย่างต่อเนื่อง ด้วยไตรเน็ต 3 โครงข่ายอัจฉริยะ จะช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอย่างต่อเนื่องบน 3จี ได้โดยไม่สะดุด.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

การันตี 4จีพร้อมใช้ ทรูเผยปรับราคาแพ็กเกจรอตั้งแต่ต้นปี

การันตี 4จีพร้อมใช้ ทรูเผยปรับราคาแพ็กเกจรอตั้งแต่ต้นปี

ทรูเผยพร้อมรับลูกค้าเข้าระบบ 4จี เลือกใช้ได้ทั้ง 3จี 2100 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 4จี มั่นใจราคาแพ็กเกจเป็นไปตามเงื่อนไข กสทช. …

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้งาน 4จี (แอลทีอี) หรือ 3จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ของกลุ่มทรู สามารถใช้งานได้ทันที โดยแจ้งความต้องการผ่านพนักงานที่ทรูช็อปในพื้นที่กรุงเทพฯ และอีก 15 จังหวัดที่เปิดให้บริการในครั้งนี้ ซึ่งได้เตรียมความพร้อมพนักงานไว้เต็มที่แล้ว ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถเลือกแพ็กเกจที่ต้องการใช้งานได้ทันที โดยแพ็กเกจ 4จี นั้นจะเริ่มต้นที่ราคา 699 บาท ส่วนแพ็กเกจ 3จี 2100 เมกะเฮิรตซ์นั้นใช้แพ็กเกจเดียวกับแพ็กเกจ 3จี 850 เมกะเฮิรตซ์ในปัจจุบัน

?ราคาแพ็กเกจในปัจจุบันของเราก็มีการปรับลดลงตั้งแต่ต้นปี ซึ่งมั่นใจว่าสอดคล้องและเป็นไปตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ต้องการให้ปรับลดอัตราค่าบริการลงไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งบริษัทปรับลดราคาไปตามกลไกตลาดอยู่แล้ว โดยสามารถเปรียบเทียบกับแพ็กเกจเมื่อช่วงปลายปี 2555 จะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนทุกแพ็กเกจ? นายอติรุฒม์ กล่าว

กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวอีกว่า เรื่องการทำความเข้าใจกับลูกค้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนซิมการ์ดใหม่เมื่อสมัครใช้บริการ 4จี นั้นถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ประกอบกับมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพิ่มขึ้น อาทิ การรองรับความเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น การรักษาความปลอดภัยซิมการ์ดและข้อมูลของลูกค้า และการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นมาตรฐานในอนาคต ทำให้ลูกค้าเดิมของทรูมูฟและทรูมูฟเอชที่ต้องการใช้งาน 4จี จำเป็นต้องเปลี่ยนซิมการ์ดใหม่ แต่ลูกค้าใหม่สามารถสมัครใช้บริการและรับซิมการ์ดใหม่ได้ทันที แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานเทคโนโลยี 4จี หรือแอลทีอี ด้วย

นายอติรุฒม์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันลูกค้าทรูมูฟ เอช ก็สามารถใช้งาน 3จี ได้โดยไม่ต้องรอ เพราะเรามี 3จี บนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ พร้อมให้บริการอยู่แล้วทั่วประเทศ แต่เรายังคงเดินหน้าขยายสถานีฐาน 3จี โดยตั้งเป้าสถานีฐาน 4จี เป็น 2,000 สถานีให้ได้ภายในสิ้นปีนี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,