กสท.เล็งลงโทษ 4 ช่องการเมืองผิด ม.37

กสท.เล็งลงโทษ 4 ช่องการเมืองผิด ม.37

บอร์ด กสท.เตรียมลงโทษ 4 ช่องการเมือง ผิดมาตรา 37 และ ออกร่างประกาศรวมกลุ่มวิชาชีพสื่อจันทร์นี้

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

กสทช.ยันฟันละคร’ทองเนื้อเก้า’จะยึดตาม ม.37

กสทช.ยันฟันละคร'ทองเนื้อเก้า'จะยึดตาม ม.37

กสทช.ระบุ ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องร้องเรียนความไม่เหมาะสมของเนื้อหาละครเรื่องทอง เนื้อเก้า แต่ยืนยันจะเร่งพิจารณาความถูกต้องตาม พ.ร.บ.กสทช.มาตรา 37 ทั้งในส่วนของจุดประสงค์และบริบทรอบข้าง…

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2556 พลโทพีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยไทยรัฐออนไลน์ว่า ยังไม่ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาละครทองเนื้อเก้า ออกอากาศวันจันทร์-อังคาร หลังข่าวภาคค่ำ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ว่าบางฉาก มีการนำเสนอพฤติกรรมที่รุนแรง ระหว่างตัวละครแม่กับลูก และใช้ถ้อยคำหยาบคาย กระทบต่อความรุนแรงในครอบครัว แต่ยืนยันว่า จะเร่งตรวจสอบโดยเร็วที่สุด โดยจะใช้ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 37 เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา

กรรมการ กสทช.กล่าวต่อว่า สำหรับ การตรวจสอบข้อเท็จจริงจะดูที่วัตถุประสงค์ของละครว่า ถ้าเสนอภาพรุนแรงแต่สอดแทรกคำสอน และมีมูลเหตุของความรุนแรง ก็จะพิจารณาตามบริบทรอบข้างด้วย ถ้าผิดจริง บทลงโทษเบื้องต้นอาจเป็นการตักเตือน หรือปรับสูงสุด เป็นเงิน 5 แสนบาท อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กสทช. เคยพิจารณาเนื้อหา ฮอร์โมน เดอะซีรี่ย์มาแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชียลมีเดีย มีการวิพากษ์วิจารณ์บทละครเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะบทตัวละครที่ชื่อว่า ลำยอง ที่แสดงพฤติกรรมกับลูก หรือ วันเฉลิม เกินกว่าเหตุ เป็นแม่ที่ไม่น่าเอาเยี่ยงอย่าง และเปรียบเทียบอภิชาตบุตรอย่างวันเฉลิมว่า เป็นเด็กที่น่ารักคอยช่วยเหลืองานบ้าน ดูแลแม่ได้ดีเกินวัย นอกจากนี้ ยังมีสาวกละครทองเนื้อเก้าที่อินจัด พยายามเลียนแบบทั้งท่าทางและการแต่งกายให้ดูก๋ากั๋นเหมือนสาวลำยอง.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,

กสท. ยอมถอนร่างประกาศคุมเนื้อหา ม.37 รอทบทวนใหม่

กสท. ยอมถอนร่างประกาศคุมเนื้อหา ม.37 รอทบทวนใหม่

‘สุภิญญา กลางณรงค์’ กก.กสทช. เผย ปธ.คณะอนุฯ ยอมถอนร่างประกาศคุมเนื้อหา มาตรา 37 คาดไม่อยากเปิดศึกหลายด้าน เหตุเข้าสู่ช่วงประมูลทีวีดิจิตอล? ถือเป็นสัญญาณที่ดีและรู้สึกขอบคุณที่ไม่เร่งพิจารณา…

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา พ.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านเนื้อหาและผังรายการ ได้ขอถอนวาระการพิจารณาร่างประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ พ.ศ. … หรือร่างฯกำกับเนื้อหาทางทีวีวิทยุ ตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 (ที่ระบุว่า ห้ามนำเสนอเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน อย่างร้ายแรง อีกทั้งยังกำหนดมาตรการที่สามารถสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไข หรือพักใช้ใบอนุญาตได้) ออกไปจากการพิจารณาครั้งนี้

กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบว่าร่างประกาศฉบับนี้จะกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกเมื่อใด โดยก่อนหน้านี้ในเวทีวิชาการ นักกฎหมายหลายคนได้ระบุตรงกันว่า ร่างประกาศฯฉบับนี้ไม่มีฐานอำนาจทางกฎหมาย จึงอาจเกิดปัญหาต่อการกำกับดูแลต่อไปในอนาคต ซึ่งการตัดสินใจถอนวาระนี้ออกไป ถือเป็นสัญญาณที่ดีและรู้สึกขอบคุณที่ไม่เร่งพิจารณา ไม่เช่นนั้นต้องอาศัยการโหวตเสียงข้างมากแบบเดิม

นางสาวสุภิญญา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีเสียค้านจากหลายฝ่าย ทั้งองค์กรวิชาชีพ นักวิชาการด้านสื่อและกฎหมาย ซึ่งได้ส่งข้อเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณาแล้ว ส่วนเหตุของการถอยครั้งนี้ว่า ส่วนตัวมองว่า กสท.คงไม่อยากเปิดศึกหลายด้าน เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงการเตรียมประมูลทีวีดิจิตอล ซึ่งมีจุดละเอียดอ่อนที่ต้องให้ความสำคัญ แต่หลังประมูลทีวีดิจิตอล รวมถึงการเมืองที่ร้อนแรงขึ้นมาอีก สังคมก็อาจจะเรียกร้องให้กำกับเนื้อหาก็เป็นได้

กรรมการ กสทช. กล่าวด้วยว่า ขณะที่ หากมองอีกมุมหนึ่ง ต่อกรณีการออกร่างประกาศฯฉบับนี้ ทำให้สื่อช่องต่างๆ ตอบรับดีขึ้น เช่น ไทยทีวีสีช่อง 3 ผู้บริหารไปเข้าร่วมหลายเวที สื่อทีวีเริ่มพูดเรื่องการกำกับกันเอง เพื่อไม่ให้รัฐเข้ามายุ่ง ในปลายเดือน พ.ย. ทางสมาคม ? องค์กรวิชาชีพสื่อ เตรียมจะประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง การกำกับดูแลกันเองขององค์กรวิชาชีพสื่อในกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ ถือเป็นจุดเริ่มของความร่วมมือกันที่จะสนับสนุนสิทธิในการจัดตั้งองค์กร เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม รวมถึงการมีกลไกควบคุมกันเองขององค์กรวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับในการปฏิบัติและยึดถือร่วมกัน ถือเป็นการยกระดับของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพฯ ในการนำเสนอข่าวสารและแสดงความคิดเห็น อย่างมีความรับผิดชอบและปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

กสทช.ยึด ม.37 เข้ม คุ้มครองผู้บริโภคยุคทีวีดิจิตอล

กสทช.ยึด ม.37 เข้ม คุ้มครองผู้บริโภคยุคทีวีดิจิตอล

?สุภิญญา กลางณรงค์? กรรมการ กสทช. ปรับงานคุ้มครองผู้บริโภคสู่ยุคทีวีดิจิตอล รับสื่อมีอิสระมากกว่ายุคอะนาล็อก ยึด ม.37 คาดการเมืองลดแทรกแซง วอนผู้ประกอบการดูแลเนื้อหาก่อนออกอากาศ…

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า การกำกับผู้บริโภคในยุคทีวีดิจิตอลนั้น กฎระเบียบต่างๆ อาจปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันยุคทันสมัยบ้าง แต่บางข้อยังยึดแนวทางเดิม ทั้งนี้ ต้องรอให้การออกอากาศในระบบดิจิตอลดำเนินการ พร้อมกับออกกฎระเบียบต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งการเปลี่ยนเป็นระบบทีวีดิจิตอลนั้น คาดว่าการแทรกแซงทางการเมืองน่าจะลดลง และสื่อก็จะมีเสรีภาพและอิสระมากขึ้น เพราะฉะนั้น สื่อจะต้องกำกับตัวเองให้มากขึ้น สืบเนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของละคร หรือออกอากาศรายการทีวี ในเมื่อทีวีดิจิตอลจะมีช่องเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น ฝากถึงผู้ประกอบการด้วยว่าควรใส่ใจและให้การกำกับดูแลเนื้อหาที่จะออกอากาศด้วย

?ยุคทีวีดิจอตอล กฎระเบียบต่างๆ ในการคุ้มครองผู้บริโภค ยังคงยึดมาตรา 37 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 เป็นหลัก แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงข้อระเบียบต่างๆ ให้รัดกุมมากขึ้น เพื่อให้ทันยุคทีวีดิจิตอล ที่จะมีช่องรายการเพิ่มมากขึ้น และอาจจะทำให้การกำกับดูแลยากขึ้นด้วย เนื่องจากสื่อจะมีอิสระและเสรีภาพมากกว่าตอนที่เป็นทีวีอะนาล็อก? กรรมการ กสทช. กล่าว

นางสาวสุภิญญา กล่าวต่อว่า กฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคยุคดิจิตอล จะสามารถเห็นได้ภายในปีนี้แน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จำเป็นจะต้องดูผู้ประกอบการรายการในระบบทีวีดิจิตอลด้วย ว่าจะไปในทิศทางใด แต่คาดว่ากฎระเบียบจะออกไปควบคู่กับการออกอากาศทีวีดิจิตอล แต่ยังไงก็ยังคงต้องยึดหลักกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชนแน่นอน

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธาน กสท. กล่าวว่า คุณภาพรายการเป็นเรื่องของการกำกับดูแล เกิดจากระบบใบอนุญาต เช่นเดียวกับระบบอะนาล็อก ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าเมื่อช่องทีวีเพิ่มขึ้น การกำกับดูแลก็น่าที่จะมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนเพิ่มขึ้น ขณะที่ กสทช.ก็มีโครงข่ายผู้บริโภคคอยรับเรื่องร้องเรียน และมีหน้าที่คอยสอดส่องดูแลอยู่แล้ว หรือถ้าประชาชนเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็สามารถส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามาได้ที่ คอลเซ็นเตอร์ 1200

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

กสทช.เล็งขอเทปเจ้าปัญหาละครเหนือเมฆ2 เคลียร์ปมขัด ม.37

กสทช.เล็งขอเทปเจ้าปัญหาละครเหนือเมฆ2 เคลียร์ปมขัด ม.37

?สุภิญญา? เผยเตรียมส่งเรื่องให้สำนักงาน กสทช. ขอเทปละครเหนือเมฆ 3 ตอนสุดท้ายที่โดนแบนมาพิจารณาว่าขัด ม.37 หรือไม่ แจงเป็นสิทธิ์ของช่อง 3 หากจะไม่นำออกอากาศ…

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากเกี่ยวกับการระงับออกอากาศละครเหนือเมฆ 2 ล่าสุด คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดเสวนาหัวข้อ ?บอกความจริงเรื่องเหนือเมฆ 2 : สงสารช่อง 3 หรือประชาชนดี? โดยมีนักวิชาการ อาจารย์ และตัวแทนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้ร่วมเสวนา

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ กสท. ถือเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวโดยตรง และตนได้ส่งวาระดังกล่าวเข้าที่ประชุมบอร์ดฯ ตั้งแต่วานนี้ (7 ม.ค.) ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์การระงับออกอากาศละครดังกล่าวที่เกิดขึ้นขณะนี้ ขอยืนยันว่า กสทช. ไม่ได้เป็นผู้สั่งระงับออกอากาศแต่เป็นการตัดสินใจของช่อง 3

?โดยส่วนตัวเชื่อว่ามีอำนาจที่มองไม่เห็น แต่ก็ไม่สามารถฟันธงได้เพราะไม่มีหลักฐาน การที่ช่อง 3 แบนละครเรื่องนี้โดยอ้างว่าเนื้อหาขัดต่อ ม.37 ถือเป็นการสะท้อนสิทธิเสรีภาพในภาพรวมของสังคม ไม่ใช่แค่เรื่องของการได้ดูตอนจบหรือไม่ได้ดู ในฐานะ กสทช. ขอยืนยันว่าเรื่องการแบนนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งหลายครั้งที่ช่อง 3 ถูกวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาละครหลายเรื่องแต่ก็ไม่เห็นมีการแบนเรื่องใด ส่วนการอ้าง ม.37 นั้นส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะทำให้บรรยากาศทางเสรีภาพของสังคมถดถอย และยังเป็นการเพิ่มบรรยากาศความกลัวให้สังคมมากขึ้นด้วย?

น.ส.สุภิญญา กล่าวอีกว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือให้ช่อง 3 ส่งเทป 3 ตอนสุดท้ายของละครเรื่องดังกล่าวมาให้ กสทช. เป็นผู้พิจารณาว่าขัดต่อ ม.37 หรือไม่ เพราะ กสทช. เป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจตัดสิน นอกจากนี้ตนจะชี้แจงถึงสำนักงาน กสทช. เพื่อขอให้ติดตามข้อเท็จจริงและจะใช้อำนาจเชิญตัวแทนช่อง 3 มาให้รายละเอียด ซึ่งอาจรู้ความคืบหน้าได้ภายใน 5 วัน โดยหากช่อง 3 มีความตั้งใจดีและบริสุทธิ์ใจก็ควรดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว

?แม้ว่า กสทช.จะได้ดูเทปทั้ง 3 ตอนสุดท้ายแล้ว และพิจารณาว่าเนื้อหาดังกล่าวไม่ขัดต่อ ม.37 แต่หากช่อง 3 พิจารณาจะไม่ออกอากาศก็ถือเป็นสิทธิ์ที่ กสทช. ไม่สามารถบังคับได้ และไม่มีบทลงโทษใดที่จะสามารถนำมาบังคับได้? น.ส.สุภิญญา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายของวันนี้ก็ได้มีกระแสข่าวว่าช่อง 3 ได้ส่งจดหมายชี้แจงไปยัง กสทช. แล้ว.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

ชี้อ้าง ม.37 แบนละคร หวั่น ‘กสทช.’ เกิดภาพลบ

ชี้อ้าง ม.37 แบนละคร หวั่น  'กสทช.' เกิดภาพลบ

?สุภิญญา กลางณรงค์? ชี้ อ้าง ม.37 แบนละคร คนละเรื่อง หวั่น ปชช.สับสน เกิดภาพลบ กสทช. ระยะยาว แนะทางออก กสทช. ควรเชิญช่อง 3 มาชี้แจง ชนวนแบนเหนือเมฆ 2 อย่างเป็นทางการ เหตุกระทบผู้บริโภค เกิดความสงสัยต่อช่อง 3 มา ระบุพร้อมชงเข้าบอร์ด กสท. พรุ่งนี้…

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัสน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้าน กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. กล่าวถึงกรณีช่อง 3 ระงับการออกอากาศละครเหนือเมฆ 2 ว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการที่ กสทช. ยก พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มาระงับการออกอากาศ

ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่า ทางออกเรื่องนี้ กสทช. ควรเชิญช่อง 3 มาชี้แจงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะขณะนี้ กสทช. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นทางการ ขณะเดียวกัน ก็กระทบกับผู้บริโภคในวงกว้าง เพราะเกิดความสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับเรื่องดังกล่าวในการใช้ดุลพินิจของช่อง 3 หลังจากนั้นจึงให้คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาก่อนส่งมาให้คณะกรรมการ หรือ บอร์ด กสท.ลงมติ

?กสทช.ในฐานะหน่วยงาน กำกับดูแล ควรเชิญช่อง 3 มาชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร จากนั้นให้คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องส่งมาให้คณะกรรมการ กสท. มีดุลพินิจ ลงมติว่าเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นควรมีท่าทีอย่างไร หรือชี้แจงคนดู? ?กรรมการ กสทช. กล่าว

นางสาวสุภิญญา กล่าวต่อว่า การที่ระบุว่า เหนือเมฆผิดมาตรา 37 แล้วระงับการออกอากาศ ก่อให้เกิดความสับสนต่อหน้าที่ กสทช. ซึ่งจะส่งผลกระทบในทางลบต่อ กสทช. ระยะยาว นอกจากนี้ กสทช. ควรจะมีท่าทีต่อสาธารณะว่า ในเรื่องมาตรา 37 มีแนวทางอย่างไร

?ถ้าคำถาม แบนละครเรื่องนี้ เพราะกลัวสังคมจะสับสน เป็นเรื่องความกังวล เรื่องจรรยาบรรณ ก็ยังพอถกเถียงกันได้ และส่วนตัวมองว่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่มากเท่ากับการขัดกฎหมายมาตรา 37 ซึ่งตรงนี้ ส่งสัญญาณที่ไม่ดีกับสังคมว่า ต่อไปต้องระวังว่าจะขัดกับกฎหมายนี้ทั้งหมดหรือป่าว ซึ่งไม่ใช่สัญญาณที่ดี การอ้างมาตรา 37เป็นคนละเรื่อง และ กสทช. ต้องมีหน้าที่ทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง? กรรมการ กสทช. กล่าว

นางสาวสุภิญญา กล่าวอีกว่า ในระยะยาว? กสทช. ควรมีความชัดเจนเรื่องมาตรา 37 ด้วย อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กสท. วาระจร ในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค.).

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

‘สุภิญญา’ ค้าน ช่อง 3 อ้าง ม.37 แบน ‘เหนือเมฆ 2′

'สุภิญญา' ค้าน ช่อง 3 อ้าง ม.37 แบน 'เหนือเมฆ 2'

?สุภิญญา กลางณรงค์? กก.กสทช. ทวีตข้อความยืนกราน ไม่เห็นช่อง 3 ยกมาตรา 37 พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 แบนละครเหนือเมฆ 2 ชี้ใช้พร่ำเพรื่อส่งผลให้สิทธิสรีภาพสื่อถอยหลัง…

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. มีรายงานว่า นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัสน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้าน กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว (@supinya) ถึงกรณีช่อง 3 ระงับการออกอากาศละครเหนือเมฆ 2 โดยมีข้อความติดต่อกันดังนี้

มีข่าว กสทช.บอกว่าการที่ช่อง 3 แบนละครเหนือเมฆเพราะผิด พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ในฐานะ กสทช.เสียงหนึ่ง ข้าพเจ้า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง มาตรา 37 นั้นครอบจักรวาลและละเอียดอ่อนต่อเสรีภาพสื่อมาก ที่ผ่านมา กสทช.(กสช.) ไม่เคยใช้มาตรานี้ในการสั่งแบนสื่อใดเลย แม้แต่กรณีช่อง 11/แรงเงา การอ้างมาตรา 37 พร่ำเพรื่อจะทำให้สิทธิสรีภาพสื่อ (โดยเฉพาะฟรีทีวี) จะถอยหลังกลับไปที่ 0 หรือติดลบ โดยเฉพาะในละครที่จริงๆ เป็นสื่อ fiction

ประกาศไว้ ณ ที่นี่ว่า ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการแบนละคร และไม่เห็นด้วยถ้า กสทช.จะอธิบายความว่ามันขัดมาตรา 37 จะสู้เรื่องนี้ในที่ประชุมบอร์ด กรรมการ กสทช. ต่างคนมีความเห็นต่างกัน ถ้าต้องเป็นเสียงข้างน้อยในเรื่องนี้ก็จำเป็น เพราะการใช้มาตรา 37 พร่ำเพรื่อส่งผลต่อสิทธิเสรีภาพแน่นอน ถ้าใช้มาตรา 37 กับกรณีช่อง3 เป็นมาตราฐาน ต่อไปรายการในทีวีกว่าครึ่งคงออกอากาศไม่ได้เลย เราจะกลับไปสู่ยุคที่ยังมี กบว. คือก่อนปี พ.ศ.2535 การกำกับดูแลกันเองตามกรอบจรรยาบรรณสื่อ (self-regulation) กับการเซ็นเซอร์ตัวเอง (self-censorship) ไม่เหมือนกัน กสทช.ต้องส่งเสริม self-regulation บนฐานจรรยาบรรณวิชาชีพ ไม่ใช่ self-censorship บนฐานการสร้างอาณาจักรแห่งความกลัว (climate of fear) การปลดกลางอากาศ ทั้งที่ละครเรื่องนี้ไม่มีการร้องเรียนจากประชาชนมาก (ถ้าเทียบกับละครแรงเงา) สะท้อนความผิดปกติในการใช้ดุลพินิจของช่อง.

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , , ,

กสทช.รับช่อง 3 แจงเหตุถอด ‘เหนือเมฆ2′ ระบุผิด ม.37

กสทช.รับช่อง 3 แจงเหตุถอด 'เหนือเมฆ2' ระบุผิด ม.37

?กสทช.? เผยช่อง 3 ระบุเนื้อหาเหนือเมฆ 2 ผิดมาตรา 37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงฯ หลังคุยเหตุระงับออกอากาศ โยนช่อง 3 ชี้แจงประชาชนเอง พร้อมย้ำ กสทช.ไม่มีหน้าที่เซ็นเซอร์…

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในฐานะประธานอนุกรรมการกำกับเนื้อหา กล่าวถึงกรณีที่ช่อง 3 ระงับการออกอากาศละครเรื่อง เหนือเมฆ 2 ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ หลังข่าว ทั้งที่ละครเพิ่งออกอากาศและยังไม่ถึงตอนอวสาน ว่า ในหลักการเมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญแล้ว ถ้าปล่อยให้สื่อไปหารายได้เอง ผลคือ รายการที่ผลิตออกมาจะขึ้นอยู่กับเรื่องของการตลาดไม่อิงกับหลักการของปรัชญาและศาสนา เพราะไม่ได้เป็นเรื่องของการตลาด และเมื่อเทียบกับรายการที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสนำเสนอซึ่งมีรัฐสนับสนุนเรื่องของงบประมาณ ก็จะทำเนื้อหารายการที่เหมาะสม ดังนั้นต้องมองหาจุดสมดุล

กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า วันนี้จะบอกว่าสื่อไม่รักชาติคงไม่ใช่ เพราะประเทศไทยมีหลักการแบบนี้ ซึ่งต้องมีการลงทุน ต้องหารายได้ และไม่มีอะไรเป็นของฟรี ส่วนกรณีของละครเรื่อง เหนือเมฆ 2 กสทช. ทำหน้าที่กำกับรายการและเนื้อหา โดยไม่มีระบบเซ็นเซอร์เนื้อหา ซึ่งการทำหน้าที่นี้ช่อง 3 ต้องแจ้งรายละเอียดผังรายการที่เปลี่ยนมา ให้ กสทช.ทราบโดยที่ในเนื้อหารายละเอียดต่างๆ ของรายการ ช่อง 3 ก็มีระบบตรวจสอบของเขาเอง เช่นกรณีไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ที่เปลือยอกวาดภาพ ช่อง 3 ก็ยอมรับว่าเกิดการตรวจสอบที่ผิดพลาดและชี้แจงมายัง กสทช. ดังนั้น เมื่อเคยเกิดความผิดพลาดยิ่งทำให้ช่อง 3 ต้องระวังมากขึ้น ดังนั้น กรณีของละครเหนือเมฆ 2 ช่อง 3 คงตรวจสอบแล้วว่าอาจผิดตามมาตรา 37 จึงสั่งให้หยุดการออกอากาศ ซึ่งเป็นการกำกับดูแลตัวเองของช่อง 3

สำหรับ มาตรา 37 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ระบุว่า ห้ามไม่ให้ออกอากาศเนื้อหารายการที่มีลักษณะล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจารหรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง

ส่วนกรณีที่กระแสสังคมมองว่าละครเรื่องเหนือเมฆ 2 เป็นละครน้ำดี ที่ไม่มีการใช้คำหยาบ หรือตบตี แต่กลับโดนแบน พล.ท.พีระพงษ์ กล่าวว่า ในเมื่อไม่เห็นเนื้อหาจริงๆ ก็พูดไม่ได้ ซึ่งการถ่ายทอดละคร หรือศิลปะก็ต้องดูด้วยว่าไปกระทบกับใคร อาจเข้าข่ายละเมิด เรื่องที่ว่าดี เป็นเรื่องของอัตวิสัย ถ้าดีแล้วเข้าข่ายหมิ่นประมาท ช่อง 3 อาจมองว่าตัดออกดีกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงว่าผลกระทบจะก่อให้เกิดความขัดแย้งไหม

?ส่วนตัวได้คุยกับผู้บริหารระดับสูงของช่อง 3 แล้ว เขาบอกว่าเนื้อหาของละครขัดมาตรา 37 จึงต้องงดออกอากาศ แต่ไม่ได้บอกว่าเนื้อหาตรงส่วนไหนขัดกับมาตราดังกล่าว ซึ่งในส่วนของละครเหนือเมฆ 2 ถ้ายังไม่ได้ออกอากาศ หรือนำไปเผยแพร่ในสื่อ กสทช. ก็ไม่มีระบบที่จะไปขอตรวจเนื้อหา และการที่ช่อง 3 งดออกอากาศละครเหนือเมฆ 2 คิดว่าช่อง 3 คงพิจารณาดีแล้วว่าตัวเนื้อหาละครไม่เหมาะสม ซึ่งการที่จะให้ละครออกอากาศหรือไม่ก็แล้วแต่ความเห็นของช่อง 3 และช่อง 3 ก็มีคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องเนื้อหาอยู่แล้ว? ฐานะประธานอนุกรรมการกำกับเนื้อหา กล่าว

พล.ท.พีระพงษ์ กล่าวอีกว่า กสทช. มีอำนาจหน้าที่ถาม และขอให้ ช่อง 3 ชี้แจง สาเหตุของการงดออกอากาศละครเหนือเมฆ 2 มาที่ กสทช. กรณีที่มีประชาชนที่เดือดร้อนจากการไม่ได้รับชมร้องเรียนเข้ามา ซึ่งการเปลี่ยนเรื่องละครที่จะออกอากาศ ช่อง 3 ได้แจ้งมาที่ กสทช.แล้ว เป็นลักษณะของการเปลี่ยนเรื่องละครไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะรายการ ขณะที่ส่วนตัวมีความคิดเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการปรับตัวของสื่อ ซึ่งเกิดจากระบบตรวจสอบที่เคยผิดพลาดกรณีไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ จึงทำให้ช่อง 3 มีการตรวจสอบที่เข้มงวด และตรวจสอบก่อนที่จะผิดพลาดอีก ซึ่งสิ่งที่ต้องทำของช่อง 3 ขณะนี้คือ ต้องชี้แจงกับประชาชนว่าทำไมต้องจบละครเรื่องเหนือเมฆ 2 เร็ว

?มีคำถามว่า ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นปัญหาที่ตัวบุคคล หรือเป็นปัญหาที่โครงสร้าง ถ้าปัญหาเกิดจากส่วนไหนก็ต้องไปแก้ไขที่ส่วนนั้น ซึ่งสังคมต้องมองข้ามเรื่องเหล่านี้ไปให้ได้ ?โดยส่วนตัวเห็นว่าประเทศไทยควรทำละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง แต่ต้องเน้นให้คนเข้าใจที่ข้อเท็จจริง ไม่ใช่เน้นตัวบุคคล แต่ให้ชี้ไปที่โครงสร้างซึ่งปัญหาในเรื่องของโครงสร้างเป็นสิ่งที่เราต้องไปจับจ้อง และกรณีเหนือเมฆ 2 ที่งดออกอากาศ รัฐบาลไม่มีสิทธิ์มาแทรกแซง และไม่เห็นว่ารัฐบาลเข้าไปยุ่งหรือกำกับสื่อแต่อย่างใด?.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ผลสอบชี้ ทักษิณโผล่ช่อง 11 ไม่ขัด ม.37

ผลสอบชี้ ทักษิณโผล่ช่อง 11 ไม่ขัด ม.37

?พีระพงษ์ มานะกิจ? คณะอนุกรรมการกำกับเนื้อหา สรุป มติ 4 ข้อ กรณีทักษิณโผล่ช่อง 11 เล็งชงบอร์ด กสท. พิจารณาต่อ เบื้องต้นยังไร้บทลงโทษ แต่เน้นให้ระมัดระวังการนำเสนอเนื้อหาที่ขัดแย้งต่อสังคม…

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในฐานะประธานอนุกรรมการกำกับเนื้อหา กล่าวภายหลังหารือคณะอนุกรรมการกรณีที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดสด การแข่งขันศึกมวยไทย วอริเออร์ส ปีที่ 2 เทิดไท้องค์ราชัน เนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา ที่โรงแรมมาเก๊าฟิชเมน วูฟ เขตปกครองพิเศษมาเก๊าโดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดงานดังกล่าวเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า คณะอนุฯ มีมติ 4 ข้อ ได้แก่ 1. กระบวนการถ่ายทอดสดเป็นไปตามระเบียบช่อง 11 และกฎเกณฑ์ของ กสทช. 2.เนื้อหาที่มีในรายการถ่ายทอดสดไม่ได้ขัดต่อมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยพิจารณาแล้วว่าเนื้อหาเป็นแนวเทิดพระเกียรติ และไม่ขัดต่อกฎหมาย 3.แม้ว่าไม่ขัดกฎหมาย แต่ที่ประชุมมีความเห็นว่า สื่อสารมวลชนโดยเฉพาะช่อง 11 ในภาพกว้าง เวลาทำรายการใดๆ ต้องคำนึงถึงว่า รายการนั้นต้องพิจารณา ระมัดระวังว่ารายการนั้นจะไม่ก่อให้เกิดข้อคิด หรือข้อขัดแย้งทางความคิดของคนในสังคม และ 4.ปัญหาด้านจริยธรรมของสื่อมวลชน ซึ่งต้องเป็นมืออาชีพ ดูให้เนื้อหาตอบสนองมวลชนมากที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการหารือพบว่า จะต้องทำให้สื่อเป็นมืออาชีพ ผลิตรายการรับใช้มวลชนมากกว่าเจ้าของกิจการ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือของบริษัท

ประธานอนุกรรมการกำกับเนื้อหา กสท. กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นกรณีศึกษา และให้ไว้ใจ กสทช. ในการกำกับดูแล ไว้ใจว่าสื่อมวลชนต้องเป็นมืออาชีพในสังคมไทย ซึ่งเรื่องนี้เป็นการกำกับเนื้อหาที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่ขัดแย้งในสังคม และกรณีนี้เป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่การเมืองต้องแก้ กสทช.เป็นแค่ผู้กำกับสื่อไม่ใช่ขยายความขัดแย้ง จึงขอความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน

?ถ้าถามว่าใครควรออกรายการหรือไม่ กสทช. และในฐานะกำกับเนื้อหารายการ กสทช. ไม่มีสิทธิ์ละเมิดใครออกรายการ แต่ กสทช.จะกำกับตรงเนื้อหาที่นำเสนอให้มวลชนไม่ต้องห้าม? กล่าว พล.ท.พีระพงษ์ กล่าว

สำหรับช่อง 11 ที่มาร่วมหารือวันนี้ คือ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายผังและเนื้อหารายการ และฝ่ายตรวจสอบและวิเคราะห์ โดยคณะอนุกรรมการฯจะสรุปรายละเอียดในที่ประชุม ก่อนนำส่งให้บอร์ด กสท. พิจารณาในวันพรุ่งนี้ (21 ธ.ค.) โดยคาดว่าบอร์ด กสท.จะนำเข้าที่ประชุมประมาณต้นเดือน ม.ค.2556

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,