ราคุเท็น ชี้ช็อปปิ้งออนไลน์โตทั่วโลก-ไทยเพิ่ม65เปอร์เซนต์

ราคุเท็น ชี้ช็อปปิ้งออนไลน์โตทั่วโลก-ไทยเพิ่ม65เปอร์เซนต์

ช็อปปิ้งออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ขณะที่ชาวไทยชอบช็อปออนไลน์ โดย 65% ชอบแชร์แนะนำสินค้าบนโซเชียลมีเดีย แนะคนในวงการต้องร่วมมือสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค ที่ร้านค้าต้องมีข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วน ไม่ใช่มีแต่ร้านค้าออนไลน์อีกต่อไป…

ราคูเท็น ตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่อันดับ 3 ของโลก และเป็นเจ้าจองตลาดออนไลน์ของไทย Rakuten TARAD.com เผยข้อมูลเชิงลึกของดัชนีอีคอมเมิร์ซ การวิจัยระดับโลกด้านเทรนด์ช็อปปิ้ง โดยแสดงให้เห็นความสนใจของผู้บริโภคบนร้านค้าออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก โดยกว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้บริโภค (45%) ชอบแนะนำสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย โดยแบ่งเป็นขาช็อปจากประเทศไทย (65%) มาเลเซีย (67%) และอินโดนีเซีย (67%) ที่ชื่นชอบการแชร์ และแนะนำมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความเข้มข้นในพฤติกรรมกาแชร์เรื่องราวผ่านสังคมออนไลน์ แต่ละประเทศมียอดการใช้จ่ายต่ำสุด โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 300 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคน นอกจากนี้ ผลวิจัยยังพบว่า ยอดการใช้จ่ายทั้งปี 2556 อยู่ที่ 725 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคน โดยการสำรวจดังกล่าวยังพบอีกว่ายอดใช้จ่ายแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันมากในสหราชอณาจักร มียอดใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 1,700 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่อีกมุมหนึ่งของโลกนักช็อปชาวไทยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเพียง 243 เหรียญสหรัฐฯ ในปี 2556

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท TARAD.com กล่าวว่า ที่ราคูเท็น ตลาดดอทคอม เราเห็นการเติบโตของผู้เข้าชมเว็บไซต์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นถึง 200 เท่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ที่สอดคล้องกับเทรนด์ที่เราเห็นได้จากผลสำรวจ โซเชียลมีเดีย มีแนวโน้มที่จะมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ การ์ทเนอร์ (Gartner) ได้ทำนายไว้เมื่อต้นปีนี้ว่า ภายในปี 2015 50% ของข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้ารายใหม่จะมาจากโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น ชื่อล็อกอินในเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นการเติบโตที่รวดเร็วมาก เมื่อเทียบกับไม่ถึง 5% ณ ปัจจุบัน ผู้เกี่ยวข้องในวงการ จึงควรร่วมมือกันสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค เพื่อความสบายใจในการช็อปปิ้ง และแบ่งปันข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลต่างๆ

กก.ผจก.บ.ตลาดดอทคอม กล่าวต่อว่า เมื่อพูดถึงการช็อปปิ้งทางอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย ทั้งโมบาย ออฟไลน์ และออนไลน์ อินโดนีเซียยังคงรั้งตำแหน่งประเทศที่มีผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าในรูปแบบนี้มากที่สุด โดย 14% เปิดเผยว่า ปกติจะช็อปปิ้งผ่านทางสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไม่ก็อุปกรณ์สื่อสารไร้สายชนิดอื่น ทางด้านขาช็อปชาวไทยก็ตามมาติดๆ อยู่ที่ 12% ในส่วนของผู้บริโภคชาวตะวันตก ประเทศที่อยู่อันดับต้นๆ ได้แก่ สหราชอาณาจักร (12%) สหรัฐอเมริกา (10%) และสเปน (9%) ในขณะที่ ออสเตรีย (46%) และเยอรมนี (46%) ทำคะแนนนำมาในฐานะประเทศที่ยังคงนิยมการช็อปปิ้งตามร้านค้าที่มีหน้าร้านอยู่มากกว่าการช็อปออนไลน์? บราซิล และไต้หวัน มีพฤติกรรมการช็อปออนไลน์ที่มีแนวโน้มเติบโตมากกว่า (29% ในไต้หวัน แบะ 26% ในบราซิล เลือกช่องทางออนไลน์) ส่วนผู้บริโภคในไทยก็มีเกือบ 1 ใน 5 คน (18%) ด้วยกันที่ชอบการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตมากกว่า

นายภาวุธ กล่าวด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์ โมบาย หรือร้านค้าปกติ ผู้บริโภคล้วนแล้วแต่มองหาการบริการคุณภาพเยี่ยมและประสบการณ์การช็อปที่ได้มาตรฐานเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนก็ตาม ทุกวันนี้ การเปิดเว็บไซต์เพื่อเป็นช่องทางเสริมในการขายมันไม่พออีกต่อไป หน้าร้านบนเว็บไซต์จะต้องเพียบพร้อมไปด้วยข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
,