เปิดตัว ?อินเทล คอร์ เอ็ม? โปรเซสเซอร์สำหรับอุปกรณ์ทูอินวัน

เปิดตัว ?อินเทล คอร์  เอ็ม?  โปรเซสเซอร์สำหรับอุปกรณ์ทูอินวัน

อินเทลเปิดตัว ?อินเทล คอร์ เอ็ม? โปรเซสเซอร์สำหรับอุปกรณ์ทูอินวัน รุ่นแรกที่ทำให้อุปกรณ์บางเฉียบแบบไม่ต้องใช้พัดลม แต่ประสิทธิภาพเทียบเท่าพีซี

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

อินเทลชี้ซีพียู ‘คอร์ เจน4′ แรงกว่าพีซีรุ่น4ปีก่อนถึง2เท่า

อินเทล เปิดตัว อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ซีพียูที่มีซิสเต็มออนชิพ รุ่นแรกสำหรับพีซี กระตุ้นให้เกิดอุปกรณ์พีซีที่มีดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่ เด่นที่ช่วยให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 50% โดยเทียบกับเครื่องในรุ่นใกล้เคียงกันที่ใช้มา 4 ปี เครื่องเร็วกว่าเดิมประมาณ 2 เท่า…

บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์ตระกูล อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 4 เพื่อฉีกรูปแบบการประมวลผลคอมพิวเตอร์จากเดิมโดยสิ้นเชิง ไปสู่รูปแบบใหม่ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด และตรงกับความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งานแต่ละคน ความจุของแบตเตอรี่ที่อัดแน่นจนใช้ได้นานเป็นพิเศษ ระบบกราฟิกที่ทันสมัยที่สุด และรูปแบบการใช้งานของอุปกรณ์ใหม่ๆ อาทิ อุปกรณ์ทูอินวัน แท็บเล็ต อุปกรณ์ออลอินวันแบบพกพาที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ตลอดจนอุปกรณ์เชิงธุรกิจซึ่งมีคุณสมบัติด้านบริหารจัดการที่มาพร้อมเทคโนโลยี อินเทล วีโปร เป็นต้น

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ทำให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพสูงในระดับก้าวกระโดด ที่เป็นระดับที่สูงที่สุดเท่าที่อินเทลเคยทำไว้ ระบบกราฟิกที่ดีขึ้นกว่าเดิมสองเท่า และเป็นซีพียูที่ได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมมากเพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานใหม่ๆ ได้อย่างน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย? การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้ตลาดอุปกรณ์รูปแบบใหม่อย่างทูอินวันได้รับความนิยมเร็วขึ้น เพราะอุปกรณ์ดังกล่าวจะรวมคุณสมบัติที่โดดเด่นของทั้งโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตเข้าไว้ด้วยกัน

กก.ผจก.บริษัทอินเทลฯ กล่าวต่อว่า ปีนี้จึงน่าจะเป็นปีที่ดีที่สุดที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ทูอินวัน แบบใหม่ แทนแท็บเล็ตหรือพีซีรุ่นเก่า เพราะ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูงในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองต่อคำสั่ง ระบบรักษาความปลอดภัย และสมรรถนะ และโปรเซสเซอร์รุ่นนี้เป็นชิพรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่ออัลตร้าบุ๊กโดยเฉพาะ นับตั้งแต่ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีครั้งสำคัญ คือ อินเทล เซนทรีโน เป็นต้นมา การเปิดตัว อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 จะเป็นการผสานรวมประสิทธิภาพสูงสุดของพีซีเข้ากับความคล่องตัวของแท็บเล็ต ท่ี่จะนำไปสู่การกระตุ้นให้อุปกรณ์รูปแบบใหม่อย่างทูอินวันเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ทั้งการออกแบบของเครื่องบางและเบาขึ้น ร้อนน้อยลง เงียบลง และไม่ต้องใช้พัดลมในเครื่องอีกต่อไป

นายเอกรัศมิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ยังช่วยกระตุ้นให้มีการออกแบบอุปกรณ์แนวใหม่ๆ มากขึ้น เช่น พีซีออลอินวันที่ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้น ซึ่งเป็นการนำเอารูปแบบการใช้งานที่คล่องตัว มาใช้กับอุปกรณ์ออลอินวันที่มีอัตราการเติบโตในตลาดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่อินเทลสามารถลดอัตราการใช้พลังงานในระดับซีพียูได้เกินกว่าระดับที่เคยตั้งไว้ โดยเหลือเพียงแค่ 6 วัตต์เท่านั้น แต่ยังคงรักษาระบบการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีขั้นตอนการผลิตแบบ 22 นาโนเมตร จึงทำให้มีประสิทธิภาพของการใช้งานแบตเตอรี่ดีขึ้น 15% เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้านี้ และดีขึ้น 50% ในกรณีที่เครื่องกำลังทำงาน เช่น ขณะชมภาพยนตร์ หรือท่องอินเทอร์เน็ต และดีขึ้นสองถึง 3 เท่าเมื่ออยู่ในโหมดสแตน ด์บาย สำหรับอุปกรณ์บางรุ่นที่จะเริ่มจำหน่ายในปีนี้ โดยการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง จะทำให้แบตเตอรี่ใช้ได้นานกว่า 9 ชั่วโมงเมื่ออยู่ในโหมดทำงาน และใช้ได้นาน 10-13 วันเมื่ออยู่ในโหมดสแตนด์บาย โดยที่เครื่องจะยังคงมีการรับข้อมูลตลอดเวลาได้ตามปกติ

กก.ผจก.บริษัทอินเทลฯ กล่าวด้วยว่า อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ถือเป็นโปรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับตลาดระดับเมนสตรีมในปัจจุบัน และมีระบบกราฟิกที่ดีกว่าเดิมอีกด้วย เมื่อเทียบกับเครื่องในรุ่นใกล้เคียงกันที่ใช้มานานกว่า 4 ปี ผู้ใช้จะรู้สึกได้ทันทีว่าการทำงานของเครื่องเร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า เครื่องกลับสู่โหมดพร้อมใช้งานได้เร็วกว่าเดิม 8 เท่า สามารถแก้ไขและแชร์วิดีโอระบบไฮเดฟินิชั่นได้เร็วขึ้นประมาณ 20 เท่า โดยอินเทลยังพัฒนาระบบกราฟฟิกให้มีขีดความสามารถกว้างขึ้นในระดับเอสโอซี เพื่อรองรับการแสดงผลกราฟิกที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิม โดยที่ตัวอุปกรณ์ยังคงบางและเบา ด้วยกราฟิก อินเทล ไอริส (Intel Iris) จะมีอยู่ใน อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 4 บางรุ่น เทคโนโลยีนี้จะทำให้ประสิทธิภาพของกราฟิก 3 มิติเหนือกว่าเดิม 2 เท่า เมื่อเทียบกับกราฟิก อินเทล ไฮเดฟินิชั่นรุ่นที่เร็วที่สุดในปัจจุบันของอุปกรณ์พกพา ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องซื้อกราฟิกการ์ดเพิ่มอีกต่อไป.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

อินเทล เปิดตัวโปรเซสเซอร์ใหม่ ‘คอร์ เจน 4′ หนุนอัลตร้าบุ๊ก-ทูอินวัน

อินเทล เปิดตัว อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 เพื่อรองรับความแรงของกระแส อัลตร้าบุ๊ก รุ่นใหม่และอุปกรณ์ ทูอินวัน ที่ทำงานได้ดีเยี่ยมเหมือนพีซี และใช้งานได้คล่องตัวเหมือนแท็บเล็ตในงานคอมพิวเท็กซ์ กรุงไทเป ไต้หวัน…

ที่งานคอมพิวเท็กซ์ กรุงไทเป ไต้หวัน นายทอม คิลรอย รองประธานบริหารของอินเทล กล่าวถึงอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ว่า อินเทลมีงานออกแบบอุปกรณ์ทูอินวัน หรือ ที่ทำงานได้ดีเยี่ยมเหมือนพีซี และใช้งานได้คล่องตัวเหมือนแท็บเล็ต แบบต่างๆ รวมกว่า 50 แบบ ครอบคลุมหลายระดับราคา รวมถึงอัลตร้าบุ๊กทูอินวันระดับพรีเมี่ยมที่ใช้ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ และดีไซน์อื่นๆ ที่ใช้โปรเซสเซอร์หลายรุ่นแตกต่างกันไป ที่จะทยอยเปิดตัวในอนาคต โดยใช้โครงสร้างไมโครอาร์คิเทคเจอร์ ?ซิลเวอร์มอนท์? แบบ 22 นาโนเมตร ของอินเทลในการผลิต และ อินเทล ได้เปิดตัว อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อใช้กับอัลตร้าบุ๊กโดยเฉพาะ รวมทั้งใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการประมวลผลแบบทูอินวันในยุคถัดจากนี้ด้วย? ครั้งนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของเรา สำหรับการพัฒนา คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่รวมประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของพีซีเข้ากับการพกพาได้อย่างแท็บเล็ตในอุปกรณ์ชิ้นเดียว โดยโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่เหล่านี้จะทำให้ดีไซน์ของอุปกรณ์ ทูอินวันมีความน่าสนใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา

รองประธานบริหารของอินเทล กล่าวถึงความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นของแพลตฟอร์มอัลตร้า-โมบิลิตี้ ว่า ซีพียู ควอดคอร์ โปรเซสเซอร์ แบบ 22 นาโนเมตร เจนเนอเรชั่นใหม่ และอินเทล อะตอม ซิสเต็มส์ออนชิป (เอสโอซี หรือชื่อรหัส ?เบย์เทรล-ที? / Bay Trail-T) ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับแท็บเล็ตจะเริ่มจำหน่ายภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งรวมถึงโซลูชั่นมัลติโหมด 4G LTE รุ่นใหม่ของอินเทล และ อะตอม เอสโอซี 22? นาโนเมตร เจนเนอเรชั่นใหม่ (ชื่อรหัส ?เมอร์ริฟิลด์?) สำหรับสมาร์ทโฟนด้วย การเปิดตัวอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ ครั้งนี้ รวมถึง อะตอม เอสโอซี สำหรับแท็บเล็ตเจนเนอเรชั่นใหม่ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 22 นาโนเมตร สะท้อนถึงความก้าวหน้าของสถาปัตยกรรมอินเทล ที่ทำให้การพัฒนานวัตกรรมรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับประสบการณ์ใหม่ๆ และการใช้งานอุปกรณ์พกพาที่ดีที่สุดที่จะออกสู่ตลาดในปีนี้

สำหรับ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 มีเป้าหมายอยู่ที่ตลาดอัลตร้าบุ๊กเป็นอันดับแรก และใช้ไมโครอาร์คิเทคเจอร์ ?แฮสเวล? ขนาด 22 นาโนเมตร โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่จึงช่วยยืดอายุการใช้แบตเตอรี่ ขณะทำงานได้ดีขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขของประสิทธิภาพที่ดีที่สุดที่ได้รับเมื่อเทียบกันระหว่างรุ่นต่อรุ่น หรือเทียบเท่ากับการใช้งานแบตเตอรี่ในขณะทำงานจริงที่ใช้ได้นานกว่า 9 ชั่วโมง 1 สำหรับอัลตร้าบุ๊กบางรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่รุ่นใหม่ดังกล่าว โดยคอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่ล่าสุดของอินเทล คือ ชิปแบบเอสโอซีรุ่นแรกสำหรับพีซีที่มีประสิทธิภาพในระดับยอดเยี่ยม รองรับการทำงานของอุปกรณ์รุ่นใหม่ อาทิ อัลตร้าบุ๊ก อุปกรณ์ทูอินวัน และงานออกแบบเครื่องออลอินวันแบบพกพา ปัจจุบัน ระบบที่ใช้ คอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่ เวอร์ชั่นควอดคอร์ เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ในขณะที่เวอร์ชั่นอื่นๆ จะทยอยออกสู่ตลาดตามมา

อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ยังมีคุณสมบัติด้านกราฟฟิกในตัวซึ่งให้ประสิทธิภาพในระดับที่ยอดเยี่ยมหรือมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมสองเท่าเมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่นก่อนหน้านี้ 2? ระบบกราฟฟิกรุ่นใหม่ซึ่งมีชื่อว่า อินเทล ไอริส (Intel Iris graphics) จะมีอยู่ใน อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ บางรุ่น โดยจะทำให้อัลตร้าบุ๊กและโมบายล์พีซีบางรุ่นมีระบบแสดงผลที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิม โดยอัลตร้าบุ๊กที่ใช้ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 จะให้ประสิทธิภาพอย่างที่ผู้ใช้คาดหวังว่าจะได้รับจากพีซี พร้อมกับความคล่องตัวและการตอบสนองที่รวดเร็วจากแท็บเล็ต จนกลายเป็นอุปกรณ์ ทูอินวันระดับพรีเมียมที่คล่องตัวมากที่สุด ในขณะที่การใช้ระบบจอสัมผัสและคีย์บอร์ดจะเป็นที่นิยม และยังทำงานสอดคล้องกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ อย่างเต็มที่อีกด้วย ผู้ใช้จึงสามารถใช้อุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวทั้งสำหรับการทำงานและเพื่อความเพลิดเพลินในยามว่าง

ภายในงานคอมพิวเท็กซ์ นายคิลรอย ยังแสดงความก้าวหน้าในการนำระบบจำแนกอากัปกิริยาของมนุษย์มาใช้กับอุปกรณ์ทูอินวันและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ซีพียูอินเทลผ่านระบบสัมผัส ระบบจำแนกเสียงและใบหน้า รวมทั้งเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วย การทำงานดังกล่าวเรียกว่า ระบบ perceptual computing ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพ ในการประมวลผลของอินเทล เพื่อโต้ตอบกับอุปกรณ์โดยใช้วิธีการที่เป็นธรรมชาติ เรียนรู้ได้โดยง่าย และครอบคลุมทุกประสาทสัมผัส โดยได้สาธิตระบบโต้ตอบโดยใช้คำสั่งเสียง ท่าทางระยะใกล้ และระบบสัมผัสผ่านระบบ ?ดวงตา? ของอัลตร้าบุ๊กทูอินวันที่ใช้ อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่มีกล้อง Creative Senz3D ติดตั้งเอาไว้ โดยกล้องรุ่นนี้จะมีวางเริ่มจำหน่ายในไตรมาสถัดไป เมื่อถูกถามถึงแผนในอนาคต คิลรอย กล่าวว่า “อินเทลกำลังพัฒนากล้องความลึก 3-D เพื่อใช้กับอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีอินเทลในอนาคต โดยจะเริ่มจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557″

ในส่วนของไมโครอาร์คิเทคเจอร์ ซิลเวอร์มอนท์ ที่มีประสิทธิภาพสูง และใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 22 นาโนเมตร ช่วยให้อินเทลสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนได้อย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สำหรับแท็บเล็ตรุ่นที่จะวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2556 ที่ใช้ควอดคอร์ อะตอม เอสโอซี (?Bay Trail-T?) 22 นาโนเมตร รุ่นใหม่ของอินเทล จะมีการแสดงผลกราฟฟิกที่ดีกว่าเดิมและมีซีพียูที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน นอกจากนั้น แท็บเล็ตเหล่านี้ยังจะมีดีไซน์ที่เพรียวบาง พร้อมทั้งมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ขณะสแตนด์บาย หรือ ขณะทำงานที่นานถึง 8 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น 2 รวมทั้งรองรับการทำงานของแอนดรอยด์ และวินโดวส์ 8.1 อีกด้วย

นอกจากนี้ คิลรอยยังสาธิตโซลูชั่นมัลติโหมด Intel?s 4G LTE ร่วมกับควอดคอร์ อะตอม เอสโอซี? 22 นาโนเมตร รุ่นใหม่ ที่มีอยู่ในแท็บเล็ตเป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยที่ Intel XMM 7160 คือโซลูชั่น LTE? มัลติโหมด-มัลติแบนด์ขนาดเล็กที่สุดในโลก 4 และกินไฟน้อยที่สุดในโลก ซึ่งสามารถรองรับการเชื่อมต่อสัญญาณ LTE ได้ทั่วโลกโดยใช้ SKU เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น โดยปัจจุบันมีโทรศัพท์ที่ใช้โปรเซสเซอร์ของอินเทลวางจำหน่ายแล้วมากกว่า 30 ประเทศ

รองประธานบริหารของอินเทล ได้นำเอาแพลตฟอร์มดีไซน์ต้นแบบของสมาร์ทโฟนที่พัฒนาด้วย ?เมอร์ริฟิลด์? มาแสดงเป็นครั้งแรก แพลตฟอร์มนี้คืออะตอม เอสโอซี ขนาด 22 นาโนเมตร รุ่นใหม่ของอินเทลสำหรับสมาร์ทโฟนที่ให้ประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยมีเซ็นเซอร์ฮับในตัวเพื่อออกแบบการบริการ ที่เป็นส่วนตัว รวมทั้งคุณสมบัติการเชื่อมต่อข้อมูล อุปกรณ์ และการปกป้องความส่วนตัวด้วย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

อินเทล คอร์ เจน3 โพรเซสเซอร์22นาโนเมตร เล็กลงแรง2เท่า

อินเทล คอร์ เจน3 โพรเซสเซอร์22นาโนเมตร เล็กลงแรง2เท่า

เปิดตัวแล้ว อินเทล คอร์ โพรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 กับควอด คอร์ 22 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก เพิ่มประสิทธิภาพแรง 2 เท่า ทั้งไฮเดฟฟินิชั่น และ 3มิติ ให้กับเครื่องเดสก์ท็อป อัลตร้าบุ๊กแบบต่างๆ และ แพลตฟอร์มแบบออล-อิน-วัน พีซีสำหรับธุรกิจ…

เมื่อเร็วๆ นี้ วันนี้ อินเทล คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวชิป อินเทล คอร์ โพรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ที่นับเป็นเจนเนอเรชั่น 3 ตระกูลควอดคอร์ ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลสำหรับคอเกม ผู้ที่ทำงานด้านสื่อ และผู้ใช้งานทั่วไป โพรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้เป็นชิปรุ่นแรกของโลกที่นำเทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ 3 มิติ แบบTri-Gate ที่ใช้กระบวนการผลิตแบบ 22? นาโนเมตรมาใช้ และพร้อมวางจำหน่ายในเดสก์ท็อป และแล็ปท็อประดับไฮเอนด์แบบออล-อิน-วัน ภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยหรู และบางเฉียบแล้ว นอกจากนี้โพรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับกราฟิกแบบ 3 มิติ และมีเดียในระบบไฮเดฟินิชั่นได้มากถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับชิปเจนเนอเรชั่นอื่นของอินเทลที่ผ่านมา

ผลที่ได้คือประสบการณ์ในการรับชมภาพอันเหนือชั้น เพื่อรองรับการทำงานต่างๆ ที่ต้องการใช้บนพีซี ตั้งแต่การสร้างและตัดต่อวิดีโอและภาพ การเล่นอินเทอร์เน็ต การชมภาพยนตร์คุณภาพระดับไฮเดฟฟินิชั่น หรือเล่นเกมต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว คมชัดและเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น? นอกจากนี้โพรเซสเซอร์รุ่นใหม่ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำของอินเทลในด้านประสิทธิภาพ โดยสามารถพัฒนาการประมวลของไมโครโพรเซสเซอร์มากถึงร้อยละ 20 ไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเร่งความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลจากชิป โดยไม่กี่เดือนหลังจากนี้ อินเทลเตรียมแผนเปิดตัว อินเทล คอร์ โพรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 เพิ่มเติมสำหรับการคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ ตั้งแต่อุปกรณ์อัลตร้าบุ๊ก เซิร์ฟเวอร์ และระบบอัจฉริยะแห่งการประมวลผลสำหรับร้านค้าปลีก สถานพยาบาล และอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกด้วย

อินเทล คอร์ โพรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 มาพร้อมกับ Intel HD Graphics 4000 ที่เสริมประสิทธิภาพในการรับชมกราฟิกแบบ 3 มิติได้ดียิ่งขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับโพรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นเดิม โดยผู้ใช้จะเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมมากกว่าเดิมด้วยรายละเอียดความคมชัดที่สูงขึ้น โดย Intel HD Graphics 4000 สนับสนุนระบบปฏิบัติการของ Microsoft* DirectX 11, OpenGL 3.1 และ OpenCL 1.1

แพลตฟอร์มที่ใช้โพรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ยังช่วยหนุนการส่งผ่านข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย USB 3.0 ที่รวมอยู่ใน Platform Controller Hub (PCH) ของซีรี่ส์ 7 และ PCI Express 3.0 ในตัวโพรเซสเซอร์ เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลเข้าและออกในเจนเนอเรชั่นถัดไปจะมาพร้อมกับช่องทางลำเลียงข้อมูลขนาดใหญ่ขึ้นไปยังแพลตฟอร์มเพื่อให้ข้อมูลไหลผ่านไปได้อย่างต่อเนื่อง และผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์พีซีอย่างไม่ติดขัด

ประสบการณ์ในการรับชมภาพที่ดีนั้นไม่ได้หมายถึงการเล่นเกมเพียงอย่างเดียว เท่านั้น แต่ปัจจุบันวิดีโอออนไลน์ถูกอัพโหลดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก และคาดการณ์ว่าจะมากถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณข้อมูลที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต ทั้งหมดของปีนี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้วิดีโอสนุกคือความสามารถในการแปลงไฟล์เพื่อแชร์บนช่องทางออนไลน์กับเพื่อนฝูงและครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยี Intel Quick Sync Video 2.0 ที่ฝังอยู่ในโพรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้ ผู้ใช้งานสามารถแปลงไฟล์วิดีโอได้เร็วขึ้นเป็นสองเท่าตัวเมื่อเทียบกับ โพรเซสเซอร์ตัวเดิมในปีที่ผ่านมา และเร็วกว่าพีซีธรรมดาที่มีอายุการใช้งานเพียง 3 ปีถึง 23 เท่า

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อินเทล คอร์ โพรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อสร้างประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น โดยวิศวกรของอินเทลได้ทำงานเกินกว่าที่เราคาดหมาย โดยเขาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สำหรับมีเดียและกราฟิกได้มากขึ้นเป็น 2 เท่าให้แก่โพรเซสเซอร์ที่ดีที่สุดที่เราเคยมีมา โดยหมายความว่าประสบการณ์ในการรับชมภาพอันเหนือชั้นได้มาถึงแล้วสำหรับ ออล-อิน-วัน พีซี และอัลตร้าบุ๊กชนิดต่างๆ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากการผสานความเป็นผู้นำของอินเทล ในกระบวนการผลิตและสถาปัตยกรรมโพรเซสเซอร์ กับความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของอินเทล ในการผลักดันนวัตกรรมการประมวลผลให้ล้ำหน้าไปอีกขั้น

กก.ผจก.บ.อินเทลฯ กล่าวต่อว่า ประสิทธิภาพที่ได้จากโพรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้ เกิดขึ้นจากโครงสร้าง 3 มิติอันล้ำสมัยจากอินเทล ทรานซิสเตอร์ ซึ่งปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์อื่นใช้ทรานซิสเตอร์ 2 มิติแบบเก่าเท่านั้น ดังนั้นการผนวกมิติที่ 3 ให้กับทรานซิสเตอร์จึงช่วยเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ และเพิ่มความสามารถที่จะเข้าไปเพิ่มเติมอยู่ในทุกๆ ตารางมิลลิเมตรของโพรเซสเซอร์รุ่นนี้ ทรานซิสเตอร์รุ่นใหม่ที่อินเทลได้รังสรรค์ขึ้นนี้เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นและอัตราการใช้พลังงานที่ลดลง ซึ่งนับเป็นการสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้อย่างยั่งยืนและพิสูจน์ว่ากฎของมัวร์ยังคงเป็นจริงต่อไปในปีต่อๆ ไปที่กำลังจะมาถึง

นายเอกรัศมิ์ กล่าวอีกว่า วิศวกรของอินเทลได้ปรับรูปแบบสถาปัตยกรรมของชิป อินเทล คอร์ โพรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 เพื่อพัฒนาประสบการณ์ในการรับชมภาพทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของชิปในขณะที่ลดขนาดของทรานซิสเตอร์ลงแสดงถึงการเร่งกฎแห่งเวลาของโมเดล ?ทิค-ทอค? (tick-tock model) ที่ผ่านมาอินเทลให้ความสำคัญกับการยึดตามเงื่อนไขเวลาตามรูปแบบ ?ทิค-ทอค? โดย ?ทิค? หมายถึงปีที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกระบวนการผลิตชิป ในขณะที่ ?ทอค? หมายถึงปีที่อินเทลจะพัฒนาสถาปัตยกรรมของชิป แต่ครั้งนี้ อินเทลสามารถเร่งแผนพัฒนาและปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของชิป ที่เกิดขึ้นพร้อมกับกระบวนการผลิตให้เกิดขึ้นภายในปีเดียวกันได้ เนื่องจากอินเทลเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่นำการผลิตแบบครบวงจร หรือ Integrated Device Manufacturing มาใช้ในในการออกแบบและผลิตชิป

นายเกบ นิวเวล ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ Valve Software ผู้นำด้านการให้บริการเกมออนไลน์ กล่าวว่า ประสิทธิภาพของกราฟิกแบบ 3 มิติ ในชิป อินเทล คอร์ โพรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 บ่งบอกถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ คอเกมจะมันอย่างสุดๆ ไปกับเกม DOTA 2 ที่กำลังจะเปิดตัวบน Intel HD Graphics 4000 อย่างแน่นอน

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,