พีพีทีวี ทุ่มงบด้านคอนเทนต์กว่า 1,000 ล้านบาท

พีพีทีวี เอชดี เสริมทัพตอบโจทย์ผู้ชม เปิดตัวละครใหม่เฟสแรก ปี 2559 จากผู้จัดละคร 9 ค่ายกว่า 10 เรื่อง พร้อมทุ่มงบด้านคอนเทนต์กว่า 1,000 ล้านบาท ปีหน้า ชูละครไทย กีฬา ข่าว เพื่อขยายฐานผู้ชม ดึงเรตติ้งโตต่อเนื่องรั้งท็อปเท็นทีวีดิจิตอล

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

เริ่มแล้วไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2015 โชว์เคส คาดเงินสะพัด 1,400 ล้านบาท

ผู้จัดงานเผย 40 แบรนด์ดัง ตบเท้ารวมงาน มั่นใจ 4 วันจัดงานเงินสะพัด 1,400 ล้านบาท คนเข้าชมงาน 6 แสนคน ด้านผู้บริหารแบรนด์ดังเชื่อแม้เศรษฐกิจจะซบเซา แต่ไม่กระทบยอดขายมากนัก ถึงรอบเปลี่ยนเทคโนโลยีเป็น 4จี กระตุ้นการซื้อขายได้

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , , , , ,

กสท.ของบ กทปส.ทำเรตติ้งทีวี 376 ล้านบาท

กสท. เล็งของบจากกองทุน กทปส.ทำเรตติ้งทีวี จำนวน 376 ล้านบาท ตามที่เอ็มอาร์บีเสนอ ขณะที่ เวทีโฟกัสกรุ๊ปจัดแผนจัดสรรเงินกองทุน ตัวแทนวิทยุชุมชนวอนของบด้านบริการสังคมด้วย

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

ยูไอเอช มอบทุน 3 ล้านบาท หนุน ?ฟีโบ้?

ยูไอเอช มอบทุน 3 ล้านบาท หนุน ?ฟีโบ้? ออกแบบและสร้าง ?หุ่นยนต์กู้ชีวิตในซากอาคารถล่ม?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , ,

ซีเอส ล็อกซอินโฟ มีกำไรไตรมาส 1/58 กว่า 82 ล้านบาท

ซีเอส ล็อกซอินโฟ มีกำไรสุทธิรวมในไตรมาส 1/2558 จำนวน 82 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.14 บาทต่อหุ้น

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , , ,

“สามารถ” แจงรายได้ไตรมาส 3 กำไร 351 ล้านบาท

กลุ่มสามารถ แจ้งผลประกอบการไตรมาส 3/57 รายได้รวม 5,556 ล้านบาท กำไร 351 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เหตุงานประมูลภาครัฐช้ากว่ากำหนด

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , ,

? ซีเอส ล็อกซอินโฟ? โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรกกำไร 219 ล้านบาท

? ซีเอส ล็อกซอินโฟ? โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรกกำไร  219 ล้านบาท

ซีเอส ล็อกซอินโฟ โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรกฟาดกำไร 219 ล้านบาท จ่ายปันผลเฉพาะกาล 0.41 บาทต่อหุ้น เชื่อมั่นครึ่งปีหลังเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นอีกจากการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , ,

คาดธุรกิจพัฒนาโมบายแอพไทย ปีนี้ทะลุ 800 ล้านบาท

คาดธุรกิจพัฒนาโมบายแอพไทย ปีนี้ทะลุ 800 ล้านบาท

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” เผยหมวดไลฟ์สไตล์ ครองแชมป์โมบายแอพพลิเคชั่น กว่า 81.5% เป็นแบบแจกฟรี ชี้ ปีนี้การพัฒนาแอพฯ ใหม่ชะลอตัว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองกดดัน…

?

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นในประเทศไทย โดยระบุว่า ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสื่อสาร ทั้งเครือข่ายโทรคมนาคมและความนิยมในอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ส่งผลให้โมบายแอพพลิเคชั่น หรือโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์เคลื่อนที่นั้น มีบทบาทต่อการใช้งานในลักษณะต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค เช่น การฟังเพลง เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ ดูรายการโทรทัศน์ย้อนหลัง หรือดูซีรีส์ต่างประเทศผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ หรือหน่วยงานของรัฐก็สามารถใช้โมบายแอพพลิเคชั่นเป็นช่องทางติดต่อสื่อสาร หรือทำการตลาด

ทั้งนี้ จากการสำรวจร้านแอพพลิเคชั่นออนไลน์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าโมบายแอพพลิเคชั่นไทยถูกจัดอยู่ในประเภทรองรับรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) มากที่สุด โดยมีสัดส่วนประมาณ 26.7% ของโมบายแอพพลิเคชั่นไทยทั้งหมด ขณะที่แอพพลิเคชั่นสำหรับความบันเทิง (Entertainment) และการศึกษา (Education) มีสัดส่วนอยู่ที่ 20.1% แล 19% ตามลำดับ โดยโมบายแอพพลิเคชั่นไทยในปัจจุบัน มักถูกแจกจ่ายให้ดาวน์โหลดฟรี หรือจำหน่ายในราคาเฉลี่ยประมาณ 2.1 ดอลลาร์ต่อแอพพลิเคชั่น (ประมาณ 68 บาท) โดยมีสัดส่วนการดาวน์โหลดในรูปแบบฟรีมากถึง 81.5%

ขณะที่การดาวน์โหลดแบบชำระเงิน มีสัดส่วนเพียง 18.5% จากจำนวนแอพพลิเคชั่นไทยทั้งหมด ซึ่งแอพพลิเคชั่นที่อยู่ในรูปแบบการชำระเงินส่วนใหญ่จะเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีรูปแบบเฉพาะ หรือมีฟังก์ชั่นพิเศษ อาทิ แอพพลิเคชั่นอ่านหนังสือเพื่อการศึกษา หรือเพื่อเสริมสร้างทักษะแก่เด็กแบบออนไลน์ หรือแอพพลิเคชั่นสำหรับการแปลภาษา เป็นต้น โดยมีสัดส่วนสูงถึง 29.9% ของโมบายแอพพลิเคชั่นไทยที่อยู่ในรูปแบบการชำระเงินทั้งหมด

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคาดการณ์ว่า ในปี 2557 ตลาดพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นไทยมีแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัวลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบันกดดันให้ผู้ประกอบการเอกชนบางส่วน ชะลอการลงทุนพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นใหม่ และเลือกที่จะปรับปรุงโมบายแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่เดิม อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยผลักดันการเติบโตตลาดพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นจากความต้องการใช้งานโมบายแอพพลิเคชั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนต่างๆ เช่น การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคที่มีมากขึ้นจากการเปิดให้บริการ 3จี 4จี และราคาสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตลดลงสู่จุดที่ผู้บริโภคทุกระดับ สามารถจับจ่ายได้มากขึ้น เป็นต้น โดยปัจจัยกดดันตลาดพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นมีสาเหตุจากผู้ประกอบการบริษัทเอกชนขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ชะลอการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นใหม่ หรือบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ อาจเลือกที่จะปรับปรุงโมบายแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่เดิมแทนการพัฒนาขึ้นมาใหม่

ส่วนปัจจัยผลักดันตลาดพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น มีสาเหตุจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการ 3จี 4จี และการขยายพื้นที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายของภาครัฐ ประกอบกับราคาของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ลดลงสู่จุดที่ผู้บริโภคทุกระดับสามารถจับจ่ายได้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในวัยกลางคนถึงวัยเกษียณอายุที่หันมาใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่กันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นน่าสนใจที่คาดว่า เป็นประเด็นสนับสนุนให้โมบายแอพพลิเคชั่นไทยเติบโตต่อเนื่องในอนาคต ทั้งจากปรับปรุงและพัฒนาแอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่องตามเทรนด์ในรูปแบบที่สร้างสรรค์และแตกต่าง การพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นให้มีความยืดหยุ่น สามารถรองรับบนระบบปฏิบัติการที่หลากหลายได้ รวมถึงความร่วมมือกับสถานศึกษา ในการพัฒนานักพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น

นอกจากนี้ แม้ปัจจุบันจะมีหน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ ของไทย สนใจทำโมบายแอพพลิเคชั่นมากขึ้น แต่ยังถือเป็นช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา ส่งผลให้บุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่มีอยู่ในระดับสูง ซึ่งผู้ประกอบการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น อาจทำการร่วมมือกับสถานศึกษาในการเปิดหลักสูตรการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น เพื่อเตรียมพัฒนาและเตรียมความ พร้อมของบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาด

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

แข่งดุ เคาะราคาช่องข่าว ทะลุ 1,300 ล้านบาท

แข่งดุ เคาะราคาช่องข่าว ทะลุ 1,300 ล้านบาท

สู้ราคากันอย่างดุเดือด ใน 1 ชม.ของการประมูลทีวีดิจิตอล สำหรับหมวดรายการข่าวและสาระ ตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดประมูลจนวินาทีสุดท้าย…

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. มีรายงานว่า บริษัทแรกที่เคาะราคาชนะการประมูลไปด้วยวงเงินสูงถึง 1,338 ล้านบาท คือ บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น เครือเนชั่น ที่นายสุทธิชัย หยุ่น นำทีมผู้บริหารมาประมูลด้วยตัวเอง ถือเป็นการได้ใบอนุญาตใบที่ 2 ของเครือเนชั่น หลังจากได้สิทธิ์เป็น 1 ใน 7 ผู้ได้รับใบอนุญาตช่องรายการ SD ไปแล้ววานนี้
อันดับที่สอง บริษัท วอยซ์ ทีวี ประมูลไปด้วยราคา 1,330 ล้านบาท
อันดับที่ 3 บริษัท ไทยทีวี หรือทีวีพูล ที่ราคา 1,328 ล้านบาท
อันดับที่ 4 บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น เสนอราคาที่ 1,318 ล้านบาท
อันดับที่ 5 บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (TNN) 1,316 ล้านบาท ซึ่งวานนี้ นายสมพันธ์ จารุมิลินท นำทีมฝ่ายบริหาร เข้ารอบได้สิทธิ์ใบอนุญาต SD ไปแล้ว 1 ใบ
อันดับที่ 6 บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ เครือเดลินิวส์ เสนอราคา 1,310 ล้านบาท
อันดับที่ 7 บริษัท 3เอ มาร์เก็ตติ้ง เสนอราคาที่ 1,298 ล้านบาท

ส่วนผู้ที่พลาดหวังจากการประมูลเสนอราคาอันดับที่ 8 ด้วยราคา 1,290 ล้านบาท อันดับ 9 เสนอ 1,202 ล้านบาท อันดับสุดท้ายเสนอราคาที่ 1,200 ล้านบาท โดยมี 3 บริษัทที่หมดสิทธิ์ลุ้นใบอนุญาตทีวี บริษัท ไอ-สปอร์ตมีเดีย บริษัท โพสต์ทีวี บริษัท โมโน เจนเนอเรชั่น ซึ่งรายสุดท้ายได้สิทธิ์รับใบอนุญาตช่องรายการประเภททั่วไปความคมชัดปกติ (SD) ไปแล้วก่อนหน้านี้.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

ทุ่ม 21 ล้านบาท ซ่อมทุ่นเตือนภัยสึนามิ

ทุ่ม 21 ล้านบาท ซ่อมทุ่นเตือนภัยสึนามิ

กรณีเว็บไซต์ภัยพิบัติดอทคอม (http://paipibat.com) ได้นำเสนอข้อมูลการทำงานของทุ่นเตือนภัยสึนามิ ที่ติดตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกของ จ.ภูเก็ต ซึ่งขณะนี้ประสบปัญหาในการส่งสัญญาณ เนื่องจากเสาอากาศของทุ่นหลุดลอยไป ตั้งแต่ 31 ส.ค. 56 เป็นเหตุให้ไม่สามารถส่งสัญญาณกลับมาได้…

จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสงสัยและข้อกังขาถึงประสิทธิภาพการทำงานของทุ่นสึนามิไทย 23401 ว่ายังคงเป็นที่พึ่งและไว้ใจได้หรือไม่ จากประเด็นนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” จึงได้สอบถามไปยัง น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.)?ถึงความคืบหน้าล่าสุดของสถานการณ์ดังกล่าว

น.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ ทุ่นเตือนภัยสึนามิของไทย ที่ติดตั้งอยู่บริเวณ จ.ภูเก็ต มีปัญหาจริง โดยปัญหาเกิดจากทุ่นส่งสัญญาณที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ (Buoy) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ผลิตจากวัสดุที่มีความทนทาน โดยปกติทุ่นลอยจะมีสายยึดไว้กับพื้นสมุทร เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่และป้องกันการเปลี่ยนตำแหน่งของทุ่น แต่ขณะนี้ทุ่นดังกล่าวได้หลุดออกจากตำแหน่ง จึงไม่สามารถรับสัญญาณจากเครื่องวัดความดันน้ำที่อยู่ใต้น้ำ (BRP) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตรวจวัดความดัน เพื่อรายงานผลถึงการเปลี่ยนแปลงของน้ำในบริเวณพื้นสมุทร และนำค่าที่ได้มาคำนวณหาระดับความสูงของน้ำด้านบนมหาสมุทรได้

ดังนั้น จากสาเหตุดังกล่าว จึงไม่สามารถส่งสัญญาณไปยังดาวเทียมอิริเดียม (Iridium Satellite)?เพื่อที่จะส่งข้อมูลไปยังสถานีรับข้อมูลที่อยู่ภาคพื้นดิน ในรูปแบบสัญญาณดาวเทียมได้

ทั้งนี้ การเตือนภัยสึนามิในไทยยังสามารถทำงานได้ เนื่องจากยังคงใช้ข้อมูลจากทุ่นเตือนภัยสึนามิของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมไปถึงข้อมูลช่องทางอื่นๆ ที่มีการติดต่อประสานงานกันทั่วโลก ส่วนทุ่นสึนามิไทย 23401 ที่ติดตั้งอยู่บริเวณ จ.ภูเก็ต ขณะนี้ทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้รับงบประมาณจากรัฐบาล จำนวน 21 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายในเรื่อง อุปกรณ์ทุ่นลอย?(Buoy)?ค่าผู้เชี่ยวชาญ ค่าเรือที่ใช้เดินทางในการติดตั้ง และคาดว่าจะใช้เวลาในการเดินทางและติดตั้งประมาณ 7 วัน ซึ่งจะมีการดำเนินการนำอุปกรณ์ทุ่นลอย?(Buoy) ตัวใหม่ไปติดตั้งยังตำแหน่งเดิม คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนวันที่ 20 ม.ค. 57

ส่วนทุ่นตัวเก่าก็จะเก็บกลับมาเพื่อซ่อมบำรุงไว้ใช้ในโอกาสต่อไป และฝากบอกถึงประชาชนว่า ทุ่นดังกล่าวเป็นเพียงอุปกรณ์และเครื่องมือส่วนหนึ่งที่เกื้อหนุน ให้ข้อมูลการเตือนภัยสึนามีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ศูนย์เตือนภัยยังมีการประสานงานจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ ด้วย ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป

สำหรับประเทศไทย เป็นอีกประเทศที่มีการลงนามเพื่อให้ความร่วมมือในการพัฒนาระบบเตือนภัยขึ้น โดยร่วมลงนามกับสหรัฐฯ ในข้อตกลงการร่วมมือทางด้านวิชาการ ในการติดตั้งระบบตรวจวัดคลื่นสึนามิตัวแรกในมหาสมุทรอินเดีย โดยทำการติดตั้งเมื่อวันที่ 1-7 ธ.ค. 2549 ในบริเวณเขตน่านน้ำสากลที่ตำแหน่งละติจูด 8.9 องศาเหนือ ลองติจูด 88.5 องศาตะวันออก?ซึ่งเครื่องตรวจวัดสึนามิตัวแรก ที่ทำการติดตั้งนี้ อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะทาง 965 กิโลเมตร หรือประมาณ 600 ไมล์ทะเล และปีนี้ถือเป็นการทำงานปีที่ 8 ของระบบตรวจวัดคลื่นสึนามิของไทยแล้วเช่นกัน.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,