อินเทลชี้ซีพียู ‘คอร์ เจน4′ แรงกว่าพีซีรุ่น4ปีก่อนถึง2เท่า

อินเทล เปิดตัว อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ซีพียูที่มีซิสเต็มออนชิพ รุ่นแรกสำหรับพีซี กระตุ้นให้เกิดอุปกรณ์พีซีที่มีดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่ เด่นที่ช่วยให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 50% โดยเทียบกับเครื่องในรุ่นใกล้เคียงกันที่ใช้มา 4 ปี เครื่องเร็วกว่าเดิมประมาณ 2 เท่า…

บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์ตระกูล อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 4 เพื่อฉีกรูปแบบการประมวลผลคอมพิวเตอร์จากเดิมโดยสิ้นเชิง ไปสู่รูปแบบใหม่ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด และตรงกับความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งานแต่ละคน ความจุของแบตเตอรี่ที่อัดแน่นจนใช้ได้นานเป็นพิเศษ ระบบกราฟิกที่ทันสมัยที่สุด และรูปแบบการใช้งานของอุปกรณ์ใหม่ๆ อาทิ อุปกรณ์ทูอินวัน แท็บเล็ต อุปกรณ์ออลอินวันแบบพกพาที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ตลอดจนอุปกรณ์เชิงธุรกิจซึ่งมีคุณสมบัติด้านบริหารจัดการที่มาพร้อมเทคโนโลยี อินเทล วีโปร เป็นต้น

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ทำให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพสูงในระดับก้าวกระโดด ที่เป็นระดับที่สูงที่สุดเท่าที่อินเทลเคยทำไว้ ระบบกราฟิกที่ดีขึ้นกว่าเดิมสองเท่า และเป็นซีพียูที่ได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมมากเพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานใหม่ๆ ได้อย่างน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย? การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้ตลาดอุปกรณ์รูปแบบใหม่อย่างทูอินวันได้รับความนิยมเร็วขึ้น เพราะอุปกรณ์ดังกล่าวจะรวมคุณสมบัติที่โดดเด่นของทั้งโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตเข้าไว้ด้วยกัน

กก.ผจก.บริษัทอินเทลฯ กล่าวต่อว่า ปีนี้จึงน่าจะเป็นปีที่ดีที่สุดที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ทูอินวัน แบบใหม่ แทนแท็บเล็ตหรือพีซีรุ่นเก่า เพราะ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูงในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองต่อคำสั่ง ระบบรักษาความปลอดภัย และสมรรถนะ และโปรเซสเซอร์รุ่นนี้เป็นชิพรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่ออัลตร้าบุ๊กโดยเฉพาะ นับตั้งแต่ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีครั้งสำคัญ คือ อินเทล เซนทรีโน เป็นต้นมา การเปิดตัว อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 จะเป็นการผสานรวมประสิทธิภาพสูงสุดของพีซีเข้ากับความคล่องตัวของแท็บเล็ต ท่ี่จะนำไปสู่การกระตุ้นให้อุปกรณ์รูปแบบใหม่อย่างทูอินวันเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ทั้งการออกแบบของเครื่องบางและเบาขึ้น ร้อนน้อยลง เงียบลง และไม่ต้องใช้พัดลมในเครื่องอีกต่อไป

นายเอกรัศมิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ยังช่วยกระตุ้นให้มีการออกแบบอุปกรณ์แนวใหม่ๆ มากขึ้น เช่น พีซีออลอินวันที่ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้น ซึ่งเป็นการนำเอารูปแบบการใช้งานที่คล่องตัว มาใช้กับอุปกรณ์ออลอินวันที่มีอัตราการเติบโตในตลาดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่อินเทลสามารถลดอัตราการใช้พลังงานในระดับซีพียูได้เกินกว่าระดับที่เคยตั้งไว้ โดยเหลือเพียงแค่ 6 วัตต์เท่านั้น แต่ยังคงรักษาระบบการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีขั้นตอนการผลิตแบบ 22 นาโนเมตร จึงทำให้มีประสิทธิภาพของการใช้งานแบตเตอรี่ดีขึ้น 15% เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้านี้ และดีขึ้น 50% ในกรณีที่เครื่องกำลังทำงาน เช่น ขณะชมภาพยนตร์ หรือท่องอินเทอร์เน็ต และดีขึ้นสองถึง 3 เท่าเมื่ออยู่ในโหมดสแตน ด์บาย สำหรับอุปกรณ์บางรุ่นที่จะเริ่มจำหน่ายในปีนี้ โดยการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง จะทำให้แบตเตอรี่ใช้ได้นานกว่า 9 ชั่วโมงเมื่ออยู่ในโหมดทำงาน และใช้ได้นาน 10-13 วันเมื่ออยู่ในโหมดสแตนด์บาย โดยที่เครื่องจะยังคงมีการรับข้อมูลตลอดเวลาได้ตามปกติ

กก.ผจก.บริษัทอินเทลฯ กล่าวด้วยว่า อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ถือเป็นโปรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับตลาดระดับเมนสตรีมในปัจจุบัน และมีระบบกราฟิกที่ดีกว่าเดิมอีกด้วย เมื่อเทียบกับเครื่องในรุ่นใกล้เคียงกันที่ใช้มานานกว่า 4 ปี ผู้ใช้จะรู้สึกได้ทันทีว่าการทำงานของเครื่องเร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า เครื่องกลับสู่โหมดพร้อมใช้งานได้เร็วกว่าเดิม 8 เท่า สามารถแก้ไขและแชร์วิดีโอระบบไฮเดฟินิชั่นได้เร็วขึ้นประมาณ 20 เท่า โดยอินเทลยังพัฒนาระบบกราฟฟิกให้มีขีดความสามารถกว้างขึ้นในระดับเอสโอซี เพื่อรองรับการแสดงผลกราฟิกที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิม โดยที่ตัวอุปกรณ์ยังคงบางและเบา ด้วยกราฟิก อินเทล ไอริส (Intel Iris) จะมีอยู่ใน อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 4 บางรุ่น เทคโนโลยีนี้จะทำให้ประสิทธิภาพของกราฟิก 3 มิติเหนือกว่าเดิม 2 เท่า เมื่อเทียบกับกราฟิก อินเทล ไฮเดฟินิชั่นรุ่นที่เร็วที่สุดในปัจจุบันของอุปกรณ์พกพา ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องซื้อกราฟิกการ์ดเพิ่มอีกต่อไป.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,