กว่าจะได้ LINE สติกเกอร์ ‘ขายหัวเราะ’ บทพิสูจน์การ์ตูนไทย

กว่าจะได้ LINE สติกเกอร์ 'ขายหัวเราะ' บทพิสูจน์การ์ตูนไทย

ทำฮือฮาไปทั้งประเทศกับ LINE สติกเกอร์ “ขายหัวเราะ” ที่ขายดีติดลมบนเป็นอันดับ 1 ใน Sticker Shop ความสำเร็จของการ์ตูนไทย เหนือตัวการ์ตูนด้งๆ ของต่างชาติ กับผลงานที่สะท้อนวิถีชีวิต และมุกตลกแสนอมตะโดยนักเขียนการ์ตูนที่รู้จักกันดี “ต่าย ภักดี” ผลงานที่พิสูจน์ความเป็นการ์ตูนไทยมหาชนขนานแท้…

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นไลน์ คงจะได้เห็นสติกเกอร์ที่ส่งหากันผ่านโปรแกรมสนทนา เป็นตัวการ์ตูนที่แสนคุ้นตาชาวไทยอย่างมาก ถึงมากที่สุด ใช่แล้ว เรากำลังจะพูดถึง “ขายหัวเราะ” สติกเกอร์ยอดนิยมที่ยังติดชาร์ตสติกเกอร์ขายดี อย่างเหนียวแน่น จากการ์ตูนเล่มพกพาสะดวก ซื้อง่าย อ่านคล่อง ที่เริ่มหันมาจับตลาดดิจิตอลให้ดาวน์โหลดอีบุ๊กอ่านกันบนแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน วันนี้ก้าวไปอีกขั้นบนมาอยู่ใน LINE Sticker Shop ที่สำคัญไม่ได้แจกฟรี ต้องเสียเงินซื้อ 0.99 เหรียญสหรัฐฯ

อะไรทำให้คนไทยชอบ และยอมเสียเงินซื้อสติกเกอร์ ท่ามกลางของฟรีที่มีดาษดื่น รวมไปถึงความสำเร็จที่เหนือการ์ตูนดังๆ จากเมืองนอก นี่เป็นเรื่องที่เราต้องโบกรถเมล์ แล้วซ้อนมอเตอร์ไซค์วินรับจ้าง ลัดเลาะเข้าไปที่บ้านของขายหัวเราะ ย่านซอยประชาสงเคราะห์ 3 เพื่อบุกไปคุยกับทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง รวมทั้งความรู้สึกจากใจ พี่ต่าย ภักดี นักเขียนการ์ตูนชื่อดังของ “ขายหัวเราะ”

นายสันติ? เลาหบูรณะกิจ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด ในเครือบันลือกรุ๊ป ผู้ที่รับผิดชอบโครงการสติกเกอร์ ขายหัวเราะ กล่าวถึงที่มาที่ไปว่า การเป็นการ์ตูนขายหัวเราะ ทำให้เราต้องเข้าไปอยู่ใกล้ๆ กับคนอ่าน เมื่อสมาร์ทโฟนอยู่ใกล้คนมากขึ้น เราก็เข้าหาสมาร์ทโฟน เข้าไปยังแอพฯ ที่คนนิยมใช้ และนั่นก็คือ ไลน์? ต้องยอมรับว่ากระแสความนิยมของแอพพลิเคชั่นไลน์มาแรงมาก เนื่องจากคนไทยชอบแอพฯ แนวโมบายล์ เมสเสจจิ้ง แล้วยิ่งมีการส่งภาพน่ารัก ที่บางส่วนสามารถโหลดได้ฟรี ก็ยิ่งทำให้เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในไทยมีผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคน ทางบันลือฯ เลยมองว่า ตัวขายหัวเราะเองก็เป็นหนังสือการ์ตูนที่ไม่เก่าไปไม่ใหม่ไปและอยู่คู่สังคมไทยมานาน ก็น่าที่จะเข้าไปอยู่ใกล้ๆ ผู้อ่านที่ปัจจุบันพกสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตกันทุกคน โจทย์เราคือทำอย่างไรให้อยู่ใกล้ๆ คน นี่จึงเป็นจุดเริ่มที่จะทำสติกเกอร์ ขายหัวเราะกัน นอกเหนือไปจากการเป็นอีบุ๊กที่ทำมาก่อนหน้านี้

“แต่การที่เป็น “ขายหัวเราะ” เมื่อต้องเดินไปหาไลน์เป็นอะไรที่ยากมาก เพราะไลน์เขามีมาตรฐานสูง เขาเลือกเอาแต่การ์ตูนที่ฮิตจริงๆ จนปลายปี 2556 ทางบริษัทอินิทรี ดิจิตอล เขาเป็นผู้รวบรวมคอนเทนต์ ก็เข้ามาพูดคุยกับเรามาชวนทำโครงการนี้ ต้องบอกเลยว่า ขายหัวเราะต้องพิสูจน์ตัวเองมากและหลายรอบ จะไปบอกเขาว่าเราเป็นขายหัวเราะ เรามีชื่อเสียงมานาน ไลน์เขาไม่เชื่อ เขาก็ไปไล่ทำสำรวจดูว่าคนไทยรู้จักขายหัวเราะแค่ไหน จนได้มีโอกาสทำชุดสแตมป์บนแอพฯ ไลน์ คาเมร่า ก็ชิมลางกับขายหัวเราะ และหนูหิ่น นี่เลยเป็นจุดที่ทางไลน์เห็นว่าเราเหมือนเป็นเซเลบในวงการบันเทิง เป็นเหมือนคนดังคนหนึ่ง” ผจก.ทั่วไป บ.วิธิตา แอนิเมชั่น กล่าว

นายสันติ เล่าต่อว่า จนเมื่อไลน์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพราะเห็นศัักยภาพของตลาดทำให้เขาเริ่มมองหาคอนเทนทต์ท้องถิ่น มองหาการ์ตูนไทยทางขายหัวเราะเองก็ได้รับเชิญไปเปิด Official Account และเขาก็สนใจที่อยากให้เราเข้าไปอยู่ในสติกเกอร์ช็อป (Sticker Shop) ด้วย นี่จึงเป็นงานหนักที่ทีมวิธิตา แอนิเมชั่นต้องกลับมาคิดว่าจะนำเสนออะไร แล้วจะทำแบบไหน เพราะ LINE Sticker Shop เป็นเวทีที่ใหญ่มาก เราคิดกันนานมากเนื่องจากมีลายเส้นตัวการ์ตูนมากมาย สุดท้ายเราเลยเลือกลายเส้นของพี่ต่าย ภักดี แสนทวีสุข เพราะตัวละครไม่เก่า ไม่ใหม่เกินไปเป็นที่รู้จัก มีความครบเครื่อง มุกตลกเยอะ ทั้งติดเกาะ เมียหลวง จากนั้นจึงมาดูว่าจะเอาข้อความอะไรใส่ไปในตัวการ์ตูน จนครบทั้ง 40 แอ๊ก 40 อารมณ์

“จริงแล้วเราก็กลัวเหมือนกันเพราะไม่รู้ว่าการตอบรับเป็นอย่างไร แต่สติกเกอร์ที่ขายราคาก็ไม่แพงอะไร 0.99 เหรียญ หรือ ประมาณ 30 กว่าบาทคนไทยน่าจะพอรับได้ แล้วเมื่อเห็นผลตอบรับกลับมาก็ประหลาดใจ เพราะแม้แต่ทางไลน์เองยังประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสติกเกอร์ขายหัวเราะเลย แต่เมื่อเห็นผลตอบรับดี ทุกคนชื่นชอบทีมงานก็ดีใจ”

สติกเกอร์ขายหัวเราะเป็นสติกเกอร์ที่เป็นอารมณ์แบบบ้านๆ เป็นไลฟ์สไตล์คนไทยที่เป็นที่รู้กัน นั่นจึงทำให้ตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.9 โมงเช้าที่สติกเกอร์เข้าไปใน LINE Sticker Shop ก็กลายเป็นสติกเกอร์ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 1 จนถึงขณะนี้ สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จมีอยู่ ด้วยกัน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ความเป็นขายหัวเราะ 2. คนที่คิดถึงขายหัวเราะ 3. สติกเกอร์ใช้งานได้จริง สิ่งสำคัญ คือ ลายเส้นของพี่ต่ายคุ้นตาคนทั่วไป คนเลยชอบและสนใจ โดยหลังจากนี้ก็กำลังคุยถึงงานชิ้นต่อไปที่ไลน์อยากให้เราทำมาอีก ก็ต้องต้องมาคัดเลือกและพิจารณาตามความเหมาะสม

ด้าน พี่ต่าย ภักดี เผยถึงความรู้สึกเมื่อมีลายเส้นตัวเองได้เป็นสติกเกอร์ไลน์ขายหัวเราะว่า ?รู้สึกดีใจ เพราะก็ถือเป็นความหวังอย่างหนึ่งที่เราเคยหวังไว้ว่าตัวการ์ตูนของเราจะถูก นำไปอยู่ในสิ่งต่างๆ นอกจากหนังสือ เช่น ในเสื้อ ในแก้วน้ำ สินค้าต่างๆ ก็มีมาแล้ว วันนี้ได้พัฒนาไปสู่อีกรูปแบบ คือ สติกเกอร์ใน LINE ก็ทำให้สมหวังมากขึ้น และรู้สึกดีใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่ามีผลตอบรับที่ดี มีคนดาวน์โหลดมาใช้เยอะ และแต่ละคนก็ชื่นชอบ ทั้งนี้ ต้องฝากขอบคุณแฟนการ์ตูนที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีสำหรับ Sticker LINE ที่เพิ่งออกมา และฝากติดตามผลงานอื่นๆ ของผมด้วยครับ.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

กว่าจะได้ LINE สติกเกอร์ ‘ขายหัวเราะ’ บทพิสูจน์การ์ตูนไทย

กว่าจะได้ LINE สติกเกอร์ 'ขายหัวเราะ' บทพิสูจน์การ์ตูนไทย

ทำฮือฮาไปทั้งประเทศกับ LINE สติกเกอร์ “ขายหัวเราะ” ที่ขายดีติดลมบนเป็นอันดับ 1 ใน Sticker Shop ความสำเร็จของการ์ตูนไทย เหนือตัวการ์ตูนด้งๆ ของต่างชาติ กับผลงานที่สะท้อนวิถีชีวิต และมุกตลกแสนอมตะโดยนักเขียนการ์ตูนที่รู้จักกันดี “ต่าย ภักดี” ผลงานที่พิสูจน์ความเป็นการ์ตูนไทยมหาชนขนานแท้…

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นไลน์ คงจะได้เห็นสติกเกอร์ที่ส่งหากันผ่านโปรแกรมสนทนา เป็นตัวการ์ตูนที่แสนคุ้นตาชาวไทยอย่างมาก ถึงมากที่สุด ใช่แล้ว เรากำลังจะพูดถึง “ขายหัวเราะ” สติกเกอร์ยอดนิยมที่ยังติดชาร์ตสติกเกอร์ขายดี อย่างเหนียวแน่น จากการ์ตูนเล่มพกพาสะดวก ซื้อง่าย อ่านคล่อง ที่เริ่มหันมาจับตลาดดิจิตอลให้ดาวน์โหลดอีบุ๊กอ่านกันบนแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน วันนี้ก้าวไปอีกขั้นบนมาอยู่ใน LINE Sticker Shop ที่สำคัญไม่ได้แจกฟรี ต้องเสียเงินซื้อ 0.99 เหรียญสหรัฐฯ

อะไรทำให้คนไทยชอบ และยอมเสียเงินซื้อสติกเกอร์ ท่ามกลางของฟรีที่มีดาษดื่น รวมไปถึงความสำเร็จที่เหนือการ์ตูนดังๆ จากเมืองนอก นี่เป็นเรื่องที่เราต้องโบกรถเมล์ แล้วซ้อนมอเตอร์ไซค์วินรับจ้าง ลัดเลาะเข้าไปที่บ้านของขายหัวเราะ ย่านซอยประชาสงเคราะห์ 3 เพื่อบุกไปคุยกับทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง รวมทั้งความรู้สึกจากใจ พี่ต่าย ภักดี นักเขียนการ์ตูนชื่อดังของ “ขายหัวเราะ”

นายสันติ? เลาหบูรณะกิจ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด ในเครือบันลือกรุ๊ป ผู้ที่รับผิดชอบโครงการสติกเกอร์ ขายหัวเราะ กล่าวถึงที่มาที่ไปว่า การเป็นการ์ตูนขายหัวเราะ ทำให้เราต้องเข้าไปอยู่ใกล้ๆ กับคนอ่าน เมื่อสมาร์ทโฟนอยู่ใกล้คนมากขึ้น เราก็เข้าหาสมาร์ทโฟน เข้าไปยังแอพฯ ที่คนนิยมใช้ และนั่นก็คือ ไลน์? ต้องยอมรับว่ากระแสความนิยมของแอพพลิเคชั่นไลน์มาแรงมาก เนื่องจากคนไทยชอบแอพฯ แนวโมบายล์ เมสเสจจิ้ง แล้วยิ่งมีการส่งภาพน่ารัก ที่บางส่วนสามารถโหลดได้ฟรี ก็ยิ่งทำให้เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในไทยมีผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคน ทางบันลือฯ เลยมองว่า ตัวขายหัวเราะเองก็เป็นหนังสือการ์ตูนที่ไม่เก่าไปไม่ใหม่ไปและอยู่คู่สังคมไทยมานาน ก็น่าที่จะเข้าไปอยู่ใกล้ๆ ผู้อ่านที่ปัจจุบันพกสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตกันทุกคน โจทย์เราคือทำอย่างไรให้อยู่ใกล้ๆ คน นี่จึงเป็นจุดเริ่มที่จะทำสติกเกอร์ ขายหัวเราะกัน นอกเหนือไปจากการเป็นอีบุ๊กที่ทำมาก่อนหน้านี้

“แต่การที่เป็น “ขายหัวเราะ” เมื่อต้องเดินไปหาไลน์เป็นอะไรที่ยากมาก เพราะไลน์เขามีมาตรฐานสูง เขาเลือกเอาแต่การ์ตูนที่ฮิตจริงๆ จนปลายปี 2556 ทางบริษัทอินิทรี ดิจิตอล เขาเป็นผู้รวบรวมคอนเทนต์ ก็เข้ามาพูดคุยกับเรามาชวนทำโครงการนี้ ต้องบอกเลยว่า ขายหัวเราะต้องพิสูจน์ตัวเองมากและหลายรอบ จะไปบอกเขาว่าเราเป็นขายหัวเราะ เรามีชื่อเสียงมานาน ไลน์เขาไม่เชื่อ เขาก็ไปไล่ทำสำรวจดูว่าคนไทยรู้จักขายหัวเราะแค่ไหน จนได้มีโอกาสทำชุดสแตมป์บนแอพฯ ไลน์ คาเมร่า ก็ชิมลางกับขายหัวเราะ และหนูหิ่น นี่เลยเป็นจุดที่ทางไลน์เห็นว่าเราเหมือนเป็นเซเลบในวงการบันเทิง เป็นเหมือนคนดังคนหนึ่ง” ผจก.ทั่วไป บ.วิธิตา แอนิเมชั่น กล่าว

นายสันติ เล่าต่อว่า จนเมื่อไลน์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพราะเห็นศัักยภาพของตลาดทำให้เขาเริ่มมองหาคอนเทนทต์ท้องถิ่น มองหาการ์ตูนไทยทางขายหัวเราะเองก็ได้รับเชิญไปเปิด Official Account และเขาก็สนใจที่อยากให้เราเข้าไปอยู่ในสติกเกอร์ช็อป (Sticker Shop) ด้วย นี่จึงเป็นงานหนักที่ทีมวิธิตา แอนิเมชั่นต้องกลับมาคิดว่าจะนำเสนออะไร แล้วจะทำแบบไหน เพราะ LINE Sticker Shop เป็นเวทีที่ใหญ่มาก เราคิดกันนานมากเนื่องจากมีลายเส้นตัวการ์ตูนมากมาย สุดท้ายเราเลยเลือกลายเส้นของพี่ต่าย ภักดี แสนทวีสุข เพราะตัวละครไม่เก่า ไม่ใหม่เกินไปเป็นที่รู้จัก มีความครบเครื่อง มุกตลกเยอะ ทั้งติดเกาะ เมียหลวง จากนั้นจึงมาดูว่าจะเอาข้อความอะไรใส่ไปในตัวการ์ตูน จนครบทั้ง 40 แอ๊ก 40 อารมณ์

“จริงแล้วเราก็กลัวเหมือนกันเพราะไม่รู้ว่าการตอบรับเป็นอย่างไร แต่สติกเกอร์ที่ขายราคาก็ไม่แพงอะไร 0.99 เหรียญ หรือ ประมาณ 30 กว่าบาทคนไทยน่าจะพอรับได้ แล้วเมื่อเห็นผลตอบรับกลับมาก็ประหลาดใจ เพราะแม้แต่ทางไลน์เองยังประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสติกเกอร์ขายหัวเราะเลย แต่เมื่อเห็นผลตอบรับดี ทุกคนชื่นชอบทีมงานก็ดีใจ”

สติกเกอร์ขายหัวเราะเป็นสติกเกอร์ที่เป็นอารมณ์แบบบ้านๆ เป็นไลฟ์สไตล์คนไทยที่เป็นที่รู้กัน นั่นจึงทำให้ตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.9 โมงเช้าที่สติกเกอร์เข้าไปใน LINE Sticker Shop ก็กลายเป็นสติกเกอร์ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 1 จนถึงขณะนี้ สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จมีอยู่ ด้วยกัน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ความเป็นขายหัวเราะ 2. คนที่คิดถึงขายหัวเราะ 3. สติกเกอร์ใช้งานได้จริง สิ่งสำคัญ คือ ลายเส้นของพี่ต่ายคุ้นตาคนทั่วไป คนเลยชอบและสนใจ โดยหลังจากนี้ก็กำลังคุยถึงงานชิ้นต่อไปที่ไลน์อยากให้เราทำมาอีก ก็ต้องต้องมาคัดเลือกและพิจารณาตามความเหมาะสม

ด้าน พี่ต่าย ภักดี เผยถึงความรู้สึกเมื่อมีลายเส้นตัวเองได้เป็นสติกเกอร์ไลน์ขายหัวเราะว่า ?รู้สึกดีใจ เพราะก็ถือเป็นความหวังอย่างหนึ่งที่เราเคยหวังไว้ว่าตัวการ์ตูนของเราจะถูก นำไปอยู่ในสิ่งต่างๆ นอกจากหนังสือ เช่น ในเสื้อ ในแก้วน้ำ สินค้าต่างๆ ก็มีมาแล้ว วันนี้ได้พัฒนาไปสู่อีกรูปแบบ คือ สติกเกอร์ใน LINE ก็ทำให้สมหวังมากขึ้น และรู้สึกดีใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่ามีผลตอบรับที่ดี มีคนดาวน์โหลดมาใช้เยอะ และแต่ละคนก็ชื่นชอบ ทั้งนี้ ต้องฝากขอบคุณแฟนการ์ตูนที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีสำหรับ Sticker LINE ที่เพิ่งออกมา และฝากติดตามผลงานอื่นๆ ของผมด้วยครับ.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,