“สมัคร”ถอดใจ “ขอยุติทุกอย่างแค่นี้” อ้างรักษาประชาธิปไตยถึงที่สุดแล้ว ต่อไปโยนให้พรรคทำต่อ

” ท่านฝากบอก แมสเสจ สั้นๆว่า ได้ทำหน้าที่รักษาประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุดแล้ว หลังจากนี้ ไป เป็นภาระของพรรคพปช.ที่จะดำเนินการต่อไป” … ” ท่านไม่ได้บอกอะไร ฝากให้แมสเสจมาแค่นี้ แต่นี้ไป ขอยุติทุกอย่าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพรรคจะทำอย่างไร ท่านพูดมาแค่นี้ ”

P { margin: 0px; } “สมัคร”ถอดใจ ขอยุติทุกอย่างแค่นี้ ต่อไปให้พรรคทำต่อ ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์การเมืองล่าสุดว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 12 กันยายน หลังจากพรรคพลังประชาชน มีมติให้ 3 แกนนำพรรคมาเจรจากับนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีว่า จะยังรับตำแหน่งนายกฯต่ออีกหรือไม่ ทำให้มีบรรดาสื่อมวลชนมาปักหลักทำข่าว ที่บ้านพักนายสมัคร หมู่บ้านโอฬาร ซอยนวมินทร์ 81 ย่านถนนนวมินทร์ จำนวนมาก จนกระทั่ง เวลา 18.30 น. นายธีรพล นพรัมภา อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ของนายสมัคร สุนทรเวชได้ ออกมากล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังเข้าหารือกับนายสมัครกว่า 1 ชั่วโมงเศษว่า “ท่านฝากบอก แมสเสจ สั้นๆว่า ได้ทำหน้าที่รักษาประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุดแล้ว หลังจากนี้ ไป เป็นภาระของพรรคพปช.ที่จะดำเนินการต่อไป” ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำพรรค 3 คนมาหารือกับนายสมัครหรือยัง นายธีรพลกล่าวว่า “ท่านไม่ได้บอกอะไร ฝากให้แมสเสจมาแค่นี้ แต่นี้ไป ขอยุติทุกอย่าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพรรคจะทำอย่างไร ท่านพูดมาแค่นี้” พปช.มีมติส่ง”สมชาย-สมพงษ์-เลี๊ยบ” ถก “สมัคร” ผู้สื่อข่าวรายงาน จากพรรคพลังประชาชน(พปช.) เมื่อเวลา 16.30 น. ว่า หลังจากที่กรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค ใช้เวลาหารือนานกว่า 4 ชั่วโมงเศษ ในที่สุด ได้มีมติว่า ให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี 3 แกนนำคนสำคัญของพรรค ไปเจรจากับนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีว่า จะยังนั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ เมื่อได้คำยืนยันแล้ว จะเสนอให้ที่ประชุมพรรคอีกครั้งหนึ่ง ก่อนนำไปแจ้งให้กับ 5 พรรคร่วมรัฐบาล เพื่อดำเนินการในการเสนอชื่อนายกฯต่อไป “เติ้ง”ให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่งตั้งรัฐบาล ยันไม่สลับขั้ว

เมื่อเวลา 15.30 น. นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวกับสมาชิกพรรคในการประชุมใหญ่พรรคชาติไทยประจำปี 2551? ถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่วันที่ 12 ก.ย. ว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 12 ก.ย. เป็นเรื่องที่ด่วนเกินไป ซึ่งพรรคชาติไทยมีจุดยืนว่า หากพรรคใดมีจำนวนส.ส.มากที่สุด พรรคชาติไทยจะเปิดโอกาสให้พรรคดังกล่าวจัดตั้งรัฐบาล แต่หากตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ พรรคที่มีคะแนนรองลงมาจึงสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ? นายบรรหาร กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้พรรคชาติไทยจึงให้โอกาสพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาล แต่ฝ่ายโจมตีก็บอกว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินให้นายสมัครพ้นจากนายกรัฐมนตรี เราก็หารือมาตลอดว่าจะทำอย่างไร พบว่าตอนนี้กระแสสังคม นักเรียน และนักศึกษาไม่เห็นด้วยกับการที่นายสมัครจะกลับเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง จากนั้น พรรคพลังประชาชนก็มาเชิญพรรคชาติไทยให้ร่วมรัฐบาลต่อไป ซึ่งเราก็ยินดี ขอยืนยันว่าเราจะไม่สลับขั้ว เพราะสลับอย่างไรคะแนนก็ไม่ถึง ? นายบรรหาร กล่าวต่อว่า คนที่จะเป็นผู้นำรัฐบาลต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ ถ้อยทีถ้อยอาศัย สมานฉันท์ และลดความขัดแย้ง ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะไปไม่รอด จึงเห็นว่าควรขยายเวลาการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกไป 3 – 4 วัน เพื่อพิจารณาอย่างถ่องแท้ โดยให้คำนึงถึงความสงบสุขของประเทศ อันนี้จึงเป็นที่มาขององค์ประชุมไม่ครบ ? “ส่วนอีกพรรคหนึ่งไม่ต้องพูด ถึงคิดว่าหวานคอแร้ง มั่นใจว่าจะได้เป็นนายกฯ แน่ เกมต่อเกมก็ต้องแก้เกมกัน แต่ตอนนี้มันก็จบแล้ว ตอนนี้ผู้คนแตกแยกกันมาก บางเวทีก็ให้ข้อมูลที่ผิด ผมเคยพูดว่าวันนี้ประเทศชาติแย่อยู่แล้ว ในหลวงรับสั่งว่าบ้านเมืองใกล้ล้มจมแล้ว แต่ผมเชื่อในพระสยามเทวาธิราชว่ายังมีอยู่ อย่างไรเราก็ต้องช่วยกันกอบกู้ เมื่อคืนผมไม่ได้นอนทั้งคืน ไม่ได้ทำอะไรหรอกแต่นั่งปรึกษาหารือกันว่าจะทำอะไร” นายบรรหาร กล่าว กลุ่มเพื่อนเนวินยังยืนกรานเสนอ “สมัคร” เป็นนายกฯ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.40 น. ส.ส.พรรคพลังประชาชน กลุ่มเพื่อนเนวิน จำนวน 20 คน นำโดย นายบุญจงค์ วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา และนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม แถลงประกาศเจตนารมย์ว่า จากเหตุการณ์ที่สภาไม่สามารถลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบนั้น ส.ส.อีสานกลุ่มเพื่อนเนวิน จำนวน 83 คน ได้หารือร่วมกันและมีมติกลุ่มว่า ส.ส.ทุกคนในกลุ่มยังยืนยันที่จะสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป นายบุญจงค์ กล่าวว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางการเมือง ขอให้เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกสมัคร และหลังจากนี้การดำเนินกิจกรรมการทางการเมืองของกลุ่มจะเป็นบึกแผ่น ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชาชนมีมติสนับสนุนนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ก็ถือว่าเป็นมติที่ใหญ่กว่ามติของกลุ่มเพื่อนเนวิน แต่ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยอ้างชื่อกลุ่มเพื่อทำการเคลื่อนไหว โดยเราฟังมติของพรรค แต่ในที่สุดเมื่อมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ส.ส.บางกลุ่มกลับไม่ปฏิบัติตามมติพรรค ส่วนกรณีที่ ส.ส.กลุ่มอีสานพัฒนา และกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าร่วมประชุมสภา ถือว่าเป็นการแสดงว่าไม่ยอมรับนายสมัครใช่หรือไม่นั้น นายบุญจงค์ กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนไม่มีความแตกแยก แต่เป็นเพียงความแตกแยกทางความคิด และเชื่อว่าถ้ามีการเสนอบุคคลอื่นแทนนายสมัคร ก็คงจะต้องมีการคุยกัน “จตุพร”บอกถ้าตกลงพรรคร่วมรบ.เหลว ก็ต้องยุบสภา

นาย จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่มาร่วมประชุมเพื่อโหวตเลือกนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีว่า เป็นที่ชัดเจนว่าการที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าร่วมประชุมสภา เป็นการแสดงไมตรีจิตที่ดี ทำให้รู้ว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร ซึ่งขั้นตอนต่อไปภายในพรรคพลังประชาชน ก็คงต้องมีการปรึกษาหารือกันต่อไป ว่าจะตกลงกันอย่างไร “ถ้าสุดท้ายแล้วยังตกลงกันไม่ได้ ก็คงต้องให้วิธีการคืนอำนาจให้ประชาชนคือต้องยุบสภา สาเหตุที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ก็เพราะมีนักการเมืองปล่อยข่าว ทำให้เกิดความไม่เข้าใจในตัวนายสมัคร” นายจตุพร กล่าว พปช.ชี้พรรคร่วมโดดเกรงมีปัญหาเหตุพรรคยังไม่ตกผลึก

เมื่อ เวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่าการที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าร่วมการประชุมสภาที่มีวาระสำคัญคือ เลือกนายกรัฐมนตรี จนทำให้สภาล่มนั้น ไม่น่าจะมาจากการที่พรรคเหล่านั้นไม่อยากเลือก นายสมัคร สุนทรเวช ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อาจจะเห็นว่าภายในพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นแกนของรัฐบาลยังมีความเห็นที่ แตกต่างกัน ยังไม่ตกผลึก เกรงว่าเลือกไปแล้วอาจจะมีปัญหา ดังนั้นภายในพรรคพลังประชาชนต้องคุยกันจนให้ได้ข้อสรุปก่อน โดยเฉพาะกับคนบางกลุ่มที่ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงไม่พอใจ ทั้งที่วานนี้ได้ประชุมไปถึง 2 ครั้งเพื่อทำความเข้าใจ โดยจะให้เสนอมาว่าต้องการอะไรกันแน่ นอกจากนี้ยังต้องนำเหตุการณ์ในวันนี้ไปถามนายสมัครด้วยว่ามีความรู้สึกอย่าง ไร
“หมัก”เข้าประชุมพรรค”กานต์” เผย 14ก.ย. รู้ตัวนายกฯ 99% ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่การประชุมสภาผู้แทนราษฏร ไม่สามารถประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ เนื่องจากไม่ครบองคประชุม เนื่องจาก พรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรค ไม่ได้เข้าร่วมประชุม พร้อมกับกลุ่มอีสานพัฒนา ในพรรคพลังประชาชนเอง ปรากฏว่า ทันทีที่ปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฏร?นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้เรียกประชุมด่วน ส.ส.พรรคพลังประชาชน ในเวลา 10.30 น. ที่อาคารที่ทำการพรรค ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ? ข่าวแจ้งว่า ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค จากทุกกลุ่มทยอยเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รักษาการรมช.คมนาคม แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน แกนนำกลุ่มภาคเหนือ นายอนุชา สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม แกนนำกลุ่มนครปฐม นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล ประธานส.ส.กทม.?? ? พ.ต.ท.กานต์? เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน คนใกล้ชิดนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนฯ? ให้สัมภาษณ์ ก่อนการประชุมว่า สำหรับการประชุมส.ส.พรรคพลังประชาชน จะแยกออกเป็น 2 ส่วน คือการประชุมรวมทั้งส.ส.และกรรมการบริหาร และการประชุมเฉพาะกรรมการบริหาร โดยในที่ประชุมกรรมการบริหาร นายสมัคร สุนทรเวช จะเข้าร่วมด้วย ซึ่งจะมีการพูดคุยถึงข้อดีข้อเสียกันด้วยเหตุผล รวมถึงเรื่องคดีความที่เป็นภัยคุกคามที่แสนสาหัสของนายสมัครจะต้องเผชิญใน อนาคต จากนั้นจะให้เวลานายสมัครได้ตัดสินใจสักพัก ก่อนที่นายสมัครจะแจ้งต่อที่ประชุมใหญ่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่สมมุติว่า นายสมัครไม่รับตำแหน่งก็จะยังไม่มีการพูดคุยถึงตัวบุคคลที่จะขึ้นมาแทน ซึ่งในวันที่ 14 กันยายนนี้ จะตกผลึก 99 เปอร์เซ็นต์ก็น่าจะเห็นความชัดเจน ? พปช.ให้”เนวิน”ร่วมประชุม”หมัก”ขอบคุณพรรคร่วมที่ไม่มา

พ. ต.ท.กานต์? เทียนแก้ว กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงเช้าวันนี้เป็นเรื่องดีที่ทำให้ส.ส.พรรคพลัง ประชาชนมารักกันมากขึ้น วันนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ส.ส.กลับมาสามัคคีกันเหมือนเดิม และนายกรัฐมนตรีต้องมาจากพรรคพลังประชาชน แต่โดยหลัการณ์แล้วอันดับแรกต้องเสนอชื่อนายสมัคร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน? เพราะเหตุการณ์วันนี้ทำให้เห็นว่าถ้าต่างคนต่างเดินก็ไปไม่ได้ ต้องรับฟังความเห็นเพราะ 223 เสียงในพรรคทุกคนมีความหมาย ดังนั้น การบริหารพรรคต่อไปก็คงจะมีการปรับเปลี่ยนรับฟังส.ส.มากขึ้น? สัญญาณวันนี้มีแนวโน้มที่ดีมาก ทุกฝ่ายเริ่มหันหน้าเข้ามาพูดคุยและเข้าใจกันมากขึ้น ทั้งนี้นายสมัครเองได้ฝากไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลว่า ขอขอบคุณพรรคร่วมที่ไม่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ เพราะพรรคพลังประชาชนยังมีการจับขั้ว
เมื่อถามว่า หากนายสมัคร ประกาศสู้ต่อกลุ่มส.ส.ภาคเหนือ จะดำเนินการเหมือนในวันนี้หรือไม่ พ.ต.ท.กานต์ กล่าวว่า นายสมัคร จะประกาศอย่างไรเราจะต้องให้เกียรติซึ่งในวันนี้เมื่อทราบผลการตัดสินใจของ นายสมัคร เราก็จะมาพูดคุยกันต่อ ถ้าท่านประกาศสู้ต่อก็จะต้องมาดูว่านายสมัคร จะมีแนวทางการทำงาน การบริหารพรรค และจะดูแลส.ส.ในพรรคอย่างไร
เมื่อถามว่าจะเชิญนายเนวิน เข้าร่วมประชุมกรรมการบริหารด้วยหรือไม่ พ.ต.ท.กานต์ กล่าวว่า ก็คงเชิญนายเนวินด้วย เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ถือเป็นการให้บทเรียน กับกลุ่มนายเนวินหรือไม่ พ.ต.ท.กานต์ กล่าวว่า คงไม่ใช่เป็นบทเรียน แต่เป็นธรรมชาติของพรรคการเมือง ความที่คิดไม่มีอะไรก็จะเดินไปเรื่อย แต่เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นก็ต้องมาปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าวันนี้บ้านเมืองยังเดินหน้าต่อไป จึงยังไม่จำเป็นถึงขั้นที่จะเสนอให้มีการยุบสภา

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1221198942&grpid=00&catid=01

Tags: ,

สภาล่ม! ส.ส.แหยง ?หมัก? นั่งนายกฯ สั่งเลื่อนประชุม 17 ก.ย.

ส.ส.พรรคพลังประชาชน ตีรวนไม่ยอมเข้าร่วมประชุม ส่งผลให้สมาชิกมีเพียง 161 เสียงไม่ครบองค์ประชุม ไม่สามารถเสนอชื่อ ?สมัคร? ได้ทำให้การลงมติเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 17 ก.ย.นี้

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

วันนี้ (12 ก.ย.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี โดยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. ได้เริ่มส่อส่อเค้าวุ่นวายตั้งแต่เริ่มต้นการประชุม เมื่อ ส.ส.หลายคนจากพรรคพลังประชาชน ต่างแสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า อยากให้เสนอเลื่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปจาก วันนี้ (12 ก.ย.) เพราะเห็นว่าชื่อของนายสมัคร สุนทรเวช ที่เป็นไปตามมติของพรรคพลังประชาชนอาจก่อให้เกิดปัญหา และบอกว่าถ้าไม่มีการเลื่อนออกไป ส.ส.อาจใช้เอกสิทธิ์ระหว่างการโหวตคะแนนนายกรัฐมนตรี

หลังการนับสมาชิกองค์ประชุมปรากฏมีผู้เข้าร่วมประชุมเพียง 161 เสียง เนื่องจาก ส.ส.พรรคพลังประชาชนได้ใช้เอกสิทธิ์ไม่เข้าร่วมประชุม ส่งผลให้การประชุมวันนี้ไม่มีการเสนอนายสมัคร สุนทรเวช เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนับองค์ประชุมใหม่โดยวิธีขานชื่อแต่ถูก ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลคัดค้าน ทำให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งปิดการประชุมและให้เลื่อนไปประชุมใหม่ในวัน พุธที่ 17 ก.ย.นี้

ที่มา : http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000108158

Tags: , ,

?อี้ แทนคุณ? ร่วมเครือข่ายต้านคอรัปชั่น ถวายฎีกาไม่เอา ?สมัคร? เผยทำเพื่อชาติ ต้านคนโกงไม่ให้กลับมาทำชั่วในสภา

?อี้ แทนคุณ? นำทีม 84 องค์กรเครือข่ายต้านคอรัปชั่น ถวายฎีกา ?ไม่เอาสมัครเป็นนายกฯ? วอนเจ้าตัวสำนึก ลดละเลิกอยากได้ตำแหน่ง ลั่นไม่อยากได้คนคดโกงเข้ามาทำชั่วในสภา

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์



หลังจากที่พรรคพลังประชาชนมีมติสนับสนับให้ ?สมัคร สุนทรเวช? กลับเข้ามารับหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดนจะมีการเสนอชื่อเข้าสภาในวันพรุ่งนี้นั้น ส่งผลให้ 84 องค์กรเครือข่ายต้านคอรัปชั่น ได้ตัดสินใจรวมตัวกันถวายฎีกาไม่เอาสมัครเป็นนายกฯ โดยมี ?อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ? ดาราและพิธีกรชื่อดังเป็นหนึ่งในตัวแทนขององค์กรต่างๆ เข้าถวายฎีกาด้วย

ดาราพิธีกรชื่อดังได้เปิดเผยถึงเหตุที่จะต้องถวายฎีกาว่าเป็นเพราะ นายสมัครขาดจริยะธรรม ทำความผิดไม่สมควรกลับมาเป็นนายกฯ วอนให้สำนึก ลดละเลิกอยากได้ตำแหน่ง ย้ำชัดอย่าเอาคนโกงกลับมาทำชั่วในสภาอีก

?ผมเป็นตัวแทนในนาม 84 องค์กรเครือข่ายต้านคอรัปชั่นเพื่อช่วยทำให้ปัญหาคลี่คลายและยุติ โดยองค์กรของเรานั้นจะเน้นย้ำป้องกันไม่ให้เกิดการคอรัปชั่น สร้างมาตรฐานคุณธรรมต่อสังคม คนคดโกงไม่ควรได้รับสิทธิพิเศษในการอยู่รอด ไม่งั้นก็จะเป็นต้นแบบไม่ดีกับเยาวชน คนที่ทุจริตประพฤติไม่ดีไม่เหมาะสม กลับมาเป็นผู้นำประเทศอีก บางคนอาจจะไม่กลัวเพราะมีสิทธิมีอำนาจ และพร้อมจะกลับมาทำชั่วในสภาได้อีก?

?โดยส่วนตัวเราไม่ได้มีเรื่องกับใคร ไม่ได้มีอะไรกับคุณสมัคร วันนี้ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครเราก็จะทำแบบนี้ ต้องทำให้เป็นต้นแบบต่อไป ผมเองทำงานเพื่อภาคประชาสังคมประมาณ 7 – 8 ปีแล้ว และเป็นประธานกลุ่มธรรมมะเยาวชน เน้นความพอเพียง เสียสละ ซื่อสัตย์ เราทำงานเยาวชนมาเยอะ ถ้าพูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่งคนเขาจะไม่เชื่อถือ มันไม่ได้สำคัญที่ตัวเรา สำคัญที่ต้นแบบคนที่เป็นตัวอย่าง ถ้าต้นแบบสร้างมาไม่ดีประเทศชาติก็จะพังพินาศ เราสอนให้เขาซื่อสัตย์อย่าโกง แต่ถ้าสิ่งที่สอนกับสิ่งที่ทำขัดแย้งกันสิ้นเชิง แล้วองค์กรเราจะไปสอนเยาวชนได้อย่างไร?

?นักการเมืองยุคนี้เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไปสร้างเด็กรุ่นใหม่ดีกว่า ไม่งั้นเกิดเด็กไปเห็นตัวอย่างที่ไม่ดี และยึดเอาไปปฏิบัติตามจะทำให้ประเทศชาติพินาศกว่าเดิม?

?นายกไม่ใช่บุคคลธรรมดา เป็นคนสาธารณะ เรามีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องถ้าเห็นว่ามันไม่ถูกไม่ควร ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกลียดใครมาก ชอบใครมาก หรือแค้นใครมาก แต่เป็นการทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมบนความถูกต้อง เพื่อที่เขาจะได้ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเราต้องทำให้เป็นมาตรฐานของนักการ เมือง ไม่ใช่มีอำนาจก็สามารถซื้อได้ทุกอย่าง?

?เด็กในวันนี้วันหนึ่งก็ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ซักวันหนึ่งก็ต้องแก่เฒ่า จะได้อยู่อย่างสงบสุข ท่าน เองก็สูงอายุขึ้นทุกวัน น่าจะได้อยู่อย่างภาคภูมิใจมีศักดิ์ศรีที่ไม่ทำผิดไม่ละอายว่าเคยทำอะไรลงไป ขอให้มีความละอายในการทำชั่วกลัวบาป คนเราไม่ทำชั่วก็เพราะกลัวบาปกรรม เมื่อกลัวแล้วจะได้ทำบาปน้อยลง ทุกวันนี้มีอำนาจเยอะ แต่อย่าลืมว่าอำนาจนั้นมาจากประชาชน ถ้าสำนึกจริยธรรมไม่มีก็ต้องให้โอกาสเขาปรับตัว ทำดีคนก็ชื่นชมศรัทธา แต่ถ้าทำชั่วก็ต้องเชิญออก?

?ขอยืนยันว่าเราไม่ได้รักใครชอบใคร แต่ที่ต้องออกมาทำตรงนี้เพราะปัญหามันจะไม่มีที่สิ้นสุดไล่ไปก็มาใหม่ ฉะนั้นเราต้องแก้ที่ต้นเหตุ และที่เลือกวันพรุ่งนี้เพราะอาจมีการปะทะกัน ถ้าไม่ทำอะไรมัวแต่หลบอยู่เฉยๆ ดีกว่า เดี๋ยวก็แก้ปัญหาเองได้มันไม่ได้ ต้องช่วยกันอย่าผลักภาระแล้วอยู่เฉยๆ ไม่เจ็บตัวไม่ถูกใครว่า แล้วถ้าเราไม่ทำใครจะทำผลักไปเรื่อยๆ?

?ที่ ผ่านมาทางองค์กรได้ติดตามมาสถานการณ์มาตลอด และคิดว่าคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะจบ น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็จะเสนอชื่อเข้ามาอีก มันชัดเจนแล้วว่าพึ่งนักกากรเมืองไม่ได้ พึ่งระบบเดิมๆ ไม่ได้ การเมืองใหม่ที่เราอยากเห็นคือคนไทยมีส่วนร่วมมากที่สุด ใครก็ได้ที่จะทำอะไรเพื่อเรียกร้องให้เกิดความถูกต้องไม่ทุจริตคอรัปชั่นก็ ทำเถอะครับ?

?การ ที่เขาไม่อยากจะสำนึก ก็อยากให้เห็นแก่ส่วนรวมว่า ตำแหน่งบางตำแหน่งไม่เหมาะสมก็ขอให้ละเลิกความอยากนั้นเสีย ถ้าเลิกไม่ได้มันไม่สง่างาม ในเมื่อศาลก็ตัดสินออกมาแล้วว่าคนนี้มีความผิดจริง ถึงแม้จะเป็นความผิดเล็กๆ แต่มีผลต่อภาพลักษณ์?

?ท่านก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ผมไม่ได้ก้าวร้าวอะไร แต่มันเป็นการทำงานที่ใหญ่หลายองค์กร ผมเป็นประชาสัมพันธ์อบรมเด็กเยาวชน ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่อบรมบ่มสอน พวกเราสำนึกมาตลอดว่า ถ้าเราไม่ร่วมเด็กเยาวชนทำเฉย พอชาติพังก็รับแต่ซากปรักหักพัง ถูกโกงกินจนหมดแล้วจะไปเรียกร้องอะไร ตอนนี้ประชาธิปไตยก้าวหน้าไปมาก เราต้องลุกออกมาแสดงออกสิ่งที่ถูกต้อง ไม่เอาคนโกงไม่เอาคนทุจริต?

แม้ว่าการเลือก ?สมัคร? กลับมาอีกครั้งจะเป็นไปได้ตามหลักกฏหมาย แต่มันผิดหลักจริยธรรม
?จริยธรรมสำคัญกว่านะ กฏหมายมีช่องโหว่โดนแบบนี้กลับมาได้อีก การ ที่ศาลตัดสินแบบนี้คือการลงโทษที่สุดแล้วสำหรับผู้นำประเทศ ไม่ควรจะกลับมาอีก ควรจะคิดได้เองเลยไม่ได้มีการเขียนบทลงโทษ แบบนี้ถือว่ารุนแรงแล้วควรที่จะรู้ตัวเองแล้ว บางตำแหน่งให้คนอื่นทำดีกว่าเหอะ ถ้ามีมลทินแล้วให้คนอื่นทำ ถ้าเอาผลประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้งอย่างเดียวก็ออกไปเถอะ?

เผยการเมืองมาถึงทางตัน ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลยังเลือกสมัครเป็นนายกฯ ประชาชนจะหมดศรัทธา
?ถ้าพรรคร่วมยังจะเลือกเขาเป็นนายกฯ ก็คงจะแล้วแต่จิตสำนึกนะครับ มันถึงทางตันแล้ว วันที่ 25 ที่จะถึงนี้ก็จะมีการตัดสินคดีเกิดขึ้นอีก คำตอบก็มีอยู่แล้ว ความศรัทธาของพรรคต่างๆ ก็จะก็ลดลงไปด้วย ประชาชนกับพรรคการเมืองต้องพึ่งพาอาศัยกัน นักการเมืองไม่มีอุดมการณ์ประชาชนก็ไม่ศรัทธา เมื่อไม่ศรัทธาก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือ คิดว่าอนาคตอันใกล้คนไทยคงได้เห็นนิสัยจริงๆ ของนักการเมืองแต่ละคนแต่ละพวก ว่าควรค่าที่เชื่อใจหรือไม่?

?การที่นักการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์ศาลก็เหมือนกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เราควรจะเคารพศาลคนที่ไม่เคารพศาลไม่เคารพกฏหมายก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ ก็ไม่รู้วาเบื้องหลังมีใคร มีกฏหมายเตือนไว้อย่าละเมิดอำนาจศาล ถ้าละเมิดก็จะแย่ด้วยตัวเราเอง?

?วันนี้ประเทศชาติมันแย่แล้ว เราออกมาทำตรงนี้ไม่ได้คิดว่าโหนกระแส ไม่ได้รอจังหวะ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง พรุ่งนี้คาดการณ์ว่าจะเกิดการแตกหักปะทะกัน ถ้าการกระทำบางอย่างช่วยลดความเปลี่ยนแปลงตึงเครียดก็ต้องทำ ถ้าการกระทำด้วยวิธีใดๆ สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์รุนแรงได้ถือเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่มาก?

?ฉะนั้นเราต้องหาวิธีทางที่ทำให้เขาเชื่อ ซึ่งการถวายฎีกาน่าจะเป็นทางรอดทางเดียวในสังคมปัจจุบันที่กำลังหาที่พึ่ง?

โดยในวันนี้เวลา 13.00 น. จะมีการนัดรวมตัว 84 องค์กรต่อต้านคอรัปชั่นที่บริเวณวัดพระแก้ว เพื่อทำพิธีสวดมนต์ และจะเดินทางไปถวายฎีกาที่สำนักราชเลขาธารเวลา 13.30 น.

ที่มา : http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000108100

Tags: , , , , ,

‘สมัคร’พ้นนายกฯชิมไปบ่นไปพ่นพิษ

มติศาล รธน.9 ต่อ 0 เสียง พปช.ดันนั่งเก้าอี้รอบ 2

รายการอาหารเป็นพิษ”ชิมไปบ่นไป”และ”ยกโขยง 6 โมงเช้า”ทำเก้าอี้นายกฯพังศาลตัดสินผิดเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียงขัดรัฐธรรมนูญ ยันรับเงินจากรายการยังไงก็เป็นลูกจ้าง ด้านพลังประชาชนประกาศ ?สู้? ผนึกกำลังพรรคร่วมหนุน ?หมัก? กลับขึ้นสู่เก้าอี้อีกรอบ ด้าน ?ป๋าเติ้ง? แหยงเปรยไม่กล้ารับตำแหน่งกลัวอายุสั้น ยอมรับทนเสียงด่าไม่ไหว ด้าน ปชป.ฉวยโอกาสอันน้อยนิดหวังเปลี่ยนขั้ว อ้างเพื่อให้บ้านเมืองสงบ นักวิชาการชี้ช่องทางเปิด แนะนักการเมืองหาทางออกให้ดี สื่อนอกทุกสำนักตีข่าวด่วนไปทั่วโลก ?สมชาย? รักษาการแทนชั่วคราว ก่อนโหวตเลือกนายกฯใหม่วันที่ 12 ก.ย.

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

?หมัก? ทัวร์ตลาดเมืองอุดร

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ จ.อุดรธานี มีการประชุม ครม.สัญจร มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ซึ่งภายในบริเวณศาลากลางที่ใช้เป็นสถานที่ประชุม มีกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลใส่เสื้อแดงมาให้กำลังใจประมาณ 400 คน ไม่มีกลุ่มต่อต้าน ขณะนี้บรรดารัฐมนตรีส่วนใหญ่ให้ความสนใจและจับกลุ่มพูดคุยกันถึงทิศทางทาง การเมือง โดยเฉพาะคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการประชุม ครม.นายสมัครได้ไปรับประทานต้มเลือดหมูที่ร้านชัยเซ้ง จากนั้นได้เดินเยี่ยมชมตลาดสดอย่างอารมณ์ดี ได้รับการต้อนรับจากพ่อค้าแม่ค้าบางคนนำดอกกุหลาบและพวงมาลัยมามอบให้ พร้อมบอกให้สู้ต่อ ทั้งนี้นายสมัครได้ซื้อของกลับหลายอย่าง อาทิ ไส้กรอกอีสาน หมูยอ กุน เชียง ต่อมาได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดเพื่อเป็นประธานมอบธงในโครงการ ?จากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วันสร้างสามัคคี? และกล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันมีความคิดที่ขัดแย้งและแตกแยกกัน หวังว่าโครงการนี้จะช่วยให้คนไทยคลายความเร่าร้อนและความตึงเครียดลงได้

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

ไม่เครียดคำพิพากษาของศาล

จากนั้นนายสมัครได้เดินมายังห้องประชุม ซึ่งก่อนเข้าห้องผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้ถามว่า คุณพร้อมหรือยัง นายสมัครตอบว่า พร้อมหรือไม่พร้อมเราก็ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล เมื่อถามว่า ยังจะไปประชุมยูเอ็นอีกหรือไม่ เพราะศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ไปฟังคำพิพากษาด้วยตนเองในคดีหมิ่นประมาทในวัน ที่ 25 ก.ย. นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องรอศาลจะว่าอย่างไรก่อน เมื่อถามย้ำว่า ศาลมีคำสั่งออกมาแล้ว นายสมัครได้ย้อนถามกลับอย่างอารมณ์ดีว่า สั่งแล้วหรือ จากนั้นได้เดินเข้าห้องรับรองโดยไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ครม. สัญจรได้เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลา 12.20 น. โดยรัฐมนตรีได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน เมื่อเห็นผู้สื่อข่าวมารออยู่จำนวนมาก ก็สอบถามว่ามาจากที่ไหนกันบ้าง อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงอนาคตทางการเมือง นายสมัครไม่ตอบและเดินขึ้นรถทันทีด้วยท่าทีสบาย ๆ ไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดกลับ กท.

นัดต่อไปบุกบ้าน ?เติ้ง?

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุม ครม.นายสมัครได้กล่าวกับบรรดารัฐมนตรีว่า วันนี้ต้องประชุม ครม.ให้เสร็จก่อนเที่ยงครึ่ง เพราะถ้าเผื่อมีการตัดสินใจอะไรขึ้นมาจะได้ไม่มีปัญหา และขอให้รอฟังการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญกรณีรายการชิมไปบ่นไป

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ก่อนที่จะจบการประชุมนายสมัครได้กล่าวขอบคุณ ส.ส. และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้อำนวยความสะดวกในการมาประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ พร้อมย้ำอีกว่าการประชุม ครม.นัดต่อไปจะมีขึ้นที่ จ.สุพรรณบุรี โดยขอฝากให้นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรฯ จากพรรคชาติไทย ช่วยดูแลและประสานงานรวมถึงช่วยเรียนให้นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยทราบด้วย
สื่อไทยเทศแน่นศาลรัฐธรรมนูญ

ทางด้านศาลรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวราย งานบรรยากาศก่อนการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า มีผู้สื่อข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศประมาณ 200 คน มาเฝ้ารอทำข่าวการอ่านคำวินิจฉัย จนกระทั่งเวลา 13.00 น. มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนับสนุนนายสมัครประมาณ 30 คนมาให้กำลังใจ โดยนายสมัครได้มอบหมายให้นายธนา เบญจาธิกุล ทนายความผู้รับมอบอำนาจมารับฟังแทน และ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. รักษาการ ผบช.น. พร้อมกำลังตำรวจ 80 นาย เดินทางมาตรวจความเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับกำหนดการอ่านคำวินิจฉัยเดิมนายชัช ชลวร ประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดอ่านในเวลา 14.00 น. แต่เมื่อถึงเวลานัด ทางเจ้าหน้าที่ศาลยังไม่ยอมให้ผู้ที่เดินทางมารับฟังคำพิพากษาเข้าสู่ห้อง พิจารณาคดี และได้มีการประกาศแจ้งจากนาย ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ให้ทราบว่า ขอเลื่อนการอ่านคำวินิจฉัยออกไปเป็นเวลา 15.30 น. โดยปฏิเสธที่จะบอกเหตุผลที่เลื่อนเวลาออกไป และปฏิเสธข่าวที่ระบุว่าศาลเลื่อนการพิจารณาเพื่อรอนายสมัครมารับฟังคำ วินิจฉัยด้วยตัวเอง

มติเอกฉันท์ ?หมัก? พ้นตำแหน่ง

ต่อมาคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนำโดย นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีประธานวุฒิ สภาส่งคำร้องของ ส.ว.จำนวน 29 คน และ? กกต.ขอให้วินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัครกรณีการจัดรายการ ?ชิมไป บ่นไป? และรายการ ?ยกโขยง 6 โมงเช้า? สำหรับการอ่านคำวินิจฉัยนั้นคณะตุลาการได้สลับกันอ่านคำวินิจฉัยซึ่งมีทั้ง สิ้น 19 หน้า

สำหรับคำวินิจฉัยตุลาการระบุว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้อง คำชี้แจง การแก้ข้อกล่าวหา เอกสารประกอบ พยานหลัก ฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง และคำเบิกความจากพยานบุคคลแล้ว เห็นว่าคดีทั้ง 2 มีพยานหลักฐานที่เพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องกระทำการอันต้องห้ามตามรัฐ ธรรมนูญมาตรา 267 มีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัครสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐ ธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) และเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง จึงเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง แต่ด้วยความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ เป็นการสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ทำให้รัฐมนตรีใน ครม.ที่เหลือจึงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่า คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่

รับเงินยังไงก็เป็นลูกจ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในคำวินิจฉัยนั้นตุลาการเห็นว่า คำว่าลูกจ้างตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 และตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายว่า หมายถึงผู้รับจ้างทำการงาน ผู้ซึ่งตกลงทำงาน ให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร โดยมิคำนึงถึงว่าจะมีการทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ หรือได้รับค่าตอบแทน เป็นค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินอย่างอื่น ย่อมอยู่ในความหมายของคำว่าลูกจ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นอกจากนี้ตุลา การยังเห็นอีกว่า คำเบิกความและหลักฐานทางภาษีที่ผู้ถูกร้องได้รับค่าจ้างแสดง ไม่ใช่ค่าน้ำมันรถอันเป็นข้อพิรุธ แสดงว่าเป็นการทำหลักฐานย้อนหลังเพื่อปกปิดข้อเท็จจริงขัดแย้งกับคำชี้แจง ของผู้ถูกร้องที่ให้การว่า ได้รับเชิญไปในรายการ ?ชิมไป บ่นไป? น่าจะได้รับค่าพาหนะ โดยค่าพาหนะจะได้รับเฉพาะเมื่อได้ไปออกรายการเท่านั้น ถ้าไม่ไปออกรายการตามที่เชิญมาก็ไม่ได้รับค่าพาหนะ จึงรับฟังเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้

เปิดชื่อ 6 ต่อ 3 เห็นต่าง

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคณะตุลา การที่เห็นว่า การกระทำของนายสมัครเข้าข่ายเป็นลูกจ้างเอกชน โดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่ามีพฤติการณ์ว่าเป็นหุ้นส่วนของบริษัทเฟซ มีเดีย จำกัด หรือไม่ มีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย? นายชัช ชลวร นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ นายจรูญ อินทรจาร นายจรัญ ภักดีธนากุล นายเฉลิมพล เอกอุรุ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ส่วนตุลาการที่เห็นว่าพฤติการณ์ ของนายสมัครเข้าข่ายการเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด เพื่อหาประโยชน์จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยถึงความเป็นลูกจ้าง มีจำนวน 3 คน ได้แก่ นายบุญส่ง กุลบุปผา นายสุพจน์ ไข่มุกด์ นายนุรักษ์ มาประณีต (อ่านรายละเอียดหน้า 2)

สื่อนอกตีข่าวด่วน ?หมัก? ปิ๋ว

ด้านสำนักข่าวต่างประเทศทั้งเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ บีบีซีนิวส์และซีเอ็นเอ็น ราย งานข่าวด่วนเผยแพร่ไปทั่วโลกว่า นายสมัครและคณะรัฐมนตรี พ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ชี้ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัครกรณีจัดรายการโทรทัศน์ ?ชิมไป บ่นไป? และ ?ยกโขยง 6 โมงเช้า? จึงมีมติเป็นเอก ฉันท์ว่า การเป็นพิธีกรในรายการโทรทัศน์ดังกล่าว เข้าข่ายการเป็นลูกจ้าง จึงวินิจฉัยให้นายสมัครพ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามแกน นำคนสำคัญของพรรคพลังประชาชน โดยนายวิทยา บูรณะศิริ หัวหน้าวิปรัฐบาลผสม 6 พรรค ยืนกรานที่จะเสนอชื่อนายสมัครกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

นายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต ปลัด สำนัก นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งใครรักษาการแทนนายกรัฐมนตรีและสามารถใช้คำสั่ง นายกรัฐมนตรีที่ 197/2551 เรื่องมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีในกรณีที่นายก รัฐมนตรีไม่? สามารถปฏิบัติราชการ โดยให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาราชการแทน ซึ่ง ครม.มีมติเห็นชอบคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา

พปช.หนุน ?หมัก? คืนเก้าอี้

พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า พรรคยอมรับคำวินิจฉัยและที่ประชุมพรรคก็มีมติที่จะสนับสนุนนายสมัครขึ้นดำรง ตำแหน่งนายกฯ อีกครั้ง เชื่อว่าเสียงสนับสนุนนายสมัครในพรรคร่วมจะมีอย่างท่วมท้น ยืนยันว่าในส่วนของพรรคจะไม่มี ส.ส.แตกแถวหรือกลุ่มงูเห่าอย่างแน่นอน

พ.ต.ท.กานต์ กล่าวอีกว่า หากนายสมัครถอดใจทางพรรคก็เตรียมบุคคลสำรองไว้ประมาณ 2-3 คน ชื่อย่อ ส.คงต้องดูก่อนว่านายสมัครจะถอดใจหรือไม่ แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าจะไม่ถอดใจอย่างแน่นอน และยังมีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไป

วิกฤติบ้านเมืองถึงทางตัน

นายวิทยา บูรณศิริ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า พรรคยังคงสนับสนุนให้นายสมัครเป็นนายกฯ ต่อไป เพราะยังมีสถานะเป็น ส.ส.และเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ กรรมการบริหารพรรคจะประสานเพื่อพูดคุยกับทางแกนนำของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เพื่อสนับสนุนนายสมัครเป็น นายกรัฐมนตรี แม้จะมีการเสนอชื่อนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยขึ้นมาก็ตาม

นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว.การพัฒนา สังคมฯ เปิดเผยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทุกฝ่ายต้องเคารพ ต่อศาล ตนยึดถือมติของพรรคจะตัด สินใจอย่างไรทุกคนก็ต้องทำตาม แต่ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ถือว่าเป็นวิกฤติของบ้านเมือง จะบอกว่า เป็นทางตันก็น่าจะเรียกได้

?เลี้ยบ? ปัดมีชื่อชิงนายกฯ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า พร้อมโหวตในสภาให้นายสมัครกลับเข้ามาเป็นนายกฯต่อ เพราะเห็นว่าไม่ได้ขาดคุณสมบัติแต่อย่างไร เพราะการจัดรายการชิมไปบ่นไปไม่ได้เป็นเรื่องของการทำทุจริตหรือคอร์รัปชั่น

นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงข่าวมีชื่อเป็นนายกฯสำรองว่า ไม่จริง เป็นข่าวลือโคมลอย เมื่อถามว่า ส่วนตัวพร้อมรับตำแหน่งหรือไม่ นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า อย่าไปสมมุติ เมื่อถามว่าข้อกฎหมายหากนายสมัครสิ้นสภาพการเป็นนายกมีโอกาสกลับมาหรือไม่ นพ.สุร พงษ์กล่าวว่า ในทางกฎหมายสามารถทำได้

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมช. เกษตรฯ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า จุดยืนของพรรคเราเคารพหลักการ พร้อมสนับสนุนพรรคที่มีเสียงข้างมากในสภา เราเคารพมติพรรคเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่านายบรรหารมีโอกาสเป็นนายกฯหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า หัวหน้าทุกพรรคสามารถเป็นได้ ถ้าสมาชิกสภาให้การสนับสนุน

?เติ้ง? แหยงตำแหน่งนายกฯ

ด้านนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกระแสข่าวถูกสนับสนุนให้ขึ้นเป็นนายกฯว่า อย่าเอาเรื่องมาให้หน่อยเลยอายุจะสั้น อยู่อย่างนี้ดีกว่าตนไม่เอาแล้วอายุ 70 กว่าแล้วอยากอยู่สบาย ๆ ตนไม่รับหรอก เหตุการณ์แบบนี้รับไม่ไหว ไม่สามารถทนแรงเสียดทานแบบนี้ได้ไม่อดทนพอ เมื่อถามว่า หากถึงที่สุดแล้วหาใครไม่ได้จะเปลี่ยนใจหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า หากตนพูดไปพวกคุณก็เอาไปแปลความหมายอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางออกควรเป็นอย่างไร นายบรรหารกล่าวว่า ริบหรี่เหลือเกิน พูดอะไรไปฝ่ายพันธมิตรฯก็ด่าทุกคืน เหมือนเขาว่าใครก็ได้แต่คนอื่นติติงไม่ได้ ปัญหาอยู่ตรงนี้ ต้องดูพวกพล.ต. จำลอง ศรีเมือง ว่าเขามองบ้านเมืองอย่างไร ถ้าถอยคนละก้าวก็สามารถเจรจาได้ สื่อก็ติงเขาบ้างสิ

ให้รอดูเหตุการณ์ 1-2 วันนี้

ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ 5 พรรคร่วมจะพลิกกลับมาจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล เพราะกระแสสังคมของชนชั้นกลางยังตอบรับ ไม่กดดันมากเท่ากับรัฐบาลพลังประชาชน นายบรรหารกล่าวว่า คุณกลับไปถามอีก 3 พรรคร่วมก่อนแล้วกัน เมื่อถามย้ำว่า 3 พรรคร่วมหมายถึงพรรคไหนบ้าง นายบรรหารปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

เมื่อถามว่าพรรคพลังประชาชนระบุว่าหากนายสมัครพ้นจากตำแหน่งสามารถโหวตกลับ มาได้อีก นายบรรหารกล่าวว่า ไม่ทราบ ต่อข้อถามว่า หากทำเช่นนี้จะทำให้การเมืองริบหรี่หรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน อีก 1-2 วันรอดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ก่อนแล้วถึงจะพูดได้ว่าจะทำอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายสมัครเตรียมจะไปประชุม ครม.ที่ จ.สุพรรณบุรี นายบรรหารกล่าวว่า รูปแบบคงไม่เหมือนที่ จ.อุดรธานี ไม่เกณฑ์คนไปชุมนุม เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่าเหตุใดถึงเลือก จ.สุพรรณบุรี นายบรรหารกล่าวว่า สุพรรณบุรีประชาชนมีความ? สามัคคี ไม่มีความแตกแยก

ประธานวุฒิฯปัดรับตำแหน่ง

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการเสนอให้ยกเว้นการใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราเพื่อให้ ประธานวุฒิสภารักษาการในตำแหน่งนายกฯหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกฯขาด คุณสมบัติว่า เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตนไม่มีศักยภาพพอที่จะทำอย่างนั้น ขอให้ตนอยู่กับวุฒิสภาต่อไปดีแล้วอย่าเปลี่ยนหน้าที่ตนเป็นอย่างอื่นเลย ตน คงทำไม่ได้ไม่ขอรับปิดทางเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลเสนอให้นายบรรหารเป็นนายกฯแทน นายประสพสุข กล่าวว่า สามารถทำได้ อาจทำให้สถานการณ์ดีขึ้น อย่างน้อยก็มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ฝ่ายพันธมิตรฯจะพอใจหรือไม่ไม่ทราบ

เผย 70/30 ไม่มีใครเอาด้วย

เมื่อถามต่อว่า หากสภาลงมติให้นายสมัครกลับมาดำรงตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง นายประสพสุขกล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ข้อนี้ เมื่อถามต่อว่า หากเปลี่ยนตัวนายกฯบ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ นายประสพสุขกล่าวว่า คิดว่าเดินไปได้ อะไรก็ตามหากจะมีการเปลี่ยนแปลงควรเป็นไปตามระบอบรัฐสภา โดยฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้ตั้งเข้ามาบริหาร ประเทศชาติต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

เมื่อถามต่อว่า หากมีการยุบสภาและวุฒิสภาต้องทำหน้าที่รักษาการจะแก้ไขรัฐธรรม นูญได้หรือไม่ นายประสพสุขกล่าวว่า หากยุบสภาวุฒิสภาจะอยู่ในฐานะรักษาการ จะทำอย่างอื่นไม่ได้ ทั้งเรื่องการพิจารณากฎหมายหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการเมืองใหม่ในสัดส่วน 70:30 ของกลุ่มพันธมิตรฯคงไม่มีใครเอาอยู่แล้ว

พปช.มีมติส่ง ?หมัก? คืนเก้าอี้

เย็นวันเดียวกัน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะโหวตเลือกนายสมัครกลับเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ อีกครั้ง เนื่องจากเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดร้ายแรงหรือทุจริตคอร์รัปชั่น แต่เป็นความเข้าใจข้อกฎหมายคลาดเคลื่อน และศาลไม่มีบทบัญญัติทางกฎหมายห้ามกลับมารับตำแหน่ง ดังนั้นนายสมัครจึงมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง นอกจากนี้พรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

?กระบวนการหลังจากนี้อยู่ที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะนัดหมายประชุมสภาเพื่อลงคะแนน คาดว่าจะมีขึ้นใน? เร็ว ๆ นี้ จะปล่อยให้ประเทศเกิดสุญญากาศนานไม่ได้ วิกฤติที่เกิดขึ้นเนื่องจากคนที่ถูกข้อหากบฏใช้วิธีการไม่ถูกต้องกดดัน รัฐบาล พรรคจะไม่ยอมให้เกิดบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง จะต่อสู้ตามวิถีทางกฎหมาย เชื่อว่ามีคนจำนวนมหาศาลสนับสนุนให้รัฐบาลสู้ต่อไป? ร.ท.กุเทพกล่าว

วิ่งแจ้นหา ?ชัย? เปิดสภาโหวต

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองโฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า พรรคต้องกอดคอกันเพื่อพิสูจน์ให้ระบบตุลาการเห็นว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ทำอะไรพวกเราไม่ได้ ตัดสินเช่นนี้น่าอายชาวโลกว่านายกฯประเทศไทยต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะจัด รายการอาหาร

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียง ใหม่ กล่าวว่า คาดว่าจะมีการนัดประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกฯได้ในวันที่ 12 ก.ย. ระหว่างนี้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 จะทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี

นายวิทยา บูรณศิริ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวอีกครั้งว่า ตนจะเข้าพบนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อหารือถึงกำหนดวันประชุมโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งพรรคจะเสนอชื่อนายสมัครเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่เสนอชื่อคนอื่น

?เหวียง? รอหารือ 6 พรรคร่วม

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้รับการประสานจากพรรคพลังประชาชนเพื่อให้โหวตเลือกนายกฯคนใหม่ แต่มติพรรคยังคงสนับสนุนพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอยู่ แต่บอกไม่ได้ว่าหากเสนอชื่อนายสมัครกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง พรรคจะเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ในวันที่ 10 ก.ย. จะมีความชัดเจน เนื่องจาก 6 พรรคร่วมรัฐบาลจะมีการประชุมเรื่องนี้กันที่สภา

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินจะ เป็นตัวแปรสำคัญ เมื่อเส้นทางที่เคยตีบตันได้เปิดประตูออกมาแล้ว ก็เป็นเรื่องของสภาที่จะต้องคิดให้รอบคอบว่าจะทำอย่างไร พรรค ร่วมรัฐบาลจะต้องคิดให้ดีว่าจะให้นายสมัครกลับเข้ามารับตำแหน่งอีกหรือไม่ เชื่อว่าจะมีการต่อรองกันสูงจนกว่าจะถึงวันโหวตนายกฯ ตนมองว่าถ้ายังเป็นนายสมัครหรือคนของพรรคพลังประชาชนเข้ามาเป็นนายกฯ สถานการณ์คงไม่แตกต่างอะไรจากตอนนี้ จะทำให้ทางออกตีบตันกระแสต่อต้านก็ยังคงมีอยู่อีก

30 วันต้องหานายกฯใหม่

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 180 กำหนดว่า ครม.พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯสิ้นสุดลง ให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และ 173 ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีคนใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นายกฯพ้นจากตำแหน่ง

?ถ้าเป็นผมจะไม่กลับมา มันคงอธิบายให้โลกทั้งโลกฟังไม่ได้ว่า นายกฯกระทำการขัดในเรื่องประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ในคำวินิจฉัยบางส่วนยังระบุว่า เชื่อได้ว่ามีการทำพยานสร้างหลักฐานขึ้นใหม่ จึงเป็นเรื่อง จริยธรรมที่ลึกซึ้ง? นายบวรศักดิ์กล่าว

ปชป.รอโอกาสเข้าสวม

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีต ส.ว. กรุงเทพฯ กล่าวว่า เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยเช่นนี้ต้องดูว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะดำเนินอย่างไร หากยังดึงดันที่จะโหวตให้นายสมัครเป็นนายกฯอีก เท่ากับเป็นการท้าทายและเติมเชื้อเพลิงลงไป พันธมิตรฯก็คงไม่ยอมหยุดชุมนุมแน่นอน ดังนั้นนายสมัครต้องไม่รับตำแหน่งเพื่อให้ความวุ่นวายทางการเมืองยุติ เมื่อนายสมัครไม่เป็นนายกฯอีก พันธมิตรฯก็ควรหยุดการชุมนุม แต่หากพันธมิตรฯ ยืนยันที่จะชุมนุมต่อก็จะเสียเครดิตของตัวเองไปโดยอัตโนมัติ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนเสนอชื่อนายสมัครเป็นนายกฯอีก รู้สึกว่าไม่สวยงามแล้ว เนื่องจากนายสมัครไม่ได้พูดความจริงในศาล ตรงนี้ถือเป็นรอยตำหนิ ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้านายสมัครกลับมาเป็นนายกฯ จะเกิดความวุ่นวายอีกหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่การที่ศาลไม่รับฟังคำชี้แจงของนายสมัคร แสดงถึงความไม่น่าเชื่อถือ วันนี้น่าจะใช้จังหวะนี้ชักชวนทุกพรรคมาปรึกษาและร่วมมือกัน เลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาแก้ปัญหาวิกฤติการณ์ของบ้านเมือง ส่วนการเปลี่ยนขั้ว พวกตนเป็นฝ่ายเสียงน้อยคงไม่ไปเรียกร้อง แต่เราพร้อมร่วมมือกับทุกพรรคเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย

จับตาทุกพรรคชิงจังหวะ

วันเดียวกันที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จัดเสวนาเรื่อง ?ทางออกและอนาคตสังคมไทยในวิกฤติความรุนแรง? นายทวี? สุรฤทธิกุล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ภาพรวมทางการเมืองในขณะนี้ มีแง่ดี 2 ประการ คือ 1.สังคมประสานเสียงในการไม่ใช้ความรุนแรง ทำให้ไม่เกิดสงครามกลางเมือง 2.การเมืองภาคประชาชนตื่นตัว ส่วนแง่ที่ไม่ดีคือ สังคมคุยกันยากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นการยุบสภาน่าจะเป็นทางออกในขณะนี้

นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการโครงการปริญญาโท คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า คดีชิมไปบ่นไปของนายสมัครจะเป็นช่องว่างให้แต่ละกลุ่มช่วงชิง พรรคชาติไทยก็จะพยายามหาโอกาสผลักดันนายบรรหารเป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องช่วงชิงการนำ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

?ปู่ชัย? เฮ กกต.ยกคำร้อง

อีกด้านหนึ่งที่สำนักงาน กกต.มีการประชุมสำนวนคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ร้องเรียนนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือหุ้นในบริษัทสัมปทานจากรัฐ ขัดต่อธรรมนูญมาตรา 265 ภายหลังการประชุม นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องตามที่คณะอนุกรรมการไต่สวนเสนอมา เนื่องจากบริษัท ศิลาชัยบุรีรัมย์ (1991) จำกัด ที่ภรรยาของนายชัยถือหุ้นอยู่นั้นมีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2539 ขณะเดียวกันประทานบัตรที่บริษัทดังกล่าวได้รับ ก็ได้รับตาม พ.ร.บ.แร่ 2510 ซึ่งเป็นเสมือนใบอนุญาตให้เอกชนเข้าดำเนินกิจกรรม โดยผู้ขอต้องเสียค่าธรรมเนียม ต่างกับการขอสัมปทานจากรัฐ เช่น การขุดเจาะปิโตรเลียม การขอสัมปทานเก็บรังนก อันนี้จึงจะถือว่าเข้าข่ายสัมปทาน

นายประพันธ์กล่าวต่อว่า กรณีของบริษัทศิลาชัยเป็นการขอประทานบัตร เพื่อระเบิดหินในพื้นที่ดินของเอกชน มีการดำเนินการมาก่อนที่นายชัยจะเข้ามาเป็นประธานสภาขณะเดียวกันที่ดิน บริเวณดังกล่าวยังมีเอกชนรายอื่นขอประทานบัตรระเบิดหินในลักษณะเดียวกันอีก นับ 10 บริษัท จึงไม่เข้าข่ายการผูกขาด กรณีนี้จึงไม่เข้าข่ายที่ว่าบุคคลในครอบครัวถือหุ้นหรือบริษัทสัมปทานจากรัฐ ที่ประชุมจึงมีมติยกคำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียงข้างมาก 3 เสียงประกอบด้วย นายสมชัย จึงประเสริฐ นางสดศรี สัตยธรรม และนายประพันธ์ ส่วน 2 เสียงข้างน้อยคือ นายอภิชาตสุขัคคานนท์ และสุเมธ อุปนิสากร

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=176319&NewsType=1&Template=1

Tags: , , , ,

ย้อนรอยคดีชิมไปบ่นไป

8 ก.ย. – คดีชิมไปบ่นไปมีที่มาที่ไปอย่างไร ทีมข่าวการเมือง สำนักข่าวไทย มีรายละเอียดให้ติดตาม

17 เมษายน 2551 จุดเริ่มต้นคดี? ชิมไปบ่นไป นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา? ยื่นคำร้องต่อ กกต.? ให้ตรวจสอบนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ว่า กระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 หรือไม่? กรณีที่ไปเป็นพิธีกรจัดรายการชิมไป บ่นไป และรายการ ยกโขยง 6 โมงเช้า? ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 267? มีสาระสำคัญ คือ “นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัท? หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใดก็มิได้ด้วย”

18 พฤษภาคม 2551?? 2 เดือนหลังมีผู้ร้องต่อ กกต. นายสมัคร? ประกาศผ่านรายการ “สนทนาประสาสมัคร”?? ขอยุติการจัดรายการชิมไปบ่นไป และยกโขยง 6 โมงเช้า

ขณะที่ กกต.ตั้ง อนุกรรมการสอบสวนฯ เรื่องนี้ แต่ก่อนที่จะมีข้อสรุปว่าจะรับคดีไว้ตรวจสอบหรือไม่? วันที่ 6 มิถุนายน? นายเรืองไกรผู้ยื่นคำร้อง? ก็ได้รวบรวมรายชื่อ ส.ว. 29 คน ยื่นผ่านประธานวุฒิสภาไปยังศาลรัฐธรรมนูญ? ให้วินิจฉัยคุณสมบัติของนายสมัครอีกทางหนึ่งด้วย? ขณะที่ กกต.ก็ได้ข้อสรุปเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเช่นกัน

จนกระทั่ง วันที่ 5? สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รับคำร้องทั้งสองไว้พิจารณา นัดตรวจพยานครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม และนัดไต่สวนเพียง 4 นัด? คือ วันที่ 26 และ 27 สิงหาคม วันที่ 4? กันยายน? และวันนี้ (8 ก.ย.) เป็นนัดสุดท้าย? ส่วนคำวินิจฉัยจะเป็นอย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟัง บ่าย 2 โมงพรุ่งนี้ (9 ก.ย.). -สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ?2008-09-08?20:12:08

Tags: ,

?สุนทรี? ไม่รับรางวัลจาก ?สมัคร? บอกเป็นเสนียด เผย ?ลานนา? ถูกแกรมมี่ดองเพราะแม่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ

?สุนทรี? ประกาศไม่รับรางวัลจากมือ ?สมัคร? บอกเป็นเสนียด เผย ?ลานนา? ถูกแกรมมี่ดอง เพราะแม่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ประกาศร่วมม็อบไม่หวั่นอิทธิพลรัฐบาล เย้ยใครจะเชื่อคำพูดสมัคร ไม่มีใครกลัว พ.ร.ก.อยากประกาศอะไรก็ประกาศไป

เป็นหนึ่งในศิลปินที่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯขับไล่ ?ทักษิณ ชินวัตร? เมื่อหลายปีก่อน จนโดนขู่ฆ่า หรือแม้กระทั่งวางระเบิดที่ร้าน ?เฮือนสุนทรี? จังหวัดเชียงใหม่ แต่ ?สุนทรี เวชานนท์? ศิลปินล้านนาชื่อดัง ก็ไม่หวั่น ล่าสุด ก็พึ่งจะขึ้นเวทีพันธมิตรฯที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะทนไม่ได้กับเหตุการณ์ที่ตำรวจสลายม็อบที่มัฆวาน

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

เผยหลังจากขึ้นเวทีพันธมิตรฯส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก แม้แต่ ?ลานนา คัมมินส์? ลูกสาวก็ยังได้รับผลกระทบ โดนแกรมมี่ต้นสังกัดเรียกเข้าไปถามเรื่องที่แม่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ จากนั้นก็ถูกต้นสังกัดดองไม่ให้ความสนใจ แต่อย่างไรก็ตามศิลปินล้านนาชื่อดัง ก็ยังมั่นใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเชื่อมั่นในความดี พร้องทั้งประกาศประกาศไม่รับรางวัลภาษาถิ่นดีเด่นจาก ?สมัคร สุนทรเวช? เพราะเป็นเสนียด
?จริงๆ อยากมาขึ้นที่เวทีพันธมิตรฯตลอด ทางเวทีเองก็ติดต่อมาโดยตลอด แต่ว่าทางเชียงใหม่เขาจับตามองเราอยู่ ตอนที่ไปขึ้นที่สวนลุมกับสนามหลวง กลับมาโดนอะไรเยอะแยะมาก โดนเผาหุ่น โดนป้ายเต็มเมือง โดนระเบิด ก็เลยคุยกันว่าก้าวต่อไปมันต้องละเมียดละไมหน่อยต้องดูจังหวะ เพราะไม่มีคนดูแลเรา พวกทหารที่คอยดูแลตอน คมช.ก็ถูกย้ายถูกโยกไปหมดแล้ว แต่ก็ยังยืนยันกลับไปทางเวทีว่าไปแน่?

?จะมาหลายรอบแล้ว แต่ลานนาเขาเป็นห่วงกลัวว่าเราจะเป็นอันตราย อย่างลานนาเองก็โดนเยอะ ลูกสาวสุนทรีก็จะโดนเหน็บโดนว่า เขาก็จะบอกว่าลูกโดนอีกแล้ว แม่ไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บขนาดไหน เวลาที่มีคนมาใช้ภาษาที่ไม่ดีไม่งามกับเขา แม่อย่าพึ่งไปเลยรอก่อนได้ไหม?

?จน กระทั่งวันที่ตำรวจออกมาทุบพันธมิตรฯ ก็เลยไปคุยกับลูกว่าแม่ทนไม่ไหวแล้ว แม่ต้องไปแล้ว แม่รู้ว่าลูกอาจจะมีความสุขที่แม่อยู่ใกล้ลูก แต่แม่เห็นแก่ตัว มันไม่ได้นะลานนา ยูห้ามแม่ยูทำลายความเป็นปัจเจกของแม่มาก ยูทำลายตัวตนของแม่ ทำลายจิตวิญญาณของแม่ ทำลายความเชื่อมั่นของแม่ ไออยู่ที่นี่ได้นะ แต่ไอทุกข์นะ ทุกข์ที่เห็นพันธมิตรฯอยู่ในสภาพแบบนั้น?

?โอเคเราอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมากมาย แต่คนที่นั่นเขาก็ต้องการเราเหมือนกัน ก็บอกลานนาว่าขอแม่ไปเถอะ เขาก็คงเห็นเราทุกข์มากมันไม่ไหวแล้ว เขาก็บอกงั้นแม่ไปเถอะ แต่ว่าต้องโทร.หาเขาทุกระยะนะ ซึ่งจริงๆ ที่กรุงเทพฯไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่กลับไปเชียงใหม่เราเป็นเหมือนเป้าเปิด เพราะเราอยู่กับลูกแค่สองคน เวทีก็เปิด ร้านก็เปิดไม่มีคนดูแล แต่ก็ช่างมันเถอะอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เพราะมันไม่ไหวแล้ว?

ไม่หวั่นถึงแม้จะเคยโดนวางระเบิดที่ร้านมาแล้ว ในการมาขึ้นเวทีพันธมิตรฯเมื่อหลายปีก่อน
?ครั้ง ก่อนที่ออกมาโดนฟีดแบกเยอะมาก โดนระเบิดโดนอะไรแต่ก็ไม่กลัว เอาให้มันตายไปข้างหนึ่ง บอกได้เลยว่าถ้ามันทำร้ายเราเรื่องมันไม่จบ เปิดตัวแบบนี้ดีกว่าเราซุกเราซ่อนเราต้องไม่กลัวกับมัน เราเปิดตัวแบบนี้มันยิ่งไม่กล้า มันอาจจะเหน็บแนมเราบ้างแต่เราต้องก็ต้องเผชิญหน้ากับมันให้มันรู้ว่าเราไม่กลัว?

?สถานการณ์ที่เชียงใหม่ไม่ถึงกับรุนแรงมาก แต่ว่าตอนที่เราตั้งเวทีมันก็พยายามทลายเข้าไป ตรงนี้มีการจ้างมาจากเชียงราย ลำพังคนเชียงใหม่ไม่มี ในเมืองยิ่งไม่มี มีแต่พลังเงียบและเป็นฝ่ายพันธมิตรฯเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่เราเขาจะยังไม่กล้ากัน อยู่ในห้องประชุมอาจจะโอเค แต่ออกไปนอกห้องประชุมก็ไม่กล้า เพราะเขาก็มีธุรกิจมีการค้าต่างๆ ก็ต้องคิดถึงตรงนี้ด้วย?

?อย่างเราเองก็มีผลกระทบทางด้านธุรกิจเยอะมากทำเป็นเล่นไป คนท้องถิ่นไม่ต้องไปหวัง ณ วันนี้มีแต่พันธมิตรฯจากต่างจังหวัดจากทุกๆ ภาค ถ้าไปเชียงใหม่ก็จะต้องไปรายงานตัวที่ร้านเรา ผมพันธมิตรฯจากชลบุรี จากพังงา จากขอนแก่น มาจากอุบลฯ เราเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน รู้สึกว่ามันอุ่นมาก มีความสุขมากเหมือนมีเพื่อนเยอะขึ้น?

?ถามว่า รายได้ตรงนี้มันเพียงพอไหม มันก็คงไม่พอ เพราะเราก็ย้ายร้านด้วย แต่ว่าตรงนี้มันอุ่นเราได้มิตรจากตรงนี้ สิ่งที่เราทำเราเดินมาถูกทางแล้วนะ เรามีเพื่อนเพิ่มขึ้นมีคนที่คุยกันรู้เรื่อง อย่าง คุณศิริชัย ไม้งาม เขาก็ไป เชียงใหม่เป็นไงบ้างตอนนี้ ก้าวต่อไปจะทำไงกันดี เราเองก็ยืนยันมาตลอดว่าไปแน่นอน ถึงเวลาไปเองไม่อยากจะรบกวนพันธมิตรฯส่วนกลาง ค่าตั๋วเครื่องบินอะไรออกเอง ภาระพันธมิตรฯเยอะเหลือเกินขอให้เราได้ดูแลตัวเองไม่ต้องห่วง?

?แต่เวลาไปจะไม่บอกเด็กในร้าน เพราะเด็กจะกลัวกันมาก คดี วางระเบิดทุกวันนี้ มันยังไม่ถึงไหนเลย จะไปหวังอะไรกับตำรวจ ไม่สนใจไม่แยแสไม่แคร์ให้มันรู้ไปเลยว่า แค่นี้เองเรื่องเล็ก ตรงนี้ไม่ใช่ว่าปลงแต่ว่าเราไม่สนใจเพราะเราไม่กลัว คิดว่ายังไงก็จับไม่ได้เพราะมันคนของเขาทั้งนั้น ถามว่าอยู่ได้ไงก็ไม่รู้เหมือนกัน ไปไหนก็ไปตามประสาเรา ชนะความกลัวด้วยความไม่กลัวไม่กลัวเขาถึงไม่กล้าทำอะไร บางคนบอกว่าสุนทรีย์บ้าไปแล้วทำไมถึงอยู่ได้ แต่เราก็ไม่สนมันก็อยู่มาได้?

เผยการที่มาขึ้นเวทีพันธมิตรฯส่งผลกระทบกับ ?ลานนา? ถูกแกรมมี่ดองงาน
?ลานนาเองก็เข้าใจแม่ แต่ว่าเขากลัวเขาห่วงเขาถึงได้ห้าม แต่เขาก็ดูเอเอสทีวี เขาก็ทนไม่ไหว ก็เป็นเพราะเรื่องนี้นี่แหละเขาถึงได้มีปัญหากับแกรมมี่ ตอนนี้เขาก็มีสัญญาค้างไว้กับแกรมมี่ เรื่องที่แม่ทำมันกระทบกับเขาทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับเขาเลย ไอ้พวกนี้มันบ้า เราก็บอกว่าอย่าไปสนใจอย่างน้อยเราก็มีบ้านอยู่มีอู่นอนอย่าไปสนใจ?

?ทาง โน้นก็มีการเรียกลานนาเข้าไปคุยก็เป็นการคุยแบบอ้อมๆ แบบผ่านๆ เรื่องาน ก็อาจจะโดนแบนไม่ให้ความสนใจกับลานนา เพราะแม่มาขึ้นเวที เรื่องนี้ก็กระทบใจลานนาพอสมควรแต่ว่าเขาก็คงไม่อยากพูดให้แม่รู้สึกไม่สบาย ใจ เรื่องการย้ายหาที่ใหม่แม่ไม่ให้มอง ก็บอกไปแล้วว่า ทุกวันนี้งานเพลงถือว่าเป็นไซด์ไลน์อยากให้เขามองธุรกิจอาหารเพราะเงินเขาก็ ลงไปครึ่งหนึ่งเขาก็เป็นหุ้นส่วน ก็ให้มาช่วยกันบริหารงานถือว่าตรงนี้เป็นหลัก?
ไม่หวั่นการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขอเข้าร่วมกับพันธมิตรฯ บอกความตายแค่เรื่องขี้หมา
?เหตุการณ์ที่ตำรวจเข้าสลายม็อบ ทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะขึ้นเวที พอเห็นภาพแล้วแบบอยากมา อยากมาจริงๆ เลย ถ้าไม่มามันอายคนเชียงใหม่นะ คนเชียงใหม่อยู่ในม็อบพันธมิตรฯตั้งเยอะ เขาบอกว่าไม่ได้ใช้ความรุนแรงไม่ได้ใช้ปืนจ่อหัว แต่ภาพมันออกมาแล้วมันเห็นชัดอยู่แล้ว ไม่ต้องมาบอกว่าปืนไม่มีกระสุนไม่ต้องมาพูดเลย แค่เอาปืนจ่อมันก็บ่งบอกแล้ว จะบอกว่าเป็นมุมกล้องก็พูดไปเหอะภาพมันออกไปทั่วโลกแล้ว?

?เห็นข่าวแล้วนั่งร้องไห้ นั่งร้องไห้ทั้งคืนเลย เปิดทีวีทิ้งไว้จนเครื่องแฮงก์ มันอัดอั้นตันใจทำไมบ้านเมืองเป็นแบบนี้ ทำไมถึงทำกันขนาดนี้ เมื่อไหร่มันจะยอมรับความจริงกันซักที?

?ตอนนี้รัฐบาลก็พยายามเมกเรื่องราวขึ้นมาเพื่อหาทางยุบสภา แต่มันไม่ใช่ทางออกไง เหมือนที่ทางแกนนำพูดนั่นแหละมันต้องเปลี่ยนสังคมใหม่ การเมืองใหม่มันต้องเริ่มขึ้นแล้วไม่งั้นมันก็จะซ้ำเดิม ยุบสภาไปจะเกิดประโยชน์อะไร?

?บางคนบอกว่าพันธมิตรฯทำให้เกิดความวุ่นวาย คุณอย่ามาโมเม ถ้าคุณแน่จริงทำไมไม่มาสลายตอนกลางวัน มาทำไมตอนตีหนึ่งตีสอง แล้วเอาปืนยิ่งเข้าไปฝ่ายพันธมิตรฯมีเหรอปืนมีแต่ตะบอง ตลก….คุณสร้างเรื่องราวขึ้นมา?

?วันนี้ เขาอยากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อยากทำอะไรก็ทำไป มีคนสนใจที่ไหนล่ะคนเขาเดินพล่านเต็มถนน ไม่มีทางที่เขาจะหยุดพันธมิตรฯไม่ให้เข้าไปในทำเนียบได้ ไม่มีทาง เขาไม่มีอะไรเป็นประกาศิตเลย ใครเชื่อเขาล่ะคุณสมัคร พูดอะไรไปใครเชื่อเขาล่ะ?

?การประกาศสถานการณ์แบบนี้ มันก็ท้าทายอารมณ์เหมือนกันนะ เขาจะกล้าทำอะไรรุนแรงเหรอ บอกตรงๆ ว่าไม่ได้รู้สึกกลัวเลยนะ แต่ต้องยอมรับว่า พลังพันธมิตรฯมหาศาลจริงๆ นะ เห็นแล้วน้ำตาร่วงเลย เขารักกันจริงๆ อบอุ่นมากนะ ก่อนจะออกจากสนามบินเชียงใหม่มานั่งคุยกัน ก็จะคุยกันว่าอุ่นเหลือเกินรักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง มีที่ไหนบ้างจะเป็นแบบนี้ (ไม่กลัวตาย) ไม่….ขี้หมา ไม่กลัวหรอก ก็ยังนัดกับหลายๆ คนอยู่เลยว่า เสร็จจากงานคอนเสิร์ตก็จะเข้าไปต่อในทำเนียบ?

?วันนี้ถ้าเกิดเหตุการณ์นองเลือดที่ทำเนียบก็ไม่รู้สึกกลัว ถ้าจะเจ็บก็เจ็บกันทั้งหมดแหละ ไม่กลัวนะถึงแม้ว่าจะไม่เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นแต่ก็ไม่รู้สึกกลัว เรามีความรู้สึกว่าไม่มีใครมาทำอะไรเราได้ มันมีอะไรบางอย่างอันนี้เราบอกตัวเอง ทุก วันนี้ก็ไปไหนมาไหนคนเดียวก็ไม่ได้รู้สึกว่าใครจะมาทำร้าย และก็ไม่เคยมีด้วย เรารู้สึกว่าเราทำความดีให้กับแผ่นดิน และกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้าย เชื่อว่าพลังความดีจะทำให้เรารอดพ้น?

หลายคนเชื่อว่า ?ทำดีต้องได้ดี? แต่ก็มีคนบางคนที่ออกมาพูดว่า ?ทำดีอัปปรีย์กินหัว ทำชั่วได้ดี? เรื่องนี้ สุนทรี บอกว่า ตอนนี้ผลกำลังเกิดกับคนที่ทำความชั่วแล้ว
?เชื่อว่าทำดีต้องได้ดี ทุกวันนี้ก็เริ่มมองเห็นผล มีเงินขนาดนั้นยังต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไม่ได้มีความสุขอย่างเรานะ มีเท่าไหร่ก็กินเท่าไหร่ก็ยังได้หัวเราะกับเพื่อนกับฝูง?

?กับ คุณสมัครไม่อยากจะพูดถึง ไม่ชอบหยาบคายจัง ล่าสุด นี่เขาก็ให้รางวัลภาษาไทยถิ่นดีเด่นก็ไม่ไปรับหรอก เสนียด ไม่เอาหรอก ให้มารับกับเขาไม่เอาหรอก คนหยาบคายขนาดนั้นมาให้วุฒิบัตรเราไม่เอาหรอก หลายๆ คนก็ไม่มารับเพราะรู้สึกแบบนี้?

?คุณยังไม่รู้ตัวอีกเหรอคนเขาเกลียดกันทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่มีใครรักคุณเลย ปากคอเราะร้ายแบบนี้ พูดกับนักข่าวก็ตะคอกใส่เขา ทำไมทำแบบนี้เป็นผู้นำประเทศไม่น่ารักเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเขาควรจะลาออกไปได้แล้ว แต่เขาก็พยายามสร้างเหตุการณ์อันโน้นอันนี้ขึ้นมาเลี่ยงบาลีอยู่ตลอดเวลา แหม…ดิ้นเก่งจังเลยนะ แถไปเรื่อยเลย ฟาดงวงฟาดงา เขาไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์เลยร้ายมากแย่มาก และก็ไม่ยอมปรับ ไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตัวเองเป็นผู้นำประเทศ?

?ถ้า เป็นผู้นำประเทศอื่น เขาไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว อยู่ได้ไงไม่รู้จักอายตัวเอง ลูกเล็กเด็กแดงสาปแช่งกันด่าสาดเสียเทเสียยังไม่รู้สึกอะไรอีก คำพูดเขาไม่มีมนต์ขลังไม่มีพลังให้คนฟังได้ พูดจาปลิ้นปล้อนตลอดเวลา นักการเมืองไทยทำไมเป็นแบบนี้ทั้งหมด?

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

?ก็อยากจะฝากไปถึงทุกๆ คนว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกเราต้องลุกขึ้นมา อย่ามัวแต่กลัวอีกเลย เป็นช็อตสุดท้ายที่ต้องลุกขึ้นมาปกป้องบ้านเมือง เลิกเห็นแก่ตัวทุกคนรักชีวิตตัวเอง ห่วงธุรกิจตัวเองทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาแล้วใครจะทำ เราต้องลุกออกมาเป็นตัวอย่างของลูกหลานให้เห็นถึงการต่อสู้ ไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อก็ได้แต่ต้องลุกขึ้นมาแสดงพลังร่วม

ที่มา : http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000105619

Tags: , ,

มติครม.ตั้งกอฉ.สยบม็อบ”สมัคร”สั่งเคลื่อนกำลังได้

“สมัคร” พลิกเกมประชุม ครม.นัดเฉพาะกิจ ออกประกาศยึดอำนาจ “อนุพงษ์” มีผล 4 ก.ย. สั่งการใช้กำลัง-เคลื่อนทหารได้ “ดร.ปณิธาน” ชี้นายกฯ จ้องรวบอำนาจกลาโหม-หวั่นปฏิวัติ ด้านพันธมิตรเฮ ยึดทำเนียบต่อได้ หลังศาลอุทธรณ์ยกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา พร้อมมีคำสั่งให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินใน กทม. เพื่อจัดการปัญหาการชุมนุมของกลุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ยืดเยื้อมากว่า 100 วัน แต่ท่าทีของ พล.อ.อนุพงษ์ เป็นไปอย่างประนีประนอม และมีแนวคิดว่า ปัญหาทางการเมืองต้องแก้โดยภาคการเมือง หรือรัฐสภา

ด้วยเหตุนี้กลุ่มที่ปรึกษาซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายสมัคร จึงเล่นเกมเพื่อดึงอำนาจการสั่งการคืนตามระบอบประชาธิปไตย โดยเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ภายหลังนายกรัฐมนตรีประกาศไม่ลาออก

มติครม.ให้สมัครคุมกฎ20ฉบับ

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า สำนักนายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องออกประกาศอีก 2 ฉบับ จึงมีความจำเป็นต้องเรียกประชุม ครม.ให้รับทราบและเห็นชอบตามประกาศนี้ภายใน 3 วัน

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉบับแรก คือ การจัดตั้งกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ กอฉ. โดยผ่านความเห็นชอบของ ครม. นายสมัครจึงมีคำสั่งจัดตั้ง กอฉ.ขึ้น ทั้งนี้ กอฉ.ประกอบด้วย ผบ.ทบ.เป็นผู้อำนวยการ ผบ.ตร.เป็นรองผู้อำนวยการ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นรองผู้อำนวยการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ เป็นกรรมการ สำหรับผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ เป็นกรรมการและเลขานุการ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ข้าราชการตำรวจและข้าราชการพลเรือนตามผนวก เป็นเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้น 19 ตำแหน่ง

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1.เป็นหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุก เฉิน 2.จัดให้มีหน่วยงานหรือศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อเป็นองค์ประกอบปฏิบัติการภายใต้ กอฉ.ให้มีอำนาจในการแก้ไขปราบปรามยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามที่ได้รับมอบหมาย 3.ดำเนินการทางด้านการข่าว 4.ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อทำความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลและประชาชนทุกภาคส่วน รวมทั้งปฏิบัติการด้านจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง สำหรับการดำเนินการข่าวกรองนั้น ให้ดำเนินการด้านการข่าวและต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ฉุก เฉินและที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

5.จัดกำลังตำรวจและทหารดำเนินงานตามแผนรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ และสถานที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งประสานส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ดำเนินการป้องกันตัวเอง ตามความสามารถ 6.มอบหมายให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนกำลังพล งบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑ์ ยานพาหนะ และเครื่องมือต่างๆ เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน 7.เรียกให้ส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐเข้าประชุมชี้แจง ให้ข้อมูลข่าวสารตามที่เห็นสมควร 8.แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินตามความจำเป็น และ 9.ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกฯ หรือครม.มอบหมาย สั่ง ณ วันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2551 ลงชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

พล.ต.ท.วิเชียรโชติกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พ.ร.ก.อีกฉบับ เป็นการกำหนดอำนาจหน้าที่ของ ครม.ตามกฎหมาย เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ภายหลังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขต กทม.ตามกฎหมายฉบับนี้ ให้รัฐมนตรี และ ครม.ให้มอบอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวง โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตอนุมัติสั่งการ ตามบังคับบัญชาหรือแก้ไขป้องกัน ปราบปราม ระงับยับยั้ง สถานการณ์ฉุกเฉิน หรือช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในท้องที่ที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน โดยจะมีกฎหมาย 20 ฉบับ 1.พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 2.พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2493 3.พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 4.พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 5.พ.ร.บ.ควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 6.พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2520

7.พ.ร.บ.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ.2522 8.พ.ร.บ.ควบคุมอาหาร พ.ศ.2522 9.พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 10.พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 11.พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ.2522 12.พ.ร.บ.การสุรา พ.ศ.2493 13.พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 14.พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 15.พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2485 16.พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 17.พ.ร.บ.การเนรเทศ พ.ศ.2499 18.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับมูลนิธิและสมาคม 19.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจสืบสวนและสอบสวน และการใช้อำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และ 20.ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการใช้กำลังทหาร การเคลื่อนกำลังทหารและการเตรียมพร้อม พ.ศ.2545 โดยนายสมัคร ลงนามในประกาศวันที่ 4 กันยายน 2551

ทั้งนี้ พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 และข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการใช้กำลังทหาร การเคลื่อนกำลังทหารและการเตรียมพร้อม พ.ศ.2545 ซึ่งเดิมอำนาจในการสั่งการใช้กำลังทหาร การเคลื่อนกำลังทหารเป็นของคณะผู้บัญชาการทหาร ประกอบด้วย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และเสนาธิการทหาร จะถูกโอนมาเป็นของนายสมัครทันที

ชี้นายกฯจ้องรวบอำนาจกลาโหม

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง กล่าวถึงมติ ครม.ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีมีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย 20 ฉบับว่า เรื่องนี้ต้องให้นักกฎหมายตีความว่า อำนาจในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะการใช้ และเคลื่อนกำลังทหารยังเป็นของใครกันแน่ระหว่าง นายกรัฐมนตรี หรือ ผบ.ทบ. โดยต้องดูว่า ประกาศในครั้งนี้เป็นการรวบอำนาจของ ผบ.ทบ. มาไว้ในมือด้วยหรือไม่

“ในอดีตตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา ก็เคยมีการรวบอำนาจมาไว้ในมือนายกฯ มากที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจของทหาร และตำรวจ ซึ่งถ้าหากเป็นสังคมประชาธิปไตยก็เป็นการทำเพื่อถ่วงดุลข้าราชการประจำ แต่ถ้าเป็นสังคมไทยก็จะเกิดปัญหาในการบริหารจัดการปัญหาว่า อำนาจที่แท้จริงอยู่ในมือใคร และใครมีอำนาจใช้ และเคลื่อนกำลังในรูปแบบใด” รศ.ดร.ปณิธาน กล่าว

รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวอีกว่า ดูเหมือนว่านายกฯ ต้องการอำนาจมาควบคุมการใช้กำลังของกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะต้องมาดูกันอีกทีว่า จะทำให้มีอำนาจมากขึ้นแค่ไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่านายกฯ ไม่ไว้ใจฝ่ายทหารได้หรือไม่ รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า ถ้ามองอย่างนั้นก็ได้ เพราะอาจจะเกรงว่า การให้อำนาจในกรณีพิเศษจะทำให้อำนาจไม่สมดุล และอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา จึงต้องมีการถ่วงดุล คานอำนาจโดยพลเรือน แต่การทำเช่นนี้ก็มีข้อเสีย คือ ทำให้เกิดการชะงักงันในการใช้อำนาจในสภาวะฉุกเฉินที่ต้องใช้การสั่งการที่ เบ็ดเสร็จ และเด็ดขาด

ส่วนจะเป็นการบีบฝ่ายทหาร และอาจทำให้เกิดการรัฐประหารตามมาหรือไม่ รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า อำนาจของฝ่ายบริหารที่เข้มแข็งมากขึ้นอาจจะไปกดดันให้ทหารทำในสิ่งที่ไม่ อยากจะทำ ทำให้สถานการณ์เปราะบางมากขึ้น และนำไปสู่การเผชิญหน้ากันได้

คาดดึงอำนาจคืนป้องกันปฏิวัติ

แหล่งข่าวจากกองทัพ กล่าวว่า เป็นการดึงเอาอำนาจมาไว้ที่นายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมือง เพื่อป้องกันการถูกปฏิวัติ ทั้งนี้ ข้อบังคับกลาโหมว่า ด้วยการใช้กำลังทหารและการเคลื่อนย้ายกำลังทหารนั้น ให้อำนาจผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นผู้สั่งเคลื่อนกำลังทหาร หากในพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ของเหล่าทัพใด ผบ.เหล่าทัพนั้นก็จะเป็นผู้สั่งดำเนินการ แต่ในกรณีที่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บังคับใช้ ก็จะเป็นอำนาจของประธานคณะกรรมการภาวะฉุกเฉิน เป็นผู้สั่งดำเนินการ กรณีนี้ก็คือ พล.อ.อนุพงษ์

“เขาคงจะป้องกันไว้ เผื่อว่าเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นกับตัวเอง จะได้สั่งให้กำลังทหารออกมาป้องกัน หรือต่อต้าน” แหล่งข่าวกล่าว

“อนุพงษ์”แจงทูตทหารต่างชาติ

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ มอบหมายให้ พล.ท.ศิริชัย ดิษฐกุล ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายข่าว ชี้แจงสถานการณ์บ้านเมืองต่อคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย และผู้แทนด้านการทหาร จำนวน 20 ประเทศ รวม 30 คน เช่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี และสวีเดน เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ของประเทศไทย ภายหลังจากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงได้รับทราบถึงบทบาทและจุดยืนของผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยที่เข้าร่วมรับฟังสอบถาม ว่า ทหาร ตำรวจ ทำไมถึงได้อดทนและไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย พล.ท.ศิริชัยกล่าวว่า ทหาร ตำรวจ เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดเวลา โดยเฉพาะด้านการข่าว แต่ผู้บังคับบัญชามีนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่จะใช้การเจรจาเป็นหลัก เมื่อประชาชนสองฝ่ายมาปะทะกันเป็นเรื่องยากที่เราจะดำเนินการ เพราะทหารและตำรวจมีข้อจำกัดในการดำเนินการ ซึ่ง พ.ร.ก.มีข้อกำหนดที่จำกัดสิทธิเสรีภาพ เราพยายามพิจารณาอย่างละเอียดในการใช้ ทั้งเรื่องการชุมนุมหรือการควบคุมสื่อ เพื่อไม่ให้ไปสู่ความรุนแรง

ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยถามว่า การแก้ปัญหามีข้อจำกัดของเจ้าหน้าที่หรือไม่ พล.ท.ศิริชัยกล่าวว่า เราไม่ใช้อาวุธแก้ปัญหา อย่างมากจะเป็นแก๊สน้ำตา โล่กำบัง และอุปกรณ์ฉีดน้ำเท่านั้น ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยถามย้ำว่า ผบ.ทบ.ต้องการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มพันธมิตร แต่นายกรัฐมนตรีมีท่าทีจะใช้กำลังปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล พล.ท.ศิริชัยกล่าวว่า ไม่มีความเห็น แต่การประกาศ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว สาเหตุเกิดจากมีคน 2 กลุ่มมาปะทะกัน ซึ่ง ผบ.ทบ.ชี้แจงว่า หากนอกเหนือขอบเขตการทำงานของกองทัพก็ขึ้นอยู่กระบวนการทางการเมือง หรือรัฐสภาเป็นผู้แก้ไข

ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยถามอีกว่า รัฐบาลได้ฟ้องร้องกลุ่มพันธมิตรที่บุกรุกเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ พล.ท.ศิริชัยกล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล กองทัพคงไม่เข้าไปก้าวล่วง ส่วนจะเจรจาใต้โต๊ะเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายยุติปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูลที่จะมีการเจรจา บทบาทกองทัพบกในขณะนี้ คือ ควบคุมไม่ให้ทั้งสองกลุ่มมาปะทะกัน

ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรียังไม่ลาออกตามขอเรียกร้องของพันธมิตร กองทัพมีมาตรการดูแลสถานที่ราชการอย่างไร โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิหรือสถานที่ท่องเที่ยว พล.ท.ศิริชัยกล่าวว่า เรื่องนี้ได้เตรียมการตลอด และมีหน่วยที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งสนามบิน โดยทหารเข้าไปช่วยเหลือตำรวจในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

ส่วนการปิดสนามบินภูเก็ต และสนามบินหาดใหญ่ ขณะนี้ในระดับท้องที่ทำความเข้าใจ ปัจจุบันสนามบินเปิดทำการปกติ ทั้งนี้ กองทัพบกมีกำลังส่วนหนึ่งทั้งทหารและตำรวจ ซึ่งการเจรจาเป็นมาตรการแรก แต่หากเกิดอะไรขึ้นมาคงดำเนินการต่อไป

จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ได้เรียกประชุมคณะทำงานแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมหารือรวม 20 องค์กร เช่น? พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองหัวหน้ารับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์

รายงานข่าวแจ้งว่า เวลา 15.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ได้เชิญแกนนำสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) มาร่วมหารือ เพื่อหาทางออกปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น หลังจาก สรส.นัดหยุดงาน และขู่ตัดน้ำ ตัดไฟ สถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง แต่ภายหลังแกนนำ สรส.ได้ยกเลิกกำหนดการที่จะเข้าหารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ โดยอ้างว่า สรส.ไม่พร้อม เนื่องจากแกนนำยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม วันที่ 5 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมกิตติขจร ภายในกองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์จะแถลงถึงบทบาทความชัดเจนในการทำหน้าที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบใน การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงขอบเขตอำนาจใน พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้มีหลายฝ่ายสงสัยว่า สถานการณ์ไม่ได้เกิดความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ หรือ 16 ตุลา ทำไมรัฐบาลถึงประกาศ พ.ร.ก.มาบังคับใช้ในช่วงเวลานี้ ซึ่งขณะนี้ ผบ.ทบ.ให้เจ้าหน้าที่ร่างคำแถลงการณ์ดังกล่าวแล้ว

เผยให้ตร.แจ้งความผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม

พล.ท.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมการได้หารือเพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน ซึ่งขณะนี้มีความพัฒนาไปเช่นกัน ที่ประชุมยังยืนยันจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่จะเน้นการเจรจาเป็นหลัก โดยมอบหมายให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการที่จะแจ้งความจับผู้ที่กระทำผิดข้อห้าม ที่มีอยู่ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกกลุ่ม เพื่อให้ทราบว่ามีการดำเนินการผิดกฎหมายข้อใดบ้าง ส่วนการใช้กำลังเข้าดำเนินการเวลานี้ยังไม่เหมาะสม

?ปัญหาขณะนี้ คือ การบังคับใช้กฎหมายที่เขาไม่ยอมรับ ซึ่งเจ้าหน้าที่คงเลี่ยงปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ แต่อาจจะมีมาตรการจากเบาไปหาหนัก ทุกคนทราบดีว่าเขาอยากให้เราใช้กำลังดำเนินการ แต่เจ้าหน้าที่ทำไม่ได้ เพราะหากเกิดการล้มตายแล้วจะทำอย่างไร ขณะนี้น่าจะมีการพูดคุยเจรจา และใช้แนวทางสันติ? พล.ท.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีพอใจการทำงานของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ พล.ท.ประยุทธ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเข้าใจและพูดคุยกับ พล.อ.อนุพงษ์ตลอด ทั้งนี้ การทำงานของเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความสุขุม เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง อย่าสร้างความกดดันให้เจ้าหน้าที่ ส่วนสถานการณ์ที่ยังไม่มั่นคง เกรงว่าทหารจะก่อรัฐประหารอีกครั้ง แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ไม่มี อย่าถามเรื่องปฏิวัติ ควรถามว่าบ้านเมืองจะไปอย่างไร เราจะช่วยกันอย่างไร ขณะนี้ทหารมีเพียงเตรียมกำลังอยู่ในหน่วยที่ตั้ง เพื่อดูแลสถานการณ์หากมีการเคลื่อนมวลชนมาปะทะกัน ทหารก็จะเข้าห้ามปราม อย่าเอาเวลามาเป็นเงื่อนไข ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีกำหนดเวลา 3 เดือน ไม่ได้กำหนดว่าเสร็จเมื่อไร หากไม่เสร็จก็ต่อไปอีกได้ แต่หากสถานการณ์เรียบร้อยอาจยกเลิกก่อนได้

ตั้งนายตำรวจร่วมทหารคุมม็อบ

วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการดูแลความสงบเรียบร้อยกองบัญชาการตำรวจ นครบาล (ผอ.ศปก.น.) ลงนามบันทึกด่วนที่สุด แจ้งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รอง ผบ.ตร. เพื่อทราบ รอง ผบช.น. ผบก.ทุก บก. เนื้อหาระบุว่า ด้วยขณะนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองในเขตพื้นที่ กทม. ประกอบกับมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้น เพื่อให้การประสานงานในการปฏิบัติภารกิจของ บช.น. และกองทัพภาคที่ 1 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดประสิทธิภาพ จึงมอบหมายให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดังนี้

พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น. เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ประสานงานกับกองทัพภาคที่ 1 มอบหมายให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจประสานงานประจำ กองทัพภาคที่ 1 ได้แก่ พ.ต.ท.ถาวร สมศักดิ์ รอง ผกก.กก.1 บก.จร. พ.ต.ท.ศักดิ์รินทร์ ตันติภัณฑรักษ์ รอง ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.น. พ.ต.ท.ปรีดา สถาวร รอง ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.น. พ.ต.ท.สรรค์พิสิฐ แย้มเกสร รอง ผกก.1 บก.ตปพ. และ พ.ต.ท.ชุมวร ชมะทัต รอง ผก.ฝอ.7 บก.อก.บช.น. โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละวัน มอบหมายให้ ผบก.อก.เป็นผู้จัดวางตารางเวรในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ให้นายตำรวจประสานงานดังกล่าวเข้าร่วมประชุมกองทัพภาคที่ 1 ทุกวัน เวลา 17.00 น. และเข้าร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ในส่วนของ บช.น.ในแต่ละวันตามกำหนด

สหภาพ กสท ขู่ตัดวงจรเกตเวย์

ส่วนความเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงาน นายสมบูรณ์ ทรัพย์สาร ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่ออารยะขัดขืนรัฐบาลนายสมัครหลังการ แถลงไม่ลาออก โดยระบุว่า สหภาพ กสท พร้อมที่จะตัดสินใจตัดวงจรเกตเวย์ระหว่างประเทศทันที หากเกิดวิกฤติขึ้นจริงโดยการกระทำของรัฐบาล โดยการดำเนินการจะต้องเป็นมติของคณะกรรมการของสหภาพฯ กสท เท่านั้น สำหรับจุดที่จะปิดมี 2 ส่วนใหญ่ คือ เคเบิลใต้น้ำ และศูนย์โทรคมนาคม จ.นนทบุรี โดยสหภาพสามารถติดต่อกับผู้ปฏิบัติงานได้โดยตรง แต่ผู้บริหารได้แจ้งว่า ขอให้สหภาพ ดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะจะเกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ การปิดเกตเวย์เชื่อมต่อระหว่างประเทศ จะกระทบต่อการสื่อสารข้ามประเทศ ทั้งอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ และระบบการเงินที่ใช้ระบบออนไลน์ และระบบการซื้อขายในตลาดหุ้น ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก

ที่มา : http://www.komchadluek.net/2008/09/05/x_main_a001_219421.php?news_id=219421

Tags: , , ,

“สนธิ”เตรียมประกาศการเมืองใหม่-รอฟัง”หมัก”แถลงก่อน

“สนธิ” เรียกร้องให้พี่น้องอยู่ร่วมชุมนุมรอฟัง “หมัก”ประกาศทางวิทยุเวลา 7.30 น.พร้อมกัน ย้ำกรรมใดใครก่อต้องรับไป ย้ำต้องการคำสัญญาการเมืองใหม่ที่มีรัฐบาลซื่อสัตย์-เคารพกฎหมาย-เท่าเทียม ไม่ทำสิ่งผิดพลาดเหมือนกับรัฐบาลชุดนี้

ข่าวไอที
???????
????????คลิกที่นี่?เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย?
???????
???????เมื่อวันที่ 3 ก.ย.51 เวลาประมาณ 22.45 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยในทำเนียบรัฐบาล เริ่มด้วยการชี้แจงข่าวที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ที่ลงคำให้สัมภาษณ์คลาดเคลื่อนที่ระบุว่าตนเองรับได้ถ้า นายสมัคร สุนทรเวช ลาออกไปแล้ว นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะมาเป็นนายกฯ ซึ่งในข้อเท็จจริงคือใครก็ได้ที่มาเป็นนายกฯ ถ้ารับเงื่อนไข 4-5 ข้อ คือต้องจัดการกับคณะรัฐบาลชุดก่อนที่ขายอธิปไตยให้กัมพูชากรณีปราสาทพระวิหาร ต้องยกเลิกโครงการที่ใช้งบประมาณมหาศาลที่รัฐบาลชุดนี้วางไว้ ต้องไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เป็นต้น ถ้าทำอย่างนี้ได้โดยมีคำมั่นสัญญา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น นพ.สุรพงษ์ หรือ นายสมชาย เราก็รับได้ แต่เชื่อว่าทั้งสองคนนี้จะไม่ทำ
???????
???????นายสนธิ กล่าวอีกว่า ในช่วง 2-3 วันนี้รู้สึกเหนื่อยกับการต้องชี้แจงกับสื่อต่างประเทศที่ไม่เข้าใจการเมืองไทย และไม่เข้าใจการต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
???????
???????”จริงๆ แล้วการต่อสู้มากว่า 102 วัน ใกล้จบแล้วแต่มันจะจบอย่างไรไม่รู้ นายสมัคร จะลาออกหรือถูกบีบให้ออกไม่รู้ แต่จะจบแน่และก่อนอาทิตย์หน้าต้องจบ” นายสนธิระบุ อย่างไรก็ตามแม้ว่านายสมัครจะลาออกก็อย่าเพิ่งดีใจแล้วกลับบ้าน เพราะไม่เช่นนั้นการต่อสู้ที่ผ่านมากว่าหนึ่งร้อยวันก็จะสูญเปล่า ดังนั้นแม้นายสมัครลาออกแล้วเราต้องการการเมืองใหม่ที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น เปรียบเหมือนบ้านส้วมชำรุด ฝ้าเพดานพัง ต้องถึงเวลาซ่อมแซมครั้งใหญ่ ซึ่งอาจจะดูวุ่นวายบ้านบ้าง แต่เมื่อเสร็จแล้วก็จะน่าอยู่
???????
???????”ไม่ใช่สมัครไปแล้ว บรรหารมา หรือเสนาะมา เพราะคนพวกนี้ถือว่าเป็นวัตถุโบราณที่ชำรุด เพราะเราต้องการรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ เคารพกฎหมายให้โอกาสประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน” นายสนธิ ระบุและว่าเราต้องการคำมั่นสัญญา มีเจตนารมณ์ที่แน่ชัดว่าแก้ไขข้อบกพร่องที่ นายสมัครทำเอาไว้ โดยมีการเมืองใหม่ เพราะถ้า นายสมัคร ลาออกแล้วทุกคนกลับบ้านเราก็จะชนะแค่ยกที่ 1 แต่จะแพ้ยกที่สอง ทันที
???????
???????”เพราะถ้าสมัครออกไปแล้วถอย ทุกอย่างจะจบลงเหมือนเดิม และต่อไปตนเองก็จะไม่ออกมาอีกแล้ว เพราะถือว่าครั้งสุดท้ายแล้ว และจะหายไปเลย เพราะถือว่าพี่น้องไม่ต้องการพวกผมแล้ว” นายสนธิกล่าวและว่า การตัดสินใจครั้งนี้เลือกยืนข้างราชบัลลลังก์ และทุกคนก็ตัดสินใจแล้วเพราะพระเจ้าอยู่หัวทศทรงมีพิศราชธรรม
???????
???????นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตกรณีที่ นายสมัครจะออกอากาศทางวิทยุในเวลา 7.30 น.วันที่ 4 ก.ย.ว่า ทำไมต้องเป็นวิทยุเท่านั้น ทำไมไม่ออกอากาศทางโทรทัศน์ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นการอัดเทปไว้ล่วงหน้า และประกาศลาออก แต่ไม่ว่าอย่างไรถือว่ากรรมใดใครก่อก็ต้องรับไป
???????
???????ในตอนท้ายนายสนธิได้กล่าวถึงบทบาทของเอเอสทีวีนับจากนี้ไปว่า หลังการต่อสู้ผ่านไปความจับจ้องของพี่น้องอาจลดน้อยลง และที่ผ่านมาเอเอสทีวีเป็นของพี่น้องประชาชน และถ้าไม่มีเอเอสทีวีก็จะไม่มีการรายงานความเคลื่อนไหวของพี่น้องให้สังคมได้ทราบ ดังนั้นจึงขอคำสัญญาให้ช่วยกันสมัครเป็นสมาชิกเอสเอ็มเอสข่าวเอเอสทีวีเดือนละ 200 บาท
???????
???????วิธีสมัครรับข่าวด่วนผ่านระบบ SMS เพื่อช่วยเหลือ การแพร่ภาพของ ASTV 200 บาทต่อเดือน (เฉพาะระบบ?dtac)?
???????
???????วิธีสมัคร?เข้าเมนู write Message
???????พิมพ์ R ส่งไปที่ 4321000
???????
???????วิธียกเลิก?เข้าเมนู write Message
???????พิมพ์ C ส่งไปที่ 4321000

???????
???????หมายเหตุ :?
???????- ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการคิดเงินค่าบริการ หากมีการใช้บริการก่อนวันครบกำหนดหมดอายุ
???????- ค่าบริการข้างต้น ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
???????
???????นายสนธิ กล่าวว่า เมื่อเอเอสทีวีมีรายได้จากพี่น้องตรงนี้ก็จะสามารถนำไปดำเนินกิจการขยายเครือข่ายเป็นทีวีของประชาชนได้อ่างเต็มที่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งโฆษณาจากกลุ่มทุนรายใหญ่

ที่มา : ผู้จัดการ

Tags: , , ,

‘สมัคร’ประกาศพรก.ฉุกเฉินในเขตกทม.

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพฯแล้ว หลังเกิดม็อบปะทะระหว่างนปก.กับพันธมิตร

สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย รายงานว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลดำเนินการให้เกิดความวุ่นวายทำให้เกิดความเสียหายต่อ ประชาชนและความมั่นคงของรัฐ กระทบต่อพัฒนาการประชาธิปไตย จึงต้องแก้ไขปัญหาให้สิ้นสุดโดยเร็ว

ข่าวไอที | เกมส์ | ทีวี | ดารา | ภาพยนตร์

พร้อมมีคำสั่งแต่งตั้งให้ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าผู้รักผิดชอบตามพ.ร.ก. จนกว่าสถานการณ์จะสงบโดยมีข้อกำหนดดังนี้

1.ห้ามชุมนุมตั้วงแต่ 5 คนเป็นต้นไปหรือกระทำอันยุยงขัดต่อความสงบ

2..ห้ามเผยแพร่ข้อความ เสนอข่าวให้ประชาชาเกิดความหวากกลัวจนกระทบความมั่นคงของรัฐ และ ความสงบทั่วราชอาญาจักร

3.?ห้ามใช้เส้นทางบคมนาคม ยานพาหนะตามที่กำหนด

4.ห้ามใช้อาคารพื้นที่ใดๆ ตามที่กำหนด

5.ให้อพยพประชาชนออกจากอาหารหรือให้ไปอยู่อาคารตามที่กำหนด

ประกาศมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

Tags: , , ,