กรมอุตุ เตือน 17-19 ธ.ค. มรสุมพัดเข้าภาคใต้ระวังฝนตกหนัก

กรมอุตุ เตือน 17-19 ธ.ค. มรสุมพัดเข้าภาคใต้ระวังฝนตกหนัก

กรมอุตุฯ เผยภาคใต้ฝนตหนัก คลื่นลมแรงอีก 17-19 ธ.ค.นี้ เตือนระวังน้ำฝนสะลมตั้งแต่ สุราษฎธานี ลงไป บ้านเรือนชายฝั่งระวังคลื่นซัดฝั่งรุนแรง ส่วนภาคเหนือ-อีสาน หนาวเย็น อุณภูมิลดอีก 3-5 องศาฯ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , ,

เตือน 14 จังหวัดภาคใต้ รับมือพายุฝนตกหนักตั้งแต่คืนวันที่ 7 พ.ย.นี้

เตือน 14 จังหวัดภาคใต้ รับมือพายุฝนตกหนักตั้งแต่คืนวันที่ 7 พ.ย.นี้

กรมอุตุฯ เฝ้าจับตาหย่อมความกดอากาศต่ำพัฒนาเป็นพายุรุนแรงหรือไม่ เตือน 14 จังหวัดภาคใต้รับมือพายุฝนตกหนักรุนแรง ตั้งแต่คืนวันที่ 7 -10 พ.ย. ให้ประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณชายฝั่งเตรียมพร้อมรับมือกับลมพายุและคลื่นซัดเข้าฝั่งที่รุนแรงกว่าปกติ ด้านศูนย์เตือนภัยแห่งชาติเตรียมพร้อมรับมือ 24 ชั่วโมงประสานทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , ,

แคสเปอร์สกี้ เตือน ?เล่น แชท แชร์? ไม่คิด เสี่ยงเป็นเหยื่อ

แคสเปอร์สกี้ เตือน ?เล่น แชท แชร์? ไม่คิด เสี่ยงเป็นเหยื่อ

แคสเปอร์สกี้ ชี้แฮคเกอร์ยังสนใจโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างต่อเนื่อง เตือน ?เล่น แชท แชร์? ไม่คิด เสี่ยงเป็นเหยื่อ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , , , , ,

เตือน 12 สิ่งที่วัยรุ่นไม่ควรทำบนโซเชียลมีเดีย

เตือน 12 สิ่งที่วัยรุ่นไม่ควรทำบนโซเชียลมีเดีย

เตือน! 12 สิ่งที่วัยรุ่น วัยระเริง ที่แสนคึกคะนองยุคใหม่ไม่ควรกระทำบนโซเชียลมีเดีย เพราะอาจได้ไม่คุ้มเสีย และเสี่ยงต่ออนาคตทั้งการเรียนและการทำงานได้…

เมื่อโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น รวมถึงการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นอย่างวัยมัธยมและนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย และอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตหากใช้งานอย่างไม่ระมัดระวังและขาดสติ

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จึงขอหยิบยก 12 สิ่งที่วัยรุ่นไม่ควรทำบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ดังนี้

1. โพสต์กิจกรรมที่ผิดกฎหมาย
จริงอยู่ที่วัยรุ่นถือเป็นวัยที่กำลังคึกคะนอง และอยากจะทดลองทำสิ่งใหม่ๆ แต่เมื่อใดที่โพสต์ภาพหรือกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย อย่างเช่น ถ่ายรูปทดลองเสพสารเสพติด เป็นต้น โดยถึงแม้ว่า จะตั้งค่าโพสต์ดังกล่าวไว้เป็นส่วนตัวแล้ว แต่ใครที่เป็นเพื่อนกับผู้ใช้ในเฟซบุ๊ก ก็สามารถเซฟภาพหรือดาวน์โหลดวิดีโอไปเผยแพร่ต่อได้ อาจนำมาซึ่งความเสียหายและผลกระทบในชีวิต อย่างการต้องถูกไล่ออกจากสถานศึกษา หรือถูกดำเนินการทางกฎหมาย

2. กลั่นแกล้ง
การข่มขู่กลั่นแกล้ง ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่มักพบได้ในโรงเรียน โดยเฉพาะวัยรุ่นที่อ่อนไหวกับความรู้สึกง่ายๆ ทั้งจากเพื่อนที่ตั้งสเตตัสกลั่นแกล้งผ่านทางเฟซบุ๊ก หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ และเมื่อโดนกลั่นแกล้งมากเข้า ช่องทางที่จะโต้ตอบกลับ หรือระบายความอัดอั้นที่เกิด คือ โซเชียลมีเดียเช่นกัน อย่างการตั้งสเตตัสบนเฟซบุ๊ก หรือเขียนบล็อก เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและอาจนำมาสู่ความรุนแรง อย่างการฆ่าตัวตาย เป็นต้น

3. โพสต์ว่าครู-อาจารย์
การโพสต์หรือตั้งสเตตัสในแง่ลบเกี่ยวกับครู-อาจารย์ จะนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อการทำงาน หรือสมัครเข้าเรียนในอนาคต ทุกคนสามารถรับรู้ถึงความเห็นและทัศนคติของผู้ใช้ที่มีต่ผู้สอน รวมถึงอาจมองสถาบันในแง่ลบ

4. โพสต์สิ่งไม่เหมาะสมจากคอมพิวเตอร์ หรืออินเทอร์เน็ตของโรงเรียน
โรงเรียนหลายแห่ง มักมีกฎห้ามโพสต์กิจกรรม หรือสเตตัสใดๆ ที่ไม่เหมาะสมจากคอมพิวเตอร์ หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ทั้งการดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น เรื่องราวลามกอนาจาร เป็นต้น หากมีการตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจะตรวจสอบจากทาง IP address ซึ่งอาจส่งผลกระทบมายังสถาบันการศึกษาดังกล่าว

5. โพสต์ข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนบุคคล
การโพสต์ข้อมูลที่มีความเป็นส่วนตัวอย่าง ข้อมูลในบัตรประชาชน บัตรประกันสังคม เป็นต้น อาจเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล นำไปสู่การปลอมแปลงเอกสารและสวมรอยเป็นผู้ใช้แทน

6. เจาะจงสถานที่เช็กอินมากเกินไป
การเช็กอินที่ระบุสถานที่แบบเจาะจงมากเกินไป ทั้งที่ผู้ปกครองอาจจะพอใจกับการกระทำแบบนี้ เพราะทำให้ทราบได้ตลอดว่าลูกของตนอยู่ที่ใด แต่อาจจะเป็นการเสี่ยงเกินไป เพราะอาจจะนำมาซึ่งความเสี่ยงของบุคคลแปลกหน้า ที่สามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ซึ่งทำให้เกิดอันตรายก็เป็นได้

7. การโกหกหรือขโมยความคิดผู้อื่น
การอัพเดตรูปภาพ ตั้งสเตตัสผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่าได้ไปสถานที่นั้นๆ พบเจอคนดัง หรือก๊อบสเตตัส หรือบทความผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งการกระทำต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ อาจส่งผลให้ตอนไปสมัครเรียน หรือทำงาน ที่หากมีการตรวจสอบอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตได้

8. การคุกคามและความรุนแรง
โพสต์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง การคุกคามผู้อื่น แม้ในโลกออฟไลน์จะไม่ได้กระทำเช่นนั้นก็ตาม แต่เมื่อมีคนได้อ่านอาจนำไปสู่ความกลัวและความไม่ปลอดภัย และอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

9. การโพสต์โดยไม่สนใจนโยบายของโรงเรียน
นโยบายหลายๆ โรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับศาสนา มักออกกฎสำหรับการใช้งานโซเชียลมีเดียของนักเรียน ที่ห้ามโพสต์เรื่องที่บิดเบือนไปจากหลักศาสนา หรือการโพสต์ที่อาจส่งผลกระทบต่อศาสนาและตัวสถาบันได้ ซึ่งหากพบเห็น อาจมีการลงโทษนักเรียนที่กระทำความผิด

10. โปรไฟล์ที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ
ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่กำลังหางานพาร์ทไทม์ทำ หรือนักศึกษาที่เรียนจบแล้ว กำลังมองหาอาชีพที่มั่นคง การแสดงข้อมูล ข้อความ สเตตัสต่างๆ รวมถึงรูปโปรไฟล์ ควรโพสต์ให้มีความเหมาะสม สื่อถึงความเป็นมืออาชีพ ไม่แสดงความไม่เหมาะสม เพราะผู้ว่าจ้างงานอาจจะเข้ามาตรวจสอบสอดส่องพฤติกรรมของผู้ใช้ และอาจตัดสินการรับเข้าทำงาน จากสิ่งที่พบเจอในโปรไฟล์บนโซเชียลมีเดียของผู้ใช้ก็เป็นได้

11. แม้จะตั้งค่าความเป็นส่วนตัวแต่ก็ใช่ว่าจะ 100%
แม้โซเชียลมีเเดียจะมีฟีเจอร์ ที่สามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานได้ แต่ก็ใช่ว่าจะปกป้องความเป็นส่วนตัวในการโพสต์เรื่องราวต่างๆ ได้ 100% เพราะใครที่เป็นเพื่อนกับผู้ใช้ก็สามารถนำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อได้ ทางที่ดีหากเป็นเรื่องที่ส่วนตัวจริงๆ ไม่ควรโพสต์

12. โพสต์ตามอารมณ์
การโพสต์ หรือทวีตระบายอารมณ์ตอนที่กำลังโกรธ เศร้า หรือเสียใจ อาจเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบที่ทำให้เกิดผลเสียในภายหลัง เมื่อย้อนกลับมาอ่านตอนที่อารมณ์กลับมาดีแล้ว อาจทำให้คนรอบข้างมีทัศนคติไม่ดีเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ของผู้ใช้ก็เป็นได้

ที่มา : mashable

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

เตือน ส่อฮั้วช่วง silent period โดนตัดสิทธิประมูลแน่

เตือน ส่อฮั้วช่วง silent period โดนตัดสิทธิประมูลแน่

รองประธาน กสทช. เตือนผู้เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอลธุรกิจระดับชาติ ?หากมีพฤติกรรมส่อฮั้ว ช่วง “silent period” โดนตัดสิทธิประมูลแน่…

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ?เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประมูลทีวีดิจิตอล ว่า เบื้องต้นคาดว่า คนไทยน่าจะได้ดูโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประมาณเดือน ม.ค. หรือ ก.พ. ปี 2557 แต่คงยังไม่สามารถรับประกันได้ว่า ประชาชนทุกคนจะได้รับชม เพราะแผนการสร้างโครงข่ายภาคพื้นดินปีแรกนั้น จะครอบคลุมเพียง 60-70% ของประชากรเท่านั้น ส่วนปีที่ 2 หรือในปี 2558 จึงจะครอบคลุมประมาณ 90% แต่อย่างไรก็ดี การรับชมผ่านช่องทางทีวีดาวเทียม หรือเคเบิลทีวี ก็ยังสามารถทำได้

สำหรับกระบวนการหลังจากที่เอกชนที่มีความสนใจ ยื่นซองประมูลแล้ว ?ประธาน กสท.กล่าวว่า ในลำดับต่อไปจะเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่เข้าประมูล ว่าเข้าหลักเกณฑ์การประมูลตามกฎหมายหรือไม่ หลังจากนั้น จะมีการตรวจสอบว่า ในแต่ละหมวดหมู่ที่จะเข้าประมูล ผู้ถือหุ้นบริษัทที่เข้ามาประมูล มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ เพื่อป้องกันการฮั้วการประมูล หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการตรวจสอบหนังสือรับรองจากธนาคาร และเมื่อทั้ง 3 ส่วนผ่านแล้ว จะมีการประกาศผลว่า แต่ละรายมีสิทธิในการประมูลหรือไม่ ซึ่งในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัตินี้ ตามหลักเกณฑ์ระบุไว้ว่า ไม่เกิน 45 วัน และเมื่อมีการประกาศรายชื่อบริษัทที่มีสิทธิเข้าร่วมประมูลแล้ว กสทช.จะจัดให้มีการประมูลภายใน 30 วัน หรืออย่างช้าที่สุด ไม่เกินกลางเดือน ม.ค. 2557 แต่ กสทช.จะพยายามจัดการประมูลให้เร็วกว่ากำหนด

พ.อ.นทีกล่าวอีกว่า ข้อห้ามของผู้ที่เข้าร่วมยื่นการประมูลทีวีดิจิตอล ในระหว่างนี้จนกระทั่งถึงวันที่ประมูลคือ ผู้ที่เข้าร่วมการประมูล หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องไม่มีการดำเนินการที่ส่อไปในทางว่าจะทำให้เกิดการฮั้วประมูล ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร หรือการแถลงข่าว ที่ส่อไปในลักษณะให้ข้อมูลกับผู้ร่วมการประมูลอีกฝ่าย โดยเฉพาะในประเด็นที่จะทำให้ทราบว่า ตนเองจะยื่นเสนอราคาแบบไหน หรือราคาเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น จึงอยากขอเตือนบรรดาผู้บริหารของบริษัทที่ยื่นเอกสารเข้าร่วมประมูล ควรใช้ความระมัดระวังในการสื่อความหมายใดๆ ไปในการที่จะทำให้เกิดกระบวนการฮั้วประมูล ??ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าว หรือที่เรียกว่าในขั้นตอน silent period นี้ หากมีผู้ใดกระทำการในลักษณะดังกล่าว ก็จะถูกปรับออก ไม่ให้ร่วมการประมูลทันที

ด้านกระบวนการแจกกล่องรับสัญญาณ หรือ set top box เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากระบบทีวีแบบอะนาล็อก ไปสู่ทีวีดิจิตอลนั้น พ.อ.นทีกล่าวว่า จะเริ่มหลังจากเสร็จสิ้นการประมูล และเข้าสู่กระบวนการของการจ่ายเงิน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นประมาณเดือน มี.ค. หรือ เม.ย. 57 โดยใช้การแจกคูปองส่วนลดจำนวนหนึ่ง มูลค่าประมาณ 700-800 บาทต่อครัวเรือน เพราะเท่าที่ทราบ ราคา set top box ที่มีมาตรฐานและสามารถใช้งานได้ดีนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 800-900 บาท อย่างไรก็ดี การแจกคูปองส่วนลดเพื่อซื้อ set top box นั้น จะเริ่มแจกในพื้นที่ที่มีโครงข่ายครอบคลุมก่อน

สำหรับประชาชนทั่วไปจะทราบได้อย่างไรว่า ทีวีรุ่นไหน จะสามารถรับชมระบบทีวีดิจิตอลได้นั้น พ.อ.นที กล่าวว่า ล่าสุด กสทช.ได้ประกาศรับรองเครื่องรับทีวี ที่สามารถรับชมระบบทีวีดิจิตอลได้แล้ว ประมาณ 60 รุ่น จาก 8 ยี่ห้อ และรับรองมาตรฐานของ set top box ไปแล้ว 16 รุ่น 9 ยี่ห้อ โดยประชาชน จะสามารถสังเกตว่าอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองจาก กสทช. ได้ง่ายๆ โดยดูจาก สติ๊กเกอร์โลโก้ น้องดูดี ที่จะติดอยู่ตามอุปกรณ์ต่างๆ และในอนาคตอันใกล้นี้จะเร่งรับรองอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยในการรับชมให้เพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้ พ.อ.นที ยังกล่าวยอมรับว่า ในช่วงระยะแรกของการเริ่มระบบทีวีดิจิตอลนั้น การรับชมผ่านช่องทางทีวีดาวเทียมที่กำลังเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบันนั้น จะสามารถรับชมได้ แต่คุณภาพในการรับชม อาจจะไม่เทียบเท่า ยกตัวอย่างเช่น การรับชมในระบบทีวีดาวเทียม หากไปรับชมระบบทีวีดิจิตอลในระบบคุณภาพความคมชัดสูง หรือ HD ก็อาจจะกลายเป็นเพียงความคมชัดในระบบมาตรฐาน หรือ SD เท่านั้น.

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

กูรูไอที เตือน อย่าตื่นข่าวลือนักเลงบอร์ด

กูรูไอที เตือน อย่าตื่นข่าวลือนักเลงบอร์ด

คนไอที ออกโรงเตือนผู้ใช้โซเชียลฯ อย่าตื่นตระหนกกับกระแสข่าวต่าง ๆ บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก แนะตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนจะกดแชร์ต่อไป จี้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการใช้งานเครื่องมือออนไลน์…

ไม่รู้ว่าเพราะสมาร์ทโฟนกำลังเป็นที่นิยม หรือเพราะโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือเพราะทั้ง 2 ปัจจัยประกอบกัน จึงทำให้ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในส่วนของสมาร์ทโฟนที่มียอดขายมากกว่า 10 ล้านเครื่องต่อปี และการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เพิ่มขึ้นแทบทุกประเภท ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ วอทแอพ ฯลฯ

แต่จากจำนวนผู้ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและแพร่หลายไปยังกลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงคนรุ่นใหม่ที่สนใจเทคโนโลยีหรือผู้ชื่นชอบการสนทนาสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต หากแต่ยังรวมถึงเด็กวัยประถมตลอดจนผู้ใหญ่วัยทำงาน และผู้ใหญ่สูงวัยที่หัวใจยังเปิดรับเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้เกิดช่องโหว่และโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีได้ง่ายขึ้น

เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา เพิ่งมีกรณีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วโซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่าเกิดการระบาดของไข้หวัดเชื้อ H1N1 หรือไข้หวัดนก ที่ตึก ซี.พี.ทาวเวอร์ ที่ตั้งอยู่ในสีลมซึ่งเป็นย่านธุรกิจ จนถึงขนาดต้องสั่งปิดตึกไล่พนักงานกลับบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ทำให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กตลอดจนคนที่ได้ยินข่าวดังกล่าวอยู่ไม่น้อย แต่ทางเครือ ซี.พี.ก็ได้ออกมาแก้ไขสถานการณ์โดยใช้ช่องทางออนไลน์ขององค์กรแบบเรียกว่าครบทุกช่องทาง ทั้งหน้าเว็บไซต์ ไลน์ เฟซบุ๊ก เพื่อชี้แจงความจริงกับประชาชน เรียกว่าระงับเหตุการณ์ได้ทันท่วงที ซึ่งนอกจากกรณีดังกล่าว ในช่วงไล่เลี่ยกัน ยังมีข่าวปลอมอินสตาแกรมโดยแอบอ้างว่าเป็นขององค์กรใหญ่อย่าง ปตท. ซึ่งได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีกรณีคลิปวีดิโอหนอนหลายสิบตัวออกมารุมกินเศษอาหารต่อหน้าต่อตาลูกค้าที่กำลังนั่งกินอีกด้วย

ถ้าจะให้ลองนึกดูเล่น ๆ ก็จะพบว่ามีอีกหลายข่าวลือ ข่าวจริง เคยแพร่สะบัดอยู่บนโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแล้วแบบนับไม่ถ้วน จริงบ้าง เท็จบ้าง แต่ล้วนสร้างความตื่นตระหนก ความเสียหายแก่บุคคลและองค์กรเหล่านั้นมาแล้ว ไม่มากก็น้อย…

ประเด็นดังกล่าว นายเมธา สกาวรัตน์ ประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอทีพีซี) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แนะนำว่า ข่าวต่าง ๆ บนโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นกระจายไปอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องจากหลายแหล่งเสียก่อนเพื่อความมั่นใจ ไม่ควรรับข้อความมาแล้วส่งต่อทันที เพราะอาจสร้างผลกระทบต่อสังคม ภาคธุรกิจ และยังมีความผิดทางพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์อีกด้วย

ประธานชมรมไอทีพีซีฯ กล่าวอีกว่า อยากให้ทุกคนพึงระวังเรื่องความปลอดภัยและการส่งต่อข้อมูลในทุกเรื่อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและกลายเป็นข้ออ้างให้ภาครัฐต้องออกกฎกติกามาควบคุมเทคโนโลยี ซึ่งควรจะเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล เนื่องจากเห็นว่าโซเชียลเน็ตเวิร์กควรปราศจากการควบคุมจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ทั้งนี้ ผู้ใช้ก็จำเป็นต้องใช้งานอย่างระมัดระวังด้วย

ส่วน นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย แสดงความเห็นว่า เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยากเพราะทุกคนมีคีย์บอร์ดเป็นอาวุธ การใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กขององค์กรต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคนั้นจำเป็นจะต้องมีทีมงานติดตามดูแลโดยตลอด เนื่องจากการปล่อยให้มีข้อมูลแพร่กระจายอยู่บนโลกออนไลน์นั้นเพียง 24 ชั่วโมง ก็กลายเป็นเรื่องไกลเกินควบคุม ขณะที่สถานการณ์ในปัจจุบันนั้น ถือว่ายังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นขององค์กรต่าง ๆ แม้ว่าอาจจะยังทำได้ไม่ดีนักเพราะอยู่ในช่วงลองผิดลองถูก แต่ก็มีตัวอย่างที่ดีให้เห็นหลายองค์กร เช่น เครือโออิชิที่ออกมาชี้แจงกรณีคลิปหนอนนับสิบรุมกินเศษอาหารได้อย่างทันท่วงที ไม่ปล่อยให้ข่าวแพร่กระจายไปนานกว่า 24 ชั่วโมง

นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ให้ความเห็นอีกว่า กรณีการใช้เทคโนโลยีของผู้สูงอายุหรือเด็กนั้น อาจมีความเชื่อต่อสารที่ได้รับมาค่อนข้างมากกว่าวัยอื่น ๆ จึงอยากฝากว่าอย่าเชื่ออะไรบนโซเชียลเน็ตเวิร์กทันที 100% เพราะมีหลายครั้งที่เมื่อเวลาผ่านไป เราจะพบว่าเรื่องนั้น ๆ ไม่เป็นความจริง ไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือบางครั้งก็กลับกลายเป็นอีกเรื่อง สิ่งที่ควรตระหนักคือข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ว่าใครสร้างขึ้น อย่าเชื่อง่าย ๆ อย่าแชร์ข้อมูลต่อไปให้คนอื่น ถ้ายังไม่มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริง

แล้วคุณล่ะ เชื่อข้อมูลที่เห็นบนโซเชียลเน็ตเวิร์กแค่ไหน…??

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

เตือน หน้าฝน ต้นเหตุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พังไม่รู้ตัว

เตือน หน้าฝน ต้นเหตุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พังไม่รู้ตัว

เอพีซี ในเครือ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เตือนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสี่ยงเสียหายไม่รู้สาเหตุในช่วงฝนฟ้าคะนอง เผยไฟกระชาก-เปิดไม่ถูกวิธีเป็นสาเหตุหลัก ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายและลัดวงจรจนเกิดไฟไหม้…

เอพีซี บริษัทในเครือชไนเดอร์ อิเล็คทริค บริษัทด้านพลังงานสำรองฉุกเฉินและระบบควบคุมความเย็น แนะนำประชาชนให้เฝ้าระวังความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่จะเกิดภาวะกระแสไฟฟ้าไม่สถียร จากฝนฟ้าคะนอง เมื่อเสียบสายเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้โดยไม่มีสิ่งป้องกัน อาจเสี่ยงทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นเปิดไม่ติดอีกตลอดไป ด้วยสาเหตุไฟกระชาก การปิดอย่างกะทันหัน และการเปิดอย่างไม่ถูกวิธี เช่น ทีวี เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย เช่น ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสื่อมประสิทธิภาพ หรือหากเสียหายหนักก็ถึงขั้นเปิดไม่ติด หนักที่สุดก็ส่งผลถึงไฟฟ้าลัดวงจรจนอาจเกิดเพลิงไหม้

ทั้งนี้ เอพีซี ได้แนะนำวิธีป้องกัน 2 วิธี คือ 1.ใช้ปลั๊กกันไฟกระชาก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่แก้ปัญหาไฟกระชากโดยตรงและแก้ปัญหาได้ตรงจุด จะช่วยป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะ ช่วยลดแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ มีวงจรเบรกเกอร์ซึ่งทำหน้าที่ตัดทันทีเมื่อโหลดไฟฟ้าเกินกำลัง และจะดียิ่งขึ้นหากเลือกปลั๊กที่ใช้วัสดุป้องกันไฟลาม สำหรับปลั๊กกันไฟกระชากของ เอพีซี สามารถป้องกันไฟกระชากได้มากกว่าปลั๊กกันไฟกระชากในตลาดทั่วไปได้ถึง 3 เท่า

และ 2.ใช้อุปกรณ์สำรองไฟฟ้า ขณะที่กำลังใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่มีอุปกรณ์สำรองไฟฟ้าต่อพ่วงเมื่อไฟฟ้าดับอุปกรณ์สำรองไฟฟ้านี้จะทำหน้าที่จ่ายไฟโดยอัตโนมัติและทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ายังคงทำงานได้ต่อเนื่อง ปัจจุบัน นวัตกรรมของเครื่องสำรองไฟฟ้าล้ำหน้ามาก มีทั้งแบบป้องกันไฟกระชาก รวมทั้งแบบมีจอดิจิตอล สามารถดูกำลังไฟฟ้าที่ทำการสำรองอยู่ว่าใช้ได้นานเท่าไรทางหน้าจอได้อีกด้วย ทางด้านรูปลักษณ์ ก็มีการออกแบบให้สามารถเข้ากับเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ที่ต่อพ่วง โดยไม่ทำให้สูญเสียความสวยงามของสภาพแวดล้อมในห้อง ในบ้าน หรือที่ทำงาน.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

เตือน พลังโซเชียล คิดแค่เล่นๆ แต่ทำคนถึงตาย

เตือน พลังโซเชียล คิดแค่เล่นๆ แต่ทำคนถึงตาย

กูรู อินเทอร์เน็ต เตือนการใชัพลังโซเชียลมีเดีย ต้องมีการกลั่นกรอง และคำนึงถึงจริยธรรม เหตุมีอิทธิพลสร้างพลังทางสังคมในระดับสูง แฉ พฤติกรรมสุดฮิตเรื่องรุมกินโต๊ะเหยื่อในสังคมออนไลน์ ถึงขั้นทำผู้ถูกสังเวย ทนไม่ไหวจนฆ่าตัวตายมาแล้ว…

หลายครั้งที่เรื่องราวต่างๆ สามารถคลี่คลายได้จากกระแสสังคมที่เกิดขึ้นบน ?โซเชียลมีเดีย? รวมถึงกรณีล่าสุด ที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กประกาศตามหารถยนต์หรูคันหนึ่ง โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wong Cartoon ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพของน้องสาว ซึ่งระบุว่าเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ประสบอุบัติเหตุเนื่องจากโดนรถยนต์มินิคูเปอร์ ล้อแม็กซ์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง 4721 พุ่งชน ขณะที่ตนเองพร้อมเพื่อนอีก 3 คนลงไปช่วยหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุรถชนกันบนสะพานพระราม 9 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสแพร่หลายไปทั่วตามโซเชียลเน็ตเวิร์กและเว็บบอร์ดต่างๆ กระทั่งกลายเป็นข่าวดัง

นอกจากนี้ ในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา เราคงเคยได้เห็น ?พลังโซเชียลมีเดีย? มาแล้ว ตั้งแต่การเป็นช่องทางรายงานข่าวสารที่รวดเร็ว กระตุ้นให้เกิดกระแสและการคลี่คลายคดี ประหนึ่งว่า ?โซเชียลมีเดีย? จะกลายเป็นสื่อหลักทดแทนสื่อเก่า ที่ผู้คนต่างให้ความสนใจติดตาม จาก ?พลังของการแชร์?

?แม้จะเกิดความนิยมสื่ออินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่เชื่อว่าในประเทศไทยยังไม่เกิดภาพที่จะเห็นสื่อหลักถูกทดแทนด้วยอินเทอร์เน็ต? นายปรเมศวร์ มินศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ต แสดงความเห็น

สื่ออินเทอร์เน็ตกลายเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่คนนิยมนำมาใช้ในการเผยแพร่ แบ่งปันเรื่องราว จนหลายครั้งก็จะเห็นว่าเกิดกระแสในวงกว้างขึ้น เพราะสามารถทดแทนความต้องการออกสื่อหลัก ซึ่งมีโอกาสน้อยกว่าได้ ขณะเดียวกัน ก็ขึ้นอยู่กับความสำคัญของเรื่องนั้นๆ ด้วยว่ามีภาพหรือเนื้อหาอย่างไร ถือเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้เรื่องไปได้ไกลแค่ไหน บางเรื่องนำเสนอออกมาได้ดีจนดีเกินไป ก็เกิดเป็นวัฏจักรที่ไม่รู้จบ

?ข่าวสารที่มีความเกี่ยวพันกับอารมณ์ อาจน่าสงสาร เศร้า หรือตลก จะมีแนวโน้มแพร่หลายต่อไปเรื่อยๆ คล้ายกับฟอร์เวิล์ดเมล์เรื่องขอรับบริจาคเลือด บางกรณีเกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว เมื่อตรวจสอบก็พบว่าไม่ต้องการแล้ว หรือที่บอกว่าให้ช่วยกันแชร์ภาพเด็กหรือสัตว์เจ็บป่วยบนเฟซบุ๊กเพื่อที่ทางเฟซบุ๊กจะจ่ายเงินตามจำนวนผู้แชร์ คนส่วนใหญ่ก็ช่วยกันส่งต่อ แต่ถามว่าเคยตรวจสอบหรือไม่ เพราะหลายครั้งที่เราพบว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องจริง? นายปรเมศวร์ กล่าว

กูรู รุ่นบุกเบิกอินเทอร์เน็ตในไทย ยังกล่าวอีกว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเครื่องมือที่ดีขึ้นทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว เมื่อก่อนเรามีแค่การส่งอีเมล์ถึงกันระหว่างคอมพิวเตอร์ เดี๋ยวนี้มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีโซเชียลเน็ตเวิร์กมากมาย การแชร์ก็เกิดขึ้นง่ายและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวมองว่าเฟซบุ๊กเป็นโซเชียลมีเดียที่ทรงอิทธิพลที่สุดสำหรับคนไทย เนื่องจากจำนวนผู้ใช้มากกว่า 10 ล้านคน แสดงให้เห็นว่านั่นเป็นตัวเลขที่มากกว่าโซเชียลอื่นๆ รวมถึงทวิตเตอร์ ซึ่งน้อยกว่าถึง 5 เท่า

สิ่งสำคัญในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ตคือการตรวจสอบ ในฐานะที่ทุกคนเป็นผู้ใช้ผู้เสพสื่อออนไลน์ ทุกคนสามารถช่วยกันทำหน้าที่นี้ได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้เจ้าหน้าที่หรือภาครัฐเพียงอย่างเดียว ในต่างประเทศ

?การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อสังคม ทุกคนควรตระหนักหรือฉุกคิดก่อนส่งต่อข้อความว่าข้อความนั้นเป็นจริงหรือเท็จแค่ไหน ทุกคนพลาดกันได้ หากไปแชร์ภาพหรือส่งต่อเรื่องที่ไม่ใช่ความจริง เมื่อเรารู้ความจริงแล้วก็อยากให้ช่วยกันรับผิดชอบ อยากให้เผยแพร่กระจายความจริงไปให้รวดเร็วด้วย ตัวผมเองก็เคยแชร์ภาพออกไปเมื่อรู้ว่าเป็นภาพตัดต่อไม่ใช่ภาพจริงก็รีบไปบอกไปแก้ไข เรื่องพวกนี้ไม่ใช่กฎระเบียบ แต่เป็นเรื่องการสร้างค่านิยมซึ่งผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนควรมี จริงๆ แล้วในโลกอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะตามเว็บบอร์ด จะมีประชาคมของพวกเขาซึ่งคอยบอกคอยตักเตือนกันเอง ไม่เชิงว่าเป็นกฎแต่เขารู้กันว่าแบบนี้ควรทำหรือไม่ควร อยากให้คนที่เข้าใจมาช่วยกันสร้างค่านิยมดีๆ ให้กับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทย? นายปรเมศวร์ กล่าว

สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือ การข่มเหงรังแกบนอินเทอร์เน็ต ในช่วงหลังเราจะได้เห็นภาพการบังคับและกระทำให้อีกฝ่ายต้องอับอายผ่านอินเทอร์เน็ตบ่อยๆ ยกตัวอย่างในต่างประเทศที่มีการนำภาพเพื่อนร่วมชั้นเรียนไปตัดต่อเพื่อล้อเลียนว่าอ้วน หรือการเรียกเพื่อนๆ มารุมทำร้ายและแสดงท่าทีที่เหนือกว่าอีกฝ่าย ผลลัพธ์ที่ตามมาคือผู้ถูกกระทำได้รับความอับอายและฆ่าตัวตาย ซึ่งอัตราดังกล่าวมีแนวโน้มสูงมาก การส่งต่อภาพลักษณะดังกล่าวเหมือนเป็นการรังแกซ้ำ เมื่อพบเห็นภาพแบบนั้นก็ไม่ควรส่งต่อ ควรหยุดการเผยแพร่โดยเริ่มจากตัวเอง

?กรณีเหล่านี้ถือเป็นความร้ายแรง อาจยังไม่เห็นภาพชัดเจนในประเทศไทย เราเรียนรู้ได้จากตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่อยากให้ต้องเกิดเรื่องราวแบบนั้นแล้วทุกคนจึงหยุดการกระทำ ในฐานะที่ทุกคนเป็นผู้ใช้ อย่ารอให้เกิดกฎหมายหรือข้อบังคับแล้วค่อยตระหนักถึงความรับผิดชอบดังกล่าว? นายปรเมศวร์ กล่าวทิ้งทาย.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

เตือน “Socialcam” อาจส่ง SMS ให้เพื่อนๆโดยเราไม่รู้ตัว

เตือน

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ แสดงความกังวลต่อการใช้งานแอพพลิเคชั่นสุดฮิต “Socialcam” หลับพบว่าแอพฯ ดังกล่าวมีพฤติกรรมโจรแอบส่ง SMS ให้เพื่อนๆ เราโดยเราไม่รู้ตัว เนื่องจากมีการส่งข้อมูลของผู้ใช้งานออกไปโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งาน…

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2555 นายปริญญา หอมอเนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ แจ้งเตือนผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นถ่ายคลิปวิดีโอสุดอิต “Socialcam” ที่ใช้งานแพร่หลายบนสมาร์ทโฟนทางทวิตเตอร์ @PrinyaACIS ว่า จากปัญหากรณีที่มีผู้ใช้งานหลายรายได้รับ SMS จากผู้ที่ใช้งาน Socialcam โดยที่เจ้าตัวที่ขึ้นชื่อมาว่าเป็นผู้ส่งข้อความไม่รู้เรื่องอะไรเลยนั้น เชื่อว่า Socialcam เป็นโปรแกรมที่น่าจะเรียกว่าโปรแกรมฉวยโอกาสทีเผลอ หรือ เกิดจากความไม่ระวังไม่รู้ของ User เนื่องจากมีพฤติกรรมโจรบางอย่าง นั่นคือ การแอบส่งข้อมูลออกไปนอกเครื่องหรือเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องโดยที่ผู้ใช้งานไม่ได้ยินยอม แม้ว่าตัวมันเองอาจจะไม่ใช่มัลแวร์ (MalWare) 100% แต่ก็มีเหตุผลพอจะจัดว่า Socialcam มีโอกาสเป็น Next Generation MalWare ในรูปแบบใหม่ที่ทำให้หลายคนเสียชื่อ และ อาจถูกดูดเงินออกจากกระเป๋าเวลาที่ SocialCam ส่ง SMS ให้เพื่อนๆ เราโดยเราไม่รู้ตัว

“ผมได้รับ SMS จากเหยื่อที่เป็นผู้ใช้ Socialcam มาหลายคนแล้วครับ เป็นไปได้ 2 อย่าง คือ socialcam ส่งเอง หรือ socialcam ใช้โทรศัพท์ของเราส่ง ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ แต่ผมได้รับ SMS โฆษณา Socialcam เป็นประจำจากผู้ใช้ socialcam โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ” ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าว

?

นายปริญญา กล่าวด้วยว่า ช่วงนี้ใครชอบเล่น Socialcam และ Instragram ก็ให้ระวังเรื่อง ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวด้วย.

ที่มา ทวิตเตอร์ @PrinyaACIS

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,