อวาย่า คว้ารางวัลจากฟรอสต์ ด้าน VDO Collaboration ปี 2013

อวาย่า คว้ารางวัลจากฟรอสต์ ด้าน VDO Collaboration ปี 2013

อวาย่า ได้รับรางวัลจากฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน ประเภทการสร้างการเติบโตของตลาดการทำงานร่วมกัน ผ่านระบบวิดีโอ ปี 2013 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ ปัจจัยความสำเร็จจากการบูรณาการโซลูชั่นการสื่อสารด้วยเสียง วิดีโอ และข้อมูล ผนวกกับการทำตลาดผ่านพันธมิตรที่แข็งแกร่ง…

บริษัท อวาย่า ผู้ให้บริการระดับโลกทางด้านระบบการสื่อสาร องค์กรซอฟต์แวร์และบริการ ได้รับรางวัลความเป็นเลิศ การเติบโตในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับตลาดการทำงานร่วมกันผ่านระบบวิดีโอ (VDO Collaboration) 2013 Frost & Sullivan Southeast Asian Growth Excellence Award (Video Collaboration Market) โดยถือเป็นความสำเร็จของอวาย่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดเกิดใหม่ “การทำงานร่วมกันของวิดีโอเดสก์ท็อป” และได้มอบให้แก่บริษัทที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศทั้งสองด้านได้ดีที่สุด กลยุทธ์การสร้างการเติบโตและการนำไปติดตั้งใช้งาน รางวัลนี้ได้ยกย่องถึงความสามารถของอวาย่า ในการสนับสนุนการเติบโตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ผลรายงานวิจัย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกล่าสุด ของ Frost & Sullivan พบว่า ตลาดการทำงานร่วมกันผ่านระบบวิดีโอเดสก์ท็อป คือ ส่วนที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตลาดมีการรับรู้และได้รับการนำไปติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา 3 ปัจจัยสำคัญ ที่เอื้อต่อความสำเร็จของอวาย่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีดังนี้

การนำเสนอโซลูชั่นแบบบูรณาการ ที่รวมประสิทธิภาพของเสียง วิดีโอ และข้อมูล ?ด้วยการเข้าซื้อกิจการของ Radvision อวาย่าได้เร่งการบูรณาการโซลูชั่นการทำงานร่วมกันของวิดีโอ ให้เข้ากับระบบหลัก คือ การสื่อสารแบบครบวงจรและการให้บริการเครือข่าย และได้พัฒนามาเป็น Scopia Desktop and Mobile solutions ซึ่งเป็นโซลูชั่นขั้นสูงและราคาคุ้มค่า และสร้างความต้องการและการเจริญเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดขนาดกลาง โซลูชั่นที่เปิดตัวล่าสุดในปี 2013 คือ Scopia Elite 6000 Series ซึ่งมีหน่วยควบคุมหลากหลายจุด และจะช่วยให้การทำงานร่วมกันผ่านวิดีโอแบบเรียลไทม์นั้น เหมาะสำหรับธุรกิจทุกขนาด ให้ประสิทธิภาพการประชุมผ่านวิดีโอที่มีความละเอียดสูง อาศัยแบนด์วิธที่น้อยลง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล

กลยุทธ์การขายผ่านช่องทางที่สะท้อนการทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างเอื้อเฟื้อกัน? กลยุทธ์การสร้างการเติบโตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด สำหรับบริษัทที่ต้องการเข้าสู่ตลาดใหม่ ด้วยการจัดตั้งพันธมิตรที่แข็งแกร่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โซลูชั่นการทำงานร่วมกันผ่านระบบวิดีโอได้เปิดโอกาสให้กับคู่ค้าปัจจุบันของ อวาย่า ในการสร้างช่องทางการเติบโตใหม่ กลยุทธ์การบริหารพันธมิตรทางธุรกิจช่วยประสานความสัมพันธ์ที่ดี และเอื้อประโยชน์ร่วมกันกับคู่ค้า ด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมในด้านการตลาด การขาย และการให้บริการแก่ลูกค้า การค้นหาและแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งตัวแทนขายที่มีมูลค่าเพิ่มในประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ช่วยให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจเพิ่มมากขึ้น?

ชัยชนะที่เกิดจากการให้บริการลูกค้าอย่างเต็มกำลัง และการสร้างเสริมมูลค่าเพิ่ม? นอกเหนือจากการมีโซลูชั่นที่ยอดเยี่ยมแล้ว เครือข่ายการให้บริการลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ มีความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลือและช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม วิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการทางด้านวิดีโอโซลูชั่นจำนวนมากทั่วทุกประเทศหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับการฝึกอบรมเพื่อขยายการให้บริการที่ครอบคลุมถึงการประเมินเครือข่าย การติดตั้งระบบ การอัพเกรด การเชื่อมโยงระบบ และอื่นๆ ซึ่งช่วยสร้างความภักดีของลูกค้า และเพิ่มการรับรู้ถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ การให้บริการฝึกอบรมและการสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับการติดตั้งระบบในแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งการฝึกอบรมออนไลน์ การฝึกอบรมวิศวกรเพื่อให้ผ่านการรับรอง บริการผ่านเว็บพอร์ทัล ยังช่วยให้คู่ค้าทางธุรกิจปรับปรุงวิธีการนำเสนอสินค้าออกสู่??ตลาดของพวกเขาอย่างมาก

เจสซี่ หยู ผู้จัดการฝ่ายอุตสาหกรรม ICT PRACTICE บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ในช่วงเวลาสั้นๆ อวาย่า สามารถที่จะสร้างการเติบโตในตลาดการทำงานร่วมกัน ผ่านระบบวิดีโอในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความเป็นเลิศในการวางกลยุทธ์ การสร้างการเติบโต และการดำเนินการ ด้วยการตระหนักถึงศักยภาพของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่น่าจะตอบรับการเติบโตของโซลูชั่นการทำงานร่วมกัน ผ่านระบบวิดีโอ ทำให้อวาย่าสามารถพัฒนาฟีเจอร์ขั้นสูงในราคาที่เหมาะสม และเมื่อมารวมกับความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างพันธมิตร และการให้บริการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพสำหรับลูกค้าและคู่ค้า อวาย่าได้พิสูจน์แล้วว่า ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในภูมิภาคนี้.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

‘อวาย่า’ ปักธงรุกตลาดไอพี โซลูชั่น เน้นตอบโจทย์เอสเอ็มอี

'อวาย่า' ปักธงรุกตลาดไอพี โซลูชั่น เน้นตอบโจทย์เอสเอ็มอี

“อวาย่า” จับมือ “เวสท์คอน” รุกตลาดไอพี หวังขยายตลาดครอบคลุมทั่วประเทศ เผยโฉม Avaya IP Office ระบบโทรศัพท์อัจฉริยะ เจาะตลาดเอสเอ็มอี…

นายเรย์ เทสก์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคอาเชียน บริษัท อวาย่า ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ไอพี โซลูชั่น ออฟฟิศ (IP Office Solution) จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยเฉพาะช่วงที่กำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) สำหรับธุรกิจในประเทศไทย 95% เป็นธุรกิจขนาดเอสเอ็มอี ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ ดังนั้นตลาดเอสเอ็มอีในประเทศไทยจึงกว้างมาก เชื่อว่าการที่บริษัทแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย คือ เวสท์คอน กรุ๊ป (ประเทศไทย) จะช่วยให้สามารถทำตลาดได้ครอบคลุม รวมถึงการแต่งตั้งมาสเตอร์ รีเซลเลอร์ (master reseller) อีก 3 ราย ก็จะช่วยให้การทำตลาดครอบคลุมทั่วประเทศยิ่งขึ้น

นายสมนึก สุนทรเพ็ชรพันธุ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เวสท์คอน กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เดิมลูกค้าจะรู้จักอวาย่าในเรื่องโซลูชั่นขนาดใหญ่ เช่น โซลูชั่นสำหรับธนาคาร เทลโก้ หรือสื่อสาร การประกันภัย เป็นต้น แต่ปัจจุบันอวาย่าได้เข้ามาทำตลาดไอพี ออฟฟิศ (IP Office) ลงสู่ขนาดเล็กระดับเอสเอ็มอี ซึ่งไอพี ออฟฟิศ ของอวาย่านี้มีผู้ใช้งานแล้ว 7.5 ล้าน รายทั่วโลก โดยตั้งแต่ปี 2002 เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในของกลุ่มเอสเอ็มอี ซิสเต็มส์ และได้รับรางวัล Product of the year หลายปีซ้อน

ทั้งนี้ ในปี 2010 อวาย่ามีส่วนแบ่งการตลาด 19.5% ถือเป็นอันดับหนึ่งของไอพี ออฟฟิศ โซลูชั่น สำหรับเอสเอ็มอี โดยจะเข้ามาช่วยในด้านการสื่อสาร ทำให้พนักงานสามารถทำงานได้จากทุกที่ สามารถเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างสาขา มีระบบสำรองข้อมูล ประหยัดด้วยโซลูชั่นที่ครบวงจร รองรับการขยายการใช้งานได้ นอกจากนี้ยังเป็นระบบเปิดที่อนุญาตให้แอพพลิเคชั่นอื่นมาพัฒนาต่อยอดในแง่ธุรกิจได้

อย่างไรก็ตาม เวสท์คอน กรุ๊ป (ประเทศไทย) ในฐานะตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์อวาย่า ได้แต่งตั้งมาสเตอร์ รีเซลเลอร์ 3 ราย ได้แก่ บริษัท ดิจิตอลคอม จำกัด, บริษัท ไออีเอส อินเตอร์คอนเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท กรุงเทพโทรคมนาคม ไอที แอนด์ โอเอ จำกัด โดยแต่ละรายจะมีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดต่างกัน คือ บริษัท บางกอก จะเน้นทำตลาดในกทม.และปริมณฑลเป็นหลัก เพราะมีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว ส่วนบริษัท ดิจิตอลฯ เน้นทำตลาดมุ่งไปที่กลุ่มลูกค้าที่ใช้ IP โดยมี dealer อยู่ทั่วประเทศ สำหรับ บริษัท ไออีเอส เน้นทำตลาดต่างจังหวัด โดยจะคัดเลือก dealer ที่เหมาะสม พร้อมกับจัดให้มีการทำโปรโมชั่นร่วมกับตัวแทนจำหน่ายต่างๆ เริ่มตั้งแต่ระดับ 32 คนขึ้นไป เป็นต้น

สำหรับ Avaya IP Office เป็นระบบโทรศัพท์อัจฉริยะสำหรับลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอี ที่สามารถมาใช้แทนระบบโทรศัพท์ในปัจจุบัน โดยมีนวัตกรรมแบบใหม่ที่รองรับการใช้ระบบอนาล็อก ดิจิตอล และวอยส์โอเวอร์ไอพี ไฮบริด (VoIP Hybrid) รวมถึงการใช้ร่วมกับระบบสมาร์ทโฟน ทั้งไอโฟนและแอนดรอยด์ นอกจากนี้ยังให้การลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับระบบโทรศัพท์ในปัจจุบันเพราะ Avaya IP Office นอกจากการใช้งานระบบโทรศัพท์ที่เป็น Hybrid และสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นระบบ Contact Center ได้ด้วย.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,