บอร์ดกองทุน อนุมัติ แจกจ่ายคูปอง 22 ล้านครัวเรือน

บอร์ดกองทุน อนุมัติ แจกจ่ายคูปอง 22 ล้านครัวเรือน

บอร์ดกองทุน ฉลุย! แจกคูปอง 22 ล้านครัวเรือน ซื้อทีวีเครื่องใหม่ หรือเซตท็อปบ็อกซ์ ดูระบบดิจิตอล ส่วนอีก 3 เรื่องยังรอพิจารณา เล็งชงบอร์ด กสทช. วันที่ 13 ก.พ.นี้…

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. หรือในฐานะกรรมการและเลขานุการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการ หรือบอร์ดกองทุนฯ ได้พิจารณาเรื่องแนวทางการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2556 ที่ผ่านมานั้น ที่ประชุมมีมติอนุมัติเรื่องการแจกจ่ายคูปองส่วนลดให้กับประชาชนทุกครัวเรือนโดยเท่าเทียมกัน ประมาณ 22 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เรื่อง โดยจะนำเข้าที่ประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 13 ก.พ.นี้

ส่วนอีก 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การแจกจ่ายคูปองส่วนลดจะใช้เงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่เพื่ออนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบธุรกิจในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2.คูปองส่วนลดสามารถนำไปเลือกใช้ได้กับการจัดหาเครื่องรับโทรทัศน์ที่รับสัญญาณระบบดิจิตอลและอุปกรณ์แปลงสัญญาณระบบดิจิตอล (Set Top Box) และ 3.ควรกำหนดเป็นเงื่อนไขการประมูลให้ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ฯ สนับสนุนประชาชนให้ได้รับบริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลอย่างทั่วถึง โดยจะต้องสนับสนุนเป็นจำนวนเงินตามมูลค่าขั้นต่ำของคลื่นความถี่ที่ได้รับอนุญาตนั้นยังไม่ได้อนุมัติ

นายฐากร กล่าวต่อว่า การอนุมัติครั้งนี้ เป็นเพียงการเห็นชอบในหลักการเบื้องต้น ยังไม่รวมในรายละเอียด ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง หรือ กสท. ที่ต้องจัดทำรายละเอียด ส่วนการจ่ายคูปองครั้งนี้เพื่อเป็นส่วนลดให้กับประชาชนจำนวน 22 ล้านครัวเรือน ทุกครัวเรือนเท่าเทียมกัน โดยใช้เงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่เพื่อประกอบธุรกิจในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือการประมูลช่องธุรกิจ จำนวน 24 ช่อง ทั้งในระบบสแตนดาร์ด (เอสดี) และระบบคมชัดสูง (เอชดี) เพื่อนำไปซื้อโทรทัศน์ หรือเครื่องรับซึ่งเป็นอุปกรณ์แปลงสัญญาณระบบดิจิตอล หรือเซตท็อปบ็อกซ์

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

คณะกก.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อนุมัติ 4 หน่วยงานรัฐ

คณะกก.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อนุมัติ 4 หน่วยงานรัฐ

คณะ กก.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อนุมัติ 4 หน่วยงานของรัฐคณะ กก.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อนุมัติ 4 หน่วยงานของรัฐ ผ่านแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยด้านสารสนเทศ…

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะรองประธานกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549 ได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องจัดทำนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ โดยต้องควบคุมการเข้าถึง และใช้งานสารสนเทศ การจัดให้มีระบบสำรองข้อมูลให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และมีแผนเตรียมความพร้อมฉุกเฉิน รวมไปถึงการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ รวมทั้งต้องจัดทำนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่มีการรวบรวม จัดเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่ข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ (ถ้ามี) ตามมาตรา 6 ทั้งนี้ นโยบายและแนวทางปฏิบัติดังกล่าวนั้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งคือคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เสียก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ได้

ดังนั้น คณะกรรมการจึงกำหนดวิธีในการพิจารณานโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐที่ส่งมาให้พิจารณา ด้วยการให้คณะอนุกรรมการความมั่นคงปลอดภัยพิจารณาให้ความเห็นชอบในเบื้องต้นก่อน จากนั้นส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบ โดยใช้แบบประเมินประกอบการพิจารณาดำเนินงานตามแนวนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ที่คณะอนุกรรมการจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ

สำหรับผลการดำเนินงานส่งเสริมและผลักดันให้หน่วยงานของรัฐจัดทำแนวนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบันนั้น ได้มีหน่วยงานของรัฐนำเสนอแบบประเมินประกอบการจัดทำนโยบายและแนวทางปฏิบัติฯ เข้าสู่การพิจารณา จำนวนทั้งสิ้น 106 หน่วยงาน โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการไปแล้ว 25 หน่วยงาน

ปลัดไอซีที กล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ครั้งล่าสุด พิจารณาให้ความเห็นชอบแก่ 4 หน่วยงานของรัฐเพิ่มเติม ได้แก่ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี บมจ.ธนาคารกรุงไทย กรมส่งเสริมการส่งออก และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ได้จัดส่งแนวนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ พร้อมแบบประเมินเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ โดยทั้ง 4 หน่วยงานได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบในเบื้องต้นจากคณะอนุกรรมการความมั่นคงปลอดภัยแล้ว ประกอบกับแนวนโยบายและแนวทางปฏิบัติฯ ที่ได้เสนอมานั้น ค่อนข้างละเอียดและมีความครอบคลุมตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้กำหนดไว้ คณะกรรมการจึงได้มีมติเห็นชอบ

ทั้งนี้ ภายหลังผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว จะมีการแจ้งให้หน่วยงานดังกล่าวได้รับทราบและสร้างความเข้าใจเพิ่มเติมว่า แนวนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนั้น เป็นมาตรการขั้นต่ำในการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามของระบบสารสนเทศ เพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หน่วยงานของรัฐจะต้องให้ความสำคัญในการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบสารสนเทศมีความมั่นคงปลอดภัยในทางปฏิบัติ และอาจปรับปรุงมาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามความเหมาะสมต่อไป.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,