?อีเอ็มซี? ซื้อ 3 บริษัทเพิ่มขีดความสามารถด้านคลาวด์

?อีเอ็มซี? ซื้อ 3 บริษัทเพิ่มขีดความสามารถด้านคลาวด์

อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น ประกาศ ซื้อกิจการ 3 บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีคลาวด์ เผยจะช่วยทำให้เพิ่มขีดความสามารถด้านคลาวด์ และนำเสนอทางเลือกและความคล่องตัวในการใช้งานระบบไฮบริดคลาวด์ให้กับลูกค้า

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

ซัมซุงแรงโปรโมชันกาแลคซี่ ?ซื้อ 1 ฟรี 1?

ซัมซุงแรงโปรโมชันกาแลคซี่ ?ซื้อ 1 ฟรี 1?

จัดโปรโมชั่นแบบเทกระจาด ซื้อ 1 ฟรี 1 ในกลุ่มสินค้ากาแล็คซี่ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตรุ่นยอดนิยม

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

กสท.เคาะราคาคูปอง690บาท ซื้อ Set Top Box

กสท.เคาะราคาคูปอง690บาท ซื้อ Set Top Box

ประชาชน 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ จะได้รับแจกคูปองมูลค่า 690 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดซื้อโทรทัศน์ดิจิตอลเครื่องใหม่ และเซตท็อปบ็อกซ์เพื่อดูทีวีดิจิตอลได้แล้ว ขณะที่ กสทช. พร้อมประกาศเกณฑ์ครองสิทธิ์ข้ามสื่อพฤษภาคมนี้…

นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า ได้สรุปราคาคูปองสนับสนุนการซื้ออุปกรณ์รับชมสัญญาณทีวีดิจิตอล หรือ เซตท็อปบ็อกซ์ (Set-Top-Box) ที่ 690 บาท เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นส่วนลดซื้อทีวีดิจิตอล แม้การประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอลประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่อง จะมีมูลค่ารวม 5 หมื่นกว่าล้านบาท

กรรมการ กสท. ระบุว่า ราคาประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าจะต้องเพิ่มราคาคูปอง แม้ว่าจะมีกระแสข่าวว่า ราคาคูปองจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาเดิมคำนวณจากราคาตั้งต้นประมูล ตามหลักเศรษฐศาสตร์ และตามหลักของกลไกตลาด ผู้ประกอบการจะลดราคาเซตท็อปบ็อกซ์เพื่อจูงใจผู้ซื้ออยู่แล้ว ซึ่งราคาต่ำสุดอยู่ที่ 700 บาท สูงสุด 1,000-2,000 บาท นอกจากนี้ จะเร่งสรุปแนวทางการแจกคูปองว่าจะเริ่มช่วงใด หลังจากการออกอากาศทีวีดิจิตอลเริ่มอย่างเป็นทางการเดือนเมษายน และเริ่มเต็มรูปแบบทั้ง 24 ช่อง ในเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ กสท. เตรียมออกหลักเกณฑ์กำกับดูแลการครองสิทธิ์ข้ามสื่อ ให้ได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยกำหนดสัดส่วนฐานผู้รับข่าวสารต้องไม่เกินประเภทละ ร้อยละ30 ใน 2 กิจการ และไม่เกินร้อยละ 20 ใน 3 กิจการ คือ โทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ โดย กสท. จะควบคุมเฉพาะโทรทัศน์และวิทยุที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่เท่านั้น

ร่างประกาศเรื่องนี้ คือ หลักเกณฑ์การพิจารณากำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดที่เกี่ยวข้องในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และมาตรการเฉพาะ เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิด ความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน พ.ศ. ….ผ่านการรับฟังความเห็นกลุ่มย่อยแล้ว 2 ครั้ง และจะเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ หรือประชาพิจารณ์อีกครั้ง.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

กูเกิลทุ่ม 400 ล้านเหรียญ ซื้อ ‘DeepMind’ สตาร์ทอัพด้านAI

กูเกิลทุ่ม 400 ล้านเหรียญ ซื้อ 'DeepMind' สตาร์ทอัพด้านAI

กูเกิลซุ่มเงียบย่องซื้อ DeepMind บริษัทสตาร์ทอัพผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยจำนวนเงินถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หวังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของระบบประสาทการเรียนรู้…

เว็บไซต์ mashable อ้างรายงานของ Recode ที่ระบุว่า กูเกิลเข้าซื้อปัญญาประดิษฐ์จาก DeepMind บริษัทสตาร์ทอัพ ผู้คิดค้นนวัตกรรมการเรียนรู้ และระบบประสาทที่มีประสิทธิภาพ โดยทางกูเกิลยอมรับว่าซื้อจริง แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ โดยทางกูเกิลได้ซื้อไปในมูลค่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเมื่อเข้าไปหน้าแรกของเว็บไซต์ DeepMind มีเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจที่สร้างมาเพื่อการเรียนรู้สำหรับจำลอง อีคอมเมิร์ซ และเกมในโปรไฟล์บนลิงก์อิน

สำหรับบริษัทดังกล่าว ก่อตั้งมาแล้ว 3 ปี โดยแหล่งที่มาระบุว่า ผู้ก่อตั้งกองทุนนั้นเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ใน DeepMind พร้อมกับ Horizons Ventures ,Skype และ Kazaa มีนักพัฒนาอย่าง แจนน์ ทาลลิน เป็นผู้ลงทุน และผู้ให้คำแนะนำ (แต่ไม่ใช่ผู้ก่อตั้ง) นักพัฒนา AI (ปัญญาประดิษฐ์) อื่นๆ ของกูเกิล ซึ่งมีทั้ง เจฟฟ์ ดีน และแอนนา แพทเทอสัน อีกทั้งทางบริษัทยังได้จ้างเจฟฟรีย์ ฮินตัน เป็นพนักงาน Part-time อีกด้วย

ในรายงานข่าวยังระบุต่อว่า DeepMind อาจจะไม่ได้ถือครองเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์นี้แล้ว แต่ยังถือว่าเป็นบริษัทที่น่ากลัว เนื่องจากมีแผนจะใช้ทีมงานที่มีอยู่อย่างน้อย 50 คน และใช้เงินลงทุนสำหรับความปลอดภัยอีก 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังมีผู้ให้คำนิยามกับ DeepMind ว่าเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งมีเป้าหมายไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ที่แข็งแกร่ง และอาจจะทำให้สำเร็จอย่าง กูเกิล เฟซบุ๊ก และ Baidu (ไป่ตู้)

โดยข่าวหลายแหล่งที่มาระบุว่า บริษัทนี้ได้กำลังสร้างวิธีการสำหรับ AI ที่หลากหลายขึ้น และจะนำมันมาประยุกต์ใช้กับสินค้า รวมถึงระบบอีคอมเมิร์ซ.

ที่มา? : recode

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

โซนี่ แย้มโปรแรกคอมมาร์ตกลางปี ซื้อ ‘Vaio’ แถมบัตรคอนเสิร์ต

โซนี่ แย้มโปรแรกคอมมาร์ตกลางปี ซื้อ 'Vaio' แถมบัตรคอนเสิร์ต

โซนี่ ไทย ชูประสบการณ์บันเทิง ฉีกแนวค่ายไอทีอื่น ผนึกกำลังไมโครซอฟท์ และโซนี่ มิวสิค จัด “VAIO Closer To You Concert” แจกบัตรชมคอนเสิร์ต 3 ศิลปิน ตู่, เบน, แสตมป์…

โซนี่ ไทย ผนึกกำลัง ไมโครซอฟท์ และ โซนี่ มิวสิค จัดกิจกรรม “ไวโอ้ โคลสเซอร์ ทูยู คอนเสิร์ต” (VAIO Closer To You Concert) มอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าที่ซื้อโน้ตบุ๊ก VAIO ทุกรุ่น?ภายในงาน Commart Next Gen Thailand 2012 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7-10 มิ.ย. 2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์?เพียงลงทะเบียนภายในงานดังกล่าว ก็สามารถรับสิทธิ์ชมคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิดกับ 3 ศิลปิน ตู่-ภพธร , เบน-ชลาทิศ?และ แสตมป์-อภิวัชร์ รวมกว่า 1,500 ที่นั่ง ในวันที่ 22 ก.ค.2555

นายภิญโญ?สงวนเศรษฐกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า ไม่เพียงแต่การพัฒนาเทคโนโลยีและตอบรับความต้องการของผู้บริโภค บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ใหม่แก่ผู้บริโภค การจัดงานไวโอ้ โคลสเซอร์ ทูยู คอนเสิร์ต ถือเป็นการตอกย้ำความพร้อมของบริษัทในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิง ควบคู่การมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพแก่ผู้บริโภค ขณะที่การผนึกกำลังกับโซนี่ มิวสิค และไมโครซอฟท์ ก็เป็นการนำจุดแข็งและความโดดเด่นของแต่ละธุรกิจมาผสานและสร้างสรรค์กิจกรรมรูปแบบใหม่แก่ผู้บริโภคด้วย

นายมานพ มณีชวขจร ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มผู้บริโภค บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความยินดีที่ได้ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ในครั้งนี้ อยากเชิญชวนผู้ที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กให้มาซื้อผลิตภัณฑ์ VAIO ในงานคอมมาร์ต เพราะนอกจากผลิตภัณฑ์ที่ดี ซึ่งมีซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์ ยังได้มาร่วมงานคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นเพื่อลูกค้า VAIO โดยเฉพาะอีกด้วย

นางภัทรา บุศราวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โซนี่ มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความคาดหวังให้การเติบโตของเทคโนโลยี สามารถควบคู่กับตลาดเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบต่อไป ความร่วมมือระหว่าง 3 พันธมิตรในครั้งนี้ ถือเป็นการผสมผสานมิวสิคไลฟ์สไตล์เข้ากับคอนซูเมอร์โปรดักส์ประเภทไอทีได้อย่างลงตัว.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

ชี้ดีล LinkedIn ซื้อ SlideShare ช่วยเสริมมูลค่าเพิ่มจับลูกค้าคนทำงาน

ชี้ดีล LinkedIn ซื้อ SlideShare ช่วยเสริมมูลค่าเพิ่มจับลูกค้าคนทำงาน

ฟรอสต์ฯ เผยบทวิเคราะห์กรณี เครือข่ายสังคมสำหรับคนทำงาน LinkedIn เข้าซื้อเว็บไซต์ SlideShare มูลค่ารวม 119 ล้านดอลลาร์ โดยจ่ายเป็นเงินสดและหุ้น จะช่วยเสริมความแกร่ง พร้อมทะยานในโลกออนไลน์ ในกลุ่มผู้ใช้งานมืออาชีพ และกลุ่มคนทำงาน…

นางออเดรย์ วิลเลียม หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านไอซีที บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าวถึงกรณี เครือข่ายสังคมสำหรับคนทำงาน LinkedIn เข้าซื้อเว็บไซต์ SlideShare ว่า ปัจจุบัน โซเชียลมีเดียมีบทบาทต่อโลกธุรกิจเป็นอย่างมาก และการเข้าซื้อ SlideShare ในครั้งนี้ก็เป็นกลยุทธ์ของ LinkedIn ในการรักษาความเป็นผู้นำด้าน professional networking platform อย่างแท้จริง เนื่องจากทั้งสองเว็บเป็นเครือข่ายสำหรับคนทำงานมืออาชีพ โดย LinkedIn ช่วยแสดงตัวตนของผู้ใช้ ในขณะที่ SlideShare จะแสดงความรู้และความสามารถผ่านออกมาในสไลด์ ซึ่งจะเสริมกันได้เป็นอย่างดี LinkedIn ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยมีฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นจาก 150 ล้าน เป็น 161 ล้านในไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา โดยได้มีพัฒนาการใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอ อาทิ การให้ทวีตเตอร์ส่งข้อมูลผ่านทาง LinkedIn ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มคนทำงานและวงการโฆษณาในการสร้างรายได้จากฐานสมาชิกเป็นอย่างยิ่ง

หน.ฝ่ายวิจัยด้านไอซีที บ.ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ LinkedIn เริ่มมีรายได้จากการสรรหาบุคลากร ซึ่งจะมีผลกระทบกับวงการสรรหาบุคลากรแบบเดิมๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยในอนาคตบริษัทต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงวิธีคัดสรรบุคลากรจากแบบเดิมมาเป็นการโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ LinkedIn และสามารถทราบถึงข้อมูลของผู้สมัครผ่านทางโปรไฟล์ ทวิตเตอร์ และข้อมูลออนไลน์ต่างๆ ซึ่งนับเป็นวิธีการที่น่าสนใจในการคัดสรรบุคลากรขององค์กรเป็นอย่างมาก LinkedIn มีรายได้จากหลายช่องทาง อาทิ การสมัครเป็นสมาชิกระดับพรีเมี่ยม ค่าธรรมเนียมการรับสมัคร และค่าโฆษณา เป็นต้น ซึ่งฟรอสต์แอนด์ ซัลลิแวน คาดว่า รายได้เหล่านี้น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากนี้

ด้าน ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลกได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า สำหรับประเทศไทยเว็บไซต์ Linkedin มีจำนวนสมาชิกประมาณเกือบ 200,000 ราย นับว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับเฟซบุ๊กที่มีสมาชิกผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านราย แต่เนื่องจากการเติบโตของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง ทำให้จำนวนผู้ใช้งาน Linkedin ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีการเติบโตเพิ่มขึ้นตามกัน โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณเกือบ 20% ของผู้ใช้งาน Linkedin ทั้งหมด และที่น่าสนใจคือกลุ่มผู้ใช้งาน linkedin เหล่านี้ เป็นตลาดบนที่มีกำลังซื้อสูง

ผจก.ประจำประเทศไทย บ.ฟรอสต์ฯ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น การที่ Linkedin ซื้อ Slideshare นอกเหนือจากเป็นการตอกย้ำถึงการเป็นผู้นำของสังคมออนไลน์สำหรับคนทำงาน (professional portal) แล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับ Linkedin เอง โดยสามารถเชื่อมโยง Feature ให้สามารถแชร์ผลงานผ่านทาง Slideshare นอกเหนือจากโปรไฟล์ของสมาชิก รวมถึงการให้บริการเสริมแบบพรีเมี่ยมด้านอื่น ที่หลากหลายขึ้น ตลอดจนเป็นการเพิ่มรายได้จากการอัพค่าโฆษณา ซึ่งเป็นรายได้หลักส่วนหนึ่งของ Linkedin ในปัจจุบัน เนื่องจากมีฐานสมาชิกมากขึ้นจากการรวมกันของสองเว็บ เชื่อว่าฐานสมาชิกนับแสนของ Linkedin ที่มีอยู่ในประเทศไทยนั้น มีความพร้อมที่จะจ่ายอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่า Linkedin พร้อมและฉลาดขนาดไหน ในการเชื่อมโยงและนำหัวใจหลักของ Slideshare มาใช้ให้เป็นประโยชน์.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

‘ทีอี’ ซื้อ ‘ดอยซ์ กรุ๊ป เอสเอเอส’ สยายปีกโซลูชั่นอุตสาหกรรม

'ทีอี' ซื้อ 'ดอยซ์ กรุ๊ป เอสเอเอส' สยายปีกโซลูชั่นอุตสาหกรรม

ทีอี คอนเนคทีวีตี้ เข้าซื้อกิจการ ดอยซ์ กรุ๊ป เอสเอเอส หวังขยายผลิตภัณฑ์ระบบเชื่อมต่อคุณภาพสูง เน้นเจาะตลาดธุรกิจที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานในพื้นที่ความเสี่ยงสูง…

ทีอี คอนเนคทิวีตี้ (NYSE : TEL) ประกาศควบรวมกิจการดอยซ์ กรุ๊ป เอสเอเอส (Deutsch Group SAS) เป็นมูลค่าประมาณ 63,000 ล้านบาท โดยการเข้าควบรวมกิจการดอยซ์ กรุ๊ป เอสเอเอส บริษัทผู้นำด้านโซลูชั่นระบบเชื่อมต่อประสิทธิภาพสูงสำหรับใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง ถือเป็นการขยายธุรกิจที่มีนัยสำคัญสำหรับทีอี และช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและการขนส่งเชิงพาณิชย์ อากาศยานและการป้องกันประเทศ และตลาดการขนส่งด้วยราง

ทอม ลินช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ทีอี คอนเนคทิวีตี้ กล่าวถึงการควบรวมกิจการครั้งนี้ว่า เรารู้สึกตื่นเต้นในการรวมกันของทีอีและดอยซ์ ซึ่งทั้งสองถือเป็นชื่อที่ได้รับความไว้วางใจในแวดวงอุตสาหกรรม ดอยซ์ มีประวัติศาสตร์ยาวนานในความเป็นผู้นำ และผู้ค้นคิดนวัตกรรมรวมถึงผลิตภัณฑ์ร่วมอื่นๆ ที่จะช่วยให้ ทีอี สามารถนำเสนอโซลูชั่นด้านระบบเชื่อมต่อได้อย่างสมบูรณ์แบบให้กับลูกค้าทุกกลุ่มอย่างครบครัน การรวมตัวกันครั้งนี้นับเป็นการประสานความมุ่งมั่นด้านวัตกรรมของทั้งสองบริษัทเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ดีกว่า เพื่อการเติบโตในตลาดอุปกรณ์สำหรับใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

‘สามารถเทลคอม’ ซื้อ ‘พอร์ทัลเน็ท’ สยายปีกธุรกิจไอซีที

'สามารถเทลคอม' ซื้อ 'พอร์ทัลเน็ท' สยายปีกธุรกิจไอซีที

“สามารถเทลคอม” เล็งซื้อ “พอร์ทัลเน็ท” จากเอ็ม-ลิงค์ เสริมแกร่งธุรกิจ หวังเพิ่มศักยภาพด้าน ICT Outsourcing พร้อมเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ เจาะกลุ่มองค์กร…

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากนโยบายขยายสายธุรกิจด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านไอทีและซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนาและเสริมศักยภาพการให้บริการ ICT Outsourcing อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 2549 ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัท โอเอซิส คอนซัลติ้ง จำกัด ผู้ให้บริการติดตั้งระบบ SAP แก่รัฐวิสาหกิจและองค์กรเอกชน

ล่าสุด บริษัทได้บรรลุบันทึกข้อตกลงจะซื้อจะขายกิจการของบริษัท พอร์ทัลเน็ท จำกัด จากบริษัท เอ็มลิงค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในมูลค่า 1,552 ล้านบาท โดยทั้งสองบริษัทจะเจรจาในรายละเอียดของสัญญาซื้อขายและจะนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป ทั้งนี้ พอร์ทัลเน็ทประกอบธุรกิจให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลัก (Enterprise Resource Planning : ERP) แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นโครงการให้บริการระบบ SAP/ERP ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยขณะนี้ โดยพอร์ทัลเน็ทจะมีรายได้ประจำจากค่าเช่ารายเดือนๆ ละ 53.20 ล้านบาท ตลอดระยะสัญญา 5 ปี รวม 3,192 ล้านบาท และมีโอกาสในการต่อสัญญาอีก 3 ปี รวมแล้วสัญญาโครงการนี้จะมีมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการได้งานต่อเนื่องจาก กฟภ. และองค์กรอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนอีกกว่า 4,000 ล้านบาท ใน 2 ปี ข้างหน้า

นายวัฒน์ชัย กล่าวอีกว่า ในการจะเข้าซื้อหุ้นพอร์ทัลเน็ทจากกลุ่มเอ็มลิงค์ครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์และการลงทุนครั้งสำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและเติมเต็มความรู้ความชำนาญให้สายธุรกิจ ICT Solutions ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารและดำเนินงานของบริษัท โดยการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมีงานโครงการในมือที่ทยอยรับรู้รายได้ (Backlog) เพิ่มขึ้นทันทีมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทในระยะเวลา 5 ปี เป็นการเพิ่มรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับเป้าหมายหลักของกลุ่มสามารถ ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำให้เป็น 50% ของรายได้รวมภายในปี 2014 ขณะเดียวกันบริษัทยังมีโอกาสต่อยอดรายได้จากโครงการต่อเนื่อง และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมทั้งมีความพร้อมและข้อได้เปรียบจากผลงานที่ผ่านมาในการเข้าร่วมประมูลและนำเสนอบริการด้าน ERP ต่อองค์กรภาครัฐและเอกชนอื่น เช่น กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ในระยะยาวด้านการถ่ายทอดความรู้ความชำนาญด้านซอฟต์แวร์ ERP และซอฟต์แวร์อื่นๆ เพื่อสร้างทีมนักพัฒนา และติดตั้งซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง รองรับการขยายงานทางด้าน ICT Outsourcing ได้อย่างเต็มที่.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,