สนุก ผนึก ซีทีเอช ให้ลูกค้าดูบอลอังกฤษครั้งแรกบนออนไลน์

สนุก ผนึก ซีทีเอช ให้ลูกค้าดูบอลอังกฤษครั้งแรกบนออนไลน์

สนุกดอทคอม จับมือ ซีทีเอช เปิดปรากฎการณ์ใหม่แห่งการดูฟุตบอล ตอบรับสมาชิกบนเว็บพอร์ทัลของสนุก! ในแคมเปญ ?สนุกกับฟุตบอลอังกฤษ? ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีค อังกฤษ ฤดูกาล 2014/15 ครั้งแรกบนโลกออนไลน์ในประเทศไทย

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

สนุก ฟรี สำหรับคนไทย ใช้ติ๊กเก้อถึงโคตรฮิต

สนุก ฟรี สำหรับคนไทย ใช้ติ๊กเก้อถึงโคตรฮิต

ทีมข่าวไอทีออนไลน์ พาบุกถึงสำนักงานกลางเมืองของแอบโซลูท เพลย์ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อ คำคมท้ายรถสิบล้อที่ดังที่สุดในประเทศไทย…

หากพูดถึง แอบโซลูท เพลย์ (Absolute Play) หลายคนอาจไม่คุ้นหู แต่ถ้าบอกว่าเป็นบริษัทที่พัฒนาแอพพลิเคชั่น “ติ๊กเก้อ” (Tic-ker) คำคมท้ายรถสิบล้อที่ฮิตอยู่บนโซเชียลมีเดียทั่วประเทศไทยในขณะนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก หลังจากที่แอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อได้เปิดให้บริการดาวน์โหลดบนแอพสโตร์ของระบบปฏิบัติการไอโอเอส และเพลย์สโตร์ของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพียง 1 สัปดาห์ ใครจะเชื่อว่าแค่แอพพลิเคชั่นที่ให้ถ่ายรูป ใส่ฟิลเตอร์ และเลือกข้อความมาแปะในรูป จะมีผู้ดาวน์โหลดแล้วมากกว่า 3 ล้านครั้ง!

ครั้งนี้ “ทีมข่าวไอทีออนไลน์” มีโอกาสบุกไปถึงสำนักงานของทีมพัฒนาแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อ ซึ่งตั้งอยู่ย่านเพลินจิต เพื่อพูดคุยถึงที่มาของความสำเร็จดังกล่าวกับ ยุคลอาจ ชาณพานิชกิจการ ซีไอโอ (Chief Information Office) ของบริษัท และนวพันธ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนา พร้อมแอบดูเบื้องหลังการทำงานของทีมผู้พัฒนากันถึงห้องทำงาน ว่าแอพพลิเคชั่นฝีมือคนไทย เขาคิดและทำอย่างไรถึงได้ผลงานคุณภาพและประสบความสำเร็จขนาดนี้…

IT Digest : ที่มาของ “ติ๊กเก้อ” เริ่มต้นอย่างไร
ยุคลอาจ : เกิดจากการที่เราอยากทำแอพพลิเคชั่นถ่ายรูปแบบสนุกๆ ที่ใช้งานง่าย เล่นได้ในเวลาไม่นาน และแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่ในตลาด จนได้คอนเซปต์ออกมา 2-3 แบบ แต่ที่ทีมงานเลือกรูปแบบของแอพฯ ติ๊กเก้อก็เพราะสามารถทำได้เร็วที่สุด ประกอบกับเรามีโจทย์ที่ต้องการทำแอพพลิเคชั่นที่แตกต่างออกไป เมื่อดูจากแอพพลิเคชั่นที่มีในปัจจุบันก็พบว่าส่วนใหญ่เป็นของบริษัทต่างประเทศ ซึ่งไม่ค่อยมีใครทำออกมาในแนวตลกๆ หลังจากที่พูดคุยกันเราก็นึกถึงประโยคขำๆ กวนๆ ที่เห็นกันตามท้ายรถสิบล้อ ก็เลยตกผลึกเป็นรูปแบบแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อในที่สุด ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวและยังไม่เคยมีใครหยิบขึ้นมาเล่น จากนั้นก็ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง จึงออกมาเป็นติ๊กเก้อ

นวพันธ์ :
อีกส่วนหนึ่งคือเราอยากทำแอพพลิเคชั่นให้คนไทยได้ลองใช้ ส่วนใหญ่ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น มักจะเลือกทำแอพพลิเคชั่นที่เป็นสากลเพื่อก้าวสู่การให้บริการระดับโลก ซึ่งมีน้อยรายที่จะก้าวไปได้ แต่เราคิดว่าเราอยากให้คนไทยมีความสุขที่ได้ใช้งานแอพพลิเคชั่นของคนไทยด้วยกันมากกว่าที่จะมุ่งไปตลาดโลก

IT Digest : ทำไมถึงคิดทำแอพพลิเคชั่นเพื่อขายในประเทศมากกว่าขายระดับโลก

ยุคลอาจ : คนที่คิดทำแอพพลิเคชั่นเพื่อขายระดับโลกนั้นไม่ผิด แต่เรามองว่าเป้าหมายเราอยู่ที่การพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อใช้งานในระดับประเทศเท่านั้น เพื่อดูการตอบรับจากในประเทศเสียก่อน ประกอบกับประโยคติ๊กเก้อก็เป็นเนื้อหาที่คนไทยรู้จักกันดี

นวพันธ์ : โดยส่วนตัวคิดว่าคำพูดพวกนี้เป็นคำที่ทุกคนเคยเห็นและเคยใช้ แต่อาจจะไม่ได้มีใครหยิบมาใช้แบบจริงจัง

IT Digest : ใช้ทีมงานในการพัฒนาติ๊กเก้อมากหรือน้อยแค่ไหน
ยุคลอาจ : ทีมงานเรามีทั้งหมด 4 คน ก็หมายถึงทั้ง 4 คนในบริษัทแอบโซลูท เพลย์ นั่นเอง บริษัทเราเพิ่งก่อตั้งได้ราว 6 เดือน เป็นบริษัทลูกของบริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด (บริษัทด้านไอที) เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ตอบสนองตามความต้องการของเพลย์เวิร์ค ไม่ได้รับพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อด้านอื่น แต่ติ๊กเก้อถือเป็นแอพพลิเคชั่นแรกที่เราพัฒนาขึ้นจากแนวคิดของพวกเราบริษัท แอบโซลูท เพลย์ และถือเป็นผลงานแรกที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ในด้านบุคลากรส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย ส่วนแอพพลิเคชั่นที่บริษัทพัฒนาให้กับบริษัทแม่นั้นมีการดำเนินการแล้วแต่ยังอยู่ระหว่างรอเปิดตัว สามารถเปิดเผยได้เพียงว่าเป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับด้านทีวีและบรอดแบนด์สำหรับการใช้งานบนมือถือและแท็บเล็ต

IT Digest : อะไรที่ทำให้ติ๊กเก้อประสบความสำเร็จ
ยุคลอาจ : ส่วนตัวมองว่า 1.การที่เราทำแล้วถูกใจคนไทย 2.คุณสมบัติที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก 3.การเชื่อมต่อกับโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีอยู่ 4.การที่คนดังหลายคนใช้ติ๊กเก้อ จึงทำให้เกิดกระแส

IT Digest : ยอดการดาวน์โหลดติ๊กเก้อเป็นอย่างไรบ้าง
ยุคลอาจ : เราเปิดให้ดาวน์โหลดได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ไปเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่เพิ่งผ่านมา จนถึงขณะนี้ก็มียอดการดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 2.3 ล้านครั้ง แบ่งเป็นยอดการดาวน์โหลดบนไอโอเอสประมาณ 1.3 ล้านครั้ง และแอนดรอยด์ 1 ล้านครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 21 เมษายน 2556) และมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 ล้านครั้ง โดยมียอดการดาวน์โหลดจากแอนดรอยด์เพิ่มขึ้นเป็น 60% ไอโอเอส 40% (ข้อมูล ณ วันที่ 29 เมษายน 2556)

IT Digest : ตั้งเป้าความสำเร็จของติ๊กเก้อไว้อย่างไร
ยุคลอาจ : ถือว่าเกินกว่าที่เราคาดหวังไว้มาก จากที่เราตั้งเป้าไว้ว่ามียอดดาวน์โหลดจากผู้ใช้ 2-3 แสนราย ก็น่าดีใจแล้ว เพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าตลาดจะยอมรับผลงานของเราขนาดไหน และจากการพิจารณายอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของคนไทยด้วยกันก็มักอยู่ที่ราว 2-3 แสนดาวน์โหลด ซึ่งเป็นตัวเลขตลอดการเปิดให้ดาวน์โหลด นั่นอาจหมายถึงการเปิดตัวในหลักหลายเดือนหรือเป็นปี ไม่นับรวมแอพพลิเคชั่นด้านคีย์บอร์ดที่จะประสบความสำเร็จมากกว่านั้น

นวพันธ์ : เพราะเป้าหมายแรกของเราคือทำให้ทุกคนสนุกกับการใช้งานจึงไม่ได้คาดหวังกับตัวเลขการดาวน์โหลดมากนัก

IT Digest : ใช้งบประมาณเท่าไหร่ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อ
ยุคลอาจ : ผมมองว่างบประมาณที่เราใช้คืองบประมาณด้านบุคคล เพราะเราเน้นความง่ายและรวดเร็วตั้งแต่กระบวนการพัฒนา จึงไม่มีความจำเป็นต้องทุ่มงบประมาณอะไรมากนัก ในการพัฒนาก็ใช้เพียงคอมพิวเตอร์ซึ่งเรามีอยู่แล้วและเขียนโปรแกรมขึ้นมา เป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่เราใช้กำลังสมองของคนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญมากกว่าการใช้งานเครื่องจักร

IT Digest : แนวทางการสร้างรายได้จากแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อ
ยุคลอาจ : เมื่อเราคิดทำแอพพลิเคชั่นฟรี ก็มีการวางแนวทางการสร้างรายได้เอาไว้แล้ว แต่เรามีแนวทางหลักๆ คือ จะไม่ทำแบนเนอร์ไปรบกวนการใช้งาน เราไม่ต้องการเก็บรายได้จากผู้เล่น ดังนั้นก็จะไม่มีการขายติ๊กเก้อแบบพิเศษเพื่อดึงเงินจากผู้ใช้ ทางสุดท้ายที่เราจะสร้างรายได้จากแอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อได้ก็คือการหารายได้จากกลุ่มคอร์ปอเรท หรือแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการนำสโลแกน คำพูด หรือโลโก้ของเขามาอยู่ในแอพพลิเคชั่นของเรา ซึ่งขณะนี้มีติดต่อเข้ามาหลายสิบราย โดยคาดว่าภายในสัปดาห์นี้อาจจะได้เห็นการเพิ่มเติมของส่วนดังกล่าวบ้างแล้ว

นวพันธ์ : เราคิดแค่ว่าทุกฝ่ายต้องมีความสุข ผู้ใช้ก็ไม่ต้องเสียเงิน ลูกค้ากลุ่มคอร์ปอเรทที่สนใจก็ได้รับประโยชน์ วิธีการหารายได้จากการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นมีหลายช่องทาง แต่เราไม่ได้เน้นกับด้านดังกล่าวมากนัก รวมถึงจากจำนวนบุคลากรที่มีอยู่ก็ทำให้เราไม่สามารถมุ่งไปที่การสร้างรายได้รูปแบบดังกล่าวได้มากนัก

IT Digest : วางแนวทางการพัฒนาติ๊กเก้อไว้อย่างไร
นวพันธ์ : ผู้ใช้ในระบบแอนดรอยด์จะสามารถพบการเปลี่ยนแปลงของติ๊กเก้อได้ตลอด เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบมีขั้นตอนง่ายกว่าในระบบไอโอเอส โดยในส่วนของแอนดรอยด์นั้นเราได้อัพเดทการใช้งานไปแล้วราว 1 สัปดาห์ ขณะที่ไอโอเอสก็อัพเดทแล้ว แต่ยังติดอยู่ที่การพิจารณาของแอปเปิล

ยุคลอาจ : คาดว่าผู้ใช้ไอโอเอสจะสามารถใช้งานเวอร์ชั่นอัพเดทได้ภายในวันที่ 29 เมษายนนี้

IT Digest : ความสำเร็จของติ๊กเก้อ จะส่งผลให้แนวทางการพัฒนาแอพพลิเคชั่นของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
นวพันธ์ : อนาคตเราก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ในปัจจุบันคิดว่าคงไม่เปลี่ยนแปลง เรายังคงคอนเซปต์ของบริษัท เน้นความสนุกในการใช้งานเพราะเราสนุกในการพัฒนา

ยุคลอาจ : เพราะความสำเร็จในวันนี้เกินความคาดหมายไปมาก แต่เราก็ยังมีงานหลักที่ต้องพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อสนับสนุนบริษัทแม่ ซึ่งก็คงไม่เกี่ยวกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นทั่วไป

IT Digest : กำหนดแนวทางต่อยอดสู่การพัฒนาแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ในอนาคตไว้อย่างไร
นวพันธ์ : อย่างล่าสุดของติ๊กเก้อเวอร์ชั่นแอนดรอยด์ เรามีการพัฒนาคุณสมบัติใหม่ที่เรียกว่าตูน โดยแยกออกมาจากรูปประโยค ทำให้ผู้ใช้งานบนแอนดรอยด์สามารถตกแต่งภาพได้โดยใช้ตัวการ์ตูนดังกล่าว นอกจากนี้เรายังวางแผนให้ทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการสามารถอัพเดทได้พร้อมกันในอนาคต ส่วนการพัฒนาเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ เรากำลังทำภาษาท้องถิ่น โดยจะทำออกมาเป็นคำคม 4 ภาค ให้ผู้ใช้ติ๊กเก้อได้อัพเดทการใช้งาน พร้อมกันนี้ก็จะมีคุณสมบัติที่ให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้เอง เช่นไม่ชอบหมวดไหนก็สามารถลบออกได้ เป็นต้น

ยุคลอาจ : ในส่วนติ๊กเก้อเราก็จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่วนในแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่จะเปิดตัวในอนาคตก็จะมีออกมาอย่างแน่นอนอีกประมาณ 2 แอพพลิเคชั่น ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นภายในไม่เกิน 2 เดือนนับจากนี้ ซึ่งทั้ง 2 แอพพลิเคชั่นใหม่ก็จะเป็นอีกสีสันของตลาดแอพพลิเคชั่น คิดว่าในตลาดยังไม่เคยมีใครพัฒนาแอพพลิเคชั่นในลักษณะนี้มาก่อน อยากให้รอติดตามว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นประเภทไหน ใบ้ให้ว่ามี 1 แอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพ ส่วนอีก 1 แอพพลิเคชั่นนั้นยังบอกไม่ได้ แต่ไม่ใช่เกม อย่างไรก็ตามเชื่อว่าน่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นในแบบที่คนไทยชอบอย่างแน่นอน และ 1 ใน 2 แอพพลิเคชั่นนี้ก็จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานของคนทั่วโลก

IT Digest : คำไหนของติ๊กเก้อที่ตรงใจ และมีผู้ใช้มากที่สุด

ยุคลพันธ์ : ส่วนตัวก็ชอบแทบทุกคำ แต่จะใช้บ่อยๆ ก็คือประโยคที่เกี่ยวกับการจราจรเพราะต้องพบเจอกับปัญหารถติดอยู่บ่อยๆ ส่วนคำที่มีผู้ใช้มากที่สุดคือคำว่า สวยใสไร้เมคอัพ, ออกสื่อได้ไม่อายใคร , แจ่มแจ๋วงานวัด, สิบล้อเสียหลักยังหักหลบ

นวพันธ์ : ผมชอบทุกคำ เพราะคำพวกนี้ล้วนถูกกลั่นกรองมาแล้วโดยทีมงานซึ่งก็คือพวกเราเอง ทุกคำอาจไม่ได้โดดเด่นทั้งหมดแต่เชื่อว่าทุกคำมีสถานการณ์ที่ตรงใจและสามารถใช้งานได้หลากหลาย แต่โดยส่วนตัวจะชอบคำในหมวดการกิน

IT Digest : มองการขยายบริษัทไว้หรือไม่

ยุคลอาจ : เป็นโจทย์ที่เราจะต้องทำอยู่แล้ว บริษัทแม่ก็มีการสนับสนุนในเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก แต่เราต้องการทีมงานที่มาจากการคัดเลือกและมีคุณภาพ ประกอบกับแรงงานด้านนี้ในประเทศไทยก็ยังมีค่อนข้างน้อย จึงยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

นวพันธ์ : โจทย์นี้อยู่ที่ว่าเราต้องการใครและเราจะขยายไปอย่างไร เราจะขยายทีมต่อเมื่อมีเป้าหมาย

IT Digest : มองกระแสแอพพลิเคชั่นในปัจจุบันเป็นอย่างไร
ยุคลอาจ : ต้องมองเป็นประเภท ถ้าเป็นแอพพลิเคชั่นที่มาเป็นกระแส ก็มีโอกาสที่จะมาช่วงหนึ่งแล้วหายไป แต่เราไม่ได้มองว่าติ๊กเก้อเป็นแอพพลิเคชั่นในกลุ่มนั้น เรามองว่าผู้ใช้ยังคงสามารถใช้งานได้เรื่อยๆ เพราะทีมงานก็จะพัฒนาและปรับให้เข้ากับยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง แอพพลิเคชั่นของเราคือการตอบสนองคนชอบถ่ายรูปและชอบแชร์รูปสู่โซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ซึ่งปัจจุบันก็เชื่อว่ามีคนกลุ่มนี้เยอะมาก ตราบใดที่ยังมีคนถ่ายรูป แต่งรูป และแชร์รูปก็เชื่อว่าติ๊กเก้อจะยังคงอยู่ได้ โดยเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีวงจรของตัวเอง ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ในเวลารวดเร็ว สามารถตกแต่งรูป และแชร์ออกไปบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน

นวพันธ์ :
คำว่ากระแสน่าจะหมายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงช่วงหนึ่ง เช่น ช่วงที่ฮิตคำว่า เงียบ สงสัยจะไม่ช็อต, น้องเนยรักษ์โลก เหมือนเป็นคำที่พูดติดปาก แต่แอพพลิเคชั่นคือการใช้งาน ถ้าตราบใดที่ผู้ใช้ยังคงชื่นชอบและใช้งานอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่มีวันที่วงจรนั้นจะหายไป บางคนอาจบอกว่ารูปหนึ่งแทนคำพูดพันคำ แต่พวกผมมองว่ารูปที่มีคำพูดนั้นสามารถแทนคำได้เป็นหมื่นคำ ยอมรับว่าในช่วงที่เปิดให้ดาวน์โหลด 4-5 วันแรกคือกระแส แต่หลังจากนั้นเราต้องการผู้ใช้ที่ใช้งานจริงและใช้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเราก็ยึดหลักให้ติ๊กเก้อนั้นอิงกับสถานการณ์ปัจจุบันเสมอ จึงคิดว่าติ๊กเก้อไม่น่าจะเป็นแค่แอพพลิเคชั่นกระแสแน่นอน.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

สนุก เติมไอเทม-ภาษาไทยลง ‘คาเฟ่ไลฟ์’ หวังมัดใจคอเกม

สนุก เติมไอเทม-ภาษาไทยลง 'คาเฟ่ไลฟ์' หวังมัดใจคอเกม

สนุก! เพลย์ทาวน์ ร่วมมือบริษัทเทนเซนต์ โฮลดิ้งส์ พัฒนาภาษาและไอเทมแบบไทยลงเกมร้านกาแฟดัง “คาเฟ่ ไลฟ์” เพิ่มความหลากหลายในเกม…

นางสาวศุภรดา ชลิตพัฒนังกูร ผู้จัดการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายธุรกิจเกม บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด เปิดเผยว่า ล่าสุด สนุก! เพลย์ทาวน์ ได้เปิดตัวเกมคาเฟ่ ไลฟ์ (Cafe Life) เกมเปิดร้านกาแฟจากเฟซบุ๊ก ของบริษัทเทนเซนต์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งได้ร่วมกับผู้พัฒนา ทำเกมภาษาไทยและเพิ่มไอเทมไทยเพื่อคงเอกลักษณ์ไทยสไตล์โมเดิร์น เพื่อให้คนไทยสามารถเล่นได้ง่ายและแตกต่างจากเวอร์ชั่นในเฟซบุ๊กด้วยไอเทมรูปแบบไทย เช่น สังขยาฟักทอง ขนมเบื้อง ขนมครก เช่นเดียวกับการตกแต่งร้านที่สามารถตกแต่งแบบไทยได้ด้วยไอเทมพิเศษ เช่น โต๊ะขันโตก หมอนอิงสามเหลี่ยม

?

นางสาวศุภรดา กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมทางการตลาด สนุก! เพลย์ทาวน์วางแผนจัดกิจกรรมพิเศษทุกสัปดาห์และโปรโมชั่นทุกเดือน รวมถึงการออกไอเทมเทศกาลให้ผู้เล่นสะสมและเพิ่มความหลากหลายในเกม

อย่างไรก็ตาม เกมคาเฟ่ ไลฟ์ ถือเป็นการต่อยอดความหลากหลายของเกมในเฟซบุ๊ก จากเกมฟาร์มเวิลด์ , แอนิมอล บลิทซ์ , มหานครวิลล์ และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีแฟลชเกมกว่า 10,000 เกม ให้ผู้สนใจได้เล่นทาง http://playtown.sanook.com

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

สนุก เปิดบล็อกเกอร์ พัฒนาสารบัญเว็บ 2.0 ย้ำเป็นหนึ่งในไทย

นายบุญต่อ พ่วงมหา ประธานบริหาร สนุกดอทคอม กล่าวว่า ขณะนี้สนุกเปิดให้บริการใหม่ ภายใต้ชื่อ สนุก บล็อกเกอร์ บันทึกออนไลน์ โดยผู้ใช้สามารถบันทึกเรื่องราว ความทรงจำ ประสบการณ์ชีวิต และเรื่องราวต่างๆ เพื่อแบ่งปันกับเพื่อนๆ ผ่านเว็บไซต์ http://blogger.sanook.com อีกทั้งใช้งานง่าย ไม่จำกัดพื้นที่ในการอัพเดต และมีของตกแต่งมากมาย รวมถึงมีประสิทธิภาพและความสามารถในการใช้งานอื่นๆ โดยบริการที่เพิ่มเติมมา ได้แก่ เครื่องมือ Text editor ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเขียนบล็อกได้อย่างง่ายๆ สามารถใส่ Tag เพื่อให้ผู้ใช้อื่นเข้ามาค้นหาเรื่องได้ง่ายขึ้น

ปธ.บริหาร สนุกดอทคอม กล่าวต่อว่า สนุกดอทคอม เป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของไทย? ขณะนี้เกาะติดกระแสการเขียนบันทึกออนไลน์ที่กำลังมาแรง? โดยเปิดตัวสนุกบล็อกเกอร์ บันทึกออนไลน์รูปแบบใหม่ ไม่จำกัดพื้นที่ใช้งาน? ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้โหวตเว็บไซต์ที่ชื่นชอบและแสดงความคิดเห็นในรูป แบบการสื่อสารสองทางตามแบบฉบับของเว็บ 2.0 โดยมุ่งเน้นจะเป็นศูนย์รวมเว็บไซต์ไทยที่ใหญ่ที่สุด

นายบุญต่อ กล่าวด้วยว่า ผู้ใช้สามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ด้วยการเลือกได้ว่าจะให้ผู้อื่นเข้ามาคอมเม้นท์เรื่องนั้นหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งรหัสผ่านเพื่อเลือกเพื่อนที่เข้ามาอ่านคนเดียวได้ และยังมีระบบ Ping back เพื่อแจ้งเตือนเจ้าของบล็อกหากมีผู้อื่นสนใจนำเรื่องในบล็อกนั้นไปโพสต์ต่อ ในสนุกบล็อกเกอร์ได้อีกด้วย ขณะเดียวกัน สนุกยังพัฒนาสารบัญเว็บไทย 2.0 http://webindex.sanook.com เพื่อตอบรับกับแนวโน้มการทำเว็บไซต์ในปัจจุบันที่มุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลง จากเว็บ1.0 เข้าสู่เว็บ 2.0 โดยปรับปรุงจากระบบการใช้งานเดิม เพื่อให้ทันสมัยและใช้งานได้ง่ายขึ้น ขณะที่รองรับการสื่อสารจากผู้ใช้เป็นหลักตามแบบเว็บ 2.0 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งกับเว็บไซต์ได้ทั้งการพูด คุย สนทนา แนะนำ แก้ไข ร่วมโหวตให้คะแนน เพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาที่ดีร่วมกัน

ปธ.บริหาร สนุกดอทคอม กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากการเป็นเว็บ 2.0 แล้ว สารบัญเว็บไทย 2.0 ยังเป็นแหล่งค้นหาเว็บไซต์ไทยที่รวบรวมเว็บไซต์ไว้มากที่สุด โดยมีการจัดหมวดหมู่เว็บไซต์อย่างเป็นระบบ ทำให้ค้นหาง่าย พร้อมทั้งแสดงอันดับเว็บไซต์ยอดนิยมในแต่ละวัน และคำที่มีการค้นหามากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีสารบัญเว็บไทย widget บริการใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการของเล่น ข้อมูลเนื้อหา ของตกแต่งเว็บเพื่อเพิ่มสีสันความสวยงามให้เว็บไซต์หรือบล็อก ก็จะมีข้อมูลเนื้อหาโดยไม่ต้องจัดทำข้อมูลเอง มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ เช่น กล่องค้นหา หมวดหมู่ละเว็บแนะนำ หมวดหมู่สารบัญเว็บไทย ทั้งนี้สนุกยังมุ่งมั่นพัฒนาบริการที่มีอยู่ให้ดีขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงคิดค้นบริการใหม่ให้ทันต่อกระแสโลกที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สมกับความเป็นเว็บไซต์ผู้นำอันดับหนึ่งของประเทศไทย

ที่มา : http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03b&content=104022

Tags: , , ,