บอร์ด กสทช. เตรียมอนุมัติงบประมาณปี 57

บอร์ด กสทช. เตรียมอนุมัติงบประมาณปี 57

กสทช. เตรียมอนุมัติงบสำนักงานประจำปี 2557 พร้อมถกค่าใช้จ่ายการเดินทางไปต่างประเทศตามข้อสังเกต สตง. และ NBTC Policy Watch และพิจารณาร่างฯ จริยธรรมบอร์ดต่อ…

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ กสทช. วันพรุ่งนี้ (12 ก.พ.) มีวาระอนุมัติงบประมาณรายจ่ายของสำนักงาน กสทช. ประจำปี 2557 และผลการศึกษาเรื่องการใช้ทรัพยากรของหน่วยงานกำกับดูแลในโครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม หรือ NBTC Policy Watch เนื่องจากที่ผ่านมา กสทช. ได้รับการตรวจสอบจากภาคประชาสังคม และถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสม

ขณะที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้ตั้งข้อสังเกตตรงกันถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การบันทึกบัญชีข้อมูลรายได้ และค่าใช้จ่ายในงบการเงินว่าไม่สามารถสะท้อนภารกิจสำคัญของสำนักงาน กสทช. มีข้อสังเกตเรื่องการใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศที่มีวงเงินจำนวนมาก และมีแนวโน้มเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากขึ้น

ตามมาตรา 57 พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 เห็นว่า สำนักงาน กสทช. ควรพิจารณาข้อเสนอแนะของผลการศึกษาในโครงการดังกล่าว ทั้งการจัดทำงบประมาณและรายงานการใช้จ่ายตามเป้าหมาย การเพิ่มตัวชี้วัด ที่สะท้อนประสิทธิภาพในการบังคับใช้ประกาศและกำกับดูแล รวมทั้งพิจารณาแนวทางการจัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์และเปิดเผยรายละเอียด

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการประสานงานการบริหารคลื่นความถี่ เพื่อความมั่นคงของรัฐในกิจการโทรคมนาคมและกิจการวิทยุคมนาคม ได้เสนอวาระเห็นชอบ (ร่าง) แผนความถี่วิทยุเพื่อความมั่นคงของรัฐในกิจการวิทยุคมนาคม พ.ศ. ? และมีวาระร่างประมวลจริยธรรมของกรรมการ กสทช. และวาระขอความเห็นชอบโครงการที่ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ประจำปี 2556 (ประเภท 1) จำนวน 8 โครงการ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

ลุ้น บอร์ด กสท.ทบทวนมติกำกับดูแลเนื้อหารายการ

ลุ้น บอร์ด กสท.ทบทวนมติกำกับดูแลเนื้อหารายการ

บอร์ด กสท. เตรียมทบทวนมติกำกับดูแลเนื้อหารายการ ชงกฤษฎีกาตีความอำนาจการออกประกาศฯ และแนวทางการออกใบอนุญาตทีวีดิจิตอล…

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 57 นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (10 ก.พ.) ที่ประชุมคณะกรรมการ กสท. จะพิจารณาวาระความเห็นของคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ ที่เสนอขอทบทวนมติ กสท. เรื่อง การส่ง (ร่าง) ประกาศเนื้อหาตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ.2551 หรือหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ? ต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาว่า กสทช. มีอำนาจออกประกาศฉบับนี้หรือไม่ อย่างไร และเนื้อหาในร่างประกาศฯ มีลักษณะขยายขอบเขตอำนาจของ กสทช. หรือไม่

เนื่องจากเห็นว่า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ไม่มีอำนาจตรวจสอบกฎหมายอย่างประกาศดังกล่าว เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา คปก. ได้ทำหนังสือบันทึกความเห็นและข้อเสนอแนะถึง กสทช. เรื่องการออก (ร่าง) ประกาศ ควบคุมเนื้อหารายการว่าไม่มีอำนาจในการจัดทำ เพราะอาจขัดต่อหลักความชอบด้วยกฎหมาย ซึ่ง กสท. พิจารณาและมีมติส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยตีความทางกฎหมายต่ออำนาจ และขอบเขตการออกประกาศกำกับเนื้อหาฉบับนี้ เพื่อความรอบคอบต่อการใช้อำนาจของ กสทช.ที่อาจขัดต่อสิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ โดยเฉพาะการบังคับใช้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรายใหม่ 24 ช่อง และสื่อวิทยุ ทีวี จึงขอฝากให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบและติดตาม เพราะอาจจะมีการนำร่างประกาศฉบับเดิมที่วิชาชีพสื่อ และนักวิชาการเคยคัดค้านกลับมาเข้ามาพิจารณาอีกครั้ง

นอกจากนี้ กสท. เตรียมพิจารณาร่างประกาศที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการแข่งขัน 2 ฉบับ แบบมาตรการบังคับก่อน (ร่าง) ประกาศ กสทช. หลักเกณฑ์การพิจารณากำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดที่เกี่ยวข้องกับกิจการฯ และมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน พ.ศ. … และแบบมาตรการบังคับหลัง (ร่าง) ประกาศ กสทช.หลักเกณฑ์การพิจารณาและกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อแก้ไขผลที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการฯ พ.ศ. …. หลังจากที่มติครั้งที่แล้วได้เห็นชอบในหลักการ และมอบหมายทีมที่ปรึกษาโครงการนำร่างฯ ดังกล่าว เข้าหารือกับ กสท. เพื่อพิจารณาปรับปรุง และเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญก่อนนำกลับเข้าที่ประชุมเห็นชอบ และรับฟังความเห็นสาธารณะต่อไป

ส่วนวาระอื่นน่าติดตาม ได้แก่ การพิจารณาแนวทางการพิจารณาออกใบอนุญาตทีวีดิจิตอล แนวปฏิบัติต่อผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ อยู่ในวันที่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม 2553 ใช้บังคับ ซึ่งมีลักษณะการประกอบกิจการโดยการอนุญาตสัมปทาน และวาระการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาร่วมดำเนินการให้บริการทางสายระบบบอกรับสมาชิกระหว่าง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท ทรูวิชั่นส์ เคเบิ้ล จำกัด (มหาชน) การพิจารณาสัญญาทางธุรกิจเกี่ยวกับกิจการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกบนคลื่นความถี่เอ็มเอ็มดีเอส ระหว่าง อสมท กับ บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

บอร์ด กสท.ลงดาบ’อสมท’ สัญญา ICT เอื้อบริการทีวีบนมือถือ

บอร์ด กสท.ลงดาบ'อสมท' สัญญา ICT เอื้อบริการทีวีบนมือถือ

“อสมท” พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก บอร์ด กสท. ลงดาบสัญญาไออีซี เพื่อบริการทีวีบนมือถือ ขัด พ.ร.บ.กสทช. ห้ามนำเข้าอุปกรณ์ทดลองบริการบนคลื่น 2500-2600 MHz และให้คืนคลื่น กสทช. ภายใน 5 ปี…

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 57 พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการตรวจสอบสัญญาสัมปทาน และความจำเป็นของการใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ผลปรากฏว่า สัญญาระหว่าง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กับบริษัท อินเตอร์เนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือไอซีที เพื่อให้บริการทีวีบนมือถือย่านความถี่ 2500-2600 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) นั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 44 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ดังนั้น อสมท จะต้องคืนคลื่นความถี่ให้ กสทช. ภายใน 5 ปี

นอกจากนี้ ยังไม่อนุมัติให้ อสมท นำเข้าอุปกรณ์มาทดลองการออกอากาศทีวีบนมือถือ ในคลื่นย่าน 2500-2600 MHz หรือช่องยูเอชเอฟ 58 เนื่องจากคลื่นย่านดังกล่าว ตามแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ ใช้สำหรับกิจการโทรคมนาคม ฉะนั้น บอร์ด กสท. จึงไม่สามารถอนุมัติได้ โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายไปพิจารณารายละเอียดของสัญญาการออกอากาศแบบบอกรับสมาชิก ระหว่าง อสมท. กับ บริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด ในประเด็นการแก้ไขสัญญา เพื่อให้ทรูสามารถโฆษณาได้ 6 นาทีต่อชั่วโมง ว่าส่วนแบ่งรายได้จากการแก้ไขสัญญานั้น จะเป็นรายได้ของ อสมท. หรือหน่วยงานใด รวมถึงขัดกับกฎหมายหรือไม่

ขณะเดียวกัน ได้แจ้งให้ทรูจัดทำรายละเอียดการเยียวยาลูกค้าผู้ใช้บริการ เนื่องจากสัญญาสัมปทานจะสี้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 57 นี้ ส่วนการตรวจสอบสัญญาระหว่างกรมประชาสัมพันธ์ กับบริษัท เวิลด์สตาร์ จำกัด เพื่อประกอบการเคเบิลนั้น คณะทำงานตรวจสอบสัญญาได้รายงานว่า สัญญาดังกล่าว ถือว่าสิ้นสุดและไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.กสทช. เนื่องจากสิทธิ์ในคลื่นความถี่นั้น เป็นของกรมประชาสัมพันธ์ และกรมประชาสัมพันธ์ไม่ได้ใช้งานคลื่นย่าน 2500-26000 MHz ฉะนั้น ก็ต้องคืนความถี่ดังกล่าวให้ กสทช. นับตั้งแต่ กสทช. มีคำสั่ง

พ.อ.นที กล่าวต่อว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปเกี่ยวกับการออกอากาศช่องรายการโทรทัศน์ระบบอะนาล็อก บนโคงข่ายทีวีดิจิตอลในช่องออกอากาศคู่ขนาน โดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ไทยพีบีเอส และช่อง 5 จะออกอากาศแบบคู่ขนาน ระหว่างระบบอะนาล็อกกับดิจิตอล ไปจนกว่าจะปิดบริการระบบอะนาล็อก ซึ่งตามกรอบภายใน 5 ปีข้างหน้า ส่วนช่อง 3, 7, 9 ซึ่งเป็นช่องธุรกิจก็สามาถที่จะออกอากาศคู่ขนาดได้ ไปจนกว่าสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุด ซึ่งผู้ประกอบการทั้ง 3 ช่อง จะต้องทำเรื่องเสนอการออกคู่ขนานมายัง กสท.อีกครั้ง

ทั้งนี้ เมื่อ กสทช.ได้ประกาศผลเลขช่องรายการเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น มีผลให้ผู้ให้บริการโทรทัศน์รายเดิม 3 ราย คือ 3, 7, 9 พ้นจากการปฏิบัติตามประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการทั่วไป (มัสต์แครี่) ซึ่งจะทำให้ช่องดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องออกอากาศผ่านเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมก็ได้ จากเดิม กสทช. จะบังคับฟรีทีวีต้องออกอากาศทุกรูปแบบ และหลังจากออกอากาศทีวีดิจิตอล 30 วันแล้ว ผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติประกาศมัสต์แครี่ อย่างไรก็ตาม สำหรับการรับชมรายการของประชาชนทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยผู้ที่ต้องการรับชมทีวีดิจิตอล ก็ต้องรับชมผ่านกล่องรับส่งสัญญาณ (เซต ท็อป บ็อกซ์ ) ขณะเดียวกัน ประชาชนก็ยังรับชมทีวีระบบอะนาล็อกได้ ผ่านเสาก้างปลา หรือโทรทัศน์แบบเดิมในปัจจุบันเท่านั้น.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

บอร์ด กสท.เคาะแล้ว 26-27 ธ.ค. ประมูลทีวีดิจิตอล ส่งท้ายปี

บอร์ด กสท.เคาะแล้ว 26-27 ธ.ค. ประมูลทีวีดิจิตอล ส่งท้ายปี

มติ บอร์ด กสท. เคาะวันประมูลทีวีดิจิตอล 26-27 ธ.ค. 56 ที่ กสท บางรัก พร้อมเปิดทดลองเคาะรอบผู้ประกอบการอีกครั้ง 19-20 ธ.ค. รอบสื่อ 18 ธ.ค. นี้ ขณะที่วันจริงถ่ายทอดสดผ่านไทยพีบีเอส…

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2556 พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท. ว่า ที่ประชุมมีมติให้วันที่ 26-27 ธ.ค.ประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบทีวีดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ โดยแบ่งเป็นวันที่ 26 ธ.ค. ประเภทวาไรตี้ทั่วไป ความคมชัดสูง (เอชดี) เวลา 08.00-14.00 น. ประเภทวาไรตี้ทั่วไป ความคมชัดมาตรฐาน (เอสดี) เวลา 14.00-20.00 วันที่ 27 ธ.ค. ช่องข่าว เวลา 08.00-14.00 ช่องเด็ก เวลา 14.00-20.00 ณ ชั้น 27-28 ส่วนชั้น 30 เป็นห้องควบคุมการประมูล ที่อาคาร บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT สำนักงานเขตบางรัก ซึ่งไทยพีบีเอส จะถ่ายทอดสดในการประมูลทั้ง 4 ประเภท ที่บริเวณชั้น 1 ?

ประธาน กสท. กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการสามารถเข้าประมูลได้บริษัทละไม่เกิน 5 คน และไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเข้าห้องประมูล แต่สามารถนำเอกสาร ขนาด A4 10 แผ่น เข้าห้องได้ ซึ่งอาจเป็นแผนธุรกิจเพื่อให้ผู้ประมูลประกอบการตัดสินใจ และสามารถออกมาเข้าห้องน้ำได้แต่มีเจ้าหน้าที่ติดตาม นอกจากนี้ ผู้เข้าประมูลต้องจับสลาก 3 ครั้ง เพื่อเลือกลำดับการจับสลาก เลือกหมายเลขห้อง และเลือกรหัสผ่านของเครื่องประมูล เพื่อป้องกันการล็อกห้องและเครื่องประมูล โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยจำนวน 175 คน จาก กสท. 100 คน และ CAT 75 คน ทั้งนี้ หลังการประมูลเสร็จสิ้น กสท. จะรับรองผลภายใน 15 วัน หรือไม่เกินต้นเดือน ม.ค.2557 โดยคาดว่าต้นเดือน ก.พ.2557 จะสามารถออกอากาศได้ ?

ส่วนขั้นตอน สำนักงาน กสทช. เปิดให้ผู้ผ่านคุณสมบัติการประมูลทีวีดิจิตอลทุกราย เข้าทดสอบระบบการประมูล 2 รอบ แบ่งเป็น รอบแรก วันที่ 12-13 ธ.ค. ที่ผ่านมา และรอบสองวันที่ 19-20 ธ.ค. 4 รอบ คือ 09.00 น. 12.00 น. 15.00 น. และ 18.00 น. ส่วนรอบสื่อมวลชนจะอยู่วันที่ 18 ธ.ค. 2556 ที่อาคาร กสท เขตบางรัก ก่อนจะเปิดประมูลจริง

สำหรับการประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง แบ่งเป็น ประเภทวาไรตี้ทั่วไป ความคมชัดสูง (เอชดี) 7 ช่อง ราคาเริ่มต้น 1,510 ล้านบาท เคาะเพิ่มครั้งละ 10 ล้านบาท ประเภทวาไรตี้ทั่วไป ความคมชัดมาตรฐาน (เอสดี) 7 ช่อง ราคาเริ่มต้น 380 ล้านบาท เคาะเพิ่มครั้งละ 5 ล้านบาท ประเภทข่าวและสาระ 7 ช่อง ราคาเริ่มต้น 220 ล้าน เคาะเพิ่มครั้งละ 2 ล้านบาท และประเภทเด็ก 3 ช่อง ราคาเริ่มต้น 140 ล้านบาท เคาะเพิ่มครั้งละ 2 ล้านบาท

ส่วนบริษัทที่ผ่านคุณสมบัติการประมูล มีจำนวน 29 บริษัท 41 ซอง ได้แก่ ช่องเอชดี 9 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7) บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท พี เอ็ม กรุ๊ป จำกัด บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3) บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด และบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ไทยรัฐ)

ช่องเอสดี 16 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท บีบีทีวี แซทเทลวิชั่น จำกัด (ช่อง 7) บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ไทยรัฐ) บริษัท ไทยทีวี จำกัด บริษัท ทัช ทีวี จำกัด บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3 ) บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด และบริษัท ทรู ดีทีที จำกัด

ช่องข่าว 10 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด (เดลินิวส์ ทีวี) บริษัท 3เอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริษัท ไอ-สปอร์ต มีเดีย จำกัด บริษัท ไทยทีวี จำกัด บริษัท โพสต์ ทีวี จำกัด บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท โมโน เจนเนอเรชั่น จำกัด บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด และบริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด

และช่องเด็ก 6 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท โรสมีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัท ไทยทีวี จำกัด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด บริษัท เนชั่น คิดส์ จำกัด และบริษัท ทรู ดีทีที จำกัด

นอกจากนี้ ยังอนุมัติใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง จำนวน 111 ใบ แบ่งเป็นประเภท ธุรกิจ 108 ใบ สาธารณะ 2 ใบ และชุมชน 1 ใบ รวมที่ให้ใบอนุญาตทั้งสิ้น 3,444 ใบ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

บอร์ด กสทช. อนุมัติงบ 390 ล.บาท เพิ่มรถตรวจสัญญาณ26คัน

บอร์ด กสทช. อนุมัติงบ 390 ล.บาท เพิ่มรถตรวจสัญญาณ26คัน

บอร์ด กสทช. อนุมัติงบ 390 ล้านบาท เพิ่มรถตรวจสอบสัญญาณดาวเทียมอีก 26 คัน รวมเป็น 46 คัน เล็งชงงบปี 57 กว่า 5,400 ล้าน เข้าบอร์ดปีหน้า…

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติงบประมาณจำนวน 390 ล้านบาท เพิ่มรถตรวจสอบสัญญาณในโครงการสถานีตรวจสอบการใช้ความถี่วิทยุระบบควบคุมระยะไกล โดยให้ทำการจัดซื้อจัดจ้างแบบประกวดราคา โดยจะใช้หาทิศทางสัญญาณรบกวนของคลื่นและตรวจวัดคุณภาพของสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีก 26 คัน จากเดิม 20คัน ลงที่สำนักงานเขต กสทช. ทั้ง 14 แห่งทั่วประเทศ ใน 3 เขตพื้นที่ คือ ภาคเหนือ ตอนบน 4 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จำนวน 5 จังหวัด ขอนแก่น หนองบัวลำภู มหาสารคาม กาฬสินธุ์ เลย และภาคกลาง 17 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี กรุงเทพฯ (2 แห่ง) นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สระบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี และเพชรบุรี ??

“งบประมาณดังกล่าวเป็นงบที่ได้ตั้งไว้แล้วก่อนหน้า แต่ด้วยสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมา กรณีของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ที่มีคลื่นรบกวนนั้น จึงต้องมีมาตรการตรวจสอบที่เร่งด่วน อีกทั้งอุปกรณ์ของรถสถานีตรวจสอบต้องมีการเปลี่ยนใหม่ เพราะรถดังกล่าวได้ใช้งานมานานแล้ว” เลขาธิการ กสทช. กล่าว

สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีการตรวจสอบสัญญาณรบกวนของดาวเทียมไทยคม ซึ่งทางสำนักงาน กสทช.ได้รับหนังสือแจ้งจากทางไทยคมแล้วว่า สัญญาณรบกวนดังกล่าวไม่ปรากฏบนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมแล้ว หลังจาก กสทช.ได้คาดโทษตามกฎหมาย

นายฐากร กล่าวต่อว่า เดือน ก.พ. 2557 จะเปิดใช้อุปกรณ์ตรวจสอบเนื้อหารายการโทรทัศน์และวิทยุ ที่จัดซื้อในราคา 50 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับมอนิเตอร์เนื้อหารายการได้ทันที หากมีผู้ร้องเรียนเข้ามา สำนักงาน กสทช.สามารถตรวจสอบได้ทันที โดยไม่ต้องขอเทปจากสถานีโทรทัศน์หรือวิทยุ ซึ่งสามารถลดขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบไปอีกช่องทางหนึ่ง

ขณะที่ งบประมาณปี 2557 ที่ทางสำนักงานได้เสนอเข้าบอร์ดในวงเงิน 5,400 ล้านบาทนั้น จะมีการพิจารณาในการประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งหน้า คือเดือน ม.ค.2557 ส่วนความคืบหน้าอาคารสำนักงาน กสทช.แห่งใหม่ย่านแคราย ขณะนี้ อยู่ในระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะออกแบบแล้วเสร็จในเดือน ส.ค.2557 ด้วยวงเงินการก่อสร้างประมาณ 2,000 ล้านบาท.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

บอร์ด กสท.พร้อมประมูลทีวีดิจิตอลภายใน 11 ม.ค. 57

บอร์ด กสท.พร้อมประมูลทีวีดิจิตอลภายใน 11 ม.ค. 57

บอร์ด กสท. เห็นชอบเปิดประมูลทีวีดิจิตอลภายในวันที่ 11 ม.ค.57 คลอดวัน-สถานที่ 16 ธ.ค. นี้ หลังประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ ขณะที่ศาลปกครองสั่งยกคำร้องคุ้มครองฉุกเฉิน กรณีอาร์เอสฟ้อง กสทช.เรื่อง มัสต์แฮฟ…

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ และพิจารณาแล้ว ปรากฏว่าทุกรายผ่านคุณสมบัติจากการตรวจสอบ ซึ่งจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูลอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 12 ธ.ค.2556 และนับจากวันประกาศรายชื่อ จะต้องทำการประมูล ภายใน 30 วัน หรือจะต้องมีการประมูลภายใน 11 ม.ค.2557 โดย บอร์ด กสท. จะประกาศวัน เวลา สถานที่ และการดำเนินการการประมูล ในวันที่ 16 ธ.ค. 2656 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมูลให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน 2 วัน และ 4 วัน และจะจัดการทดลองประมูลเหมือนจริงสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 19-20 ธ.ค. และรอบสื่อมวลชนในวันที่ 18 ธ.ค. 2556 ที่อาคาร กสท โทรคมนาคม เขตบางรัก

สำหรับผู้สนใจเข้ายื่นแบบคำขอรับใบอนุญาต และผ่านคุณสมบัติเพื่อเข้าร่วมประมูล มีจำนวนทั้งสิ้น 29 บริษัท 41 แบบคำขอฯ โดยประกอบด้วย หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง (เอชดี) มีจำนวน 9 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7) บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท พี เอ็ม กรุ๊ป จำกัด บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3) บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด และบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ไทยรัฐ)

หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ (เอสดี) มีจำนวน 16 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท บีบีทีวี แซทเทลวิชั่น จำกัด (ช่อง 7) บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ไทยรัฐ), บริษัท ไทยทีวี จำกัด บริษัท ทัช ทีวี จำกัด บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3) บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด และบริษัท ทรู ดีทีที จำกัด

หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ มีจำนวน 10 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด (เดลินิวส์ ทีวี) บริษัท 3เอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริษัท ไอ-สปอร์ต มีเดีย จำกัด บริษัท ไทยทีวี จำกัด บริษัท โพสต์ ทีวี จำกัด บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด บริษัท โมโน เจนเนอเรชั่น จำกัด บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด และบริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด

และหมวดหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัว มีจำนวน 6 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท โรสมีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัท ไทยทีวี จำกัด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด บริษัท เนชั่น คิดส์ จำกัด และบริษัท ทรู ดีทีที จำกัด

อีกทั้ง ยังมีกรณีที่ บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด ยื่นฟ้องทางสำนักงาน กสทช.เพื่อให้ชะลอหรือระงับประกาศหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 หรือมัสต์ แฮฟ (Must Have) ที่ให้การถ่ายทอดกีฬาฟุตบอลโลกปี 2014 ทุกนัด ต้องออกอากาศผ่านฟรีทีวีเท่านั้น และห้ามจอดำนั้น โดยศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำร้องคุ้มครองฉุกเฉินของ บริษัท อาร์เอสฯ ซึ่งให้เหตุผลว่า การออกประกาศนี้ได้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช.และไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิ์บริษัท อาร์เอสฯ

ทั้งนี้ อาร์เอสฯ เป็นผู้ครอบครองลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2014 ได้ยื่นคำขอผ่อนผันต่อ กสทช. ขอถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายผ่านฟรีทีวี เพียง 22 คู่ จาก 64 คู่ โดยอ้างว่า บริษัทฯ ได้รับลิขสิทธิ์จากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ให้ถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี 27 คู่ ที่เป็นคู่สำคัญ และนัดแข่งขันที่เหลือจะออกอากาศผ่านกล่องรับสัญญาณ “ซันบ็อกซ์” ของอาร์เอส แต่ กสทช. มีมติให้บริษัทอาร์เอสฯ ต้องปฏิบัติตามประกาศ เรื่อง มัสต์ แฮฟ โดยต้องถ่ายทอดสดทั้ง 64 คู่ ซึ่งบริษัทอาร์เอส เห็นว่าไม่สามารถปฏิบัติตามได้ เพราะจะเป็นการละเมิดกฎของฟีฟ่า อีกทั้งประกาศของ กสทช.ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทอาร์เอส ได้ลิขสิทธิ์จากฟีฟ่าแล้ว จึงได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ บริษัท ทีซี บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ไทยคม เป็นผู้ให้บริการเผยแพร่บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป หรือมัสต์แครี่ (Must carry) ผ่านระบบดาวเทียม และใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง จำนวน 30 ใบ แบ่งเป็นประเภทธุรกิจ 29 ใบ ชุมชน 1 ใบ รวมที่ให้ใบอนุญาตไปแล้วทั้งสิ้น 3,333 ใบ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

บอร์ด กสท. เร่งตรวจคุณสมบัติผู้ประมูลทีวีดิจิตอล ก่อนเคาะวัน-สถานที่

บอร์ด กสท. เร่งตรวจคุณสมบัติผู้ประมูลทีวีดิจิตอล ก่อนเคาะวัน-สถานที่

บอร์ด กสท. เร่งตรวจคุณสมบัติผู้เข้าประมูล ภายใน พ.ย.นี้ ยัน พร้อมเปิดประมูลกลาง ธ.ค.56-กลาง ม.ค.57 ขณะที่ แจกใบอนุญาตสิ่งอำนวยความสะดวก อสมท-ทีโอที…

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 56 พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ว่า ที่ประชุมอนุมัติ (ร่าง) หลักปฏิบัติการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ ซึ่งเป็นการกำหนดลำดับการประมูลจัดอยู่ในหมวดที่ 1 จากทั้งหมด 6 หมวด คือ การเตรียมการประมูล การเข้าสู่สถานที่การจัดประมูล การประมูล การติดต่อสื่อสารระหว่างการประมูล การประกาศและรับรองผลการประมูล และมาตรการรักษาความเป็นธรรม และผลประโยชน์ของรัฐในการประมูล ซึ่งเกณฑ์นี้ จะมีผลบังคับใช้ต่อผู้เข้าร่วมประมูลทุกราย และจะชี้แจงให้ผู้เข้าประมูลเข้าใจให้ชัดเจนมากที่สุด โดยการประมูล จะเริ่มต้นจากช่องคมชัดสูง (เอชดี) ช่องความคมชัดสูง (เอสดี) ช่องข่าว และช่องเด็ก ตามลำดับ

สำหรับวัน เวลา และสถานที่การจัดประมูล จะประกาศวันเดียวกับการประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าประมูล โดยจะแจ้งวัน เวลา สถานที่ ให้ผู้ประกอบการรับทราบ ก่อนประมูลอย่างน้อย 7 วัน และให้ผู้เข้าประมูลส่งรายชื่อแต่ละประเภท ล่วงหน้า 5 วัน ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบไปแล้ว 80% และพยายามเร่งให้แล้วเสร็จ ภายใน พ.ย. 2556

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับรายงานการทำผิดกฎไซเลนซ์พีเรียต หรือห้ามให้สัมภาษณ์ หรือให้ข่าวที่เกี่ยวข้องกับการประมูลที่มีนัยสำคัญ ที่จะส่งผลให้เกิดการ ฮั้วการประมูล ส่วนระยะเวลาการประมูลนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะเริ่มช่วงกลาง ธ.ค. 2556 ถึงกลาง ม.ค. 2557

ประธาน กสท. กล่าวต่อว่า บอร์ดยังอนุมัติใบอนุญาตการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ จำนวน 2 ราย คือ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 31 สถานี และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 48 สถานี จากที่เคยให้ไทยพีบีเอสแล้ว 39 สถานี โดยหลังจากนี้ หากจะขยายสถานีส่งเพิ่ม ต้องแจ้งมาที่ กสท. ส่วนการไฟฟ้า และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ส่งเรื่องมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา

นอกจากนี้ ยังได้ขยายเวลาใบอนุญาตช่องรายการ ในกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ รวม 27 ช่องรายการ แบ่งเป็นกลุ่มจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 12 ช่อง และมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม 15 ช่อง หลังจากที่ ใบอนุญาตปีแรกของทั้ง 27 ช่องรายการ จะสิ้นสุดวันที่ 25 พ.ย. นี้ โดยใบอนุญาตครั้งใหม่นี้ มีระยะเวลา 2 ปี อีกทั้งอนุมัติใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง จำนวน 81 ใบ แบ่งเป็นประเภทธุรกิจ 62 ใบ สาธารณะ 17 ใบ และชุมชน 2 ใบ รวมที่อนุญาตไปแล้ว 3,209 ใบ

ส่วนกรณีที่ กมธ. มีกำหนดเรียก พ.อ.นที และกรรมการ กสทช. ไปชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ ในวันที่ 20 พ.ย. นี้ เชื่อว่า ไม่มีผลกระทบต่อการประมูลทีวีดิจิตอลแน่นอน.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

ถกจริยธรรม ส่อยืด บอร์ด กสทช.ตีกลับพิจารณาใหม่

ถกจริยธรรม ส่อยืด บอร์ด กสทช.ตีกลับพิจารณาใหม่

ผู้ประกาศ : บอร์ด กสทช. ยังไร้ข้อสรุป การพิจารณาร่างประมวลจริยธรรม ของคณะกรรมการ กสทช. และถูกส่งให้กลับไปพิจารณาใหม่ หลังหารือกันร่วมกันนานกว่า 3 ชั่วโมง…

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2556 แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. วันนี้ได้พิจารณาเตรียมออก ร่างประมวลจริยธรรมของกรรมการ กสทช. เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติตนที่เหมาะสมสำหรับ กสทช. แต่กลับไม่ได้ข้อสรุปหลังใช้เวลาหารือร่วมกันกว่า 3 ชม. ซึ่งเรื่องที่ไม่ได้ข้อสรุปมีอยู่หลายเรื่อง อาทิ การตั้งคนนอกเข้ามาพิจารณาบอร์ดที่ทำผิดจริยธรรม เพราะตามกฎหมาย มีซุปเปอร์บอร์ดอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ตามที่ได้มีการหารือในที่ประชุมเมื่อวันที่ 18 ก.ย.2555 ได้มีมติมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงระเบียบการบริหารงานภายในของ สำนักงาน กสทช. จัดทำแนวทางดังกล่าว ซึ่งครั้งนั้น นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ได้ถอนตัวจากการพิจารณาวาระดังกล่าว เนื่องจากควรสนับสนุนให้มีการร่างแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสำหรับ กสทช.ครอบคลุมทุกเรื่อง อาทิ การใช้งบรับรอง การเดินทางไปต่างประเทศ การรักษาระยะห่างกับผู้ประกอบการ การรับของขวัญ และเรื่องอื่นๆ ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือขององค์กร โดยคำนึงถึงหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสขององค์กร รวมถึงควรมีมาตรการวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณในทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพบนมาตรฐานเดียวกับองค์กรกำกับดูแลในต่างประเทศ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ (กสทช.) กล่าวว่า วันนี้บอร์ด กสทช. ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องดังกล่าว และได้ส่งเรื่องกลับไปให้คณะอนุฯ พิจารณาใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ บอร์ดยังเห็นชอบให้กองทัพบกยุติบทบาทการเป็นผู้ให้สัญญาหรือสัมปทานในการดำเนินการให้บริการโทรทัศน์ในระบบอะนาล็อก ภายใน 5 ปี และให้ใบอนุญาตระบบอะนาล็อกแก่ช่อง7 ตามมาตรา 75 พ.ร.บ.การประกอบกิจกาวกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 และให้สำนักงาน กสทช. แจ้งให้ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ให้ปฏิบัติตามพ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ให้ครบถ้วน และพิจารณารูปแบบรายการช่อง 7 ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์แต่เริ่มแรก โดยให้คำนึงถึงภารกิจของกองทัพบกเป็นสำคัญ

อีกทั้ง พิจารณาโครงการจัดให้มีบริการโทรศัพท์สาธารณะ และจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยทั่วถึง (ยูโซ่) จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดหนองคาย และอนุมัติให้ดำเนินการโครงการดังกล่าว ในวงเงิน 441,799,024.26 บาท แบ่งเป็นบริการโทรศัพท์สาธารณะของทั้ง 2 จังหวัด เป็นเงิน 35,468,250 บาท และ บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของทั้ง 2 จังหวัด เป็นเงิน 406,330,774.26 บาท

และได้เห็นชอบ (ร่าง)ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. …. และให้นำร่างประกาศดังกล่าวออกรับฟังความคิดเห็นสาธารณะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชาชนทั่วไป ซึ่งขณะนี้ หมวด 08 ถูกใช้งานหมดแล้ว ส่วน 09 ใกล้หมดแล้ว โดยเลขหมายทั้งหมดมีประมาณ 300 ล้านเลขหมาย ใช้งานไปแส้ว 140 ล้านเลขหมาย ซึ่งหากหมดชุดนี้อาจขยายเป็นหมวด 01 ซึ่งดูไว้เป็นทางเลือก.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

บอร์ด กทค.ปรับ2ร่างประกาศเลขหมาย รับเทคโนสมัยใหม่

บอร์ด กทค.ปรับ2ร่างประกาศเลขหมาย รับเทคโนสมัยใหม่

บอร์ด กทค. ปรับเปลี่ยน ร่างประกาศหลักเกณฑ์การจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์ และร่างประกาศหลักเกณฑ์ การบริหารเลขหมายโทรคมนาคม รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่…
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการศึกษาการออกใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรคมนาคม กรณีการจัดตั้งกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด ย่อมเป็นไปตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
รองเลขาฯ กสทช. กล่าวต่อว่า บอร์ดยังเห็นชอบปรับเปลี่ยนร่างประกาศหลักเกณฑ์ การจัดสรรเลขหมาย และร่างประกาศหลักเกณฑ์ การบริหารเลขหมายโทรคมนาคม รองรับเลขหมายให้ทันสมัยขึ้น เพื่อให้รองรับกับแผนการในการใช้เลขหมาย ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางโทรคมนาคม เหมาะสม ทันสมัย และกระบวนการจัดสรรเลขหมายให้เร็ว โดยผู้ประกอบการรายเดิมใช้เวลา 30 วัน และรายใหม่ 45 วัน และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่เปลี่ยนแปลง ทั้งโครงข่าย 3จี เทคโนโลยีอื่นๆ อาทิ บริการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศผ่านอินเทอร์เน็ต
โดยหลังจากนี้ จะเสนอที่ประชุม กสทช.พิจารณาในวันที่ 16 ต.ค. 56 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรศัพท์ สำนักงาน กสทช. มีรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่เลขหมายโทรศัพท์มือถือในหมวดขึ้นต้นด้วย 01 เหลือ ประมาณ 100 ล้านเลขหมาย และหมวด 09 เหลือประมาณ 30 ล้านเลขหมาย โดยภาคเอกชนสามารถยื่นขอเลขหมายในการจัดสรรครั้งนี้ได้.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

บอร์ด กสท เห็นชอบไลเซนส์ ทีวีสาธารณะ-ความปลอดภัยสาธารณะ

บอร์ด กสท เห็นชอบไลเซนส์ ทีวีสาธารณะ-ความปลอดภัยสาธารณะ

บอร์ด กสท เห็นชอบคุณสมบัติของผู้ที่เข้าข่าย ขอรับใบอนุญาต ทีวีสาธารณะ เพื่อความมั่นคงของรัฐ ช่อง 8 และ ช่องเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ ช่อง 9…

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,