4 องค์กรสื่อยื่นหนังสือ ไม่รับร่างประกาศ กสทช.คุมเนื้อหา

4 องค์กรสื่อยื่นหนังสือ ไม่รับร่างประกาศ กสทช.คุมเนื้อหา

4 องค์กรสื่อร่อนหนังสือไม่รับ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. … ระบุมีเนื้อหาขัดต่อหลักการด้านการประกอบวิชาชีพของสื่อมวลชน…

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. มีรายงานว่า ผู้แทนจาก 4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ได้แก่ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้ร่วมกันยื่นหนังสือถึง พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ เรื่องแสดงความคิดเห็นเพื่อไม่รับ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ….

ทั้งนี้ ในหนังสือดังกล่าว ระบุตอนหนึ่งว่า จากการศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาใน (ร่าง) ประกาศฉบับดังกล่าวโดยละเอียดแล้ว พบว่าร่างประกาศดังกล่าวมีประเด็นปัญหาที่เป็นสาระสำคัญหลายประการเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย และการขัดต่อหลักการด้านการประกอบวิชาชีพของสื่อมวลชน ส่งผลการให้ความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไขรายข้อจากร่างประกาศฉบับนี้ ไม่สามารถกระทำได้จนกว่าจะได้มีการกำหนดนิตินโยบาย และนิติวิธีที่สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบในประเด็นด้านกลไกการกำกับดูแลร่วม และกลไกการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชนที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ สมควรที่ผู้รับผิดชอบจากเพิกถอนร่างประกาศฉบับนี้ จากกระบวนการรับฟังความคิด เห็นสาธารณะและนำกลับไปพิจารณาบททวนความชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับหนังสือฉบับเต็ม มีเนื้อหาดังนี้

?

วันที่ ๓๐? สิงหาคม ๒๕๕๖
เรื่อง การแสดงความคิดเห็นเพื่อไม่รับ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ….

เรียน พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ?ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์
ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ
พันตำรวจเอก ทวีศักดิ์ งามสง่า
รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์
นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา
พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร

อ้างถึง ๑. แถลงการณ์เรื่อง ๔ องค์กรวิชาชีพสื่อเตรียมยื่นจดหมายให้ กสทช. ทบทวนและแก้ไข (ร่าง) ประกาศการกำกับเนื้อหารายการ ตาม ม.๓๗ ลงวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖
๒. แถลงการณ์ ๔ องค์กรวิชาชีพสื่อ เรื่อง คัดค้าน (ร่าง) ประกาศหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …. ของ กสทช. ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖
สิ่งที่ส่งมาด้วย แบบแสดงความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับ

ดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …

ตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ อนุมัติให้นำ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …. ออกรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม-๒๒ กันยายน ๒๕๕๖ เป็นระยะเวลา ๓๐ วัน และในวันศุกร์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖ ทางสำนักเลขาธิการ กสทช. ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. … ขึ้น ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ๑ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร นั้น

องค์กรวิชาชีพสื่อทั้ง ๔ องค์กร ประกอบด้วย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ในฐานะองค์กรที่มีสมาชิกทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนเสียหาย โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ในกรณีที่ (ร่าง) ประกาศฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ขอเรียนว่า จากการศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาใน (ร่าง) ประกาศฉบับดังกล่าวโดยละเอียดแล้ว พบว่าร่างประกาศดังกล่าวมีประเด็นปัญหาที่เป็นสาระสำคัญหลายประการเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย และการขัดต่อหลักการด้านการประกอบวิชาชีพของสื่อมวลชน ส่งผลการให้ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงแก้ไขรายข้อจากร่างประกาศฉบับนี้ ไม่สามารถกระทำได้จนกว่าจะได้มีการกำหนดนิตินโยบาย และนิติวิธีที่สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบในประเด็นด้านกลไกการกำกับดูแลร่วมและกลไกการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชนที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

สมควรที่ผู้รับผิดชอบจากเพิกถอนร่างประกาศฉบับนี้ จากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะและนำกลับไปพิจารณาบททวนความชอบด้วยกฎหมาย ความสอดคล้องกับการประยุกต์ใช้ในทางวิชาชีพตามประเด็นต่างๆ ที่ปรากฏตามแบบแสดงความคิดเห็นสาธารณะที่ส่งมาพร้อมกันนี้เสียก่อน เพราะเมื่อมีการพิจารณาทบทวนแล้วอาจส่งผลทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องออกประกาศฉบับนี้อีกต่อไป หรืออาจจัดทำเป็นร่างฉบับใหม่ที่มีความสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งต้องจัดให้เกิดการมีส่วนร่วมกันอย่างกว้างขวาง ทั้งนักวิชาการ นักวิชาชีพ ผู้ได้รับผลกระทบจากประกาศ และผู้มีหน้าที่ในการกำกับดูแลนี้อย่างครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคมต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบและเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ องค์กรวิชาชีพสื่อทั้ง ๔ องค์กร ขอถือเอาแบบแสดงความคิดเห็นสาธารณะสิ่งที่ส่งมาด้วยนี้ เป็นการแสดงเจตนา ไม่รับ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการ ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. … ทั้งฉบับ และจะใช้เวทีการรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ชี้แจงหลักการและเหตุผลดังกล่าวต่อสาธารณะและต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ต่อไป องค์กรวิชาชีพสื่อทั้ง ๔ องค์กรหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอแนะดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนให้การทำงานของ กสทช. ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะได้อย่างแท้จริง

ขอแสดงความนับถือ
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

4 องค์กรสื่อยื่นหนังสือ กสทช. ค้านร่าง คุมเนื้อหา

4 องค์กรสื่อยื่นหนังสือ กสทช. ค้านร่าง คุมเนื้อหา

4 องค์กรวิชาชีพสื่อ รุดยื่นหนังสือ กสทช. ทบทวนร่างประกาศฯ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ตัวแทน 4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อคัดค้านร่าง ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. … โดยมี พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร เลขานุการประธาน กสท. รับเรื่อง

นายก่อเขต กล่าวว่า เนื้อหาในร่างประกาศดังกล่าว เมื่อนำไปใช้สามารถตีความได้อย่างกว้าง ยังไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะลงไป จะส่งผลต่อการจำกัดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน พร้อมแนะให้ กสทช.พิจารณาทบทวนมติที่ให้นำร่างประกาศดังกล่าวออกรับฟังความคิดเห็นสาธารณะด้วยความรอบคอบอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจ มีความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และทำให้ร่างประกาศฉบับนี้มีสภาพบังคับใช้เป็นกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ

?ต้องการให้ร่างประกาศฉบับนี้รัดกุมมากขึ้น เพราะหากเป็นร่างของ กสทช. เช่น กรณีข่าวข้าวมีสารปนเปื้อนตกค้าง รัฐบาลอาจตีความว่าส่งผลกระทบการขายข้าวในประเทศ และสั่งระงับการออกอากาศทันที โดยใช้ร่างดังกล่าว ซึ่งคนที่เสียผลประโยชน์ คือ ประชาชน ที่หมดสิทธิ์ในการรับรู้ข้อมูลว่าข้าวมีสารปนเปื้อน? นายก่อเขต กล่าว

นอกจากนี้ ตามมาตรา 46 ของรัฐธรรมนูญกำหนดให้สื่อมวลชนมีอิสระในการนำเสนอข่าวสารเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอยู่แล้ว ดังนั้น การเรียกร้องให้ทบทวนร่างครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของสื่อ แต่เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนที่จะต้องได้รับข้อมูลข่าวสารจากการนำเสนอของสื่อมวลชน

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,