มติครม.ตั้งกอฉ.สยบม็อบ”สมัคร”สั่งเคลื่อนกำลังได้

“สมัคร” พลิกเกมประชุม ครม.นัดเฉพาะกิจ ออกประกาศยึดอำนาจ “อนุพงษ์” มีผล 4 ก.ย. สั่งการใช้กำลัง-เคลื่อนทหารได้ “ดร.ปณิธาน” ชี้นายกฯ จ้องรวบอำนาจกลาโหม-หวั่นปฏิวัติ ด้านพันธมิตรเฮ ยึดทำเนียบต่อได้ หลังศาลอุทธรณ์ยกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา พร้อมมีคำสั่งให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินใน กทม. เพื่อจัดการปัญหาการชุมนุมของกลุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ยืดเยื้อมากว่า 100 วัน แต่ท่าทีของ พล.อ.อนุพงษ์ เป็นไปอย่างประนีประนอม และมีแนวคิดว่า ปัญหาทางการเมืองต้องแก้โดยภาคการเมือง หรือรัฐสภา

ด้วยเหตุนี้กลุ่มที่ปรึกษาซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายสมัคร จึงเล่นเกมเพื่อดึงอำนาจการสั่งการคืนตามระบอบประชาธิปไตย โดยเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ภายหลังนายกรัฐมนตรีประกาศไม่ลาออก

มติครม.ให้สมัครคุมกฎ20ฉบับ

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า สำนักนายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องออกประกาศอีก 2 ฉบับ จึงมีความจำเป็นต้องเรียกประชุม ครม.ให้รับทราบและเห็นชอบตามประกาศนี้ภายใน 3 วัน

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉบับแรก คือ การจัดตั้งกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ กอฉ. โดยผ่านความเห็นชอบของ ครม. นายสมัครจึงมีคำสั่งจัดตั้ง กอฉ.ขึ้น ทั้งนี้ กอฉ.ประกอบด้วย ผบ.ทบ.เป็นผู้อำนวยการ ผบ.ตร.เป็นรองผู้อำนวยการ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นรองผู้อำนวยการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ เป็นกรรมการ สำหรับผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ เป็นกรรมการและเลขานุการ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ข้าราชการตำรวจและข้าราชการพลเรือนตามผนวก เป็นเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้น 19 ตำแหน่ง

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1.เป็นหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุก เฉิน 2.จัดให้มีหน่วยงานหรือศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อเป็นองค์ประกอบปฏิบัติการภายใต้ กอฉ.ให้มีอำนาจในการแก้ไขปราบปรามยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามที่ได้รับมอบหมาย 3.ดำเนินการทางด้านการข่าว 4.ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อทำความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลและประชาชนทุกภาคส่วน รวมทั้งปฏิบัติการด้านจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง สำหรับการดำเนินการข่าวกรองนั้น ให้ดำเนินการด้านการข่าวและต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ฉุก เฉินและที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

5.จัดกำลังตำรวจและทหารดำเนินงานตามแผนรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ และสถานที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งประสานส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ดำเนินการป้องกันตัวเอง ตามความสามารถ 6.มอบหมายให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนกำลังพล งบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑ์ ยานพาหนะ และเครื่องมือต่างๆ เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน 7.เรียกให้ส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐเข้าประชุมชี้แจง ให้ข้อมูลข่าวสารตามที่เห็นสมควร 8.แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินตามความจำเป็น และ 9.ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกฯ หรือครม.มอบหมาย สั่ง ณ วันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2551 ลงชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

พล.ต.ท.วิเชียรโชติกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พ.ร.ก.อีกฉบับ เป็นการกำหนดอำนาจหน้าที่ของ ครม.ตามกฎหมาย เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ภายหลังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขต กทม.ตามกฎหมายฉบับนี้ ให้รัฐมนตรี และ ครม.ให้มอบอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวง โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตอนุมัติสั่งการ ตามบังคับบัญชาหรือแก้ไขป้องกัน ปราบปราม ระงับยับยั้ง สถานการณ์ฉุกเฉิน หรือช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในท้องที่ที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน โดยจะมีกฎหมาย 20 ฉบับ 1.พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 2.พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2493 3.พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 4.พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 5.พ.ร.บ.ควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 6.พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2520

7.พ.ร.บ.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ.2522 8.พ.ร.บ.ควบคุมอาหาร พ.ศ.2522 9.พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 10.พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 11.พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ.2522 12.พ.ร.บ.การสุรา พ.ศ.2493 13.พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 14.พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 15.พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2485 16.พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 17.พ.ร.บ.การเนรเทศ พ.ศ.2499 18.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับมูลนิธิและสมาคม 19.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจสืบสวนและสอบสวน และการใช้อำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และ 20.ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการใช้กำลังทหาร การเคลื่อนกำลังทหารและการเตรียมพร้อม พ.ศ.2545 โดยนายสมัคร ลงนามในประกาศวันที่ 4 กันยายน 2551

ทั้งนี้ พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 และข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการใช้กำลังทหาร การเคลื่อนกำลังทหารและการเตรียมพร้อม พ.ศ.2545 ซึ่งเดิมอำนาจในการสั่งการใช้กำลังทหาร การเคลื่อนกำลังทหารเป็นของคณะผู้บัญชาการทหาร ประกอบด้วย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และเสนาธิการทหาร จะถูกโอนมาเป็นของนายสมัครทันที

ชี้นายกฯจ้องรวบอำนาจกลาโหม

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง กล่าวถึงมติ ครม.ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีมีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย 20 ฉบับว่า เรื่องนี้ต้องให้นักกฎหมายตีความว่า อำนาจในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะการใช้ และเคลื่อนกำลังทหารยังเป็นของใครกันแน่ระหว่าง นายกรัฐมนตรี หรือ ผบ.ทบ. โดยต้องดูว่า ประกาศในครั้งนี้เป็นการรวบอำนาจของ ผบ.ทบ. มาไว้ในมือด้วยหรือไม่

“ในอดีตตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา ก็เคยมีการรวบอำนาจมาไว้ในมือนายกฯ มากที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจของทหาร และตำรวจ ซึ่งถ้าหากเป็นสังคมประชาธิปไตยก็เป็นการทำเพื่อถ่วงดุลข้าราชการประจำ แต่ถ้าเป็นสังคมไทยก็จะเกิดปัญหาในการบริหารจัดการปัญหาว่า อำนาจที่แท้จริงอยู่ในมือใคร และใครมีอำนาจใช้ และเคลื่อนกำลังในรูปแบบใด” รศ.ดร.ปณิธาน กล่าว

รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวอีกว่า ดูเหมือนว่านายกฯ ต้องการอำนาจมาควบคุมการใช้กำลังของกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะต้องมาดูกันอีกทีว่า จะทำให้มีอำนาจมากขึ้นแค่ไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่านายกฯ ไม่ไว้ใจฝ่ายทหารได้หรือไม่ รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า ถ้ามองอย่างนั้นก็ได้ เพราะอาจจะเกรงว่า การให้อำนาจในกรณีพิเศษจะทำให้อำนาจไม่สมดุล และอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา จึงต้องมีการถ่วงดุล คานอำนาจโดยพลเรือน แต่การทำเช่นนี้ก็มีข้อเสีย คือ ทำให้เกิดการชะงักงันในการใช้อำนาจในสภาวะฉุกเฉินที่ต้องใช้การสั่งการที่ เบ็ดเสร็จ และเด็ดขาด

ส่วนจะเป็นการบีบฝ่ายทหาร และอาจทำให้เกิดการรัฐประหารตามมาหรือไม่ รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า อำนาจของฝ่ายบริหารที่เข้มแข็งมากขึ้นอาจจะไปกดดันให้ทหารทำในสิ่งที่ไม่ อยากจะทำ ทำให้สถานการณ์เปราะบางมากขึ้น และนำไปสู่การเผชิญหน้ากันได้

คาดดึงอำนาจคืนป้องกันปฏิวัติ

แหล่งข่าวจากกองทัพ กล่าวว่า เป็นการดึงเอาอำนาจมาไว้ที่นายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมือง เพื่อป้องกันการถูกปฏิวัติ ทั้งนี้ ข้อบังคับกลาโหมว่า ด้วยการใช้กำลังทหารและการเคลื่อนย้ายกำลังทหารนั้น ให้อำนาจผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นผู้สั่งเคลื่อนกำลังทหาร หากในพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ของเหล่าทัพใด ผบ.เหล่าทัพนั้นก็จะเป็นผู้สั่งดำเนินการ แต่ในกรณีที่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บังคับใช้ ก็จะเป็นอำนาจของประธานคณะกรรมการภาวะฉุกเฉิน เป็นผู้สั่งดำเนินการ กรณีนี้ก็คือ พล.อ.อนุพงษ์

“เขาคงจะป้องกันไว้ เผื่อว่าเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นกับตัวเอง จะได้สั่งให้กำลังทหารออกมาป้องกัน หรือต่อต้าน” แหล่งข่าวกล่าว

“อนุพงษ์”แจงทูตทหารต่างชาติ

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ มอบหมายให้ พล.ท.ศิริชัย ดิษฐกุล ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายข่าว ชี้แจงสถานการณ์บ้านเมืองต่อคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย และผู้แทนด้านการทหาร จำนวน 20 ประเทศ รวม 30 คน เช่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี และสวีเดน เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ของประเทศไทย ภายหลังจากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงได้รับทราบถึงบทบาทและจุดยืนของผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยที่เข้าร่วมรับฟังสอบถาม ว่า ทหาร ตำรวจ ทำไมถึงได้อดทนและไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย พล.ท.ศิริชัยกล่าวว่า ทหาร ตำรวจ เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดเวลา โดยเฉพาะด้านการข่าว แต่ผู้บังคับบัญชามีนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่จะใช้การเจรจาเป็นหลัก เมื่อประชาชนสองฝ่ายมาปะทะกันเป็นเรื่องยากที่เราจะดำเนินการ เพราะทหารและตำรวจมีข้อจำกัดในการดำเนินการ ซึ่ง พ.ร.ก.มีข้อกำหนดที่จำกัดสิทธิเสรีภาพ เราพยายามพิจารณาอย่างละเอียดในการใช้ ทั้งเรื่องการชุมนุมหรือการควบคุมสื่อ เพื่อไม่ให้ไปสู่ความรุนแรง

ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยถามว่า การแก้ปัญหามีข้อจำกัดของเจ้าหน้าที่หรือไม่ พล.ท.ศิริชัยกล่าวว่า เราไม่ใช้อาวุธแก้ปัญหา อย่างมากจะเป็นแก๊สน้ำตา โล่กำบัง และอุปกรณ์ฉีดน้ำเท่านั้น ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยถามย้ำว่า ผบ.ทบ.ต้องการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มพันธมิตร แต่นายกรัฐมนตรีมีท่าทีจะใช้กำลังปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล พล.ท.ศิริชัยกล่าวว่า ไม่มีความเห็น แต่การประกาศ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว สาเหตุเกิดจากมีคน 2 กลุ่มมาปะทะกัน ซึ่ง ผบ.ทบ.ชี้แจงว่า หากนอกเหนือขอบเขตการทำงานของกองทัพก็ขึ้นอยู่กระบวนการทางการเมือง หรือรัฐสภาเป็นผู้แก้ไข

ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยถามอีกว่า รัฐบาลได้ฟ้องร้องกลุ่มพันธมิตรที่บุกรุกเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ พล.ท.ศิริชัยกล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล กองทัพคงไม่เข้าไปก้าวล่วง ส่วนจะเจรจาใต้โต๊ะเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายยุติปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูลที่จะมีการเจรจา บทบาทกองทัพบกในขณะนี้ คือ ควบคุมไม่ให้ทั้งสองกลุ่มมาปะทะกัน

ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรียังไม่ลาออกตามขอเรียกร้องของพันธมิตร กองทัพมีมาตรการดูแลสถานที่ราชการอย่างไร โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิหรือสถานที่ท่องเที่ยว พล.ท.ศิริชัยกล่าวว่า เรื่องนี้ได้เตรียมการตลอด และมีหน่วยที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งสนามบิน โดยทหารเข้าไปช่วยเหลือตำรวจในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

ส่วนการปิดสนามบินภูเก็ต และสนามบินหาดใหญ่ ขณะนี้ในระดับท้องที่ทำความเข้าใจ ปัจจุบันสนามบินเปิดทำการปกติ ทั้งนี้ กองทัพบกมีกำลังส่วนหนึ่งทั้งทหารและตำรวจ ซึ่งการเจรจาเป็นมาตรการแรก แต่หากเกิดอะไรขึ้นมาคงดำเนินการต่อไป

จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ได้เรียกประชุมคณะทำงานแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมหารือรวม 20 องค์กร เช่น? พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองหัวหน้ารับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์

รายงานข่าวแจ้งว่า เวลา 15.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ได้เชิญแกนนำสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) มาร่วมหารือ เพื่อหาทางออกปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น หลังจาก สรส.นัดหยุดงาน และขู่ตัดน้ำ ตัดไฟ สถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง แต่ภายหลังแกนนำ สรส.ได้ยกเลิกกำหนดการที่จะเข้าหารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ โดยอ้างว่า สรส.ไม่พร้อม เนื่องจากแกนนำยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม วันที่ 5 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมกิตติขจร ภายในกองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์จะแถลงถึงบทบาทความชัดเจนในการทำหน้าที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบใน การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงขอบเขตอำนาจใน พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้มีหลายฝ่ายสงสัยว่า สถานการณ์ไม่ได้เกิดความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ หรือ 16 ตุลา ทำไมรัฐบาลถึงประกาศ พ.ร.ก.มาบังคับใช้ในช่วงเวลานี้ ซึ่งขณะนี้ ผบ.ทบ.ให้เจ้าหน้าที่ร่างคำแถลงการณ์ดังกล่าวแล้ว

เผยให้ตร.แจ้งความผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม

พล.ท.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมการได้หารือเพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน ซึ่งขณะนี้มีความพัฒนาไปเช่นกัน ที่ประชุมยังยืนยันจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่จะเน้นการเจรจาเป็นหลัก โดยมอบหมายให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการที่จะแจ้งความจับผู้ที่กระทำผิดข้อห้าม ที่มีอยู่ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกกลุ่ม เพื่อให้ทราบว่ามีการดำเนินการผิดกฎหมายข้อใดบ้าง ส่วนการใช้กำลังเข้าดำเนินการเวลานี้ยังไม่เหมาะสม

?ปัญหาขณะนี้ คือ การบังคับใช้กฎหมายที่เขาไม่ยอมรับ ซึ่งเจ้าหน้าที่คงเลี่ยงปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ แต่อาจจะมีมาตรการจากเบาไปหาหนัก ทุกคนทราบดีว่าเขาอยากให้เราใช้กำลังดำเนินการ แต่เจ้าหน้าที่ทำไม่ได้ เพราะหากเกิดการล้มตายแล้วจะทำอย่างไร ขณะนี้น่าจะมีการพูดคุยเจรจา และใช้แนวทางสันติ? พล.ท.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีพอใจการทำงานของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ พล.ท.ประยุทธ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเข้าใจและพูดคุยกับ พล.อ.อนุพงษ์ตลอด ทั้งนี้ การทำงานของเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความสุขุม เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง อย่าสร้างความกดดันให้เจ้าหน้าที่ ส่วนสถานการณ์ที่ยังไม่มั่นคง เกรงว่าทหารจะก่อรัฐประหารอีกครั้ง แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ไม่มี อย่าถามเรื่องปฏิวัติ ควรถามว่าบ้านเมืองจะไปอย่างไร เราจะช่วยกันอย่างไร ขณะนี้ทหารมีเพียงเตรียมกำลังอยู่ในหน่วยที่ตั้ง เพื่อดูแลสถานการณ์หากมีการเคลื่อนมวลชนมาปะทะกัน ทหารก็จะเข้าห้ามปราม อย่าเอาเวลามาเป็นเงื่อนไข ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีกำหนดเวลา 3 เดือน ไม่ได้กำหนดว่าเสร็จเมื่อไร หากไม่เสร็จก็ต่อไปอีกได้ แต่หากสถานการณ์เรียบร้อยอาจยกเลิกก่อนได้

ตั้งนายตำรวจร่วมทหารคุมม็อบ

วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการดูแลความสงบเรียบร้อยกองบัญชาการตำรวจ นครบาล (ผอ.ศปก.น.) ลงนามบันทึกด่วนที่สุด แจ้งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รอง ผบ.ตร. เพื่อทราบ รอง ผบช.น. ผบก.ทุก บก. เนื้อหาระบุว่า ด้วยขณะนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองในเขตพื้นที่ กทม. ประกอบกับมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้น เพื่อให้การประสานงานในการปฏิบัติภารกิจของ บช.น. และกองทัพภาคที่ 1 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดประสิทธิภาพ จึงมอบหมายให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดังนี้

พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น. เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ประสานงานกับกองทัพภาคที่ 1 มอบหมายให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจประสานงานประจำ กองทัพภาคที่ 1 ได้แก่ พ.ต.ท.ถาวร สมศักดิ์ รอง ผกก.กก.1 บก.จร. พ.ต.ท.ศักดิ์รินทร์ ตันติภัณฑรักษ์ รอง ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.น. พ.ต.ท.ปรีดา สถาวร รอง ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.น. พ.ต.ท.สรรค์พิสิฐ แย้มเกสร รอง ผกก.1 บก.ตปพ. และ พ.ต.ท.ชุมวร ชมะทัต รอง ผก.ฝอ.7 บก.อก.บช.น. โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละวัน มอบหมายให้ ผบก.อก.เป็นผู้จัดวางตารางเวรในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ให้นายตำรวจประสานงานดังกล่าวเข้าร่วมประชุมกองทัพภาคที่ 1 ทุกวัน เวลา 17.00 น. และเข้าร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ในส่วนของ บช.น.ในแต่ละวันตามกำหนด

สหภาพ กสท ขู่ตัดวงจรเกตเวย์

ส่วนความเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงาน นายสมบูรณ์ ทรัพย์สาร ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่ออารยะขัดขืนรัฐบาลนายสมัครหลังการ แถลงไม่ลาออก โดยระบุว่า สหภาพ กสท พร้อมที่จะตัดสินใจตัดวงจรเกตเวย์ระหว่างประเทศทันที หากเกิดวิกฤติขึ้นจริงโดยการกระทำของรัฐบาล โดยการดำเนินการจะต้องเป็นมติของคณะกรรมการของสหภาพฯ กสท เท่านั้น สำหรับจุดที่จะปิดมี 2 ส่วนใหญ่ คือ เคเบิลใต้น้ำ และศูนย์โทรคมนาคม จ.นนทบุรี โดยสหภาพสามารถติดต่อกับผู้ปฏิบัติงานได้โดยตรง แต่ผู้บริหารได้แจ้งว่า ขอให้สหภาพ ดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะจะเกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ การปิดเกตเวย์เชื่อมต่อระหว่างประเทศ จะกระทบต่อการสื่อสารข้ามประเทศ ทั้งอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ และระบบการเงินที่ใช้ระบบออนไลน์ และระบบการซื้อขายในตลาดหุ้น ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก

ที่มา : http://www.komchadluek.net/2008/09/05/x_main_a001_219421.php?news_id=219421

Tags: , , ,

พันธมิตร – ม็อบเฮ!ศาลแพ่งสั่งงดบังคับคดีเหตุ ตร.รื้อเวทีมัฆวานฯไม่ชอบ กม.-ทุบตี ปชช.ให้รอฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์!

พันธมิตรเฮ!! ศาลแพ่งสั่งงดการบังคับคดี เหตุตำรวจไปรื้อถอนเวทีมัฆวานฯไม่ชอบด้วยกฎหมายทุบตีประชาชน หากบังคับคดีต่อจะเสียหาย ให้รอจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่ง “สนธิ”ขู่ล้อมโรงพักลั่น กทม.จะลุกเป็นไฟประกาศศึกสุดท้าย! “พันธมิตร” แห่ปิดสนามม้านางเลิ้ง ขวางตร.พักเหนื่อย

?

กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงปักหลักชุมนุมภายในทำเนียบรัฐบาลเป็นวันที่ 3 หลังจากบุกยึดทำเนียบรัฐบาลสำเร็จตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม แม้ว่าศาลแพ่งจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล และศาลอาญาออกหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรกับพวก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม แกนนำ ยืนยันที่จะไม่ไปมอบตัว แต่พร้อมให้ตำรวจเข้ามาจับกุมตามหมายจับ

?

พันธมิตรเฮ! ศาลแพ่งสั่งงดการบังคับคดี

?

?

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม? นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตร ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขอทุเลาบังคับคดีโดยฉุกเฉินอย่างยิ่ง ในคดีที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ฯ ,? นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร ฯ และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เป็นจำเลยที่ 1-6 เรื่องละเมิด และขับไล่ พันธมิตร ฯ ออกจากทำเนียบรัฐบาล ซึ่งศาลคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ให้ จำเลยทั้งหก กับพวก ออกจากทำเนียบรัฐบาล รื้อถอนเวทีปราศรัย รวมทั้งขนย้ายสิ่งกีดขวางทั้งหมดในทำเนียบรัฐบาล และให้จำเลยทั้งหก กับพวก เปิดพื้นที่จรจาจรบน ถ.พิษณุโลก ? ถ.ราชดำเนิน ทุกช่องจราจร และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ศาลแพ่งได้มีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี นั้น โดยคำร้องจำเลยอ้างว่าโจทก์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปบังคับคดีโดยรื้อถอนเวทีที่สะพานมัฆวานรังสรรค์? โดยมิได้ปฏิบัติตามกฎหมาย และทุบตีร่างกายประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงขอให้ศาลงดการบังคับคดีไว้ก่อน ?

?

?

ต่อมาเวลา 17 .00 น. ศาลแพ่งได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่ง? โดยเห็นว่า? เนื่องจากทนายจำเลยทั้ง 6 ได้ยื่นคำร้องอ้างว่าได้มีการอาศัยหมายบังคับคดีที่ศาลออกตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไปดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย? ดังนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน? ศาลจึงเห็นควรอธิบายคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฉบับลงวันที่ 27 สิงหาคม 2551 ให้คู่ความเข้าใจให้ชัดเจน? กล่าวคือ ตามคำสั่งที่ระบุว่า ?จึงมีคำสั่งให้จำเลยทั้งหก ออกจากทำเนียบรัฐบาลและบริเวณพื้นที่ทำเนียบฯทั้งหมด? ให้จำเลยทั้ง หกดำเนินการให้กลุ่มผู้ชุมและรื้อถอนเวทีปราศรัยรวมทั้งสิ่งกีดขวางอื่นๆออกไปจากบริเวณดังกล่าว?? ซึ่งการแปลความคำสั่งต้องอ่านทั้งประโยคต่อเนื่องกัน? แล้วจะได้ความว่า คำว่าออกไปจากบริเวณดังกล่าวหมายถึงออกไปจากพื้นที่บริเวณทำเนียบฯเท่านั้น?

?

?

?

ในส่วนคำสั่งที่ระบุว่า ?ให้จำเลยทั้ง 6 ดำเนินการให้เปิดพื้นที่จราจรถนนพิษณุโลก ถนนราชดำเนิน เพื่อให้ประชาชน คณะรัฐมนตรี โจทก์ ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานในทำเนียบฯสามารถเข้าออกเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสะดวก?? นั้น? เป็นคำสั่งที่ต่อเนื่องกัน? การแปลความจึงต้องอ่านข้อความในคำสั่งทั้งประโยค? มิใช่นำข้อความส่วนใดส่วนหนึ่งของประโยคมาแปลความ? ดังนั้นเมื่ออ่านประโยครวมแล้วมีความหมายว่า การเปิดพื้นที่จราจรถนนพิษณุโลกและถนนราชดำเนินนั้น เป็นการให้เปิดพื้นที่จราจรของถนนดังกล่าวที่ติดกับทำเนียบฯ? เพื่อให้สามารถเข้าออกเพื่อปฏิบัติหน้าที่โดยสะดวกเท่านั้น? ในส่วนของคำสั่งที่ระบุว่า ?ให้คำสั่งนี้มีผลทันที? หมายถึงให้คำสั่งมีผลบังคับแก่จำเลยได้ทันที? แม้จำเลยจะยังมิได้รับการแจ้งคำสั่ง? ส่วนการบังคับคดีจะดำเนินการได้เพียงใด? ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

?

?

?

ทั้งนี้สืบเนื่องจากจำเลยทั้งหก ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีต่อศาลเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์และรับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของจำเลยทั้ง 6 แล้วนั้น? วันนี้จำเลยทั้งหก ได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีโดยฉุกเฉินอย่างยิ่ง? อ้างว่าโจทก์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปบังคับคดีโดยรื้อถอนเวทีที่สะพานมัฆวานรังสรรค์? โดยมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 เบญจ? โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อาศัยหมายบังคับคดีของศาลเข้าทุบตีร่างกายประชาชน? ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ส่งศาลอุทธรณ์พิจารณา? เห็นว่าหากยังคงให้มีการบังคับคดีต่อไปจะเกิดความเสียหาย? จึงเห็นควรให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 292 (2) จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งหรือคำพิพากษา? แจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ เบื้องต้นให้แจ้งคำสั่งทางโทรสารก่อน?? และให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์โดยเร็ว

?
??

?

?

?

?

?

พันธมิตรแห่ปิดสนามม้านางเลิ้ง ขวางตร.พักเหนื่อย

?

?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. นายศิริชัย ไม้งาม แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางจากทำเนียบรัฐบาลถึงสนามม้านางเลิ้งแล้ว เพื่อหวังปิดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเข้าพักผ่อน รวมทั้งสกัดกั้นการลำเอียงอาหารให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

?

?

?

?

“สนธิ”ขู่ล้อมโรงพักลั่น กทม.จะลุกเป็นไฟประกาศศึกสุดท้าย!


??

?

?

?

?

ต่อมาเวลา 16.00 น. แกนนำทั้งหมดขึ้นเวทีอีกครั้ง โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรได้ประกาศมติพันธมิตร ว่า ขอเรียกร้องให้ตำรวจส่งผู้สั่งการให้เข้าจัดการกับพันธมิตรมาให้ และจัดการตำรวจที่ตีประชาชนทันที รวมทั้งตำรวจที่เอาปืนจ่อหัวประชาชน ไม่นั้นวันนี้จะมีเรื่องกัน และขอความชัดเจนก่อนเวลา 19.00 และประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่นอกทำเนียบ โดยเฉพาะส่วนที่อยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าโดยนายศิริชัย ไม้งาม จะเป็นคนนำเดิน ไปปิดล้อมสนามม้านางเลิ้ง เพื่อกดดันตำรวจที่ประจำการอยู่ให้ออกไป จากนั้นจะจัดกำลังไปกดดันที่บชน. และสตช. โดยที่สตช.จะต้องไปกันมากเป็นพิเศษเพื่อถามความชัดเจน


??

?

?

?

?

?ถ้าตำรวจทำร้ายประชาชนอีกครั้งในครั้งนี้ สถานีตำรวจทุกแห่งจะลูกเป็นไฟ วันนี้เราจะจับตำรวจบ้าง ผบชน.ต้องจัดการตำรวจที่ทำร้ายประชาชน ถ้ายังไม่ได้รับคำตอบ คืนนี้เราจะล้อมโรงพักด้วย? กรุงเทพฯจะลุกเป็นไฟ และไม่รับประกันว่า คืนนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ?นายสนธิกล่าวอย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของกลุ่มชุมนุมที่เริ่มทยอยไปตามคำสั่ง กระทั่งเวลา 16.15 น. มีการแจ้งบนเวที ว่า ทางสตช.ได้สั่งถอนกำลังตำรวจออกจากพื้นที่ทำเนียบแล้ว
?

“รสนา”ร้องผบ.ตร. ตำรวจใช้ปืนจี้หัวผู้ชุมนุมพันธมิตร

?

?

?

เมื่อเวลา 16.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. พร้อมด้วย พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรสุข ที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนจี้หัวผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้าร้องเรียนต่อพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยขอให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการอย่างเด็ดขาดไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรง เพราะจะทำให้เกิดเหตุพลาดพลั้งและขยายความรุนแรงหมือนเหตุพฤษภาทมิฬและเหตุการณ์เดือนตุลาคม นอกจากนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการสลายการชุมนุม เนื่องจากขณะนี้เป็นการชุมนุมของชาวบ้านเป็นเรื่องปลายเหตุต้องแก้ที่ต้นเหตุ โดยวิธีทางการเมืองเปิดเวทีเจรจา

?

?

?

น.ส.รสนา กล่าวว่า ยอมรับว่าการชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล หากไม่ถูกต้อง ก็ต้องใช้วิธีละมุมละม่อม ส่วนการเรียกร้องให้แกนนำพันธมิตรฯ ออกมารับผิดชอบก็สามารถเรียกร้องได้ แต่แกนนำพันธมิตรฯ อาจอ้างเพื่อขออารยะขัดขืน แต่มีเรื่องโทษทางอาญาก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย

?

?

?

?

?

?

?

?

?

?

?

พันธมิตรฯ ยึดทำเนียบฯ ได้อีกครั้ง

?

?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. หลังกลุ่มพันธมิตรฯ สามารถยึดพื้นที่บริเวณสะพานมัฆวานฯ คืนได้แล้ว ต่อมาจึงใช้กลยุทธ์นำรถหกล้อ นำทางตะลุยฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบุกเข้าไปทางลานพระบรมรูปทรงม้า ก่อนจะตะลุยรุกคืบเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถยึดพื้นที่คืนที่ทำเนียบรัฐบาลได้แล้ว จากนั้นจึงมีกลุ่มแนวร่วมต่างทยอยเดินทางกลับเข้าทำเนียบฯ อีกครั้ง

?

?

?

“ปฐมพงษ์-รสนา”บุกบช.น.ขอพบ”อัศวิน”อย่าทำรุนแรง

?

?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.15 น. พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรสุข ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการกองบัญชาการทหารสูงสุด และนางสาวรสนา โตสิตระกูล ได้นำผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประมาณ 500? คน เดินทางจากทำเนียบรัฐบาล ถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ถ.ศรีอยุธยา โดยมีจุดประสงค์ขอเข้าพบกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ไม่ให้ใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมในทำเนียบฯ และขอความชัดเจนจากนายสมัคร เนื่องจากเป็นผู้นำประเทศ

?

?

?

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่า

วได้ปิดล้อมบช.น. และปิดถนนศรีอยุธยา ด้านหน้า บช.น.ทั้ง 4 ช่องทาง ทำให้รถไม่สามารถผ่านเข้าออกได้?

?

?

?

?

?

?

?

?

?

?

?

?

“ปฐมพงษ์” โผล่ม็อบ ระบุรับไม่ได้เหตุการณ์ “รุนแรง”

?

?

เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 29 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานคณะที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เดินทางมายังสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยพล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวว่า รู้สึกรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตนไม่อยากเห็นความรุนแรงและการทำร้ายประชาชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้การเจรจา ไม่ใช่มัวแต่กังวลว่าจะเสียหน้า เพราะจะทำให้ประเทศเสียหาย นอกจากนี้ ตนไม่รู้สึกว่าถ้าเดินทางมายังที่ชุมนุมแล้ว จะไม่สามารถกลับไปทำหน้าที่ได้?

?

?

?

?

?

จากนั้น พล.อ.ปฐมพงษ์ได้พูดคุยกับพ.ต.อ.ธน ยุติธรรมดำรง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ และกล่าวว่า ตำรวจและทหารเป็นพี่น้องกัน กลุ่มผู้ชุมนุมก็เป็นคนไทยด้วยกัน อย่าใช้ความรุนแรง พร้อมย้ำกับตำรวจตระเวนชายแดนว่าให้ทำเพื่อชาติไม่ใช่ผลประโยชน์ของผู้ใดผู้หนึ่ง

?

?

?

?

?

?

“สนธิ-สมเกียรติ”ปลุกพันธมิตรฯทั่วประเทศ ฮือ! สมทบทำเนียบฯ

“สนธิ-สมเกียรติ”ปลุกพันธมิตรฯทั่วประเทศ ฮือ! สมทบทำเนียบฯ

?

?

?

?

?

?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวที โดยเรียกร้องให้ประชาชนจากทุกภาคทั่วประเทศ ลุกขึ้นต่อสู้และเดินทางมาสมทบกับพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาในทำเนียบฯ เพื่อกดดันให้ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ออกนอกพื้นที่?

?

?

?

?

?

“สมเกียรติ”สั่งม็อบให้เก็บ”อุจจาระ”มาสู้กับ ตร.


?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง เมื่อนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นกล่าวบนเวทีให้กลุ่มชุมนุมมองไปยังตึกสันติไมตรี ซึ่งพบว่ามีกลุ่มควันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และขอให้ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้กลุ่มชุมนุมแตกฮือเข้าไปมุงดูจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม พบว่าเป็นเพียงไฟที่ลุกไหม้เครื่องปั่นไฟที่ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงเท่านั้น เหตุการณ์จึงสงบลง ทั้งนี้นายสมศักดิ์ยังได้ประกาศให้เครือข่ายสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจหยุดงานทั่วประเทศ และเดินทางตามมาสมทบที่ทำเนียบ นอกจากนี้นายสมเกียรติ์ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ ยังบอกให้กลุ่มขชุมนุมเตรียมเก็บอุจจาระไว้สู้กับตำรวจอีกด้วย

?

?

?

จากนั้นเวลา 13.30 น. นางอัญชลี ไพรีรักษ์ และนายสำราญ รอดเพชร กล่าวบนเวทีสั่งการให้กลุ่มพันธมิตรฯทั่วประเทศ เดินทางไปยังสนามบินของทุกจังหวัดที่มี โดยเฉพาะที่จ.ภูเก็ต จ.สงขลา ฯลฯ รวมถึงศาลากลางของแต่ละจังหวัด และให้พันธมิตรฯที่ถูกตำรวจตีแตกที่สะพานมัฆวานฯ ไปรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และจุดต่างๆที่ใกล้เคียงทำเนียบ เพื่อล้อมแนวตำรวจเข้ามาจากชั้นนอก

?

?

?

พันธมิตรฯ เชื่อมประตู-ปล่อยกระแสไฟป้องกันทำเนียบ

?

?

?

เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 29 ส.ค. มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวเนชั่น เปิดเผยว่า ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาประชิดประตู 7 ทำเนียบรัฐบาล บริเวณด้านหลังตึกนารีสโมสร กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้นำกุญแจมาคล้อง พร้อมทั้งได้ทำการเชื่อมประตูติดกัน เพื่อป้องกันการฝ่าด่านเข้ามาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ได้ต่อไฟฟ้าจากแบ็ตเตอรี่ไปยังประตูด้วย เพื่อไม่ให้ตำรวจเข้ามาจับด้วย

?

?

?

?

“เอเอสทีวี”ปลุกระดม วอนมวลชนร่วมชุมนุมสมทบที่ทำเนียบรบ.

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.40 น.สถานีโทรทัศน์เคเบิลเอเอสทีวีได้ขึ้นข้อความหน้าจอโทรทัศน์ ปลุกระดมเชื้อชวนมวลชนมาร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล โดยแนะนำให้เดินทางเข้าทางริมคลองหน้าวัดโสมนัส และเดินทางเข้าทางสะพานอรทัยหน้าธกส.

?

?

?

?

พันธมิตรยันหมายบังคับคดี ต้องรอคำขออุทธรณ์ก่อน

?

?

เมื่อเวลา 11.00 น. นายประพันธ์ คูนมี ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวกรณีเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีนำหมายบังคับคดีติดโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ว่า ตนได้รับมอบหมายจากทั้ง 5 แกนนำพันธมิตรฯ ให้มาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งข้อสังเกตว่าศาลแพ่งจะพิพากษา เฉพาะข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชน แต่ในกรณีนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลฟ้องร้องกับประชาชน ฉะนั้นจึงต้องถามว่า จะเป็นการใช้อำนาจโดยเหมาะสมหรือไม่?

?

?

?

?

?

นายประพันธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ หากพิจารณาตามข้อกฎหมายแล้ว ศาลแพ่งไม่มีอำนาจสั่งให้ประชาชนที่มาชุมนุมออกไปนอกพื้นที่ เนื่องจากประชาชนไม่ได้อยู่ในฐานะบริวารของผู้ใด ดังนั้น การบังคับคดีลักษณะนี้จึงยังไม่สามารถบังคับได้ เพราะขณะนี้ทนายของพันธมิตรได้ยื่นอุทธรณ์ เพื่อขอบรรเทาการบังคับคำสั่งของศาล ซึ่งล่าสุดศาลแพ่งได้รับคำร้องของกลุ่มพันธมิตรแล้ว รวมทั้งได้ไปยื่นไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาควบคู่กันไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กำลังสลายกลุ่มผู้ชุมนุม จะถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเสียเอง

?

?

?

?

?

??

?

?

?

?

?

?

จำลอง-สมเกียรติ” ขึ้นเวทีปลุกระดมขวัญใจแนวร่วม

?

?

?

?

?

?

?

?

?

?

เมื่อเวลา 11.52 วันที่ 29 ส.ค. ที่เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีปลุกระดมมวลชนอีกครั้ง ว่า เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมาก ทำทุกอย่างพังหมด โต๊ะเก้าอี้ที่เราทำมา พังหมด พี่น้องไม่ต้องตกใจ เข้าทำร้ายแต่โต๊ะเก้าอี้ เขายังรักษาระเบียบวินัยไม่ทำร้ายคน พี่น้องไม่ต้องกลัวเดี๋ยวเราฟ้องร้องเรียกคืนให้หมด

?
ขณะที่นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีต่อพร้อมกับกล่าวว่า “กูไม่กลัวมึง” โดยมีการอ่านแถลงการณ์สนับสนุนของหัวหน้าภาควิชาทุกวิชา ของคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สนับสนุนและร่วมให้กำลังใจการชุมนุมของพันธมิตรฯ โดยระบุว่าเป็นการทำให้การเปลี่ยนแปลงในสังคม

?
“จำลอง” อ้าง ตร.ใช้กระบองทุบตีทำร้ายพันธมิตร

?

?

?

เมื่อเวลา 11. 50 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นกว่าบนเวทีพันธมิตรฯว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้ามาในทำเนียบและกระทำการรุนแรงต่อพันธมิตรฯ ใช้กระบองทุบตีจนได้รับบาดเจ็บหลายราย

?

?

?

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้ามาทางประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งยึดพื้นที่บรเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ได้เรียบร้อยแล้ว

?

?

?

ศาลแพ่งรับอุทธรณ์พันธมิตรแต่คำขอทุเลายังไม่มีผล
?

?

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลแพ่งมีคำสั่งรับคำอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และคำขอทุเลาการบังคับคดีตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยื่นต่อศาลแพ่งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยศาลแพ่ง มีคำสั่งให้? สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยนายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โจทก์ ส่งคำคัดค้านอุทธรณ์ภายใน 15 วัน เพื่อเตรียมส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ทั้งนี้คำขอทุเลาการบังคับคดีในคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั้น ต้องรอจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่ง

?

?

?

ทั้งนี้คดีดังกล่าว สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง , นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ฯ ,? นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร ฯ และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เป็นจำเลยที่ 1-6 เรื่องละเมิด และขับไล่ พันธมิตร ฯ ออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยศาลแพ่งไต่สวนและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ให้ จำเลยทั้งหก กับพวก ออกจากทำเนียบรัฐบาล รื้อถอนเวทีปราศรัย รวมทั้งขนย้ายสิ่งกีดขวางทั้งหมดในทำเนียบรัฐบาล และให้จำเลยทั้งหก กับพวก เปิดพื้นที่จรจาจรบน ถ.พิษณุโลก ? ถ.ราชดำเนิน ทุกช่องจราจร ขณะที่เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ศาลแพ่งมีคำสั่งตามคำขอของโจทก์ แต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อจัดการให้เป็นไปตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หลังจากที่โจทก์ แถลงข้อเท็จจริงต่อศาลว่าจำเลยทั้งหก กับพวก ยังไม่ออกจากทำเนียบรัฐบาลตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่ง

?

?

?

ทนายระบุศาลแพ่งรับ”อุทธรณ์”แล้ว ตร.ไม่มีสิทธิสลายชุมนุม

?

?

?

เวลา 10.30 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายจากสภาทนายความ ในฐานะทนายความของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังในการนำใบบังคับคดีของศาลแพ่งไปติดที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า การนำกำลังตำรวจพร้อมอาวุธครบมือจำนวนมากเพื่อเข้ามาปิดใบประกาศของเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี ในฐานะตัวแทนโจทก์ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

?

?

?

นายนิติธร กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทนายของพันธมิตรฯ ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อศาลแพ่งแล้ว ซึ่งศาลรับว่าจะให้อุทธรณ์คดี โดยหลังจากนี้ภายใน 15 วัน เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องยื่นคำโต้แย้งการอุทธรณ์ของจำเลย ดังนั้น ภายในระยะเวลา 15 วัน หากศาลยังไม่มีวินิจฉัยหรือมีคำสั่ง พันธมิตรฯ จะสามารถชุมนุมอย่างชอบธรรมภายในทำเนียบฯได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอำนาจที่จะเข้ามาสลายการชุมนุมแต่อย่างใด

?

?

?

พันธมิตรฯ เตือนผู้ชุมนุมอย่าดึง”หมายศาล” หวั่นผิดกม.

?

?

?

เมื่อเวลา 10.34 น. วันที่ 29 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล พิธีกรบนเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศแจ้งให้ผู้ชุมนุมรับทราบถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่บังคับคดีและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำหมายศาลมาติดไว้บริเวณปากทางเข้า-ออกทุกจุดของพื้นที่การชุมนุม โดยเฉพาะพื้นที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานชมัยมรุเชฐ สะพานอรทัยและบริเวณแยกมิสกวัน โดยเตือนให้ผู้ร่วมชุมนุมอย่าดึงป้ายออก เพราะอาจมีความผิดตามกฎหมาย

?

?

?

พันธมิตรแจ้งความ พบอาวุธสงครามอื้อ!ในทำเนียบ

?
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม รายงานข่างแจ้งจากทำเนียบรัฐบาลว่า ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ อายุ 55 ปี ตัวแทนกองทัพธรรม และนายกิตติชัย ไสสะอาด อายุ 45 ปี หัวหน้าการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งรักษาความปลอดภัยอยู่ที่บริเวณประตู 4 ของทำเนียบฯ ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.เอกพล ทวิวงศ์ชัยกุล พงส.(สบ.2) สน.ดุสิต หลังพบอาวุธสงคราม และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ภายในชั้น 2 ของอาคารฝ่ายปฏิบัติการ รปภ.ด้านประตู 4 ถนนพิษณุโลก ภายในทำเนียบฯ
??????
ร.ต.แซมดิน กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ให้เข้าแจ้งความภายหลังจากพบอาวุธสงคราม เนื่องจากเมื่อเวลา 03.00 น. ขณะที่การ์ดพันธมิตรฯ กำลังสำรวจความปลอดภัย และตรวจสอบความเรียบร้อยภายในทำเนียบฯ เมื่อมาถึงอาคารดังกล่าว พบชายต้องสงสัยจำนวน 38 คน แต่งกายสวมเสื้อสีเหลือง โดยอ้างว่าเป็นตำรวจสันติบาล จึงเจรจาขอให้ออกจากอาคาร และขอตรวจสอบบริเวณด้านในของอาคาร
??????
?จากการตรวจสอบที่บริเวณชั้น 2 ของอาคาร พบอาวุธปืนสงคราม และกระสุนปืนจำนวนมาก ประกอบด้วย ปืนเอ็ม 16 จำนวน 17 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 3 ลัง จำนวนลังละ 2,000 นัด รวม 6,000 นัด และยังพบปืนเอชเค 33 จำนวน 13 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน จำนวน 440 นัด กระสุนปืนขนด .38 จำนวน 2 กล่องใหญ่ รวม 2,400 นัด และไฟฉาย จำนวน 13 กระบอก ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นปืนที่มีทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย? ร.ต.แซมดิน กล่าว
??????
ร.ต.แซมดิน กล่าวต่อว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้ เพื่อต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าอาวุธที่พบไม่ได้เป็นของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยต้องการให้ตำรวจ สน.ดุสิต เข้าตรวจสอบ และยึดปืน รวมทั้งเครื่องกระสุนทั้งหมดไว้ อีกทั้งยังได้ประสานตำรวจสันติบาลเข้าตรวจสอบ และนำหลักฐานมาแสดงว่าเป็นของตำรวจสันติบาลจริงหรือไม่

?
ต่อมา พ.ต.ต.ทรงชัย เทพสาร หัวหน้าตำรวจสันติบาล ประจำทำเนียบรัฐบาล เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้ง เรื่องอาวุธปืน ที่เก็บอยู่ในคลัง พร้อมให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่า ที่เข้าแจ้งความเพื่อต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ เรื่องปืนที่อยู่ในคลัง จำนวนดังกล่าว แต่ที่พันธมิตรแจ้งจำนวนปืนนั้น ยังขาด ปืนสั้น ขนาด .38 อีก 150 กระบอก เชื่อว่า พันธมิตรน่าจะยังไม่พบปืนดังกล่า จึงไม่ได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวน แต่ตนจะยังไม่นำกำลังตำรวจสันติบาล เข้าตรวจสอบ เพราะเกรงเรื่องความปลอดภัย และเกรงว่าจะกระทบกระทั่งกับกลุ่มพันธมิตรฯ

?

??????
พ.ต.ต.ทรงชัย กล่าวต่อว่า ปืนที่พบเป็นปืนที่ใช้ปฏิบัติงานดูแลทำเนียบอยู่แล้ว แต่เมื่อกลุ่มพันธมิตรเข้ายึดทำเนียบเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนจึงสั่งให้ทั้งหมดปลดอาวุธและนำมาเก็บที่อาคารดังกล่าว และให้ตำรวจทั้งหมด สวมเสื้อเหลืองเพื่อดูกลมกลืน แต่ที่พันธมิตรเข้าไปพบนั้นเชื่อว่าขณะที่ถูกผลักดันออกมา ตำรวจที่ดูแลอยู่ น่าจะลืมล็อคประตู

?

?

?

นายพลส่งจม.เตือน ?พธม.? สลายชุมนุม ตี5-8โมงเช้า จับกุมแกนนำ

?

?

?

เมื่อเวลา 2.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยบนเวทีชั่วคราวบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ถึงกลุ่มผู้ชุมนุม ว่า ทุกคนต้องเตรียมตัวอยู่ตลอดเวลา อย่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสลายการชุมนุมได้ ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันให้มาก เพราะหากจำนวนผู้ชุมนุมน้อยลงเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจ้องสลายการชุมนุมได้

?
จากนั้น นายสำราญ รอดเพชร แกนนำพันธมิตรฯรุ่นที่2 ได้อ่านจดหมายของข้าราชการยศนายพลคนหนึ่งได้เขียนถึงพล.ต.จำลอง ให้กลุ่มผู้ชุมนุมฟังว่า รัฐบาลจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 7 พันนายเข้าสลายการชุมนุมในช่วงเวลา 5.00-8.00 น.ของวันที่ 29 สิงหาคมนี้? ดังนั้น ควรหาทางป้องกันโดยกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งอยู่นอกรั้วทำเนียบรัฐบาลขอให้เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลให้มาก? ทั้งนี้ นายพลคนดังกล่าวระบุถึงแผนการนี้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปีนรั้วเข้าทางด้านหลังทำเนียบรัฐบาลและจะใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุมและต้อนประชาชนให้ออกทางประตูหน้าทำเนียบฝั่งสะพานชมัยมรุเชฐ จากนั้นจะใช้หน่วยจู่โจมเข้าจับกุมแกนนำพันธมิตรทั้งหมด

?

?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ได้ช่วยกันรื้อถอนเวทีจากเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อมาก่อสร้างเวทีถาวร บริเวณที่ตั้งเวทีชั่วคราวบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า แล้ว

?
พันธมิตรฯ? รุก ยึดพ้นที่อาคาร? ?สปน.? เพิ่ม ขับ ?ตำรวจ? พ้น ?ทำเนียบฯ?
????????????????????????????????????????????????????????????
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการชุมนุมช่วงคืนวันที่ 29 สิงหาคมถึงเช้าวันที่ 30 สิงหาคม มีความวุ่นวายเกิดขึ้นเล็กน้อยทั้งคืน โดยในช่วงเที่ยงคืน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งชุมนุมกันอยู่ในบริเวณทำเนียบรัฐบาล ได้ขอเพิ่มกำลังพลตามจุดต่างๆ อีกจุดละหลายร้อยคน โดยเฉพาะประตู 4 หลังตึกสันติไมตรี และ ประตู 7 หน้าพัฟ แอนด์ พาย จากนั้นได้กรูกำลังประชาชนเข้าล้อมกรอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการอยู่หน้าบริเวณสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยึดพื้นที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลให้การรักษาความปลอดภัยจากการถูกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมได้เพิ่มขึ้น? โดยกลุ่มพันธมิตรฯ เริ่มรวมกำลังผู้ชุมนุมไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่ประตู 7 หลังพัฟ แอนด์ พาย แล้วพยายามดันมาอยู่ช่องระหว่างอาคารสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมตตรีหลังใหม่กับหลังเก่า จากนั้นแกนนำได้พยายามเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ถอนตัวออกจากทำเนียบรัฐบาล จากนั้นไม่นานนักเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ถอนตัวออกจากทำเนียบรัฐบาลออกไปทางประตู 5 ตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้มุ่งหน้ารวมกลุ่มกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหน่วยหนึ่งซึ่งรักษาการอยู่บริเวณหน้าอาคารสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีหลังใหม่เพื่อให้ออกไปจากทำเนียบรัฐบาลเช่นกัน จนสุดท้ายปรากฎว่ากลุ่มพันธมิตรฯได้ยึดพื้นที่ถนนหน้าอาคารสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ทั้งหมด พร้อมกับการไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาลไปจนหมด

?
?สมศักดิ์? ปูด ตำรวจ ซุก ?อาวุธสงคราม? เพียบ?

?

?

?

จากนั้นเวลาประมาณ? 01.00 น. กลุ่มพันธมิตรฯ ได้เข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยรักษาการอยู่ โดยเฉพาะตามอาคารต่างๆ? จนกระทั่งเวลา 04.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ของกลุ่มพันธมิตรฯ มาแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่านายสมศักดิ์ โกสัยสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ จะแถลงข่าวการพบอาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณ อาคารรับเรื่องราวร้องทุกข์?? เมื่อผู้สื่อข่าวไปที่อาคารรับเรื่องราวร้องทุกข์ นายสมศักดิ์? กล่าวว่า เมื่อกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจพ้นไปจากทำเนียบรัฐบาลในช่วงดึกแล้ว ทีมงานรักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เข้าตรวจสอบอาคารต่างๆ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 38 นายพร้อมเสื้อเหลือง คล้ายกับที่ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ใส่ อยู่บนชั้น 2 ของอาคารรับเรื่องราวร้องทุกข์? ซึ่งตำรวจเหล่านั้นอ้างว่าเป็นตำรวจสันติบาลและขอทำงานในห้องดังกล่าวต่อไป แต่กลุ่มพันธมิตรฯไม่ยอม จึงถ่ายรูปบุคคลเหล่านั้นไว้และผลักดันให้ออกจากทำเนียบรัฐบาลไป

?

?เอ็ม 16 ? เอสเค? พร้อม ?กระสุน? ครึ่งหมื่น

?
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านั้นออกจากทำเนียบรัฐบาลไปแล้วได้ตรวจสอบพบอาวุธสงครามเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย ปืนเอ็ม16 จำนวน 17 กระบอก กระสุน 3ลังลังละ2000นัด ปืนHK13 จำนวน13กระบอก กระสุน 440 นัด กระสุนปืน.38 จำนวน2 กล่องใหญ่2350 นัด ไฟฉาย 13 กระบอก ซึ่งได้ให้แกนนำกลุ่มแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ แล้วจะมีการแถลงข่าวอีกครั้ง

?
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ห้องที่ทางกลุ่มพันธมิตรฯ อ้างว่าพบอาวุธสงครามนั้นเป็นห้องกองรักษาความปลอดภัยตำรวจทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล นอกจากนี้การให้สัมภาษณ์ของนายสมศักดิ์ ยังไม่เปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวได้เห็นอาวุธ โดยอ้างว่ารอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบก่อนแล้วจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

?
ม็อบตื่นทหารพล.อ.แจ้งตร.จะเข้าสลายพันธมิตร

?

?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯช่วงบ่ายของวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมาเริ่มตึงเครียด โดยเมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมืองแกนนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีระบุว่า ?ได้รับโทรศัพท์จาก ทหารยศ พล.อ.และตำรวจยศ พล.ต.อ. ซึ่งโทรมาบอกว่าในเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสลายการชุมนุม ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา? ซึ่งทำให้สถานการณ์การชุมนุมเริ่มตรึงเครียด เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งแถวสลับกับการเปลี่ยนเวรยามตลอดเวลา บริเวณหลังตึกสันติไมตรี ในทำเนียบรัฐบาล ขณะเดียวกัน ชุดรักษาความปลอดภัยของพันธมิตรและนักรบศรีวิชัย รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งป้อมบริเวณเป็นโล่มนุษย์ทุกจุดรอยต่อระหว่างด้านหลังตึกสันติไมตรีและบริเวณด้านหน้าที่กลุ่มพันธมิตรสร้างเป็นเครื่องกีดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่บุกเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม

?

?

?

ตร. หวิดปะทะ “พันธมิตร” หลังเข้าช่วยตร.ติดในตึกสันติไมตรี

?

?

?

รายงานข่าวแจ้งว่า ในเวลา 15.00 น. แกนนำกลุ่มพันธมิตรประกาศบนเวทีให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมารวมตัวหันที่บริเวณประตู 4 ของทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากการมีความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมตั้งแถวเดินเท้ามาประชิดกลุ่มผู้ชุมนุมที่ตั้งแถวรอไว้ และในเวลา 15.20 น. นายสนธิ ได้เดินทางมาดูบริเวณดังกล่าวด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นจุดล่อแหล่มที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถบุกเข้าในพื้นที่ชุมนุมได้ นอกจากนี้ ภายในตึกสันติไมตรียังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอยู่ในตึกจำนวนหลายร้อยนาย ซึ่งเข้าไปแฝงตัวแล้วไม่สามารถออกจากภายในตึกได้ เพราะกลุ่มพันธมิตรได้ปิดล้อมประตูด้านนอกพร้อมล่ามโซ่ได้ทุกด้าน ดังนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะบุกเข้ามา เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในตึกสันติไมตรี

?

?

?

รายงานข่าวแจ้งว่า อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาของการประจันหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมที่ตั้งแถวประชิดกัน บริเวณประตู 4 หลังตึกสันติไมตรี กลุ่มผู้ชุมนุมตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ?มาชุมนุมด้วยสันติ อหิงสา? สลับกับการร้องเพลงปลุกใจ อาทิ เราสู้ สรรเสริญพระบารมี ยามเฝ้าแผ่นดินและเพลงรักเมืองไทย? กระทั่งเวลา 16.20 น. บรรยากาศเริ่มคลายความตรึงเครียดเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการตั้งแถวแล้วเข้าไปพักผ่อนเช่นเดิม

?

?

?

อ้าง”เอเอสทีวี”ถูกตัดสัญญาณให้มารวมตัวที่ทำเนียบ

?

?

?

เวลา 15.00 น. แกนนำกลุ่มพันธมิตรประกาศบนเวทีให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณประตู 4 ของทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากการมีความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมตั้งแถวเดินเท้ามาประชิดกลุ่มผู้ชุมนุมที่ตั้งแถวรอไว้ และในเวลา 15.20 น. นายสนธิ ได้เดินทางมาดูบริเวณดังกล่าวด้วยตนเอง นอกจากนี้ ภายในตึกสันติไมตรียังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอยู่ในตึกจำนวนหลายร้อยนาย ซึ่งเข้าไปแฝงตัวแล้วไม่สามารถออกจากภายในตึกได้ เพราะกลุ่มพันธมิตรได้ปิดล้อมประตูด้านนอกพร้อมล่ามโซ่ได้ทุกด้าน ดังนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะบุกเข้ามา เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในตึกสันติไมตรี กระทั่งเวลา 16.20 น. บรรยากาศเริ่มคลายความตรึงเครียดเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการตั้งแถวแล้วเข้าไปพักผ่อนเช่นเดิม

?

?

?

รายงานข่าวแจ้งว่า ในเวลา 16.50 น. แกนนำกลุ่มพันธมิตรประกาศบนเวทีว่าสัญญานถ่ายทอดเอเอสทีวีถูกตัดสัญญาน แล้วบอกให้กลุ่มผู้ชุมนุมโทรศัพท์ให้ชักชวนคนใกล้ชิดมาร่วมชุมนุม เพราะอาจเป็นสัญญาไม่ดีให้ร้องขอให้ทุกคนออกมารวมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาณถ่ายทอดสดเอเอสทีวียังออกอากาศตามปกติ

?

?

?

“จำลอง”ปลุกคนชุมนุมหวั่นตร.สลาย

?

?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.จำลอง ได้ขึ้นเวทีประกาศเป็นระยะๆ ว่าได้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าสลายชุมนุม เช่น ตอน 12.00 น. อีกครั้ง 15.00 น. โดยเรียกให้ผู้ชุมนุมเข้ามารวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาลมากขึ้น อย่างไรก็ตามทางตำรวจไม่ได้มีการเข้าสลายการชุมนุมแต่อย่างใด

?

?

?

คอมมานโดพรึ่บ”พธม.”ตื่น

?

?

?

เมื่อเวลา 14.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดในชุดเกราะพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งโล่และกระบอง จำนวนประมาณ 200 นาย นั่งรถคุมขัง 5 คัน วิ่งจากถนนนครสวรรค์ ตรงเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล โดยทันทีที่ข่าวนี้มาถึงหูแกนนำจึงสั่งให้ผู้ปราศรัยบนเวทีหยุดปราศรัยทันที แล้วหันไปเปิดเพลงปลุกใจเสียงดังลั่น ท่ามกลางความกังวลของผู้ชุมนุมกว่า 3 พันคน

?

?

?

กระทั่งเวลา 15.00 น. นายสนธิ ขึ้นบนเวทีชั่วคราวหน้าตึกไทยคู่ฟ้า กล่าวปลุกใจผู้ชุมนุมว่า ถ้าใครกลัว จะกลับไปก็กลับได้เลย วันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ให้คนไทยได้เห็นว่า กลุ่มคนที่ต่อสู้มาเกือบ 100 วัน คนที่ทำงานเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด จะถูกรังแกโดนตำรวจ วันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า คนที่สู้เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทั้ง 2 พระองค์มาโดยตลอด และคนที่สู้กับรัฐบาลนายสมัคร ซึ่งเป็นทายาทอสูรของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

?

?

?

“ผมจะอยู่เฉยๆ รอให้ตำรวจมาจับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับพี่น้องว่าจะให้ตำรวจมาจับหรือเปล่า ทราบว่า ตชด.จะใช้ตำรวจหญิงเข้ามาจับตัวผม และพล.ต.จำลอง ดังนั้นพันธมิตรหญิงไม่ต้องกังวล ไม่ต้องห่วง ใครก็ตามที่วิ่งเข้ามาหาผม ผมจะถือว่าเป็น ตชด.นอกเครื่องแบบ มีตำรวจนอกเครื่องแบบบางคนปลอมตัวใส่เสื้อเหลือง อยากให้จับตาดูให้ดีๆ วัตถุประสงค์เพื่อเข้ามาจับตัวแกนนำ ผมรู้มาโดยตลอด แม้แต่คนที่ล้อมแกนนำวานนี้ ก็มีตำรวจหญิงรวมอยู่ด้วย ” นายสนธิกล่าวและว่า วันนี้เรามาทำบุญคุณเพื่อบ้านเมือง พี่น้องคนไหนที่อยู่โดยรอบขอให้มาร่วมชุมนุม คนไหนที่อยู่ข้างนอกขอให้เข้ามาแสดงพลัง ให้ตำรวจเห็นว่าประชาชนไม่ได้สลายกันง่ายๆ และขอให้ยึดสันติ อหิงสา และอารยะขัดขืน หากเขาบุกเข้ามาก็ให้ฟังคำสั่งดีๆ อย่าแตกแถว เพื่อชาติบ้านเมือง ไม่มีอะไรน่ากลัว

?

?

?

“พัลลภ”ลั่นพร้อมเป็นแกนนำรุ่น2

?

?

?

นอกจากนี้ พล.ต.จำลองยังประกาศบนเวทีตอนหนึ่งว่า พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี (อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน รองผอ.กอ.รมน. ซึ่งเป็น จปร.7 รุ่นเดียวกับพล.ต.จำลอง) ได้โทรศัพท์มาบอกกับตนว่า หากแกนนำพันธมิตรทั้ง 5 คน ถูกจับกุม พลงอ.พัลลภก็พร้อมที่จะมาเป็นแกนนำรุ่นที่ 2 เพื่อสานต่อเจตนารมณ์แทน

?

?

?

ด้านพล.อ.พัลลภ กล่าวยอมรับว่า มีสัญญาใจ กับพล.ต.จำลอง ในฐานะเพื่อนรักที่เคยร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาใน 2 ประเด็น คือ 1.หากวันใดพล.ต.จำลอง ถูกจับกุม ตนก็จะเข้าไปทำหน้าที่แทน และ2.หากต้องการรบวิถีรุก ตนก็จะเข้าไปร่วมเหมือนเช่นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่ พล.ต.จำลอง ถูกจับและตนก็ต้องออกมาร่วมดำเนินการ

?

?

?

?” ดังนั้นพล.ต.จำลอง ถูกจับกุมตัวไปเมื่อใด จะเห็นตนเองอยู่บนเวทีพันธมิตรฯ อย่างแน่นอน ส่วนจะต่อสู้เคลื่อนไหวในรูปแบบใดนั้น ไม่สามารถบอกได้ เมื่อถึงวันเวลาดังกล่าว ทุกคนจะได้รู้เอง ” พล.อ.พัลลภกล่าว

?

?

?

โวมีแผนเผด็จศึกรบ. 3 วัน

?

?

?

พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า หากพล.ต.จำลองถูกจับสถานการณ์คงวุ่นวายแน่? ทั้งนี้ตนมีวิธีที่จะทำให้รัฐบาลและนายกฯลาออก แต่บอกไม่ได้ คาดว่าจะปฏิบัติการเพียง 3 วัน รัฐบาลต้องลาออกยกชุด เพราะยุทธวิธีรุกไม่เหมือนยุทธวิธีรับของพล.ต.จำลอง ซึ่งการขึ้นเวทีครั้งนี้ไม่มีใครหนุนหลัง? แต่ถึงเวลานั้นคงจะมีคำตอบว่าทหารจะอยู่ข้างตนหรือข้างไหน

?

?คิดว่า 3 วันคงเพียงพอที่จะทำให้รัฐบาลลาออก ผมจะใช้วิธีที่สั้นที่สุด จะไม่ใช้วิธีที่ยืดเยื้อแบบนี้ การขึ้นเวทีครั้งนี้ไม่มีผู้ใหญ่หนุนหลัง เป็นข้อตกลงที่ผมยึดถือมาตลอด ที่ผ่านมา 100 วันจะเห็นว่า ผมไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพียงแต่ติดตามสถานการณ์และเปิดทีวีดูเท่านั้น แต่วันใดที่พล.ต.จำลองถูกจับเข้าคุกก็จะขึ้นเวที เพื่อประกาศชัยชนะให้กับพันธมิตรฯทันที เพราะเห็นว่ารัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารมานานแล้ว ตั้งแต่ไปเซ็นสัญญายกดินแดนให้กับกัมพูชา ซึ่งถือว่าผิดรัฐธรรมนูญ ม.190 ดังนั้น นายกฯและครม.ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก?พล.อ.พัลลภ กล่าว??

?

?

?

?ตู่”ยกโทษประหารชีวิตขู่”พัลลภ”ไม่เชื่อดึง จปร.รุ่น7

?

?

?

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน(พปช.) และอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยเพื่อขับไล่เผด็จการ(นปก.) กล่าวถึงกรณีพล.อ. พัลลภ พร้อมจะเป็นแกนนำพันธมิตรรุ่น 2 ว่า เป็นสิทธิของพล.อ.พัลลภ แต่ไม่อยากให้วิตกและหวาดหวั่นว่าเมื่อพล.อ.พัลลภ ออกมาเคลื่อนไหวแล้วมักจะนำไปสู่ความรุนแรงเช่นที่เคยเกิดในอดีต เพราะวันนี้ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าที่กลุ่มพันธมิตร ลงมือกระทำไปแล้ว หากเป็นอย่างนั้นสังคมต้องรู้ว่าใครที่ทำให้เกิดความรุนแรง ซึ่งจะมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต? ทั้งนี้เชื่อว่าพล.อ.พัลลภจะมีสติ และไม่เชื่อว่าจะเป็นการดึงนายทหาร จปร.รุ่น 7 เข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมือง สำหรับนปก.จะไม่มีการเคลื่อนไหวชุมนุม จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและตำรวจ

?

?

?

10 ส.ว.สรรหาร่วมให้กำลังใจ

?

?

?

เวลา 13.00 น. กลุ่ม ส.ว.ประมาณ 10 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ว.ที่มาจากการสรรหา เช่น น.ส.รสนา โตสิตระกูล นายคำนูณ สิทธิสมาน นายวรินทร์ เทียมจรัส นายสมชาย แสวงการ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และ น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี ฯลฯ เดินทางมาให้กำลังใจการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยผู้ปราศรัยบนเวทีได้ประกาศชื่อ ส.ว.แต่ละคน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับจากประชะชน พร้อมกล่าวว่า ส.ว.เหล่านี้มาทำการอารยะขัดขืน ดังนั้นจึงขอให้ไปอารยะขัดขืนในการทำหน้าที่ในสภาด้วย
?

?

น.ส.รสนาให้สัมภาษณ์ว่า ที่ตำรวจออกหมายจับพันธมิตรในข้อหากบฏนั้น รุนแรงเกินไป ควรจะเปลี่ยนเป็นข้อกล่าวหาที่เบากว่า เช่น บุกรุกสถานที่ราชการ จากนั้นให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย โดยหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ตนไม่อยากเห็นรัฐบาลเข้ามาสลายการชุมนุม ตำรวจไม่ควรทำงานรับใช้นักการเมือง เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องของการเมือง ควรจะแก้ปัญหาด้วยการเมือง ไม่ควรเพิ่มดีกรีด้วยการใช้กฏหมายเข้ามาจัดการ

?

?

?

ใช้ยางรถกำบังสกัดตร.เข้าสลาย

?

?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.จำลองได้สั่งการปิดประตูทำเนียบทุกจุด เพราะเกรงว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกเข้ามาสลายการชุมนุม แต่จะเปิดประตูบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ให้กลุ่มผู้ชุมนุมจากด้านนอกทยอยเข้ามา แต่ไม่ใช้ผู้ชุมนุมภายในทำเนียบออกไป ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรต่างบ่นไม่สามารถกลับบ้านได้ นอกจากนี้ที่บริเวณภายนอกประตู 4 ฝั่งตรงข้ามสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิงประมาณ 200 คน ซักซ้อมเตรียมการหากตำรวจบุกเข้ามา โดยให้กลุ่มผู้หญิงเป็นทัพหน้า ส่วนบริเวณอื่นๆ ที่มีแผงกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มพันธมิตร และการ์ดพันธมิตรถือไม้กอล์ฟ และท่อนเหล็กยืนคุมอยู่ตามจุดต่างๆ ตามแผงรั้วกั้น
?
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณประตู 7 หลังตึกบัญชาการ 1 มีการนำเครื่องปรับอากาศเก่า ประมาณ 20 เครื่อง ยางรถยนต์ มาวางซ้อนเป็นที่กำบังสูงประมาณ 1 เมตร พร้อมนำกระเบื้องมุงหลังคาทำเนียบรัฐบาลมากั้นด้านหลังรั้วเหล็ก เนื่องจากเกรงว่าตำรวจจะบุกที่ประตูดังกล่าว
?
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบบริเวณที่บริเวณประตูที่ 7 เลียบคลองผดุงกรุงเกษม พบว่า ล้อรถดับเพลิงและรถบรรทุกผู้ต้องขังรวม 4 คัน ถูกปล่อยลมยางและไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ส่วนบริเวณเวทีปราศรัยสะพานมัฆวานรังสรรค์ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายเวทีออกจากพื้นผิวจราจรถนนราชดำเนินนอก โดยมีกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลความเรียบร้อยบริเวณทางเข้าทุกด้าน ซึ่งมีผู้ชุมนุมปักหลักรับฟังการปราศรัยบางตา เนื่องจากส่วนใหญ่เดินทางสมทบที่ทำเนียบรัฐบาล

?

?

?

ยึดห้องรองเลขาฯนายกเปิดแอร์นอน

?

?

?

นอกจากนี้กลุ่มพันธมิตรได้เข้าไปอาศัยอยู่ในตึกบัญชาการ 2 ทุกชั้น โดยชั้นที่ 1 ถึง 5 จะมีกลุ่มพันธมิตร นอนพักอาศัยอยู่บริเวณระเบียง เนื่องจากห้องทำงานของราชการถูกล็อคเอาไว้ ยกเว้นชั้นที่ 4 จึงมีการเข้าไปเปิดเครื่องปรับอากาศ และอาศัยอยู่ในห้องซึ่งเคยเป็นห้องทำงานของรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และห้องของที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี โดยที่หน้าห้องไม่มีป้ายชื่อระบุว่าเป็นห้องใคร? และมีการติดป้ายให้เข้าใช้ห้องน้ำในอาคารได้ทุกชั้น

?

สำหรับแกนนำทั้ง 9 คนที่ถูกศาลออกหมายจับ ต่างแยกย้ายกันพักผ่อนอยู่ภายในทำเนียบ ขณะที่บนเวทีชั่วคราวหน้าตึกไทยคู่ฟ้า มีแกนนำผลัดกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาล และปลุกระดมให้คนทางบ้านมาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง แต่มีบางส่วนทยอยเดินทางกลับ เพื่ออาบน้ำและพักผ่อน ก่อนที่จะเดินทางมาร่วมชุมนุมกันอีกครั้งในช่วงบ่าย

?

?

?

“จำลอง”ปัดดื้อแพ่งแจงใช้สิทธิอุทธรณ์

?

?

?

เวลา 10.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ร่วมกันแถลงจุดยืนกลุ่มพันธมิตรว่าจะใช้สิทธิชุมนุมอย่างสงบต่อไป เพราะรัฐบาลนี้หมดความชอบธรรมแล้ว? เมื่อถามว่า เหตุใดไม่ชุมนุมนอกทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ? ไม่ได้ เพราะแบบนั้นไม่ได้ผล อยากให้ออกจากทำเนียบรัฐบาล ต้องดำเนินการดังนี้ 1.ต้องประกาศชัดเจนว่าจะไม่แก้รัฐธรรมนูญ 2550 ต้องมีความชัดเจนทำเป็นสัตยาบัน ไม่ใช่หลอกให้เราเชื่อ เพราะรัฐธรรมนูญผ่านประชามติจากประชาชนกว่า 14 ล้านคน เพิ่งประกาศใช้มาไม่นาน และ 2.รัฐบาลต้องลาออกเพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

?

?

?

เมื่อถามว่า การไม่ยอมออกจากทำเนียบเป็นการดื้อแพ่งหรือไม่ เพราะศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ? เราทำตามกฎหมาย คือ ยื่นอุทธรณ์ ส่วนผลออกมาอย่างไรก็เคารพศาล หากตำรวจมาจับเราก็มาจับได้ เราไม่ได้หลบหนีไปไหน เรายังยึคมั่นในกระบวนการยุติธรรม แต่การไม่ไปมอบตัวไม่ใช่คัดค้านหรือตั้งป้อม ?

?

?

?

“สนธิ”ใช้อารยะขัดขืนในศาล

?

?

?

เวลา 10.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรขึ้นบนเวทีว่า เนื่องจากรัฐบาลไม่ใช้ทำเนียบจัดงาน ? 116 วัน จากวันแม่ถึงวันพ่อ ? ดังนั้นจะชุมนุมยืดเยื้อต่อไป จนกว่าจะถึงที่ 31 สิงหาคมเป็นอย่างน้อย

?

“ที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ชุมนุมออกนอกทำเนียบรัฐบาล ว่า เราสามารถสร้างอารยะขัดขืนในศาลได้เช่นกัน ฉะนั้นแกนนำต้องอดทน เรื่องนี้แกนนำ 5 คนได้มีการหารือกันเรียบร้อยแล้วว่าต้องอารยะขัดขืนเรื่องนี้ เพราะเอาความเท็จมาฟ้อง โดยเฉพาะกฎหมายอาญา มาตรา 113 ที่ระบุว่า ใช้กำลังเพื่อล้มล้าง เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ถามว่าผมเคยเอาประชาชนไปเผาที่ไหนหรือไม่ คนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญคือพรรคพลังประชาชน ส่วนเรื่องการแบ่งแยกดินแดน พวกเราไม่ได้ทำ แต่รัฐบาลนายสมัครทำ เพราะยกอธิปไตยเขาพระวิหารให้กับเขมร ฉะนั้นรัฐบาลนายสมัครจึงเป็นกบฏ ไม่ใช่พวกเรา ” นายสนธิกล่าว

?

?

?

พธม.เครียด”จำลอง”แจ้งข่าวทุบม็อบ

?

?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมช่วงบ่ายเริ่มตึงเครียด โดยเมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.จำลอง ขึ้นเวทีระบุว่า ?ได้รับโทรศัพท์จาก ทหารยศ พล.อ.และตำรวจยศ พล.ต.อ. ซึ่งโทรมาบอกว่าในเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสลายการชุมนุม ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา? ซึ่งทำให้สถานการณ์การชุมนุมเริ่มตึงเครียด เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งแถวสลับกับการเปลี่ยนเวรยามตลอดเวลา บริเวณหลังตึกสันติไมตรี ในทำเนียบรัฐบาล ขณะเดียวกัน ชุดรักษาความปลอดภัยของพันธมิตรและนักรบศรีวิชัย รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งป้อมบริเวณเป็นโล่มนุษย์ทุกจุดรอยต่อระหว่างด้านหลังตึกสันติไมตรีและบริเวณด้านหน้าที่กลุ่มพันธมิตรสร้างเป็นเครื่องกีดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่บุกเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม

?

?

?

ม็อบยึดทำเนียบ3วันกลิ่น”ฉี่-ขยะ”ฟุ้ง

?

?

?

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมพันธมิตรภายในทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันที่ 28 สิงหาคม โดยผู้ชุมนุมยังรวมตัวกันอยู่ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าอย่างหนาแน่น โดยเวลา 7.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร ขึ้นเวทีปราศรัยและให้ขนย้ายเต๊นท์ที่ตั้งอยู่โดยรอบ กลับมาวางไว้ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าตามเดิม เนื่องจากตลอดคืนที่ผ่านมาผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ตากฝนมาทั้งคืน หากต้องชุมนุมตากแดดอีก เกรงจะไม่สบายได้

?

ต่อมา เวลา 7.30 น. ผู้ปราศรัยบนเวทีขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันเก็บกวาดขยะ และปรับปรุงสถานที่ เนื่องสภาพในทำเนียบ มีขยะจำนวนมากหลายจุด ทั้งนอกรั้ว หน้าตึกบัญชาการ และหน้าตึกสันติไมตรี ขณะที่บนพื้นเต็มไปด้วยโคลนเลน นอกจากนี้ยังมีกลิ่นเหม็นน้ำเน่า และกลิ่นปัสสาวะคละคลุ้งไปทั่ว

?

?

ที่มา : http://www.matichon.co.th

?

?

?

?

Tags: ,