กทค. ไร้กังวล ป.ป.ช. เรียกแจงประมูล 3 จีรอบสุดท้าย

?เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ? ปธ.กทค. เผยบอร์ดไร้ความกังวล แม้ อนุฯ ปปช. เรียกแจงรอบสุดท้าย คดีจัดประมูล 3จี ส่อผิด พ.ร.บ.ฮั้วฯ พร้อมเตรียมส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติม ให้ ปปช. วิเคราะห์ก่อนปิดคดีฟัน…

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการประมูลคลื่นความถี่ 3จี เรียกคณะกรรมการ (บอร์ด) กทค. ชี้แจงและซักถามข้อสงสัยเรื่องการจัดประมูลใบอนุญาต 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2555 ที่ผ่านมา ว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือไม่ เป็นรอบสุดท้ายในวันนี้นั้น ขั้นตอนต่อไป กทค. ต้องส่งหลักฐานเอกสารเพื่อชี้แจงเพิ่มเติม และหลังจากนั้น คณะอนุฯ ปปช.จะวิเคราะห์ และอาจเรียก กทค. ทุกคนไปให้ข้อมูลทางวาจาเพิ่ม ก่อนจะสรุปผลการตัดสินออกมา

ประธาน กทค. กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นการเข้าไปชี้แจง และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประมูล 3จี เพิ่มเติม โดย คณะอนุฯ ปปช.ขอให้ กทค. ตอบประเด็นที่สรุปไว้เป็นรอบสุดท้าย ซึ่งข้อมูลเป็นลักษณะเดิม อาทิ เรื่องการออกแบบการประมูล การเคาะราคาการประมูล ของแต่ละราย ซึ่งขณะนี้ คณะอนุฯ ระบุว่ายังไม่มีความผิด

ต่อข้อถามถึงความกังวลเรื่องดังกล่าว พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ รู้สึกดีที่ได้มีโอกาสชี้แจง และได้ส่งเอกสารต่างๆ ให้แต่ละองค์กรที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว ทั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) และนักวิชาการต่างประเทศวิเคราะห์แล้ว จึงไม่รู้สึกกังวล.

?

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ป.ป.ช. ชี้ กสทช. รับแจกไอโฟนเสี่ยงผิดกฎหมาย

ป.ป.ช. ชี้ กสทช. รับแจกไอโฟนเสี่ยงผิดกฎหมาย

ป.ป.ช. ชี้ กสทช. รับ “ไอโฟน” เข้าข่ายผิดกฎหมาย เหตุมูลค่าสูงกว่า 3 พันบาท ด้านผู้บริหารเอไอเอส เผยการแจกของให้หน่วยงานเป็นเรื่องปกติของบริษัทเอกชน…

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายเมธี ครองแก้ว กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กล่าวว่า มาตรการ 103 เขียนว่า ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใด รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่ ป.ป.ช.กำหนด ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐ หมายถึงคนที่ได้รับเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งหากรับจากบริษัทเฉยๆ ไม่ใช่ตัวบุคคล อาจไม่เข้าข่าย แต่โดยเจตนารมย์ กฎหมาย ป.ป.ช.ต้องการป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำประพฤติมิชอบ

ตามประกาศ ป.ป.ช. ข้อ 5(2) เรื่องหลักเกณฑ์ทัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2543 กำหนดห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาจากบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่ญาติในมูลค่าในการับแต่ละบุคคล แต่ละโอกาสไม่เกิน 3 พันบาท ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ม.122 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต

ส่วนกรณีที่ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า เป็นตัวแทนบริษัทนั้นๆ มอบให้ในงานจัดเลี้ยง โดย กสทช. ไม่ได้ร้องขอนั้น นายเมธี กล่าวว่า หากตั้งไว้ที่ถนนและเจ้าหน้าที่ กสทช. เดินผ่าน อย่างนี้ไม่ผิด แต่หากมีบุคคลเดินเข้ามาให้ และรับไว้ ผิดตามมาตรา 103 แน่นอน หากมีคนมาฟ้องร้อง และกรรมการ ป.ป.ช.จะต้องดูว่ามีเจตนาหรือไม่ ซึ่งการที่ กสทช.ที่เป็นหน่วยที่มีผลได้เสียโดยตรงกับบริษัทโทรคมนาคมนั้น นับว่ามีความเสี่ยงมาก แต่คงไม่สามารถวินิจฉัยได้นอกจากกรรมการที่ประชุมป.ป.ช. ขณะเดียวกัน คิดว่ามีความสุ่มเสี่ยง แม้เลขาฯ กสทช. จะบอกว่าเป็นความสมัครใจของค่ายบริษัทนั้นๆ ก็ตาม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเด็นเหล่านี้ ป.ป.ช.ยังไม่เคยวินิจฉัยว่ามีความผิดชัดเจน แต่จะมีประโยชน์ในทางป้องไม่ให้เจ้าหน้าที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำความผิดเท่านั้น ไม่ได้ต้องการออกกฎหมายมาเพื่อฟาดฟันใคร แต่หากมีใครฟ้องร้อง ก็ต้องไต่สวน

ด้าน นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวถึงกรณี กสทช. รับไอโฟนว่า ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เป็นเรื่องปกติที่มีหน่วยงานมาสวัสดีปีใหม่ แต่กรณีที่เป็นข่าว อาจเป็นกรณีที่บริษัทมือถือรายหนึ่ง มาสวัสดีปีใหม่ และนำพระแก้วมรกตมามอบให้ และเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นถุงใส่โทรศัพท์มือถือไอโฟนรุ่นใหม่

ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ได้รับไว้ และแจ้งว่าไม่สามารถรับได้ เพราะขัดกับข้อกฎหมาย ป.ป.ช. และเป็นจุดยืน หรือจริยธรรมส่วนตัวอยู่แล้ว แต่ค่ายมือถือยังบอกว่าให้ลองเอาไปใช้ดูก่อน แต่ได้ปฏิเสธไป ซึ่งค่ายมือถือก็นำกลับไป โดยทีมงานหน้าห้องเห็นชัดเจน ส่วนบริษัทจะไปพบกรรมการคนอื่นด้วยหรือไม่นั้นไม่ทราบ

ส่วนประเด็นที่มีการแจกโทรศัพท์ ในงานเลี้ยงปีใหม่นั้น ที่จัดวันที่ 13 ม.ค. 55 ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียด เพราะดำเนินการโดยสำนักงาน แต่วันนั้นได้ไปร่วมและนำของไปจับสลากด้วย ด้วยใช้เงินตัวเอง และส่งให้ทีมสำนักงานนำไปจับสลาก ส่วนของขวัญที่นำมาไม่ทราบว่ามาจากไหนบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นจากกรรมการและผู้บริหาร กสทช. ส่วนของขวัญจากภายนอกเป็นหน้าที่ของสำนักงาน กสทช.

นางสาวสุภิญญา กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวหากถูกตรวจสอบก็จะเป็นเรื่องใหญ่แน่อน ซึ่งในส่วนของสำนักงาน กสทช. ในวันนั้นหากพิสูจน์ได้จริงว่าเกี่ยวพันกับค่ายมือถือก็อาจมีความเสี่ยง แต่ต้องให้เลขาธิการ กสทช. ชี้แจ้งข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งการประชุมบอร์ดสัปดาห์หน้าอาจได้หารือแนวทางป้องกันในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง และหากมีกระบวนการตรวจสอบใดๆ ขึ้นมา ฝ่ายเกี่ยวข้องก็ต้องชี้แจงกันไป

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า เคยเสนอให้ กสทช.ทำกรอบจริยธรรมองค์กร บางเรื่องที่ไม่ขัดกรอบกฎหมาย แต่ขัดกรอบจริยธรรม ก็ต้องดูกันว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นบทเรียนป้องกันในอนาคต เพื่อรักษาจริยธรรมและภาพลักษณ์ในฐานะที่เป็นองค์กรกำกับดูแล เพราะอนาคตอาจมีเรื่องให้เกิดข้อสงสัยได้อีก

ขณะที่ นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า การให้เป็นของขวัญเป็นเรื่องปกติ เพราะทุกวันนี้ลูกค้าวีไอพีก็มีของแบบนี้ให้เหมือนกัน ทั้งนี้ หาก กสทช. กำหนดกฎไว้ว่าไม่รับของที่มีมูลค่าเกิน 3 พัน แล้วไม่รับก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนการร่วมจับสลากหากเป็นงานปีใหม่ของใครเป็นเรื่องปกติของบริษัท แต่หากจับได้แล้วไม่เอาก็เป็นเรื่องของเค้าเหมือนกัน เหมือนเป็นของชำร่วยจากบริษัทเอกชน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวต่อว่า บริษัทไม่เคยมีนโยบายว่าจะให้หรือไม่ให้ใคร ฝ่ายไหนดูแลใครอยู่เป็นคนจัดการกันไป เป็นงบประมาณของแต่ละฝ่ายจัดการ ซึ่งข่าวที่ออกมา คิดว่าไม่น่าใช่เรื่องใหญ่ หากพิจารณาแล้วรับไม่รับก็แล้วแต่ อย่างไรก็ตาม ควรไปวุ่นวายเรื่องใหญ่อย่าง 3จี ว่าจะเกิดหรือไม่เกิดดีกว่า.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,