สถิติ เผย พ.ค. คนว่างงานลดจากปี 55

สถิติ เผย พ.ค. คนว่างงานลดจากปี 55

สถิติฯ เผยผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือน พ.ค.2556 พบยอดคนว่างงานลดลงจากปี 55 ภาคกลางและภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9%…

นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กล่าวว่า ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือน พ.ค.2556 พบว่า มีจำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 54.96 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 39.49 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.03 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.45 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอก/กำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 15.47 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น

ผอ. สสช. กล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 14.88 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 23.97 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ค.2555 พบว่า จำนวนผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 4.9 แสนคน และนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 9 หมื่นคน โดยเพิ่มขึ้นในสาขาการก่อสร้าง 2 แสนคน สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร 1.6 แสนคน สาขาการผลิต 2 หมื่นคน ส่วนสาขาที่ลดลงคือ สาขากิจกรรมด้านการบริหารราชการ การป้องกันประเทศ 1.6 แสนคน กิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ เช่น กิจกรรมบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย การดูแลสัตว์เลี้ยง การบริการซักรีดซักแห้ง เป็นต้น 1.2 แสนคน สาขาการศึกษา 8 หมื่นคน สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 3 หมื่นคน สาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์ 2 หมื่นคน และส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงจำนวนผู้ที่ทำงานแต่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ทำงานแต่ยังมีเวลาและพร้อมที่จะทำงานได้อีก หรือเรียกคนทำงานในกลุ่มนี้ว่า ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ จากผลการสำรวจพบว่า มีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับ 2.33 แสนคน หรือ 0.6% ของจำนวนผู้ทำงานทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีงานทำแล้วก็ตาม แต่ยังมีเวลาว่างมากพอและพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

นายวิบูลย์ทัต กล่าวอีกว่า จำนวนผู้ว่างงานในเดือน พ.ค.2556 มีทั้งสิ้น 3.03 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 5.6 หมื่นคน และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย.2556 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 4.4 หมื่นคน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงานตามประสบการณ์การทำงาน พบว่า เป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.71 แสนคน เป็นเพศชาย 9 หมื่นคน และเป็นเพศหญิง 8.1 หมื่นคน ส่วนผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนมีจำนวน 1.32 แสนคน ซึ่งลดลง 7 หมื่นคน จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 โดยเป็นผู้ว่างงานจากภาคการบริการและการค้า 6.1 หมื่นคน ภาคการผลิต 4.8 หมื่นคน และภาคเกษตรกรรม 2.3 หมื่นคน ตามลำดับ

ส่วนการว่างงานตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มวัยเยาวชน หรือผู้มีอายุระหว่าง 15-24 ปี มีอัตราการว่างงาน 3.6% ซึ่งปกติในกลุ่มนี้อัตราการว่างงานจะสูง ส่วนกลุ่มอายุ 25 ปีขึ้นไป มีอัตราการว่างงาน 0.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 4% เป็น 3.6% และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย. 2556 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 4.1% เป็น 3.6%

สำหรับระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือน พ.ค.2556 พบว่า ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษา ในระดับอุดมศึกษามากที่สุด 1.23 แสนคน (1.7%) รองลงมาเป็นมัธยมศึกษาตอนปลาย 5.8 หมื่นคน (1%) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 5.7 หมื่นคน (0.9% ) ระดับประถมศึกษา 4.3 หมื่นคน (0.5%) และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาและผู้ที่ไม่มีการศึกษา 2.2 หมื่นคน (0.2%) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 พบว่า จำนวนผู้ว่างงานลดลงในระดับอุดมศึกษา 2.9 หมื่นคน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2.7 หมื่นคน ระดับประถมศึกษา 5 พันคน และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาและผู้ที่ไม่มีการศึกษา 4 พันคน ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 9 พันคน

ผอ. สสช. กล่าวด้วยว่า เมื่อพิจารณาอัตราการว่างงานเป็นรายภาค พบว่า ภาคกลางและภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9% รองลงมาเป็นกรุงเทพฯ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.7% เมื่อเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับเดือน พ.ค.2555 จะเห็นได้ว่าอัตราการว่างงานทั่วประเทศลดลง และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่า กรุงเทพฯ และภาคเหนือมีอัตราการว่างงานลดลงมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ส่วนภาคกลางมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

สถิติ เผย พ.ค. คนว่างงานลดจากปี 55

สถิติ เผย พ.ค. คนว่างงานลดจากปี 55

สถิติฯ เผยผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือน พ.ค.2556 พบยอดคนว่างงานลดลงจากปี 55 ภาคกลางและภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9%…

นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กล่าวว่า ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือน พ.ค.2556 พบว่า มีจำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 54.96 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 39.49 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.03 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.45 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอก/กำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 15.47 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น

ผอ. สสช. กล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 14.88 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 23.97 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ค.2555 พบว่า จำนวนผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 4.9 แสนคน และนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 9 หมื่นคน โดยเพิ่มขึ้นในสาขาการก่อสร้าง 2 แสนคน สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร 1.6 แสนคน สาขาการผลิต 2 หมื่นคน ส่วนสาขาที่ลดลงคือ สาขากิจกรรมด้านการบริหารราชการ การป้องกันประเทศ 1.6 แสนคน กิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ เช่น กิจกรรมบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย การดูแลสัตว์เลี้ยง การบริการซักรีดซักแห้ง เป็นต้น 1.2 แสนคน สาขาการศึกษา 8 หมื่นคน สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 3 หมื่นคน สาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์ 2 หมื่นคน และส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงจำนวนผู้ที่ทำงานแต่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ทำงานแต่ยังมีเวลาและพร้อมที่จะทำงานได้อีก หรือเรียกคนทำงานในกลุ่มนี้ว่า ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ จากผลการสำรวจพบว่า มีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับ 2.33 แสนคน หรือ 0.6% ของจำนวนผู้ทำงานทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีงานทำแล้วก็ตาม แต่ยังมีเวลาว่างมากพอและพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

นายวิบูลย์ทัต กล่าวอีกว่า จำนวนผู้ว่างงานในเดือน พ.ค.2556 มีทั้งสิ้น 3.03 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 5.6 หมื่นคน และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย.2556 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 4.4 หมื่นคน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงานตามประสบการณ์การทำงาน พบว่า เป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.71 แสนคน เป็นเพศชาย 9 หมื่นคน และเป็นเพศหญิง 8.1 หมื่นคน ส่วนผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนมีจำนวน 1.32 แสนคน ซึ่งลดลง 7 หมื่นคน จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 โดยเป็นผู้ว่างงานจากภาคการบริการและการค้า 6.1 หมื่นคน ภาคการผลิต 4.8 หมื่นคน และภาคเกษตรกรรม 2.3 หมื่นคน ตามลำดับ

ส่วนการว่างงานตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มวัยเยาวชน หรือผู้มีอายุระหว่าง 15-24 ปี มีอัตราการว่างงาน 3.6% ซึ่งปกติในกลุ่มนี้อัตราการว่างงานจะสูง ส่วนกลุ่มอายุ 25 ปีขึ้นไป มีอัตราการว่างงาน 0.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 4% เป็น 3.6% และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย. 2556 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 4.1% เป็น 3.6%

สำหรับระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือน พ.ค.2556 พบว่า ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษา ในระดับอุดมศึกษามากที่สุด 1.23 แสนคน (1.7%) รองลงมาเป็นมัธยมศึกษาตอนปลาย 5.8 หมื่นคน (1%) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 5.7 หมื่นคน (0.9% ) ระดับประถมศึกษา 4.3 หมื่นคน (0.5%) และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาและผู้ที่ไม่มีการศึกษา 2.2 หมื่นคน (0.2%) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 พบว่า จำนวนผู้ว่างงานลดลงในระดับอุดมศึกษา 2.9 หมื่นคน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2.7 หมื่นคน ระดับประถมศึกษา 5 พันคน และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาและผู้ที่ไม่มีการศึกษา 4 พันคน ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 9 พันคน

ผอ. สสช. กล่าวด้วยว่า เมื่อพิจารณาอัตราการว่างงานเป็นรายภาค พบว่า ภาคกลางและภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9% รองลงมาเป็นกรุงเทพฯ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.7% เมื่อเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับเดือน พ.ค.2555 จะเห็นได้ว่าอัตราการว่างงานทั่วประเทศลดลง และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่า กรุงเทพฯ และภาคเหนือมีอัตราการว่างงานลดลงมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ส่วนภาคกลางมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

สถิติ เผย พ.ค. คนว่างงานลดจากปี 55

สถิติ เผย พ.ค. คนว่างงานลดจากปี 55

สถิติฯ เผยผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือน พ.ค.2556 พบยอดคนว่างงานลดลงจากปี 55 ภาคกลางและภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9%…

นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กล่าวว่า ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือน พ.ค.2556 พบว่า มีจำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 54.96 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 39.49 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.03 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.45 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอก/กำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 15.47 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น

ผอ. สสช. กล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 14.88 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 23.97 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ค.2555 พบว่า จำนวนผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 4.9 แสนคน และนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 9 หมื่นคน โดยเพิ่มขึ้นในสาขาการก่อสร้าง 2 แสนคน สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร 1.6 แสนคน สาขาการผลิต 2 หมื่นคน ส่วนสาขาที่ลดลงคือ สาขากิจกรรมด้านการบริหารราชการ การป้องกันประเทศ 1.6 แสนคน กิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ เช่น กิจกรรมบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย การดูแลสัตว์เลี้ยง การบริการซักรีดซักแห้ง เป็นต้น 1.2 แสนคน สาขาการศึกษา 8 หมื่นคน สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 3 หมื่นคน สาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์ 2 หมื่นคน และส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงจำนวนผู้ที่ทำงานแต่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ทำงานแต่ยังมีเวลาและพร้อมที่จะทำงานได้อีก หรือเรียกคนทำงานในกลุ่มนี้ว่า ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ จากผลการสำรวจพบว่า มีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับ 2.33 แสนคน หรือ 0.6% ของจำนวนผู้ทำงานทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีงานทำแล้วก็ตาม แต่ยังมีเวลาว่างมากพอและพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

นายวิบูลย์ทัต กล่าวอีกว่า จำนวนผู้ว่างงานในเดือน พ.ค.2556 มีทั้งสิ้น 3.03 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 5.6 หมื่นคน และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย.2556 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 4.4 หมื่นคน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงานตามประสบการณ์การทำงาน พบว่า เป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.71 แสนคน เป็นเพศชาย 9 หมื่นคน และเป็นเพศหญิง 8.1 หมื่นคน ส่วนผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนมีจำนวน 1.32 แสนคน ซึ่งลดลง 7 หมื่นคน จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 โดยเป็นผู้ว่างงานจากภาคการบริการและการค้า 6.1 หมื่นคน ภาคการผลิต 4.8 หมื่นคน และภาคเกษตรกรรม 2.3 หมื่นคน ตามลำดับ

ส่วนการว่างงานตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มวัยเยาวชน หรือผู้มีอายุระหว่าง 15-24 ปี มีอัตราการว่างงาน 3.6% ซึ่งปกติในกลุ่มนี้อัตราการว่างงานจะสูง ส่วนกลุ่มอายุ 25 ปีขึ้นไป มีอัตราการว่างงาน 0.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 4% เป็น 3.6% และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย. 2556 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 4.1% เป็น 3.6%

สำหรับระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือน พ.ค.2556 พบว่า ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษา ในระดับอุดมศึกษามากที่สุด 1.23 แสนคน (1.7%) รองลงมาเป็นมัธยมศึกษาตอนปลาย 5.8 หมื่นคน (1%) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 5.7 หมื่นคน (0.9% ) ระดับประถมศึกษา 4.3 หมื่นคน (0.5%) และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาและผู้ที่ไม่มีการศึกษา 2.2 หมื่นคน (0.2%) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 พบว่า จำนวนผู้ว่างงานลดลงในระดับอุดมศึกษา 2.9 หมื่นคน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2.7 หมื่นคน ระดับประถมศึกษา 5 พันคน และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาและผู้ที่ไม่มีการศึกษา 4 พันคน ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 9 พันคน

ผอ. สสช. กล่าวด้วยว่า เมื่อพิจารณาอัตราการว่างงานเป็นรายภาค พบว่า ภาคกลางและภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9% รองลงมาเป็นกรุงเทพฯ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.7% เมื่อเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับเดือน พ.ค.2555 จะเห็นได้ว่าอัตราการว่างงานทั่วประเทศลดลง และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่า กรุงเทพฯ และภาคเหนือมีอัตราการว่างงานลดลงมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ส่วนภาคกลางมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

สถิติ เผย กทม. แชมป์ว่างงานมากสุด

สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลการสำรวจ ภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือน มี.ค.56 พบ กทม. ครองแชมป์ว่างงานสูงสุด 0.9% รองลงมาตะวันออกเฉียงเหนือ 0.8% ภาคกลาง 0.7% ภาคใต้ 0.6% และภาคเหนือ 0.5%…

นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กล่าวว่า ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือน มี.ค.2556 พบว่า มีจำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 54.87 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 39.35 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 38.75 ล้านคน ผู้ว่างงาน 2.70 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.33 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 15.52 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น

ผอ. สสช. กล่าวต่อว่า หรับจำนวนผู้มีงานทำ 38.75 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 13.62 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 25.13 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม 2555 พบว่า จำนวนผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 1.1 แสนคน และนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 4.5 แสนคน โดยเพิ่มขึ้นในสาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์ 2.0 แสนคน สาขาการการผลิต 9.0 หมื่นคน สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร และสาขาการศึกษา 6.0 หมื่นคน สาขาการก่อสร้าง 4.0 หมื่นคน ส่วนสาขาที่ลดลงคือ สาขากิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ เช่น กิจกรรมบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย การดูแลสัตว์เลี้ยง การบริการซักรีดซักแห้ง เป็นต้น 1.2 แสนคน และสาขากิจกรรมด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 8.0 หมื่นคน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ หมายถึง ผู้ที่ทำงานน้อยกว่า 35 ชั่วโมง/สัปดาห์และพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงจำนวนผู้ที่ทำงานแต่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ทำงานแต่ยังมีเวลาและพร้อมที่จะทำงานได้อีก หรือเรียกคนทำงานในกลุ่มนี้ว่า ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ (Underemployment workers) จากผลการสำรวจพบว่า มีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับ 3.03 แสนคน หรือ 0.8% ของจำนวนผู้ทำงานทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีงานทำแล้วก็ตาม แต่ยังมีเวลาว่างที่มากพอและพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

นายวิบูลย์ทัต กล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้ว่างงานในเดือน มี.ค.2556 มีทั้งสิ้น 2.70 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.7% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 1.5 หมื่นคน (จาก 2.85 แสนคน เป็น 2.70 แสนคน) และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ก.พ.2556 จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 2.5 หมื่นคน (จาก 2.45 แสนคน เป็น 2.70 แสนคน) ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงานตามประสบการณ์การทำงาน พบว่าผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.01 แสนคน และผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 1.69 แสนคน ซึ่งลดลง 2.8 หมื่นคน จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 (จาก 1.97 แสนคน เป็น 1.69 แสนคน) โดยเป็นผู้ว่างงานจากภาคการผลิต 8.6 หมื่นคน ภาคการบริการและการค้า 6.4 หมื่นคน และภาคเกษตรกรรม 1.9 หมื่นคน ตามลำดับ

ส่วนการว่างงานตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มวัยเยาวชน หรือผู้มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ?มีอัตราการว่างงาน 2.9% ซึ่งปกติในกลุ่มนี้อัตราการว่างงานจะสูง ส่วนกลุ่มวัยผู้ใหญ่ (อายุ 25 ปีขึ้นไป) มีอัตราการว่างงาน 0.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงาน ไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ก.พ.2556 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 3.2% เป็น 2.9%

ผอ.สสช. กล่าวด้วยว่า สำหรับระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือน มี.ค.2556 พบว่า ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษามากที่สุด 9.2 หมื่นคน (1.3%) รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 6.3 หมื่นคน (1%) ระดับประถมศึกษา 5.3 หมื่นคน (0.6%) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4.2 หมื่นคน (0.7%) ต่ำกว่าประถมศึกษาและไม่มีการศึกษา 2.0 หมื่นคน (0.2%) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 พบว่า จำนวนผู้ว่างงานที่จบระดับมัธยมศึกษาตอนต้นลดลง 1.6 หมื่นคน ระดับอุดมศึกษา 1.1 หมื่นคน ต่ำกว่าประถมศึกษาและไม่มีการศึกษา 4.0 พันคน ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือระดับประถมศึกษา 1.1 หมื่นคน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 5.0 พันคน ตามลำดับ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาอัตราการว่างงานเป็นรายภาค พบว่า กรุงเทพมหานครมีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9% รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.8% ภาคกลาง 0.7% ภาคใต้ 0.6% และภาคเหนือ 0.5% เมื่อเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับเดือน มี.ค.2555 จะเห็นได้ว่าอัตราการว่างงานทั่วประเทศไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่า ภาคเหนือมีอัตราการว่างงานลดลงมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนกรุงเทพฯ มีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคกลาง สำหรับภาคใต้อัตราการว่างงานไม่เปลี่ยนแปลง

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

สถิติ เผยยอดขายที่พักแรม การบริการ ไตรมาส 4/2555 ขยายตัว

สถิติ เผยยอดขายที่พักแรม การบริการ ไตรมาส 4/2555 ขยายตัว

สำนักงานสถิติฯ เผยผลการสำรวจยอดขายไตรมาส 4 ปี 2555 ภาพรวมของธุรกิจขายปลีก ที่พักแรม การบริการอาหารและเครื่องดื่ม การผลิตภาพยนตร์ ตามลำดับ…

นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กล่าวว่า ผลการสำรวจยอดขายรายไตรมาส ไตรมาส 4 ปี 2555 ภาพรวมของธุรกิจขายปลีก ที่พักแรม การบริการอาหารและเครื่องดื่ม การผลิตภาพยนตร์ วีดิทัศน์ฯ และกิจกรรมสำนักข่าว การให้เช่าของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือนฯ กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ และการซ่อมของใช้ส่วนบุคคลฯ และกิจกรรมการบริการส่วนบุคคลอื่นๆ ทั่วประเทศ ขยายตัวร้อยละ 5.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

ผอ. สสช. กล่าวต่อว่า ผลการสำรวจที่สำคัญ พบว่า ธุรกิจที่พักแรม ได้แก่ โรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ และหอพัก มีรายรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ร้อยละ 8.0 รองลงมาคือ ธุรกิจเกี่ยวกับกิจกรรมศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ ธุรกิจการให้เช่าของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือนฯ และธุรกิจการขายปลีก มีรายรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 ร้อยละ 5.2 และร้อยละ 5.0 ตามลำดับ สำหรับธุรกิจการผลิตภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และรายการโทรทัศน์ การบันทึกเสียงลงบนสื่อ การจัดผังรายการและการแพร่ภาพกระจายเสียง และกิจกรรมสำนักข่าว มีมูลค่ารายรับเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดร้อยละ 2.2

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามขนาดของสถานประกอบการ (จำนวนคนทำงาน) พบว่า สถานประกอบการทุกขนาดมีมูลค่ารายรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยเฉพาะสถานประกอบการที่มีคนทำงาน 16-25 คน มีรายรับเพิ่มขึ้นสูงที่สุดร้อยละ 12.7 รองลงมาคือ สถานประกอบการที่มีคนทำงาน 26-30 คน มีรายรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 ส่วนกิจการที่มีคนทำงาน 31-50 คน มีรายรับเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดร้อยละ 2.7

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

สถิติ แจงโครงการอืด เหตุข้าราชการแห่เออร์ลี่

สถิติ แจงโครงการอืด เหตุข้าราชการแห่เออร์ลี่

วิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผอ.สสช. ชี้แจงโครงการทุกอย่างไม่นิ่ง แต่ไม่ประชาสัมพันธ์เพราะยังไม่สมบูรณ์ ระบุข้าราชการ และลูกจ้างประจำแท็กทีมเออร์ลี่รีไทร์ จำนวน 48 คน เพราะป่วย เนื่องจากงานหนัก พร้อมเปิดรับทดแทน…

หลังจากไทยรัฐออนไลน์นำเสนอข่าว หวั่นร่วงเหว! ลือ สถิติฯ เข้ายุคมืด หัวไม่คืบ หางไม่กระดิก และเข้าสู่ยุควิกฤติ ข้าราชการ และลูกจ้างประจำแท็กทีมเกษียณอายุก่อนกำหนดกว่าครึ่งร้อย ไร้เปิดทดแทน ขณะที่โครงการต่างๆ แห้งเฉา ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ หรือ สสช. กล่าวว่า ที่ผ่านมา หน่วยงานดำเนินการโครงการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ยังไม่ได้ประชาสัมพันธ์เนื่องจากโครงการต่างๆ ยังไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่ต้องการแจ้งออกไป ขณะที่ปี 2555 ได้รับงบประมาณจำนวน 930 ล้านบาท ส่วนปี 2556 ได้รับงบประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเนื่องจากกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มเงินเดือน 15,000 บาท ให้กับข้าราชการ จากเดิมที่ต้องจ่ายเงินเดือน 8,360 บาท??

ผอ.สสช.กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการที่ สสช.กำลังดำเนินการอยู่ การจัดทำแผนแม่บทสถิติแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2554-2558 รวมระยะเวลา 5 ปี โดยมีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ และองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ร่วมในการศึกษา ซึ่งแผนฉบับดังกล่าวนี้ได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2553 ที่ผ่านมา?

ทั้งนี้ แผนดังกล่าวจะต้องรวบรวมข้อมูลของทั้งประเทศ ซึ่งจะต้องเป็นข้อมูลที่แท้จริง โดยใช้บุคลากรของ สสช. เป็นผู้จัดหาและรวบรวม ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นศูนย์กลางให้ทุกหน่วยงาน และทุกกระทรวงนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินโครงการต่างๆ ต่อไป โดยคาดการณ์ว่า จะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ได้ในช่วงเดือน ส.ค.นี้

นอกจากนี้ สสช.ยังอยู่ระหว่างการสำรวจจัดเก็บข้อมูลเรื่องภาวะสตรีและเด็ก ซึ่งจะมีการจัดประชุมทั่วโลกขึ้นทุกปี โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จํากัด สนับสนุนแท็บเล็ต หน้าจอ 7 นิ้ว จำนวน 250 เครื่อง ใช้เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเด็กและสตรีทั่วประเทศ โดยใน 77 จังหวัดนี้ จะกระจายเครื่องไปจังหวัดละประมาณ 3-5 เครื่อง ใช้บุคลากรของ อสสช.จังหวัดละ 15 คน เก็บข้อมูล โดยจะนำร่องทดสอบที่ จ.เชียงใหม่ เป็นแห่งแรกในวันที่ 13-15 ส.ค.นี้ และช่วงเดือน ต.ค. หรือหลังจากนั้นประมาณ 2 เดือน จะประเมินผลและสรุปออกมา

?โครงการต่างๆ มีขั้นตอนอย่างล่าสุดที่ต้องเก็บผลสำรวจเด็กและสตรี ก็ต้องมีอุปกรณ์สนับสนุน มีการเทรนคนที่ลงพื้นที่ และเริ่มนำร่องทดสอบการใช้งาน ก่อนสรุปผลออกมา และอีกหลายโครงการที่สำนักงานกำลังทำ ซึ่งบอกได้ว่าในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการ ผมอุทิศทั้งชีวิตให้กับการทำงาน ผมพยายามทำให้ทุกอย่างสำเร็จให้ได้ ในการเชื่อมโยงกระทรวง ทบวง กรม ออกมาให้ครอบคลุมในรูปแบบของการเชื่อมโยงข้อมูลทุกหน่วยงาน แต่ที่ยังไม่ได้ประชาสัมพันธ์เพราะโครงการต่างๆ ยังไม่แล้วเสร็จ? นายวิบูลย์ทัต กล่าว

สำหรับกรณีที่ข้าราชการและลูกจ้างประจำทยอยเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์) จำนวน 48 คน นั้น ผอ.สสช. กล่าวว่า เนื่องจากพนักงานป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 3 เวลาเครียดมากจึงต้องนอนพัก เพราะทุกคนทำงานหนัก และเป็นการทำงานปีสุดท้ายด้วย ขณะเดียวกัน มีข้าราชการจังหวัดหนึ่ง ยื่นเรื่องขอเออร์ลี่รีไทร์เข้ามา แต่ยังพิจารณาไม่ทัน ก็ได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่ที่เออร์ลี่รีไทร์จะเป็นคนทำงาน และป่วยด้วยโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดัน เป็นจำนวนมาก ขณะที่การพิจารณาในปีนี้สามารถทำได้เพียง 16 คนเท่านั้น ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องที่หนักใจมาก เพราะงานของ สสช. เป็นงานที่หนัก ต้องเสียสละ และมีจำนวนมากด้วย โดยล่าสุดได้เปิดรับทดแทนตามระเบียบแล้ว

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

หวั่นร่วงเหว ลือ สถิติ เข้ายุคมืด หัวไม่คืบ หางไม่กระดิก

หวั่นร่วงเหว ลือ สถิติ เข้ายุคมืด หัวไม่คืบ หางไม่กระดิก

เผยสำนักงานสถิติแห่งชาติ เข้าสู่ยุควิกฤติ ข้าราชการ และลูกจ้างประจำแท็กทีมเกษียณอายุก่อนกำหนดกว่าครึ่งร้อย ไร้เปิดทดแทน ขณะที่โครงการต่างๆ แห้งเฉา สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม 2555 ส่อเค้าเลื่อนจบ ก.ย.

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ หรือ สสช. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม 2555 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเกี่ยวกับรายละเอียดส่วนต่างๆ และกำลังปรับแผนใหม่เพื่อให้ทันกับกำหนดสิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค.นี้ โดยมีแนวโน้มว่าจะเลื่อนออกไปเป็นเดือน ก.ย.เนื่องจากความล่าช้าของการส่งเอกสารจากบริษัทต่างๆ

?โครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม 2555 ตอนนี้ เอกสารจากบริษัทต่างๆ ยังได้ไม่ครบ และ สสช. อยู่ระหว่างประชุมหารือเพื่อปรับแผนใหม่อยู่ ซึ่งคาดว่าอาจไม่ทันกำหนดที่ตั้งไว้สิ้นเดือน ส.ค. จนอาจต้องเลื่อนออกไปเป็นเดือน ก.ย.? ผอ.สสช.กล่าว

สำหรับโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม 2555 เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติเกี่ยวกับจำนวนและลักษณะที่สำคัญๆ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรม โดยอยู่ในแผนระยะเวลา 3 ปี

แหล่งข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ภายในหน่วยงานเกิดความระส่ำระสาย เนื่องจากผู้บริหารไม่ดำเนินการตามนโยบาย และการบริหารงานไม่เป็นไปตามระบบ ทำให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำทยอยเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์) จำนวน 48 คน โดยไม่มีการเปิดรับทดแทน

?ตอนนี้คนในองค์กรย้ายออกประมาณ 48 คน และไม่มีการเปิดรับทดแทน โดยสาเหตุที่ย้ายเนื่องจากการทำงานไม่เป็นระบบ ส่วนภาพรวมโครงการต่างๆ ไม่มีความคืบหน้า และไม่มีการเผยแพร่ข่าวสารเลย? แหล่งข่าว กล่าว.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,