เมื่อ ?วุ้นแปลภาษา? ไม่ได้ไกลเกินฝัน (จบ)

หลักการทำงานของ ili นั้นคล้ายกับโทรโข่งแปลภาษาของพานาโซนิคเลยครับ คือพูดจบปุ๊บเครื่องก็แปลให้ปั๊บ ที่ต่างคือความสะดวกในการพกพาและการแปลที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใด ๆ

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก เดลินัวส์

Tags:
, , ,

ไขข้อข้องใจ ‘อนุดิษฐ์’ เมื่อ ‘แท็บเล็ต’ ถูกตั้งข้อสงสัย?

ไขข้อข้องใจ 'อนุดิษฐ์' เมื่อ 'แท็บเล็ต' ถูกตั้งข้อสงสัย?

ไขข้อข้องใจหลายประเด็นเกี่ยวกับแท็บเล็ต นโยบายภาครัฐ ที่ถูกโยงกับเรื่องการเมือง พร้อมแจงการให้ข่าวไม่ตรงกันของทั้ง 2 กระทรวง แม้จะในวันดียวกันก็ตาม…?

ยังคงเป็นที่น่าสงสัยและถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง สำหรับ โครงการคอมพิวเตอร์แท็บเล็บพีซีแบบพกพา หรือ One Tablet Pc Per Child นำร่องใช้งานในเด็ก ป.1 ทั้งเรื่องของตัวนโยบาย ความพร้อมทั้งด้านสเปก เนื้อหา บุคคลากร หรือ แม้กระทั่งการเซ็นสัญญาที่ถูกเลื่อนมาจากวันที่ 5 เม.ย.เป็นวันนี้ (10 เม.ย.) แต่ต้องมีอันต้องสะดุดโครม ด้วยเหตุผลว่า ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. อีกรอบวันนี้ เพราะมีการเพิ่มจำนวนแท็บเล็ตขึ้น โดยก่อนหน้า รัฐบาลไทยจะจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ตจากประเทศจีนจำนวน 9 แสนเครื่อง วงเงิน 1,900 ล้านบาท แต่คณะกรรมการจัดหาแท็บเล็ตได้สรุปจำนวนที่จะจัดซื้อมาที่ 1 ล้านเครื่องวงเงิน 2,400 ล้านบาท????? ?

ทั้งนี้ จากข่าวที่นำเสนอผ่านหน้าสื่อแขนงต่างๆ ก็สร้างความสับสน สงสัย และงงงวยให้กับประชาชนมิใช่น้อย ถึงการให้ข่าวของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที และนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเนื้อหาวิชาหลัก กำหนดการ กรอบระยะเวลา ขั้นตอนการดำเนินการ ที่ไม่เคยตรงกันเลย และไม่เคยมีทิศทางไปในทางเดียวกัน แม้ว่าจะเสนอในวันเดียวกันก็ตาม ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ไทยรัฐออนไลน์มีคำตอบจาก น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที ในวันที่การเซ็นสัญญาต้องชะงักรอบ2 และถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด…

IT Eclusive : หลายครั้งที่ข่าวแท็บเล็ตของกระทรวงไอซีที และกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ตรงกัน
อนุดิษฐ์ : ต้องถามว่าข่าวนั้น เป็นข่าวที่ใครให้ หลายครั้งที่ให้ข่าวไป แต่ว่าถูกนำเสนออีกอย่างหนึ่ง เกิดขึ้นประจำ ซึ่งตรงนี้อาจจะสามารถยืนยันได้จากการนำเสนอจากข่าวได้ในวันเดียวกัน ที่มีกลุ่มหนึ่งเสนอตรงตามที่เราพูด แต่ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่เสนอแล้วมันไม่ตรง หมายรวมถึงทั้ง 2 กระทรวงในเรื่องเดียวกัน หรือ อาจจะเป็นเรื่องที่ต่างกันก็แล้วแต่ ก็ตรงนี้ ไม่ได้คิดว่าเป็นความผิดของใครทั้งสิ้น คิดว่าการสื่อสารที่บางครั้งอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดครบถ้วน ก็อาจจะนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

IT Eclusive : ย้ำอีกครั้งว่า ไม่ได้ไม่กินเส้นกับกระทรวงศึกษาธิการ
อนุดิษฐ์ : เรื่องนี้ตอบไปหลายครั้งแล้ว และที่สำคัญคือ รมว.ศึกษาฯ ก็ออกมาย้ำแล้ว และไม่ได้มีเหตุผลที่น่าเชื่อถือใดๆ เลยว่าอยู่ดีๆ รมว. ทั้ง 2 กระทรวงจะไม่กินเส้นกัน? เพราะว่าการทำงานตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงกระทั่งขณะนี้ ก็เป็นการดำเนินงานในทางที่ร่วมมือกันทำงานในโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

IT Eclusive : ความพร้อมบุคคลากร
อนุดิษฐ์ : บุคคลกรที่นำเครื่องไปใช้งาน จะเป็นส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยส่วนใหญ่จะเป็นครูผู้สอนที่จะใช้อุปกรณ์แท็บเล็ตเป็นตัวเสริมในการเรียนการสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แต่ก็เป็นเพียงเริ่มต้นโครงการ ในปีหน้าแท็บเล็ตคงจะตามเด็กขึ้นไปถึง ป.2 ซึ่งอาจจะได้รับใหม่หรือ รัฐบาลมีนโยบายที่จะแจกเด็กในชั้นอื่นๆ เพราะฉะนั้น ความหมายคือ องค์ประกอบของเรื่องนี้จะเป็นองค์ประกอบ ในส่วนของการจัดหา การจัดทำข้อมูลเรื่องของการศึกษา การสร้างระบบเป็นส่วนของบุคคลากรไอซีที ต้องรับผิดชอบ แต่ว่าสิ่งที่จะใส่เข้าไปในระบบ ในเรื่องเนื้อหาสาระก็คงเป็นส่วนของบุคลากรจากกระทรวงศึกษาธิการ และแน่นอนคือ เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะเด็กเป็นเรื่องทรัพยากรของประเทศที่สำคัญ ส่วนแท็บเล็ต ถือเป็นระบบเปิด เป็นโอเพ่นซอร์ส เพราะฉะนั้นภาครัฐและเอกชนในทุกภาคส่วน สามารถใช้โอกาสพัฒนาคอนเทนต์ทั้งหมดที่จะนำใส่เป็นคลังข้อมูลด้านการศึกษา

IT Eclusive : คอนเทนต์เสริมที่มอบหมายให้ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า เป็นผู้จัดทำไปถึงไหนแล้ว
อนุดิษฐ์ : เข้าใจว่า วานนี้ (9 เม.ย.) ซิป้าจะนำมาให้ดู ยังไม่ได้ดูอย่างละเอียด แต่เบื้องต้นเนื้อหาน่ารัก ใช้งานได้

IT Eclusive : ความสงสัยในความไม่โปร่งใสของไอซีที
อนุดิษฐ์ : ส่วนตัวลำดับความได้ทุกเรื่องและเปิดเผยมาโดยตลอด เช่น ถ้ากระทรวงไอซีทีเอาให้สำนักงานอัยการสุงสุด เราสั่งเขาไม่ได้ นี่คือข้อเท็จจริง เราให้อัยการสูงสุดเซ็นวันนี้ วันนั้นไม่ได้ หรือจะไปสั่งทุกๆ หน่วยงานไม่ได้ เพราะเขาเองก็ต้องใช้เวลา เวลาที่ไปตรวจร่างสัญญาแล้วผิดมาเขารับไม่ได้ ทุกคนต้องมีกระบวนการและขั้นตอนของตัวเอง

ส่วนเรื่องที่การเซ็นแท็บเล็ตเลื่อนจากวันที่ 5 เม.ย. 2555 มานั้น ส่วนตัวไม่ใช่คนจีน ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเช็งเม้ง ซึ่งนั่นคือข้อเท็จจริง แล้วประเทศจีนมีเทศกาลสำคัญคือตรุษจีนกับเช็งเม้ง ซึ่งถ้าเขาหยุด คือ หยุดจริงๆ เพราะฉะนั้นความไม่แน่นอนของมัน ต้องแฟร์กับกระบวนการว่า ทุกอย่างเป็นข้อเท็จจริง และข้อเท็จจริงต่างๆ ไม่เคยถูกปิดเลย

กระบวนการในการดำเนินเรื่องนี้ ไม่มีใครไม่รู้หรอกว่า ทุกคนจับตามอง ส่วนตัวเคยพูดตั้งแต่ก่อนที่ถูกมอบหมายให้รับผิดชอบว่า มันจะถูกดูนอตทุกตัว ชิฟทุกแผ่น ต้องดูว่ามันใช่มั้ย แต่วันนี้ ถ้าคนที่มีความประสงค์ไม่ดี ก็เลิกคบ ไม่มีใครกล้ามาลองเล่นเรื่องของราคา เพราะว่ามันเห็นกันอย่างชัดเจน ราคาที่ถูกมากกับคุณภาพที่ดีมากๆ คงไม่มี ก็กำลังจะดูเรื่องอื่นๆ ด้วย ซึ่งวันนี้เราจะช่วยกันดูว่าอุปกรณ์หนึ่งที่จะช่วยเสริมน้องๆ เข้าถึงเทคโนโลยีและใช้มันได้อย่างเหมาะสมถูกต้อง

วันนี้เป็นโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ การสร้างอนาคตของประเทศ เป็นการสร้างเด็กๆ ของพวกเรา ไม่มีใครเอาสิ่งไม่ดีใส่ลงไปในแท็บเล็ต วันนี้การที่เราไม่ได้ฟูมฟัก หรือ สอนเด็กของเราในด้านเทคโนโลยี เมื่อเขาโต เขาเหมือนลูกปลา เมื่อลงน้ำครั้งแรกก็อยู่ในแม่น้ำขนาดใหญ่เลย มีโอกาสที่จะถูกกิน ไม่อยู่รอด ตายเยอะ แต่วันนี้ เรากำลังทำบ่ออนุบาลปลาขึ้นมา เด็ก ป.1 กำลังเป็นวัยเรียนรู้เหมือนผ้าขาว โตแล้วการให้ความรู้เรื่องคุณธรรมจริธรรม วันนี้เราสามารถฟูมฟัก ให้เขาเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี ทั้งในเรื่องของเครื่องช่วยการเรียนการสอน ตลอดจนปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ทำให้เป็นปลาที่เติบโตแข็งแรง และเมื่อเขาต้องกระโดดไปในแหล่ง ในโลกไซเบอร์ซึ่งเหมือนแม่น้ำสายใหญ่ เขาก็เป็นปลาที่แข็งแรงสามารถเอาตัวรอดได้

IT Eclusive : มีงานวิจัยชิ้นไหน ที่ระบุว่าต้องเลือกเด็ก ป.1 ซึ่งต้องยอมรับว่า เด็กบางคนยังอ่านหนังสือไม่ออก
อนุดิษฐ์ : เรื่องของผลงานวิจัยมีครับ จริงๆ ในหลายประเทศกระบวนการเรียนการสอนในหลายประเทศเปลี่ยนจากการเรียนการสอนมาเป็นพฤติกรรมนิยม มาเป็นการให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน ปกติการสอนแบบเดิมที่เรียกว่าพฤติกรรมนิยม โดยใช้ครูเป็นผู้ชี้นำ ความรู้ของเด็กมีอยู่ 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเรียนรู้ สร้าง และเป็นไปตามพฤติกรรมนิยม ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นส่วนของความคิดสร้างสรรค์ เพราะฉะนั้น ขีดจำกัดการสอนระบบเดิมอาจจะมุ่งเน้นไปในเรื่องของการพัฒนาไอคิว แต่ว่าในส่วนอีคิว เป็นส่วนที่เด็กจะมาเรียนรู้เพิ่มเติมในสังคมแวดล้อม เพราะฉะนั้นเด็กในเมืองใหญ่ที่มีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีฝั่งที่ 2 เติบโต แต่ว่ายังมีเด็กที่ขาดโอกาส ถูกปลูกฝังให้เป็นการเรียนการสอนแบบเดิม สอนมาอย่างไรให้คิดได้เท่านั้น ซึ่งไม่มีโอกาสได้พัฒนา เพราะฉะนั้น เอาข้อเท็จจริงดังกล่าวจากผลวิจัย และผลการศึกษาดังกล่าวทั้งการพัฒนาคงไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ และเด็กอย่างเดียว แต่รวมไปถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วย

วันนี้ การพัฒนาความรู้เด็กโดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง จึงเป็นเรื่องที่หลายประเทศปรับเปลี่ยนมาสู่ระบบดังกล่าว ในประเทศไทยเมื่อมีโครงการนำแท็บเล็ตให้กับน้อง ก็จะเป็นการเพิมคุณภาพ เพิ่มมิติให้เด็กเกิดความเข้าใจ โดยงานวิจัยระบุว่าช่วงของเด็ก ป.1 เป็นช่วงที่เด็กเรียนรู้เร็วที่สุด มีขนาดสมองที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ จะมีการพัฒนาด้านการเรียน การรับรู้ ความเข้าใจได้ดี เด็กอายุ 3 ขวบ ยังอ่านหนังสือไม่ออกแต่ใช้เทคโนโลยีได้ทั้งเสียงและภาพ ได้อย่างถูกต้อง นั่นคือ ความเร็วของเด็กที่ยิ่งเด็กเท่าไรความเร็วของการเรียนรู้และทำความเข้าใจด้านเทคโนโลยีก็เร็วเท่านั้น

IT Eclusive : มีการประเมินอย่างไรบ้าง
อนุดิษฐ์ : มีผลของการประเมิน ซึ่งทำให้รัฐบาลมั่นใจว่าสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ภายใต้โครงการจะเป็นการพัฒนาและสร้างโอกาสที่จะทำให้ทรัพยากรบุคคล

IT Eclusive : กระบวนการดูแลและซ่อมบำรุงหลังการเซ็นสัญญา
อนุดิษฐ์ : เรื่องนี้มีกระบวนการ และขั้นตอนไว้แล้วอย่างชัดเจน เครื่องจะถูกส่งมาซ่อมอย่างไร จะมีอย่างละเอียด เรื่องนี้ อยากจะบอกโดยภาพรวมว่าไม่ต้องเป็นห่วง การบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวได้ถูกคิดไว้อย่างครบถ้วนแล้ว วางใจได้ คำตอบจะอยู่ที่เด็กๆ จะมีเครื่องใช้ตลอด ส่วนเรื่องกำหนดระเบียบการใช้งาน จะยึดเอาข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ อาจปรับสภาพและมีแนวทางอยู่แล้ว

IT Eclusive : เมื่อเซ็นสัญญาในวันที่ 10 เม.ย. ความหนักใจของไอซีที คืออะไร
อนุดิษฐ์ : ถ้าติดตามในส่วนที่ผมพูดมาโดยตลอด ผมไม่เคยใช้คำว่าหนักใจ เพราะว่าคิดว่าการดำเนินการกับเรื่องดังกล่าวเป็นความร่วมมือร่วมใจกันทำงานหนักของข้าราชการ ซึ่งเข้าใจวัตถุประสงค์และเป้าหมายของนโยบายเป็นอย่างดี ดังนั้น ทุกคนก็จะทำงานภายใต้นโยบายดังกล่าวอย่างโปร่งใส รอบคอบ แล้วคิดถึงน้องๆ ชั้น ป.1 ว่าเป็นลูก แล้วทัศนคติซึ่งส่วนตัวแล้วก็คิดแบบนั้น

IT Eclusive : ฝากถึงเด็ก ป.1 ที่จะใช้แท็บเล็ต
อนุดิษฐ์ : วันนี้ค่อนข้างมั่นใจว่า น้องๆ จะมีโอกาสได้ใช้แท็บเล็ตที่มีคุณภาพดี แล้วก็บรรจุเนื้อหาสาระ หรือ คอนเทนต์ที่เหมาะสม และคงจะไม่มีแต่เพียงการเริ่มต้นของโครงการนี้ ของแบบนี้ยังจะมีการพัฒนาให้คอนเทนต์ที่มีประโยชน์ให้กับน้องๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะถือว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มการเรียนรู้ให้กับน้องๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

IT Eclusive : ฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง
อนุดิษฐ์ : อยากให้ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่านมีความมั่นใจกับโครงการดีๆ นี้ของรัฐบาล โครงการนี้จะเป็นโครงการที่จัดหาและนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปเสริมการเรียนการสอน โอกาสตรงนี้จะช่วยลดช่องว่างทางการศึกษา ตลอดเวลาที่ผ่านมา จะมีคำถามมากมายว่าเด็กๆ ที่อยู่ในเมืองใหญ่จะได้โอกาสมากกว่าเด็กที่อยู่ในชนบท และส่วนสาระสำคัญที่สุด คือ เรื่องของเนื้อหาสาระ และกระบวนการเรียนการสอนที่ดีกว่า วันนี้เรามีเทคนโลยี แท็บเล็ตตรงนี้จะมาเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยลดช่องว่างดังกล่าว และทำให้ช่องว่างด้านการศึกษาของประเทศไทย เป็นคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้น แท็บเล็ตนี้เป็นแท็บเล็ตของไทย ที่จะสร้างเด็กดีเพื่ออนาคตของประเทศ.

?

ที่มาของข้อมูลจาก
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

Tags:
, , , ,