แอปเปิล เผย เตรียมขยายตลาด iBook เพิ่มอีก51ชาติทั่วโลก

แอปเปิล เผย เตรียมขยายตลาด iBook เพิ่มอีก51ชาติทั่วโลก

แอปเปิล เผย เตรียมขยายบริการ iBooks Textbooks และ? iTunes? U? Course Manager ในอีก 51 ประเทศทั่วโลก พร้อมเจาะตลาดต่างประเทศ ที่เป็นตลาดเกิดใหม่ หวังที่จะครองสัดส่วนการตลาดด้านการศึกษา…

เมื่อวันอังคารที่ 21 ม.ค.2557 ผ่านมา ทางแอปเปิลได้เผยถึงการขยายตัวของธุรกิจ? iBooks,? Textbooks และ ?iTunes ?U ?Course Manager ?บริการด้านการศึกษาออนไลน์ในประเทศใหม่ๆ ทั่วโลก ?โดยหวังที่จะครองสัดส่วนการตลาดด้านการศึกษา

โดย iBooks? หรือ ตำราเรียนดิจิตอล สามารถเปิดให้ดาวน์โหลดใน 51 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งบราซิลและญี่ปุ่น ในขณะที่ ?iTunes ?U ?Course Manager ? สำหรับบริหารจัดการของเหล่าครูอาจารย์ผ่านทางออนไลน์? ได้เปิดให้ดาวน์โหลดใน 70 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งรัสเซียและประเทศไทย

นายเอ็ดดี้ คิว รองประธานอาวุโส ฝ่ายซอฟต์แวร์และอินเทอร์เน็ตของแอปเปิล กล่าวว่า แอปเปิลแทบจะรอไหมไหวที่จะได้เห็นครูผู้สอนในประเทศต่างๆ ได้สร้างสรรค์การเรียนรูปแบบการสอน ด้วยตำราแบบอินเตอร์แอคทีฟ แอพพลิเคชั่น และ ริชดิจิตอลคอนเทนต์ เพื่อให้การจัดการด้านการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดด้านแท็บเล็ตในตลาดภาคการศึกษา จากการแถลงครั้งล่าสุดของทิม คุก ซีอีโอ แอปเปิล พบว่า ไอแพดครองส่วนแบ่งมากที่สุดโดยมีถึง 94%.

ที่มา : mashable

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

เอไอเอส เผย คนแห่ส่งสุขปีใหม่ผ่านโซเชียล หนุน ‘ดาต้า’ พุ่ง 300เปอร์เซนต์

เอไอเอส เผย คนแห่ส่งสุขปีใหม่ผ่านโซเชียล หนุน 'ดาต้า' พุ่ง 300เปอร์เซนต์

เอไอเอส เผย ยอดการใช้งานดาต้าในช่วงเทศกาลปีใหม่เติบโต คนนิยมอวยพรผ่านแอพพลิเคชั่นแชต และโซเชียลเน็ตเวิร์กมากขึ้นถึง 300% ทำยอดการส่งข้อความสั้นลดลง?

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 57 นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์ดิจิตอล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า ความนิยมใช้งานดาต้าผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กของคนไทยในช่วงปี 2556 เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน จากการที่เครือข่าย 3 จี ของทุกผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) มีความพร้อมมากขึ้น เช่นเดียวกับเอไอเอสที่มีเครือข่าย 3 จี 2100 ในทุกจังหวัด รวมถึงจุดท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ ผาชะนะได อ.โขงเจียม จุดรับแสงแรกของปี 2557 หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทีลอซู จ.ตาก รวมไปถึงเกาะสิมิลัน จ.พังงา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทย สอดคล้องกับการเข้าถึงของสมาร์ทโฟนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในอัตราเดียวกันกับเครือข่าย

ทั้งนี้ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์ดิจิตอล เอไอเอส กล่าวอีกว่า ดังนั้น การอวยพรปีใหม่รับปี 2557 นี้ จึงมีปรากฏการณ์ที่ยืนยันให้เห็นถึงการพฤติกรรมดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัด คือ การอวยพรผ่านข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ลดลง ขณะที่ความนิยมอวยพรและสื่อสารผ่านโลกออนไลน์บนโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่น LINE , Facebook, What?s App, Twitter, Google Plus, We Chat เป็นต้น สูงขึ้นถึง 300% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 โดยรูปแบบจะเป็นการส่งความสุขปีใหม่ในวงกว้าง โดยเฉพาะ Sticker Line อาทิ Collection “น้องอุ่นใจอวยพรคริสต์มาส-ปีใหม่” ที่มีการส่งให้กันแทนคำอวยพรมากกว่า 120 ล้านครั้ง ตั้งแต่ช่วงวันที่ 24 ธ.ค. 56-1 ม.ค. 57?ซึ่งเฉพาะในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 56-1 ม.ค. 57?นั้น มีการส่งสติกเกอร์ดังกล่าว ถึงกว่า 60 ล้านครั้ง.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , ,

เผย ปี 2013 คนไทยใช้ทวิตเตอร์เพิ่ม 35เปอร์เซนต์ ทวีตไปกว่า 1.7 พันล้าน

เผย ปี 2013 คนไทยใช้ทวิตเตอร์เพิ่ม 35เปอร์เซนต์ ทวีตไปกว่า 1.7 พันล้าน

ไทยเทรนด์ เผยข้อมูลการใช้งานทวิตเตอร์ภาษาไทย เผยมีการทวีตไปกว่า 1.7 พันล้านทวีต จากผู้ใช้งานกว่า 1.73 ล้านคน มีทวิตเตอร์หน้าใหม่คนไทย 4.5 แสนราย มีการใช้งานเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 35% และวันที่มีการทวีตมากสุด คือ 1 ธ.ค. 56 ที่มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ถึง 7.5 ล้านทวีต…

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 57 เว็บไซต์ไทยเทรนด์ (http://lab.in.th/thaitrend/) ได้เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้งานทวิตเตอร์ของประเทศไทย ผ่านทวิตเตอร์ @thaitrend โดยพบว่า ตลอดปี 2013 หรือ ปี 2556 ที่ผ่านมา มีทวีต “ภาษาไทย” ทั้งสิ้นกว่า 1,700 ล้านทวีต จาก 1.73 ล้านยูสเซอร์ โดยในกว่า 1.7 พันล้านทวีตดังกล่าว แบ่งเป็นการรีทวีตข้อความต่างๆ ถึง 800 ล้านครั้ง เมนชั่น (การกล่าวถึง) 450 ล้านครั้ง ในจำนวนนี้เป็นการสนทนาตอบโต้กันถึง 150 ล้านการสนทนา (conversation) ทั้งนี้ ตลอดปี 2013 ที่ผ่านมามีคนไทยสมัครเข้าเล่นทวิตเตอร์ใหม่ และทวีตอย่างน้อย 1 ครั้ง ประมาณ 450,000 คน

วันที่มีการทวีตข้อความมากที่สุด คือ วันที่ 1 ธ.ค. 56 ในเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เป็นจำนวนถึง 7.5 ล้านทวีต โดยเฉลี่ยทั้งปี แต่ละวันจะมีการทวีตเกิดขึ้นถึง 4.5 ล้านข้อความ โดยเฉพาะช่วงปิดเทอม หรือเดือนที่มีวันหยุดยาวเยอะๆ อาจพุ่งถึง 5-6 ล้านทวีตได้ เมื่อจำแนกลักษณะประชากรบนทวิตเตอร์ พบว่า ถ้าแยกเป็นวัยเรียนกับวัยทำงาน จะเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ต่อ 65% ส่วนมากเป็นกลุ่มที่เข้ามาติดตามดาราและศิลปิน โดยจำนวนทวีตเทียบกับปีที่แล้ว (2012) โตขึ้นกว่า 45% กลุ่มผู้ใช้เพิ่มขึ้นกว่า 35%

สำหรับข้อความที่ถูกทวีต และติด @RTthaitrend (รวบรวมทุกทวีตภาษาไทยที่คนไทย RT กันมากกว่า 250 ครั้ง) ทั้งสิ้น 90,747 ทวีต เป็นของ @khajochi (แฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์) @CHOCOLIIE (เหมยลี่ คิมูจิ สตรีข้ามเพศที่เกาะทุกกระแส) @topazine (เด็กหญิงปอหอ เภสัชกร รักแอนดรอยด์ แฟนเพลงวง SuperBaker และ Scrubb) @ibankkung_ (แบงค์คลุง) @guplia (P’Plia เป็นนักเขียน) ที่รวมกันเฉียด 8,000 ทวีต.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , , , ,

‘ไอแพดมินิ 2′ ขายดี ‘คอปเปอร์ไวร์ด’ เผย ลอตแรกขายหมดในวันเดียว

'ไอแพดมินิ 2' ขายดี 'คอปเปอร์ไวร์ด' เผย ลอตแรกขายหมดในวันเดียว

ไอสตูดิโอ บาย คอปเปอร์ไวร์ด เผย คนไทยตอบรับไอแพดสองรุ่นใหม่ ขาย “ไอแพด มินิ 2″ หมดตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย แย้ม รุ่น 16GB และ 32GB ได้รับความนิยมสูงสุด เชื่อ หากแบบเซลลูล่าเปิดตัว ก็ขายดีไม่แพ้กัน…

นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอปเปอร์ไวร์ด จำกัด เปิดเผยว่า จากการเปิดจำหน่าย ไอแพด แอร์ และไอแพด มินิ จอเรติน่า (ไอแพด มินิ 2) ในรุ่นไว-ไฟ ไปเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 56 ของร้าน ไอสตูดิโอ บาย คอปเปอร์ไวร์ด พบว่า สินค้าทั้งสองรุ่นได้รับความนิยมอย่างดี โดย ไอแพด มินิ 2 ถูกจำหน่ายหมดตั้งแต่วันแรก ส่วนไอแพด แอร์นั้น คาดว่า สินค้าล็อตแรกจะจำหน่ายหมดภายในสัปดาห์นี้

ไอแพด แอร์ และ ไอแพด มินิ จอเรติน่า

“สินค้าเพิ่งเปิดตัวไปกี่วันอาจจะยังบอกไม่ได้ว่า รุ่นไหนได้รับความนิยมมากกว่ากัน ต้องรอให้มีรุ่นเซลล์ลูล่าวางขายก่อน จึงจะบอกได้ว่า รุ่นไหนเป็นที่นิยม แต่โดยปกติ ไอแพดรุ่นเซลล์ลูล่าจะขายดีในไทย ขณะที่รุ่นไว-ไฟ จะได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ คาดว่า ส่วนหนึ่งอาจเพราะคนไทยนิยมใช้สินค้า ที่สามารถรองรับการใช้งานได้ในหลากหลายรูปแบบ จึงเลือกซื้อรุ่นเซลล์ลูล่ามากกว่า และแม้ว่า รุ่นไว-ไฟ จะเปิดขายก่อนเซลล์ลูล่า แต่เชื่อว่า คนที่ต้องการซื้อรุ่นเซลล์ลูล่าก็ยังรอสินค้าอยู่” ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอปเปอร์ไวร์ดฯ กล่าว

นายปรเมศร์ กล่าวอีกว่า แม้ขณะนี้ ไอแพด แอร์ และไอแพด มินิ 2 รุ่นเซลล์ลูล่า (ใส่ซิม) จะยังไม่ได้เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่คาดว่า จะมีจำหน่ายภายในเดือนนี้อย่างแน่นอน พร้อมกับผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) ซึ่งร้าน ไอสตูดิโอ บาย คอปเปอร์ไวร์ด ได้เปิดให้ลูกค้าสามารถสั่งจองสินค้า โดยไม่ได้เรียกเก็บเงินมัดจำ ซึ่งปัจจุบัน มีลูกค้าสั่งจองไอแพดทั้ง 2 รุ่นในรูปแบบเซลล์ลูล่า ไว้หลายร้อยรายชื่อแล้ว แม้บริษัทอาจได้วางจำหน่ายไอแพดทั้ง 2 รุ่นแบบเซลล์ลูล่า พร้อมกับโอเปอเรเตอร์ แต่เชื่อว่า ลูกค้าที่เป็นสาวกไอแพด หรือผู้ที่ชื่นชอบสินค้าค่ายแอปเปิล จะยังคงเลือกซื้อสินค้าจากร้าน ไอสตูดิโอ แม้จะมีบางกลุ่มตัดสินใจไปเลือกซื้อจากโอเปอเรเตอร์ก็ตาม ส่วนรุ่นความจุที่ขายดีนั้น จากการเปิดตัวไอแพดรุ่นต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า รุ่น 16GB และ 32GB ได้รับความนิยมสูงสุด.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , , ,

วีเอ็มแวร์ เผย องค์กรไทย 88เปอร์เซนต์เชื่อคลาวด์จะเป็นตัวขับเคลื่อนพาธุรกิจโต

วีเอ็มแวร์ เผย องค์กรไทย 88เปอร์เซนต์เชื่อคลาวด์จะเป็นตัวขับเคลื่อนพาธุรกิจโต

วีเอ็มแวร์ เผยผลการสำรวจดัชนีคลาวด์ พบว่า องค์กรในไทยกว่า 88% เชื่อว่า คลาวด์คอมพิวติ้ง และ? as-a-Service ขับเคลื่อนให้ระบบไอทีสร้างธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยบริการคลาวด์จะส่งผลชัดเจนใน 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบไอทีเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงสุด เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า…

วีเอ็มแวร์ อิงค์ ได้ผระกาศผลสำรวจดัชนีคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ (VMware Cloud Index) ที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ประจำปี 2556? โดยดัชนีคลาวด์ของวีเอ็มแวร์แสดงให้เห็นถึงการใช้งานคลาวด์ในประเทศไทยมีอัตราเพิ่มขึ้น? 88%ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการใช้หรือวางแผนที่จะใช้โซลูชั่นคลาวด์ เพื่อช่วยทำให้ระบบไอทีและธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตลอดจนระบบคลาวด์จะเป็นแนวโน้มของคำตอบในการดำเนินธุรกิจ? และ 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อมั่นว่าด้วยวิธีการจัดการซอฟต์แวร์ (software-defined)? ซึ่งถูกนำไปติดตั้งและใช้ในการจัดการทรัพยากรต่างๆ ของศูนย์ข้อมูล ( เซิร์ฟเวอร์, หน่วยจัดเก็บข้อมูล, ระบบเครือข่าย ) จะมีผลกระทบต่อองค์กรอย่างชัดเจนมากขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ดัชนีคลาวด์ของวีเอ็มแวร์เป็นผลงานการศึกษาที่ดำเนินการโดยฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติ้ง (Forrester Consulting) ในนามของวีเอ็มแวร์ เพื่อสอบถามความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ไอทีอาวุโส และผู้ที่มีบทบาทในการตัดสินใจทางธุรกิจจำนวน 2,785 คนจาก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นคนไทย 174 คน โดยมีการนำเสนอผลการสำรวจดังกล่าวในการประชุมประจำปี VMware Solutions Symposium (VSS) ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร

ผลสำรวจดัชนีคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ประจำปี 2556 พบว่าการประมวลผลแบบคลาวด์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มความได้เปรียบในด้านการแข่งขันให้กับบริษัทต่างๆ เป็นจำนวนมากในประเทศไทย?? การลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อลดการซับซ้อนและช่วยเพิ่มทรัพยากรด้านไอทีใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น (74 %)? คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับปรับปรุงการดำเนินงานด้านไอที/ธุรกิจ??? นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามยังเชื่อว่าการประมวลผลแบบคลาวด์มีความสามารถในการทำให้ระบบไอทีที่มีอยู่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น ( 91% ) และ 88% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าการใช้งานคลาวด์ และบริการที่อยู่ในรูปแบบ? ?as-a-Service? จะมีผลกระทบกับธุรกิจอย่างชัดเจนใน อีก 2-3 ปีข้างหน้า

นายชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน วีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวว่า จากวิสัยทัศน์ของวีเอ็มแวร์เน้นไปที่การเป็นศูนย์กลางในการเสริมสร้างศักยภาพด้านไอทีไปช่วยให้องค์กรต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับผลกำไรที่เพิ่มขึ้น โดยการใช้ประโยชน์ของคลาวด์ ในการสร้างให้ระบบไอทีมีโครงสร้างพื้นฐานที่เรียบง่าย ทรงประสิทธิภาพทำให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน และลดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายขององค์กรได้เป็นอย่างดี โดยผู้ตอบแบบสอบถามของประเทศไทยให้ความสำคัญ กับการเตรียมองค์กรได้อย่างรวดเร็วตลอดจนการทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่มีภาวะชะงักงันของระบบจัดเก็บข้อมูลและเครือข่าย เช่นเดียวกันกับผู้ตอบแบบสอบถามของฟิลิปปินส์และเวียดนาม ที่เห็นว่าความคล่องตัวขององค์กรเป็นความสำคัญสูงสุด

ผจก.ประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน วีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวต่อว่า สำหรับในประเทศไทยระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง มีบทบาทอย่างมากในช่วงวิกฤตอุทกภัยเมื่อปี 2554? ซึ่งองค์กรต่างๆได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงที่มีการนำเทคโนโลยี คลาวด์ มาใช้สำหรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติ? นอกจากนี้องค์กรธุรกิจในประเทศไทยยังยอมรับว่าระบบไอทีมีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบบริการ ช่วยต้นทุนในการดำเนินการช่วยกู้คืนความสูญเสียต่างๆ และทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย จากการสำรวจพบว่า 82% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าระบบคลาวด์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการไอที และเป็นแหล่งเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรธุรกิจ

นายชวพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่? (83%)? พิจารณาถึงความสำคัญต่อธุรกิจในอีก 12 เดือนข้างหน้า? คือความจำเป็นในการรับมือกับความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตลอดจนการเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าให้ได้มากที่สุด ? อันดับรองลงมาคือการปรับปรุงคุณภาพและความสามารถของผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ในขณะที่ 88%? ยืนยันว่าหน่วยธุรกิจมักจะใช้ระบบไอทีเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีที่มา หรือแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจโดยตรง และมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าอิทธิพลและอำนาจของ CIO จะเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่มี? 6%? เชื่อว่ากำลังลดทอนลง

ผจก.ประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน วีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวด้วยว่า ขณะที่ธุรกิจในประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของคลาวด์ ในฐานที่เป็นตัวเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีขององค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศไทย 80% รู้สึกได้ว่าระบบไอทีทำงานได้ช้าเกินไป ต้องเพิ่มความรวดเร็วในการบริการมากขึ้น จะทำให้ความคุ้มค่าของธุรกิจ หรือความสามารถในการลดความเสี่ยงทำได้ดียิ่งขึ้น มีเพียง 24%? ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เชื่อว่าการลงทุนด้านไอทีในปัจจุบันเพียงพอ และสอดคล้องกับความต้องการ แม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมาก 90% เชื่อว่า ระบบคลาวด์จะมีผลกับโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ หรือ ที่คาดว่าจะทำในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะมีความสำคัญต่อองค์กรธุรกิจ ในการประสบผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้วีเอ็มแวร์เชื่อว่าระบบคลาวด์ที่มีศักยภาพ จะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย และมีส่วนช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการประมวลผลแบบคลาวด์ได้อย่างเต็มที่.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

ซื้อมาทำไม? Skyscanner เผย 10ของฝากสุดยี้

ซื้อมาทำไม? Skyscanner เผย 10ของฝากสุดยี้

Skyscanner เผยของฝาก 10 อย่างที่ที่ชาวเน็ตลงความเห็นว่า ‘ของฝาก’ หรือ ‘ของที่ระลึก’ ที่มักจะได้จากเพื่อนฝูง หรือคนในครอบครัวที่ไปเที่ยว มานั้นเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนามากที่สุด และมีแนวโน้มที่จะถูกทิ้งลงถังขยะ! หรือกำจัดทิ้งไป…

Skyscanner เว็บไซต์ ค้นหาตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ที่พัก และรถเช่าชั้นนำของโลกเผยผลสำรวจล่าสุดหลังพบว่า ของฝากหรือของที่ระลึกที่มักจะได้จากเพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัวที่ไปเที่ยว มานั้นมีแนวโน้มที่จะถูกทิ้งลงถังขยะ จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,000 กว่าคน การซื้อของฝากของที่ระลึกกลับไปให้คนที่บ้าน หรือญาติสนิทมิตรสหายนั้น ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ดีที่ควรทำระหว่างที่เดินทางไปท่องเที่ยว แต่จริงๆ แล้วนักท่องเที่ยวน่าจะเก็บเงินที่ซื้อของเหล่านั้นไว้เสียดีกว่า เพราะมีมากกว่าร้อยละ 65 ของผู้ถูกสำรวจยอมรับว่า พวกเขาไม่ค่อยประทับใจกับของฝากที่ได้มากนัก และร้อยละ 34 ถึงกับจำเป็นต้องหาทางกำจัดของฝากที่พวกเขาไม่อยากได้นั้นด้วยการโยนลงขยะบ้าง นำไปบริจาคบ้าง หรือนำไปให้คนอื่นแทนบ้าง

จากผลการสำรวจพบว่า “พวงกุญแจ” ติดอันดับหนึ่งในรายชื่อของฝากที่ไม่อยากได้มากที่สุด (ร้อยละ 17) พ่วงด้วยแผ่นดีวีดีปลอม (ร้อยละ 12) และแม่เหล็กติดตู้เย็น (ร้อยละ 10) แม้แต่ของฝากที่น่าจะถูกใจคนตลอดกาลอย่าง “อาหาร” ก็ยังเป็นของฝากที่ไม่อยากได้ (ร้อยละ 7) ในขณะที่เครื่องประดับราคาถูก (ร้อยละ 5) และสินค้าติดแบรนด์ของสายการบิน (ร้อยละ 5) ก็ยังคงไม่เป็นที่น่าถูกอกถูกใจเหมือนกัน

ลองมาดูกันว่าหลังจากได้รับของฝากที่ไม่อยากได้มาแล้ว พวกเขาจะทำอย่างไรกับของฝากเหล่านั้น

ผลสำรวจเปิดเผยว่า มีเพียงร้อยละ 8 ของผู้สำรวจเท่านั้นที่พยายามจะใช้ของฝากที่ได้มา ทั้งยังมีของฝากร้อยละ 10 ที่ถูกนำไปบริจาคในขณะที่อีกร้อยละ 10 ถูกนำไปให้คนอื่นต่อ นอกจากนี้ยังมีผู้สำรวจร้อยละ 2 ที่บังเอิญทำของแตกหรือพัง พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ และมีผู้สำรวจร้อยละ 1 ที่ปฏิเสธจะรับของฝากในทันที

นางสาวภพปภา อารีรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทยของ Skyscanner กล่าวว่า คนไทยหลายคนที่มีโอกาสได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ มักจะนำของฝาก หรือ ของที่ระลึกติดไม้ติดมือ มาให้คนในครอบครัว เพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมงาน แต่น่าแปลกใจมากที่ผลการสำรวจของเราแสดงให้เห็นว่า หลายคนยอมรับว่าพวกเขาได้ของฝากที่พวกเขาไม่ค่อยอยากได้จากครอบครัว และเพื่อนสนิท แม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นคนที่รู้จักว่าพวกเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไรดีที่สุดก็ตาม

?ของฝากที่คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเหล่านั้นราคาไม่ถูกเลย ดังนั้น หากเราจะซื้อของฝากกลับมาให้คนที่บ้านในครั้งหน้า เราควรพิจารณาให้ดีเสียก่อนว่าคนที่บ้านอยากได้หรือเปล่า? ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทยของ Skyscanner กล่าว.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , ,

Thaiware เผย ‘คนส่วนใหญ่ทำอะไรหน้าคอม’

Thaiware เผย 'คนส่วนใหญ่ทำอะไรหน้าคอม'

เว็บไซต์รวมซอฟต์แวร์ดาวน์โหลด ไทยแวร์ดอทคอม เผยอินโฟกราฟฟิก การสำรวจมาจากกลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปว่า ส่วนมากแล้วเมื่อนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เราจะทำอะไรเป็นกิจกรรมแรก และก่อนที่เราจะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์อะไรเป็นสิ่งสุดท้ายกัน…

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, ,

‘ฟอร์บส์’ เผย 5 อุปกรณ์ไฮเทคดีที่สุด ที่นักท่องเที่ยวควรพกติดตัวไว้

'ฟอร์บส์' เผย 5 อุปกรณ์ไฮเทคดีที่สุด ที่นักท่องเที่ยวควรพกติดตัวไว้

“นิตยสารฟอร์บส์” เผย การจัดอันดับ 5 อุปกรณ์พกพา ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักเดินทางท่องเที่ยวยุคใหม่ ที่มีอุปกรณ์ไฮเทคติดตัวไปด้วยตลอดเวลา พบว่าแบตเตอรี่สำรองมาแรงคะแนนนำโด่งรั้งอันดับที่ 1…

นิตยสาร “ฟอร์บส์” นิตยสารชื่อดังของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยอุปกรณ์ไฮเทค 5 อันดับ ที่นักเดินทางท่องเที่ยวขาดไม่ได้ในยุคที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีแบบพกพา

เริ่มต้นกันด้วยสาย USB แบบพกพา สำหรับการชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้นๆที่ต้องมีไว้ในกระเป๋า แต่เนื่องจากปัจจุบันบางคนมักพกพาอุปกรณ์หลายชนิดและต่างยี่ห้อกัน ดังนั้น อาจต้องมีสาย USB แบบ 3 in1 มาใช้เพื่อง่ายต่อการพกพาด้วย

อันดับต่อมา คงหนีไม่พ้นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ร่วมกับสาย USB นั่นคือ USB charger แต่ต้องเลือกแบบที่ใช้งานได้มากกว่า 1 อุปกรณ์พร้อมๆ กัน เพื่อสะดวกต่อนักเดินทางในการชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์ที่มีอยู่เต็มตัวคุณ

อันดับที่ 3 ต้องยกความจำเป็นให้กับ Traveller kit ปลั๊กไฟแบบพกพา ที่มีหัวเสียบแบบหลายประเทศ เพราะในแต่ละการเดินทางประเทศต่างๆ จะมีเต้าเสียบไฟที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่แบบสามขา สองขา ขากลม ขาแบน ซึ่งด้วยราคาตั้งแต่ 600?1,500 บาท สมควรอย่างยิ่งที่นักเดินทางจะมีติดตัวเอาไว้

อันดับที่ 2 คือ หูฟังที่เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญสำหรับนักเดินทางที่จะสร้างความบันเทิงเพลิดเพลินให้กับการท่องเที่ยวของคุณตลอดการเดินทางอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิมคือ การสำรองข้อมูลผ่านหูฟัง ซึ่งยังถือว่าเป็นของเล่นที่ยังใหม่มากสำหรับนักท่องเที่ยวไฮเทคทั้งหลายทีเดียว

สำหรับอันดับ 1 ที่ต้องมีติดตัวกันทุกคน คงหนีไม่พ้น แบตเตอรี่สำรอง สำหรับอุปกรณ์ไฮเทครอบตัวทั้งหลายของนักเดินทาง เพราะจะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีต่างๆ ในปัจจุบัน มักใช้งานได้อย่างเต็มกำลังไฟที่มีไม่เกิน 1 วัน และกว่าจะหาที่ชาร์จแบตได้ในการเดินทางแต่ละครั้งก็ไม่ใช้เรื่องง่ายนัก ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าการเติบโตของยอดขายแบตสำรองแบบนี้ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้ คงเป็นเพียงแค่เทคโนโลยีเท่านั้น หากผู้ใช้ไม่รู้จักวิธีการใช้งานให้คุ้มค่าและเต็มศักยภาพจริงๆ แต่ที่สำคัญที่สุด เราคงต้องใส่ใจอุปกรณ์เหล่านี้ให้น้อยกว่าคนที่เราร่วมเดินทางด้วย คงจะดีไม่น้อย.

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

สถิติ เผย พ.ค. คนว่างงานลดจากปี 55

สถิติ เผย พ.ค. คนว่างงานลดจากปี 55

สถิติฯ เผยผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือน พ.ค.2556 พบยอดคนว่างงานลดลงจากปี 55 ภาคกลางและภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9%…

นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กล่าวว่า ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือน พ.ค.2556 พบว่า มีจำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 54.96 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 39.49 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.03 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.45 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอก/กำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 15.47 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น

ผอ. สสช. กล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 14.88 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 23.97 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ค.2555 พบว่า จำนวนผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 4.9 แสนคน และนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 9 หมื่นคน โดยเพิ่มขึ้นในสาขาการก่อสร้าง 2 แสนคน สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร 1.6 แสนคน สาขาการผลิต 2 หมื่นคน ส่วนสาขาที่ลดลงคือ สาขากิจกรรมด้านการบริหารราชการ การป้องกันประเทศ 1.6 แสนคน กิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ เช่น กิจกรรมบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย การดูแลสัตว์เลี้ยง การบริการซักรีดซักแห้ง เป็นต้น 1.2 แสนคน สาขาการศึกษา 8 หมื่นคน สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 3 หมื่นคน สาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์ 2 หมื่นคน และส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงจำนวนผู้ที่ทำงานแต่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ทำงานแต่ยังมีเวลาและพร้อมที่จะทำงานได้อีก หรือเรียกคนทำงานในกลุ่มนี้ว่า ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ จากผลการสำรวจพบว่า มีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับ 2.33 แสนคน หรือ 0.6% ของจำนวนผู้ทำงานทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีงานทำแล้วก็ตาม แต่ยังมีเวลาว่างมากพอและพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

นายวิบูลย์ทัต กล่าวอีกว่า จำนวนผู้ว่างงานในเดือน พ.ค.2556 มีทั้งสิ้น 3.03 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 5.6 หมื่นคน และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย.2556 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 4.4 หมื่นคน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงานตามประสบการณ์การทำงาน พบว่า เป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.71 แสนคน เป็นเพศชาย 9 หมื่นคน และเป็นเพศหญิง 8.1 หมื่นคน ส่วนผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนมีจำนวน 1.32 แสนคน ซึ่งลดลง 7 หมื่นคน จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 โดยเป็นผู้ว่างงานจากภาคการบริการและการค้า 6.1 หมื่นคน ภาคการผลิต 4.8 หมื่นคน และภาคเกษตรกรรม 2.3 หมื่นคน ตามลำดับ

ส่วนการว่างงานตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มวัยเยาวชน หรือผู้มีอายุระหว่าง 15-24 ปี มีอัตราการว่างงาน 3.6% ซึ่งปกติในกลุ่มนี้อัตราการว่างงานจะสูง ส่วนกลุ่มอายุ 25 ปีขึ้นไป มีอัตราการว่างงาน 0.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 4% เป็น 3.6% และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย. 2556 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 4.1% เป็น 3.6%

สำหรับระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือน พ.ค.2556 พบว่า ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษา ในระดับอุดมศึกษามากที่สุด 1.23 แสนคน (1.7%) รองลงมาเป็นมัธยมศึกษาตอนปลาย 5.8 หมื่นคน (1%) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 5.7 หมื่นคน (0.9% ) ระดับประถมศึกษา 4.3 หมื่นคน (0.5%) และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาและผู้ที่ไม่มีการศึกษา 2.2 หมื่นคน (0.2%) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 พบว่า จำนวนผู้ว่างงานลดลงในระดับอุดมศึกษา 2.9 หมื่นคน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2.7 หมื่นคน ระดับประถมศึกษา 5 พันคน และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาและผู้ที่ไม่มีการศึกษา 4 พันคน ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 9 พันคน

ผอ. สสช. กล่าวด้วยว่า เมื่อพิจารณาอัตราการว่างงานเป็นรายภาค พบว่า ภาคกลางและภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9% รองลงมาเป็นกรุงเทพฯ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.7% เมื่อเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับเดือน พ.ค.2555 จะเห็นได้ว่าอัตราการว่างงานทั่วประเทศลดลง และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่า กรุงเทพฯ และภาคเหนือมีอัตราการว่างงานลดลงมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ส่วนภาคกลางมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,

สถิติ เผย พ.ค. คนว่างงานลดจากปี 55

สถิติ เผย พ.ค. คนว่างงานลดจากปี 55

สถิติฯ เผยผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือน พ.ค.2556 พบยอดคนว่างงานลดลงจากปี 55 ภาคกลางและภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9%…

นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กล่าวว่า ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ประจำเดือน พ.ค.2556 พบว่า มีจำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 54.96 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 39.49 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.03 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.45 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอก/กำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 15.47 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น

ผอ. สสช. กล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 14.88 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 23.97 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ค.2555 พบว่า จำนวนผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 4.9 แสนคน และนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 9 หมื่นคน โดยเพิ่มขึ้นในสาขาการก่อสร้าง 2 แสนคน สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร 1.6 แสนคน สาขาการผลิต 2 หมื่นคน ส่วนสาขาที่ลดลงคือ สาขากิจกรรมด้านการบริหารราชการ การป้องกันประเทศ 1.6 แสนคน กิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ เช่น กิจกรรมบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย การดูแลสัตว์เลี้ยง การบริการซักรีดซักแห้ง เป็นต้น 1.2 แสนคน สาขาการศึกษา 8 หมื่นคน สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 3 หมื่นคน สาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์ 2 หมื่นคน และส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงจำนวนผู้ที่ทำงานแต่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ทำงานแต่ยังมีเวลาและพร้อมที่จะทำงานได้อีก หรือเรียกคนทำงานในกลุ่มนี้ว่า ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ จากผลการสำรวจพบว่า มีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับ 2.33 แสนคน หรือ 0.6% ของจำนวนผู้ทำงานทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีงานทำแล้วก็ตาม แต่ยังมีเวลาว่างมากพอและพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

นายวิบูลย์ทัต กล่าวอีกว่า จำนวนผู้ว่างงานในเดือน พ.ค.2556 มีทั้งสิ้น 3.03 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 5.6 หมื่นคน และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย.2556 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 4.4 หมื่นคน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงานตามประสบการณ์การทำงาน พบว่า เป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.71 แสนคน เป็นเพศชาย 9 หมื่นคน และเป็นเพศหญิง 8.1 หมื่นคน ส่วนผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนมีจำนวน 1.32 แสนคน ซึ่งลดลง 7 หมื่นคน จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 โดยเป็นผู้ว่างงานจากภาคการบริการและการค้า 6.1 หมื่นคน ภาคการผลิต 4.8 หมื่นคน และภาคเกษตรกรรม 2.3 หมื่นคน ตามลำดับ

ส่วนการว่างงานตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มวัยเยาวชน หรือผู้มีอายุระหว่าง 15-24 ปี มีอัตราการว่างงาน 3.6% ซึ่งปกติในกลุ่มนี้อัตราการว่างงานจะสูง ส่วนกลุ่มอายุ 25 ปีขึ้นไป มีอัตราการว่างงาน 0.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 4% เป็น 3.6% และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย. 2556 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจาก 4.1% เป็น 3.6%

สำหรับระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือน พ.ค.2556 พบว่า ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษา ในระดับอุดมศึกษามากที่สุด 1.23 แสนคน (1.7%) รองลงมาเป็นมัธยมศึกษาตอนปลาย 5.8 หมื่นคน (1%) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 5.7 หมื่นคน (0.9% ) ระดับประถมศึกษา 4.3 หมื่นคน (0.5%) และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาและผู้ที่ไม่มีการศึกษา 2.2 หมื่นคน (0.2%) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 พบว่า จำนวนผู้ว่างงานลดลงในระดับอุดมศึกษา 2.9 หมื่นคน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2.7 หมื่นคน ระดับประถมศึกษา 5 พันคน และระดับต่ำกว่าประถมศึกษาและผู้ที่ไม่มีการศึกษา 4 พันคน ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 9 พันคน

ผอ. สสช. กล่าวด้วยว่า เมื่อพิจารณาอัตราการว่างงานเป็นรายภาค พบว่า ภาคกลางและภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด 0.9% รองลงมาเป็นกรุงเทพฯ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.7% เมื่อเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับเดือน พ.ค.2555 จะเห็นได้ว่าอัตราการว่างงานทั่วประเทศลดลง และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่า กรุงเทพฯ และภาคเหนือมีอัตราการว่างงานลดลงมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ส่วนภาคกลางมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น

?

?

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,