AIS เผยเดินหน้าธุรกิจตามปกติ ย้ำไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง

AIS เผยเดินหน้าธุรกิจตามปกติ ย้ำไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง

“เอไอเอส-ดีแทค” เผยยังดำเนินการโอนย้ายลูกค้าไปคลื่น 3จี ต่อเนื่อง ฟาก “เอไอเอส” โอด ไม่ยุ่งการเมือง ขอให้มองที่ธุรกิจเป็นหลัก?

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทยังคงดำเนินการโอนย้ายลูกค้าไปยังคลื่น 3จี และโอนย้ายเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ตทิบิลิตี้) ตามปกติ โดยสามารถรองรับการดำเนินงานได้ราว 60,000 รายต่อวัน ซึ่งคาดว่าสามารถโอนย้ายไปได้มากกว่า 10 ล้านรายแล้ว และตั้งเป้าทำการโอนย้ายลูกค้าให้ได้กว่า 75% ของลูกค้าทั้งหมดภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม การโอนย้ายลูกค้าให้เสร็จสิ้นก่อนบริษัทหมดอายุสัมปทานกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในปี 2558 ก็ถือเป็นอีกความท้าทาย เนื่องจากลูกค้าส่วนหนึ่งอาจพึงพอใจที่บริการ 2จี บนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ดังนั้นการกระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้งาน 3จี จึงถือเป็นสิ่งที่เอไอเอสจะต้องทำให้เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังติดตามรายละเอียดการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อเตรียมวางแผนการดำเนินธุรกิจรองรับความต้องการของลูกค้าต่อไป แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีความชัดเจนก็ตาม

ทั้งนี้ เมื่อช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2556 เอไอเอสประกาศว่ามีลูกค้าทั้งสิ้น 41 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้า 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 16.4 ล้านราย และลูกค้า 2จี บนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 24.5 ล้านราย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ทางการเมืองที่มีการพาดพิงถึงบริษัทนั้น ยอมรับว่ามีความกังวลแต่อยากให้ทุกฝ่ายมีเหตุผล แม้จะไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าผู้ถือหุ้นในอดีตนั้นมีความเกี่ยวเนื่องในทางการเมือง แต่ขอยืนยันว่าปัจจุบันเอไอเอสดำเนินธุรกิจตามปกติ และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมและประชาชนโทรไปยังบริษัทต่างๆ ในเครือบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรืออินทัช เพื่อรบกวนการทำงานของพนักงานนั้น นายวิเชียร กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องดังกล่าว แต่ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานแต่อย่างใด หากเกิดขึ้นจริงก็อยากขอร้องให้อย่าทำเช่นนั้น เนื่องจากการรบกวนในทางธุรกิจนั้นอาจก่อให้เกิดผลกระทบในระดับประเทศ ไม่ใช่กระทบเพียงแค่เอไอเอสเท่านั้น

ด้าน นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ในสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ในฐานะผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) บริษัทมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์และการใช้งานของลูกค้าเสมอ เนื่องจากต้องเน้นเรื่องคุณภาพและการให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด ดีแทค กล่าวอีกว่า อายุสัมปทานบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่จะหมดลงในปี 2561 นั้น มองว่ามีทั้งด้านดีและเสีย แม้จะมีความมั่นคงมากกว่ารายอื่น แต่ก็อาจเสียประโยชน์จากการลงทุนหลังจากลูกค้าบนคลื่น 2จี ได้ย้ายไปอยู่บนคลื่น 3จี อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทใช้งบประมาณลงทุนส่วนใหญ่ในการลงทุนบนคลื่นความถี่ 3จี เป็นหลัก ควบคู่กับการดูแลลูกค้าบนคลื่น 2จีด้วย

นายปกรณ์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันดีแทคได้โอนย้ายลูกค้าไปยังเครือข่ายไตรเน็ตแล้วประมาณ 14 ล้านราย โดยมีความสามารถในการโอนย้ายประมาณ 100,000 รายต่อวัน และยังมีลูกค้าในระบบ 2จี อีกประมาณ 14-15 ล้านราย โดยในการโอนย้ายลูกค้าสู่คลื่นความถี่ใหม่นี้ บริษัทได้เน้นการสร้างความพึงพอใจในการใช้บริการ โดยนำเสนอผ่านสัญญาณในเครือข่ายไตรเน็ตที่สามารถรองรับได้ถึง 3 คลื่นความถี่ ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการเลือกใช้อุปกรณ์รองรับสัญญาณได้ดีขึ้น และยังมีโปรโมชั่นทั้งราคาเครื่องและแพ็กเกจบริการที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจได้มากขึ้นด้วย

ส่วนรายละเอียดในการโอนย้ายลูกค้าของบริษัท เรียลมูฟ จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่ายทรูมูฟเอชนั้น มีรายงานแจ้งเพียงว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีปริมาณลูกค้าแจ้งความประสงค์ขอโอนย้ายค่ายเบอร์เดิมเป็นทรูมูฟ เอช เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งลูกค้ายังสามารถติดต่อย้ายค้ายเบอร์เดิมได้ที่ทรูช็อปทุกสาขาทั่วประเทศ.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,