ก.ไอซีที ทุ่ม 300 ล.จัดงาน ไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2016

ก.ไอซีที ทุ่ม 300 ล้านบาท เป็นเจ้าภาพจัดงาน ไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2016 ร่วมกับ กสทช. และไอทียู ชูผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใช้เทคโนโลยีดิจิตอล สร้างโอกาสธุรกิจใหม่ เพิ่มอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , , , ,

ดูโฮม ทุ่ม 200 ล้าน เปิดเว็บช้อปออนไลน์

เปิดตัวเว็บไซต์ดูโฮมช้อปออนไลน์รองรับตลาดอีคอมเมิร์ซโต เน้นเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย ยกสินค้าอาณาจักรบ้านมากกว่า 200,000 รายการ ให้ช้อปตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

?หัวเว่ย? ทุ่ม 400 ล้านทำตลาดสมาร์ทโฟน

?หัวเว่ย? ทุ่ม 400 ล้านทำตลาดสมาร์ทโฟน

หัวเว่ยเตรียมรุกตลาดสมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ในปีหน้า โดยเตรียมงบประมาณการตลาดไว้จำนวน 400 ล้านบาท

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

อีซี่บาย ทุ่ม 200 ล.ใช้ไอที หนุนบริการลูกค้า

อีซี่บาย ทุ่ม 200 ล.ใช้ไอที หนุนบริการลูกค้า

?อีซี่บาย? ทุ่มงบด้านไอที 200 ล้านบาท ใช้เทคโนโลยีคลาวด์ของ ?วีเอ็มแวร์? เพิ่มประสิทธิภาพงานบริการลูกค้าปัจจุบันกว่า 1.45 ล้านคน ระบุ นอกจากจะเพิ่มความสามารถในการให้บริการแล้วยังช่วยลดค่าใช้จ่ายองค์กรได้ถึง 6 ล้านบาทต่อปี

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

กสท ทุ่ม 20 ล.วางระบบสื่อสารให้สำเพ็ง 2

กสท ทุ่ม 20 ล.วางระบบสื่อสารให้สำเพ็ง 2

กสท ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมเพียงรายเดียวกับบริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

เอไอเอส ทุ่ม 800 ล้านยกระดับลูกค้าเซเรเนด

เอไอเอส ทุ่ม 800 ล้านยกระดับลูกค้าเซเรเนด

เอไอเอส ฉลอง บริการลูกค้าเซเรเนดครบ 10 ปี เปิดตัว ?เซเรเนด เอมเมอรัลด์? พร้อมทุ่มงบกว่า 800 ล้านบาท ขยายการดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อดูแลลูกค้ากว่า 2 ล้านราย

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

ทุ่ม 21 ล้านบาท ซ่อมทุ่นเตือนภัยสึนามิ

ทุ่ม 21 ล้านบาท ซ่อมทุ่นเตือนภัยสึนามิ

กรณีเว็บไซต์ภัยพิบัติดอทคอม (http://paipibat.com) ได้นำเสนอข้อมูลการทำงานของทุ่นเตือนภัยสึนามิ ที่ติดตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกของ จ.ภูเก็ต ซึ่งขณะนี้ประสบปัญหาในการส่งสัญญาณ เนื่องจากเสาอากาศของทุ่นหลุดลอยไป ตั้งแต่ 31 ส.ค. 56 เป็นเหตุให้ไม่สามารถส่งสัญญาณกลับมาได้…

จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสงสัยและข้อกังขาถึงประสิทธิภาพการทำงานของทุ่นสึนามิไทย 23401 ว่ายังคงเป็นที่พึ่งและไว้ใจได้หรือไม่ จากประเด็นนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จึงได้สอบถามไปยัง น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.)?ถึงความคืบหน้าล่าสุดของสถานการณ์ดังกล่าว

น.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ ทุ่นเตือนภัยสึนามิของไทย ที่ติดตั้งอยู่บริเวณ จ.ภูเก็ต มีปัญหาจริง โดยปัญหาเกิดจากทุ่นส่งสัญญาณที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ (Buoy) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ผลิตจากวัสดุที่มีความทนทาน โดยปกติทุ่นลอยจะมีสายยึดไว้กับพื้นสมุทร เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่และป้องกันการเปลี่ยนตำแหน่งของทุ่น แต่ขณะนี้ทุ่นดังกล่าวได้หลุดออกจากตำแหน่ง จึงไม่สามารถรับสัญญาณจากเครื่องวัดความดันน้ำที่อยู่ใต้น้ำ (BRP) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตรวจวัดความดัน เพื่อรายงานผลถึงการเปลี่ยนแปลงของน้ำในบริเวณพื้นสมุทร และนำค่าที่ได้มาคำนวณหาระดับความสูงของน้ำด้านบนมหาสมุทรได้

ดังนั้น จากสาเหตุดังกล่าว จึงไม่สามารถส่งสัญญาณไปยังดาวเทียมอิริเดียม (Iridium Satellite)?เพื่อที่จะส่งข้อมูลไปยังสถานีรับข้อมูลที่อยู่ภาคพื้นดิน ในรูปแบบสัญญาณดาวเทียมได้

ทั้งนี้ การเตือนภัยสึนามิในไทยยังสามารถทำงานได้ เนื่องจากยังคงใช้ข้อมูลจากทุ่นเตือนภัยสึนามิของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมไปถึงข้อมูลช่องทางอื่นๆ ที่มีการติดต่อประสานงานกันทั่วโลก ส่วนทุ่นสึนามิไทย 23401 ที่ติดตั้งอยู่บริเวณ จ.ภูเก็ต ขณะนี้ทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้รับงบประมาณจากรัฐบาล จำนวน 21 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายในเรื่อง อุปกรณ์ทุ่นลอย?(Buoy)?ค่าผู้เชี่ยวชาญ ค่าเรือที่ใช้เดินทางในการติดตั้ง และคาดว่าจะใช้เวลาในการเดินทางและติดตั้งประมาณ 7 วัน ซึ่งจะมีการดำเนินการนำอุปกรณ์ทุ่นลอย?(Buoy) ตัวใหม่ไปติดตั้งยังตำแหน่งเดิม คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนวันที่ 20 ม.ค. 57

ส่วนทุ่นตัวเก่าก็จะเก็บกลับมาเพื่อซ่อมบำรุงไว้ใช้ในโอกาสต่อไป และฝากบอกถึงประชาชนว่า ทุ่นดังกล่าวเป็นเพียงอุปกรณ์และเครื่องมือส่วนหนึ่งที่เกื้อหนุน ให้ข้อมูลการเตือนภัยสึนามีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ศูนย์เตือนภัยยังมีการประสานงานจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ ด้วย ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป

สำหรับประเทศไทย เป็นอีกประเทศที่มีการลงนามเพื่อให้ความร่วมมือในการพัฒนาระบบเตือนภัยขึ้น โดยร่วมลงนามกับสหรัฐฯ ในข้อตกลงการร่วมมือทางด้านวิชาการ ในการติดตั้งระบบตรวจวัดคลื่นสึนามิตัวแรกในมหาสมุทรอินเดีย โดยทำการติดตั้งเมื่อวันที่ 1-7 ธ.ค. 2549 ในบริเวณเขตน่านน้ำสากลที่ตำแหน่งละติจูด 8.9 องศาเหนือ ลองติจูด 88.5 องศาตะวันออก?ซึ่งเครื่องตรวจวัดสึนามิตัวแรก ที่ทำการติดตั้งนี้ อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะทาง 965 กิโลเมตร หรือประมาณ 600 ไมล์ทะเล และปีนี้ถือเป็นการทำงานปีที่ 8 ของระบบตรวจวัดคลื่นสึนามิของไทยแล้วเช่นกัน.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

TOT ทุ่ม 2 หมื่นล้านปีหน้า เสริมศักยภาพ 3G

TOT ทุ่ม 2 หมื่นล้านปีหน้า เสริมศักยภาพ 3G

ทีโอที เตรียมลงทุนการตลาด ประชาสัมพันธ์ 2 หมื่นล้านบาท พร้อมขยาย 3จี ให้ครอบคลุม ขณะที่ทุ่ม 2 แสน เปิดโครงการทีวายซี บูรณาการแผนซีเอสอาร์ใหม่ทั่วประเทศ…

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 56 นางสมจิตต์ ธีระชุติกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด สายงานการตลาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2556 รายได้ของทีโอที อยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) รายได้จากโทรศัพท์ด้วยเสียง (วอยซ์) และรายได้จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทีโอที 3จี ส่วนแผนการตลาดของทีโอทีในปี 2557 นั้น จะลงทุนเพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการที่ดีกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น การให้ความช่วยเหลือลูกค้า เพิ่มการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการตลาดถึงผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น และพัฒนาโครงข่ายสามจีให้ครอบคลุมมากที่สุด

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด สายงานการตลาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทีโอที กล่าวต่อว่า ในปี 2557 จะร่วมกับ กองบังคับการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยการให้ความร่วมมือในการติดตั้งกล้องซีซีทีวี ภายไต้ชื่อโครงการ มิราเคิลอาย (Miracle Eye) ส่วนปัญหาและอุปสรรคในปีหน้านั้น จะมีเรื่องของสัญญาสัมปทานที่สิ้นสุดลงของเอไอเอส ที่จะทำให้รายได้หายลงไป อีกทั้งต้องรอการประกาศจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้ชัดเจนกว่านี้ ด้วยเหตุนี้ ต้องนำเสนออะไรใหม่ๆ ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

นางสมจิตต์ กล่าวอีกว่า โครงการทีวายซี เด็กไทยมีดี ใช้ไอที เพื่อชุมชน ที่ชุมชนบางเพรียง จ.สมุทรปราการ นั้น ใช้งบประมาณจัดงานอยู่ที่ 2 แสนบาท และถือเป็นปีแรกที่บูรณาการแผนซีเอสอาร์ใหม่ทั่วประเทศ โดยในโครงการนี้ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี และองค์การบริหารส่วนตำบลบางเพรียง สนับสนุนเด็กและเยาวชน ให้ใช้ไอซีทีให้เกิดประโยชน์กับชุมชน และสังคมมากขึ้น เพราะเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน มีความรู้ความสามารถด้านไอทีอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้นำศักยภาพของตนเองมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังนั้น โครงการนี้จะเป็นการสร้างเยาวชนให้เป็นคนเก่งและคนดี ต่อยอดเยาวชนให้ได้เรียนรู้บริบทของชุมชน และการนำความรู้ด้านไอทีมาสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน

นอกจากนี้ ทีโอที ยังสนับสนุนชุมชนในด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โดยใช้โครงข่ายของทีโอทีส่งสัญญาณ ออกอากาศทางไกลผ่านดาวเทียม และโครงการกรีนไอซีที ที่เป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และโครงการขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน พิษภัย และการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้องปลอดภัย และสำหรับผู้ที่สนใจ หรืออยากเข้ามาให้กำลังใจ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเด็กไทยมีดี ใช้ไอซีที เพื่อชุมชน สามารถเข้าชมได้ที่?Facebook.com/TOTyoungclubpage

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

‘ซิสโก้’ ทุ่ม 2,700 ล้านเหรียญ ฮุบกิจการ ‘ซอร์สไฟร์’

'ซิสโก้' ทุ่ม 2,700 ล้านเหรียญ ฮุบกิจการ 'ซอร์สไฟร์'

“ซิสโก้” เผยเสร็จสิ้นขั้นตอนเข้าซื้อ “ซอร์สไฟร์” ควบรวมธุรกิจโซลูชั่นด้านความปลอดภัย ชูจุดเด่นพร้อมเปิดกว้างรับกระแสโมบิลิตี้ คลาวด์ และภัยคุกคามออนไลน์…

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ซิสโก้ ประกาศการเสร็จสิ้นการซื้อกิจการ ซอร์สไฟร์ องค์กรโซลูชั่นเพื่อการรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ โดยหลังจากปิดการซื้อ ซิสโก้จะนำเสนอสายผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันภัยคุกคามขั้นสูง รวมถึงชุดทางเลือกเกี่ยวกับการบังคับใช้นโยบายและการแก้ไขที่ผสานการทำงานร่วมกันได้ครอบคลุม ต่อเนื่อง และเป็นระบบเปิดกว้าง โดยการมุ่งเน้นระบบรักษาความปลอดภัยอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น มาจากแนวโน้มเรื่องโมบิลิตี้ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคลาวด์ คอมพิวติ้ง และภัยคุกคามแบบมุ่งเป้า ขณะเดียวกัน ยังรวมถึงเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ จุดเชื่อมต่อปลายทาง ระบบเสมือนและโมบาย ที่ทำให้เครือข่ายมีการต่อขยายเพื่อรองรับการใช้งานควบคู่การรักษาความปลอดภัยที่มุ่งเน้นไปที่เรื่องภัยคุกคาม

คริสโตเฟอร์ ยัง รองประธานอาวุโส กลุ่มระบบรักษาความปลอดภัย ซิสโก้ กล่าวว่า เพื่อป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบที่อาจเกิดขึ้นให้ได้ผลอย่างแท้จริง เรามุ่งเน้นที่การตรวจตราธรรมชาติของสภาพแวดล้อมเครือข่ายแบบใหม่ รวมถึงอุปกรณ์พร้อมป้องกันองค์กรโดยอาศัยความเข้าใจและการวิเคราะห์เดาใจผู้โจมตี พอร์ตโฟลิโอด้านโซลูชั่นรวมของซิสโก้ ให้ความสามารถโดดเด่นในการรับรู้ความเคลื่อนไหวภายในเครือข่ายรวมถึงการป้องกันภัยคุกคามขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ลูกค้าสามารถดำเนินการได้อย่างชาญฉลาด รวดเร็วขึ้น ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการโจมตี

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าของทั้งซิสโก้และซอร์สไฟร์ จะได้รับประโยชน์จากซิสโก้ในการผลักดันทั้งแพลตฟอร์ม?ASA และแพลตฟอร์ม FirePOWER นอกจากนี้ ซิสโก้ ยังคงนำเสนอนวัตกรรมโอเพ่นซอร์สและให้การสนับสนุน Snort, ClamAV และโครงการโอเพ่นซอร์สอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อธุรกรรมต่างๆ เสร็จสิ้นลง พนักงานของซอร์สไฟร์จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยของซิสโก้ ซึ่งนำทีมโดย คริสโตเฟอร์ ยัง?นอกจากนี้ มาร์ติน เรซ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของซอร์สไฟร์ จะเข้าดำรงตำแหน่งรองประธาน และหัวหน้าสถาปนิกของกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยของซิสโก้ โดยทำงานภายใต้การดูแลโดยตรงของ ยัง อีกด้วย

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงในการซื้อกิจการ ซิสโก้ จ่ายเงินสด 76 เหรียญสหรัฐฯ แลกกับหุ้นซอร์สไฟร์ต่อหุ้น โดยคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงส่วนแบ่ง โดยซิสโก้คาดว่าการซื้อกิจการของซอร์สไฟร์ในครั้งนี้จะทำให้รายได้ที่ไม่ได้คำนวณตามหลักบัญชีทั่วไปในปีงบประมาณ 2014 ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากมีการปรับบัญชีตามมูลค่าและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้น.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

ผุด ‘ทรูแล็บ’ นำร่อง 8 มหา’ลัย ทุ่ม 100 ล.หนุนวิจัย

ผุด 'ทรูแล็บ' นำร่อง 8 มหา'ลัย ทุ่ม 100 ล.หนุนวิจัย

“ทรู” เปิดตัว “ทรู แล็บ” ส่งเสริมงานวิจัยไอเดียนักศึกษาไทย เผยเตรียมงบกว่า 300 ล้านบาท สนับสนุนงานวิจัยต่อยอดสู่การใช้จริง พร้อมปั้นสตาร์ทอัพประดับวงการ…

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า จากโครงการทรู อินโนเวชั่น บริษัทได้สานต่อการสนับสนุนและส่งเสริมงานวิจัย เพื่อเชื่อมโยงผลงานนวัตกรรมตอบโจทย์ภาคธุรกิจ และส่งเสริมนักคิดนวัตกรรมไทยให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในโครงการทรู แล็บ ซึ่งเบื้องต้นบริษัทร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 8 แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวต่อว่า บริษัทได้วางแผนขยายความร่วมมือจากสถาบันการศึกษานำร่องในครั้งนี้ สู่สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยในปีนี้บริษัทเตรียมงบประมาณไว้กว่า 110 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการทรู แล็บ ใน 2 ส่วน คือ 1.ความร่วมมือด้านงานวิจัยและทุนวิจัย รวมถึงการดูงานด้านนวัตกรรมในต่างประเทศ แก่นักศึกษาและอาจารย์ที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการ 2.การสร้างศูนย์ทรู แล็บ ในพื้นที่มหาวิทยาลัย ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้วางระบบเทคโนโลยีสื่อสารพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยและนักศึกษา นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมงบประมาณอีกว่า 200 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องการตั้งต้นธุรกิจในโครงการทรู อินคิวบ์อีกด้วย

ด้านนายธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ์ รองผู้อำนวยการและหัวหน้าศูนย์นวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทจะขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาแห่งต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากความถนัดและเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของแต่ละแห่ง โดยในปีนี้โครงการทรู แล็บ ถือเป็นการดำเนินการปีที่ 2 โดยปีที่ผ่านมา บริษัทได้สนับสนุนทุนโครงการวิจัยแก่สถาบันการศึกษาแห่งต่างๆ ไปแล้วรวม 50 โครงการ ซึ่งโครงการวิจัยส่วนใหญ่จะเน้นการนำมาใช้งานจริง และสามารถในการตอบสนองการใช้งานใน 4 กลุ่ม คือ ลูกค้า กลุ่มทรู เทคโนโลยี และเพื่อสังคมเป็นหลัก

รองผู้อำนวยการและหัวหน้าศูนย์นวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวอีกว่า สำหรับทุนที่บริษัทมอบให้โครงการวิจัยต่างๆ แบ่งออกเป็น 3 ขนาด คือ ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ 50,000 บาท 100,000 บาท และ 300,000 บาทตามลำดับ โดยหากโครงการใดได้รับการพิจารณาหรือมีโอกาสต่อยอด สู่การนำไปใช้จริง ก็อาจได้รับทุนเพิ่มเติมจนถึงหลักล้านบาท

นอกจากนี้ โครงการทรู แล็บ ยังจัดให้มีการประกวดทรู แล็บ คอนเทสต์ โดยเปิดรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ร่วมโครงการดังกล่าว รวมทีมละ 5 คน จาก 2 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาสังคมศาสตร์ อาทิ คณะบริหารธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ โดยแต่ละทีมจะต้องนำเสนอแนวคิดและผลงานวิจัยภายใต้ 7 หัวข้อ ได้แก่ เทคโนโลยีด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและเครือข่าย นวัตกรรมด้านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ นวัตกรรมการเรียนรู้ นวัตกรรมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ และนวัตกรรมคอนเวอร์เจนซ์ ซึ่งผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ก.ค.นี้.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , ,